THE GUARDIAN I ผู้พิทักษ์ป่วนต่างโลก

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 10 มุ่งสู่ท้องทะเล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,496
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    25 มิ.ย. 60

THE GUARDIAN I  ผู้พิทักษ์ป่วนต่างโลก
ตอนที่ 10 มุ่งสู่ท้องทะเล



          ดวงอาทิตย์สีแสดเริ่มลอยโผล่พ้นขอบฟ้าส่องแสงจ้าสุกสกาวไปทั่วย้อมให้เมืองท่าน้ำยามค่ำคืนให้สว่างไสวอีกครั้ง เหล่าชาวประมงเริ่มออกเรือจับปลากันตั้งแต่เช้าตรู่ ทางด้านเรือเดินทางเองก็มีลูกเรือกำลังขนลังกล่องไม้เข้าไปในเรือทีละคนเพื่อเตรียมตัวเดินทาง

          ลมทะเลพัดโชยปะทะใบหน้าของชายหนุ่มเรือนผมสีดำจนเจ้าตัวต้องหรี่ตาลง นัยตาสีน้ำเงินเข้มสะท้อนภาพท้องทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาล พลางเหล่มองหญิงสาวเรือนผมสีแดงในชุดรัดรูปสีดำที่กำลังเดินนำอยู่ข้างหน้า

          ในขณะนี้คานาโกะกำลังพาเอิร์ธไปยังเรือขนสินค้าเพื่อขอติดเรือไปลงยังท่าน้ำของประเทศรอนลีน และด้วยกำหนดการณ์ของเรือขนสินค้าที่จะต้องออกเรือตั้งแต่เช้าตรู่จึงทำให้กาเดี้ยนหนุ่มผู้ชื่นชอบการนอนนั้นจำเป็นต้องถ่างตาตื่นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

          เดินไปซักพักเรือไม้ลำใหญ่ก็ปรากฎสู่สายตาของเขา มันเป็นเรือสำเภาขนาดใหญ่ที่มีกระโดงเรือสามเสาพร้อมกับใบเรือห้าชั้นที่ถูกพับเก็บไว้อยู่ ตามขอบเรือมีร่างของลูกเรือนับสิบคนกำลังช่วยกันลำเลียงลังไม้ขึ้นเรืออยู่ โดยการให้ลูกเรือวางลังไม้ลงบนแผ่นไม้แล้วให้คนข้างบนดึงเชือกที่มัดติดกับแผ่นไม้ขึ้นไป

          คานาโกะเดินตรงไปยังชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นผู้ดูแลเกี่ยวกับการขนสินค้าครั้งนี้ "ฉันนักผจญภัยระดับเงิน ต้องการจะคุยกับกัปตัน และหัวหน้าพ่อค้าของเรือลำนี้ค่ะ" ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรหญิงสาวรีบหยิบเหรียญตราสีเงินขึ้นมาให้ผู้ชายคนนั้นดูทันที 

           ผู้ชายที่กำลังถือเอกสารในมืออยู่ก็สะดุ้งเล็กน้อยที่จู่ๆ มีใครก็ไม่ทราบมาทักตน "อ่อ... เข้าใจแล้วครับ" ชายหนุ่มคนนั้นอ้ำอึ้งอยู่ซักพักก่อนจะตอบรับ แล้วหันหลังวิ่งเข้าไปในตัวเมืองเพื่อไปตามตัวกัปตันเรือ และหัวหน้าพ่อค้าของเรือลำนี้

          ยืนรอให้เป็นจุดสนใจซักพักผู้ชายคนเดิมก็ได้เดินกลับมาพร้อมกับชายวัยกลางคนสวมเสื้อผ้าสีขาวชั้นดีทับด้วยเสื้อคลุมขนสัตว์สีน้ำเงินมีดาบโค้งสะพายอยู่ข้างเอว ตามมาด้วยชายวัยกลางคนอีกคนสวมเสื้อผ้าทำจากหนังชั้นดีสีน้ำตาล

          ทั้งสามก้าวมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าคานาโกะ ก่อนที่ผู้ชายถือเอกสารจะทำการผายมือแนะนำ "แม่นางคนนี้แหละครับ นักผจญภัยระดับเงินที่ผมบอก" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงนอบน้อม ชายวัยกลางคนสะพายดาบข้างเอวพยักหน้ารับรู้แล้วไล่ให้ผู้ชายคนนั้นกลับไปทำหน้าที่ของตนต่อ

