สายใยสวาท

ตอนที่ 11 : เด็กเสิร์ฟหรือเด็กเสี่ย 4/1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,047
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 93 ครั้ง
    18 ม.ค. 62


หนึ่งเดือนต่อมา...

โตมรมีนัดสังสรรค์กับเพื่อนเก่าที่เพิ่งกลับมาจากเมืองนอก ชายหนุ่มจึงเลือกขับรถหรูเป็นเมอร์ซิเดสเบนซ์คันสีขาวเข้ามากรุงเทพฯ พักอยู่ที่บ้านพูดคุยกับบิดา มารดา เรื่องทั่วไป

จนเมื่อใกล้ได้เวลานัดหมายเกือบสี่ทุ่มจึงออกไปพบปะกับเพื่อนที่บาร์หรูแห่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่ามีเด็กเสิร์ฟเป็นอาหารตาให้นั่งมองเพลินทั้งคืน

สถานบันเทิงกึ่งผับแห่งนี้มีอาหารตาเด่นดีสมที่ล่ำลือให้มองไม่เบื่อจริงๆ ภายในแบ่งเป็นสองโซน โซนด้านในเป็นผับเปิดเพลงมันส์ๆ ให้หนุ่มสาวได้โยกย้ายขยับร่างกาย ปลดปล่อย ส่วนด้านนอกมีการเปิดเพลงคลอเบาๆ สำหรับคนที่ชอบนั่งจิบแอลกอฮอล์มองดูผู้คนแบบเพลินๆ

โตมรไม่ได้เข้าเมืองมานานกว่าสามเดือนแล้วเพราะมุอยู่แต่กับงานในไร่ ตอนกลางวันก็อยู่ที่กลางแจ้งตากแดด กลางคืนกลับมาเหนื่อยหาอะไรกินง่ายๆ ตามที่แม่ครัวเตรียมให้เรียบร้อยก็เข้านอน ร่างกายตัวเองไม่ค่อยได้ดูแลจนหนวดเคราครึ้มเต็มใบหน้า ผมเผ้ายาวไม่ค่อยเป็นทรง กลับไปที่บ้านมารดาเขาก็ทักเรื่องนี้ ชายหนุ่มจึงคิดว่าหลังจากคืนนี้ค่อยไปตัดผม โกนหนวดสักหน่อย

แต่ทว่า... ด้วยรูปร่างสูงใหญ่สมส่วน ผิวเข้ม หน้าคมมีเสน่ห์เฉพาะตัว ของเขาที่เยื้องย่างเข้ามาท่ามกลางหนุ่มหล่อหน้าตาสะอาดสะอ้านดูสำอาง ก็ทำให้เขามีเสน่ห์ดึงดูดสายตาใครได้ดีเหมือนกัน

ยิ่งดึกในสถานบันเทิงยิ่งคึกคัก บรรดาผีเสื้อราตรีต่างโบยบินเข้ามาหาแสงสี โตมรนั่งอยู่บนโซฟานุ่มสีแดงดื่มกับเพื่อนในมุมหนึ่ง หนุ่มหล่อที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันชัดเจนทั้งสองไม่ได้เรียกสาวเสิร์ฟสวยๆ มานั่งด้วย แต่โดยสัญชาตญาณของนักล่าตัวฉกาจ สายตาของพวกเขาก็สอดส่องหาเหยื่อที่คิดว่าเด็ดดีอยู่สักคนเหมือนกัน

สำหรับโตมร... ก็นานแล้วเหมือนกันที่ไม่ได้ปลดปล่อยร่างกายจากกำหนัด คืนนี้ก็ว่าจะหาสักคนพอไม่ให้เจ้ามังกรยักษ์ตายด้านไปเสียก่อน

ทว่า...จู่ๆ ดวงตาคมดำขลับก็เพ่งมองไปที่บาร์น้ำที่อยู่ห่างนั้นนิ่งนาน แสงเลเซอร์ที่ตวัดไปมาทำให้เขามองไม่ถนัดในแวบแรก จึงต้องเพ่งมองให้แน่ใจ เมื่อแสงเลเซอร์ตวัดผ่านมาที่ใบหน้าใครคนนั้นอีกครั้ง นั่นจึงทำให้เขามั่นใจว่ากำลังมองคนไม่ผิด

ลูกฉันมันทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้าน เค.เอฟ.ซี จ้ะเสี่ย ขิงมันอยากจะหาเงินส่งเสียตัวเองเรียน

ลูกฉันเป็นเด็กดี!’

