THE GUARDIAN I ผู้พิทักษ์ป่วนต่างโลก

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1 ดวงดาวที่ไม่รู้จัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,138
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 228 ครั้ง
    13 ส.ค. 61

THE GUARDIAN I  ผู้พิทักษ์ป่วนต่างโลก
ตอนที่ 1 ดวงดาวที่ไม่รู้จัก






          "อ... อึก" เสียงครางเบาๆดังลอดออกมาจากซากยานที่อยู่ตรงก้นหลุมลึก ก่อนจะมีร่างของบุรุษชุดดำโผล่พ้นออกมาจากกองซากยาน แขนทั้งสองข้างตะเกียกตะกายคลานออกมาข้างนอก ก่อนจะพลิกกายนอนแผ่หลาด้วยความรู้สึกปวดหัว

          "อึก... นี่มันเรื่องเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นฟะ..." เอิร์ธที่มีอาการสะลึมสะลืออดบ่นออกมาไม่ได้เมื่อเจอกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันติดต่อกัน ทั้งโดนพวก Darkside โจมตี แถมยังเปิดประตูวาร์ปมาตกลงบนดาวดวงไหนก็ไม่รู้ 

          รู้สึกว่าวันนี้คงจะไม่ใช่วันของเขาเป็นแน่แท้...

          "แต่จะว่าไป... ทำไมรู้สึกว่าร่างกายมันเบาๆนะ?" ชายหนุ่มยันกายลุกขึ้นมาแล้วก็ต้องเกิดความสงสัย เมื่อร่างกายของเขากลับรู้สึกเบาหวิวอย่างน่าประหลาด สายตากวาดมองสำรวจไปรอบๆก็พบว่าตัวเองอยู่ตรงก้นหลุมลึกอันเป็นผลจากยานตก

          "ไหนๆ ก็ไหนๆละ ขอลองดูหน่อยละกัน ฮึบ!" เอิร์ธตัดสินใจย่อกายสปริงข้อเท้ากระโดดขึ้นไป แค่ออกแรงกระโดดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ร่างของเขาก็ลอยหวือขึ้นมาเหยียบบนปากหลุมได้ในทีเดียว หนำซ้ำพื้นดินที่เขาเหยียบยังยุบลงไปอีกต่างหาก

          "โว้ว~ ถ้าให้เดานะ ดาวดวงนี้จะต้องมีแรงโน้มถ่วง และชั้นบรรยากาศที่น้อยมากแน่ๆ แต่ก็อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ในระบบสุริยะอย่างเหมาะสมก็เลยทำให้ดาวดวงนี้มีสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์สินะ" ชายหนุ่มว่าพลางมองสำรวจไปโดยรอบ ตอนนี้รอบกายเขาเต็มไปด้วยผืนหญ้ากว้าง และเมื่อหันหลังไปก็จะพบกับป่าทึบ บ่งบอกได้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของดาวดวงนี้ได้เป็นอย่างดี

          "ด้วยสภาพแวดล้อมแบบนี้มันจะต้องมีสิ่งมีชีวิตที่มีอารยธรรมแน่ๆ" เอิร์ธเดินสำรวจรอบๆ ทั้งหยิบจับใบหญ้า สำรวจรอบชายป่า หรือสูดอากาศเข้าเต็มปอด แต่ที่น่าผิดหวังก็คือดาวดวงนี้มันอ่อนแอเกินไป ทั้งพื้นดินที่พอเขาออกแรงเหยียบก็ยุบลงไป หรืออากาศที่พอสูดเข้าไปก็เริ่มเบาบาง ซึ่งไอดาวลักษณะพื้นฐานแบบนี้มักจะถูกพวก Darkside กลืนกินได้อย่างง่ายดายเลยล่ะ

          เอิร์ธยักไหล่ก่อนจะยกข้อมือที่สวมกำไลสีเงินขึ้นมา ก่อนจะปรากฏหน้าต่างโฮโลแกรมฉายขึ้นตรงหน้าของเขา ชายหนุ่มเลือกฟังชั่นติดต่อกลับไปยังองค์กร แต่เขาก็ต้องแปลกใจเมื่อสัญญาณมันกลับไม่มีซะอย่างงั้น "เห้ยๆ ไม่ตลกนะเฟ้ย! หรือว่าองค์กรยังไม่เคยมาสำรวจในระบบสุริยะนี่เหรอฟะ!?" กาเดี้ยนหนุ่มพูดออกมาด้วยอาการร้อนรนพลางเปิดใช้ข้อมูลดวงดาวก็ไม่พบว่าดาวดวงนี้มันอยู่ในฐานข้อมูลขององค์กรเลย

          "ไอเวรเอ้ย... นี่ตูมาตกลงในดาวที่องค์กรตกสำรวจเหรอฟะ" เอิร์ธพูดออกมาอย่างสิ้นหวัง ทิ้งร่างลงคุกเข่ากระแทกพื้นจนร้าว แล้วทุบหมัดทั้งสองข้างลงบนพื้นด้วยความเจ็บใจ

     ตู้ม!

          แต่ทว่าด้วยพื้นผิวอันเปราะบางจึงทำให้แรงหมัดทั้งสองข้างของเขากระแทกกับพื้นดินจนแตกระแหง ก้อนดินพลันยกตัวสูงขึ้นมา "อ้าวเวร..." กาเดี้ยนหนุ่มถึงกับต้องสบถเมื่อพลั้งเผลอทำลายธรรมชาติโดยไม่ได้ตั้งใจ เอิร์ธยันกายลุกขึ้นมาทำการปัดฝุ่นตามตัว ก่อนจะตัดสินใจออกสำรวจดาวดวงนี้ด้วยตัวของเขาเอง

          "เอาเถอะ... เดี๋ยวองค์กรก็ต้องออกตามหาตัวเราอย่างแน่นอน ที่เหลือก็แค่รอให้พวกเขามาค้นหาในระบบสุริยะที่ไม่เคยมาสำรวจน่ะนะ" กาเดี้ยนหนุ่มพูดปลอบใจตนเองก่อนจะหันหลังกลับไปไว้อาลัยให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ล่วงลับในซากยานตรงก้นหลุม 3 วินาที

          แต่แล้วเอิร์ธก็ต้องประหลาดใจเมื่อตนได้ยินเสียงย่ำเท้าของคนหลายคนกำลังตรงมาทางนี้ เขาจึงรีบหันศรีษะกลับไปที่ทุ่งหญ้า สุดสายตาเขาก็พบกับกลุ่มคนจำนวนมากในชุดเกราะเหล็กทั้งตัวกำลังเคลื่อนพลมาทางนี้ คล้ายกับกองทหารไม่มีผิด

