สายใยสวาท

ตอนที่ 8 : ตัดใจ...ไม่ไหว 2/3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,411
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 107 ครั้ง
    14 ม.ค. 62

หลังจาก จำต้องกดรับเสี่ยใหญ่เป็นเพื่อนอีกคนในเฟสบุ๊คของเธอแล้ว หญิงสาวก็ไม่อาจข่มตาให้หลับได้โดยง่ายเลย จึงได้แต่นอนลืมตาโพลงอยู่ในห้องสลัวหัวใจกระสับกระส่ายว้าวุ่นอย่างบอกไม่ถูก เมื่อตอนที่เธอกดเข้าไปดูหน้าเพจของเขา หญิงสาวจึงได้รู้ว่าคนที่เธอคิดว่าเป็นโรคจิตเมื่อตอนกลางวันนั้น แท้จริงก็คือคนเดียวกันกับเขาคนนี้ เพราะเห็นรูปสองรูปในเพจของเขาก่อนเจ้าตัวจะเปลี่ยนมาเอารูปตัวเองขึ้นเป็นรูปโปรไฟล์แทน ในเฟสเขาตอนนี้มีเพื่อนร่วมกันกับเธออยู่สองคนก็คือ หินกับเจี๊ยบ

...ทำไมจู่ๆ เขาถึงเล่นโซเซียลนี้ขึ้นมา?

...ทำไมเขาต้องมาขอเป็นเพื่อนกับเธอด้วย?

หญิงสาวนอนคิดคำถามพวกนี้ไม่ตก และไม่อยากจะคิดเรื่องอะไรเกี่ยวกับเขาอีกต่อไป ได้แต่หาเหตุผลอื่นมาแย้งกับความคิดฟุ้งซ่านในหัว เขาอาจจะเพิ่งเริ่มเล่นแล้วก็กดขอคนอื่นเป็นเพื่อนไปเรื่อยก็ได้

หลังจากที่กดรับเสี่ยใหญ่เป็นเพื่อนในเฟสแล้วหญิงสาวก็กดที่รูปภาพของเขา จ้องดูรูปนั้นอยู่นาน พร้อมกับคิดอยู่เหมือนกันว่าจะกดสัญลักษณ์อะไรให้รูปเขาหรือไม่ เพราะเห็นมีอยู่สองคนที่กดถูกใจไปแล้วคือ เจี๊ยบและหิน ทั้งสองคนยังแสดงความคิดเห็นใต้รูปเขาอีกว่า

เจี๊ยบ หล่อที่สุดในไร่เลยครับเสี่ย

หิน ใครหล่อเกินเสี่ยไก่โต้ง...ไม่มี๊ ต่อด้วยไอคอนรูปหน้าเหลืองยิ้มกว้าง

แต่สุดท้ายปลายนิ้วหัวแม่มือของหญิงสาวก็ละออกจากปุ่มสัญลักษณ์ ไม่ได้ทำอะไรให้เขารู้ความรู้สึกเธอทั้งนั้น เพียงแค่จ้องมองรูป สบตากับเขาผ่านกรอบแว่นดำที่ดูล้ำลึกอยู่นิ่งนาน... ก่อนจะกดปิดอินเทอร์เน็ตในโทรศัพท์ แล้วนอน

ทว่า... ต่างจากคนที่อยู่อีกด้านเสียถนัด ทันทีทันใดที่โตมรเห็นการแจ้งเตือนหนึ่งขึ้นมาบนแถบเฟสบุ๊ค ร่างสูงที่นั่งพิงหลังกับพนักเตียงอย่างรอคอยก็ถึงกับดีดตัวลุกนั่ง

ตอนนี้หน้าเพจเฟสบุ๊คของเธอปลดล็อกให้เขาเห็นหมดทุกสิ่งทุกอย่างเต็มที่ นั่นจึงไม่รอช้าที่เขาจะกดเข้าไปดู และล่าสุดในเฟสของหญิงสาวที่เขาเห็นก็คือสเตตัสนั้น

...จะไม่ยอมให้ใครมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีได้เป็นอันขาด

อ่านแล้วหัวใจเขาก็พลันเกิดความรู้สึกหนึ่งที่ยากอธิบาย คล้ายว่ามันวูบไหวแปลกๆ... แล้วปลายนิ้วจึงกดดูคนที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น หลังจากนั้นเขาเองก็กดถูกใจให้ข้อความนั้นด้วย ก่อนจะเลื่อนดูสิ่งที่เธอโพสก่อนหน้านี้ไปเรื่อยๆ...ทั้งคืน