พลันคำพูดของเพ็ญศรีลอยเข้าหูเขา แล้วริมฝีปากหยักกระตุกยิ้ม

เด็กเสิร์ฟที่ร้าน เค.เอฟ.ซี งั้นเหรอ หึ...เด็กเสิร์ฟหรือเด็กเสี่ย นุ่งน้อยชิ้นขนาดนั้น

มึงพูดว่าอะไรนะไอ้โต้ง

เพื่อนที่นั่งอยู่ด้วยหันไปมองทางที่เขามอง แต่ก็ไม่เห็นใครที่ดูเด่นเป็นจุดสนใจอยู่ตรงนั้นแล้ว จึงหันกลับมามองเพื่อนอย่างสงสัย

เปล่า ไม่มีอะไร

เขาแค่นเสียงตอบ ก่อนกระดกแก้วเหล้าในมือดื่มจนหมด

เออ...แล้วมีใครเข้าตามึงแล้วยัง เห็นมองเอื่อยอยู่นานแล้ว

ไม่ คืนนี้กูไม่เอาใครละ มึงอยากไปคุยกับใครก็ไปเถอะ

เอ้า! ไอ้นี่ ไหนตอนแรกบอกว่าคืนนี้ต้องได้สักคน มึงไม่ลองออฟเด็กเสิร์ฟสวยๆ ไปสักคนเล่า ดูดิ น้องๆ แต่ละคนเด็ดดวงทั้งนั้น

เพื่อนชายพูดเย้า ดวงตานักล่าแลไปมองสบกับสาวสวยคนหนึ่งที่นั่งอยู่ด้านหลังโตมร แต่หันหน้ามองมาทางเพื่อนเขาพอดี เมื่อดวงตาสื่อสารกันได้ เขาก็เล็งคนนี้ไว้นานแล้ว แต่โตมรเบ้ปากกับคำเสนอของเพื่อน ก่อนเหยียดริมฝีปากยิ้มเย้ย เขารู้ว่าเพื่อนถูกตาต้องใจกับผู้หญิงที่นั่งอยู่ด้านหลังเขา ชายหนุ่มจึงพูดว่า

ถ้ามึงอยากไปมึงก็ไปได้เลยนะ กูจะนั่งต่ออีกหน่อย

เห้ย! ได้ไงเพื่อนชายบอกอย่างเกรงใจไปงั้น โตมรจึงหรี่มาไปมองด้านหลังก่อนจะยิ้มเยาะเพื่อนออกมา พูดว่า

เดี๋ยวผู้หญิงเขาจะรอมึง มึงรีบไปเถอะ เดี๋ยวกูหาเอาแถวนี้แหละ

เพื่อนของเขาหัวเราะร่วน เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายรู้ทันแล้ว ก็ไม่รอช้ารีบกล่าวลา

โชคดีนะเพื่อน แล้วเจอกันเว้ย! คืนนี้กูขอไปก่อน

เออ!”

