สายใยสวาท

ตอนที่ 39 : อดีตซ้ำรอย...16/1...รีอัพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,650
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    24 มี.ค. 62

ระหว่างที่บ้านใหม่กำลังปลูกสร้าง ขิงก็ขนเสื้อผ้าตัวเองย้ายเข้ามาอยู่ในแคมป์พักคนงานในไร่ ส่วนของผู้หญิงที่อยู่คนเดียว บางวันตอนเย็นๆ ก็ขับมอเตอร์ไซด์กลับไปกินข้าวเย็นกับแม่ที่บ้าน มองดูบ้านที่กำลังขึ้นโครงหลังคา

อย่างน้อยตอนอยู่กับเขาเธอก็ได้บ้าน ไม่ใช่เสียตัวฟรีๆ

ความโกรธเกลียดในตัวขิงไม่ได้ลามไปถึงเพ็ญศรี และลุงปราชญ์ โตมรยังให้ทั้งสองคนทำงานในไร่เหมือนเช่นคนอื่น ฉะนั้นมารดาของเธอก็ยังคงเป็นแม่บ้านที่คอยเวียนไปทำอาหาร ทำความสะอาดบ้านให้เขาอยู่ จนมาวันหนึ่งเพ็ญศรีเก็บองุ่นในไร่ ก้มๆ เงยๆ เกือบทั้งวัน เมื่อกลับมาบ้านจึงมีอาการปวดหลัง ไปช่วยดอกรักทำความสะอาดบ้านให้เสี่ยใหญ่ไม่ไหว จึงคุยกับสามีว่าจะให้ขิงไปทำงานแทนสักวัน

หลังจากได้รับโทรศัพท์จากมารดา หญิงสาวอึกอักอยากจะปฏิเสธเต็มทน แต่ก็ทำไม่ได้เพราะสุขภาพของแม่ จำใจรับคำอย่างลำบากใจ

เขาเกลียดขี้หน้าขิงจะตายแม่

หญิงสาวทำอะไรไม่ได้นอกจากพ่นลมหายใจระบายความอึดอัด

หลังเลิกงานสี่โมงครึ่งขิงออกมาช้าสิบนาทีเพราะเคลียร์บันชีกับพี่สุรีย์หัวหน้าแผนก แล้วเดินออกจากสำนักงานพร้อมกัน พี่สุรีย์ถามขิงเรื่องทำบ้านใหม่ พูดคุยกันนิดหน่อย ก็ขับขี่มอเตอร์ไซค์แยกย้ายไปคนละทาง

ขิงขับฟีโน่สีฟ้ามาตามเส้นทางถนนส่วนบุคคลตรงไปยังบ้านไม้ซุงทรงสวยงามที่ตั้งอยู่บนเนินดินอีกฟากของไร่ เพียงแค่เห็นสถานที่ตรงนั้นแต่ไกลๆ เธอก็อยากจะเลี้ยวรถกลับแล้ว หญิงสาวจอดมอเตอร์ไซค์ไว้ด้านข้างของตัวบ้านใกล้ๆ กระถ่างต้นไม้มงคลต้นหนึ่ง ซึ่งตรงนั้นเห็นมีจักรยานดอกรักจอดไว้อยู่แล้ว นั่นก็แสดงว่าดอกรักมาถึงแล้ว ริมฝีปากบางยิ้มโล่งใจ เก็บกระเป๋าสะพายไว้ใต้เบาะรถ ก่อนหยิบเอาโทรศัพท์มือถือกับกุญแจรถติดตัวออกมา

พี่ดอกจ๋า

เพราะเห็นหลังดอกรักไวๆ เธอจึงเอ๋ยเรียกเสียงยาน และแน่ใจว่าเขาคนนั้นยังไม่กลับมาที่บ้าน

