THE GUARDIAN I ผู้พิทักษ์ป่วนต่างโลก

ตอนที่ 20 : ตอนที่ 17 สู่ประเทศแห่งท้องทะเล รอนลีน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,407
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    12 ส.ค. 60

THE GUARDIAN I  ผู้พิทักษ์ป่วนต่างโลก
ตอนที่ 17 สู่ประเทศแห่งท้องทะเล รอนลีน



          ช่วงบ่ายของวันที่ 10 ในที่สุดพวกเขาก็เดินทางมาถึงชายแดนของประเทศรอนลีนเสียที โดยต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าประเทศตามหมู่เกาะต่างๆ ที่เรียงอยู่ตามชายแดน ทว่าเพียงแค่โรแลนโชว์เหรียญตราของสมาคมพ่อค้าสีทองขึ้นมา พวกทหารก็ให้ผ่านเข้าไปได้อย่างง่ายดาย แถมยังให้การต้อนรับอย่างดีราวกับคนสำคัญของประเทศ

          อันที่จริงตามกำหนดการณ์ควรจะมาถึงที่นี่ตั้งแต่เช้าแล้ว แต่เพราะเกิดเหตุการณ์ที่โจรสลัดบุกจึงทำให้การเดินทางล่าช้ามาถึงตอนบ่ายเกือบเย็นแทน "โว้ว! สมกับเป็นประเทศแห่งท้องทะเลจริงๆ" เอิร์ธยืนเกาะขอบเรือมองดูพวกเรือตกปลาตามจุดต่างๆ ที่มีชาวประมงบนเรือกำลังหว่านแหลงน้ำ หรือไม่ก็มีชาวประมงบางคนกระโดดลงทะเลเพื่อหาสัตว์ทะเลจำพวกหอย หรือปูที่มักจะอยู่ตามพื้นทะเล

          โรแลนเดินเข้ามาหาเอิร์ธด้วยรอยยิ้ม "ยินดีต้อนรับสู่ประเทศแห่งท้องทะเลนะ เจ้าหนุ่ม" พร้อมกับกล่าวต้อนรับราวกับว่าตนเป็นเจ้าบ้านก็มิปาน

          เอิร์ธหันมายิ้มให้กับกัปตันเรือ "ผมต้องขอบคุณ คุณโรแลนมากเลยนะครับ ที่พาพวกเรามาส่งจนถึงที่นี่" เขากล่าวด้วยรอยยิ้มพลางก้มหัวขอบคุณคนตรงหน้า โรแลนเห็นดังนั้นจึงรีบกุลีกุจอพยุงร่างของชายหนุ่มให้เงยหน้าขึ้นมา

          "คนที่ควรขอบคุณไม่ใช่เจ้าหรอก ควรเป็นข้าซะมากกว่า ถ้าหากการเดินทางครั้งนี้ไม่มีเจ้าอยู่ล่ะก็ พวกข้าก็คงมาไม่ถึงที่แห่งนี้เป็นแน่แท้"

          "คุณโรแลนก็พูดเกินจริงไปครับ"

          โรแลนยิ้มเอ็นดูต่อท่าทางถ่อมตัวของชายหนุ่มตรงหน้า "ข้ามิได้พูดเกินจริงเลย ทุกคนบนเรือลำนี้ต่างก็ซาบซึ้งในพระคุณของเจ้าเป็นอย่างยิ่ง ยังไงซะข้าในฐานะกัปตันเรือ ขอเป็นตัวแทนของทุกคนบนเรือลำนี้... ขอบคุณเจ้ามากจริงๆ เอิร์ธ" สิ้นคำโรแลนผู้อวุโสกว่าพลันก้มศรีษะลงให้กับเอิร์ธ เล่นทำเอาเจ้าตัวถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว

          กาเดี้ยนหนุ่มรีบดันบ่าของอีกฝ่ายให้เงยหน้าขึ้นมา "คุณโรแลนเงยหน้าขึ้นมาเถอะครับ ผมเด็กกว่าคุณอีกนะครับ การถูกคนที่แก่กว่าก้มหัวให้นี่มันไม่งามนะครับ!" เมื่อโรแลนได้ยินดังนั้นก็หลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อย ก่อนจะยอมเงยหน้าขึ้นมาแต่โดยดี

          "ฮ่า ฮ่า ฮ่า การจะขอบคุณผู้มีพระคุณน่ะ มันไม่เกี่ยวข้องกับอายุหรอกนะ"

          "แต่ก็ขอบคุณเฉยๆ ก็ได้นี่ครับ!"