เมื่อเพื่อนลุกออกไปกับผู้หญิงแล้ว ตอนนี้โตมรก็นั่งอยู่คนเดียว ดวงตาคมดำขลับดุจน้ำหมึกฉ่ำเยิ้มเพราะแอลกอฮอล์ดีกรีสูงเข้าไปในสายเลือด แต่สติเขายังดี ความมึนเมายังไม่ได้คืบคลานเข้ามาในร่างกายเขาแม้แต่นิด โตมรเพ่งสายตาไปที่ประตูทางเชื่อมระหว่างเข้าไปในผับที่ติดกับบาร์น้ำ ครู่ต่อมาเป้าหมายที่รอคอยก็ออกมาจริงๆ แต่ออกมาพร้อมกับผู้ชายคนหนึ่ง ดูๆ ลักษณะของผู้ชายคนนั้นไม่ใช่แขกของร้าน แต่อาจจะเป็นการ์ด หรือคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในร้านนี้มากกว่า

จากจุดที่เขามอง... หญิงสาวใส่ชุดรัดรูปของแบรนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่งยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คุยอยู่กับผู้ชายวัยหนุ่มฉกรรจ์ ดวงหน้าหวานที่เขามองว่าสวยหมดจดสมวัยของเธอ บัดนี้ถูกเจ้าตัวแต่งแต้มจนมีสีสันจัดจ้าน แลดูยั่วยวนเข้ากับสถานที่ ขาเรียวยาวทรงตัวอยู่บนรองเท้าส้นแหลมสูงสีดำ นั่นยิ่งทำให้รูปร่างเธอเพรียวงามโดดเด่น

ใช่!... เขายอมรับว่าคืนนี้เธอสวย เซ็กซี่ ต่างจากคนที่เขาเคยเรียกว่า เด็กขิงโดยสิ้นเชิง นัยน์ตากลมโตวาววับตวัดผ่านใบหน้าเขาไปอย่างรวดเร็วโดยที่หญิงสาวไม่ได้สังเกต เหมือนว่าเจ้าตัวก็กำลังมองดูสิ่งรอบตัว หรือในความคิดของเขา เธอกำลังมองหาเหยื่อ!

หญิงสาวออกมายืนคุยกับผู้จัดการร้านครู่หนึ่งก็เข้าไปทำงานของเธอต่อ ขิงทำงานที่นี่ไม่กี่เดือนเธอก็มีเงินพอค่าเทอมในเทอมต่อไปโดยไม่ต้องลำบากแม่กับลุงปราชญ์แล้ว และยังมีเงินเหลือไปซื้อโทรศัพท์ใหม่ที่อยากได้มานานแล้วด้วย นั่นคือความภาคภูมิใจของหญิงสาวที่เลือกจะมาทำงานในที่นี้ตามคำชวนของเพื่อน แต่ในความภูมิใจเธอก็มีเรื่องที่หนักใจ นั่นคือการโกหกมารดา หญิงสาวรู้แน่ ว่าถ้าบอกว่าจะมาทำงานในสถานที่อโคจรแบบนี้แม่ไม่มีทางยอม แต่ในความคิดตัวเอง เธอมั่นใจว่าเธอดูแลตัวเองได้ เข้ามาทำแค่งาน ไม่ได้มาทำอย่างอื่น ทำแค่ช่วงปิดภาคเรียน เมื่อมหาวิทยาลัยเปิดภาคเรียนเธอก็กลับไปตั้งใจอยู่กับการเรียน

จุดมุ่งหมายในชีวิตก็ยังคงต้องการทำงานที่เป็นเกียร์ติเป็นศรีให้ตนเองและครอบครัว!

เข็มนาฬิกาบอกเวลาตีสอง...แสงไฟในผับจึงสว่างวาบในทุกจุดเพื่อให้นักท่องราตรีเดินออกตามเวลาที่ร้านปิด แน่นอนว่าวันนี้วันศุกร์ ช่วงนี้ตำรวจลงตรวจบ่อย ผู้จัดการร้านจึงจำต้องปฏิบัติตามกฎหมายเคร่งครัด

เมื่อแขกออกจากร้านหมด พนักงานทั้งหลายจึงค่อยทยอยออก หญิงสาวเอาเสื้อคลุมในกระเป๋าเป้มาใส่ทับร่างก่อนจะเดินออกมา แล้วขึ้นแท็กซี่กลับหอพักอย่างทุกครั้ง ตอนนี้เธอออกมาจากหอในมหาวิทยาลัยแล้ว ย้ายมาอยู่ที่หอนอกที่เปิดให้เข้าออกตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เรื่องนี้เธอบอกมารดาแล้ว และเพ็ญศรีก็เข้าใจ เพราะลูกสาวบอกว่าตัวเองทำงาน ผู้เป็นแม่ก็คอยแต่ย้ำว่าให้ดูแลตัวเองให้ดี