          หลังจากชายหนุ่มถือเอกสารเดินจากไปแล้วชายวัยกลางคนทั้งสองก็เริ่มแนะนำตัว "ข้ามีนามว่าโรแลน เป็นกัปตันของเรือลำนี้" ชายวัยกลางคนสะพายดาบโค้งนามโรแลนยื่นมือมา คานาโกะยื่นมือไปจับทักทายตามมารยาท ก่อนที่ชายวัยกลางคนสวมเสื้อหนังสีน้ำตาลจะเริ่มแนะนำตัว

          "ส่วนข้าหัวหน้าพ่อค้าของการขนส่งในครั้งนี้ อัลเบิร์ต" ชายวัยกลางคนนามอัลเบิร์ตยื่นมือไปจับทักทายคานาโกะด้วยรอยยิ้ม หญิงสาวเรือนผมสีแดงพยักหน้ารับรู้ก่อนจะเริ่มแนะนำตัวเอง

          "ฉันคานาโกะ นักผจญภัยระดับเงิน" คานาโกะแนะนำตัวเองตามมารยาทพร้อมกับโชว์เหรียญเงินในมือให้ดูเพื่อเป็นเครื่องยืนยัน ก่อนจะเหล่มองเอิร์ธที่ยืนอยู่ด้านข้างเหมือนเป็นนัยยะบางอย่าง ชายหนุ่มเห็นสายตาที่มองมาจึงเริ่มแนะนำตัวด้วยเช่นกัน

          "เอ่อ... ผมเอิร์ธ... เป็น... อ่า... ผู้ร่วมเดินทาง... น่ะครับ" เอิร์ธแนะนำตนด้วยเสียงตะกุกตะกักโดยไม่รู้จะให้ตนเองเป็นอะไรดี เมื่อจนปัญญาจึงได้ด้นสดขึ้นมาให้ตนเป็นผู้ร่วมเดินทางกับคานาโกะซะเลย

          "ไม่ทราบว่าท่านคานาโกะต้องการสิ่งใดจากพวกเราหรือ?" หลังจากการแนะนำตัวจบลงโรแลนก็กล่าวถามคานาโกะด้วยความสงสัย 

          "พวกเราจะขอติดเรือลำนี้ไปลงที่ท่าเรือของประเทศรอนลีนด้วยจะได้ไหม? แลกกับการทำหน้าที่ผู้คุ้มกัน" คานาโกะกล่าวด้วยสีหน้าตายด้าน โรแลนได้ยินดังนั้นจึงหันไปปรึกษากับอัลเบิร์ต

          "ข้าก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกนะ ดีซะอีกจะได้มีนักผจญภัยระดับสูงมาช่วยคุ้มกันน่ะ" อัลเบิร์ตเกาคางกล่าวไม่ขัดข้อง โรแลนได้ยินดังนั้นจึงครุ่นคิดซักพักก่อนจะหันมาตอบ

          "ข้าเองก็ไม่ขัดข้องเช่นกัน ช่วงนี้พวกโจรสลัดมักจะออกอาละวาดค่อนข้างบ่อย การมีนักผจญภัยฝีมือดีอยู่ด้วยก็ช่วยให้อุ่นใจขึ้นเยอะน่ะนะ" โรแลนเองก็ไม่ขัดข้องเช่นกัน พวกเขาคุยกันอยู่ซักพักก่อนที่โรแลน และอัลเบิร์ตจะเชื้อเชิญทั้งสองให้ขึ้นไปบนเรือ

          ทั้งสี่เดินขึ้นบันไดไม้ที่ต่อเข้ากับข้างตัวเรือขึ้นมายืนข้างบน เผยให้เห็นร่างของลูกเรือหลายสิบคนเดินขนลังไม้ไปมา เมื่อพวกเขาสังเกตเห็นโรแลนก็รีบยืนตรงมือซ้ายไพล่หลัง ส่วนมือขวากำหมัดยกขึ้นมาแตะอกซ้ายเป็นการทำความเคารพ ก่อนจะแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ต่อ

          แต่ส่วนใหญ่มักจะมองหญิงสาวเรือนผมสีแดงผู้มีเรือนร่างอันแสนเย้ายวน และใบหน้าสวยนิ่งตาค้างเสียมากกว่า...

