ดอกไม้ในมือมาร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,274 Views

  • 7 Comments

  • 28 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    20

    Overall
    2,274

ตอนที่ 4 : นกน้อยออกหากิน 1/2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 206
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    7 ส.ค. 61

              

                         ยามสนธยาช่วงรอยต่อของวันและคืน มองเห็นดวงอาทิตย์เป็นสีส้มดวงใหญ่อ่อนแสงโรยราลอยอยู่ปริ่มน้ำกลางบึงบัว ท้องฟ้าเบื้องหน้าจึงเห็นเป็นสีส้มอมแดง ให้ความรู้สึกเย็นเยือกระคนเศร้าหมอง หมู่นกกาบินเฉียงตัดหน้าพระอาทิตย์กลับคืนสู่รังนอน วัฏจักรของพวกมันเป็นเช่นนี้ทุกวัน ช่อเอื้องคิดย้อนถึงตัวเอง แล้วเธอเล่าเดินทางจากบ้านครั้งนี้เมื่อไหร่หนอจะได้หวนคืนรัง

          หญิงสาวนั่งห้อยขาอยู่บนสะพานไม้ที่ทอดตัวจากตลิ่งไปสู่บึง ดวงตาเหม่อมองไปยังผืนน้ำอันเงียบสงบ กบตัวจ้อยกระโดดโลดเต้นอยู่บนใบบัวลงไปในน้ำดังจ๋อมแจ๋มเสมือนเป็นเพื่อนคลายเหงา หญิงสาวส่งยิ้มอ่อนไปให้พวกมัน พร้อมกับซึมซับเก็บบรรยากาศที่แสนสบายกาย สบายใจเก็บไว้ในความรู้สึก ไม่รู้ในถิ่นที่เธอจะไปจะมีดวงอาทิตย์ให้เห็นเต็มดวงสวยงามอย่างนี้ไหม

          หญิงสาวนั่งอยู่คนเดียวไม่นานแสงเดือนก็เดินแกว่งแขน บิดสะโพก สีหน้าหงิกงอ ย่ำเท้าหนักๆเข้ามาหา นั่งลงข้างๆช่อเอื้อง

...แสงเดือนมีหน้าตาสดใสตามวัยที่ร่วงเข้าสิบเจ็ดปี แลอาจจะโตเป็นสาวสวยกว่าลูกบ้านอื่นเพราะมีน้าแสงหล้าขยันหาสมุนไพรมาประโคมพอกผิวพอกหน้าให้ เพื่อเพิ่มความสวยให้ลูกสาว เธอมัดผมจุกหลวมๆ ไว้บนศีรษะ ปล่อยปอยผมเล็กๆคลอเคลียตามแก้มและลำคอส่งให้ใบหน้าดูน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งขึ้น เธอสวมเสื้อยืนคอกลมสีแดงกับกางเกงขาสั้นสีเหลืองอวดขาเรียวขาว

          พี่เอื้อง

          เด็กสาวเรียกเสียงอ่อนแววตาอาลัยมองลูกพี่ลูกน้องที่จะต้องห่างไกลกัน ช่อเอื้องหันหน้ามายิ้มรับละมุนให้เช่นเคย

          ไม่อยากให้พี่เอื้องไปเลย เพราะแม่นั่นแหละให้แต่พี่เอื้องไปทำงานหาเงินอย่างเดียว

          ช่อเอื้องยิ้มอ่อนโยนอีกครั้ง เกิดความตื้นตันในหัวใจที่อย่างน้อยก็ยังมีแสงเดือนคอยคิดถึงและเป็นห่วง

          มือผอมบางฝ่ามือหยาบด้านยื่นมากุมมือนุ่มนิ่มของน้องสาวไว้ ก่อนจะเอ่ยตอบเบาๆ

          ไม่ใช่เพราะน้าแสงหล้าหรอก จริงๆแล้วพี่ก็อยากไปทำงานที่กรุงเทพฯเหมือนกันนะ...ดวงหน้าเธอแหงนมองฟ้า ริมฝีปากอมยิ้ม ดวงตาทอประกายอย่างคนมีความหวังในหัวใจเต็มเปี่ยม พี่จะเก็บเงินให้ได้เยอะๆ เพื่อครอบครัวเราจะได้สบาย ส่งเดือนเรียนให้สูงๆ มีงานดีๆทำ

          น้ำเสียงที่เอ่ยเจือความเศร้าหมองพลอยให้คนฟังอดสะท้านในใจไม่ได้

          แล้วพี่เอื้องจะกลับมาเยี่ยมบ้านบ้างมั้ย กลับมาเมื่อไหร่

          “กลับสิ บ้านพี่อยู่นี่ ถ้าไม่กลับมาบ้านพี่จะไปอยู่ที่ไหนได้...แต่พี่ขอทำงานเก็บเงินพอซื้อทองให้น้าแสงหล้าใส่ก่อนแล้วจะกลับมาเยี่ยมบ้านนะ

