THE GUARDIAN I ผู้พิทักษ์ป่วนต่างโลก

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3 ประลองกับผู้กล้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,038
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 177 ครั้ง
    20 มี.ค. 61

THE GUARDIAN I  ผู้พิทักษ์ป่วนต่างโลก
ตอนที่ 3 ประลองกับผู้กล้า




          หลังจากการสนทนาในช่วงเช้าพระราชาก็ได้เชิญเอิร์ธไปรับประทานอาหารเที่ยงด้วยกัน ในเมื่อราชาของประเทศออกปากเชิญชวนขนาดนี้มีหรือที่เขาจะหักหาญน้ำใจปฏิเสธได้ลงคอ ระหว่างเดินทางผู้กล้าก็ได้แนะนำตัวกับเขาไปด้วย

          คนแรกชายสวมชุดเกราะสีทอง ชื่อว่า คิริยะ คนที่สองชายสวมผ้าคลุมสีแดงเพลิง ชื่อว่า โนบุรุ คนที่สามหญิงสาวสวมชุดรัดรูปสีดำคาดว่าจะเป็นนักฆ่า ชื่อว่า คานาโกะ คนที่สี่หญิงสาวสวมชุดนักบวช ชื่อว่า เรียวโกะ คนที่ห้าชายสวมชุดเกราะสีแดงสะพายดาบคู่มีท่าทางเย่อหยิ่ง ชื่อว่า ซันจิโร่ คนสุดท้ายหญิงสาวสวมชุดนักเวทย์ท่าทางไม่มั่นใจในตัวเอง ชื่อว่า มิซากิ แน่นอนว่าทุกคนเป็นคนญี่ปุ่นกันหมด
 
          "คุณเอิร์ธครับ คุณเป็นคนจากประเทศอะไรเหรอครับ?" คิริยะเอ่ยถามด้วยความกระตือรือร้น โดยในขณะนี้กาเดี้ยนหนุ่มกำลังถูกล้อมด้วยผู้กล้าทัั้งหกที่กำลังถามไถ่เขาด้วยความสนใจ

          "ผมเป็นคนไทยน่ะครับ" ชายหนุ่มตอบไปตามตรงทำให้แต่ละคนที่ได้ยินคำตอบก็ต้องร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ เพราะในที่นี้ทุกคนเป็นคนญี่ปุ่นกันหมด ต่างจากคนในวงล้อมที่เป็นคนไทย "แล้วนี่พวกคุณเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่แรกแล้วเหรอ?" เอิร์ธถามออกมาด้วยความสงสัยเพราะผู้กล้าทั้งหมดเป็นคนญี่ปุ่นกันทุกคนเลย 

          "ไม่ใช่หรอกค่ะ ตอนแรกพวกเราก็อยู่คนละห้องกัน แต่ระหว่างทางกลับบ้านทุกคนที่อยู่ใกล้ๆก็ถูกอัญเชิญมาที่นี่เฉยเลย" คำตอบจากนักบวชสาวช่วยไขข้อข้องใจของเขาได้ในทันที แสดงว่าการอัญเชิญจะเป็นการอัญเชิญแบบสุ่มโดยจำกัดพื้นที่เล็กๆ ซึ่งชายหญิงทั้ง 6 คนนี้ดันเดินใกล้กันเกินไปจนโดนเหมามาในทีเดียว

          "แต่ผมกับเรียวโกะเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่แรกแล้วนะครับ" คิริยะพูดพร้อมกับส่งรอยยิ้มอ่อนโยนให้แก่เพื่อนสาว ส่วนเรียวโกะเองก็ส่งยิ้มให้ด้วยเช่นกัน เกิดเป็นโลกสีชมพูระหว่างเราสองคนไปหน้าตาเฉย

          เอิร์ธเบี่ยงสายตาไปทางอื่นหลบภาพหวานเลี่ยนของผู้กล้าหนุ่มสาว ทั้งสองคนนี้จะต้องมีซัมติงกันอย่างแน่นอนฟันธงเลย! "ตอนที่มาอยู่บนดาวดวงนี้พวกคุณทำอะไรบ้างเหรอครับ?" กาเดี้ยนหนุ่มหันไปสอบถามชายในชุดคลุมสีแดง ได้ยินดังนั้นโนบุรุจึงตอบด้วยความสุภาพ

          "ตอนที่อยู่ที่นี่พวกเราก็ฝึกฝนฝีมือน่ะครับ แล้วก็ไปป้องกันเมืองจากการรุกรานของพวกปีศาจ ตอนแรกอาจจะลำบากไปบ้าง แต่หลังจากผ่านไปไม่นานพวกเราก็เข้าขากันได้ดีจนสามารถผลักดันพวกปีศาจออกไปได้น่ะครับ" โนบุรุกล่าวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ พลางจ้องตากาเดี้ยนหนุ่มด้วยนัยตาเป็นประกาย เอิร์ธเห็นดังนั้นจึงเข้าใจจุดประสงค์ที่ซ่อนอยู่ข้างในแต่ก็ไม่ได้พูดออกมา

          "เหอะ! ฉันไม่ได้เข้าขา หรือร่วมมือกับพวกนายหรอกนะ พวกปีศาจแค่ฉันคนเดียวก็เหลือแหล่แล้ว พวกนายต่างหากที่อ่อนแอเกินไปน่ะ" ซันจิโร่ กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์พลางกอดอกเดินนำไปข้างหน้าตามหลังพระราชาไปติดๆ

          มิซากิรีบเดินเข้ามาพูดกับเอิร์ธทันที "ย... อย่าเข้าใจผิดนะคะ ซันจิโร่ซังน่ะ แค่เป็นพวกสันโดษ แต่ก็ร่วมมือกับพวกเราเป็นอย่างดี อ... อันที่จริงเขาก็แค่เป็นพวกซึนเดเระเท่านั้นเองค่ะ" เธอกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเพื่อแก้ความเข้าใจผิด กาเดี้ยนหนุ่มได้ยินดังนั้นจึงหรี่ตาลงมองระหว่างสาวหน้ากระ กับหนุ่มเลือดร้อนที่เดินอยู่ข้างหน้าด้วยสายตาดูมีลับลมคมใน

          "โฮ่ว... อย่างงั้นเหรอ คุณมิซากิดูเป็นห่วงเขาน่าดูเลยนะครับ"

          "เอ๊ะ!? ม... ไม่ใช่นะคะ~"

          ท่าทางการพูดของมิซากิเต็มไปด้วยความเขินอายเรียกเสียงหัวเราะจากเอิร์ธ และโนบุรุได้ไม่น้อย "หลายๆครั้ง ซันจิโร่ก็เอาตัวเข้ามาปกป้องมิซากิบ่อยมากเลยนะครับ" ประโยคของพ่อหนุ่มชุดคลุมสีแดงยิ่งเพิ่มความเขินอายของเพื่อนสาวมากขึ้นไปอีก