กว่าจะข่มตาให้หลับได้เมื่อคืนก็ค่อนดึกดื่นจนเวลาล่วงเข้าวันใหม่ พอเช้าก็ทำให้หญิงสาวตื่นสายจนเพื่อนร่วมห้องต้องเป็นคนปลุก เพราะมีเรียนในตอนเช้า ร่างเล็กยังอยู่ในอาการงัวเงีย ผมเผ้ากระเซิงขณะลุกเดินมาหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ เสร็จเรียบร้อยก็ออกมาแต่งตัวไปเรียนในวันศุกร์สุดสัปดาห์ แล้วจึงออกไปเรียนพร้อมกับเพื่อนร่วมห้อง

แล้วเมื่อเธอมาเปิดอินเทอร์เน็ตในโทรศัพท์ดู การแจ้งเตือนในแอพพลิเคชั่นต่างๆ ก็เด้งขึ้นมาเพียบรวมทั้งแอพพลิเคชั่นยอดนิยมอย่างเฟส บุ๊คด้วย เห็นตัวเลขเกินสามสิบของคนที่เข้ามากดถูกใจ และแสดงความเห็นต่อรูปของเธอ แต่ที่ทำให้หญิงสาวตื่นจากอาการง่วงเหงาหาวนอนเป็นปลิดทิ้ง มาเป็นใจเต้นแรงก็คงจะเป็นการกดถูกใจของเขาคนนั้นนั่นแหละ...

 ****


สายจัด ณ ไร่กิจนไพศาล คนงานในโรงรีดนมจึงเห็นร่างสูงใหญ่ลงจากรถจิ๊ป เดินอ้าปากหาวหวอดเข้ามา เมื่อคนงานทั้งหมดได้เห็นใบหน้าเขาใกล้ๆ ก็ต่างพากันตกตะลึง หน้าเหวอกันไป ได้แต่มองหน้ากันเป็นคำถามว่า

ทำไมเบ้าตาเสี่ยถึงได้ดำเหมือนหมีแพนด้าอย่างนั้นวะ

วันนี้เป็นวันศุกร์...ทั้งวันในหน้าเพจเฟสบุ๊คของขิงไม่มีการเคลื่อนไหวอะไร เช่นเดียวกับเจ้าตัวที่เห็นจะนั่งซึมกว่าปกติ เปิดดูโทรศัพท์ก็ไม่ได้มีการลงรูปหรือข้อความอะไร แต่จะมีอยู่หลายครั้งในวันนี้ที่เธอเองก็กดเข้าไปดูหน้าเพจของเขาคนนั้นที่กำลังรอดูการเคลื่อนไหวของเธออยู่ทุกขณะ กระทั่ง...ช่วงบ่ายของวันขณะนั่งรออาจารย์เข้ามาสอนในคลาส หญิงสาวก็กดโทรศัพท์ดูไปเรื่อยจึงได้เห็นหน้าเพจเฟสบุ๊คของโตมรก็มีการเคลื่อนไหวบางอย่าง เขาลงรูปสองรูปที่หน้าเพจตัวเอง

รูปแรกเป็นรูปอาหารเช้าสไตส์อเมริกัน รูปที่สอง... เป็นรูปของเพ็ญศรีกำลังยิ้มแป้นสู้กล้อง สเตตัสเหนือรูปภาพนั้นเขาเขียนว่า

ได้กินอาหารอร่อยทุกเช้าก็ฝีมือแม่ครัวคนนี้นี่แหละ

ช่วงเวลาบ่งบอกคือหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้

เห็นรูปของมารดาตนแล้วขิงก็ถึงกับมุ่นคิ้ว หน้านิ่ว มีอารมณ์ขุ่นเคืองอยู่เนืองๆ

ทำไมต้องลงรูปแม่เธอด้วย

นาทีนั้นก็มีคนมาแสดงความเห็นต่อรูปที่เขาลง... เป็นเจี๊ยบ บอกว่า

รู้ละว่าลูกสาวแม่ครัวของเสี่ยสวยเหมือนใคร สวยเหมือนแม่นี่เอง กิ้วกิ๊ว ตามด้วยไอคอนหน้าเหลืองรูปยิ้ม

นั่นยิ่งทำให้คนที่เห็นหน้ายุ่งเหยิง ค้อนคนเดียวเข้าไปอีก

ตามมาติดๆ ด้วยการที่โตมรกดถูกใจข้อความของเจี๊ยบ

เขาคิดจะทำอะไรกันแน่

ก่อนอาจารย์จะเริ่มสอนหญิงสาวจึงได้กดถูกใจรูปที่เขาลงทั้งสองรูป แต่ไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรกลับไป

พออีกฝ่ายนั้นเห็นก็ได้แต่อมยิ้มอย่างไม่รู้ตัว ขณะที่รอบดวงตายังเห็นรอยคล้ำเหมือนตาหมีแพนด้าจางๆ

ขิงเรียนเสร็จก็ห้าโมงครึ่ง วันนี้เป็นวันศุกร์ เพื่อนๆ ทุกคนในกลุ่มจึงลงความเห็นว่าจะไปเดินเที่ยวตลาดนัดกลางคืน หาของกินอร่อยกินกัน เมื่อถูกเพื่อนชวนทีแรกหญิงสาวก็อึกอัก แต่เมื่อทนการคะยั้นคะยอของเพื่อนไม่ไหวเธอก็ต้องยอมไป อย่างน้อยก็เป็นการเปิดหูเปิดตา และต้องกลับมาก่อนเที่ยงคืนก่อนหอจะปิด

กลุ่มเพื่อนของเธอไปเที่ยวตลาดนัดตอนกลางคืนแถวรัชดา ของขายมากมายทำให้หญิงสาวเดินเที่ยวเพลิน ได้ซื้อเสื้อสองตัวติดมาด้วย ก่อนจะพากันไปหาร้านนั่งกิน เป็นร้านส้มตำที่มีลูกค้าคับร้าน บรรยากาศคึกคัก เปิดเพลงเสียงดังสนั่น เพื่อนชายในกลุ่มมีการสั่งเบียร์มากินกันสามขวด ก่อนจะมีการถ่ายรูปแก๊งเพื่อนเอาลงเฟสบุ๊คพร้อมกับแท็กคนที่มา มีการเช็คอินสถานที่ด้วย

ช่วงสี่ทุ่มหน้าเฟสบุ๊คที่เงียบมาตลอดทั้งวันของขิงก็มีการเคลื่อนไหว โตมรกดเข้าไปดูทันที... ในรูปนั้นมีอยู่เจ็ดคน เป็นผู้หญิงสี่คน ผู้ชายสามคน กำลังนั่งกันในร้านอาหารที่มีคนพลุกพล่าน มีอาหารวางอยู่เต็มโต๊ะ พร้อมเครื่องดื่มที่เป็นแอลกอฮอล์สามขวด

พลันคิ้วหนาขมวด สีหน้าดูเข้มขึ้นเมื่อเพ่งมองใบหน้าคนในรูปทีละคน จนมาถึงหน้าของเธอที่นั่งยิ้มโดยไม่เห็นฟันใกล้กับผู้ชายคนหนึ่ง ความรู้สึกไม่ชอบใจ ไม่พอใจผุดขึ้นมาทันที โตมรมองรูปนั้นอย่างเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันคนเดียว แล้วกดสัญลักษณ์รูปหน้าบึ้งไป

เหมือนจะไม่พอใจ ชายหนุ่มจึงได้กดเข้าไปที่กล่องสนทนาส่วนตัวหาเธอ พิมพ์ถามเรื่องที่คาใจอยู่ว่า

เที่ยวกลางคืนเหรอ แม่เพ็ญกับน้าปราชญ์รู้รึเปล่า

เสียง ตึง! แจ้งเตือนในโทรศัพท์ดังขึ้นขณะที่หญิงสาวกำลังออกมาจากห้องน้ำ เช็ดผมที่เปียกพอดี เมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็เห็นข้อความที่เขียนกับผู้ที่ส่ง

ร่างเล็กทรุดนั่งลงที่ขอบเตียง ดวงตากลมใต้แผงคิ้วที่ขมวดเพ่งมองตัวหนังสือในกรอบสีฟ้านั่น...ตอนนี้หญิงสาวอยู่คนเดียวในห้อง ส่วนเพื่อนคนอื่นในกลุ่มชวนกันไปเที่ยวต่อ มีเธอคนเดียวที่ปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าพรุ่งนี้จะกลับบ้าน

ผ่านไปห้านาทีหลังจากที่กดอ่านก็มีข้อความจากอีกฝ่ายส่งกลับมา

ไม่ทราบค่ะ ขิงไม่ได้บอก

ขิงไปแป๊บเดียวค่ะ ตอนนี้กลับมาที่หอแล้ว

เหมือนคำบอกนี้ก็ไม่ได้ทำให้อารมณ์ขุ่นมัวของใครบางคนลดลง เพราะไอ้รูปที่ดูนั่งแอบอิงกับผู้ชายนั้นทำให้เขามีโทสะพุ่ง

