วอนรัก โดย จุมพิตหวาน (ปลอบขวัญ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 63,928 Views

  • 146 Comments

  • 661 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    136

    Overall
    63,928

ตอนที่ 7 : บทที่ 2 จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียก [5] 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2989
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    22 พ.ย. 61

ต่อ

          "คุณ!"  เพียงแค่เห็นใบหน้าของคนตรงหน้าชัดๆ  ความตกใจกลัวของวิมลกานต์ก็พลันจางหาย  เขาคือคนที่เธอไล่ออกไปจากบ้านเมื่อตอนกลางวัน
          "เฮ้ย!  ทำอะไรวะ!"  และทันทีที่กานต์พงศ์ร้องขึ้น  ไอ้สารเลวนั่นก็วิ่งหนีไป
          "เป็นอะไรหรือเปล่า"
          "เหมือนจะเจ็บเท้า"  ความจริงจุกเสียดที่ท้อง  และเจ็บตรงปาก  แต่ที่หนักสุดเห็นจะเป็นเท้า
          "เดินไหวหรือเปล่า"  
          "น่าจะไหวค่ะ"  หญิงสาวกัดฟันบอก  
          "งั้นลองเดินดู"  กานต์พงศ์บอกแล้วจ้องมองนิ่ง  ราวกับรอให้เธอทำตามที่เขาบอก
          หญิงสาวพยักหน้า  ก่อนจะลองเดิน
          "โอ๊ย!"  แต่แค่เพียงเริ่มความเจ็บปวดก็มาเยือนจนต้องร้องออกมา
          "อุ๊ย!"  ร้องเสียงหลงพร้อมกับคล้องลำคอแกร่ง  เมื่อถูกช้อนอุ้มจากคนที่ทนมองเธอนิ่งๆ  อยู่เมื่อครู่
วิมลกานต์ไม่พูดอะไร  ด้วยรู้สภาพของตัวเองดี  ในตอนที่กานต์พงศ์พามาส่งขึ้นรถจึงอุบอิบบอกขอบคุณเขา


          และอีกครั้งที่ถูกอุ้ม  คราวนี้ชายหนุ่มพาเธอเข้ามาในบ้าน  
          "ห้องคุณอยู่ไหน"  
          เพราะเกรงเขาจะหนักจึงรีบบอกออกไป  กานต์พงศ์จึงพาเธอมายังห้องๆ  หนึ่งตามคนที่บอกทิศทางด้วยสายตา
          ชายหนุ่มให้เธอบิดลูกบิดให้เปิดออก  ก่อนขายาวๆ  จะถีบประตูให้เปิดออกเหมือนที่เขาและเธอทำในตอนที่เปิดประตูบ้านก่อนหน้านี้  หลังจากนั้นเขาก็วางร่างของเธอลงบนเตียง
          "กล่องยาล่ะ"  ถามเมื่อผ่อนร่างของเธอลงบนเตียง
          "อยู่บนนั้น"  หญิงสาวชี้ไปบนโต๊ะ  นอกจากกล่องยาสามัญประจำบ้านแล้วยังมีอย่างอื่นอีก  เช่นแฟ้มงาน  แต่ชายหนุ่มสนใจแค่มันเพราะอาการของคนบนเตียง
          "โอ๊ย!"
          "สงสัยจะพลิก"  เขาบอกแล้วนั่งขัดสมาธิลงบนเตียงก่อนจะนำเท้าของเธอไปวางขาข้างหนึ่ง แล้วลงมือนวด
          "อูย  เบาหน่อย"  
          "ทนหน่อยสิ"
          กานต์พงศ์ว่าแล้วลงมือนวดต่อ  มือนวดแต่ดวงตาคู่คมมองใบหน้าเหยเก  ก่อนจะสำรวจใบหน้าของเธอไปด้วย
          "ปากล่ะ"
          "หืม?"  เพราะมัวแต่มองมือขาที่นวด  วิมลกานต์เลยมึนงงกับคำถาม  ก่อนจะเข้าใจเมื่อเห็นว่าเขามองอยู่ที่ใด
          ก่อนสมองจะพาลคิดไปว่าเขามองมานานแค่ไหนแล้ว...
          "ว่าไง  ปากน่ะเจ็บมากไหม"
          "อ้อ!  ไม่เจ็บมากหรอก"  แต่คงทานของเผ็ดไม่ได้ไปอีกหลายวัน  นึกแล้วก็หิว
          "กร๊อก..."
          ไอ้ท้องบ้านี่  ขายขี้หน้าชะมัด!
หญิงสาวก่นด่ามันในใจ  รู้สึกขายขี้หน้ายิ่งกว่าเก่าเมื่อเขามองมาไม่พูดอะไรสักคำ  แต่ประกายตากลับมีแววขบขัน  ก่อนจะคว้าเอาหมอนข้างตัวเธอมาวางไว้ตรงหน้าและวางเท้าของเธอลงไป
          "เดี๋ยวไปหาอะไรมาให้ทาน"  
          "ไม่ต้อง  โอ๊ย!"  
          เพียงแค่รีบร้อนจะห้ามปรามเขา  ด้วยความลืมว่าตัวเองร่างกายไม่ปกติ  วิมลกานต์ก็ต้องร้องโอดโอยเพราะความเจ็บอีกรอบ
          "ไงล่ะ  อวดเก่งดีนัก  อยู่นิ่งๆ  ไปเลยคุณน่ะ"  ชายหนุ่มว่าแล้วเดินเร็วๆ  จากไปไม่สนใจคนโดนว่าที่อ้าปากเถียงไม่ทัน
          สุดท้ายก็หุบปากลง  นั่งรอนิ่งๆ  แบบที่ชายหนุ่มบอกแต่โดยดี