          พูดจบเธอก็หัวเราะ หากดวงตานั้นเริ่มพร่างพราวจนต้องยกมือซับมวลน้ำที่คลอขึ้นมาออก เด็กสาวเอียงตัวซบไหล่เธอ ดวงตาทอดมองไปยังท้องฟ้าที่แสนเวิ้งว้างกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา

          ฉันคงคิดถึงพี่แย่เลย พี่ไปแล้วแม่ก็ไม่มีใครให้ด่า จากนี้อะไรๆก็คงจะมาลงที่ฉันหมด งานทุกอย่างฉันก็คงได้เป็นคนทำ

          มือบางลูบหัวไหล่น้องสาวอยู่เบาๆ ริมฝีปากเธอยิ้ม

          พี่ไปไม่นานหรอก เก็บเงินได้ซักก้อน พี่ก็จะกลับมา เราอยู่ทางนี้ก็ดูแลตัวเองดีๆนะ ตั้งเรียน แล้วพี่จะซื้อเสื้อผ้าสวยๆส่งมาให้

          คราวนี้คนฟังดีดตัวขึ้น ดวงตาพองโต จริงนะพี่

          ช่อเอื้องยิ้มตามกับสีหน้าดีใจไว้ล่วงหน้าของเด็กสาว จริงสิ

          สองสาวพี่น้องกอดคอนั่งห้อยขาคุยกันอยู่กลางสะพานไม้ตามประสา มีทั้งการสั่งลาและสั่งสอนจากฝ่ายที่จะไป ดวงตาสองคู่ยามนี้มีแต่ความโศกศัลย์อาลัย

          ก่อนความมืดจะโรยตัวกลืนทุกสรรพสิ่งเข้ามาอยู่ในหลุมดำอันกว้างใหญ่ แว่วเสียงรถเครื่องเก่าๆดังกระหึ่มมาแต่ไกล ซักพักเสียงก็เงียบลงเมื่อคนขับดับเครื่องแล้วเดินหน้าบึ้งเข้ามาหาสองสาว

          เขาเป็นชายหนุ่มรูปร่างผอมสูงทว่ามีแต่มัดกล้าม ผมดำ ผิวคร้ามเข้มเหมือนคนทำงานตากแดดตากฝน นุ่งกางเกงขาก๊วยสีดำเปรอะโคลนแห้งๆ กับเสื้อม่อฮ่อมตัวเก่า โพกผ้าขาวม้าไว้บนศีรษะ เดินฉับๆมาด้วยความเร็ว

          อ้าว! พี่คำแปง

          ช่อเอื้องเอ่ยทัก เมื่อเห็นชายคุ้นหน้ากันเป็นอย่างดีเดินหน้าเคร่งเข้ามาหา แสงเดือนหันไปมองหน้าผู้ที่มาให้แวบหนึ่งก็เบ้ปากทำเมินไม่สนใจ เมื่อเดินเข้ามาใกล้คำแปงจึงเอ่ยทันที

          เมื่อกี้พี่ไปหาที่บ้าน น้าแสงหล้าบอกว่าเอื้องกับเดือนมาที่นี่

          “ใช่จ้ะ มานั่งเล่นใกล้จะกลับแล้วแหละ นี่ก็เย็นมากแล้ว

          คำแปงนั่งขัดสมาธิลงที่กลางสะพานจ้องตากับหญิงสาวเขม็ง เงียบไปครู่หนึ่งจนช่อเอื้องต้องเป็นฝ่ายถาม

          พี่คำแปงจ้องหน้าฉันทำไม

          “เอื้องจะไปกรุงเทพฯเหรอ

          “ใช่จ้ะ

          ต้องไปด้วยเหรอ อันตราย!”

          หญิงสาวยิ้มอ่อนมองหนุ่มรุ่นพี่ที่ส่งความห่วงใยออกมาให้ทางสายตาอย่างแจ่มชัด

          ไปทำงานจ้ะ ไม่มีอะไรต้องห่วงหรอก ไปกับดาวเรียง

          “น้าแสงหล้าบังคับให้ไปสินะ

          จบประโยคของคำแปงสาวน้อยอีกคนที่นั่งทำเมินอยู่นานก็ตวัดสายตามองขุ่นให้ชายหนุ่ม พร้อมแว้ดขึ้นอย่างฉุนเฉียวที่อีกฝ่ายพาดพิงถึงมารดาตน

          นี่ พี่อย่ามาว่าแม่ฉันนะ แม่ไม่ได้บังคับให้พี่เอื้องไปซักหน่อย

          คำแปงเบ้ปากตอบ ทำสีหน้าไม่ยี่หระ ซ้ำยังสวนเธอกลับไปในอารมณ์เดือดดาลเช่นกันว่า

          เหอะ! ใครๆในหมู่บ้านก็รู้ทั้งนั้นว่าแม่เธอใช้งานช่อเอื้องหนักขนาดไหน ให้ทำทุกอย่างแล้วตัวเองก็คอยรับเงินที่ช่อเอื้องทำงานหามา นี่คงเห็นว่านังดาวเรียงได้เงินมาเยอะสินะถึงอยากจะให้ช่อเอื้องไปทำงานที่กรุงเทพฯด้วย

          “พี่คำแปง แม่ฉันไม่ใช่คนแบบนั้นนะ!”

