ดอกไม้ในมือมาร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,276 Views

  • 7 Comments

  • 28 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    22

    Overall
    2,276

ตอนที่ 13 : นางโจรกระจอก 5/3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 163
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    23 ส.ค. 61

      ***บทนี้จะต่อจากบทนำที่สองนะคะ...

^

^

^

       หญิงสาวนั่งเหม่อทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างและเงียบมาตลอดทาง ชายหนุ่มแลตามองเธอเป็นระยะที่รถเคลื่อนไปช้าๆ บนถนนที่รถแน่นขนัดในช่วงหัวค่ำ เมื่อเห็นใบหน้าหม่นหมองแววตาสิ้นหวังของผู้หญิงคนนี้เขาก็อดคิดไม่ได้ว่า หากวันนี้เขาไม่พบเธอเข้า ชีวิตของเธอคนนี้จะเป็นอย่างไรต่อ...

          จนเมื่อรถแล่นผ่านป้อมยามเข้ามาจอดใต้อาคารสูงของที่พักอาศัยแห่งหนึ่งเขาก็ดับเครื่องยนต์เปิดประตูลงมาจากรถ ก่อนจะเดินอ้อมมาเปิดประตูรถให้เธอ หญิงสาวไหวตัวทันใดในอาการตื่นเมื่อเห็นเขาทำท่าจะโน้มตัวเข้ามาหาเธอแบบแนบชิด แววตาฉายแววหวาดกลัวหากก็สู้คน สองมือกำแน่นยกขึ้นขู่

          “เฮ้ย! ผมไม่ได้จะทำอะไรแค่จะปลดเข็มขัดนิรภัยให้ สัญญาว่าจะไม่โดนตัว”

          หญิงสาวมีสีหน้าอ่อนลงเล็กน้อยหลังจากที่เขาช่วยปลดเข็มขัดนิรภัยให้แล้วถอยกลับไป จากนั้นเขาก็เปิดประตูรถด้านหลังหยิบถุงอาหารที่ซื้อออกมา พร้อมเอ่ยกับเธอที่ยังนั่งนิ่งไม่ยอมลงจากรถ

          “ลงมาสิ ไปกัน”

          เขาเดินนำเธอเข้าไปในลิฟต์กดหมายเลขสิบเป็นชั้นที่เขาพักอยู่ เมื่อขึ้นมาถึงชายหนุ่มก็ก้าวนำเธอออกจากลิฟต์เดินผ่านประตูห้องมาห้าห้องก่อนจะหยุดอยู่หน้าห้องๆหนึ่ง แล้วล้วงกระเป๋าสตางค์ออกมาจากกระเป็ากางเกง ในนั้นมีคีย์การ์ดเสียบอยู่ทันทีที่เขาแตะกระเป๋าลงไปกับเครื่องอ่านอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้เสียงแกร็ก พร้อมๆกับบานประตูแง้มออกเล็กน้อย เขาหันมายิ้มมองเธอพยักหน้าเป็นเชิงก่อนจับลูกบิดประตูเปิดเดินนำเธอเข้าไปในห้อง

          “เข้ามาสิคุณ”

          เธอเดินตามเข้าไปในห้องแม้ใจจะระแวง ร่างบางยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ชายหนุ่มนำถุงอาหารไปเก็บไว้ในครัวแล้วจัดเก็บทำอะไรบางอย่างอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่ง โดยปล่อยให้แขกผู้มาเยือนยืนกวาดสายตาสำรวจห้องกว้างอยู่เงียบๆ

          จู่ๆนัยน์ตาเธอก็มีน้ำรื่นขึ้นมาคลอขลัง ในใจก็อดคิดให้ยอมรับกับโชคชะตาไม่ได้ เธอรู้ดีว่าเขาพาเธอมาที่นี่ต้องการอะไร เป็นอย่างที่เธอคิดไว้แต่แรก สุดท้ายชีวิตก็หนีไม่พ้นเรื่องพรรค์นี้ ริมฝีปากบางยิ้มเยาะให้กับความคิดที่คิดว่าเขาจะเป็นคนดี

