ราคีมาร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,110 Views

  • 0 Comments

  • 10 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    17

    Overall
    1,110

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 4...ไม่พ้นมือมาร 100%...รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 196
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    10 ก.ค. 61


ผ่านไปเกือบสองชั่วหุ่นยนต์เลโก้จึงเสร็จสมบูรณ์ เพราะต่อผิดต่อถูกกันเยอะ สองแรงช่วยกันแข็งขัน ส่วนม่วงนั้นนั่งลุ้นไปกับเขาครั้นจะหยิบชิ้นไหนมาช่วยต่อแฝดพี่ก็บอกว่า นายห้ามจับ เดี๋ยวพังกันหมดแฝดน้องจึงได้แต่นั่งมองอยู่เฉยๆ อยากจะช่วยหยิบจับแต่ก็ไม่กล้า

เมื่อหุ่นยนต์ตัวเหลืองประกอบขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว มี่จึงจับตัวหุ่นยนต์ยกขึ้นพลางพูดอย่างภาคภูมิว่า

จะเอาไปอวดคุณพ่อ

ดีค่ะ...แต่ก่อนจะให้คุณพ่อดูคุณมี่อย่าลืมสัญญาลูกผู้ชายที่ให้ต่อครูนะคะ

เป็นลูกผู้ชายไม่ลืมอยู่แล้วพ่อหนูยืดอกตอบอย่างแมนๆ วางหุ่นยนต์แล้วจึงลุกตามครูไป ระหว่างนั้นเสียงรถยนต์คุ้นหูก็วิ่งเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน

ห๊ะ! คุณพ่อกลับมาแล้ว

คุณพ่อของเด็กๆ กลับมาบ้านไวกว่าปกติมาก เด็กน้อยทั้งสองเมื่อได้ยินเสียงรถคุ้นหูก็พากันวิ่งตัวปลิวออกมารับ ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวออกมาก่อนตัวเหมือนลูกลิงเช่นเคย สิตานีชะเง้อคอมองอยู่กับที่ ไม่รู้จะออกไปรับกับพวกเด็กๆอย่างไรเพราะเธอก็ไม่ได้เป็นอะไรกับเขา ถ้าจะคิดให้สนิทกันอยู่บ้างก็แค่เป็นน้องสาวของเพื่อนของเขาเท่านั้น

ก็ไม่ได้นับว่าจะพิเศษอะไรสักเท่าไหร่

มี่ลากแขนบิดาเข้ามาในห้องนั่งเล่น จากนั้นแกก็ปล่อยมือแล้ววิ่งไปหยิบหุ่นยนต์ที่ต่อยากต่อเย็นมาให้เขาดู

ผมต่อได้แล้วครับพ่อ

โอ้โห! เก่งจังเลยอัศวินของพ่อ

สองแขนแข็งแรงยกตัวลูกชายโยนขึ้นไปบนอากาศแล้วรับกลับลงมา มี่หัวเราะชอบใจ ก่อนเขาจะวางร่างเด็กน้อยลงกับพื้นแล้วยีหัวลูกเบาๆ เดินไปนั่งที่โซฟา สายตาชำเรืองมองหญิงสาวที่นั่งมองอยู่เงียบๆหน้าเปียโนหลังใหญ่...ริมฝีปากหยักยกยิ้มขึ้นจางๆ แลหันไปพูดกับลูกด้วยน้ำเสียงชื่นชมต่อว่า

ต่อได้ไงเนี่ยไหนบอกพ่อซิ

พี่มี่ไม่ได้ต่อคนเดียวคุณครูสิตาช่วยต่อครับ

ม่วงแทรกขึ้น ทว่าเสียงจากน้องชายนั้นทำให้ผู้เป็นพี่หันไปตวาดใส่อย่างไม่พอใจ

เงียบไปเลยนะม่วง

แฝดน้องหน้าม่อยลง ไอศูรย์จึงพูดกับลูกว่า

พูดกับน้องดีๆ ครับมี่ เราเป็นพี่น้องกันนะ และยังเป็นแฝดด้วย

น้ำเสียงขรึมแต่ไม่ถึงกับดุของบิดาทำให้แฝดพี่เงียบเสียง ก้มหน้าลงน้อยๆ คนเป็นพ่อจึงถามต่อเพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างให้บรรยากาศตึงเครียด