เมื่อหญิงสาวเดินเลี้ยวมาที่มุมทางออก ร่างของเธอก็ชนโครมเข้ากับร่างของใครคนหนึ่งจนเกือบจะล้ม ดีที่วงแขนแข็งแกร่งของเขาคนนั้นช้อนตัวเธอไว้ทัน

ว้าย!”

เป็นอะไรมั้ย...

น้ำเสียงถามทุ้มนุ่มฟังรื่นหู เมื่อหญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองจึงเห็นว่าเป็น

คุณ!...คุณภากร

เสียงหวานอ้อยอิ่งยามเอ่ยชื่อนี้ ดวงตากลมหวานกะพริบปริบๆ ยามที่ดันร่างตัวเองออกจากวงแขนของเขา

ภากรคือชื่อของหนุ่มหล่อ ลูกค้าประจำของร้านนี้ที่กำลังติดพันธ์หญิงสาวอยู่

ริมฝีปากบางเหยียดเป็นรอยยิ้มเล็กน้อยยามที่สบตากับใบหน้าหล่อเหลาแบบลูกผู้รากมากดีของเขาคนนั้น

ขิงขอโทษค่ะที่ซุ่มซ่าม

ภากรยิ้มบอกว่าไม่เป็นไร แล้วถามเธอว่า

กำลังจะกลับใช่มั้ย ให้ผมไปส่งเถอะ คุณกลับเองแบบนี้อันตราย

ไม่อันตรายหรอกค่ะ ขิงกลับแบบนี้ตลอด ไม่เห็นเป็นไร

หญิงสาวรีบบอกปัด สีหน้าค่อนไปทางละอาใจกับผู้ชายคนนี้ที่เทียวไล้เทียวขื่อเธออยู่ตลอด

แต่ผมเป็นห่วงคุณนะ แท็กซี่เดี๋ยวนี้ยิ่งไม่น่าไว้ใจ

พอขึ้นรถแล้ว ขิงก็ส่งทะเบียนแท็กซี่ให้เพื่อนค่ะ คุณไม่ต้องห่วง...ขิงขอตัวก่อนนะคะ

เพราะไม่อยากต่อความยาวกับเขา หญิงสาวจึงรีบหลบหลีกให้เร็วที่สุด หากเมื่อเธอเดินออกมาจากสถานบันเทิง ภากรก็ยังตื๊อเธออยู่ ครั้งนี้เขาพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง อาจเพราะเขาดื่มไปเยอะ ทั้งกลิ่นแอลกอฮอล์และกลิ่นบุหรี่ก็คอยคลุ้งอยู่รอบตัว

ขิงให้ผมไปส่งเถอะ นะนะ

ร่างสูงของภากรเดินมาขวางหน้าเธอไว้ ทั้งสีหน้าเขาก็ดูจริงจัง

ไม่เป็นไรค่ะ

น้ำเสียงของหญิงสาวก็เริ่มห้วนแข็งขึ้น

ทำไมล่ะขิง ก็ผมบอกแล้วว่าผมจะไปส่ง จะเล่นตัวอะไรนักหนา ผมบอกคุณแล้วไงว่าผมชอบคุณ อยากรู้จักคุณมากขึ้นจริงๆ นะ คุณอยากได้อะไรก็บอกผมสิ ผมมีเงินผมให้คุณได้อยู่แล้ว

มาวันนี้ภากรไม่พูดเปล่า แต่มือของเขายื่นมาคว้าต้นแขนของเธอแล้วกระชากเข้าหาจนหญิงสาวมุ่นหน้า ไม่ชอบใจอย่างยิ่ง