อ้าว ขิงอีกฝ่ายร้องกลับในสีหน้าดีใจ ในมือดอกรักถือไม้กวาด

ขิงมาทำงานแทนแม่จ้ะพี่ดอก แม่ปวดหลัง

อ๋อ...อือๆ มาช่วยกัน...แหม สวยนะเนี่ย ยังไม่ได้คุยกันจริงๆ จังๆ เลยตั้งแต่กลับมา ได้ยินแต่น้าเพ็ญพูดให้ฟัง

ดอกรักว่าพลางยื่นมือมาสัมผัสเนื้อตัวของเธอ เอ่ยชมไม่หยุดปาก วันนี้ขิงสวมชุดเดรสกระโปรงยาวสีดำทั้งชุด แขนเสื้อสั้น บริเวณหน้าอกมีกระดุมสีขาวเม็ดใหญ่ประดับ ตรงเอวคอดผูกเป็นโบว์น่ารัก ชายกระโปรงพลิ้วตามการเคลื่อนไหว ดูน่ารักเรียบร้อย ผมยาวปล่อยสยายแต่ติดกิ๊บสีดำเปิดหน้า

ขณะช่วยกันปัดกวาดถูบ้าน ดอกรักก็ชวนคุยไปเรื่อยว่า

เป็นไง ได้ลาภเป็นสัตว์สองเท้ามาฝากยายเพ็ญรึยัง เห็นบ่นอยู่ว่าอยากเลี้ยงหลานแล้วนะนั่น

คนถูกถามกระตุกยิ้ม เป็นรอยยิ้มกร่อยๆ ที่ขึ้นไม่ถึงดวงตา ยังจ้ะ ไม่มีใครเข้ามาหรอก

ต๊าย! หลอกพี่รึเปล่า สวยๆ แบบนี้นะไม่มี พี่ว่าแกน่ะเลือกมาก

ขิงไม่ได้เลือกมากนะจ๊ะ ก็ไม่มีใครเข้ามาจริงๆ

ดอกรักเถียงกลับว่า ไม่เชื่อๆ เธอก็ได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อนไป

ไม่รู้เสี่ยจะกลับมากี่โมงว่ะขิง หมู่นี้กลับบ้านค่ำๆ บางวันก็มืดเลย พี่ก็ต้องนั่งถ่างขา เอ้ย! ถ่างตารอ...ฮ่าๆๆ ดอกรักยังติดกับการพูดหยอกเรื่องเสี่ยเป็นปกติ ครั้นเห็นหญิงสาวนิ่วหน้าก็แย้งบอก ก็พูดเล่นไปงั้นแหละ เรากับเสี่ยมันอยู่คนละชั้น เขาจะมาแลตากับเราให้เสี่ยเวลาทำไม ตอนนี้พี่ไม่หวังอะไรลมๆ แล้งๆ แล้ว ขืนยังเพ้อหาเสี่ยสิ ไอ้ผัวพี่มันเอาพี่ตาย

หญิงสาวรับฟัง ยิ้มจืดๆ จากนั้นก็ช่วยกันไปประกอบอาหารเย็นไว้รอเขา เป็นผัดเผ็ดหมูป่า กับเนื้อทอดแดดเดียว น้ำพริกป่น สองอย่างสุดท้ายเป็นอาหารง่ายๆ ที่เขาสั่งให้ทำกับแกล้มไว้ทุกวัน

...เขาเองก็ชอบกินเนื้อทอดแดดเดียวเหมือนกัน ไม่ใช่มีเพียงเธอที่ชอบ และไม่เห็นจะแปลก เพราะหลายคนก็ชอบ

จนเกือบหกโมงครึ่งเจ้าของบ้านก็ยังไม่กลับ ไม่เห็นวี่แววของรถ สีท้องฟ้าเข้มลงเรื่อยๆ ขิงกับดอกรักนั่งรอกันอยู่ในครัว ดอกรักเล่นโทรศัพท์ ส่วนเธอก็กดดูโทรศัพท์ของตัวเองไปเรื่อยเปื่อย ระหว่างนั้นดอกรักก็ทำท่าทางหงุดหงิด แล้วลุกขึ้น