          "เห้ย... เอาจริงดิ นั่นมันมนุษย์ไม่ใช่เหรอนั่น!?" กาเดี้ยนหนุ่มร้องออกมาอย่างแปลกใจเมื่อพบว่าเผ่าพันธ์มนุษย์ที่หาได้ยากเย็นเป็นอย่างมากในจักรวาลนั่นจะอยู่ในดาวดวงนี้ด้วย นอกจากดาวโลกที่มีประชากรมนุษย์มากที่สุดแล้ว ยังมีดาวแค่เพียง 3-4 ดวง ที่มีสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายคลึงกับมนุษย์ พวกนิวฮิวแมนเองก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน

          แต่ที่เขาเห็นนั้นมันเป็นมนุษย์ชัดๆ กลุ่มคนตรงหน้าเหมือนกับทหารยุคกลางในประวัติศาสตร์โลกไม่มีผิด ที่สำคัญกองทหารมันกำลังมุ่งมาทางนี้อยู่ไม่ใช่เรอะ

          "ไม่ทันไรก็มาเจอเรื่องยุ่งยากซะแล้วสิ" เอิร์ธเกาหัวตัวเองพลางบ่นออกมา ถ้าให้กะจากสายตากองทหารตรงหน้าเขานั้นมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 500 แน่ๆ แถมแต่ละคนกำลังเดินมาทางนี้ด้วยสีหน้าเคร่งขรึมอีกด้วย

          ด้วยความที่ว่ามีลักษณะเป็นมนุษย์เหมือนกัน การแสดงออกท่าทางให้เกิดความหมายก็ต้องเหมือนกันอย่างแน่นอน เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกาเดี้ยนหนุ่มจึงยกมือทั้งสองข้างขึ้นพลางส่งยิ้มแห้งๆให้กับกองทหารที่กำลังมุ่งมาทางนี้

          กองทหารหยุดการเคลื่อนพลลงเมื่อคนที่ดูเหมือนน่าจะเป็นหัวหน้าได้ส่งสัญญาณออกมาเป็นคำพูดที่เขาไม่รู้จัก "เปิดใช้ระบบแปลภาษา" เอิร์ธหันไปกล่าวกับอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่ในข้อมือ หน้าต่างโฮโลแกรมแสดงขึ้นมาก่อนที่หน้าจอจะปรากฏตัวเลขว่า 1%

          คนที่เหมือนจะเป็นหัวหน้าในชุดเกราะเหล็ก พร้อมกับผ้าคลุมที่โบกสะบัดอยู่ข้างหลังได้ควบม้าเข้ามาหาเอิร์ธที่ยังคงยกมือค้างไว้อยู่ พร้อมกับทหารคุ้มกันอีก 6 คนที่ควบม้าตามมา "$@#!#^$!*&@!#(*&#&$#%&!^@#*^*@$!" คนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าพูดกับเขาด้วยภาษาที่เขาไม่รู้จักและไม่มีอยู่ในฐานข้อมูล หัวหน้าทหารคนนั้นยังคงพูดต่อไปพลางชี้นิ้วไปยังหลุมที่อยู่ข้างหลังของกาเดี้ยนหนุ่มด้วยสีหน้าสงสัย

          'ถ้าให้เดาคงกำลังสอบถามเราเรื่องของหลุมจากยานตกที่อยู่ข้างหลังเราแน่เลย' เอิร์ธคิดถึงความเปิดไปได้พลางเหล่มองหน้าต่างโฮโลแกรมที่ขึ้นตัวเลขว่า 27% ชายหนุ่มมุ่ยหน้าก่อนจะตัดสินใจพูดออกไปด้วยประโยคทักทายง่ายๆ

          "เอ่อ... สวัสดี ฉันมาดีนะ" พูดจบคนที่เป็นหัวหน้าก็ทำสีหน้าแปลกใจระคนสงสัย แล้วกล่าวออกมาพร้อมกับชี้นิ้วใส่เขา "ชี้นิ้วใส่คนอื่นมันไม่สุภาพนะครับ" กาเดี้ยนหนุ่มพูดติดตลกพลางจับตาดูท่าทางของกลุ่มคนตรงหน้าอย่างระมัดระวัง ในตอนนี้เขาต้องการให้กลุ่มทหารพวกนี้พูดออกมาให้มากที่สุดเพื่อที่จะได้ให้ระบบแปลภาษาประมวลผลภาษาให้สามารถแปลออกมาเป็นความหมายได้

          "เปิดระบบตรวจสอบสแกนระดับพลัง" กาเดี้ยนหนุ่มพูดกับหน้าต่างโฮโลแกรมด้วยเสียงอันเบาหวิว ปรากฏหน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าขนาดเล็กที่ดวงตาข้างซ้ายของเขา ก่อนที่เขาจะหันไปมองทหารที่อยู่ข้างกายหัวหน้าทหาร


เผ่าพันธ์ : ???
พลังพื้นฐาน : 18


          "เห้ยๆ พลังต่ำกว่าระดับมาตรฐานอีกนะ พอๆกับเด็กธรรมดาเลยนะนั่น" ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยความรู้สึกที่ยากจะเชื่อ ก่อนจะหันไปตรวจสอบคนที่คาดว่าจะเป็นหัวหน้าในชุดเกราะสวมผ้าคลุมเต็มยศ


เผ่าพันธ์ : ???
พลังพื้นฐาน : 24


          "นี่กำลังล้อกันเล่นใช่ไหม จะบอกว่ามนุษย์ในดาวดวงนี้จะแข็งแรงพอๆกับเด็กธรรมดาเนี่ยนะ?" เมื่อเห็นพลังของคนที่เป็นหัวหน้าซึ่งน่าจะเก่งที่สุดเขาก็ถึงกับต้องรู้สึกสิ้นหวัง แต่ด้วยสภาพของดาวดวงนี้มันก็ไม่น่าแปลกใจซักเท่าไหร่

