มายาหัวใจ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 406 Views

  • 0 Comments

  • 9 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    10

    Overall
    406

ตอนที่ 4 : มายาหัวใจ 2/1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    18 ก.ย. 61

          

             บ่ายวันเดียวกันหญิงสาวปั่นจักรยานมาที่วัด จอดรถไว้ใต้ร่มไม้หน้าศาลาการเปรียญแล้วเหลียวหน้ามองโดยรอบเห็นพระลูกวัดสามองค์กำลังกวาดใบไม้กองสุมกันไว้อยู่ไม่ไกล คนร่างบางเดินช่างใจเข้ามาหาพระลูกวัดเพื่อจะถามหาใครบางคนแต่แล้วก็เห็นเด็กวัดที่พอคุ้นเคยกันโผล่ออกมาพอดีเธอจึงเลือกถามแทน

          หนิง         

          อ้าว พี่ขวัญมาหาพี่ดินเหรอเด็กวัดวัยสิบสามขวบถามยิ้มๆอย่างรู้ๆ

          อื้มหล่อนพยักหน้าประกอบ มือจับประสานกันไว้เบื้องหน้าในกิริยาสำรวม ก่อนบอกเหตุผลการมาให้รู้ว่า จะชวนไปช่วยเก็บสายบัวเอามาให้ยายทำเป็นอาหารมาถวายพระพรุ่งนี้

          อ้อ อยู่หลังศาลาเลยพี่

          เด็กวัดรุ่นน้องรีบบอก ยิ้มกว้างจนเห็นฟันเมื่อได้ยินคำว่าจะทำแกงสายบัวมาถวายพระ หากทำมาถวายพระนั่นก็หมายถึงทุกคนในวัดก็ต้องได้กินด้วย แล้วอาหารที่ยายขิงทำอร่อยทุกอย่าง นี่แหละหนิงจึงรีบชี้ทางบอกโดยเร็ว

          ขอบใจ

          เมื่อรู้ที่อยู่แล้วร่างเล็กก็เดินลิ่วไปตามทาง ครั้นเห็นตัวหญิงสาวก็ร้องเรียกเสียงใสอยู่แต่ไกลว่า

          ดิน...ทำอะไร

          กวาดใบไม้ออกจากร่องน้ำเขาหันมาตอบท่าทางปกติ

          แล้วทำเสร็จรึยัง

          อืม เสร็จแล้ว ขวัญมีอะไรมาถึงนี่ ดินว่าเสร็จจากนี่จะไปถางหญ้าที่พูดไว้เมื่อวานบ้านขวัญพอดี

          โอ้ย เรื่องหญ้าไม่ต้องรีบหรอกไว้วันอื่นก็ได้ จะมาชวนไปเก็บสายบัวที่บึงเป็นเพื่อน ไปพายเรือให้หน่อย

          ชายหนุ่มเหลือบมองหน้า ดวงตาคมเข้มมีประกายฉุกคิดขึ้นมาแวบ

          ทำไม จะไม่ไปเป็นเพื่อนเหรอมองเห็นสีหน้าเขาขรึมลงขวัญก็ถามทันทีเพราะทุกครั้งที่ชวนไปไหน ดินจะตอบกลับมาอย่างรวดเร็วว่า ไปสิครั้งนี้เขาก็ตอบเช่นเดิม แต่ช้ากว่าเดิมไปหลายวิ...

          ไป ไปได้

          ไอ้เราก็นึกว่าจะมาชวนเก้อซะแล้ว...

ประโยคนี้กลั้วด้วยรอยยิ้มหวานละไม หวานจนคนมองใกล้ๆหัวใจไหวยวบ หวานจนเขาคิดว่าคงไม่มีผู้หญิงคนไหนยิ้มได้สวยเท่าคนนี้อีกแล้ว แม้จะเห็นเธอยิ้มอยู่บ่อยครั้งแต่ทุกครั้งก็ยังทำหัวใจดวงนี้สั่นไหวได้ทุกเวลา

          ไปรอที่รถนะ

          อืม เอาไม้กวาดไปเก็บก่อนเดี๋ยวตามไป

          ร่างเล็กหันหลังเดินกลับแยกจากชายหนุ่มไปคนละทาง เดินไปจูงจักรยานมายืนรอที่ริมถนนคอนกรีตทางเข้าออกประตูวัด ไม่กี่อึดใจก็เห็นร่างสูงในชุดกางเกงนักเรียนขาสั้นสีกากีใส่กับเสื้อยืดสีเทาย้วยสวมรองเท้านักเรียนน้ำตาล ขาดๆเดินมา ได้ยินเสียงแว่วจากเขาถามพระลูกวัดว่า