          ชายหนุ่มคนนั้นทำอะไรเรียบร้อยก็เดินเข้ามาหาเธอที่ยืนน้ำตารื่นอยู่กลางห้อง มือบางยกขึ้นป้ายหยาดน้ำตา กลั้นเสียงสะอื้นไว้เงียบๆ...ในขณะที่เธอยังไม่รู้สึกตัวเขาก็ใช้โอกาสนี้ไพล่สายตาพินิจมองดูเธออีกครั้งตั้งแต่ศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมยาวยุ่ง สภาพภายนอกมอมแมมจนได้กลิ่นเหม็นอับลอยออกมาจากตัว ไม่รู้ว่าเธออยู่ในสภาพนี้มานานแค่ไหน

          “คุณ”

          เสียงเรียกแผ่วเบาหากทำให้คนที่กำลังจิตตกสะดุ้งโหยงหันกลับมามองทันควัน แววตาตื่นกลัว

          “เอ่อ...”

          ชายหนุ่มยกปลายนิ้วถูจมูก พ่นลมหายใจฟุตฟิต หากสีหน้าแต้มไว้ด้วยรอยยิ้มแกรนๆ ขณะคิดหาคำพูดบอกเธอ

          “ผมว่าตอนนี้คุณคงอยากอาบน้ำอยู่เหมือนกันใช่มั้ย มาสิเข้ามาอาบเลยร่างกายจะได้สดชื่น”

          ชายหนุ่มเดินนำเธอเข้าไปในห้องนอน เปิดประตูค้างไว้ให้เธอเดินตามเข้าไป หญิงสาวยืนทำใจอยู่ครู่ยกแขนเสื้อขึ้นมาดมก็พอเข้าใจว่าทำไมเขาถึงอยากให้เธออาบน้ำก่อน หญิงสาวเดินตามเขาเข้าไปในห้องนอน สิ่งแรกที่เธอเห็นในห้องนี้คือเตียงนอนหลังใหญ่สีขาว ร่างบางเดินเข้าไปหยุดที่ปลายเตียง ความรู้สึกโหยหาความสุขสบายวิ่งเข้าจู่โจม การที่เธอนอนขดอยู่กับพื้นดินชื้นอับมาตลอดสองคืนทำให้เธออยากกระโจนขึ้นไปหลับอุตุโดยไม่ต้องรับรู้สิ่งใดทั้งนั้น ความเหน็ดเหนื่อยที่ถาโถมประกอบกับการเพิ่งกินอาหารมาเต็มกระเพาะทำให้หนังตาเธอเริ่มหย่อนจนอยากทิ้งกายลงนอนแล้วหลับไปเดี๋ยวนี้เลย แล้วเขาอยากจะทำอะไรกับร่างกายเธอก็เชิญเถิด...

          “คุณ”

          เสียงเรียกที่เริ่มจะคุ้นหูดังขึ้นจากผู้ที่โผล่หน้าออกมาจากห้องน้ำ หญิงสาวหันกลับไปมองแววตาอ่อนล้า และเหมือนเขาจะอ่านคำพูดจากสายตาเธอออก จึงเห็นรอยยิ้มจางๆแต้มอยู่มุมปากพลางบอกว่า

          “ผมว่าคุณอาบน้ำก่อนเถอะ ล้างเนื้อล้างตัวให้สะอาดแล้วค่อยนอน คืนนี้ผมให้คุณนอนที่เตียงนั่นแหละ”

          ร่างบางเดินตามเข้าไปในห้องน้ำ เธอไม่ได้ตกใจกับอ่างจากุดชี่ ไม่ได้ตื่นตะลึงที่เห็นดอกบัวเหล็กพ่นน้ำได้ สิ่งอำนวยความสะดวกพวกนี้เธอเธอได้ตื่นตะลึงมาแล้วตอนที่อยู่บ้านเจ๊หวี และวิธีการใช้ก็คงไม่ต่างกัน