กินเหล้าด้วยเหรอ แม่รู้รึเปล่า

เมื่อชายหนุ่มส่งข้อความกลับมาอย่างนี้หญิงสาวก็นิ่วหน้า ชักโมโหขึ้นมาเหมือนกัน

ขิงไม่ได้กินค่ะ เพื่อนกิน

เธอตอบความจริง แต่คล้ายอีกฝ่ายไม่ค่อยจะเชื่อ จึงเห็นข้อความจากเขาส่งมาว่า

เหรอ ก็นึกว่ากิน ระวังจะเมาแล้วจะโดนใครลากไปไหนไม่รู้เรื่อง

ชักจะมากไปแล้ว เขาพูดกับเธออย่างนี้ชักจะมากไปแล้ว หญิงสาวพ่นลมหายใจออกแรงพยายามระงับโทสะ ปกติคนอย่างเธอหากใครมากล่าวหาในทางลบก็ใช่ว่าจะยอม ต้องออกปากโต้เถียงเพื่อความยุติธรรมของตัวเอง แต่กับเขา ผู้ที่เป็นเจ้านายของทั้งแม่และลุงปราชญ์ เธอเลือกจะเงียบ แล้วคว่ำโทรศัพท์ไว้ ไม่ตอบโต้เขาอีก

ห้านาทีผ่านไป... ได้ยินเสียงเตือนข้อความดังขึ้นมาสองครั้งติด

ทำไมเงียบ

คิดหาคำโกหกอยู่เหรอ ไปอยู่กรุงเทพฯ ไม่เท่าไหร่หลงแสงสีซะแล้ว

แม้ไม่อยากจะสนใจดู แต่ก็ต้องหยิบขึ้นมาอ่านมาดูอยู่ดี ยิ่งอ่านก็เหมือนว่าเขายิ่งทำให้โทสะเธอพุ่ง อยากจะพิมพ์ตอบไปเหลือเกินว่า

หลงแล้วไง ไม่หลงแล้วไง เกี่ยวอะไรกับเสี่ย

แต่ก็ทำได้เพียงมองหน้าจอโทรศัพท์อย่างเข่นเขี้ยว แล้วเลือกพิมพ์ไปว่า

ไม่ได้หลงค่ะ

ขิงไปซื้อเสื้อผ้า กินข้าวกับเพื่อน

เพื่อนพากันไปเที่ยวต่อ

แต่ขิงไม่ไป

พรุ่งนี้จะกลับบ้านแต่เช้า

อีกคนอ่านข้อความนั้นในใจ เงียบไปครู่หนึ่ง จนเธอคิดว่าเขาจะไม่ตอบอะไรกลับมาแล้ว แต่ก็มีข้อความเด้งขึ้นมา

พรุ่งนี้กลับบ้านเหรอ

กลับยังไง

ใครไปรับ

          ขิง... กลับเองค่ะ ให้ลุงปราชญ์มารับที่ท่ารถเหมือนเดิม

          โตมร... ทำไมไม่ให้เจี๊ยบไปรับที่กรุงเทพฯ ก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอ

       ฝ่ายหญิงเบ้หน้าใส่คนในโทรศัพท์อย่างหมั่นไส้

          เป็นพ่อขิงเหรอคะเสี่ยใจจริงก็อยากพิมพ์ตอบอย่างนี้

          ขิง... ไม่เป็นไรค่ะ แบบนี้สะดวกกว่า เสี่ยไม่ต้องมายุ่งกับขิงหรอก

          เขาเงียบไปอีกครู่หนึ่ง ก่อนจะเห็นข้อความ

          โตมร... ตามใจ

          จบบทสนทนาในคืนนี้

^

^

^

***โปรดติดตามตอนต่อไป...

ปล. อย่าคิดว่าขิงกุมความลับไว้ฝ่ายเดียว อย่าทำให้เสียโกรธ ถ้าเสี่ยโกรธขึ้นมาอาจจะลุกขึ้นมาทวงสิทธิ์ในความเป็น ผ...ของขิงในค่ำคืนนั้นก็ได้...นี่คือคำเตือนจากเสี่ยนะ...วะฮะฮะฮ่า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 107 ครั้ง

173 ความคิดเห็น

  1. #7 Gift11y (@Gift11y) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 16:37
    รอๆค่าา
    #7
    1