          ระบบตรวจสอบสแกนพลัง คือ ระบบที่ติดมากับกาเดี้ยนทุกคน สามารถใช้ตรวจสอบค่าพลังพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตในดาวแต่ละดวงโดยการประมวลผลอ้างอิงจากมวลร่างกาย อุปกรณ์สวมใส่ และพลังที่เวทแฝงอยู่ในร่างกาย แต่ไม่สามารถตรวจสอบกาเดี้ยนด้วยกันเองได้ เพื่อปิดบังความเป็นส่วนตัวของกาเดี้ยนคนนั้น โดยจะแสดงพลังจากสเตตัสสูงสุดของสิ่งมีชีวิตตนนั้นออกมาเป็นตัวเลขพลังพื้นฐาน ซึ่งสามารถตรวจสอบให้ละเอียดมากกว่านี้ได้อีก แต่ดูจากระดับพลังพื้นฐานแล้ว... เอิร์ธไม่กล้าจะตรวจสอบสเตตัสอีกฝ่ายให้ละเอียดเลย

          โดยพื้นฐานแล้วมนุษย์ธรรมดาที่อาศัยอยู่ในโลก หรือบนยานจะมีพลังพื้นฐานอยู่ที่ 40 ขึ้นไป ส่วนเด็กตั้งแต่อายุ 6 - 15 ปี จะมีพลังพื้นฐานตั้งแต่ 10 - 30 แต่ทว่ามนุษย์ในดาวดวงนี้คาดว่าจะมีพลังพื้นฐานอยู่ที่ 5 - 30 แถมไม่พอยังเป็นถึงทหารที่น่าจะฝึกฝนร่างกายมาอย่างหนักกลับมีพลังพื้นฐานพอๆกับเด็กวัยรุ่นธรรมดาเนี่ยนะ

          เทียบกับเขาแล้วที่มีสเตตัสสูงสุด เป็นพลังพื้นฐานอยู่ที่ 1921 แค่ดีดนิ้วใส่ต่อให้เป็นทหารที่ใส่ชุดเกราะเต็มยศก็ตายได้แล้วมั้งนั่น แต่ยังไงเขาก็ไม่อยากมีปัญหากับมนุษย์ด้วยกันเอง จึงยังคงส่งยิ้มแห้งๆยกมือทั้งสองข้างขึ้นให้กลุ่มทหารตรงหน้าเห็นต่อไป

          ส่วนตรงเผ่าพันธ์ที่มีสัญลักษณ์ '???' นั้นเป็นเพราะว่าสิ่งมีชีวิตบนดาวดวงนี้ยังไม่ได้ถูกองค์กรตั้งชื่อเผ่าพันธ์อย่างเป็นทางการนั่นเอง ต่อให้เอิร์ธจะบอกว่าอีกฝ่ายเป็นมนุษย์ แต่ข้อมูลตรงส่วนนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนไปหากยังไม่ผ่านการอนุมัติจากองค์กร

          ระบบแปลภาษา : 82%

          ไอระบบนี่มันก็ประมวลผลช้าจริง! เขาเหล่มองไปยังกลุ่มทหารตรงหน้าที่กำลังจับกลุ่มปรึกษากันอยู่ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องดีเพราะระบบแปลภาษาสามารถใช้คำพูดจากพวกเขาที่กำลังคุยกันอยู่มาประมวลผลได้ 

          แต่ทว่าเขาก็ต้องประหลาดใจเมื่ออีกฝ่ายหันมามองเขาด้วยสีหน้าเหมือนกับคนตัดสินใจอะไรได้บางอย่าง ก่อนจะมีทหารคนหนึ่งเดินมาหาเขาพร้อมกับกุญแจมืออันใหญ่ ส่วนทหารคนอื่นๆก็ควบม้ามาล้อมรอบปิดทางหนีเขาซะอย่างนั้น

          "เห้ยๆ ไม่ตลกนะเฟ้ย! จู่ๆจะมาจับกันเฉยเลยเนี่ยนะ!?" เอิร์ธพูดออกมาอย่างไม่สบอารมณ์พลางก้าวถอยหลัง ทหารที่กำลังเดินมาหาเขาก็ชักดาบออกมาพร้อมกับตะโกนใส่ด้วยสีหน้าดุดัน ด้วยจรรยาบรรณของกาเดี้ยนทำให้เขาไม่กล้าใช้ความรุนแรง สุดท้ายก็ต้องยอมจำนนแต่โดยดี

          ระบบแปลภาษา : 90%

          กุญแจมือที่ทำจากเหล็กห่อหุ้มข้อมือทั้งสองข้างของเขา แล้วก็เป็นไปตามคาดเมื่อทดลองดึงเบาๆ โซ่ที่คล้องเอาไว้ก็เกิดรอยร้าวเหมือนจะขาดอยู่รอมร่อ สาเหตุที่กาเดี้ยนหนุ่มยอมให้โดนจับนั่นก็เพราะว่าเขาต้องการให้ทหารพวกนี้นำทางไปยังตัวเมืองนั่นเอง

          ทหารร่วมหลายร้อยนายที่ตอนแรกยื่นนิ่งอยู่กับที่เริ่มกระจายกำลังกันออกสำรวจหลุมลึกที่มีซากยานเดินทางอยู่ตรงก้นหลุม ส่วนเอิร์ธนั้นก็ถูกควบคุมตัวให้เข้าไปในลูกกรงเหล็กที่อยู่บนเกวียนม้า เขานั่งชันเข่าอย่างเงียบๆพลางมองสำรวจกลุ่มทหารที่กระจายกำลังเดินสำรวจพื้นที่

          ระบบแปลภาษา : 98%

          ระบบแปลภาษา : 99%

          ระบบแปลภาษา : 100%

          การวิเคราะสำเร็จ ระบบแปลภาษาสมบูรณ์

          "สำเร็จซะที... เฮ้! พี่ชาย จับผมมาทำไมเนี่ย?" เอิร์ธลอบกำหมัดดีใจก่อนจะหันไปพูดกับทหารที่กำลังยืนเฝ้านอกกรงเหล็ก ถึงแม้ว่าภาษาที่เขาพูดออกไปยังคงเป็นภาษาเดิมอยู่ แต่ระบบอันล้ำสมัยของกาเดี้ยนก็ได้ช่วยเปลี่ยนให้คำพูดที่ปล่อยออกมาเป็นภาษาของโลกนี้

          "ข้าไม่รู้! มันเป็นคำสั่ง แล้วเจ้าล่ะทำไมไปอยู่ตรงจุดตกของดาวหางได้?" ทหารพูดออกมาเป็นภาษาที่เขาไม่เข้าใจ แต่มันก็ถูกแปลออกมาให้เขาได้ยินแต่เพียงผู้เดียว กาเดี้ยนหนุ่มทำสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะตัดสินใจแถออกมา

          "พอดีว่าผมกำลังเก็บของป่าอยู่น่ะ เผอิญเห็นว่ามีดาวหางตกใกล้ๆก็เลยรีบไปดูน่ะครับ"

          "เจ้ากำลังล้อเล่นกับข้าอยู่รึไง ใครที่ไหนจะบ้าอยู่จุดเดิมนานถึง 3 วัน กัน?"