          “นี่ผ้าเช็ดตัว ครีมอาบน้ำ แชมพู อยากใช้อะไรก็ใช้ได้เลย แล้วก็ไดร์เป่าผม คุณทำเป็นใช่มั้ย”

          เขาสาธยายส่งสายตามองเธออย่างไม่แน่ใจ หากเมื่อเห็นหญิงสาวพยักหน้าก็ค่อยเบาใจ

          “ดี อาบน้ำเสร็จผมเตรียมเสื้อผ้าผมให้คุณเปลี่ยน หาตัวที่เล็กที่สุดให้แล้ว”

          หญิงสาวเหลียวมองทางชุดที่เขาแขวนไว้ให้ เป็นชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงวอร์ม...ไม่มีชุดชั้นใน...เธอพยักหน้าซึมๆ จากนั้นก็ก้มหน้าลง

          เขาเม้มริมฝีปากเหมือนคิดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ บอกกับเธออีกว่า

          “จะอาบนานเท่าไหร่ก็ได้ ผมจะรออยู่ข้างนอก เสร็จแล้วก็ออกมาคุยกันหน่อย”

          เธอพยักหน้าเป็นการตอบรับอีกครั้งไร้ซึ่งเสียงพูด ชายหนุ่มพยักหน้าตอบอีกเช่นเดียวกันก่อนจะหันหลังเดินออกไปปล่อยให้หญิงสาวได้ชำระร่างกายที่เหม็นอับ กระนั้นชายหนุ่มยังก้าวขาไม่พ้นกรอบประตูห้องน้ำก็ต้องชะงักหันกลับมามองเธออีก สีหน้าเขานิ่วเล็กน้อยเหมือนคนเพิ่งคิดอะไรออกอีกอย่าง หญิงสาวมองสบตาในเชิงถามก่อนจะเห็นเขาก้าวมาหยุดตรงอ่างล้างหน้า ก้มลงเปิดลิ้นชักข้างล่างแล้วหยิบบางอย่างออกมาชูให้เธอดู

          “อาบน้ำแล้วก็ต้องแปรงฟัน...” เขาหัวเราะแหะๆ พร้อมกับแกะแปรงสีฟันอันใหม่ออกจากห่อวางไว้บนขอบอ่าง

          “ผมวางไว้นี่นะ...”

          เธอพยักหน้าตอบเช่นเดิม เหยียดยิ้มจางๆ แล้วหลุบตาลง

          “อืม...ผมรอข้างนอก เสร็จแล้วก็ออก”

          เกินหนึ่งชั่วโมงที่หญิงสาวยังไม่ออกมาจากห้องน้ำ เห็นว่านานเกินไปเขาจึงนึกห่วงกลัวว่าเธอจะเป็นอะไรไปในห้องน้ำจึงเดินเข้ามาดู เอาหูแนบประตูอย่างสังเกตความเคลื่อนไหวแล้วก็ได้ยินเสียงหึ่งๆของไดร์เป่าผมที่เขาเตรียมไว้ให้ คนรอจึงผละหน้าออกมายิ้ม อีกไม่นานเธอคงออกมา

          เขากลับมานั่งอ่านเอกสารงานที่ค้างรออยู่ด้านนอกที่โซฟา ไม่นานนักสาวเจ้าก็เดินตามออกมาจริงๆดังคาด คนที่นั่งหันหลังรออยู่รู้สึกตัวไวจึงหันกลับไปมอง...เห็นเธอสวมชุดเสื้อยืดกับกางเกงที่เขาเตรียมให้ยืนอยู่ตรงกรอบประตูห้องนอน เสื้อดูตัวใหญ่โคร่งเมื่อสวมกับรูปร่างเพรียวบาง ผมยาวที่เหนียวหนืดบัดนี้แผ่กระจายเรียงเส้นสลวยทั่วแผ่นหลังล้อมกรอบใบหน้าหวาน ยามที่ไร้เครื่องสำอางแต่งแต้มบนใบหน้าทำให้เขาเห็นความอ่อนเยาว์ ชายหนุ่มเดาอายุเธอไว้ว่าไม่น่าเกินยี่สิบห้า