          "โฮ่ว~ สนิทกันรวดเร็วดีนะ" พระราชาพูดออกมาด้วยความยินดีพลางเหล่มองซันจิโร่ที่มีเส้นเลือดปูดโปน พร้อมกับใบหน้าเริ่มแดงก่ำ ชายชราเห็นดังนัั้นจึงยิ้มกริ่มออกมา ยิ่งสร้างความเขินอายให้แก่ชายหนุ่มดาบคู่มากขึ้นกว่าเดิม

          ในที่สุดพวกเขาก็เดินมาจนถึงห้องโถงที่ไม่กว้างมากนัก ตรงกลางห้องมีโต๊ะยาวพร้อมกับอาหารวางเรียงราย ผนังของห้องโถงเป็นกระจกเผยให้เห็นสวนสีเขียวชอุ่มหลังปราสาท เอิร์ธเผลอร้องออกมาเมื่อได้เห็นฉากประทับใจที่มักจะพบเห็นได้แต่ในหนังเท่านั้น

          พระราชาเดินไปนั่งตรงหัวโต๊ะโดยมีคิริยะนั่งอยู่ฝั่งซ้าย และเรียวโกะนั่งอยู่ฝั่งขวา ถัดจากคิริยะก็เป็นซันจิโร่ แล้วก็คานาโกะที่นิ่งเงียบมาตั้งแต่ตอนแรก ส่วนฝั่งของเรียวโกะนั้นมีมิซากินั่งอยู่ถัดไป ตามด้วยโนบุรุ และเอิร์ธ

          "เอาล่ะมานั่งทานอาหารแล้วก็คุยไปด้วยกันเถอะนะ" 

          พระราชาผายมือกล่าวเชื้อเชิญ พวกผู้กล้าทั้ง 6 พนมมือก่อนจะพูดว่า "ทานแล้วนะครับ/ค่ะ" เป็นภาษาญี่ปุ่น ก่อนจะเริ่มทานอาหาร ส่วนเอิร์ธนั้นก็หยิบช้อนส้อมขึ้นมาอย่างเบามือแล้วเริ่มทานอาหารด้วยเช่นกัน

         'รสชาติเจือจางจังแฮะ แถมเนื้อยังอ่อนเกินไปด้วย' เขาคิดขึ้นเมื่อลองทานเนื้อไก่ไปคำแรก แต่ก็ดีกว่าอาหารไร้รสชาติอย่างซุปโปรตีนที่แสนจะจืดออกหวานนิด ๆ หลายเท่า ดังนั้นเขาจึงไม่บ่นอะไรนอกจากก้มหน้าก้มตากินเข้าไป ตอนแรกเขาก็คิดว่าอาหารมันดูเยอะเกินไป แต่เมื่อเห็นปริมาณการกินของพวกผู้กล้าแล้วก็ต้องเปลี่ยนความคิดใหม่

          ทำไมน่ะหรือ? นั่นก็เพราะว่าพวกผู้กล้าแต่ละคนกำลังยัดอาหารเข้าปากอย่างรวดเร็วราวกับเครื่องดูดฝุ่น ทำเอากาเดี้ยนหนุ่มถึงกับต้องนั่งอึ้งซักพักก่อนจะเริ่มเข้าใจ สาเหตุที่พวกผู้กล้าทานเยอะผิดปกตินั่นก็เพราะว่ามวลอาหารของโลกนี้มีน้อยกว่าโลกมนุษย์หลายเท่า จึงทำให้สามารถกินเข้าไปได้เรื่อย ๆ ยากที่จะอิ่ม

          ดูเหมือนพระราชาเองก็ไม่ได้แปลกใจอะไรนั่งทานส่วนของตัวเองเงียบ ๆ เอิร์ธจึงตัดสินใจใช้ช้อนส้อมในมือเริ่มตักอาหารยัดเข้าปากอย่างรวดเร็ว เฉกเช่นเดียวกับพวกผู้กล้า แม้แต่กระดูกเองก็โดนเคี้ยวไม่มีเหลือ

          "โฮะ ๆ สมกับเป็นคนจากต่างโลก" พระราชาหัวเราะออกมาอย่างชอบใจเมื่อพบว่าเอิร์ธนั้นเริ่มโซ้ยแหลกเหมือนกับผู้กล้าคนอื่น ๆ บ้างแล้ว "แต่จะว่าไปนะ ท่านกาเดี้ยน เรื่องที่ท่านบอกว่าจะจบสงครามมันหมายความว่าอย่างไรรึ?" ประโยคคำถามของพระราชาทำให้ผู้กล้าต่างหยุดมือ กาเดี้ยนหนุ่มยัดน่องไก่เข้าปากแล้วกลืนในทีเดียวก่อนจะตอบ

          "ก็ตรงตามที่บอกนั่นแหละครับ ผมจะจัดการกับกองทัพจอมมารให้เอง"

          คำตอบของเขาทำให้โต๊ะอาหารพลันเงียบสงัด มีเพียงเสียงกินของเอิร์ธที่ดังออกมาเท่านัั้น "นี่แกจะอวดดีมากเกินไปแล้วนะ คิดว่าแกคนเดียวจะจบสงครามได้จริง ๆ เรอะ!?" ทันใดนั้นซันจิโร่ก็ได้บันดาลโทสะผุดลุกขึ้น ตะคอกใส่เอิร์ธทำลายความเงียบ กาเดี้ยนหนุ่มได้ยินดังนั้นจึงปรายตามองก่อนจะตอบออกไปด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

          "ใช่"

          คำกล่าวของบุรุษชุดดำยิ่งทำให้ชายหนุ่มดาบคู่โกรธจัดมากขึ้นไปอีก "อย่ามาล้อเล่นกันนะโว้ย!!! ขนาดพวกเราที่เป็นผู้กล้าพยายามกันมาตั้งหลายปี ยังทำได้แค่ผลักดันกองทัพจอมมารให้กลับไปได้เท่านั้น แต่แกที่พึ่งจะมาถึงบอกว่าจะจบสงครามด้วยตัวคนเดียวดื้อ ๆ อย่างงั้นเหรอ!?" พ่อหนุ่มเลือดร้อนตะโกนออกมาด้วยใบหน้าดุดัน ส่วนผู้กล้าคนอื่นๆนั้น ถึงแม้จะไม่พูดอะไรแต่ก็ลอบเห็นด้วยกับเขาไม่น้อย

          "ไอหนู... อ่า... นายอายุมากกว่าชั้นสินะ นายไม่เคยเรียนคาบประวัติศาสตร์งั้นเหรอ ว่าหน้าที่ของกาเดี้ยนนอกจากดูแลความสงบสุขของจักรวาลแล้ว ยังมีหน้าที่ยั้บยั้งสงครามในดวงดาวต่าง ๆ ด้วยน่ะ" เอิร์ธกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง พลางตักอาหารเข้าปากโดยไม่ทุกข์ร้อนต่อแรงกดดันจากซันจิโร่เลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มดาบคู่ได้ยินดังนั้นจึงกัดฟันแน่นก่อนจะตะโกนเถียงกลับไป

          "ต่อให้เป็นกาเดี้ยนก็เถอะ! แต่ก็ต้องใช้คนหลายคนเพื่อหยุดสงครามใช่ไหมล่ะ!? แล้วแกคนเดียวจะไปทำอะไรได้!"