          "หา? 3 วัน!?"

          เอิร์ธถึงกับร้องออกมาเมื่อได้รับข้อมูลที่ไม่คาดฝัน ตกลงนี่เขาสลบอยู่ในซากยานนานถึง 3 วันเลยงั้นเหรอ? "พี่ชาย ผมขอถามหน่อยสิ หนึ่งวันมันมีกี่ชั่วโมงเหรอ?" ด้วยความสงสัยเขาจึงลองถามคำถามที่ดูแปลกประหลาดสำหรับคนในดาวดวงนี้ ทหารขมวดคิ้วสงสัยก่อนจะตอบ

          "เจ้าถามอะไรบ้าๆ สงสัยเจ้าจะเป็นคนป่าสินะ หนึ่งวันน่ะมันมี 20 ดอร์น(16 ชั่วโมง) จำเอาไว้ด้วยเจ้าคนป่า" ทหารหนุ่มกล่าวด้วยคำพูดเหยียดหยามจนเขาถึงกับคิ้วกระตุก แต่ก็ต้องอดทนเอาไว้ก่อน หนึ่งวันของดาวดวงนี้มีแค่ 16 ชั่วโมง แสดงว่ามันอาจจะต้องมีขนาดเล็กกว่าโลกประมาณ 1 ส่วน 3 ก็เป็นได้

          "นี่เราสลบไป 48 ชม. เลยเหรอฟะ?" เอิร์ธเอามือกุมหน้าเมื่อนึกถึงช่วงเวลาที่เสียไป ซึ่งไอท้องเจ้ากรรมมันก็ดันส่งเสียงร้องออกมาจนได้ ก็ไม่แปลกเลยที่คนหลับยาวตั้ง 48 ชั่วโมงจะรู้สึกหิว

          เอิร์ธมองซ้ายแลขวา เมื่อไม่มีทหารคนไหนให้ความสนใจตนจึงกดลงบนหน้าต่างโฮโลแกรม แล้วเลือกฟังก์ชั่นช่องเก็บของ ทันใดนั้นก็ได้มีกล่องอาหารโผล่ขึ้นมาความว่างเปล่าตรงหน้าของเขา ชายหนุ่มยื่นมือไปรับก่อนที่มันจะตกถึงพื้นแล้วดึงช้อนพลาสติกออกมาจากก้อนกล่อง เขาค่อยๆเปิดฝากล่องเพื่อไม่ให้มีเสียง เผยให้เห็นอาหารข้างในตัวกล่องที่เป็นน้ำซุปสีขาว และก้อนโปรตีนอยู่ข้างใน

          นี่คือแพ็คอาหารสำเร็จรูปสำหรับเหล่ากาเดี้ยนที่ออกปฏิบัติการในสถานที่อันห่างไกล มันคือซุปโปรตีนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงาน แค่กล่องเดียวก็มากพอจะทำให้กาเดี้ยนที่ทำงานมาอย่างหนักอิ่มได้ในมื้อเดียว เอิร์ธจ้วงช้อนพลาสติกลงไปตักเอาซุปและก้อนโปรตีนสีขาวขึ้นมาเข้าปาก รสเหนียวกลมกล่อมที่จืดค่อนไปทางหวานหน่อยๆกระจายไปทั่วปาก

          "ในสถานการณ์แบบนี้ก็บ่นอะไรมากไม่ได้ล่ะนะ" เขาว่าพลางสวาปามอาหารตรงหน้าในรวดเดียว หน้าท้องพลันรู้สึกแน่นขึ้น พร้อมกับพลังกายได้ฟื้นกลับมาจนเต็มเปี่ยม ก่อนจะทำการโยนกล่องอาหารอันว่างเปล่าเข้าไปในฟังก์ชั่นช่องเก็บของใช้เป็นถังขยะไปก่อน

         เอิร์ธกวาดสายตามองสำรวจพวกทหารอยู่เงียบๆ "ฮ้าว..." ก่อนจะหาวออกมา เมื่อหนังท้องตึงหนังตาย่อมหย่อน แถมยังต้องอยู่นิ่งๆในกรงเหล็กนี่อีก ดังนั้นสิ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้ก็คือการนอนเท่านั้น

         แต่ทว่า...

          "กรี๊ซซซซซซซซซซซ!!!" ทันใดนั้นก็ได้มีเสียงร้องบาดหูดังขึ้นจนเอิร์ธที่ใกล้จะหลับไปด้วยความรู้สึกแน่นท้องต้องสะดุ้งตื่นเต็มตา เขารีบหันไปทางที่มาของเสียง ซึ่งเป็นจุดที่ยานตกก็ได้ปรากฏร่างของทหารที่ตัวขาดครึ่ง กับทหารที่เหลือแค่ส่วนลำตัวปลิวขึ้นมาจากหลุม หยาดเลือดสีแดงฉานพลันสาดกระจายไปทั่วย้อมให้ผืนหญ้าเขียวชอุ่มให้กลายเป็นสีแดง

          "เวรแล้ว! อย่าบอกนะว่ามันยังไม่ตายอีกเหรอน่ะ ทั้งที่กระแทกลงพื้นเต็มๆแล้วนะนั่น!?" กาเดี้ยนหนุ่มอดร้องออกมาอย่างเหลือเชื่อไม่ได้ ภาพสุดท้ายก่อนที่เขาจะหมดสติไปคือหัวยานซึ่งเป็นจุดที่สัตว์ประหลาดรูปร่างคล้ายปลาหมึกติดแหง็กอยู่ได้พุ่งฝ่าชั้นบรรยากาศแล้วตกลงพื้นเต็มๆ แต่เมื่อนึกถึงความอ่อนแอของดาวดวงนี้แล้ว การที่มันจะไม่ตายก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไร

          ความโกลาหลพลันเกิดขึ้นในกองทหาร เสียงสั่งการของหัวหน้าดังระงม ทหารที่ตั้งสติได้รีบวิ่งไปจัดขบวนตามทหารคนอื่นๆ เพื่อเตรียมตั้งรับการโจมตีด้วยโล่ ทหาร 3 คน รีบวิ่งหนีออกมาจากหลุมด้วยสีหน้าซีดเผือดเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่พวกเขาก็ได้ถูกหนวดปริศนาสีดำพุ่งขึ้นมาฟาดตัดร่างพวกเขาให้ขาดครึ่งในครั้งเดียว หยาดเลือดพลันสาดกระจายเปรอะเปื้อนใบหน้าและโล่ของทหารที่กำลังตั้งรับอย่างน่าสยดสยอง

          ร่างคล้ายปลาหมึกสีดำอมแดงค่อยๆโผล่พ้นออกมาจากก้นหลุม โดยใช้หนวดแตะพื้นในการทรงตัว เหล่ากองทหารพลันสั่นไหวเมื่อเห็นร่างของสัตว์ประหลาดความสูงมากกว่า 5 เมตรที่โผล่พ้นออกมาจากก้นหลุม ดวงตาสีแดงฉานประดับอยู่ตรงส่วนเกราะหัวของมันยิ่งทำให้ทหารเกิดความสั่นกลัวมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก

          "อย่าไปกลัวมัน! นักเวทร่ายเวทมนต์โจมตีเจ้าสัตว์ประหลาดนั่นซะ!!!" หัวหน้าทหารสั่งการด้วยน้ำเสียงไม่สั่นไหว ทันใดนั้นกลุ่มทหารที่สวมเครื่องแบบผ้าคลุมเริ่มขยับปากพูดออกมาประมาณว่า 'ดวงไฟเอ๋ยบ้าง หรือ เทพแห่งไฟบ้าง' ปรากฏวงเวทย์สีแดงขึ้นเหนือหัวของพวกเขา ก่อนจะมีลูกไฟพุ่งออกมาจากวงเวทย์เข้าโจมตีสัตว์ประหลาดรูปร่างคล้ายปลาหมึกอย่างรวดเร็ว

     ตู้ม!!!

          เสียงระเบิดดังกึกก้อง กลุ่มควันพลันปกคลุมไปทั่วบริเวณ "โว้ว... มนุษย์ในโลกนี้ก็ใช้เวทมนต์ได้ด้วยงั้นเหรอเนี่ย?" เอิร์ธร้องออกมาอย่างแปลกใจ เสียงโห่ร้องยินดีของทหารดังระงม แต่ทว่าช่วงเวลาแห่งความสุขก็ได้ถูกทำลายเมื่อหนวดสีดำได้พุ่งฝ่ากลุ่มควันเข้ากวาดกลุ่มทหารเกราะเหล็กถือโล่แนวหน้าจนร่างแหลกกันไปตาม ๆ กัน ทหารกว่าสามสิบนายที่ร่างแหลกเหลวได้ปลิวกระจายไปตามแรงฟาด ก่อนจะตกกระจัดกระจายไปตามพื้นหญ้า 

          "อ้าวเวรแล้ว!" เอิร์ธถึงกับร้องออกมา เมื่อตนลืมเรื่องค่าสถานะของทหารพวกนี้ไปเฉยเลย เหล่ากองทหารร้องตกใจกลัวกันระงมจากการที่เห็นเพื่อนร่วมรบตนกลายเป็นเศษเนื้อไปต่อหน้าต่อตา ท่อนล่างของทหารบางคนยังยืนอยู่ที่เดิมอยู่เลยด้วยซ้ำ "เปิดระบบตรวจสอบสแกนพลัง!" กาเดี้ยนหนุ่มออกคำสั่งปรากฏหน้าต่างโฮโลแกรมที่ตาข้างซ้ายของเขา เมื่อหันไปมองส่วนหัวที่เป็นเกราะสีดำของสัตว์ประหลาดที่กำลังเคลื่อนแหวกกลุ่มควันออกมา ระบบประมวลผลชั่วครู่ก่อนจะแสดงค่าพลังให้เขาได้เห็น


เผ่าพันธ์ : Darkside เลเวล 4 (คอนทร้า)
ค่าพลังพื้นฐาน : 878


          ค่าพลังเยอะขนาดนี้ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพวกทหารถึงทำอะไรมันไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องระดับพลังของทหารแต่ละคนที่มีแค่ 10 - 20 ให้ไปฟัดกับพวก Darkside พลังเกือบพัน มันก็ไม่ต่างไปจากการส่งมดไปให้คนเหยียบเล่นซะมากกว่า ถึงแม้จะผิดแผนไปหน่อย แต่การจะมาปล่อยให้ทหารพวกนี้ตายไปเปล่าๆโดยไม่ช่วยเหลือเลยมันก็ไม่ใช่สิ่งที่กาเดี้ยนพึงกระทำ

          เอิร์ธตัดสินใจดึงโซ่กุญแจมือออกได้อย่างง่ายดายราวกับดึงเส้นขนม ตามด้วยการกระชากเอากุญแจมือที่ห่อหุ้มข้อมือออกราวกับฉีกกระดาษ แล้วแหวกกรงเหล็กออกมาด้วยมือข้างเดียว ก่อนจะทิ้งตัวลงมายืนบนพื้น ทันใดนั้นก็ได้ปรากฏดาบไฟขนาดใหญ่ออกมาจากความว่างเปล่าบนแผ่นหลังของเขา

          กาเดี้ยนหนุ่มเอื้อมมือขึ้นไปจับด้ามจับแล้วชักดาบออกมา เปลวเพลิงพลันแผ่ออกมาจากใบดาบจนกรงเหล็กเริ่มหลอมเหลว และเกวียนเริ่มติดไฟ เขาตั้งหลักสปริงข้อเท้ากระโดดพุ่งตัวไปข้างหน้าจนพื้นระเบิดออก พร้อมกับเกวียนได้ปลิวกระเด็นออกไป

          Darkside รูปร่างคล้ายปลาหมึกสัมผัสได้ถึงอันตรายจึงเบี่ยงส่วนหัวหลบดาบไฟขนาดใหญ่ที่ฟาดเข้ามา ถึงกระนั้นคมดาบก็สามารถฟันหนวดหนึ่งเส้นของมันให้ขาดออกก่อนจะถูกเผาไหม้กลายเป็นตอตะโก ด้วยความเกรี้ยวกราดมันจึงฟาดหนวดไปยังเจ้าของดาบที่ลอยค้างอยู่กลางอากาศ แต่กาเดี้ยนหนุ่มก็สามารถบิดกายกลางอากาศพลิกตัวกลับมาฟันสวนกลับไปได้