          เมื่อเห็นเขาจ้องนานหญิงสาวก็ก้มหน้าลงด้วยความกระดาก มือที่ประสานกันอยู่เบื้องหน้าจิกเกร็ง ผิวแก้มขาวนั้นค่อยๆแดงเรื่อขึ้น เมื่อใจกระหวัดไปถึงเรื่องนั้น...เรื่องที่เขาจะให้เธอชดใช้ค่าบะหมี่และหมูสะเต๊ะด้วยเรือนร่าง

          “มานั่งสิ” เขาเริ่มพูด

          หญิงสาวร่างบางค่อยๆเดินกระมิดกระเมียดมานั่งลงที่โซฟาตัวเล็กตามคำสั่ง มือบางยกขึ้นกอดตัวเองพลางลูบลำแขนป้อยๆ ไหล่เล็กห่อลงอาจเพราะรู้สึกว่าร่างกายโปร่งโล่งแปลกๆเพราะไม่ได้ใส่ชุดชั้นใน ใบหน้าเธอก้มต่ำทำให้ผมยาวที่อยู่ด้านหลังตกลงมาปิดบังใบหน้าเธอข้างหนึ่ง

          ชายหนุ่มมองเธอแล้วก็เงียบอยู่ครู่หนึ่ง ท่าทางกอดตัวเองทำให้เขาคิดไปว่าหญิงสาวยังมีความหวาดกลัวเขาอยู่ไม่น้อย

          “ผมจะเริ่มถามคุณแล้วนะ...คุณ...” เขาพยายามเอียงคอมองให้เห็นแววตาที่ซ่อนอยู่ในเรือนผมขณะที่กำลังเอ่ยถาม “คุณจำผมได้มั้ย เราเคยเจอกันที่ห้าง ที่คุณเดินชนผมหน้าห้องน้ำ...หรือผมอาจจะเดินออกมาชนคุณ...”

          ชายหนุ่มพูดยิ้มๆ หัวเราะเขินๆ

          แม้หญิงสาวจะยังไม่เงยหน้าขึ้นมองเขาแต่สมองเธอก็กำลังคิดตรึกตรองกับตัวเองเงียบๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขาช้าๆ ชายหนุ่มสบตาเธอนิ่งเหมือนจะช่วยกระตุ้นความทรงจำให้ ครู่หนึ่งหญิงสาวก็พยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าจำเขาได้ เห็นดังนั้นรอยยิ้มบนใบหน้าคนรอคำตอบก็กว้างขึ้นอีกราวกับเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่ง

          “คุณชื่ออะไร...ถ้าผมไม่รู้จักชื่อคุณ ผมก็ไม่รู้จะเรียกคุณว่าอะไร คุณคงไม่อยากให้ผมเรียกคุณว่านางโจรหรอกใช่มั้ย”

          ชายหนุ่มหัวเราะเสียงแห้งให้ดูว่าคำพูดเมื่อครู่เป็นการหยอกล้อเธอเท่านั้น

          “ช่อเอื้อง...”

          เสียงแผ่วเบาที่รอดออกจากริมฝีปากคนที่เงียบอยู่ตลอด ทว่าเขาก็ได้ยินชัดเจนพึมพำทวนชื่อนั้น

          “ช่อเอื้อง...ช่อเอื้อง”

          คิ้วเข้มขมวดเมื่อคิดชื่อและลักษณะรูปร่างหน้าตา ผิวพรรณของเธอมาประกอบกัน

          “เป็นคนทางเหนือเหรอ”

          “...” คนถูกถามพยักหน้า พลางยกมือลูบปอยผมที่ปกหน้าขึ้นทัดหู บัดนี้เขาจึงได้เห็นเสี้ยวหน้าหวานนั้นชัดแจ๋ว ใบหน้าเธอเกลี้ยงเกลาสดสวย ไม่เหลือคราบนางโจรไว้แม้แต่น้อยจนคนมองนิ่งมองอยู่นานคล้ายตกอยู่ในภวังค์ครู่หนึ่งก่อนดึงสติตัวเองออกมา เขาทำท่ากระแอมเบาๆก่อนถามต่อ