          เด็กสาวผุดลุกขึ้น กระทืบเท้าใส่คนพูด มองตาอีกฝ่ายอย่างเกรี้ยวกราดสองมือกำหมัดแน่น คำแปงก็ลุกขึ้นมองตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ก่อนเด็กสาวจะเอ่ยขึ้นอีกด้วยอารมณ์ฉุนขาด

          ถ้าไม่อยากให้พี่เอื้องไปทำงาน ทำไมพี่ไม่หาเงินมาสู่ขอพี่เอื้องไปอยู่กับพี่ล่ะ มาทำเป็นพูดดียุ่งเรื่องชาวบ้านเขาทำไม

          “แม่เธอหน้าเงินแค่ไหนใครๆเขาก็รู้ ที่ไม่ให้ช่อเอื้องออกเรือนเพราะกะจะเลี้ยงไว้ใช้งานให้ตัวเองอยู่สบายน่ะสิ โถ่!”

          “พี่คำแปง! นี่

          เด็กสาวโกรธจนหน้ามืด พุ่งตรงเข้าผลักอกคนที่กล่าวหามารดาตน แต่ช่อเอื้องช่วยเข้ามาขวางไว้ก่อนเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องทะเลาะจนมองหน้ากันไม่ติด และสาเหตุนั้นก็มาจากเธอ

          พอแล้วพี่คำแปง เดือน...หยุดทะเลาะกันเพราะเรื่องนี้ได้แล้ว

          เด็กสายถอยห่างฮึดฮัด สีหน้าบูดเบี้ยวเพราะโกรธจัด ช่อเอื้องผ่อนลมหายใจหันมองหน้าคนทั้งคู่สลับกันอย่างหนักใจอยู่ ทุกครั้งที่แสงเดือนกับคำแปงเจอหน้ากันไม่เคยจะพูดดีกันอยู่แล้ว ไม่รู้มีเรื่องให้โกรธเกลียดกันมาตั้งแต่ปางไหน เมื่อเจอก็ต้องมีเรื่องให้พูดให้แขวะกันอยู่ร่ำไป

          หญิงสาวหันไปมองหน้าคำแปงที่ยังเขม้นตามองแสงเดือน ก่อนจะบอกว่า

          น้าแสงหล้าไม่ได้บังคับอะไรฉันหรอกจ้ะพี่คำแปง ฉันเองก็อยากไปอยู่เหมือนกัน

          “เห็นมั้ยเล่า

          เด็กสาวสอดขึ้นอย่างถือดีก่อนที่ช่อเอื้องจะพูดจบประโยค พร้อมเหยียดริมฝีปากเป็นรอยยิ้มเยาะเมื่อเห็นคำแปงหน้าเสียลงถนัด

          แม้ท้องฟ้าจะยังไม่มืดแต่อากาศเริ่มเย็นลงเพราะเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว ทั้งสองสาวเดินเคียงไหล่กันกลับโดยมีชายหนุ่มเดินหน้ามุ่ยจูงมอเตอร์ไซด์คันเก่าตามหลัง เหล่าชาวบ้านเกษตรกรพากันจับกลุ่มเดินกลับบ้าน แต่ละคนแบกจอบเสียมไว้บนบ่า ร้องบอกให้ช่อเอื้องโชคดีมีชัยกับการไปทำงาน หญิงสาวกล่าวขอบคุณพร้อมรอยยิ้มอ่อนๆ เห็นแปลงนาเป็นสีทองใกล้ถึงยามเก็บเกี่ยวก็นึกใจหายที่ปีนี้เธอจะไม่ได้อยู่

          ลมหนาวพัดโชยหอบเอากลิ่นไอความเหน็บหนาวเข้าสู่ใจคนที่จะจากบ้าน นกกาฝูงหนึ่งบินแตกออกจากยอดไม้เมื่อกลุ่มคนทั้งสามเดินผ่าน ส่งเสียงร้องชวนสะท้านใจไปทั่วทั้งป่าเปรียบเสมือนคำอาลัยให้คนที่จะจากถิ่นก่อนจะบินหายเข้าไปในป่ามืด หญิงสาวหันมองภูเขาสูงที่ตั้งตระหง่านอยู่อย่างนิ่งงัน เฉกเช่นผืนดินและผืนป่าที่ยังคงเงียบสงบไม่สะทกสะท้านใดๆ ต่อการเปลี่ยนแปลงของชีวิตมนุษย์ ทุกสรรพสิ่งตอบรับเสียงอาลัยในหัวใจของผู้หญิงตัวเล็กๆด้วยการเพิกเฉย

          ชีวิตคนไม่ต่างจากการอยู่ในสนามรบ ถ้าชีวิตยังไม่สิ้นคงต้องหาทางดิ้นรนต่อสู้ไป...ดังเช่นผู้หญิงคนนี้

^

^

^

***โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ...


ผลงานเขียนทั้งหมดคุณนักอ่านสามารถดาวโหลดได้รูปแบบอีบุ๊คที่เวบ เมพ อีบุ๊คนะคร้าาาา


ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

0 ความคิดเห็น