          "กรี๊ซซซซซซซซซซ!!!" มันร้องออกมาอย่างบ้าคลั้งเมื่อหนวดอีกเส้นของมันถูกฟันก่อนจะถูกไฟเผาไหม้กลายเป็นตอตะโก ชายหนุ่มคลี่ยิ้มทิ้งตัวลงมาเหยียบพื้นจนพื้นยุบลงไป แล้วออกตัววิ่งหลบหลีกหนวดหลายเส้นที่พุ่งเข้าใส่ ทุกเท้าที่เหยียบย่ำมักจะทำให้พื้นดินต้องยุบลงไปทุกครั้งส่งผลทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดเมื่อฐานเหยียบไม่มั่นคง

          เอิร์ธเบรกตัวโก่งจนเท้าจมลากพื้นเป็นหลุมทางยาว แล้วพุ่งตัวเข้าใส่อสูรร้ายตรงหน้าอีกครั้ง เขาควงดาบไฟในมือราวกับว่ามันไร้น้ำหนักฟันเข้าใส่หนวดอีกสามเส้นอันเป็นฐานทรงตัวของสัตว์ประหลาดตัวนี้ ส่งผลทำให้มันเซจนจวนเจียนจะล้มลงอยู่รอมร่อ

     หมับ!

          "หือ? เหวอ!" ทันใดนั้นก็ได้มีหนวดเส้นหนึ่งพุ่งเข้ามารัดข้อเท้าของเขาเอาไว้ ด้วยแรงอันมหาศาลของมันเอิร์ธจึงถูกกระชากเหวี่ยงกระเด็นออกไป ร่างของกาเดี้ยนหนุ่มหมุนอยู่กลางอากาศอย่างไม่อาจควบคุมได้ ก่อนจะตกกระแทกพื้นลากเอาหน้าดินให้ถูกขุดขึ้นมาเป็นทางยาว

          "อู้ว..." ร่างที่ถูกเหวี่ยงร้องออกมาเบา ๆ แล้วทำการยันตัวลุกขึ้นพลางปัดเศษฝุ่นเศษดินตามร่างกายโดยไม่ได้รับความเสียหายใด ๆ "พื้นดินนี่มันเปราะบางเหมือนกับมันฝรั่งทอดกรอบไม่มีผิดเลยแฮะ" เอิร์ธคลี่ยิ้มพูดออกมาด้วยความรู้สึกตลกร้ายต่อความเปราะบางต่อพื้นผิวของดาวดวงนี้ เขาเริ่มออกวิ่งก่อนจะย่อกายกระโดดเข้าใส่อสูรร้ายอีกครั้ง

          "ย้าก!!!" เอิร์ธตะโกนก้องปลุกใจควงดาบในมือปัดป้องหนวดที่พุ่งเข้ามาให้ถูกเผาไหม้ มันเห็นดังนั้นจึงขยับกายถอยหนี แต่มีหรือที่กาเดี้ยนหนุ่มจะยอมปล่อยไปง่าย ๆ เท้าซ้ายกระแทกอากาศให้เกิดเป็นคลื่นลมระเบิดออกมา ส่งร่างของตนให้พุ่งตัวตามไปติด ๆ 

          "เสร็จล่ะ!" เมื่อเข้าประชิดส่วนศรีษะอันเป็นเกราะหนาสีดำได้สำเร็จแล้ว เขาก็สะบัดดาบฟันเฉียงจากบนลงล่างตัดมันให้ขาดเป็นสองท่อนในพริบตา กาเดี้ยนหนุ่มพุ่งผ่านระหว่างกลางที่ขาดครึ่งของมันก่อนจะควงดาบเก็บไว้ข้างหลังเช่นเดิม ซึ่งใบดาบนั้นก็แนบชิดกับแผ่นหลังโดยไม่ต้องใช้ฝักดาบ หรือเชือกมามัดเอาไว้เลย 

          ส่วนกองทหารนั้นก็ถึงกับยืนอึ้งจากการได้เห็นการต่อสู้ระหว่างเอิร์ธ และสัตว์ประหลาดรูปร่างคล้ายปลาหมึก ก่อนจะได้สติเมื่อกาเดี้ยนหนุ่มหันมาทางพวกเขา ด้วยสัญชาตญาณเหล่าทหารจึงรีบตั้งโล่พร้อมกับกำดาบในมือแน่นเตรียมตัวด้วยความรู้สึกตื่นกลัว

          "โว้ว ๆ ใจเย็น ๆ ครับ! ผมมาดีนะ" เมื่อเห็นว่าพวกทหารเริ่มหวาดระแวงในตัวเขา ชายหนุ่มจึงรีบโบกไม้โบกมือ พลางเก็บดาบไฟที่ติดอยู่กลางแผ่นหลังเข้าฟังก์ชั่นช่องเก็บของ "นี่ไง! ผมไม่มีอาวุธแล้วนะ" เหล่าทหารที่ได้ยินดังนั้นจึงคลายความระแวงลง ก่อนที่หัวหน้าทหารจะเดินมาหาเขาพร้อมกับผู้คุ้มกันอีกสิบกว่าคน

          ดูท่าจะระแวงไม่น้อยเลยแฮะ...

          "เจ้า... ไม่ใช่สิ ท่านเป็นผู้กล้างั้นรึ?" เมื่อเข้ามาใกล้ในระยะอันพอเหมาะแล้ว หัวหน้าทหารก็ทำการเปิดปากเอ่ยถามโดยมีทหารคุ้มกันคั่นกลางระหว่างเขา กับหัวหน้าทหารเอาไว้ เอิร์ธได้ยินคำถามดังนั้นจึงทำสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะตัดสินใจบอกความจริง

          "ไม่ใช่หรอก ผมคือกาเดี้ยนต่างหาก"

          "กาเดี้ยน... งั้นเหรอ?"

          "ใช่"

          เอิร์ธยืนยันพลางยืนกอดอกด้วยท่าทีสุขุม หัวหน้าทหารหันกลับไปปรึกษากับทหารข้างกาย "ไม่ทราบว่าท่านมาจากอีกโลกหนึ่งใช่หรือไม่?" อีกคำถามของหัวหน้าทหารทำให้เขาถึงกับต้องทำสีหน้าแปลกใจระคนสงสัย เขาครุ่นคิดอยู่ครู่นึงก่อนจะชี้นิ้วขึ้นไปบนฟ้า

          "ไม่ใช่หรอก ถึงจะไม่รู้ว่าอีกโลกหนึ่งมันหมายความว่ายังไง แต่ผมมาจากข้างบนต่างหาก"

          "หา?"