ขิงพี่กลับไปห้องแป็บนึงนะ ผู้ฟังหน้าเผือดลงทันที นิ่วหน้าเป็นคำถาม

ก็ไอ้ผัวตัวดีของพี่น่ะสิ มันหากางเกงในไม่เจอ พี่ก็บอกมันแล้วว่าเก็บไว้ในตู้ๆ มันก็บอกไม่มีต้องให้พี่กลับไปหาให้ใส่ เดี๋ยวพี่รีบกลับมานะ รอเสี่ยไปก่อน ถ้าเสี่ยมาก็ตักอาหารตั้งโต๊ะได้เลย

ดอกรักพูดพร้อมกับก้าวเท้าเดิน ไม่ได้หันกลับมามองสีหน้าที่ซีดถนัดของคนที่ต้องอยู่คนเดียวเลย ครั้นเธอจะเปิดปากท้วงดอกรักก็ออกพ้นบ้านไปแล้ว ทิ้งให้เธอนั่งอยู่ในภาวะเครียดคนเดียวอีกแล้ว

ในใจภาวนา...อย่าเพิ่งกลับมาตอนนี้นะเสี่ย อย่าเพิ่งกลับมาตอนนี้นะ

ดอกรักบอกว่าจะรีบกลับมา แต่ตอนนี้ฟ้ามืดสนิทแล้วแหงนมองฟ้าเห็นดวงจันทร์เต็มดวงแผ่รัศมีอร่ามอยู่เบื้องบน จนต้องเปิดไฟหน้าบ้านไว้ก็ยังไม่เห็นวี่แววดอกรักจะกลับมา ร่างบางเดินกลับไปกลับมาอย่างเป็นกังวลที่หน้าประตูบ้านเฝ้าชะเง้อหน้ามองไปยังถนนที่ว่างเปล่า

กระทั่งเห็นแสงไฟของรถกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ รถคันนั้นไม่ใช่ของคนอื่นแน่

...เขากลับมาแล้ว มาตอนที่เธออยู่คนเดียวอีกแล้ว

หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำ หากเผชิญหน้ากันเพียงลำพังจะทำหน้าสู้ยังไง สองขาเรียวจึงรีบพาร่างวิ่งเข้าไปหลบอยู่ในครัวก่อน

โตมรกระโดดลงจากรถด้วยท่าทางเหน็ดเหนื่อย วันนี้เขาเหนื่อยมากกับการจัดระบบระเบียบสัตว์เลี้ยงในไร่ ต้องเดินเป็นระยะทางไกลอยู่กลางแดดตลอดทั้งวัน ข้าวกลางวันก็ยังไม่ได้กินเพราะง่วนอยู่แต่กับงาน เมื่อกลับมาถึงบ้านก็หวังว่าจะได้กินอาหารลงท้องแล้วอาบน้ำนอนเลย

ภายในบ้านว่างเปล่าเมื่อกายสูงก้าวเข้ามา โตมรทรุดนั่งลงที่โต๊ะอาหาร ดวงไฟที่เปิดไว้ทำให้ทราบว่าในบ้านมีคนอยู่ แม่ครัวคงจะอยู่ในครัว ชายหนุ่มจึงตะโกนออกไปว่า

เอาน้ำเย็นๆ มากินหน่อย แล้วก็ยกอาหารมาเลย

เสียงสั่งการที่ดังทำให้คนในครัวถึงกับสะดุ้ง มือไม้สั่น...