          "อุ! เรื่องนั้นมันก็จริงนะ แต่... ชั้นมั่นใจว่าทำได้แน่นอน"

          กาเดี้ยนหนุ่มตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ ผู้กล้าคนอื่น ๆ ที่ได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วไม่พอใจ พวกเขาพยายามกันมาตั้งหลายปี ยังทำได้แค่ผลักดันกองทัพจอมมารให้ออกไปจากชายแดนได้เท่านั้น แต่ผู้ชายคนนี้พึ่งจะมาถึงก็บอกว่าจะจบสงครามด้วยตัวเองงั้นเหรอ? ต่อให้เป็นกาเดี้ยนพวกเขาก็ไม่เชื่อหรอก!

          ซันจิโร่กัดฟันแน่น "ก็ได้... ถ้าแกมั่นใจนัก ก็มาดวลกับชั้นซะ! ไม่ใช่สิ... แกต้องเอาชนะพวกชั้นทุกคนให้ได้ ชั้นถึงจะยอมรับ!" คำประกาศของเขาทำเอาผู้กล้าคนอื่น รวมทั้งพระราชาถึงกับสะดุ้งตัวโหยง "ชั้นรู้ว่าทุกคนก็ไม่พอใจเหมือนกันใช่ไหม? ทำไมเราไม่ลองวัดความแข็งแกร่งของเจ้าหมอนี่ดูล่ะ?" ชายหนุ่มดาบคู่หันไปกล่าวกับคนอื่นๆ ตอนแรกพวกเขาก็อยากจะพูดแย้งอยู่หรอก แต่ด้วยความรู้สึกข้องใจบวกกับความสงสัยในความแข็งแกร่งของบุรุษชุดดำนั้นมันรั้งเอาไว้อยู่ทำให้พวกเขาไม่พูดออกมา

     แก๊ง!

          เอิร์ธถอนหายใจออกมาพลางวางช้อนส้อมลงบนจานแล้วกล่าว "ย่อมได้ ถ้าทุกคนข้องใจในความแข็งแกร่งของผม ผมก็จะสนองให้" พูดจบเขาก็ฉีกยิ้มขึ้น "องค์ราชาพอจะมีสถานที่กว้าง ๆ ให้ฟัดกันบ้างไหม?" เขาหันไปถามพระราชาที่กำลังนั่งซับเหงื่ออยู่ตรงหัวโต๊ะ

          "ม... มีสิ ลานฝึกซ้อมของทหารหลวงมีความกว้างมากพอจะให้ประลองได้อยู่"

          "งั้นก็เอาเป็นที่นั่นละกัน"

          เอิร์ธพยักหน้าตกลงด้วยรอยยิ้ม ด้วยท่าทางอันเฉยเมยของเขาได้สร้างความไม่พอใจของเหล่าผู้กล้าขึ้นมา "แล้วแกจะต้องเสียใจ! ฉันจะทำลายสีหน้ามั่นใจของแกลงซะ" ซันจิโร่ชี้หน้าตะโกนใส่ด้วยความฉุนเฉียว ก่อนจะกระแทกเท้าจนพื้นหินเป็นหลุมเดินออกไป

          ผู้กล้าคนอื่น ๆ รับประทานอาหารอยู่เงียบ ๆ ซักพัก ก่อนจะวางช้อนส้อมเดินตามออกไป "ทำแบบนี้จะดีหรือ ท่านกาเดี้ยน" พระราชาถามด้วยความกังวล เขารู้ถึงความแข็งแกร่งของผู้กล้าแต่ละคนได้เป็นอย่างดี เพียงแค่ 1 คน ก็สามารถจัดการกับทหารองครักษ์ของเขาได้หลายกองร้อยแล้ว

          "ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับองค์ราชา ผมไม่ทำอะไรรุนแรงหรอก แค่อยากจะให้เจ้าพวกนั้นรู้ถึงความห่างชั้นระหว่างคนธรรมดา กับกาเดี้ยนก็เท่านั้น"

          คำตอบของกาเดี้ยนหนุ่มถึงกับทำให้พระราชาผู้ซึ่งมั่นใจในความแข็งแกร่งของผู้กล่าตลอดมา ต้องลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่อย่างช่วยไม่ได้ แค่ความแข็งแกร่งที่โชว์ให้เห็นในท้องพระโรงเขาก็รู้สึกหวาดหวั่นแล้ว

          ช่วงบ่าย...

          เอิร์ธเดินตามพระราชาโดยมีทหารองครักษ์หลายนายนำทางออกมาจากปราสาท เมื่อออกมาเขาก็พบกับลานฝึกซ้อมกว้างเทียบเท่ากับสนามฟุตบอล มีดาบไม้ และหุ่นเป้าฝึกซ้อมตามจุดต่าง ๆ มุมสนามมีร่างของทหารองครักษ์หลายร้อยนายยืนมองดูด้วยความสนใจ

          ตรงกลางลานฝึกซ้อมมีร่างของผู้กล้าทั้งหกยืนอย่างสง่างาม ชุดเกราะ และอาวุธถูกยกขึ้นมาเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ "ช้าจริง ๆ นึกว่าจะหนีหางจุกตูดไปแล้วซะอีก!" ซันจิโร่เมื่อเห็นว่าเอิร์ธได้เดินเข้ามาในลานฝึกซ้อมที่กลายเป็นลานประลองไปแล้วก็พูดสบประมาทออกมา ถึงกระนั้นกาเดี้ยนหนุ่มก็มิได้นำพา เดินเข้าไปพลางแหย่นิ้วแคะหูอย่างสบายอารมณ์ การกระทำอันไม่แยแสของเขาสร้างความไม่พอใจแก่กลุ่มผู้กล้าให้เพิ่มมากขึ้นไปอีก