          หัวหน้าทหารที่ได้ยินคำตอบจากเขาก็ต้องร้องออกมาด้วยความรู้สึกที่ยากจะเชื่อ ใครจะไปเชื่อได้ล่ะว่าบุรุษชุดดำตรงหน้าจะมากจากท้องฟ้าได้น่ะ ใครที่ได้ยินก็คงคิดว่ามันเป็นเรื่องเหลวไหลทั้งเพ เอิร์ธเห็นดังนั้นก็โยกหัวอย่างไม่ใส่ใจราวกับคาดเดาได้อยู่แล้วถึงปฏิกิริยาของอีกฝ่าย

          "ถึงกระนั้นท่านก็ไม่ใช่คนของโลกนี้หรือไม่?"

          "อืม... ก็ใช่ล่ะนะ มันก็ไม่เชิงหรอก ผมไม่ใช่คนของโลกนี้อย่างที่คุณว่ามานั่นแหละ"

           คำตอบของเอิร์ธส่งผลทำให้หัวหน้าทหาร และทหารข้างกายต้องรู้สึกเนื้อเต้น พวกเขาหันกลับไปปรึกษากันอีกครั้ง พลางเหล่มองมาที่เขาเป็นระยะๆ ราวกับเห็นตัวประหลาดไม่มีผิด "ช่างมันเถอะ ว่าแต่พวกคุณมาทำอะไรที่นี่เหรอครับ?" เอิร์ธยักไหล่ไม่ถือสากับกิริยาอันแปลกประหลาดของพวกเขา แล้วถามออกมาด้วยความสงสัย พวกทหารที่ได้ยินดังนั้นจึงเหล่มองระหว่างปากหลุม และสัตว์ประหลาดที่ตัวขาดสองท่อนกำลังถูกไฟคลอก

          "พวกข้าได้รับรายงานให้มาสำรวจจุดดาวตกเมื่อ 3 วันที่แล้ว ข้าขอถามอะไรหน่อยได้หรือไม่? ท่านเกี่ยวข้องกับวัตถุแปลกประหลาด และสัตว์ประหลาดนี่ใช่หรือไม่?" หัวหน้าทหารตอบคำถาม แล้วถามคำถามอีกคำถามหนึ่งมา เอิร์ธได้ยินดังนั้นจึงมีสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะตัดสินใจตอบออกมาตามความจริง

          "ใช่แล้ว ผมถูกสัตว์ประหลาดตัวนี้โจมตีตอนกำลังออกเดินทาง ก่อนจะมาตกลงตรงนี้เนี่ยแหละ"

          "นี่ท่านจะบอกว่าวัตถุประหลาดตรงก้นหลุมนั่นสามารถบินได้งั้นรึ?"

          "อ่า... ใช่แล้วครับ"

          "โอ้ว!"

          เอิร์ธเริ่มมีสีหน้าปั้นยากเมื่อหัวหน้าทหารเล่นยิงคำถามใส่เขาไม่ยอมหยุด ดังนั้นเขาจึงตัดปัญหาโดยการบอกว่าต้องการจะไปพบผู้นำของประเทศนี้ หัวหน้าทหาร และเหล่าทหารที่ได้ยินดังนั้นก็แสดงสีหน้ายินดีออกมา แถมยังได้ยินประโยคประมาณว่า 'อาณาจักรมีผู้กล้าเพิ่มขึ้นอีกแล้ว' แต่เป็นประโยคที่ได้ยินผ่านๆ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ให้ความสนใจอะไรมากนัก

          สิ่งต่อไปที่ต้องทำคือการฝังศพของทหารที่ตายไป และกู้ซากยานขึ้นมา พร้อมกับนำร่างของ Darkside ที่ถูกเผาไหม้จนเหลือแค่เกราะส่วนหัวไปยังเมืองเท่านั้น ซึ่งหน้าที่คนกู้ซากยานก็เป็นหน้าที่ของกาเดี้ยนหนุ่มไปโดยปริยายเนื่องจากไม่มีทหารคนใดสามารถยกยานเดินทางที่มีน้ำหนักเกิน 50 ตันได้เลย

          เอิร์ธลงไปลากยานเดินทางขึ้นมาด้วยมือข้างเดียว แต่ด้วยน้ำหนักที่มากของมันจึงทำให้เกวียนไม้ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ไหว และต่อให้บรรทุกบนเกวียนได้ ม้าที่มีอยู่ก็คงไม่สามารถลากไปได้อย่างแน่นอน เขาจึงตัดสินใจทิ้งซากยานเอาไว้ตรงนี้แล้วกู้ศพของเจ้าหน้าที่หนุ่มที่เละเป็นเศษเนื้อในหัวยานส่วนที่นั่งคนขับออกมาฝังเพื่อเคารพผู้ตาย

ถึงแม้ว่าตอนแรกเขาคิดจะทิ้งซากยาน และศพของเจ้าหน้าที่เอาไว้ตรงนี้ก็เถอะนะ...

          ส่วนชิ้นส่วนเกราะหัวของ Darkside นั้นด้วยความที่ดาบของทหารไม่สามารถแทงทะลุเข้าไปได้ ต่อให้รอยขีดข่วนก็ยังไม่มีด้วยซ้ำ สุดท้ายก็ต้องพึ่งแรงของกาเดี้ยนหนุ่มให้เดินเข้ามาหักเกราะมันเป็นชิ้นๆด้วยมือเปล่าทั้งสองข้าง สร้างความประทับใจให้แก่เหล่าทหารคนอื่นๆได้เป็นอย่างดี

          หน้าที่หลักของทหารจึงกลายเป็นการฝังศพเพื่อนร่วมรบอย่างเดียว เมื่อช่วยกันขนย้ายเศษชิ้นส่วนเกราะหัวของสัตว์ประหลาดไปใส่ไว้ในเกวียนเรียบร้อยแล้ว กองทหารจึงได้เริ่มออกเดินทางกลับเมืองหลวง โดยมีกาเดี้ยนหนุ่มติดตามไปด้วย