แล้วนี่กำลังทำอะไรกันอยู่

กำลังจะเรียนเปียโนกับครูครับมี่ตอบเสียงอ่อนๆเพราะใจจริงก็ไม่อยากเรียน ครูสาวนั่งอยู่ตรงนั้นได้ยินก็พลอยยิ้ม หากรอยยิ้มที่มอบให้นักเรียนนั้นก็ค่อยจางลง เมื่อได้ยินคนเป็นพ่อของเด็กทั้งสองเอ่ย

เหรอ...คิ้วเข้มเลิกขึ้น พ่อว่าจะมารับมี่กับม่วงไปขี่เจ้าสายฟ้าพอดีเลย น้ำเสียงเขารื่นรมย์

จริงเหรอครับ ผมอยากขี่เจ้าสายฟ้าเข้าทางของมี่พอดี

จริงสิ เป็นรางวัลที่ต่อเจ้าเหลืองนี่สำเร็จด้วย

เย้ๆ รักคุณพ่อที่สุดเลยแฝดพี่กระโดดกำกำปั้นชูสองมือวิ่งไปมา สิตานีนิ่วหน้ามองอย่างขุ่นเคือง เธออุตส่าห์ใช้ความพยายามและอดทนเป็นชั่วโมงหาวิธีเกลี้ยกล่อมมี่ให้เรียนเปียโนได้ นี่เขาจะมาชุบมือเปิบเอานักเรียนเธอไปเหรอ

หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะขัด

แต่คุณมี่กำลังจะเริ่มเรียนเปียโนแล้วนะคะ

เสียงที่ดังมาจากอีกด้านทำให้ร่างเล็กๆที่วิ่งอย่างดีใจพลันหยุด มองไปที่คุณครูและบิดาของตน ไอศูรย์มองทางคนต้นเสียงที่ทำหน้าตูมมองเขาอยู่ ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นหนึ่งข้าง ทำหน้าตาย ก่อนจะถามลูกชายคนโตเสียงอ่อนว่า

เอาไงดีล่ะครับมี่ คุณครูไม่ให้ไป

มีอยากไปขี่เจ้าสายฟ้ามากกว่าเล่นเปียโน เล่นเปียโนวันหลังก็ได้

แต่วันนี้คุณมี่ก็สัญญากับครูแล้วว่าถ้าครูช่วยต่อเลโก้คุณมี่จะหัดเล่นเปียโน

หญิงสาวพูดแทรกเสียงเข้มๆ เน้นหนักราวกับจะฝากคำพูดไปถึงใครบางคนด้วย

ใช่สัญญา สัญญาว่าจะแค่แตะๆเอาก็พอ...นี่ไง

ว่าแล้วร่างเล็กของเด็กชายวัยห้าขวบปลายก็วิ่งไปหาเธอยกมือขึ้นตบๆลงที่แป้นคีย์จนเกิดเสียงดังชวนปวดหู แล้วแกจึงหยุด จ้องหน้าครูแล้วบอกว่า

ทำตามสัญญาแล้ว...มี่จะไปขี่เจ้าสายฟ้ากับคุณพ่อ

ประโยคหลังแกวิ่งกลับมาหยุดอยู่ตรงหน้าบิดาที่นั่งยิ้มมองอยู่แล้วบอก

โอเค้...งั้นเราก็ไปกันเลย

ไอศูรย์ยิ้มกว้าง ไม่รู้ชอบในความฉลาดแกมโกงของลูกชายหรือชอบใจที่ได้เห็นสีหน้าโกรธเกรี้ยวของหญิงสาวกันแน่

พี่มี่ขี่เจ้าสายฟ้า งั้นม่วงขอขี่เจ้าสกายนะครับ

ได้อยู่แล้วอัศวินทั้งสองของพ่อ...ไป เราไปกันเลย

ชายหนุ่มอุ้มลูกชายคนเล็กส่วนลูกชายคนโตให้คล้องขาเดินออกไปพร้อมกันทิ้งให้คุณครูสาวนั่งหน้าบูดอยู่ในห้องคนเดียว...