          จักรยานที่จอดอยู่ข้างกุฏิใครปั่นไปไหนเหรอครับหลวงพี่

          อ๋อ ไอ้เจ้าหนิงมันปั่นไปไหนก็ไม่รู้เมื่อกี้นี้เอง

          ...ชายหนุ่มพยักหน้าเจื่อนๆ ก่อนพูดอีกว่า

          ผมจะไปพายเรือให้ขวัญเก็บสายบัวที่บึงนะครับ กลับมาจะมากวาดลานวัดให้เกลี้ยงเลย

          พระลูกวัดพยักหน้ายิ้มให้ความเมตตา ไม่ได้เข้มงวดกวดขันที่จะให้เด็กวัดทำงานทุกอย่าง

          ชายหนุ่มเดินหน้านิ่วหัวคิ้วขมวดชนกันมาหาพอมาถึงก็ทำทีอ้ำอึ้ง ก่อนจะกระอ้อมกระแอ้มให้คนที่ยืนรออยู่ฟังว่า

          จักรยานที่วัดหนิงมันปั่นออกไปพอดี เราจะเดินขวัญก็ปั่นไปละกันนะ

          ฮึ ?” คิ้วเรียวเลิกขึ้นทั้งในเชิงขันและประหลาดใจ ปกติก็เคยปั่นจักรยานนั่งซ้อนท้ายกันไป แล้วทำไมวันนี้... อะไรกันดิน จักรยานขวัญดินก็ขี่ได้ ก็ขี่ซ้อนกันไปเหมือนเคยไม่เห็นจะเป็นไร

          ดินไม่อยากทำอย่างนั้นแล้ว เดี๋ยวคนอื่นมองขวัญเสียหาย ขวัญเป็นผู้หญิงเราเป็นผู้ชายโตกันแล้ว หลวงลุงก็เตือนมาด้วย

          เขาตอบน้ำเสียงเนือยๆ ขวัญชนกยืดอกถอนหายใจพรืด เม้มริมฝีปากขณะกำลังคิด ก่อนบอกว่า

          ช่างเถอะ ใครจะว่าก็ช่างเอาเป็นว่าขวัญไม่ถือไม่สนใจละกัน เราทำอะไรก็อยู่ในสายตาคนตลอดไม่ได้แอบไปทำอะไรที่ลับตาคนซะหน่อย ที่บึงก็มีคนไปตกเบ็ดหาปลาอยู่ใช่ว่าจะเปลี่ยว ไปเถอะไม่ต้องคิดมาก รีบไปจะได้รีบกลับไง...เร็ว !”

          เห็นสีหน้าดินยังลังเลมือบางจึงตบที่แขนล่ำสันเบาๆพร้อมเร่งเร้า หญิงสาวก้าวขาข้ามมานั่งประจำที่ท้ายจักรยานพลางจ้องหน้าเขาแน่แน่วเป็นเชิงสั่งการกลายๆ ภูบดินทร์ระบายลมหายใจก่อนจะขึ้นนั่งประจำที่คนปั่น หญิงสาวจึงยิ้ม

          ออกรถเลยยยย...

          ตีที่หลังคนปั่นหนึ่งทีแล้วหัวเราะ เหมือนต้องรอให้กระตุ้นด้วยอะไรสักอย่างเขาจึงค่อยออกแรงปั่นจักรยานไป ระหว่างทางหญิงสาวก็ชวนคุยไปเรื่อย

          เมื่อเช้าตัวเองกลับตอนไหนเหรอ ลงมาไม่เห็นถามยายก็ไม่เห็น

          ตั้งแต่ได้ยินเสียงรถวิ่งตามถนนแล้ว

           เหรอ...อืม

          ที่ริมบึงมีสะพานทอดยาวออกไปเป็นท่าเทียบเรือ รอบๆบริเวณร่มรื่นด้วยต้นไม้ยืนต้นทั้งเล็กใหญ่หากไม่รกทึบจนน่ากลัว มีต้นขี้เหล็กที่แตกยอดอ่อนแซมอยู่หลายต้นและเรียงลายมาตามข้างทาง