          เอิร์ธส่ายหน้าอย่างเอือมระอาต่อเสียงหัวเราะอันแสนอารมณ์ดีของโรแลน เมื่อเห็นท่าทางสุภาพของคนตรงหน้าแล้วก็ทำให้กัปตันเรือต้องยกยิ้มขึ้นกว้างกว่าเดิม พลางชวนชายหนุ่มคุยท่ามกลางสายลมของท้องทะเลที่พัดเข้าปะทะหน้า

          ใช้เวลาไม่นานนักเบื้องหน้าก็ได้เผยให้เห็นแผ่นดินขนาดใหญ่ห่างออกไปไม่ไกล โดยที่ชายฝั่งนั้นมีท่าเรือเรียงยาวไกลสุดลูกหูลูกตา และเมืองขนาดใหญ่มากถึงขนาดที่ว่าครอบคลุมชายฝั่งแถบนี้แทบทั้งหมด ภาพนั้นทำเอาเอิร์ธถึงกับมองเมืองตรงหน้าค้างเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

          "เป็นเมืองท่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาเลยแฮะ" เอิร์ธพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มขณะกำลังยืนมองเมืองท่าน้ำอยู่หน้าตัวเรือ ส่วนโรแลนนั้นก็กลับไปทำงานในส่วนของตนเองต่อ เพราะหลังจากไปถึงฝั่งแล้วเขาจะต้องมีงานมากมายก่ายกองเป็นแน่ ดังนั้นจึงต้องเตรียมตัวเอาไว้เสียก่อน

          "ประเทศรอนลีน ถึงแม้ว่าจะเป็นประเทศที่ตั้งอยู่บนทวีปกลางทะเลก็ตาม แต่ก็ถือได้ว่าเป็นประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่งของมวลมนุษยชาติเลยก็ว่าได้"

          ทันใดนั้นเองก็ได้มีเสียงเรียบเฉยอันแสนคุ้นเคยดังออกมาจากทางด้านหลัง ส่งให้ชายหนุ่มต้องเหล่ตามองก็พบกับหญิงสาวเรือนผมสีแดงสวมเสื้อผ้าสีดำรัดรูปก้าวเดินเข้ามายืนอยู่ด้านข้าง "อ่อ... มันขนาดนั้นเลยเหรอ?" เอิร์ธกอดอกเอ่ยถามกลับไปด้วยน้ำเสียงเนือยๆ ถึงกระนั้นคานาโกะก็มิได้สนใจยังคงจ้องมองเมืองตรงหน้าโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า

          เธอเริ่มเปิดปากอธิบายต่อ "ใช่ รอนลีนเป็นประเทศที่มีกำลังทหาร และยุทโธปกรณ์มากที่สุด นอกจากจะมีทหารบกที่แข็งแกร่งอย่างกองทัพอัศวินฟ้าครามแล้ว ยังมีกองทัพทะเลที่ติดตั้งปืนใหญ่เวทมนต์ในแต่ละลำอันทรงแสงยานุภาพที่สุดเอาไว้อีกด้วย" เมื่อสิ้นคำอธิบายแล้วหล่อนก็มิได้กล่าวอะไรเพิ่มเติมอีก ส่วนเอิร์ธนั้นถึงแม้ว่าจะทำเป็นไม่สนใจ แต่ก็ลอบจดจำเอาไว้ไปเขียนรายงานสำรวจในภายหลัง

          นัยตาสีน้ำเงินเข้มเหล่มองหญิงสาวข้างกาย "ว่าแต่ทำไมเธอถึงต้องมาบอกให้ฉันรู้ด้วยเนี่ย?" คานาโกะที่ได้ยินดังนั้นยังคงไม่ตอบในทันที หล่อนยกมือขาวขึ้นมาปัดเรือนผมสีแดงที่ปรกอยู่ตามใบหน้าออกไปก่อนจะตอบ

          "ก็นายมักจะชอบถามโน่นถามนี่ตลอดเลยนี่นา คงจะเอาไปทำรายงานส่งให้องค์กรกาเดี้ยนใช่มั้ยล่ะ"

          "อ... อืม... ก็ใช่อยู่... ว่าแต่เธอรู้ได้ยังไงน่ะ"

          "ไม่รู้สิ เดาเอาน่ะ"

          มันจะเดาได้แม่นเกินไปแล้วมั้ง...

          เรือสำเภาลำโตแล่นไปจอดเทียบท่าตรงท่าเรือหลวงที่มีผู้คน และทหารเดินกันให้ขวัก พวกเขาเริ่มทำการเกี่ยวตะขอเข้ากับข้างตัวเรือ ก่อนที่ลูกเรือของโรแลนจะยกบันได้ไม้มาพาดไว้ข้างตัวเรือ แล้วเริ่มทำการขนย้ายสินค้าลงจากตัวเรือเพื่อให้ทหารตรวจสอบ

          ในตอนนั้นเองโรแลนก็ได้เข้ามาทักเอิร์ธเมื่อเห็นว่าคานาโกะเริ่มเก็บสัมภาระของตนแล้ว "พวกเจ้าจะไปกันแล้วเหรอ?" กาเดี้ยนหนุ่มหันมายิ้มแห้งให้กับคำถามของคนตรงหน้า พลางยกมือของตนขึ้นมาเกาหัวด้วยความลำบากใจ

          "อ่า... ใช่แล้วครับ เป้าหมายของพวกเราก็คือการมาเยือนประเทศแห่งนี้ ยังไงก็คงต้องลากันตรงนี้แล้วล่ะครับ" เอิร์ธกล่าวด้วยรอยยิ้มแห้งๆ ทางด้านโรแลนนั้นก็ไม่ได้ว่าอะไร กลับกันเขาส่งยิ้มให้กับคนตรงหน้าด้วยแววตาซาบซึ่งในส่วนลึกของจิตใจ

          โรแลนพลันยกยิ้มขึ้น "เอาเถอะ... จากกันตรงนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้เจอกันตลอดไปซะหน่อย หากมีวาสนากันข้า กับเจ้าคงจะมีวันได้พบกันอีก" กล่าวจบเขาก็ตบบ่าอีกฝ่ายเบาๆ ส่งให้ชายหนุ่มสวมชุดสีดำสนิทต้องยกยิ้มขึ้นมากกว่าเดิมให้ดูมั่นใจในตัวเองให้มากที่สุด

          "นั่นสินะครับ! ถ้าได้เจอกันผมหวังว่าคุณโรแลนจะพาไปเที่ยวที่อื่นอีกนะครับ"

          "เรือข้าไม่ใช่เรือท่องเที่ยวนะเห้ย!"