เป็นพ่อประสาอะไรกันนะ จะทำให้ลูกเสียคนยังไม่รู้ตัว

หญิงสาวพึมพำกับตัวเองเบาๆ แล้วปล่อยลมหายใจออกอย่างแรงอย่างเสียอารมณ์ ความพยายามเกลี่ยกล่อมให้แฝดคนโตมาเล่นเปียโนวันนี่เป็นอันว่าสูญเปล่า ทว่า...ไม่ถึงหนึ่งนาทีหญิงสาวก็เห็นเด็กแฝดหนึ่งในสองวิ่งกลับมาหาเธอ เป็นแฝดน้องเพราะสังเกตจากเสื้อคอกลมสีขาวที่ม่วงใส่คนละสีกับแฝดพี่ที่จะใส่เหมือนกันแต่สีน้ำเงิน ร่างเล็กวิ่งหน้ายิ้มมากระตุกแขนเธอ

คุณครูไปด้วยกันสิครับ

คะ?...เอ่อ

นะครับๆ ในไร่เรามีสัตว์มากมาย คุณพ่อจะพาไปดู

ครูไม่ไป...

ไปเถอะครับครู คุณพ่อให้มาชวน...

หญิงสาวยังหาคิดถ้อยคำปฏิเสธไม่ทันก็ถูกแรงของเด็กน้อยฉุดลากออกไปด้านนอก ไอศูรย์ยืนอยู่กับเด็กชายมี่และป้าจิต เขาสั่งอะไรกับป้าจิตซักอย่างเธอเข้ามาฟังไม่ทัน ก่อนจะเห็นป้าจิตหันหน้ามายิ้ม ส่วนตัวการคนออกคำสั่งหันไปเปิดประตูให้ลูกขึ้นรถที่เบาะหลัง ก่อนตัวเขาจะเดินอ้อมมาเปิดประตูขึ้นนั่งประจำที่คนขับ สิตานียังยืนช่างใจอยู่กับที่ นานจนเด็กๆ โผล่หัวออกมานอกกระจกเรียก

คุณครูขึ้นรถเร็วๆเข้า จะไปได้เป็นเสียงของเด็กชายมี่

ค่ะ ค่ะ

หญิงสาวตัดสินใจเข้าไปนั่งในรถตรงเบาะหน้าคู่กับคนขับหน้าเข้ม ตอนที่เธอนั่งประจำที่สีหน้าเขาคล้ายมีรอยยิ้มขึ้นมาแวบหนึ่ง ร่างบางนั่งเกร็งมาตลอดทาง หันหน้าออกมองข้างทางตลอด ตลอดทางที่รถวิ่งไปมีแต่พื้นที่สีเขียว ข้างทางมีดอกไม้สีเหลืองเป็นดอกอะไรไม่รู้เอนไหวพริ้วไปตามกระแสลมอ่อนๆที่พัดโชยอยู่ไม่ขาดสาย ลำต้นมันเล็กและเปราะบางดูไม่แข็งแรงจึงไร้แรงต้านทานลมโชยไปทางไหนมันก็ไหวเอนไปทางนั้น หากสีดอกของมันก็ดูสวยงาม ดูสดชื่นเย็นใจสบายตาแก่ผู้พบเห็น

กระจกรถถูกลดลงจนสุดหญิงสาวจึงได้เห็นโคนมตัวลายจำนวนมากเดินอยู่บนพื้นหญ้าสีเขียวอยู่ตรงนั้นด้วย มันเดินอุ้ยอ้ายเคี้ยวเอื้องย้ายไปก็ย้ายมา

...พวกโคนมพวกนั้นคงกำลังอาบแดด สิตานีคิดอย่างตลก

 

รถจิ๊ปคันเก่าขับปุเลงๆผ่านเนินดินเตี้ยๆมาเรื่อยๆ จนมาจอดอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ใกล้กับบริเวณคอกม้า สิตานียังไม่เคยได้มาเห็นส่วนนี้ ตอนที่มาถึงที่นี่วันแรกเขาพาไปชมไร่ส่วนที่จัดแสดงให้นักท่องเที่ยวดูเท่านั้น แต่บริเวณเบื้องหลังที่เป็นคอกม้าจริงๆ เธอยังไม่เคยเห็น และเพิ่งได้มาเห็น

ในคอกม้ามีม้าเลี้ยงหลายตัว เกินยี่สิบตัวแน่ๆหญิงสาวกะปริมาณด้วยตาเปล่า และที่อยู่ในแปลงปล่อยอีกก็นับไม่ถ้วน พวกมันกำลังเดินเล็มหญ้าที่มีให้เล็มอยู่ตลอดทั้งวัน มีม้าเล็กและม้าขนาดกลางปะปนอยู่กับฝูงม้าขนาดใหญ่ ในบริเวณคอกม้านอกจากม้าก็ยังมีคนอยู่ ซึ่งจำนวนคนก็มากเพราะเธอเห็นมีทั้งคนที่กำลังทำความสะอาดคอกให้ม้า คนที่กำลังหอบฟางมาปูอัดพื้นดิน และอีกหลายสิบคนที่กำลังง่วนอยู่กับหน้าที่ของตน