_______________________________________________________________________________________

     จบไปแล้วนะครับกับตอนที่ 1 เอิร์ธได้ตกลงมาในดวงดาวที่เขาไม่รู้จักอย่างนี้ เขาจะทำอย่างไรต่อไปกันนะ? ก็ต้องมาร่วมเอาใจช่วยกันในตอนต่อไปแล้วล่ะครับ! สุดท้ายนี้ก็อย่าลืมคอมเม้นติชมเพื่อเป็นกำลังใจให้กับนักเขียนตัวน้อยๆคนนี้ด้วยนะคร้าบ~

1 คอมเม้น = 1 กำลังใจ~


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 228 ครั้ง

282 ความคิดเห็น

  1. #276 Davil Zero (@lime87832) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:00
    ไม่เม้นครับ
    #276
    0
  2. #268 poomelnw (@poomelnw) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 13:51
    ดูจากเนื้อเรื่องที่ทหารพูดน่าจะมีกาเดี้ยนคนอื่นเช่นกัน
    #268
    0
  3. #221 Shirokane Irisia (@SupathidaJarat) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 17:15

    โลกนี้ไม่น่าจะอ่อนแอหรอก เอ็งมันเก่งเกินล่ะ555

    #221
    0
  4. #220 29212990 (@29212990) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 12:05
    มาโลกแปลกๆเราต้องหลบก่อนไม่ใช่เหรอ (ถึงโลกนี้จะมีคนก็เถอะ)
    #220
    0
  5. #214 Fuck The World (@vodtheFurk) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 12:13
    สนุกครับ
    #214
    0
  6. #171 0996678828 (@0996678828) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 22:03
    ผู้กล้าอีกคน
    #171
    0
  7. #149 bophobia (@bophobia) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 20:11
    ผู้กล้า5555 ดูหล่อเลย
    #149
    0
  8. #134 pegger15384 (@pegger15384) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 10:47
    เขากากหรือเราเก่ง~~
    #134
    0
  9. #129 livlivliv (@lastathenaclub) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 22:54
    พลังคนธรรมดาช่างก้ากกาก 5555
    #129
    0
  10. #128 Kuroihaki Microshape (@Microshape) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 16:15
    น่าสนใจดีค่ะ พยายามเข้านะคะ!!!
    #128
    0
  11. #115 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 20:36
    ปักว่าอ่านถึงบทนี้ก่อน เราชอบสำนวนการบรรยายที่ทำให้เห็นภาพเป็นลำดับ เหมือนกำลังดูหนังเรืองหนึ่งเลย
    สำนวนใช้ได้ จะว่าดีก็ใช่เลย รู้สึกถึงความตั้งใจที่จะเขียนและตรวจงาน
    ตอนอ่านบทแรกยังลังเลหน่อยๆ แต่พออ่านบทที่สองยิ่งรู้สึกว่าเรื่องน่าสนใจ
    ตอนนี้เก็บเข้า Fav ก่อน อ่านทีเดียวไม่ได้ทำงานแน่ๆ

    เป็นกำลังใจให้นักเขียนะคะ
    #115
    1
    • #115-1 Angel war (@asdfghjkl12) (จากตอนที่ 2)
      24 มิถุนายน 2560 / 22:44
      ขอบคุณครับ :3
      #115-1
  12. #107 Luciferce (@Luciferce) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 14:51
    พระเอกมันดีเกินนะไม่สมฉายาเบอร์เซิร์กเกอร์สักนิด
    #107
    1
    • #107-1 Angel war (@asdfghjkl12) (จากตอนที่ 2)
      18 มิถุนายน 2560 / 15:08
      เฉพาะฆ่าพวก Darkside ไงครับ
      #107-1
  13. #87 lufaaiun (@tumata) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 22:13
    เขียนบรรยายได้ดีนะ หนุก
    #87
    0
  14. วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 02:53
    สนุกมากครับ ผมให้ข้อมูลเพิ่มเล็กน้อยเพื่อความสมจริง ถ้าพระเอกเวลาเดินแล้วพื้นยุบตัวรถม้าเกวียนเวลาขึ้นล้อก็ (อาจจะ) ต้องจมหรือหักด้วย เพราะถ้ามาโลกนี้แล้วแรงโน้มถ่วงน้อย มวลกล้ามเนื้อของคนบนดาวนี้ก็จะน้อยตามด้วย ทำให้มนุษย์บนดาวนี้ (อาจจะ) จะมีน้ำหนักเบามาก แต่ก็ช่างมัน เพราะนี้อาจจะเป็น Superman in another world ><.

    นิยายสนุกมากครับ เขียนได้ดีมากติดตามครับ อย่าทิ้งนิยายเหมือนเรื่องที่แล้วหละ
    #68
    1
    • #68-1 Angel war (@asdfghjkl12) (จากตอนที่ 2)
      13 พฤษภาคม 2560 / 12:37
      ผมก็คิดจะเขียนอย่างงั้นเหมือนกัน แต่มันดูลำบากเกินไปก็เลยตัดออกน่ะครับ ขอบคุณสำหรับความเห็นนะครับ
      #68-1
  15. #66 0612577031 (@0612577031) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 22:13
    superman!!!!!!
    #66
    0
  16. #55 คุณลุงกล้ามโต__V.2 (@doty) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 01:40
    อึม....
    #55
    0
  17. #50 sanatawer (@sanatawer) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 22:30
    เห้ยทิ้งซากยานเลยเรอะไม่เก็บใส่กระเป๋ามิติละเพื่อซ่อมได้
    #50
    1
    • #50-1 Angel war (@asdfghjkl12) (จากตอนที่ 2)
      3 พฤษภาคม 2560 / 22:31
      สิ่งของมีขนาดใหญ่เกินไป ไม่สามารถเก็บเข้าฟังก์ชั่นช่องเก็บของได้ครับ มันเป็นระบบของกาเดี้ยนอย่างหนึ่ง ไม่ใช่กระเป๋ามิติอย่างที่เข้าใจกัน
      #50-1
  18. #30 Mr_EarthQuake (@Mr_EarthQuake) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 20:26
    ทหารนี่งงไปดิ55555
    #30
    0
  19. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  20. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  21. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  22. #2 kawkaw2000 (@ss120543) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 23:27
    ความรู้สึกเหมือนpso2
    #2
    1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  23. วันที่ 4 เมษายน 2560 / 23:26
    นุกๆๆๆๆ
    #1
    1
    • #1-1 Angel war (@asdfghjkl12) (จากตอนที่ 2)
      5 เมษายน 2560 / 12:00
      ถ้าคนอ่านสนุกผมก็ดีใจ
      #1-1