          ชายหนุ่มมองเห็นความมีระเบียบวินัยของลูกเรือทุกคนก็ลอบชื่นชม "ฝึกมาดีมากเลยนะครับ" เอิร์ธเปิดปากชวนโรแลนคุย กัปตันเรือได้ยินดังนั้นจึงคลี่ยิ้มพร้อมกับยืดอกรับด้วยความภาคภูมิใจ

          "ก็เพื่อไม่ให้พวกเขาต้องมาสังเวยชีวิตให้กับทะเลที่เอาแน่เอานอนนี่ไม่ได้น่ะนะ ก็เลยต้องฝึกหนักกันหน่อย" คำกล่าวของโรแลนส่งให้เอิร์ธต้องยิ้มออกมา จากการคุยครั้งนี้ทำให้เขารู้ว่ากัปตันเรือคนนี้ถือว่าเป็นคนดีมากคนหนึ่งเลยทีเดียว

           อัลเบิร์ตขอแยกตัวออกไปเพื่อตรวจดูสินค้าของตนว่ามีครบหรือไม่ ทิ้งให้โรแลนต้องทำหน้าที่แนะนำเรืออยู่คนเดียว โรแลนพาพวกเขาเดินไปยังท้ายเรือที่มีอยู่สองชั้น ชั้นแรกเป็นห้องกว้างมีบันไดให้ลงไป ส่วนชั้นที่สองเป็นห้องขนาดเล็กกว่าที่ต้องเดินบันไดขึ้นไป 

          โรแลนพาเดินลงบันไดทางท้ายเรือพร้อมกับอธิบายไปด้วย เรือลำนี้มีใต้เรือทั้งหมด 2 ชั้นลงไป ชั้นแรกเป็นชั้นที่เอาไว้พักผ่อนสำหรับลูกเรือทั้งหลาย มีห้องนอน และห้องเก็บเสบียง ห้องนอนนั้นจะเป็นห้องใหญ่ๆที่มีเตียงปูด้วยฟางและทับด้วยขนสัตว์เรียงยาวอยู่ 3 ห้อง ส่วนห้องเก็บเสบียงจะมีอยู่ 2 ห้อง อาหารก็เป็นแค่เนื้อแห้ง ผลไม้แห้ง และนมเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีห้องเก็บสัมภาระอีก 3 ห้อง

          ชั้นที่สองเป็นชั้นเก็บของจำพวกสินค้าที่จะนำไปส่งขาย ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีพวกลูกเรือกำลังลำเลียงลังไม้ และถุงหนังสัตว์ไปตามทางเดินจนพวกเขาจะหลบทางให้ไปยังชั้นล่างสุดนี้อยู่ ด้วยความที่ว่าเรือลำนี้มีลูกเรือร่วมหลายสิบคนจึงทำให้ห้องนอนนั้นแน่นเอี๊ยด เหลือแค่ห้องสัมภาระที่ยังว่างอยู่หนึ่งห้องให้ทั้งสองเท่านั้น คานาโกะเองก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรในเรื่องนี้ มีแค่เอิร์ธคนเดียวเท่านั้นแหละที่รู้สึกลำบากใจเมื่อได้รู้ว่าตนต้องนอนอยู่ในห้องเดียวกันกับคานาโกะสองต่อสอง

          พอลองถามโรแลนดูก็พบว่าไม่มีห้องว่างอื่นอีกแล้ว เอิร์ธจึงตัดสินใจขอนอนข้างบนเรือแทน จะได้ทำหน้าที่เฝ้าเวรไปด้วยในตัว หญิงสาวหันมามองก่อนจะยกนิ้วโป้งขึ้น "แมนมาก" คำชมจากคานาโกะนั้นไม่ได้ทำให้เขารู้สึกภูมิใจเลยแม้แต่น้อย