          พระราชาเดินไปนั่งบนเก้าอี้ในร่มที่คนรับใช้เป็นคนไปจัดหามาให้ "การประลองครั้งนี้จัดขึ้นอย่างไม่เป็นทางการ ยังไงก็อย่าฆ่ากันเลยนะ" ชายชรากล่าวออกมาพลางกวาดสายตามองเหล่าผู้กล้า โดยเฉพาะซันจิโร่ที่แผ่รังสีฆ่าฟันออกมาเป็นพิเศษ "กติกาที่ข้าคิดขึ้นมาได้มีดังนี้ หากฝ่ายท่านเอิร์ธสามารถจัดการล้มผู้กล้าให้อยู่ในสภาพไม่สามารถต่อสู้ได้ก็จะเป็นฝ่ายชนะ แต่ถ้าหากฝ่ายผู้กล้าสามารถจัดการล้มท่านเอิร์ธให้อยู่ในสภาพไม่สามารถต่อสู้ได้ก็จะเป็นฝ่ายชนะ มีอะไรจะค้านหรือไม่?" พวกผู้กล้าไม่ได้ปฏิเสธกติกาของพระราชาแต่อย่างใด ทว่าเอิร์ธกลับยกมือขึ้นมาเหมือนจะขอพูดอะไรบางอย่าง

          "อ่า... ผมขอเปลี่ยนกติกาได้ไหมครับ"

          "หืม? ไหนลองว่ามาสิ ท่านเอิร์ธ"

          แทนคำตอบชายหนุ่มกวาดสายตามองก่อนจะหันไปเรียกทหารองครักษ์คนหนึ่ง "เฮ้! นายคนนั้นน่ะ ไปเอาดาบไม้มาให้หน่อยสิ" ประโยคน่าสงสัยของกาเดี้ยนหนุ่มดังขึ้น ถึงจะไม่เข้าใจแต่ทหารองครักษ์คนนั้นก็ยอมเดินไปหยิบดาบไม้แล้ววิ่งเข้ามายื่นให้กับเขาแต่โดยดี

          เมื่อได้รับดาบไม้มาแล้วกาเดี้ยนหนุ่มก็ใช้ปลายดาบไม้ขีดรอบตัวเป็นวงกลม ก่อนจะโยนดาบไม้ไปข้างหลังอย่างไม่ใยดี ส่งผลให้ดาบไม้พุ่งออกไปด้วยความเร็วสูงปักเข้ากับกำแพงหินจมมิดด้าม "กติกามีอยู่ว่า ถ้าเท้าผมออกไปนอกวงกลมนี่เมื่อไหร่ก็ถือว่าแพ้ ตกลงไหมครับ?" ประโยคอันไม่คาดคิดของกาเดี้ยนหนุ่มสร้างความตกตะลึงของทุกผู้คนจนต้องอ้าปากค้าง ส่วนพวกผู้กล้าที่ได้ยินประโยคคล้ายดูถูกก็ถึงกับตัวสั่นไปด้วยความขุ่นเคืองทันที

          "จ... จะดีรึท่านเอิร์ธ!?"

          "ไม่เป็นไรหรอกครับองค์ราชา เอาตามนี้นี่แหละ เดี๋ยวผมจะแสดงความต่างของพลังให้พวกเขาได้เห็นเอง"

          เอิร์ธพยักหน้ายืนยันคำถามตะกุกตะกักของพระราชา ชายชราขมวดคิ้วกังวลก่อนจะตัดสินใจเอาตามที่กาเดี้ยนหนุ่มบอก "ทุกคนก็ใส่มาเต็มที่ได้เลย ไม่ต้องยั้งมือ" คำกล่าวของชายหนุ่มชุดดำยิ่งไปกระตุ้นความโกรธของพวกผู้กล้าให้มากขึ้นไปอีก

          "แล้วแกจะต้องเสียใจ!!!" ซันจิโร่บันดาลโทสะคำรามออกมาเสียงดังลั่น คนอื่นไม่กล่าวอะไรนอกจากบ่นพึมพำดูเหมือนจะไม่ค่อยพอใจในตัวเอิร์ธซักเท่าไหร่ เวทมนต์ป้องกัน และเวทมนต์โจมตีถูกร่ายออกมาเตรียมพร้อมในทันที คิริยะชักดาบสีทอง และโล่สีเงินออกมาพลางร่ายเวทมนต์ป้องกัน โนบุรุหยิบคทาของตนออกมาร่ายเวทไฟ คานาโกะล้วงมือเข้าไปในเสื้อหยิบมีดสองเล่มออกมา  เรียวโกะร่ายเวทมนต์เพิ่มค่าพลังป้องกัน และความแข็งแกร่งให้กับทุกคน ซันจิโร่ชักดาบคู่ออกมาถือพร้อมกับใช้เวทมนต์เพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกาย ส่วนมิซากินั้นยกคทาขึ้นเหนือศรีษะ แล้วทำการขยับปากร่ายเวท ทันใดนั้นก็ได้ปรากฏวงเวทย์ สีแดง สีฟ้า สีเขียว และสีน้ำตาล เหนือหัวของเธอ

          "หยิบอาวุธของคุณออกมาสิครับ" คิริยะสังเกตเห็นว่าเอิร์ธนั้นยืนกอดอกมองพวกเขาอยู่ในเส้นวงกลมโดยไม่เตรียมพร้อมอะไรเลย กาเดี้ยนหนุ่มได้ยินดังนั้นจึงยักไหล่กวนประสาท ส่งให้ผู้กล้าหนุ่มต้องกัดฟันข่มความโกรธ

          "ในเมื่อทั้งสองฝ่ายพร้อมแล้ว ก็เริ่มการต่อสู้ได้!"

          สิ้นคำประกาศของพระราชา ซันจิโร่พลันพุ่งเข้าใส่เอิร์ธก่อนใครเพื่อน เมื่อเข้าประชิดแล้วเขาก็ตวัดดาบฟันเฉียงจากล่างขึ้นบน พุ่งผ่านร่างของกาเดี้ยนหนุ่มไป "เหอะ! เป็นไงล่ะ!" ชายหนุ่มดาบคู่หันกลับมาพูดด้วยน้ำเสียงเสียงเยาะเย้ย แต่ก็ต้องตกใจเมื่อบุรุษชุดดำกลับยืนชิวกอดอกสบายใจเฉิบเหมือนเดิม

          "ไม่เจ็บไม่คันเลยฟ่ะ ใส่แรงให้มากกว่านี้หน่อยสิ" เอิร์ธที่ไร้รอยขีดข่วนเหล่มองคนข้างหลังกล่าวกับซันจิโร่ เจ้าตัวได้ยินดังนั้นจึงกัดฟันแน่นวิ่งเข้าใส่ด้วยความโกรธอีกครั้ง ระหว่างนั้นเองก็ได้มีลูกไฟลูกใหญ่ พร้อมกับศรเวทมนต์หลากหลายธาตุพุ่งเข้าโจมตีกาเดี้ยนหนุ่มจากทางด้านหน้า ซันจิโร่เห็นดังนั้นจึงผนึกเวทมนต์ลงในใบดาบ ก่อนจะตวัดคมดาบฟันออกไปข้างหน้า เกิดเป็นคลื่นดาบสองสายพุ่งเข้าโจมตีจากทางด้านหลัง

     ตู้ม!!!

          เสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาทส่งฝุ่งควันกระจายไปทั่วบริเวณ ทุกคนในที่นี้ต่างคิดว่าการประลองในครั้งนี้ต้องจบลงแล้วเป็นแน่แท้ แต่เมื่อฝุ่นควันจางหายไปก็เผยให้เห็นร่างของกาเดี้ยนหนุ่มยังยืนอยู่ที่เดิมโดยร่างกายไร้ซึ่งรอยขีดข่วน พื้นวงกลมยังคงอยู่ดี แต่พื้นที่อยู่นอกวงกลมนั้นกลับกลายเป็นหลุมกว้างแตกร้าวกระจายไปโดยรอบ

          "มีแค่นี้เหรอ? ใส่แรงให้มากกว่านี้อีกหน่อยสิ!" เอิร์ธกล่าวกระตุ้นเหล่าผู้กล้าทั้งหลายพลางแสยะยิ้มกว้าง ซันจิโร่ได้ยินดังนั้นจึงเริ่มเข้าโจมตีอีกครั้งด้วยความดุดันที่มากขึ้น

          "ย้าก!!!"

     เคร้ง!

          ซันจิโร่พุ่งเข้าโจมตีจากทางด้านหลังก่อนจะตวัดดาบฟันซอกคอของเอิร์ธ แต่ทันทีที่คมดาบปะทะเข้ากับผิวหนัง ดาบก็ถูกสะท้อนกลับมาพร้อมกับอาการชาแผ่ซ่านไปทั่วฝ่ามือราวกับฟันเข้ากับกำแพงอันยากจะทำลายได้ ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่ยอมแพ้รีบพุ่งตัวไปอีกทาง พลางปล่อยคลื่นดาบใส่ทางด้านข้าง

          กาเดี้ยนหนุ่มชายตามองใช้นิ้วข้างซ้ายที่กอดอกอยู่ดีดคลื่นดาบของซันจิโร่ให้สลายไปอย่างง่ายดาย ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าน้ำหนักของตัวเองได้เพิ่มขึ้น เมื่อมองขึ้นไปบนหัวก็พบวงเวทย์สีดำของมิซากิที่ร่ายใส่ "ตอนนี้แหละ ฉันใช้เวทมนต์แรงโน้มถ่วงใส่เขาแล้ว!" หญิงสาวหน้ากระร้องบอก เอิร์ธได้ยินดังนั้นก็ลอบยิ้มขำ ทั้งที่ตัวเขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อยู่แล้ว เพราะต้องอยู่ในเส้นวงกลม แต่ผู้กล้าหญิงคนนั้นกลับใช้เวทมนต์บทนี้มันดูเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยเหมาะสมซักเท่าไหร่นะ

          กลับกันมันทำให้ชายหนุ่มรู้สึกดีมากกว่าเมื่อร่างกายอันเบาหวิวเริ่มมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาแล้ว "โอ้ว! ดีมากมิซากิซัง!" โนบุรุร้องบอกก่อนจะยิงลูกไฟ กับหอกไฟเข้าใส่กาเดี้ยนหนุ่มด้วยความร้อนที่มากกว่าเดิม เกิดการระเบิดขึ้นอีกครั้งจนฝุ่นควันกระจายไปโดยรอบ ถึงกระนั้นคิริยะก็ไม่ประมาทวิ่งเข้าใส่กลุ่มควันพลางยกโล่ขึ้นมาป้องกันข้างหน้าไปด้วย

          เป็นไปตามคาดเมื่อกลุ่มฝุ่นควันจางลงก็ปรากฏร่างของเอิร์ธยังคงยืนอยู่ที่เดิมโดยไร้ซึ่งรอยขีดข่วน คิริยะกัดฟันพร้อมกับกระโดดฟันดาบทองในมือใส่ใบหน้าของอีกฝ่ายจนหน้าหัน ก่อนจะหมุนตัวกลางอากาศเหวี่ยงแขนซ้ายที่ถือโล่ฟาดกลับหลังใส่หน้าอกของกาเดี้ยนหนุ่มสุดแรง แล้วปลดปล่อยพลังเวทที่สะสมอยู่ในโล่ออกมา เกิดเป็นแรงระเบิดกระแทกร่างของชายหนุ่มเต็ม ๆ

          ร่างของคิริยะลอยออกมาจากแรงระเบิดของตน ก่อนจะลงมาเหยียบบนพื้นแล้วรีบเงยหน้าขึ้นมอง เขาถึงกับต้องตกตะลึงค้างเมื่ออีกฝ่ายไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย ในขณะเดียวกันคานาโกะก็ได้พุ่งเข้าจากทางด้านข้างพร้อมกับปามีดเคลือบพิษออกมาสองเล่ม แต่ทว่าเมื่อปลายมีดปะทะกับผิวหนัง และผิวเสื้อของกาเดี้ยนหนุ่มมันก็ได้แฉลบออกไป

          นักฆ่าสาวผมแดงยังไม่ยอมแพ้ เธอพุ่งเข้าข้างหลังก่อนจะควงมีดในมือแทงใส่ท้ายทอยของของกาเดี้ยนหนุ่ม ขณะเดียวกันซันจิโร่ และคิริยะก็ได้พุ่งเข้าประจันหน้าพร้อมกับฟันดาบใส่ร่างของคนตรงหน้าสุดแรงเกิด

     เคร้ง!

          เสียงปะทะคล้ายโลหะดังขึ้นพร้อมกัน คมมีดของคานาโกะได้แฉลบออกไป ส่วนคมดาบของชายหนุ่มทั้งสองก็ได้สะท้อนออกมาพร้อมกับความรู้สึกด้านชาบริเวณฝ่ามือ ทั้งสามกัดฟันก่อนจะกระโดดถอยออกมา ปล่อยให้สารพัดเวทมนต์ของเรียวโกะ โนบุรุ และมิซากิ ซัดเข้าโจมตีคนในวงกลม

     ตู้ม!!!