เธอมั่นใจว่าตั้งแต่มาทำงานในสถานที่นี้ ไม่ได้ส่งสายตายั่วยวนใคร หรือทำให้ใครเข้าใจได้ว่าเธอต้องการการเลี้ยงดู แต่ทำไมกับผู้ชายคนนี้ถึงยังพูดไม่รู้เรื่อง

มือบางพยายามจะผลักไสให้ร่างกายตัวเองหลุดพ้น

ปล่อยฉันนะ ถ้าไม่ปล่อยฉันจะร้องจริงๆ ด้วย ปล่อยสิ

ผมไม่ปล่อยคุณหรอก คืนนี้ผมจะไปส่งคุณให้ได้ มาขึ้นรถกับผม

พูดพร้อมกับกระชากร่างเธอไปที่ลานจอดรถ ทว่ายังไม่ทันที่ภากรจะเปิดประตูรถหรูของตัวเอง ก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะจากด้านหลัง

เห้ย! ผู้หญิงเขาไม่เต็มใจไปด้วยยังจะบังคับเหรอวะ

คนทั้งสองหันขวับไปมองทันควัน ก็เห็น

เสี่ย!” ฝ่ายหญิงอุทานขึ้นโดยอัตโนมัติ เธอยิ้มให้ในวินาทีแรกที่เห็นว่าเป็นเขา หยุดความคิดสงสัยว่าเขาปรากฏตัวตรงนี้ได้อย่างไรไว้ชั่วครู่ และนึกขอบคุณเจ้าที่เจ้าทางให้เขาปรากฏตัวขึ้นทันเวลา แต่อีกฝ่ายกลับมีสีหน้าถมึงทึงอย่างยิ่ง

ภากร มึงเป็นใคร เสือกอะไรด้วย นี่มันเรื่องของแฟนกัน

คำกล่าวลอยๆ นี้ ขิงรีบปฏิเสธขึ้นทันควัน

ไม่ใช่นะคะเสี่ย ขิงไม่ได้เป็นอะไรกับเขา

ในตอนที่ภากรเผลอ หญิงสาวก็สะบัดข้อแขนจนหลุดแล้ววิ่งมาหลบที่หลังชายหนุ่ม โตมรหรี่ตามองร่างน้อยที่แอบอยู่ด้านหลังแวบหนึ่ง ก่อนแลตากับมาจ้องกับอีกคน พูดว่า

ผู้หญิงคนนี้เป็นของฉันต่างหาก ไม่ใช่ของแกไอ้ไก่อ่อน

ไก่อ่อนเหรอ แกว่าใครไก่อ่อนไอ้หน้าโจรป่า หรือมึงจะเอา!”

ร่างสูงของภากรทำท่าเบ่ง ยืดอกเดินเข้าหาโตมร แต่เมื่อมาประจันหน้ากันตรงๆ ใกล้ๆ เป็นภากรที่ต้องได้แหงนหน้ามองเสี่ยใหญ่ จนเจ้าตัวค่อยๆ ไหวตัวออกห่างแต่ยังทำท่าทีกร่างอยู่ เอ่ยว่า

มึงรู้มั้ยว่ากูลูกใคร มึงอย่ามายุ่งกับผู้หญิงของกู

โตมรตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ หากจะหาความหวั่นกลัวจากสีหน้าเขาตามที่อีกฝ่ายกำลังมองหา บอกเลยว่าไม่มีแม้สักนิด มีแต่แววตาคมกล้าที่จ้องไปที่ภากรเขม็ง และท่าทีนิ่งงันอย่างน่ากลัวนี้แหละที่ทำให้ภากรชักหวั่นๆ ว่าเจอกับคนจริงเข้าเสียแล้ว ขนาดเพียงแค่โตมรยกมือขึ้นหยั่งเชิงเท่านั้น ฝ่ายภากรก็ถึงกับหดหัวหลบแล้วร้องว่า เห้ย!” ที่แสดงถึงอาการกลัว

นั่นยิ่งทำให้โตมรรู้ไต๋จริงๆ ของผู้ชายหน้าขาวคนนี้

ก่อนพาหญิงสาวจากไป ชายหนุ่มยังทำตัวให้น่ากลัวยิ่งขึ้นด้วยการเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อภากร แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงขู่กรรโชกว่า

อย่าให้กูเห็นว่ามึงยุ่งกับผู้หญิงของกูอีก ไม่งั้นกูไม่เอามึงไว้แน่ พ่อมึงกูก็ไม่กลัว!”