          โรแลนเดินนำพาพวกเขาขึ้นบันไดออกมาจากใต้เรือ เมื่อขึ้นมาข้างบนแล้วโรแลนก็พาเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง "นี่คือห้องของฉันเอง" โรแลนกล่าวพร้อมกับเปิดประตูไม้เข้าไปเผยให้เห็นห้องไม่กว้างมากนัก มีโต๊ะทำงานอยู่ริมสุดอีกฟาก และโต๊ะตรงกลางที่มีแผนที่วางอยู่

          เอิร์ธเกาคางตัวเองด้วยความสนใจ "หือ... เป็นห้องวางแผนกับรองกัปตัน และต้นหนสินะ" คำกล่าวของเขาส่งให้โรแลนต้องยิ้มออกมา

          "ใช่แล้วล่ะ เจ้าคงจะเคยมีประสบการณ์ขึ้นเรือมาก่อนสินะ" โรแลนกล่าวด้วยรอยยิ้ม ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นจึงยิ้มแห้งพลางส่ายหน้า
 
          "เอ่อ... ไม่ใช่หรอกครับ พอดีผมเคยได้ยินมาจากเพื่อนเก่าน่ะ แหะๆ"

          "งั้นเหรอ"

          โรแลนพยักหน้ารับโดยไม่ติดสงสัยอะไร เขาเดินนำพาทั้งสองเข้าไปในห้องมายืนตรงหน้าโต๊ะที่มีแผนที่วางอยู่ "ข้าจะบอกกำหนดการณ์ก่อนนะ หลังจากที่พวกเราแล่นเรือออกมาจากท่าน้ำแล้ว เราก็จะตรงไปยังทิศตะวันตกก่อนเพื่อขายสินค้าประเภทอาหารให้กับทหารที่อยู่ในชายแดนติดกับแดนปีศาจ หลังจากนั้นพวกเราก็จะแล่นเรือไปค้าขายสินค้าในเมืองบัลบาทรอสที่เป็นหมู่เกาะ แล้วค่อยแล่นเรือขึ้นเหนือตรงไปยังประเทศรอนลีนจุดหมายของพวกเจ้า การเดินทางใช้เวลาทั้งสิ้น 10 วัน 9 คืน พวกเจ้าไม่มีปัญหานะ?" โรแลนกล่าวพลางชี้นิ้วไปมาบนแผนที่ ทั้งสองได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้าเข้าใจ การที่จะต้องมานั่งรอเรือโดยสารไปกลับระหว่างประเทศรอนลีนมันใช้เวลานานถึงสิบวัน สู้ขึ้นเรือขนสินค้าที่แวะหลายที่แต่ไปถึงก่อนเรือโดยสารจะกลับมาดีกว่า

          ระหว่างที่กำลังสนทนากันอยู่นั้น ชายหนุ่มหอบเอกสารเต็มมือคนเดิมก็ได้เปิดประตูเดินเข้ามาในห้อง เขาชะงักครู่หนึ่งเมื่อเห็นร่างของทั้งสองหนุ่มสาว ก่อนจะรีบตั้งสติแล้วเดินเข้ามาคุยกับโรแลน "กัปตันครับ ตอนนี้สินค้าถูกขนย้ายเข้ามาในเรือทั้งหมดแล้วครับ" เขากล่าวรายงานผลพลางมองเอกสารในมือไปด้วย โรแลนได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้ารับด้วยสีหน้าพึงพอใจ

          "ทำงานได้ดีมากพิพิน สมกับเป็นรองกัปตันที่ข้าเลือกมาเองกับมือ"

          "เอ่อ... ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ กัปตัน"

         เอิร์ธอ้าปากเหวอ "หา? คนนี้เป็นรองกัปตันงั้นเหรอ?" เขากล่าวด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อว่าชายหนุ่มท่าทางอ่อนปวกเปียกคนนี้จะเป็นถึงรองกัปตันของเรือลำนี้

         โรแลนทำสีหน้าเหมือนพึ่งนึกได้ "อ้อ! ขอโทษทีนะ ข้าลืมแนะนำเจ้าหนูนี่ไปเลย คนนี้แหละรองกัปตันเรือของข้าเอง" โรแลนกล่าวด้วยรอยยิ้มพลางตบบ่ารองกัปตันหนุ่มเสียงดังจนเจ้าตัวร่างแทบทรุด

          "ผมชื่อพิพินฝากตัวด้วยนะครับ"