ชายหนุ่มรู้สึกร้อน เนื้อตัวเหนียวเหนอะด้วยเหงื่อไคล จึงตะโกนกลับไปอีกครั้ง

ฉันจะขึ้นไปอาบน้ำรอ เดี๋ยวลงมากิน

ค่ะ

เสียงขานรับที่ฟังไม่ถนัดนักดังมากจากในครัว ชายหนุ่มไม่ได้ติดใจ

ร่างบางค่อยๆ โผล่หน้าออกมาจากในครัวดูสถานการณ์ ไม่เห็นเขาอยู่ชั้นล่าง แสดงว่าคงกำลังอาบน้ำอยู่ชั้นบน ตอนนี้หญิงสาวหวังเพียงอย่างเดียวคือให้ดอกรักกลับมาให้เร็วที่สุด แต่ก็...ยังไม่มีวี่แววเหมือนเดิม เธอจึงได้ตักอาหารออกมาจัดเรียงไว้บนโต๊ะรอเขาอย่างเกร็งๆ

ไม่น่าเชื่อว่าโตมรจะอาบน้ำได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ ไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ แต่เพราะความหิวมาก ชายหนุ่มจึงไม่ได้มัวพิรี้พิไรขัดถูตัวนาน เขาสวมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขายาวสีน้ำตาลแบบใส่นอนเดินผ่านขั้นบันไดลงมาด้วยฝีเท้าเบากริบ พอพ้นมุมผนังไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นแผ่นหลัง ช่วงเอวคอดกิ่ว สะโพกกลมมนของใครคนหนึ่งกำลังขยับเขยื้อนกายอยู่เบื้องหน้า

แม้จะมีเสื้อผ้าคลุมกาย แต่ความทรงจำก็ไม่เคยลืมว่านวลเนื้อใต้เสื้อผ้านั่นลูบไล้ละมุนมือขนาดไหน เขาจึงยืนนิ่งมองเธอเงียบๆ อยู่ด้านหลัง

หญิงสาวคิดว่าเตรียมสำรับเสร็จแล้วจะเข้าไปอยู่ในครัว ไม่คิดเหมือนกันว่าเมื่อหันตัวกลับมาจะเจอ...ชายหนุ่มจังๆ ใบหน้าคมตีเข้มไม่เปลี่ยนยามมองเธอ

ริมฝีปากบางเผยอค้าง ดวงตาเบิกกว้างสบประสานกับดวงตาคมเข้มของเขาจังๆ อาการทางสีหน้าของเธอบ่งบอกว่าตกใจที่เห็นเขา

เสี่ย...

ทำไมถึงเป็นเธอ เสียงถามห้วนแข็ง ร่างหนายังไม่ขยับ เช่นเดียวกับตัวเธอ

เอ่อ... หญิงสาวพยายามระงับความสั่นไหวในใจ ขิงมาแทนแม่ค่ะ แม่...ไม่สบายปวดหลัง

เสียงที่เปล่งออกมาตะกุกตะกักเล็กน้อย...ทั้งที่บอกความจริง แต่กลับเห็นว่าอีกฝ่ายเหยียดริมฝีปากเป็นรอยยิ้มเยาะ

โตมรมองเธอด้วยแววตาลุ่มลึก...ไม้เดิมที่เธอขอแม่เพื่อจะมาหาเขาที่บ้าน

เหรอ

ค่ะ...

เธอไม่รู้ว่าอาการสั่นเกร็งในตัวจะสะท้อนออกไปให้เขาเห็นแค่ไหนจึงได้แต่ก้มหน้าเก็บความรู้สึกไม่ให้เขามองออก เมื่อร่างหนาเดินเข้ามาใกล้จึงรีบเบี่ยงตัวออกมา ยืดกอดถาดสี่เหลี่ยมก้มหน้าอยู่มุมห้อง

โตมรนั่งลงบนโต๊ะอาหาร กลิ่นอาหารหอมยั่วน้ำลาย ทั้งที่รู้สึกหิวมากมาก่อน แต่ทำไมตอนนี้ความหิวถึงได้หายไปจากความรู้สึกเป็นปลิดทิ้ง ดวงตาคมหลิ่วมอง ความโกรธ เสียหน้า เหมือนโดนหยามที่ถูกเธอชิงบอกเลิกไปก่อนในคราวนั้นทำให้เขาอย่างทำอะไรๆ กับร่างบอบบางนี้นัก