แล้วผลักร่างภากรไปชนกับรถหรูที่ เช่ามาหลอกตาใคร

 

ขิงขึ้นรถมากับโตมร...นอกจากเสียงครางเบาๆ ของเครื่องยนต์ในรถแล้วก็ไร้ซึ่งเสียงอื่นใด ตั้งแต่เขาขับรถออกมาระยะหนึ่งความเงียบก็เข้ามาครอบครองในรถทันที... จนในที่สุดหญิงสาวก็เอ่ยขึ้นจากที่รวบรวมความกล้าอยู่นาน

ร่างเล็กเอียงตัวเล็กน้อยมามองทางเขา แล้วยกมือพนมขึ้นไหว้ พร้อมกับกล่าว

ขอบคุณนะคะเสี่ยที่กรุณาช่วยขิง

ผู้ที่ขับรถยังมีท่าทีนิ่งเฉย ไม่ได้แลตามามองตอบสักกะนิด ผ่านมาอีกครู่หนึ่ง หญิงสาวก็ชักหวั่นๆ ในความเงียบของเขา

แล้วที่สุดฝ่ายชายก็เอ่ยขึ้น

มาทำอะไรที่นี่

มาทำงานค่ะ

หึ !’ เสียงแค่นหัวเราะในลำคอแสนเบา แต่หญิงสาวก็ได้ยิน และก็ทันเห็นด้วยว่ามุมปากเขายกยิ้ม

เหมือนเพ็ญจะบอกว่าลูกสาวทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้าน เคเอฟซี นะ จะรู้รึเปล่าว่าจริงๆ ลูกสาวคนสวยมาทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟในผับ

น้ำเสียงเขาราบเรียบ แต่หญิงสาวกลับสัมผัสได้ถึงกระแสประชดประชันที่เจือจางอยู่ เขาพูดต่ออีกว่า

ฉันควรจะบอกความจริงกับแม่เธอมั้ย...

อย่านะเสี่ย ขิงขอ...อย่าบอกแม่นะคะ...เสียงร้องขอนี้เองที่ทำให้เขาหันมามองหน้าผู้ที่นั่งร่วมมาในรถอย่างเต็มตาในครั้งแรก แล้วจึงได้เห็นดวงหน้าหวานที่แต่งแต้มเครื่องสำอางที่ไม่เคยเห็นนี้... ดวงตาที่กำลังมองมาที่เขาไหวริกฉายแวววิงวอน ดูยั่วยวนใจเป็นอย่างยิ่ง

เห็นเขาเบือนหน้าออกแล้วเงียบ หญิงสาวจึงเอ่ยต่อ

ขิงแค่ต้องการทำงานหาเงินเอง ไม่อยากกวนแม่กับลุงปราชญ์ เข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ แล้วค่าใช้จ่ายเยอะ ทางไหนที่ทำงานได้เงินเยอะพอจะจ่ายค่าเทอม ค่าห้อง ขิงก็อยากหาเอง แล้วมันก็เป็นงานที่สุจิต เพียงแต่...