ที่คอกม้าคอกสุดท้ายเหมือนเธอจะเห็นใบหน้ายาวๆเล็กๆของเจ้าม้าน้อยตัวหนึ่งโผล่ออกมาแล้วผลุบเข้าไป น่าจะเป็นลูกม้าเพิ่งเกิดใหม่ หญิงสาวยืนยิ้มมองดูมันเข้าไปกินนมใต้ท้องแม่ ในขณะที่ก็มีอีกคนจ้องมองรอยยิ้มหวานของเธออยู่เหมือนกันโดยเจ้าตัวไม่รู้ไม่เห็น กระทั่งลูกน้องคนหนึ่งวิ่งเข้ามาหานายใหญ่ของไร่ เขาจึงละสายตาออกจากภาพสวยงามนั้น...

นาย...

นายคมกลับมารึยัง

นายคมคือหัวหน้าคนเลี้ยงม้าที่นี่ มีความรู้ในด้านม้าเข้ามาทำงานที่ไร่นี้ได้เกือบปีแล้ว หัวหน้าคนเลี้ยงม้าคนนี้ลากลับบ้านบอกว่าจะไปเยี่ยมญาติที่ป่วย

คำถามของนายทำให้นายกล้าส่ายหน้าก่อนจะตอบว่า

ยังเลยนาย

อืม...ไอศูรย์เปล่งเสียงตอบรับเบาๆ ทำหน้าเฉยคล้ายไม่ได้สนใจในเรื่องนี้มากมาย

คุณพ่อครับมี่อยากไปขี่เจ้าสายฟ้าแล้ว

เสียงร้องดังของเด็กชายมี่ พร้อมทั้งกระตุกมือชายหนุ่ม...ใบหน้าคมเข้มหลุบมองลูกชายคนโต พยักหน้า ก่อนจะเอ่ยกับนายกล้าลูกตาหมายคนงานเก่าในไร่ว่า

ไปเอาเจ้าสายฟ้ามา

ตัวเดียวเหรอครับ เจ้าสกายล่ะ

ไม่ต้อง เอาแค่เจ้าสายฟ้ามาก็พอ

กล้าคำนับรับคำสั่ง จากนั้นก็หันหลังวิ่งเข้าไปในคอกม้า...ไม่นานเด็กหนุ่มคนนั้นก็จูงอาชาสีตัวสีดำใหญ่ รูปร่างสูงสง่า เท้าหลังของมันสองข้างมีขนสีขาวสั้นๆยาวเสมอกันคล้ายกับสวมถุงเท้าไว้ตลอดเวลา แผงหลังคอยาวเรียงเส้นกันอย่างเป็นระเบียบบ่งบอกว่ามีคนดูแลมันเป็นอย่างดี ความสูงวัดจากช่วงหลังของมันเท่าศีรษะผู้ที่จูงมาพอดี ซึ่งนายกล้าก็มีความสูงกว่า 170 เซนติเมตร นี่ไม่รวมความสูงจากส่วนหัวของม้า เจ้าสายฟ้าเป็นม้าอิมพอตมาจากแดนไกล สายพันธุ์ของมันคือ อาระเบียน เป็นม้าที่มีฉายาว่า ผู้ดื่มด่ำสายลม ในยามวิ่งมันช่างดูสง่างามนัก

กล้าจูงม้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าคนทั้งสี่ ทั้งเด็กชายมี่และม่วงอ้าปากหวอแหงนหน้ามองเจ้าม้าก่อนจะหันหน้ามามองมัน แล้วค่อยๆก้าวถอยไปหลบหลังผู้เป็นพ่อ ทั้งสองคนเกาะแขนเขาไว้คนละข้าง

ทำไมเจ้าสายฟ้าตัวใหญ่อย่างนี้เนี่ย ยังกะยักษ์

เจอตัวจริงๆครั้งนี้ มี่ถึงกลับไม่กล้าเข้าใกล้มัน ไอศูรย์ยิ้มยามก้มมองลูกชาย แกคงคิดว่าเจ้าสายฟ้าจะเป็นม้าเด็กอยู่ตลอดละมัง