โตมรนั่งนิ่ง แผ่นหลังที่นั่งตรงอย่างสง่าแผ่ไอเย็นเยียบ เธอไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขายังไม่กินข้าว ไม่กล้าถาม และไม่กล้ามองหน้าเขาด้วยซ้ำ สิ่งเดียวที่เธอปรารถนาให้มันเกิดขึ้นในยามนี้ก็คือ ขอให้ดอกรักกลับมา!

ในที่สุดก็ได้ยินเสียงพูด...จากเขา

สบายดีมั้ย เป็นน้ำเสียงเรียบๆ

ในวินาทีแรกเธอนึกแปลกใจ ไม่แน่ใจว่าเขาถามเธอ จนเมื่อเขาพูดประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงแบบเดียวกัน

ไม่เจอกันสองปี สบายดีมั้ย

แน่แล้วว่าเขาถามเธอจริงๆ หญิงสาวจึงตอบ

สบายดีค่ะ

ร่างสูงลุกขึ้น หันหน้ามามองผู้ที่ยืนกุมมือ ดวงตากลมคู่นั้นก็กำลังมองเขาด้วยแววตาสับสน ดวงตาคมไล่มองเธอตั้งแต่ดวงหน้าลงมาถึงปลายเท้าก่อนจะเห็นว่าริมฝีปากเขาเหยียดออกเป็นรอยยิ้มที่ขึ้นไม่ถึงดวงตา พร้อมกับน้ำเสียงรวนขึ้นมาใหม่ในคำพูดที่เธอคาดไม่ถึง

คงจะโดนตัวผู้ในเมืองเจาะจนรูพรุนหมดแล้วสิท่าถึงได้กลับมา

!!! ”

ดวงตากลมพลันวูบไหว ริมฝีปากบางเผยอค้างเล็กน้อย ร่างบางไหวสะท้าน ทั้งยังมองเห็นเปลวไฟเลือนรางสว่างในดวงตาคู่นั้นที่เขม้นมองเธอ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าออกหนักยังปิดปากเงียบ

เหมือนอารมณ์เขาจะพุ่งขึ้นเสมอที่เห็นหน้าเธอทุกครั้ง

หึ ถ้าฉันไม่เห็นแก่แม่กับพ่อของเธอ เธอไม่มีวันได้เข้าเหยียบที่นี่แน่ อย่าอวดดีไปหน่อยเลย

คิ้วเรียวขมวด...ไม่เข้าใจว่าเธอไปอวดดีกับเขาเรื่องอะไร

หญิงสาวหลุบตา สูดลมหายใจเข้าควบคุมอารมณ์ในตัว และต้องการระงับการเกิดวิวาทะรุนแรง

ถ้าขิงเผลอไปทำอะไรให้เสียไม่พอใจตอนไหน ขิงขอโทษเสี่ยด้วยค่ะมือเรียวยกขึ้นพนม แต่ไม่ได้สบตาคนที่จ้องเขม็ง ส่วนเรื่องทำงานที่นี่ขิงขอแม่ไปสมัครที่อื่นแล้ว แต่...แม่ไม่ยอม

ได้ยินเสียงอีกฝ่ายแค่นหัวเราะแล้วหัวใจก็รู้สึกปวดหนึบ ดวงหน้าหวานยังอยู่ในอาการก้ม กลืนน้ำลายแล้วอธิบายต่อไปอีกด้วยท่าทางสงบเงียบ