          สิ้นคำหยอกล้อติดตลกทั้งสองก็พากันหัวเราะออกมาเล็กน้อย ประจบเหมาะกับคานาโกะที่เดินขึ้นมาจากบันไดพอดี "ไปกันได้แล้ว" ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรสาวเจ้าก็กล่าวเร่งชายหนุ่มที่กำลังยืนคุยกับกัปตันเรือด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ตามแบบฉบับของหล่อน ทำเอากาเดี้ยนหนุ่มถึงกับอ้าปากเก้อจากการหยุดหัวเราะอย่างกระทันหัน

          โรแลนเห็นเอิร์ธหุบยิ้มลงก็ยกยิ้มแห้งๆ "เอาน่าๆ ใจเย็นเข้าไว้เจ้าหนุ่ม ยังไงเจ้าก็ต้องร่วมทางกับแม่สาวคนนี้อีกนาน หลังจากนี้เจ้าก็ควรระงับอารมณ์ตัวเองไว้ก่อนเถอะนะ" เขาตบบ่าคนตรงหน้าที่กำลังทำสีหน้าหงุดหงิดพลางกล่าวให้อีกฝ่ายสงบสติลง

          กาเดี้ยนหนุ่มผ่อนลมหายใจของตนออกมา แล้วหันมากล่าวกับโรแลนด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ผมจะพยายามครับ" สิ้นคำชายหนุ่มก็ก้าวเดินตามแผ่นหลังบางของหญิงสาวเรือนผมสีแดงที่กำลังก้าวเดินลงบันไดข้างตัวเรือไป ท่ามกลางเสียงอำลาของลูกเรือของโรแลนแต่ละคนที่ส่งมาให้ทั้งสองเป็นระยะๆ

          ทาลอสชายร่างโตยื่นมือมาตบบ่าของเขาแรงๆ "คราวหน้าถ้าได้พบกันอีก ข้าขอประชันเหล้ากับเจ้าอีกรอบนะ เอิร์ธ!!!" สิ้นคำเจ้าตัวก็หัวเราะออกมาดังลั่น ทางด้านเอิร์ธที่ถูกทักก็คลี่ยิ้มก่อนจะหัวเราะออกมาเล็กน้อย

          "ได้เสมอเลยพวก"

          ทันใดนั้นลูกเรือคนอื่นก็เริ่มส่งเสียงดังมากขึ้น "ไม่แฟร์นี่หว่า! ข้าต้องได้ประชันเหล้ากับเอิร์ธด้วยสิ!" คานชายร่างโตอีกคนร้องขึ้นด้วยรอยยิ้มไม่ยินยอม ซึ่งนั่นเป็นตัวจุดประกายให้ลูกเรือคนอื่นๆ ส่งเสียงตะโกนออกมาเช่นเดียวกัน เนื่องจากคืนฉลองเมื่อคราวก่อนไม่มีใครสามารถยืนกระดกเหล้าแข่งกับเอิร์ธชนะได้เลยซักคน

          กาเดี้ยนหนุ่มพลันยกยิ้มขึ้น "คราวหน้าที่เจอกันก็รุมเข้ามาได้เลย!" คำกล่าวของเขายิ่งเรียกเสียงร้องของพวกลูกเรือขี้โหวกเหวกของโรแลนได้ไม่ยาก ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะดังลั่นไปทั่วลำเรือ เสียงโวยวายนั้นลามไปถึงประชาชน และทหารที่ยืนอยู่ข้างล่างชวนให้รู้สึกรำคาญหู

          ทางด้านคานาโกะที่กำลังยืนรออยู่ข้างล่างด้วยท่าทางเฉยชาอยู่นั้น ก็ได้มีช่อดอกกุหลาบช่อหนึ่งยื่นเข้ามาให้กับหล่อน หญิงสาวยังคงมีสีหน้าตายด้านเหลือบมองใบหน้าของพิพินที่อยู่ในระดับไหล่ตนกำลังยื่นช่อดอกไม้มาให้ด้วยสีหน้าเขินอายไม่อาจเก็บความรู้สึกในอกของตนเองได้อีกต่อไป

          รองกัปตันหนุ่มเริ่มเปิดปากอันสั่นเทา "ท... ท่านคานาโกะครับ!!! ผ... ผมพึ่งไปซื้อช่อดอกไม้นี้มา... ด... ได้โปรดตอบรับความรู้สึกของผมด้วยเถอะครับ!!!" ชายหนุ่มกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักพยายามรวบรวมความกล้าของตนตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังดังลั่น ไหนจะต้องจากลากันตรงนี้แล้วเขาก็ขอบอกความในใจของตนเองออกมาเลยละกัน!