          "ผมเอิร์ธฝากตัวด้วยเช่นกันครับ"

          พิพินกล่าวแนะนำตัวด้วยท่าทางนอบน้อมพร้อมกับยื่นมือมาจับกับเอิร์ธเพื่อทักทาย ทางด้านกาเดี้ยนหนุ่มเองก็แนะนำตัวด้วยเช่นเดียวกัน หลังแนะนำตัวกับเอิร์ธแล้ว พิพินก็หันไปยื่นมือให้กับคานาโกะ หญิงสาวเห็นดังนั้นจึงยื่นมือไปจับด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

          "ผมขอฝากตัวด้วยนะครับ คุณผู้หญิง"

          "ฉันคานาโกะ"

          "ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ท่านคานาโกะ"

          "อืม"

          พิพินยิ้มกว้างด้วยความยินดีทั้งที่ยังไม่ยอมปล่อยมือ ทั้งเอิร์ธ และโรแลนเห็นดังนั้นจึงพากันหรี่ตาลงมีนัยยะบางอย่าง "ผมว่ารองกัปตันของคุณจะมีความรู้สึกแปลกๆ กับเพื่อนร่วมเดินทางผมนะครับ" เอิร์ธขยับร่างไปกระซิบกับโรแลนพลางยิ้มกริ่ม

          โรแลนเองก็คลี่ยิ้มออกมาเช่นเดียวกัน "ข้าเองก็คิดเช่นเดียวกับเจ้านะ ตลอดมาไม่เคยเห็นท่าทางแบบนั้นของเจ้าหนูนั่นเลย" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงติดสนุก เอิร์ธหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะพูดต่อ

          "แต่น่าเสียดายนะครับ..."

          "หือ? ทำไมล่ะ? หรือว่าแม่นางคนนั้นเป็นคนรักของเจ้า"

"ไม่ใช่หรอกครับ... แต่คานาโกะน่ะ มีคนรักอยู่แล้วน่ะครับ"

          "อ่อ... พิพินเอ๋ย... รักแรกของเจ้าช่างน่าเศร้ายิ่งนัก"

          บุรุษทั้งสองยังคงกล่าววิจารณ์ไม่หยุดปาก ส่วนคานาโกะนั้นทำเป็นหูทวนลมต่อคำนินทาของทั้งสอง หญิงสาวทำการดึงมือของตัวเองกลับมากอดอก ปล่อยให้พิพินที่พึ่งรู้สึกตัวว่าเผลอจับมือกับคานาโกะนานมากเกินไปต้องกล่าวขอโทษขอโพยยกใหญ่ ก่อนที่เขาจะขอตัวเดินออกไปจากห้องโดยที่ยังคงกุมมือข้างที่จับมือกับคานาโกะด้วยสีหน้าเคลิ้บเคลิ้มไม่หาย

          เมื่อพิพินจากไปแล้วพวกเขาจึงกลับมาสนทนากันอีกครั้ง "เดี๋ยวข้าจะสั่งให้เรือออกเดินทางแล้ว พวกเจ้าคงไม่ลืมอะไรกันนะ" โรแลนเอ่ยถามยืนยันเพื่อความแน่ใจว่าทั้งสองหนุ่มสาวพร้อมออกเดินทางกันหรือไม่

          "อ่า... พวกเราพร้อมเสมอครับ" เอิร์ธเป็นคนตอบแทน โรแลนได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้ารับรู้ก่อนจะเดินออกไปนอกห้องโดยมีทั้งสองเดินตามออกมาด้วย

          "เอาล่ะ! พวกเจ้าทั้งหลาย! ได้เวลาล่องเรือกันอีกครั้งแล้ว ออกเดินทางได้!!!"

          "โอ้ว!!!"

          สิ้นคำของโรแลนเหล่าลูกเรือก็ต่างพากันตะโกนตอบรับด้วยท่าทางขึงขัง พวกเขาทำการถอดสมอเรือออก และกางใบเรืออย่างรวดเร็วด้วยความชำนาญ "กระแสลมกำลังพัดไปทางทะเลกำลังดีเลย ออกเรือได้!" เสียงของลูกเรือคนหนึ่งดังขึ้น ก่อนที่เรือสำเภาลำยักษ์จะเริ่มเคลื่อนตัวออกจากฝั่งช้าๆ 

          "ขอโทษนะ คานาโกะ" 

          "หือ?"