เสียงเธออ่อนลง ดวงตากลมหลุบต่ำมองปลายนิ้วบนหน้าตักตัวเอง ในตอนที่เธอไม่ได้มอง จังหวะนั้นที่เขาแลตากลับมาเป็นฝ่ายมองเธอ

...มันต้องทำงานกลางคืนแค่นั้น

เขายกมุมปากยิ้มในเชิงเยาะอีกครั้ง ดวงตาคมคู่นั้นฉายแววล้ำลึกเกินหยั่ง เอ่ยขณะที่รถชะลอจอดติดไฟแดงตรงสี่แยก

อยากได้เงินมาจ่ายค่าเทอม ค่าห้องเองงั้นเหรอ ต้องไปทำงานในสถานที่อย่างนั้น นี่มันวิถี...เด็กเสี่ยชัดๆ ถ้าอยากได้เงินเยอะ ทำไมไม่ไปกับไอ้หมอนั่นล่ะ...ฮึ?”

 ดวงตากลมเบิกมองเขาในเชิงโกรธ โกรธที่เห็นสีหน้า แววตา ที่มองเธออย่างเหยียดหยามนั้น ก่อนจะว่า

ขิงไม่ได้เป็นเด็กเสี่ย ขิงหาเงินด้วยปลีแข้งของขิง ไม่ได้ขอเงินใครด้วย เสี่ยอย่ามาว่าขิงแบบนี้นะ

หญิงสาวตอบโต้อย่างเกรี้ยวกราด เมื่อรถเคลื่อนตัวออก เธอจึงบอกอีกว่า

จอดข้างหน้านี่แหละค่ะ ขิงจะลง

ลงไปไหน

กลับห้องขิงสิคะ

ฉันจะไปส่ง บอกมาสิห้องเธออยู่ไหน

ไม่เป็นค่ะ

เสียงตอบรับห้วนแข็ง สีหน้าเจ้าตัวก็นิ่วมุ่น แต่เมื่อแลตามองพลขับ กลับเห็นเขายิ้มแปลกๆ

บอกมาสิว่าห้องอยู่แถวไหน จะได้ขับไปส่ง

อยู่แถว xxx ค่ะ

ค่าห้องเดือนเท่าไหร่ล่ะ

สามพันห้าค่ะ

อยู่กับใคร

คนเดียวค่ะ

อ้อ อย่างนี้ก็สะดวกน่ะสิ ย้ายออกมาอยู่หอนอก จะพาใครขึ้นห้องตอนไหนก็ได้

หญิงสาวเหลียวมองเขาในแววตาขุ่นขวางหนักขึ้น พ่นลมหายใจออกแรง แล้วว่า

ขิงย้ายออกมาอยู่หอนอกได้หลายเดือนแล้ว แม่รู้แล้วด้วย ตอนย้ายออกแม่ก็มาดูแล้ว และหอที่ขิงอยู่ก็ยังเป็นหอหญิงเหมือนเดิม

คำตอบหลังๆ เริ่มไม่มีหางเสียง แต่กิริยาที่เกรี้ยวกราดเหมือนแม่เสือน้อยนี้ก็ทำให้เขาแค่นขำออกมาอีกจนได้

ความเงียบเข้ามาครอบคลุมในรถอีกครั้ง...ชายหนุ่มขับรถต่อมาอีกสักระยะ หญิงสาวที่นั่งเบือนหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างรู้สึกถึงเส้นทางที่ไม่คุ้นในทางกลับห้องของเธอ จึงมุ่นคิ้ว ไหวตัวหันมาถามคนขับ

เสี่ยเลี้ยวผิดรึเปล่า หอขิงไม่ได้ไปทางนี้นะ

ไม่ผิด ทางนี้แหละ ฉันจำแม่น

เสียงเขาบอกเนิบนาบ

เสี่ยจะพาขิงไปไหน

ไปคอนโดฉัน!”

^

^

^

*** ทำไมเสี่ยเลี้ยวไปคอนโดตัวเองล่ะ...โปรดติดตามต่อไปด้วยนะคะ


อีบุ๊คผลงานทั้งหมดโหลดได้ที่เว็บ เมพ น๊าาา

เพจติดตาม : มนสิกานต์ นิยายรัก

 à¹ƒà¸™à¸ à¸²à¸žà¸­à¸²à¸ˆà¸ˆà¸°à¸¡à¸µ 1 คน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 93 ครั้ง

173 ความคิดเห็น