          "ผมชอบคุณครับ! ได้โปรดรับความรักจากผมไว้ด้วยเถอะ!!!"

          "..."

          เสียงตะโกนเต็มไปด้วยความลนลานของพิพินดังลั่นทั่วท่าเรือ เรียกความสนใจจากเหล่าประชาชนโดยรอบได้เป็นอย่างดี "เอาแล้วๆ พิพินเอ๋ย..." โรแลนเดินมาเกาะขอบเรือมองเหตุการณ์ข้างล่างด้วยใจระทึก ไม่เพียงแค่เขาเท่านั้นที่มาดูเหตุการณ์ แต่ยังมีลูกเรือคนอื่นๆ รวมถึงเอิร์ธเดินมาเกาะขอบเรือมุงดูด้วยเช่นกัน

          การบอกรักในที่สาธารณะชนนั้นมันจะต้องรวบรวมความกล้ามากแค่ไหนก็ไม่อาจทราบได้ เอิร์ธไม่รู้หรอกนะว่าพิพินนั้นมันกล้า หรือบ้ากันแน่ แต่การมาบอกความในใจของตนเองด้วยเสียงดังลั่นขนาดนั้นกลางฝูงชนมันก็ทำให้เขารู้สึกยอมรับเจ้าหนุ่มนี่ไม่น้อยเลยทีเดียว

          หากเป็นหญิงสาวคนอื่นคงจะมีปฏิกิริยาอ่อนไหว หรือตกใจกันบ้างล่ะ เมื่อถูกสารภาพรักจากชายหนุ่มร่างเล็ก หน้าตาดีในระดับหนึ่งอย่างพิพิน...

          ...แต่คนที่ถูกสารภาพรักกลับเป็นคานาโกะเนี่ยสิ

          'ยอมใจเอ็งจริงๆ พิพิน แต่ขอไว้อาลัยให้ 3 วิว่ะ'

          คานาโกะยังคงสีหน้าเรียบเฉยต่อหน้าพิพินที่กำลังยื่นช่อดอกไม้ให้ด้วยใจระทึก พร้อมกับสีหน้าที่แดงก่ำเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเกินคำบรรยายต่อการสารภาพรักกับหญิงสาวที่ตนเองมีใจให้ครั้งแรกในชีวิต
 
          นักฆ่าสาวยังคงกอดอกตนเองพลางพ่นลมหายใจออกมา "หึ น่ารำคาญ" สิ้นคำหล่อนก็สะบัดหน้าเดินหนีไปหาที่ยืนอยู่เงียบๆ ตามแบบฉบับของตน

          ส่วนพิพินน่ะเหรอ...

          "อ... อ่ะ... อ่ะ..." 

          เริ่มร้องไห้แล้วเว้ยเห้ย!!!

          ช่อดอกไม้ในมือพลันล่วงหล่นพร้อมกับร่างอันไร้เรี่ยวแรงของรองกัปตันหนุ่มจะทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้น ก่อนจะหลั่งหยาดน้ำตาจากการถูกปฏิเสธรักแรกออกมาเต็มไปด้วยความขมขื่น "พิพิน!" โรแลนรีบวิ่งลงบันไดมาก่อนจะประคองร่างของพิพินไม่ให้ล้มลงไป ทันทีที่สัมผัสเขาก็พบว่าร่างของชายหนุ่มตรงหน้านั้นกำลังสั่นเทาราวกับจะแตกสลายไปได้ทุกเมื่อ

          พิพินเบนสายตามองโรแลนด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตา "ค... คุณโรแลนครับ... ช่วยบอกผมทีว่ามันไม่จริง..." โรแลนที่เห็นสีหน้าของรองกัปตันของตนก็ไม่รู้ว่าจะสงสาร หรือหัวเราะดี ในเมื่อทั้งน้ำตา น้ำมูก และน้ำลายมันไหลออกมาปะปนกันมั่วไปหมด

          "ทำใจเถอะนะพิพิน"

          เพราะข้าเคยผ่านมาก่อนแล้ว...

          เอิร์ธก้าวเดินลงบันไดตามลงมาขณะมองพิพินด้วยสายตาเวทนา 'นี่ล่ะน้า... ชีวิตวัยรุ่น แต่ตูก็วัยรุ่นนี่หว่า' เขาส่ายหน้าเล็กน้อยพลางเหล่มองแผ่นหลังของคานาโกะที่กำลังก้าวเดินห่างออกไป ก่อนจะตัดสินใจเดินไปตบบ่าของพิพินเบาๆ คล้ายให้กำลังใจ แล้วเดินจากมาตามแผ่นหลังของหญิงสาวเรือนผมสีแดงที่อยู่ไกลลิบตา

          กาเดี้ยนหนุ่มเร่งฝีเท้าของตนให้เดินตามนักฆ่าสาวเรือนผมสีแดงจนทัน "โหดร้ายจริงๆนะ เธอเนี่ย" เมื่อเข้ามาใกล้เขาก็เอ่ยขึ้นให้หล่อนได้ยิน คานาโกะได้ยินดังนั้นจึงตอบกลับไปโดยไม่หันมามอง