          แรงระเบิดเกิดขึ้นอีกคราแต่คราวนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน โนบุรุร่ายเวทมนต์ขั้นสูง ปรากฏวงเวทย์เหนือกลุ่มควัน ก่อนจะมีลุกไฟขนาดยักษ์ราวกับอุกกาบาตตกใส่กลุ่มควันข้างล่าง เกิดเป็นการระเบิดครั้งใหญ่ยิ่งกว่าครั้งใดๆ คลื่นลมร้อนพลันกระจายไปทั่วจนเหงื่อตก

          "เป็นไงล่ะ!" โนบุรุตะโกนออกมาด้วยความรู้สึกดีใจ กลุ่มฝุ่นควันจากแรงระเบิดค่อย ๆ จางลงเหลือทิ้งไว้แต่ทะเลเพลิงอันร้อนระอุ แต่ทว่าตรงกลางทะเลเพลิงยังคงมีร่างของเอิร์ธยืนกอดอกโดยไร้ซึ่งรอยขีดข่วน แถมพื้นวงกลมที่เหยียบก็ยังไม่เป็นอะไรอีกด้วย

          "ฮู้ว! โคตรร้อนเลย... แล้ว... ยังไงต่อ?"

     ซูม!!!

          แทนคำตอบก็ได้มีวงเวทย์สีทองของเรียวโกะปรากฏขึ้นเหนือหัว ก่อนจะมีลำแสงสีทองพุ่งลงมาโจมตีอย่างรุนแรงกลืนกินร่างของกาเดี้ยนหนุ่มให้หายไป ลำแสงสีทองยิงค้างอยู่อีก 10 วินาที ก็หยุดลง เผยให้เห็นร่างของผู้ถูกโจมตียังคงยืนกอดอกอยู่ที่เดิมโดยไร้ซึ่งรอยขีดข่วน มีเพียงแค่ควันจากความร้อนโชยออกมาเท่านั้น

          กาเดี้ยนหนุ่มหรี่ตาลง "แค่รู้สึกร้อนเฉย ๆ เองนะ แล้ว... ยังไงต่อล่ะ?" ก่อนจะเอ่ยถามพลางโยกศรีษะท้าทาย ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกผู้คน มีเพียงคานาโกะที่เคลื่อนไหว เธอพุ่งเข้ามาโจมตีหลังศรีษะของเอิร์ธด้วยมีดสั้น แต่คมมีดก็ได้แฉลบออกไปเช่นเดิม แถมยังฝากรอยร้าวไว้บนใบมีดอีกด้วย

          กระนั้นนักฆ่าสาวก็ยังไม่ยอมแพ้หมุนกายกลางอากาศฟาดส้นเท้าที่มีคมมีดอาบยาพิษโผล่ออกมาใส่ข้างศรีษะของชายหนุ่ม แทนที่จะเป็นคมมีดอาบยาพิษที่ฝังเข้าไปในศรีษะ กลับเป็นตัวใบมีดเสียเองที่หักกระเด็นออกมา แถมคนบาดเจ็บกลับเป็นเท้าของคานาโกะเสียเอง

          พริบตานั้นเอิร์ธก็ได้เริ่มขยับตัว มือซ้ายยกขึ้นมาจับข้อเท้าของคานาโกะ ก่อนที่เขาจะทำการเหวี่ยงร่างของเธอออกไป ส่งร่างของนักฆ่าสาวให้ลอยกระเด็นหมุนอยู่กลางอากาศหลายครั้ง ก่อนที่เธอจะรีบตั้งสติบิดกายลงมายืนบนพื้นได้อย่างรวดเร็ว

          "เป็นอะไรไป มีแค่นี้รึไง?" เอิร์ธถามพลางเปิดปากกว้างหาวหวอดไม่เกรงใจใคร พวกผู้กล้าเห็นดังนั้นจึงลอบกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ ซันจิโร่ กับคิริยะลอบพยักหน้าให้กันก่อนที่ทังสองจะตั้งท่าเตรียมเข้าโจมตี ทันใดนั้นออร่าเวทมนต์สีฟ้าก็ได้แผ่ออกมาจากร่างกายของทั้งสอง

          "Limit Break!!!"

          ทั้งสองพลันคำรามออกมาพร้อมเพรียงกัน คลื่นพลังเวทมนต์อันมหาศาลแผ่ออกมาจากร่างกายของทั้งสอง เอิร์ธหรี่ตาลงพลางใช้ระบบสแกนตรวจวัดพลังของทั้งคู่ ไล่จากคิริยะ ไปหาซันจิโร่


เผ่าพันธ์ : มนุษย์
ค่าพลังพื้นฐาน : 569


เผ่าพันธ์ : มนุษย์
ค่าพลังพื้นฐาน : 551


          Limit Break (ปลดขีดจำกัด) คือการดึงพลังแฝงในร่างกายของเจ้าของให้ออกมาถึงขีดสุด เพิ่มทั้งพละกำลัง และความเร็วขึ้นมาได้อย่างมหาศาล แต่ข้อเสียคือหลังจากใช้แล้วจะทำให้ผู้ใช้มีอาการอ่อนล้าเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นไพ่ตายของทั้งสองเลยก็ว่าได้

          "โฮ่ว... พลังเพิ่มขึ้นมาไม่ใช่น้อยเลยนี่นา เหมือนกับเจ้านั่นเลยแฮะ" เอิร์ธกล่าวออกมาด้วยความแปลกใจ พร้อมกันนั้นชายหนุ่มทั้งสองก็ได้พุ่งเข้าโจมตีอย่างพร้อมเพียงกัน คิริยะเป็นคนแรกที่เข้ามาถึงก่อน เขาใช้โล่ในมือพุ่งกระแทกร่างของกาเดี้ยนหนุ่มสุดแรง ตามมาด้วยซันจิโร่ที่ฟันดาบไขว้เข้าใส่ 

          "ย้าก!!!"

          "ย้าก!!!"

          ราวกับรู้ใจกันคิริยะหมุนตัวหลบท่าฟันดาบไขว้ของซันจิโร่ให้ไปโดนร่างของเอิร์ธ ส่วนตนเองก็หมุนตัวเหวี่ยงดาบฟันใส่ทางด้านข้าง ตามด้วยกระแทกโล่ใส่จุดเดิมที่ฟัน ซันจิโร่เองก็มิได้น้อยหน้าเขาบิดข้อมือสะบัดคมดาบกลับมาฟันอย่างรวดเร็ว และดุดัน!