          เขาหายไปไม่นานก็กลับมาพร้อมมาม่าผัดหนึ่งจาน  ผักและเสื้อสีแดงๆ  ทำให้อาหารธรรมดาน่ารับประทาน  วิมลกานต์ลอบกลืนน้ำลาย  
          "ทานสิ"
          ไม่รอช้า  หญิงสาวลงมือทานแต่เพียงแค่คำแรกก็ต้องสูดปาก  เพราะลืมไปว่าปากมีแผล
          "ระวังหน่อยสิคุณ"
          ก็คนมันลืมนี่
          หญิงสาวเถียงในใจก่อนจะทานใหม่ครานี้นะมัดระวังยิ่งกว่าเดิม  
และเพียงไม่นานม่าม่าผัดก็เกลี้ยงจาน  หญิงสาวรับน้ำดื่มที่คนมองเธอทานยื่นส่งมาให้  แล้วยื่นมันกลับไปเป็นแก้วที่ว่างเปล่า  
          "ทานเป็นเด็กๆ  ไปได้"
          "อะไร"  เธอถามเมื่อชายหนุ่มยิ้มออกมา  คล้ายเจอเรื่องขันอีกระลอก
          แแทนคำตอบมือหนาเช็ดมุมปากที่มีเศษบะหมี่ติดอยู่  ก่อนจะนำมันกลับเข้าปากตัวเอง  เสียงดูดนิ้วทำให้วิมลกานต์ร้อนวูบ
หญิงสาวทำตัวไม่ถูก  ยิ่งมองใบหน้าส่อแววเย้าเธอก็ทนไม่ไหวและโพล่งออกไป
          "คะ...คุณกลับไปเถอะ"
          ก่อนจะพบว่าบรรยากาศชวนอึดอัดเกิดขึ้นอีกระลอก  รอยยิ้มของเขาหายไปพร้อมความขบขันในแววตา  ก่อนวาจานิ่งๆ  จะตามมา
          "เกินไปแล้วนะ"
          "ฉัน..."  คำต่อว่าตรงๆ  ทำวิมลกานต์พูดไม่ออก  สมองประมวลผลและพบว่าสิ่งที่เธอพูดกับเขามันอาจจะเกินไปหรือเปล่า...
          "เกินไปจริงๆ"  ชายหนุ่มพูดขึ้นอีกครา  คราวนี้เขาลุกจากเตียงที่นั่งอยู่  ก่อนจะหันมาบอกกับเธอสีหน้าเรียบเรียบนิ่ง  แววตากระด้างไม่ต่างจากน้ำเสียง
          "ผมจะไปก็ได้  จะไป...แล้วไม่กลับมาให้คุณเห็นหน้าอีก"  
          พูดพร้อมหันหลังหนี  แต่ในนาทีต่อมาเนื้อตัวของเขากลับชา  ยืนนิ่งงันไม่ไหวติง
          "ทำอะไรของคุณ"  
          "ฉัน..."
          วิมลกานต์พูดไม่ออก  มือของเธอโอบรอบเอวของคนที่กำลังจะเดินจากไป  เพียงแค่คิดว่าชายหนุ่มจะเลือกเป็นคนแปลกหน้าตอกันเพราะคำขอของเธอ
กานต์พงศ์หันหน้ามาหา  พร้อมกับจับมือของคนที่โอบรอบเอวของเขาเอาไว้ทั้งสองข้าง
          "คืนนี้...อยู่กับฉันได้ไหม"
          "...!"  กานต์พงศ์ไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้จากเธอ  แต่ที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือดวงตาคนพูดที่สั่นไหว  คล้ายเธอกำลังหวาดกลัว...
          "แค่คืนนี้คืนเดียว..."  น้ำเสียงนั้นฟังดูเศร้า  เป็นประโยคขอร้องมากกว่าคำสั่ง  ชายหนุ่มปล่อยมือทั้งสองข้างของเธอแล้วบอก