          "เพราะว่าฉันมีคนรักอยู่แล้ว การจะปฏิเสธผู้ชายคนอื่นที่มาบอกรักมันก็ไม่เห็นแปลก"

          "อย่างน้อยก็ช่วยปฏิเสธให้มันนุ่มนวลรักษาน้ำใจลูกผู้ชายให้สมกับเป็นผู้หญิงหน่อยไม่ได้รึไงฟะ"

          "ไร้สาระ"

          เอิร์ธลอบตบหน้าผากตัวเองด้วยความหนักใจพลางมองแผ่นหลังของคานาโกะที่ยังคงไม่หยุดเดิน "ยัยนี่... นิสัยแบบนี้มีแฟนได้ไงฟะ?" เขาส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินตามหลังของหญิงสาวต่อ ถึงแม้จะไม่ทราบว่าหล่อนจะพาไปที่ไหนก็ตามเถอะนะ

          ทั้งคู่เดินมาจนกระทั่งคานาโกะพามาหยุดอยู่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง เอิร์ธเองก็ลืมตัวไปเลยว่าตอนนี้มันเย็นแล้วเนื่องจากเหตุการณ์ที่ได้เห็นคนโดนปฏิเสธอย่างไม่ใยดียังคงติดตาอยู่ ไม่รอช้าคานาโกะก็ได้เดินเข้าไปเช็คอินห้องพักสองห้องโดยไม่สอบถามความเห็นว่าเอิร์ธต้องการจะพักในโรงแรมนี้หรือไม่

          คานาโกะเดินมาหาเอิร์ธที่กำลังนั่งรออยู่บนโต๊ะไม่ไกลจากเคาเตอร์โรงแรม "วันพรุ่งนี้พวกเราจะไปติดต่อกับเจ้าเมืองแห่งนี้ให้พวกเขาส่งข่าวไปหากษัตริย์แห่งรอนลีนว่าพวกเราจะขอเข้าพบ" หญิงสาวแจ้งกำหนดการณ์ให้ชายหนุ่มฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉย เอิร์ธได้ยินดังนั้นจึงขมวดคิ้วพร้อมกับซักถามด้วยความสงสัย

          "ทำไมเราถึงไม่เดินทางไปที่เมืองหลวงเลยล่ะ?"

          คานาโกะได้ยินดังนั้นก็ตอบกลับมา "ตอนนี้เราไม่ได้อยู่ที่ประเทศซัคซัสนะ แต่ตอนนี้เราอยู่ที่ประเทศรอนลีน การกระทำอะไรต่างๆ ก็ควรระวังเพื่อไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกันระหว่างสองประเทศ เหมือนกับพวกเราเป็นทูตนั่นแหละ" คำเอ่ยของหญิงสาวพลอยทำให้เขาต้องครุ่นคิดไปด้วย สามัญสำนึกระหว่างคนบนดาวดวงนี้ และคนในกาเดี้ยนมันช่างแตกต่างกันจริงๆ พวกเขาสามารถเดินทางไปประเทศไหน หรือดาวดวงไหนก็ได้ขอแค่มีบัตรยืนยันตัวตนให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบก็เพียงพอแล้ว

          ถ้าหากดาวดวงนี้อยู่ในเครือขององค์กรล่ะก็ เพียงแค่เขาผ่านเขตชายแดนของประเทศรอนลีนก็สามารถเดินทางไปที่ไหนก็ได้ตามที่กฎหมายกำหนด อันเนื่องจากเทคโนโลยีอันล้ำสมัยขององค์กรที่สามารถตรวจจับได้ว่าคนๆนั้นกำลังทำอะไร และอยู่ที่ใด

           ยกเว้นเอิร์ธคนเดียวที่อยู่บนดาวที่ห่างจากฐานข้อมูลขององค์กรไม่รู้กี่ปีแสงน่ะนะ...

          ทันใดนั้นคานาโกะก็ได้ยื่นมือมาตรงหน้าของเอิร์ธที่กำลังนั่งครุ่นคิดอยู่ "อะไร?" ชายหนุ่มเหล่ตามองฝ่ามือขาวของหญิงสาวด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายพลางเอ่ยถามออกไปสั้นๆ

          "ถุงนอน"

          สั้นๆ ได้ใจความ

          เอิร์ธเกาหัวตัวเองเบาๆ พร้อมกับควักถุงนอนสีเขียวที่ถูกม้วนออกมาส่งให้แก่คานาโกะคล้ายตัดรำคาญ เมื่อได้รับสิ่งที่ตนเองต้องการมาแล้วหญิงสาวก็วางกุญแจลงบนโต๊ะ ก่อนจะสะบัดก้นเดินขึ้นบันไดโรงแรมไป ราวกับว่าหากเขาไม่ส่งถุงนอนไปให้หล่อน เขาก็คงไม่ได้ที่ซุกหัวนอนเป็นแน่แท้

          'จะว่าไปเรายังไม่มีเงินของดาวดวงนี้ติดตัวซักแดงเดียวเลยนี่หว่า...' เอิร์ธคิดด้วยความรู้สึกลำบากใจพลางคว้ากุญแจบนโต๊ะขึ้นมาถือให้เบามือมากที่สุด หากเขาเผลอออกแรงบีบกุญแจในมือแม้แต่น้อยล่ะก็ รับรองว่ามันคงได้เละคามือจนใช้การไม่ได้เป็นแน่แท้