          “อยู่จังหวัดอะไรเหรอ”

          “น่าน”

          “อ้อ...น่าน...จังหวัดที่เขาว่าผู้หญิงสวยที่สุดในประเทศไทย”

          คำพูดนั้นทำเอาคนฟังใบหน้าเห่อร้อน กัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ เมื่อคิดวกมาถึงเรื่องนั้น เรื่องที่คิดว่าไม่อาจจะหลีกพ้น

          ...เอาเถิดจะเกิดอะไรก็เกิด ในเมื่อรับความช่วยเหลือจากเขามาแล้วก็ต้องตอบแทน

          “ทำไมคุณถึงมาทำอย่างนี้เล่าให้ผมฟังได้มั้ย ผมอาจจะช่วยคุณได้”

          หญิงสาวเงียบลงไปหลายวิ สีหน้าที่หมองเศร้าอยู่แต่เดิมกลายเป็นเศร้าลงไปอีก แพขนตางอนปริ่มน้ำใสๆ ต่อมาจึงได้เห็นอาการกลั้นสะอื้นเบาๆ คนถามออกอาการกระอักกระอ่วนลำบากใจที่จะถามต่อ

          “...เอ่อ ถ้าคุณยังไม่อยากเล่าละก็...”

          เขายังพูดไม่ทันจบประโยคก็ได้ยินน้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยแทรก

          “ฉันถูกเพื่อนหลอกให้มาทำงาน ขาย...”

       หญิงสาวพูดคำพูดนั้นออกมาพร้อมน้ำตาเม็ดโตไหลอาบแก้ม พลอยให้ดวงตาคนมองพลันหดหู่เมื่อได้ฟังประโยคต่อมา “ขายตัว”

          ชายหนุ่มเงียบไปพูดอะไรไม่ออกชั่วขณะ จากนั้นหญิงสาวก็เอ่ยต่อ

          “ฉันหนีออกมา และไม่รู้จะไปที่ไหน”

          อาการสะอื้นเธอหนักขึ้น หยาดน้ำตาไหลพรูอาบแก้มจนเขาต้องดึงกระดาษทิชชู่จากกล่องตรงหน้ายื่นให้เธอซับน้ำตาจนแห้ง หญิงสาวนั่งนิ่ง ก้มหน้าเหมือนว่าทำใจก่อนเธอจะเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาแดงก่ำโศกศัลย์เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว ชายหนุ่มเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปกะทันหันก็เลิกคิ้วเหมือนจะถามว่าทำไมถึงมองเขาแบบนั้น เธอก็เอ่ยปากขึ้นก่อน

         “คุณอยากทำอะไรกับฉันก็เชิญเลย ฉันไม่ขัดขืนคุณแล้วไม่รู้จะไปไหนเหมือนกัน ค่าบะหมี่สามถ้วยฉันชดใช้ให้ด้วยร่างกายของฉันเอง”

          น้ำเสียงที่เอ่ยแข็งกร้าวค่อยๆอ่อนลงในประโยคท้ายเช่นเดียวกับแววตาที่สะท้อนขอความเมตตาจากเขามากกว่ายินยอม

          คนฟังผงะแวบหนึ่งเมื่อได้ฟังแบบนั้น รีบค้าน

          “เห้ย! คุณผมไม่ได้ช่วยคุณมาเพราะเรื่องอย่างนั้นซักหน่อย”

          หึ! เธอเบ้ปากยิ้มเยาะเขาเพราะไม่เชื่อ

          “ผมไม่รู้ว่าคุณเจออะไรมาบ้าง แต่อย่าคิดว่าคนอื่นจะเป็นเหมือนกันหมด อย่างน้อยก็มีผมที่ไม่คิดทำเรื่องพรรค์นั้นกับผู้หญิง...ที่ผมช่วยคุณก็เพราะ...”