          เอิร์ธที่กำลังจ้องม้องพระอาทิตย์ยามเช้าอยู่นั้นจู่ๆ เขาก็ได้เอ่ยขอโทษออกมาให้คนข้างกายได้ยิน คานาโกะเลิกคิ้วขึ้นสูงก่อนจะหันมามองเขาด้วยสีหน้าสงสัย "ขอโทษทำไม?" หญิงสาวเอ่ยถามไม่เข้าใจต่อคำพูดของกาเดี้ยนหนุ่ม ส่งให้เขาต้องหัวเราะออกมาเบาๆ

          "แฮะๆ ก็ในทุกๆเรื่องน่ะแหละ ทั้งโกรธในเรื่องไม่เป็นเรื่อง หาเรื่องเธอบนโต๊ะอาหาร แถมฉันดันขี่ม้าไม่เป็นก็เลยทำให้การเดินทางล่าช้ามากกว่าเดิม... ยังไงก็... ขอโทษด้วยนะ" เอิร์ธกล่าวด้วยความรู้สึกผิด เมื่อคืนเขาลองนึกย้อนกลับไปถึงเรื่องต่างๆ ตนจึงตัดสินใจว่าจะต้องมาขอโทษคานาโกะให้ได้

          หญิงสาวได้ยินดังนั้นจึงพ่นลมหายใจออกมา "หึ เรื่องมันก็ผ่านมาแล้ว ฉันไม่เก็บมันมาใส่ใจหรอก" แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่แยแส 

          "งั้นเหรอ..." เอิร์ธยิ้มออกมาบางๆ

          หลังจากนั้นทั้งสองก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีก นอกจากยืนมองพระอาทิตย์ยามเช้าที่กำลังส่องแสงอรุณแรกของวันนี้จากท้ายเรือ พร้อมกับรับลมทะเลอย่างเงียบสงบ ถึงแม้ว่าจะมีลูกเรือหลายคนหันมามองพวกเขาหลายครั้งหลายคราซึ่งส่วนใหญ่มักจะมองหญิงสาวเรือนผมสีแดงเสียมากกว่า ถึงกระนั้นพวกเขาก็มิได้นำพาต่อสายตาพวกนั้น

          "ชักหิวแล้วสิ"

          "เอาโปรตีนซักกล่องไหม?"

         "อืม"


__________________________________________________________________________________________

          เขียนเสร็จซักทีอร๊าง~ ทำเอาสมองฝ่อไปหมดเลย ตอนนี้ก็ได้เวลาล่องเรือตามหาวันพีชกันแล้ว!(ผิดเรื่อง!) ตอนต่อไปจะเป็น Side story ของคุซานางินะครับ สำหรับคนที่คิดถึงว่าตอนนี้คุซานางิอยู่ไหน ตายแล้วหรือยัง? มีจำนวนทั้งสิ้นสองตอนด้วยกัน แต่อย่าได้ดูถูกเชียวนะ 1 ตอนเนี่ยมันอาจจะเท่ากับตอนปกติถึง 6-7 ตอนเลยทีเดียว ขอเวลาเขียนนานหน่อยเดี๋ยวอัพให้ในอาทิตย์หน้าเน้อ~(...อาจจะเลยไปอาทิตย์ถัดไป)

สุดท้ายนี้ก็อย่าลืมคอมเม้นเป็นกำลังให้กับนักเขียนหน้าใสวัยกุ๊กกู๋คนนี้ด้วยนะคร้าบ~
1 คอมเม้น = 1 กำลังใจเด้อ~~



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

282 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. #47 FUS RO DAH (@chainpotha) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 11:36
    ชื่อตอนนี้ให้อารมณ์แบบว่า ฉันจะต้องเป้นราชาโจรสลัดให้ได้เลย! แต่ยิ่งเวลาผ่านไปความสัมพันธ์ของสองคู่นี้มันชักจะแหม่งๆแล้วนะ จะว่าไปนี่ลืมคุวานางิไปเลยแอะ
    #47
    0
  3. #46 ใครดีอะ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 21:38
    เอ... 2 คนนี้ชักจะไปกันใหญ่ละนะ

    #46
    0