          ยังไม่หมดเพียงแค่นั้นร่างของคานาโกะก็ได้ปรากฏตัวขึ้น เข้ามาร่วมวงโจมตีจากทางด้านหลังด้วยมีดคู่ในมือทั้งสองข้าง ใบมีดลับในส้นเท้า และปลายเท้า พร้อมกับคมมีดที่ซ่อนอยู่ในข้อศอก ชนิดที่ว่าใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีเพื่อโจมตีอีกฝ่ายให้ตกตายไปพร้อมกันเลยทีเดียว

          เรียวโกะเองก็ใช้เวทมนต์ของตนเองเพิ่มพลังป้องกัน และพลังโจมตีของทั้งสองให้ถึงขีดสุด จนตอนนี้ค่าพลังของคิริยะ และซันจิโร่ทะลุเกิน 600 เข้าไปแล้ว คานาโกะเองก็มีพลังเหยียบ 500 แล้วเช่นกัน มิซากิเองก็ไม่น้อยหน้าร่ายเวทมนต์คำสาปสารพัดใส่เอิร์ธไม่ยอมหยุด แต่เธอก็ต้องแปลกใจเมื่อเวทมนต์คำสาปของตนสลายหายไปในเวลาไม่ถึง 5 วินาทีจนต้องร่ายใหม่

          ร่างของเอิร์ธเซไปเซมาตามการโจมตีของแต่ละคน ส่วนโนบุรุก็ได้ทำการร่ายมหาเวทย์ เกิดเป็นเปลวไฟลอยขึ้นมาล้อมรอบร่างของนักเวทหนุ่ม "ทุกคน! ถอยออกมาซะ!" เมื่อเสร็จสิ้นการเตรียมการโนบุรุก็ได้ตะโกนบอกเพื่อนพ้องของตน ได้ยินดังนั้นทั้งคานาโกะ ซันจิโร่ และคิริยะ ก็ได้กระโดดผละตัวออกมา

"Inferno Beam!!!"

          โนบุรุคำรามลั่นก่อนจะชี้ปลายคทาไปทางเอิร์ธ ทันใดนั้นคลื่นไฟรอบกายของเขาก็ได้ถูกดูดเข้าไปรวมอยู่ตรงปลายคทา เกิดเป็นก้อนลูกบอลสีแดงฉาน เพียงพริบตาลำแสงสีแดงขนาดใหญ่ก็ได้ถูกปลดปล่อยออกมายิงใส่ร่างของบุรุษชุดดำอย่างรวดเร็ว!

     ซูม!!!

          ลำแสงสีแดงกลืนกินร่างของกาเดี้ยนหนุ่มให้หายไป ยังไม่หมดเพียงเท่านั้นลำแสงสีแดงยังพุ่งทะลุทะลวงกำแพงปราสาทออกไปกลายเป็นรูโบ๋จากการถูกหลอมละลายด้วยความร้อนสูง ก่อนจะระเบิดบนท้องฟ้าเกิดเป็นคลื่นความร้อนกระจายไปทั่วทั้งเมือง

          "แฮ่ก... แฮ่ก... แฮ่ก... สำเร็จไหม?" โนบุรุหอบหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงหลังจากใช้พลังเวทไปเกือบหมดตัว นอกจากเขาแล้วคนอื่นเองก็มีท่าทางเหนื่อยอ่อนไม่แพ้กัน

          "แฮ่ก... แฮ่ก... ตายรึป่าว?" ซันจิโร่หอบหายใจพลางถามทุกคนด้วยใบหน้าซีดเผือด การโจมตีเมื่อซักครู่นี้เป็นเวทมนต์บทใหม่ที่พวกเขาช่วยกันคิดค้นสร้างขึ้นมาเพื่อล้มจอมมารโดยเฉพาะ แต่เพราะถูกสถานการณ์พาไปก็เลยเผลอพลั้งมือมากเกินไปหน่อย...

          ...ไม่หน่อยละ 

          "เห้ย! ซวยแล้วไง!" โนบุรุนึกขึ้นได้เผลอร้องออกมา ถ้ากาเดี้ยนคนนี้ตายไปพวกเขาจะกลับบ้านอย่างไร แถมอาจจะถูกจับกุมข้อหาสังหารเจ้าหน้าที่ขององค์กรไปด้วย

          "อ... เอาไงกันดี?" คิริยะหันไปถามเรียวโกะด้วยสีหน้าซีดเผือด เรียวโกะเองก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมาด้วยสีหน้าไม่ต่างกัน ในขณะที่มือทั้งสองข้างก็ประสานเข้าหากันกำไว้แน่นเพื่อสวดภาวนาต่อเทพธิดา

          "อะ... อะ..." มิซากิแทบจะไร้เสียง ลำคอแห้งผากพร้อมกับสีหน้าซีดเผือด ตอนนี้เธอไม่สามารถเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาได้อีกแล้ว

          ส่วนคานาโกะนั้นต่างจากคนอื่น เธอยังคงสีหน้าเรียบเฉยเอาไว้เช่นเดิม ตลอดชีวิตหลังจากมาอยู่ในโลกนี้เธอก็ได้คร่าชีวิตของผู้คนไปแล้วมากมาย แค่สังหารอีกซักคนจะเป็นอะไรไป แต่สิ่งที่เธอกังวลที่สุดในตอนนี้ก็คือตนเองจะกลับบ้านได้อย่างไร?

          "น่าแปลกใจจริง ๆ ไม่นึกเลยว่าทุกคนจะสามารถทำได้ถึงขนาดนี้" 

          ทว่าทันใดนั้นน้ำเสียงอันแสนคุ้นเคยก็ได้ดังทะลุออกมาจากกลุ่มฝุ่นควัน ส่งผลให้ผู้กล้าทุกคนต้องรีบหันกลับไปมองด้วยสีหน้าตกตะลึง เมื่อฝุ่นควันจางลงก็ปรากฏร่างของเอิร์ธที่ค้างท่าตั้งการ์ดเอาไว้อยู่ เท้าทั้งสองข้างจมลงพื้นดินลากไปข้างหลังเป็นทางยาว ไอความร้อนยังคงแผ่โชยออกมาจากร่างของเขาอยู่เนือง ๆ

         พื้นที่กาเดี้ยนหนุ่มยืนอยู่ถูกหลอมละลายกลายเป็นลาวายาวไปจนถึงกำแพงปราสาท ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงยืนอยู่บนพื้นลาวาโดยไม่สะทกสะท้านจากความร้อนเลยแม้แต่น้อย เมื่อเขาลดการ์ดลงก็เผยให้เห็นแผลไฟไหม้เล็กน้อยบนแก้มที่กำลังสมานกันอย่างช้า ๆ

          ถ้าหากเป็นกาเดี้ยนแรงค์ D ก็คงจะเสร็จการโจมตีเมื่อกี้นี้ไปแล้ว แต่เผอิญว่ามันใช้กับเอิร์ธที่มีชุดป้องกันไฟ และพลังป้องกันเวทมนต์ที่สูงไม่ได้หรอกนะ กาเดี้ยนหนุ่มก้มลงมองพื้นลาวาที่ถูกเท้าของเขาลากเป็นทางยาวด้วยความรู้สึกไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ต่อความอ่อนด้อยของตน "ทุกคนเก่งมากที่สามารถเอาฉันออกจากวงกลมได้ พวก... เห้ย!!!" ในขณะที่ยังพูดไม่ทันจบ คิริยะ และซันจิโร่ก็ได้พุ่งเข้าใส่เขาพร้อมกันด้วยร่าง Limit Break (ปลดขีดจำกัด) ส่งให้ชายหนุ่มต้องยกแขนขึ้นป้องกันคมดาบของทั้งสองที่ฟาดฟันเข้าใส่ไม่ยั้ง

          "ด... เดี๋ยว!"