ชายหนุ่มพูดว่า

ตอนนี้เจ้าสายฟ้าโตเป็นหนุ่มแล้ว...ไงล่ะเรา ยังอยากขี่มันอยู่มั้ย

มี่ชักเริ่มทำหน้าไม่แน่ใจ ความอยากก็อยาก ความกลัวก็มีมาก ไอศูรย์จึงพูดกับลูกต่อว่า

พ่อว่ารอมี่โตทันเจ้าสายฟ้าอีกซักหน่อยค่อยขี่หลังมันดีกว่านะ ตอนนี้มี่ลองไปหัดขี่เจ้าม็อคคา หรือไม่ก็เจ้ากาแฟก่อนดีกว่า

มี่หันไปมองตามทางที่สายตาของพ่อมองไป เห็นม้าแคระสีน้ำตาลสองตัวอยู่ในคอก แล้วแกก็พยักหน้า

ครับ

ชายหนุ่มจูงมือมี่เดินนำไปก่อน ปล่อยให้แฝดคนเล็กจูงมือสิตานีเดินตามมา ระหว่างที่ทั้งสี่คนเดินมาสายตาคนงานที่อยู่บริเวณนั้นก็ต่างจับจ้องอย่างให้ความสนใจ สิตานีรู้สึกแปลกๆ กับท่าทางนี้ของเหล่าคนงาน บางคนก็ยืนยิ้มมอง บางคนก็ทำสีหน้าคล้ายกำลังสงสัยอะไรซักอย่าง ทว่าเมื่อมองไปยังด้านหน้า เขาคนนั้นกลับไม่รู้มีท่าทางสะท้านใดๆ มีแต่เธอที่จู่ๆก็รู้สึกอายขึ้นมาเสียดื้อๆ

เขาอุ้มแฝดคนพี่ขึ้นหลังม้าพร้อมกับจัดท่านั่งให้ มีคนงานชายคนหนึ่งคอยช่วย ก่อนหันมาอุ้มคนที่สองขึ้นหลังเจ้ากาแฟมีคนงานช่วยดูอยู่เหมือนกัน จากนั้นคนงานทั้งสองก็จูงม้าทั้งสองตัวออกเดิน...

เจ้าม็อคคาและเจ้ากาแฟก็เป็นม้าฝาแฝดกัน เพศผู้

สิตามียืนกุมมือมองตามไป หญิงสาวยิ้มกับท่าทีที่ดูตื่นเต้นของเด็กๆ ก่อนจะได้ยินเสียงถามจากคนใกล้ตัวว่า

คุณอยากขี่ม้ามั้ยล่ะ

ใบหน้าหวานหันมามอง เลิกคิ้ว ทำสีหน้าไม่ถูกอ้อมแอ้มตอบว่า ...เอ่อ อย่าดีกว่าค่ะ ฉันชอบมองมันมากกว่า

เหรอ...ไอศูรย์หัวเราะเบาๆในลำคอ ก่อนจะเอ่ยกับเธออีกว่า ตามใจ คุณอยากเดินดูอะไรก็ดูได้เลยนะ แต่ที่นี่มีแต่ม้า

เขาหันมาสบตาในตอนท้าย เหมือนนัยน์ตาเขาจะยิ้มทว่าริมฝีปากกลับไม่ขยับ จากนั้นร่างสูงก็เดินเข้าไปในโรงเลี้ยงม้า ดูเจ้าม้าที่อยู่ในนั้นและดูคนที่กำลังทำความสะอาดคอกให้พวกมัน...

สิตานีเดินตามหลังเขาไปห่างๆ...ในคอกม้ามีบางส่วนกำลังถูกผู้ดูแลทำความสะอาดจึงมีน้ำไหลนองอยู่ในบางจุด หญิงสาวไม่ได้รังเกียจกับกลิ่นอับตุๆ ที่ลอยเข้าจมูก มันเป็นปกติที่จะต้องได้กลิ่นแบบแบบนี้ในโรงเลี้ยงสัตว์ แต่ในไร่นี้โรงเลี้ยงทุกโรงซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ก็ได้รับการดูแลอย่างถูกสุขอนามัยอย่างดี ไม่ถึงกับมีกลิ่นมูลสัตว์แรงมาก มือบางยกมือขึ้นลูบใบหน้ายาวแหลมของเจ้าม้าตัวหนึ่งที่ยืนหน้าออกมา คนงานชายในนั้นบอกเธอว่า ลูบมันได้นะครับหญิงสาวจึงยกมือลูบที่ข้างแก้มของมัน แล้วเดินต่อไปชมตัวอื่นๆอย่างเพลิดเพลิน ทว่า...เดินไปอีกสามก้าวทุกคนก็ได้ยินเรียง ว๊ายดังขึ้น...ร่างบางหวิดจะเสียการทรงตัวเพราะลื่น ยังดีที่ขายังยึดพื้นไว้ทัน ไม่ล้มหัวคะมำเอาหน้าลงไปแนบกับมูลม้าที่กองอยู่ตรงหน้า เมื่อยืนตั้งหลักได้สิตานีก็ส่งยิ้มแห้งๆให้กับทุกคนที่มองมาทางเธอ อายจนแทบอยากจะหายตัวออกไปจากตรงนี้เสียเดียวนี้