          ชายหนุ่มเดินขึ้นไปไขประตูห้องพักของตนตามที่พนักงานได้บอกไว้ เนื่องจากหมายเลขห้องที่ติดอยู่ตรงกุญแจนั้นเขาอ่านไม่ออก ถึงแม้ว่าจะมีระบบช่วยแปลภาษาก็ตาม แต่มันจะแปลเพียงแค่ภาษาพูดเท่านั้น ไม่ได้แปลภาษาเขียน สาเหตุที่ระบบเป็นเช่นนั้นก็เพื่อต้องการให้เหล่ากาเดี้ยนได้เรียนรู้ภาษาของดาวดวงนั้นๆ 

          เมื่อเข้าไปแล้วเขาก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย "เหอะๆ หรูหราสมกับเป็นห้องพักของดาวดวงนี้" พร้อมกับกล่าวประชดประชันออกมาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายกับสภาพห้องที่เป็นเพียงห้องเล็กๆ มีเพียงแค่เตียงที่ถูกปูด้วยฟางแห้งทับด้วยขนสัตว์ ส่วนหมอนก็เป็นเศษผ้ายัดหญ้าแห้งเท่านั้น นอกจากเตียงตัวเดียวแล้วก็ไม่มีอะไรอีกเลยนอกจากหน้าต่างหนึ่งบานเปิดเผยให้เห็นทัศนวิสัยของเมือง เขาว่านะหน้าต่างนี่คงทำมาเอาไว้ป้องกันคนที่มาพักกลายเป็นบ้าแน่ๆ ก็เล่นทำห้องออกมาได้น่าอยู่เหมือนคุกซะขนาดนี้

          "เฮ้อ... นี่สินะ ความศิวิลัยของยุคกลางน่ะ"

          เจ้าตัวบ่นออกมาเล็กน้อยถึงกระนั้นเขาก็ยอมเดินไปนั่งบนเตียงแต่โดยดี ทันทีที่สัมผัสเขาก็รู้สึกได้ถึงความสากของหนังสัตว์ และความหยาบของหญ้าแห้งที่อยู่ใต้หนังสัตว์ ความศิวิลัยที่ว่านี้เล่นทำเอากาเดี้ยนหนุ่มรู้สึกหนักใจเลยทีเดียว ตอนแรกที่คิดจะลองนอนดูเปลี่ยนเป็นการควักถุงนอนขึ้นมาปูเสียอย่างงั้น

          "เวรเอ้ย... สมกับเป็นโรงแรมราคาถูก"

          ระหว่างปูที่นอนก็บ่นไปด้วยราวกับคนแก่ไม่มีผิด ทว่าทันใดนั้นเองก็ได้มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นที่หน้าห้องของเขา เอิร์ธที่ยังปูที่นอนไม่เสร็จดีก็ปล่อยให้มันรกอยู่เช่นนั้น ก่อนจะหันหลังเดินไปเปิดประตู "มีอะไร?" เขาเอ่ยถามหญิงสาวเรือนผมสีแดงเบื้องหน้าผู้มีสีหน้าตายด้านด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

          คานาโกะผู้ถูกถามด้วยน้ำเสียงไม่รับแขกจากคนตรงหน้าก็ไม่ได้มีปฎิกิริยา หรือความไม่พอใจแต่อย่างใด "กินข้าว" หล่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์คล้ายเอิร์ธแต่ไม่เหมือนกัน น้ำเสียงของชายหนุ่มนั้นแฝงความไม่พอใจออกมา ส่วนของหญิงสาวนั้นไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ

          "อ่า... เข้าใจแล้ว" เอิร์ธยกมือเกาหัวกล่าวตัดรำคาญพลางเหล่มองถุงนอนบนเตียงที่ยังปูไม่เสร็จ 'ไว้ค่อยมาทำต่อทีหลังละกัน' คิดได้ดังนั้นเขาจึงก้าวออกมาจากห้องก่อนจะใช้กุญแจในมือล็อคห้องของตนเองให้เรียบร้อย แล้วเดินตามคานาโกะที่กำลังเดินห่างออกไปโดยไม่มีท่าทีจะรอแต่อย่างใด

          ระหว่างเดินไปตามถนนที่มีผู้คนเดินไปมา เอิร์ธก็ลอบสังเกตุผู้คนโดยรอบพร้อมกับสงสัยไปด้วยว่า เพราะเหตุใดคนในประเทศรอนลีนถึงได้พูดภาษาไม่ต่างจากภาษาในประเทศซัคซัสมากนัก ต่างกันแค่สำเนียงที่ต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น 

          'หรือว่า... นี่จะเป็นภาษากลางของพวกมนุษย์บนดาวดวงนี้กันนะ? ภาษาที่ไม่ได้ต่างกันตามประเทศ แต่ต่างกันตามแต่ละเผ่าพันธุ์ ถ้าเดาไม่ผิดดูเหมือนบนดาวดวงนี้จะมีเผ่าพันธุ์ที่ค่อนข้างหลากหลายพอสมควร'