          เขาหยุดพูดไปครู่ สายตาที่มองเธอไม่ได้ส่อไปทางวิตถาร หากแต่เป็นสงสารกึ่งเห็นใจ และอยากรู้เรื่องทุกอยางเกี่ยวกับเธอมากกว่า

          “...ผมเห็นใจคุณนะ” เอาคำพูดไม่อ้อมค้อมก็คือเวทนา

          หญิงสาวตวัดสายตามองเขาแวบหนึ่งก็ก้มหน้า หยิบกระดาษทิชชู่มาอุดจมูกพลางสูดน้ำมูกอู้อี้

          “เอาล่ะ คืนนี้คุณนอนที่เตียงให้สบายใจเถอะ ผมไม่เข้าไปทำอะไรคุณตอนหลับหรอก ไว้พรุ่งนี้เราค่อยคุยกันต่อในเรื่องของคุณว่าจะเอายังไง”

          ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าทั้งกายและใจทำให้เธอไม่อาจฝืน จึงเหลือบตามองสบกับเขาแล้วพยักหน้าช้าๆ คลี่รอยยิ้มฝาดเฝื่อนเป็นการขอบคุณสำหรับน้ำใจ ก่อนเธอจะลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องนอนโดยไม่คำนึงเรื่องมารยาท พอเดินมาถึงเตียงเธอก็รู้สึกว่ามีแรงดึงดูดมหาศาลฉุดกระชากร่างเธอให้คลานขึ้นไปบนผืนเตียงนุ่มๆ และทันทีที่แผ่นหลังสัมผัสกับความนุ่มสบายหนังตาก็หย่อนปิดความง่วงงุนนำพาเธอเข้าสู่ความมืดมิด นิทราเข้าครอบงำเธอในเวลาอันรวดเร็วจนเธอไม่รู้สึกตัวเลยว่ามีใครเดินเข้ามาปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศในห้อง แล้วเดินมาดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้ถึงคอ อีกทั้งยังยืนพิศมองหน้าอยู่เงียบๆ นิ่งนาน เขากระตุกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นเธอนอนอ้าปากหวอคงเป็นผลมาจากความอ่อนเพลียทางร่างกาย แต่หากแม้จะหลับแต่เหมือนใจเธอก็ยังไม่สงบ สังเกตจากหัวคิ้วที่ย่นเข้าหากันน้อยๆที่เป็นผลมาจากเรื่องทุกข์ในใจ... นาทีถัดมาชายหนุ่มก็ต้องขมวดคิ้วอย่างฉงนที่จู่ๆ ก็เห็นเธอยิ้ม

          ...ในความฝัน เธอเห็นใบหน้าของใครคนหนึ่ง เขาคนนั้นก็เป็นคนใจดีเหมือนกับผู้ชายคนนี้ หลายวันมาแล้วแต่เธอยังจำใบหน้าเขาได้แม่น ริมฝีปากบางยิ้มออกอย่างไม่รู้ตัวคล้ายกำลังฝันหวาน...ฝันว่าเจอผู้ชายในฝันอยู่ในฝัน

          ‘คุณฝันหรือช่อเอื้อง ฝันว่าอะไรถึงได้ยิ้มหวานขนาดนี้’

ชายหนุ่มถามเธอในใจ ครู่หนึ่งจึงเดินออกจากห้องปล่อยให้หญิงสาวอยู่ในนิทราที่แสนหวาน เดินไปปิดไฟและ ปิดประตูเสียงเบากริบ

^

^

^

****โปรดติดตามตอนต่อไป...อ่านแล้วก็อย่าเมินเฉยใส่กัน ส่งสารกลับมาบอกให้ชื่นใจด้วยหนา...ขอบคุณคร้าาาา



ผลงานเขียนทั้งหมดคุณนักอ่านสามารถดาวโหลดได้รูปแบบอีบุ๊คที่เวบ เมพ อีบุ๊คนะคร้าาาา

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #5 -sayrung- (@suda16) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 16:42
    ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่
    #5
    0