...ไม่เห็นเหมือนในละครเลยที่เวลาฝ่ายหญิงจะล้มแล้วจะมีคนมาช้อนหลังพยุงตัวขึ้นคนนั้นต้องเป็นผู้ชาย จากนั้นก็กลายเป็นภาพสโลโมชั่นให้พระเอกนางเอกจ้องตากัน...ตรงนี้ไม่มีใครเข้ามาช่วยเธอเลยซักคนมีแต่คนยิ้มมองเธอ พวกเขาคงคิดว่ามันตลก แม้แต่เขาคนนั้นที่เดินอยู่ตรงหน้าก็เพียงหันมามองหน้าเฉยเท่านั้น

...ก็ช่างสิ ใครสน สิตานีค้อนให้ตัวเอง

จนถึงเวลาห้าโมงเย็นเขาก็พาเด็กๆ กลับ สิตานีเตรียมจะเลี่ยงเดินกลับไปยังบ้านพักของตนเองเมื่อเห็นว่าวันนี้หมดหน้าที่ของเธอแล้ว แต่เด็กชายม่วงก็มาดึงแขนเธอไว้อีก พ่อหนูน้อยแหงนหน้าขึ้นมองเธอ ส่งสายตาปริบๆพูดว่า

คุณครูกินข้าวเย็นกับพวกเรานะครับ...

เอ่อ...

คุณพ่อให้มาชวนม่วงพูดต่อขณะที่หญิงสาวกำลังคำพูดติดอยู่ในลำคอ ดวงตากลมหันมองคนที่บอกว่าชวน ก็เห็นแต่เพียงแผ่นหลังเพราะเขาเดินเข้าบ้านไปแล้วพร้อมแฝดคนพี่

ป้าจิตเดินหน้าเปื้อนยิ้มออกมา พูดกับเธอเหมือนที่ม่วงพูด

ป้าเตรียมสำรับไว้เผื่อคุณสิตาแล้วค่ะ อยู่ทานมื้อค่ำด้วยกันนะคะ

...มันก็คงต้องเป็นอย่างนั้น...หญิงสาวจึงยิ้มแห้ง ตอบด้วยสีหน้าเกรงใจว่า

ขอบคุณค่ะคุณป้า

ป้าจิตยิ้มตอบว่าอย่างเอ็นดู

บนโต๊ะรับประทานอาหารมีชายหนุ่มนั่งอยู่หัวโต๊ะ ด้านขวามือของเขาเป็นที่นั่งว่างเปล่าไม่มีคน เด็กน้อยทั้งสองนั่งอยู่ทางซ้ายมือของบิดาและต่อจากม่วงคือหญิงสาวนั่ง มีป้าจิตคอยมายืนอยู่ข้างหลังช่วยตักอาหารให้เด็กชายทั้งสอง แต่สิตานีอาสาช่วยอย่างเต็มใจมื้อนี้ป้าจิตจึงได้แต่ยืนยิ้มดูเฉยๆอยู่กับมัดหมี่ใกล้ๆ

รับประทานอาหารอิ่มเธอก็ช่วยแม่บ้านทั้งสองเก็บโต๊ะ ทำความสะอาดครัว แล้วมัดหมี่ก็อาสาเดินไปส่งหญิงสาวที่บ้านพัก

 


^

^

^

***โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ...


ผลงานทั้งหมดมีวางขายในรูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรืออีบุ๊ค ที่เว็บ เมพ นะคร้าาา เข้าไปดูกันเลย ถูกใจเรื่องไหนก็โหลดอ่านกันคร้าาา....




ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น