          ชายหนุ่มลอบตั้งข้อสันนิฐานไว้ในใจอย่างเงียบๆ ไอครั้นพอจะลองถามหญิงสาวเรือนผมสีแดงที่เดินอยู่ข้างหน้าก็ไม่กล้า ไม่รู้เป็นเพราะเหตุอันใดทั้งที่เวลาตนมีข้อสงสัยก็มักจะถามหล่อนอยู่ตลอดแท้ๆ ดังนั้นตนจึงตั้งใจจะสังเกตด้วยตัวเองหากได้พบปะกับมนุษย์จากประเทศอื่น หรือเผ่าพันธุ์อื่นๆ

          คานาโกะลอบมองปฎิกิริยาของเอิร์ธที่เงียบลงผิดปกติแต่ก็ไม่ได้คิดจะใส่ใจอะไร เธอเดินนำจนกระทั่งมายืนหยุดอยู่หน้าภัตราคารอาหารทะเลแห่งหนึ่ง โดยไม่รอช้าหล่อนได้ก้าวเดินเข้าไปข้างในพร้อมกับจัดการสั่งห้อง VIP ทันที ซึ่งนั่นทำให้เอิร์ธสงสัยว่าเจ้าหล่อนไปเก็บกดมาจากไหน หากได้เข้าพักในเมืองทีไรเป็นอันต้องเข้าไปกินร้านอาหารหรูอยู่ตลอดแทบทุกครั้ง

          เมื่อพนักงานรับรู้ว่ามีคนกระเป๋าหนักมาเยือนก็ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี พร้อมกับมีพนักงานคอยนำทางขึ้นไปยังชั้นบนสุดอันเป็นห้องระดับ VIP พอมาถึงทั้งสองก็พบว่าห้องทานอาหารของพวกเขานั้นเป็นห้องกว้างห้องหนึ่งที่มีโต๊ะทรงกรมขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลางล้อมรอบด้วยเก้าอี้นับสิบตัว ผนังทั้งสองด้านถูกสลักด้วยไม้เป็นรูปท้องทะเลอันบ้าคลั่ง ส่วนผนังตรงข้ามกับทั้งสองก็เป็นผนังกระจกเผยให้เห็นเมืองที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา

          "โว้ว! สุดยอด" เอิร์ธร้องออกมาด้วยความตระการตาพร้อมกับเดินไปหยุดยืนหน้าผนังกระจก มองเมืองเบื้องล่างที่กว้างสุดลูกตากำลังส่องแสงยามค่ำด้วยตะเกียงเวทมนต์ และคบเพลิงที่ติดตั้งตามจุดต่างๆด้วยแววตาเป็นประกาย

          คานาโกะมิได้ให้ความสนใจต่อท่าทางของบุรุษหนุ่มก็เดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ พร้อมกับสั่งอาหารในเมนูทั้งหมดโดยไม่ใส่ใจต่อสีหน้ามึนงงของพนักงานรับออเดอร์ พอย้ำอีกครั้งพนักงานคนดังกล่าวจึงยอมเดินออกไปด้วยความกลุ้มใจ

          เอิร์ธที่สำรวจสภาพเมืองจากทางมุมสูงพร้อมกับถ่ายภาพเก็บไว้เรียบร้อยแล้ว เขาก็เดินกลับมานั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับคานาโกะด้วยท่าทีนิ่งเงียบเช่นเดิม ต่างจากเมื่อซักครู่ที่มีท่าทางราวกับเด็กน้อยลิบลับ ทั้งสองนิ่งเงียบไม่พูดอะไรชายหนุ่มจึงเปิดหน้าจอโฮโลแกรมขึ้นมาเช็คคลายความหงุดหงิดในใจ ส่วนหญิงสาวก็ตรวจเช็คอาวุธลับภายในร่างกายแทบทุกส่วนว่ามีครบหรือไม่

          จนกระทั่งพนักงานได้ลำเลียงอาหารเข้ามาด้วยสีหน้าลำบากใจ ระหว่างวางอาหารลงบนโต๊ะพวกเขาก็ลอบบ่นออกมาเล็กน้อยด้วย ถึงกระนั้นคานาโกะที่ได้ยินก็ไม่ได้ให้ความสนใจอะไร หล่อนรอจนกระทั่งอาหารทั้งหมดถูกลำเลียงมาวางไว้บนโต๊ะจนเต็มจึงค่อยเริ่มทาน พร้อมกับเอิร์ธที่เริ่มทานเช่นเดียวกัน

          การรับประทานอาหารเย็นครั้งนี้ต่างไปจากทุกครั้ง เอิร์ธที่มักจะชอบชวนคุยจ้อ และคอยแย่งอาหารของคานาโกะอยู่ตลอดกลับนิ่งเงียบเป็นเป่าสาก แต่หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในห้องก็มิได้ให้ความสนใจอะไร ดีซะอีกที่ตนเองจะได้รับประทานอาหารอย่างสงบๆ บ้าง

          บรรยากาศของทั้งสองที่แผ่ออกมานั้นทำให้พนักงานที่คอยให้บริการภายในห้องรู้สึก... อึดอัด