เมื่อไหร่ดอกรักจะกลับมา เธอภาวนา

ถ้าเสี่ยไม่อยากให้ขิงทำงานในนี้ ขิงจะไปลาออกค่ะ

ปากดี

หญิงสาวเหลือบตามอง แววในตาเธอสั่นไหว รู้สึกทันทีว่าระหว่างเขาและเธอมีกำแพงสูงกั้นขวาง เมื่อครู่เขาบอกว่าเธอ อวดดีตอนนี้มาว่าเธอ ปากดี

อีกเดี๋ยวพี่ดอกรักก็คงกลับมา ถ้าเสี่ยไม่พอใจให้ขิงอยู่ ขิงขอกลับไปที่พักนะคะ ขอตัวก่อนค่ะ

ว่าแล้วเธอก็พนมมือลาอีกครั้ง รีบเดินผ่านหน้าเขาไปเร็วไว โตมรเหลียวมองตามแผ่นหลังที่ก้าวเท้าเร็วออกไปหน้าประตูก็ยิ่งนึกโมโห เธอนั้นทั้งอวดดี กล้าดี และปากดีจริงๆ ที่กล้าเดินหนีเขาโดยที่เขายังไม่อนุญาต มือหนากำหมัด แววตาดุดันที่มองตามฉายแววอยากเอาคืนเต็มประดา...

คิดว่าเขาจะปล่อยให้เธอทำงานอยู่ในไร่สวยๆ เป็นอาหารตาให้คนงานชายที่อยากจะมาเป็นลูกเขยยายเพ็ญศรีงั้นหรือ

ทว่า...เมื่อขิงมาถึงรถมอเตอร์ไซค์ที่จอดไว้ข้างบ้าน คลำหากุญแจในกระเป๋ากระโปรงปรากฏว่าไม่มีทั้งโทรศัพท์กับพวงกุญแจรถ นึกออกทันทีว่ามันอยู่ในครัว แต่ถ้าจะให้เธอกลับเข้าไปเอาอีกครั้งก็เกรงว่า...

ไม่... หญิงสาวตัดสินใจว่าจะไม่กลับเข้าไปเอาของสองสิ่งนั้นในบ้าน ค่อยบอกให้ดอกรักเก็บมาให้ทีหลัง เมื่อตัดสินใจแบบนี้เธอจึงจูงรถมอเตอร์ไซค์กลับ ตลอดทางมีไฟส่องทาง อีกทั้งคืนนี้ยังเป็นวันพระมันจึงดูไม่น่ากลัวเท่าไหร่

ตรงทางเข้าบ้านไม้ซุงหลังใหญ่เป็นเนินลาดแต่ไม่ชัน เธอต้องคอยกำเบรกไว้ด้วยเพื่อไม่ให้รถวิ่งไปก่อนคน ทว่าเพิ่งจะผ่านพ้นทางที่เลี้ยวลงสู่ถนนใหญ่ เดินไปถึงเสาไฟฟ้าต้นที่สามนับจากตัวบ้านออกมาก็มีรถจิ๊ปขับมาประกบแล้วปาดหน้าจอดขวางทาง ผู้ที่นั่งอยู่ในรถเปิดประตูกระโดดลงมาในทันที ได้สบตากันอีกครั้งเขาก็เหยียดยิ้ม

หญิงสาวกลืนน้ำลาย...

เสี่ย ต้องการอะไรอีกคะ

หึ แกล้งทำเป็นจูงรถเพื่ออยากให้ฉันตามมาไม่ใช่เหรอ

น้ำเสียงที่ออกมาเหยียดเย้ย คนฟังรีบส่ายหน้า

โตมรใช้สายตาโลมเลียร่างบางที่หายใจหอบ อารมณ์ของเขาเกิดขึ้นตั้งแต่เห็นเธอแวบแรกแล้ว

ฉันอุตส่าห์จะเลี้ยงดูเธอต่อไปอีกหน่อย เธอไม่น่าเป็นฝ่ายจากไปก่อนเลยนะขิง ไม่งั้นป่านนี้เธอคงได้เงินซื้อรถให้แม่เธอนั่งได้สบายๆ แล้ว