          ...ชายหนุ่มแหงนมองแล้วก็นึกอยาก

          มองยอดขี้เหล็กอย่างนั้นอยากกินแกงมันขึ้นมาล่ะสิ

          น้ำเสียงสดใสดังขึ้นพลอยให้ผู้ที่ยืนนิ่งแหงนมองยอดขี้เหล็กหันกลับมา โคลงศีรษะช้า หน้าเฝื่อนลง หากยังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบเสียงนั้นก็ดังต่อว่า

          เก็บกลับไปด้วยก็ได้ พรุ่งนี้จะให้ยายแกงให้กิน

          เปล่า ไม่ได้บอกว่าอยากกินซักหน่อยเขาตอบเรียบๆ

          ไม่อยากแล้วแหงนมองมันทำไม เห็นนะว่ากลืนน้ำลายอึกๆ

          หญิงสาวเริ่มแหย่ อมยิ้มนิดๆ อย่างขันๆ เมื่อเห็นคิ้วหนาขมวดเข้าหากัน ชักสีหน้าบึ้งๆ

          หุ้ย ! รู้ดีจังนะ ไอ้เรื่องคนอื่นนี่รู้ดีเหลือเกิน

          คนพูดพูดแล้วเดินลิ่วๆ ไปตามสะพานไม้ที่ทอดยาวออกมาจากริมตลิ่ง ไม่เหลียวหลังกลับมามองผู้ที่ยังยืนยิ้มขันอยู่ข้างหลัง

          เรื่องคนอื่นน่ะไม่รู้หรอก แต่เรื่องของดินน่ะขวัญรู้หมดแหละ

          ร่างสูงเดินไปถึงปลายสะพานแล้วหันมามอง ยิ้มจางๆ อย่างเขินๆ เหมือนเขากำลังถูกผู้หญิงจีบ ความผูกพันเอื้อเอ็นดูที่มีมาให้กันตั้งแต่วัยเยาว์แนบแน่นนั้นเชื่อมโยงความรู้สึกให้แน่นแฟ้นขึ้นอย่างประหลาด แต่ถึงกระนั้นลึกลงไปในใจภูบดินทร์ก็ยังเตือนตัวเองไว้อยู่เสมอว่าเขาจะต้องให้เกียร์ติและถนอมหญิงสาวคนนี้ไปจนถึงวันที่เขามีทุกอย่างที่คู่ควรพอที่จะดูแลเธอไปตลอดชีวิตได้...ร่างบางเดินเอื่อยมือไพล่หลังมาหยุดยืนอยู่ใกล้ๆ ชายหนุ่มจึงปรับสีหน้าให้เป็นปกติถามเสียงอ่อนว่า

          เรือลำไหนจะให้พาย

          น่ะ ลำที่หัวเรือมีรอยบั่นไว้ นั่นล่ะเรือตาชด ขวัญยืมไว้แล้วบอกว่าจะเก็บสายบัวไปเผื่อ

          ...

          เขาพยักหน้าแล้วหันไปมองเรือหนึ่งในสามลำที่ลอยชิดอยู่กับเสาหัวสะพาน ก่อนย่างขาลงไปเหยียบอย่างละวังแม้จะโคลงเคลงแรงไปเสียหน่อยตอนที่เท้าเหยียบลงไปแต่ความคุ้นเคยชายหนุ่มก็นั่งลงประจำที่คนพายได้อย่างมั่นคง มีเสียงล้อจากคนที่ยืนหัวเราะอยู่ข้างบนว่า...

          เบาๆหน่อยสิ เดี๋ยวก็ทำเรือล่มหรอก

          รู้แล้วน่า ลงมาได้เขาพึมพำจับไม้พายมาอยู่ในท่าเตรียม

          ขาเรียวก้าวลงมาเหยียบท้องเรืออย่างเก้กัง น้ำหนักที่กระแทกลงมาทำให้เรือโคลงเคลงอีกรอบและแรงกว่าเดิมหญิงสาวร้องกรี๊ดอย่างขลาดๆ สองแขนโอบเสาสะพานแน่นขณะที่ขาอีกข้างยังเหยียบอยู่บนหัวเรือยกขึ้นมาไม่ได้

          ...ถึงทีที่ภูบดินทร์หัวเราะ

          ประคองเรือไว้ดีๆสิ ! ดินอย่าเพิ่งให้มันลอยไปขาจะฉีกอยู่แล้วนะเนี่ยหญิงสาวว่าจริงจัง