          "คงไม่ได้"
          "...!"  คนฟังก้มหน้าลง  คำตอบของเขามันก็เหมือนที่ผ่านมา  หญิงสาวพยักหน้าช้าๆ  คล้ายเป็นการยอมรับกับตัวเองมากว่า  แต่ทว่าในนาทีต่อมาความคิดมากมายก็มลายหายไป  เมื่อคนตรงหน้าจับใบหน้าของเธอขึ้นมาสบตา  และประคองด้วยสองมือของเขา
หญิงสาวมองตอบทั้งสับสนและมึนงงเมื่อพพบว่าบนใบหน้าของเขาเปื้อนรอยยิ้มไม่ได้เย็นชาเหมือนก่อนหน้า  
          วิลกานต์รู้สึกได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจ  เมื่อมือหนึ่งของเขาลูบเบาๆ  ตรงปากด้านที่ไม่มีแผล  ก่อนจะใจเต้นรัวเมื่อฟังคำพูดต่อมา
          "เพราะผมไม่คิดจะอยู่กับคุณ...แค่คืนเดียว"
          "อื้อ!"  ปากได้รูปฉกวูบเข้ามาหา  เพียงแค่ปากของทั้งคู่แตะกันปลายลิ้นสากก็แทรกเข้ามา  หลังจากนั้นสมองของวิมลกานต์ก็ขาวโพลน  หูอื้ออึงไปด้วยเสียงที่ก่อให้เกิดความวาบหวาน  
          "อืม..."  ไม่ใช่เสียงของเธอใช่ไหม  ไม่ใช่...  ไม่ใช่เธอที่ยอมให้เขาดูดดึงขบกัดปากลิ้นของตัวเอง
          "อ๊ะ!"  ไม่ใช่เธอที่เผยอปากคราง  เมื่อมือไม้ไม่อยู่นิ่งสัมผัสสิ่งหวงแผนผ่านเนื้อผ้า  
          "เคยบอกแล้วใช่ไหม"  กานต์พงศ์สบตาแววตาเลื่อนลอย  ที่คล้อยตามสัมผัสวาบหวามที่เขาเป็นคนลงมือก่อ
          "อ๊า..."  
          สองมือบีบขยำเนินเนื้อนุ่มอย่างเป็นจังหวะ  ก่อนจะพูดต่อ
          "เตรียมตัวเตรียมใจรับการ  'รุก'  ของผมไว้ได้เลย!"
จบคำนั้นกานต์พงศ์ก็ไม่ปล่อยให้ปากของคนใต้ร่างว่างอีกต่อไป  ชายหนุ่มผ่อนร่างของหญิงสาวลงไปบนที่นอนก่อนจะทาบทับตามลงไป
          ชายหนุ่มเริ่มต้นสานต่อ  และคาดว่าเขาคงจะใช้เวลาสานต่อความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียกระหว่างเขาและเธอตลอดคืน...



เรามันร้ายเกินไปแล้วกานต์พงศ์

จบบทแล้ววววววววววววว
ใช่แล้ว  บทนี้จบเช่นนี้แล  ^^
บทหน้ามีเลิฟซีน  ลงเวป ธัญวลัย  และ  read a write  ครบ  24  ชั่วโมงตอนที่มีเลิฟซีนจะลบเด้อ  อ่านให้ไว  
ขอบคุณที่แอด  Fav.  กันเข้ามาจ้าาาาาาาาาา   ^_________^




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #134 Piszerel (@manaki-ne) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 06:53
    ง่ายไป
    #134
    0