จู่ๆ เขาก็พูดเรื่องอดีตที่ยังอยู่ในใจเธอเสมอมา ดวงหน้าเขาเรียบ ทั้งดวงตาก็มีแต่ความเย็นชา ดูเหินห่าง หญิงสาวก้มหน้าหลบ พูดเสียงเบา

ขิงขอกลับที่พักค่ะ กรุณาหลีกทางให้ด้วย

ตอนนี้ได้ข่าวว่ากำลังสร้างบ้าน แล้วไม่อยากได้รถเก๋งขับเหรอ...หึ เงินที่ฉันเคยส่งเสียเธอไปมันคงออกดอกงามจนเธอเอามาสร้างบ้านได้เป็นหลัง เขาเหยียดริมฝีปากออกอย่างรู้ทัน ลำพังแค่เงินเดือนจากการเป็นพนักงานบันชีของเธอคงไม่มีปัญญาสร้างได้ขนาดนี้มั้ง

ท้ายเสียงตวัดสูงคล้ายหยอกเย้า แต่มันคือการเหยียดเย้ย

พลันหญิงสาวเหลือบตามอง สีหน้าเธอแปรเปลี่ยน ไม่มีใครจะเข้าใจน้ำเสียงสองที่เขาเคยใช้พูดกับเธอแบบนี้เท่าเธอตอนนี้อีกแล้ว ริมฝีปากบางเม้ม ดวงตากลมเริ่มฉายแววต่อสู้

หญิงสาวกำลังจะเลี้ยวรถเลี่ยงไปอีกทาง แต่มือหนาก็มารั้งต้นแขนเรียวพร้อมออกแรงกระชากเข้าหาตัวจนรถมอเตอร์ไซค์ของเธอล้มไปอีกทาง ขิงมองดูรถอย่างเป็นห่วงเพราะกลัวมันจะพัง ก่อนหันมามองผู้ที่ใช้กำลังอำนาจขู่เข็ญเธอ

เสี่ย คิดจะทำอะไรอีก ปล่อยนะ เธอสะบัด แต่ไม่มีทางจะหลุด

ก็กำลังจะพาไปปล่อยนี่ไง หลังต้นไม้นั่นก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบ

เสี่ย! ไม่! โอ๊ย!”

เขาไม่มัวเสียเวลา เมื่ออยากได้ก็ต้องได้!

ร่างบางถูกเขาอุ้มพาดบ่าไปอย่างน่าสงสาร วินาทีนั้นที่น้ำตาเธอไหลตก อีกความคิดหนึ่งผ่านเข้ามาในหัว เหมือนว่าในทุกๆ ครั้งเป็นเธอเองที่วิ่งมาหาเขา โดยที่เขาไม่ได้เชื้อเชิญแล้วก็ต้องมาเจอเหตุการณ์ซ้ำเดิม

เสี่ย!”

^

^

^

สั่งจองหนังสือได้ที่เพจเฟสบุ๊ค : มนสิกานต์ นิยายรัก 

 สามารถโอนจองไว้ก่อนที่ชื่อบัญชี

นางสาวอรุโณทัย กุลอัค 

เลขที่บัญชี 726-2-50833-8 ธนาคารกสิกรไทย

ยอดโอน 400 บาท และ 300 บาท สำหรับคนที่มีอีบุ๊คแล้ว มนสิกานต์จะขอหลักฐานการซื้ออีบุ๊คด้วยนะคะ :-D โอนแล้วแจ้งชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ไว้เลย หรือติดต่อมาถามที่เพจเฟสบุ๊ค : มนสิกานต์ นิยายรัก นะคะ

หรือ โหลดอ่านในรูปแบบอีบุ๊ค ที่เว็บ Meb, Ookbee, Hytexts นะคะ


คลิ๊กลิ้งที่หน้าเพจหลักนิยายเลยคร้า :-D


ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

173 ความคิดเห็น