          และยิ่งต่างไปอีกนั่นก็คือมื้ออาหารในครั้งจบลงในชุดอาหารเพียงชุดเดียว ไม่มีการสั่งชุดอาหารเพิ่มอย่างที่แล้วๆมา อันเนื่องมาจากเอิร์ธที่ดูเหมือนจะทานน้อยลงผิดปกติ ก่อนที่ทั้งสองจะจ่ายเงินค่าอาหาร แล้วเดินกลับไปนอนพักยังโรงแรมที่พวกเขาได้ทำการเช่าไว้ โดยไม่มีอีเว้นท์แปลกประหลาดเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย

          แต่ทว่า... ณ อีกด้านหนึ่ง ชายหนุ่มผู้ถูกปฎิเสธรักกำลังขยำ และฉีกกระชากดอกกุหลาบสิบกว่าดอกที่ก้านเต็มไปด้วยหนามด้วยมือเปล่า ส่งผลให้ฝ่ามือของเขานั้นชุ่มโชกไปด้วยเลือดของตนเอง ถึงกระนั้นมันก็ไม่อาจหยุดความบ้าคลั่งได้เลยแม้แต่น้อย

          "ทำไม! ทำไม! ทำไม!!! ว้ากกกกกกกก!!!" เขาตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงบ้าคลั่งดังสะท้อนไปทั่วใต้เรือ ถึงแม้ว่าจะมีลูกเรือบางคนที่ได้ยินก็ตาม แต่พวกเขาก็ปิดหูปิดตาไม่สนใจเสียอย่างนั้น เพราะไม่กล้าเข้าใกล้ชายหนุ่มผิวสีแทนที่กำลังคลั่งจากการถูกปฎิเสธรักแรก

          ทันใดนั้นแววตาอันเต็มเปี่ยมไปด้วยแววโทสะพลันนิ่งค้างหวนนึกถึงชายหนุ่มชุดดำผู้มีรูปโฉมอันหล่อเหลา พร้อมกับรอยยิ้มกวนประสาทประดับอยู่บนใบหน้า "เป็นเพราะมัน... เป็นเพราะมัน!!! เอิร์ธ!!! เป็นเพราะแก!!!" ชายหนุ่มคำรามกู่ก้องสุดเสียงจนเสียงแหบแห้ง มือทั้งสองข้างที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดพลันกำหมัดแน่นทุบลงบนพื้นไม้สุดแรงจนเจ้าตัวรู้สึกเจ็บปวด แต่ถึงกระนั้นมันก็ไม่ได้ลดทอนความโกรธแค้นของเขาลงได้เลยแม้แต่น้อย

          "ต้อง... ฆ่า!!!"

 

___________________________________________________________________________________________

     เปิดตัวหนุ่มยัน :3 ขออภัยที่หายไปนานครับ เนื่องจากภาระทางบ้าน และงานที่ท่วมหัวจึงทำให้ผมไม่มีเวลาว่างมากนัก แต่ตอนนี้น่าจะพอเขียนได้แล้ว ยังไงผมก็จะพยายามหาเวลามาเขียนให้ได้นะครับ หากผิดพลาดประการใด หรือไม่พอใจต่อผลงานของผมก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ (ノ ̄ω ̄)ノ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

282 ความคิดเห็น

  1. #236 LkLuciFer (@LkLuciFer) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 23:03
    ที่จิงตอนที่แล้วน่าจะจับหัวหน้าโจรเข้าคุกแล้วมันก็หลุดมาได้เพราะเส้นสายมาฆ่าล้างแค้นเรือของพิพินไอพระเอก?มันจะได้คิดได้ว่าเป็นอัตรายยังไง
    #236
    0
  2. #197 kamisamahestia00 (@kamisamahestia00) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 16:13
    กูว่ามันต้องกลายเป็นดาร์คไซด์มาหาเอิร์ธชิมิ
    #197
    1
    • #197-1 Angel war (@asdfghjkl12) (จากตอนที่ 20)
      9 เมษายน 2561 / 18:37
      ก็ไม่รู้สิน้า~
      #197-1
  3. #183 0625506099 (@0625506099) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 14:25
    รำคาญคานาโกะ กับ-พิพิน
    #183
    0
  4. #167 Angles Of Love (@nawarat5500) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 09:21
    ในที่สุดก็อัพซะทีรอมาเนิ่นนาน สนุกมากค่ะ ทั้งสองคนนี้นับวันยิ่งเหินห่างกันไปทุกทีแล้วนะ แต่พิพินเนี่ยเกินเยียวยาแล้วมั้งนั่น
    #167
    0
  5. #166 FUS RO DAH (@chainpotha) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 22:42
    พิพินคิด วิเคราะห์ แยกแยะก่อนลูก ความรักบังตาจนรนหาที่ตายเลยเรอะ คนตายไม่ใช่เอิร์ธหรอก แต่เป็นเอ็งนั่นแหละ!
    #166
    0
  6. #164 Mr_EarthQuake (@Mr_EarthQuake) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 17:56
    สนุกมาก
    #164
    0
  7. วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 11:37
    หาที่ตายสิน่ะ เล่นกับใครไม่เล่น ตายซะเลยสิ
    #163
    0
  8. #162 Gardena (@Gardena) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 11:27
    ขอบคุณค่ะ
    #162
    0