          ประคองแล้วๆ ลงมา

          เรือพายค่อยๆเบนหัวออกจากท่า โดยมีร่างสูงเด่นนั่งหลังตรงเป็นผู้บังคับ ใบหน้าคมเข้มอมยิ้มขันๆมองผู้ที่นั่งหน้าตูมอยู่หัวเรือ หญิงสาวเหลือบตาค้อนขวับให้หนึ่งทีก่อนเบนหนีไปมองนกน้ำบินโฉบเฉี่ยวในบึง...จนกระทั่งเรือหาปลาลำใหญ่ลอยเข้ามาถึงกอบัวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหญิงสาวก็เอื้อมมือไปเด็ดฝักบัวเมล็ดกำลังอ่อนพอดีขึ้นมาแกะกินก่อนไม่สนใจว่าจะเด็ดสายบัวอย่างที่ชวนมา หากเป็นคนพายเรือเสียที่เป็นคนเก็บสายบัวเอง ส่วนคนที่ชวนมานั้นนั่งแกะเมล็ดบัวกินอย่างอร่อย ปากก็สั่งการว่า

          เก็บเยอะๆเลยนะดิน เอาดอกด้วยนะวันนี้วันพระยายจะเอาไปไหว้พระ

          นี่ก็เยอะแล้วนะ จะเอาอีกเหรอ

          ทีนี้หญิงสาวจึงได้หลุบตามองที่ท้องเรือเห็นสายบัวยาวกองอยู่เกือบถึงกาบเรือแล้ว

          มัวแต่กิน นั่งชมนกชมไม้อยู่นั่นเขาว่าไม่ได้จริงจังนัก

          หญิงสาวยิ้มแห้งๆ ตอบว่า

          งั้นก็พอได้แล้วแหละเยอะแล้ว

          กลับเลยเปล่า ?”

          ยัง ขอนั่งเรือชมวิวกินฝักบัวก่อนกลับไปก็โดนยายใช้ให้ไปดูในสวนอีก กลับเย็นๆจะได้ไม่ต้องไป

          ทำไมล่ะ

          ถามได้ ก็ขี้เกียจไปน่ะสิ ไม่รู้ยายจะให้เข้าไปตรวจดูอะไรนักหนา เดินไปวันก่อนก็โดนไม้ดีดเจ็บชะมัดเล่าถึงตรงนี้ชายหนุ่มก็หัวเราะ  คนเล่าจึงชักสีหน้ามุ่นลงเป็นเชิงเตือนในระยะแรกเขาก็หุบรอยยิ้มสนิท หญิงสาวจึงเล่าต่อว่า เดี๋ยวพอมะม่วงออกผลจนขายได้ยายก็ให้ขวัญไปช่วยขนมาขายอีก ทั้งเหนื่อยทั้งร้อนจะจ้างคนช่วยก็ไม่จ้าง

          หญิงสาวพูดอย่างหงุดหงิด ใบหน้าคนฟังมีรอยยิ้มขึ้น ก่อนจะว่า

          ก็ซุ่มซ่ามนี่เรื่องไม้ดีด...มีที่ดินทำกินก็ดีแล้วยังจะขี้เกียจไปดูอีก

          ก็มันเหนื่อยนี่นา นี่ยังไม่อยากนึกถึงตอนทำนานะ โดนยายปลุกตั้งแต่เช้าทุกวัน เสาร์อาทิตย์แทนที่จะได้ตื่นสายๆไม่ได้ไปเรียนยังต้องมาตื่นเช้าเพราะเสียงยาย ดินไม่มาเป็นขวัญดินไม่รู้หรอก

          ขวัญก็ลองนึกถึงคนที่เขาไม่มีอะไรดูสิ ขวัญโชคดีนะที่มีทั้งสวน ทั้งนาให้เป็นที่ทำกิน

          ไม่เอาล่ะ ถ้ายายแก่อีกนิดแล้วทำนาทำสวนไม่ไหวนะขวัญไม่ทำต่อหรอก จ้างคนมาทำแล้วเอาค่าเช่าดีกว่า เหนื่อยจะตายดินจะมาทำมั้ยล่ะทั้งสวนทั้งนาขวัญให้ดินทำหมดเลย

          หญิงสาวพูดแจ้วๆ แกะเม็ดบัวเข้าปากไม่ได้สังเกตสีหน้าผู้ที่นั่งอยู่เงียบๆ นี้เลย ดวงตาคมเข้มมีประกายละห้อยแล้วพลันสดใสขึ้นพร้อมกับผุดรอยยิ้มจางเมื่อหญิงสาวเหลือบตามอง