          "ย้ากกกก!!!"

          "ย้ากกกก!!!"

          เสียงของกาเดี้ยนหนุ่มถูกกลบด้วยเสียงคำรามของทั้งสอง สุดท้ายเขาก็ต้องจำใจหยุดความบ้าของทั้งคู่ด้วยการเหวี่ยงหลังมือกระแทกใส่โล่ของคิริยะพร้อมกับกวาดร่างของทั้งสองให้กระเด็นออกไปในทีเดียวดุจสายว่าวขาด พวกเขากระเด็นไปกระแทกเสาปราสาทอย่างรุนแรงจนพังครืนลงมาในทีเดียว

          ตามด้วยการปัดมีดของคานาโกะที่พุ่งเข้ามา นักฆ่าสาวพุ่งเข้ามาประชิดทางมุมอับด้วยความเร็วสูง ทว่ายังไม่ทันจะได้จ้วงมีดเข้าใส่ เธอก็ถูกสันมือของเอิร์ธฟาดเข้ากลางกระหม่อมเบา ๆ จนร่างจมดินหมดสติไปทั้งอย่างนั้น

          เอิร์ธหันขวับไปมองยังเรียวโกะ โนบุรุ และมิซากิ ด้วยใบหน้าถมึงทึง ส่งผลให้ทั้งสามต้องรีบยกมือยอมแพ้อย่างรวดเร็ว "เฮ้อ..." กาเดี้ยนหนุ่มถอนหายใจออกมาก่อนจะกวาดสายตามองผู้กล้าแต่ละคน คิริยะกับซันจิโร่ที่ค่อยๆคลานออกมาจากซากเสาหินอย่างทุลักทุเล ร่างของคานาโกะที่จมดิน และนักเวททั้งสามที่นั่งกลัวจนตัวสั่น

          เอิร์ธตัดสินใจประกาศออกมา "เอาล่ะ พวกนายสามารถผลักให้ฉันออกมาจากเส้นวงกลมได้แล้ว การประลองนี้ถือว่าผู้กล้าเป็นฝ่ายชนะนะ" พูดจบก็ก้มลงไปแงะร่างของคานาโกะที่จมดินออกมา แล้วยกขึ้นมาพาดบ่าพากลับไปหานักเวททั้งสาม

          'ชนะตรงไหนวะ!?'

          ความคิดของพระราชา ทหารองครักษ์ และคนรับใช้ พลันนึกขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย...




_______________________________________________________________________________________

     จบไปอีกตอนแล้วนะครับ เฮ้อ... ฉากการต่อสู้นี่ค่อนข้างยากเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน แต่ผมจะพยายามเขียนออกมาให้ดีที่สุด ผมจะพยายามไม่ข้ามฉากต่อสู้จนมากเกินไปนะครับ เพื่อให้ผู้อ่านได้จินตนาการออกมาให้ได้ แล้วก็สุดท้ายหนีหลังอ่านจบแล้วอย่าลืมทิ้งคอมเม้นด้วยนะครับ ^_^ ทั้งสมาชิก และไม่เป็นสมาชิกก็สามารถคอมเม้นติชมได้เช่นกัน

1 คอมเม้น = 1 กำลังใจนะคร้าบ~


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 177 ครั้ง

282 ความคิดเห็น

  1. #223 Shirokane Irisia (@SupathidaJarat) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 17:44

    นายมันยิ่งกวา่ารถถังแล้ว!!

    #223
    0
  2. #212 STuckFer (@phanphakone) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 18:58
    ประมาณว่าถึงกูจะแพ้กูก็หล่อนะเออ
    #212
    0
  3. #202 wittayakeen2524 (@wittayakeen2524) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 19:06
    พวกผู้กล้านี่มันบื้ออ่ะป่าวว่ะๆทั้งที่รู้ว่าการ์เดี้ยนรบไปทั่วทั้งจักรวาลมันก็ผู้กล้าต่างโลกดีๆนี่เองแถมยังรบกับดาวที่มีระดับสูงกว่าดาวดวงนี้ด้วยซ้ำฝีมือประสบการ์ณมันต่างกันเพียย
    #202
    3
  4. #173 0996678828 (@0996678828) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 23:34
    สนุกดีคับ
    #173
    0
  5. #136 pegger15384 (@pegger15384) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 11:05
    บรรยายดีนะ สนุกดี
    #136
    0
  6. #122 Waiwit (@Waiwit) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 15:44
    ดีครับ มองเห็นภาพ
    #122
    0
  7. #85 ไร้เงา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 02:54
    นี่ขนาดอ่อนให้แล้วนะนี่ยังขนาดนี่ถ้าเต็มที่จะขนาดไหน
    #85
    0
  8. #73 ลมเย็นดี (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 15:32
    กระทืบยับ 555+ ชนะตรงไหนวะ
    #73
    0
  9. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  10. วันที่ 9 เมษายน 2560 / 15:08
    ชนะตรงไหนวะ...555ชอบตรงนี่
    #13
    0
  11. #12 FUS RO DAH (@chainpotha) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 15:02
    เอิ่ม... พระเอกมันจะไร้เทียมทานเกินไปแล้ว! เหมือนโดนโจมตีแล้วดาเมจที่ได้รับทีละ 1 เอง เขียนออกมาได้ดีแล้วล่ะ พยายามต่อไปครับ ^-^
    #12
    1
    • #12-1 Angel war (@asdfghjkl12) (จากตอนที่ 4)
      9 เมษายน 2560 / 21:41
      ขอบคุณคร้าบบบบบบ
      #12-1
  12. #11 junk001 (@junk001) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 13:16
    คอมเม้น..................//อิอิล้อเล่นคับสนุกมากคับต่ออีกตอนกำลังดี
    #11
    0