          ว่าไง ดินจะทำนาทำสวนให้ขวัญมั้ย เห็นถนัดนักไอ้ยกเข่งมะม่วง แบกมัดกล้าใหญ่ๆเนี่ย

          ...ถ้าขวัญอยากให้ดินทำดินก็จะทำให้

          ดี ต่อไปขวัญจะให้ดินเป็นคนทำสวน ทำนาให้

          หญิงสาวบอกด้วยใบหน้าแจ่มใส ฉวยฝักบัวอีกฝักมาแกะกินไปเรื่อยๆแบบไม่รู้จักอิ่ม ความเงียบเข้ามาครอบคลุมอยู่ครู่หนึ่งมือหนาหยิบฝักบัวมาแกะเม็ดกินบ้าง ก่อนได้ยินเสียงเรียกหวานๆดังขึ้น

          ดิน

          หืม ?”

          ดินว่า...ขวัญสวยมั้ยประโยคนี้หญิงสาวถามยิ้มๆ บิดตัวอายๆ

          สวย

          จริงอ่ะ สวยมากปะ ? แบบว่าเทียบกับนุ่นห้องสี่ที่เป็นดาวโรงเรียนอ่ะ ดินว่าใครสวยกว่ากัน

          เขายิ้มนิดๆ ก่อนตอบว่า

          ขวัญก็สวยน่ารักแบบของขวัญอ่ะ จะเอาตัวเองไปเทียบกับคนอื่นทำไม

          ก็ต้องเทียบสิขวัญจะได้รู้ว่าตัวเองสวยแค่ไหน สวยพอที่จา...ไปสมัครเป็นดาราได้เป่า...หญิงสาวพูดไม่เต็มเสียง ผิวหน้าแดงเรื่อ ชายหนุ่มกลั้วหัวเราะพลางถามว่า

          อยากเป็นดาราเหรอ

          อืม...อยากเป็น

          ทำไมถึงอยากเป็น

          ก็อยากทำงานสบายๆ แต่ได้เงินเยอะๆ อยากซื้อของดีๆใช้ อยากมีเสื้อผ้าแบรนด์เนมใส่ อยากไปเที่ยวต่างประเทศ โอ้ย อยากไปหมดเลยดิน ขวัญเบื่อทำนาทำสวนกับยายแล้ว ขวัญอยากออกไปดูโลกข้างนอกบ้าง

          ทำไมถึงอยากออก ข้างนอกไม่เห็นจะมีอะไร อยู่บ้านเราทำมาหากินไปอย่างนี้ไม่ดีกว่าเหรอ จะดิ้นรนอยากมีอย่างนั้นเพื่ออะไร สิ้นเปลืองเปล่าๆ ดินว่า

          ดินก็คิดอยู่แค่นี้ แล้วเมื่อไหร่ชีวิตจะดีขึ้นกว่านี้ ดินคิดแค่นี้ดินก็จะอยู่แค่นี้ ไม่ได้ออกไปเห็นว่าการมีชีวิตที่ดี มีเงินเยอะๆมันดีกว่ายังไง คนเราจะคิดสั้นๆ แค่นี้ชีวิตก็จะไม่มีอะไรดีขึ้น

          ประโยคนี้พลั้งออกไปอย่างไม่ทันคิดคงจะสะกิดใจเขาไม่น้อย แววตาหญิงสาวมีความสำนึกผิดหากครั้นจะเอ่ยปากขอโทษก็เห็นเขามีสีหน้าปกติผุดยิ้มน้อยๆที่มุมปากบอกว่า

          ดินอาจจะคิดไม่ไกลเท่าขวัญนะ เพราะดินมีความสุขกับชีวิตที่เป็นอยู่ พ่อแม่ดินเสียพร้อมกันตั้งแต่เด็ก ดินไม่มีที่ทางไว้ให้ทำมาหากินเหมือนใครๆสำหรับดินขอให้ได้เรียนจบ มีงานที่มั่นคงทำอยู่กับคนที่รักดินก็ไม่อยากดิ้นรนอะไรไปมากกว่านี้แล้ว

          ...

^

^

^

***เนื้อเรื่องเต็มมีให้ดาวโหลดแล้วที่เว็บ เมพ นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น