เทพหมัดสะท้านฟ้า นามของข้าคือ!!

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 34,079 Views

  • 125 Comments

  • 845 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    14,745

    Overall
    34,079

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3940
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 311 ครั้ง
    10 ก.พ. 62

          หนิงเยว่เดินตามจิวซี่จนมาถึงตรอกเล็กๆแห่งหนึ่ง

          หลังจากเดินเข้ามาภายในตรอกก็เจอกับบ้านหลังหนึ่งท่ามกลางสนามหญ้าขนาดใหญ่ สภาพของบ้านนั้นดูเก่ามาก แต่หญ้ารอบข้างต่างถูกจัดแต่งไว้อย่างดี

          "เป็นไรไปรึ สภาพมันคงต่างจากสำนักต่างๆที่เจ้าเคยได้ยินมาสินะ" จิวซี่ตบหลังหนิงเยว่เล็กน้อยก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปในตัวสำนัก

          หนิงเยว่ยืนอึ้งกับสภาพสำนักที่ทั้งเล็กและเก่า กว่าจะรู้ตัวก็ต้องให้จิวซี่ที่เดินนำเข้าไปก่อนแล้วตะโกนเรียก

         

          "ดื่มชาหน่อยไหม ข้ามีชาจากวิมานหมอกหลายชนิดเลย เจ้าอยากได้อะไรละ"

          "แล้วแต่ท่านเลยขอรับ"

          ขณะที่จิวซี่กำลังหาใบชาอยู่ในตู้อยู่นั้น หนิงเยว่ก็ได้กวาดสายตาสำรวจห้องหับ ภายในห้องนั้นไม่ได้ตกแต่งด้วยสิ่งใดเลย มีเพียงจุดเล็กๆที่ผิดสังเกตอยู่บนชั้นหนังสือเท่านั้น

          "ท่านอาจารย์หนังสือเล่มนั้นมันดูแปลกๆนะท่าน" หนิงเยว่ชี้ไปที่หนังสือเล่มหนึ่งบนชั้น จิวซี่ที่พึ่งต้มน้ำเสร็จก็หันมายิ้มให้แล้วเดินไปจับหนังสือเล่มนั้น

          ปึก

จิวซี่ใช้แรงกดไปที่สันหนังสืออย่างแรงถึงขั้นมีกระแสลมลอยออกมา

          ทันใดนั้นตู้หนังสือก็แยกออกเผยให้เห็นบันไดลับลึกลงไปใต้ดิน

          "ใช้ได้ที่มองเห็นมัน นี่คือรางวัลของเจ้า ตามข้ามาสิ" จิวซี่หยิบคบเพลิงที่ผนังแล้วดีดนิ้วให้เกิดประกายไฟเพื่อจุดคบเพลิง

          จิวซี่เดินนำลงไปใต้ดิน หนิงเยว่ไม่รอช้ารีบก้าวตามผู้เป็นอาจารย์

         

          ทั้งสองเดินลงมาจนถึงประตูบานหนึ่ง บนบานประตูมีรูปเสือสองตัวกำลังห่ำหั่นกัน

ภาพสลักนี้ถูกสลักด้วยอุปกรณ์วิเศษใดกันถึงได้มีรูปร่างงดงามเช่นนี้ หนิงเยว่คิดด้วยความตกตะลึง

          "ลองเปิดดูสิ" จิวซี่ก้าวหลีกทาง

          หนิงเยว่ใช้แรงผลักเบาๆประตูก็ค่อยๆแง้มออก ทำเอาจิวซี่ยืนอยู่ข้างหลังแข็งค้างไป

          ประตูศิลานั้นหนักมาก แม้แต่ระดับชาวยุทธทั่วไปก็ยังคงต้องใช้แรงหลายส่วนในการเปิดประตูบานนี้

          "ฮ่า ฮ่า นี่ข้าพาตัวประหลาดพันธ์ไหนมาเนี่ย" ชายชราหัวเราะ

จิวซี่เดินนำหนิงเยว่เข้าไปในห้องแล้วระเบิดพลังปราณให้กระจายไปทั่วห้อง

          หินปราณที่ถูกฝังตามผนังห้องตอบรับกับพลังปราณ พวกมันต่างส่งแสงสุกสว่างออกมาเปลี่ยนห้องที่มืดมิดให้สว่างไสว เผยให้เห็นห้องหินที่ถูกสลักเต็มไปด้วยคนทำท่าต่างๆ หากมองอย่างตั้งใจจะรู้ว่ารูปสลักเหล่านี้นั้นก็คือ

          "วรยุทธ์ ทั้งยังมากมายขนาดนี้ ห้องนี้ท่านอาจารย์เป็นคนทำหรอขอรับ" หนิงเยว่วิ่งไปตามห้องอย่างตื่นเต้น

          "ไม่ใช่ข้าหรอก หนิงเยว่" คำตอบของจิวซี่ทำให้หนิงเยว่หยุดหันกลับมามอง

          "มาตรงนี้สิ" หนิงเยว่ทำตามคำขอผู้เป็นอาจารย์ มายืนหน้าแท่นหยกแท่นหนึ่งที่สลักคำเอาไว้ว่า เสี่ยวฮุ่ยหวง

          "นี่มันหลุมศพ? ของผู้ใดกันท่านอาจารย์" หนิงเยว่ถามผู้เป็นอาจารย์

          "เขาคือผู้คิดค้นที่กระบวนที่สลักอยู่ที่นี่ และทุกอย่างที่ข้าจะสอนเจ้า"

          จิวซี่หันมามองหนิงเยว่ด้วยแววตาจริงจัง หนิงเยว่ที่เห็นแบบนั้นก็ก้มลงกราบหลุมศพหนึ่งครั้งก่อนจะยืนขึ้น

          "เดินตามมาสิ ข้ามีเรื่องอยากจะเล่าให้เจ้าฟัง" จิวซี่ดึงคันโยกที่หลังป้ายหลุมศพแล้วกำแพงก็เลื่อนออก

          "ในสมัยก่อนเคยมีขยะสองคนที่เกิดมาด้วยพลังปราณก่อเกิดระดับ1"

          "ทั้งสองพยายามฝึกอย่างหนักเพื่อให้ระดับปราณสูงขึ้น ความพยายามนับสิบปีก็เป็นผลส่งผลให้ทั้งสองมาถึงขั้นสูงระดับ5"

          "แต่จู่ๆก็เกิดเรื่องขึ้น"

          "หนึ่งในนั้นเกิดธาตุไฟเข้าแทรก ฟ้ายังคงเมตตามิได้ช่วงชิงพลังยุทธของเขาไป แต่เขาไม่สามารถเพิ่มพลังได้อีกแล้ว สหายของเขาเองก็ทอดทิ้งเขาไว้เบื้องหลังมุ่งหน้าฝึกวิชาต่อไป"

          "สหายคนนั้นช่างโง่งมนัก" ความรู้สึกผิดแฝงมากับเสียงของชายชรา

          "นับแต่นั้นเขาก็จึงเริ่มหันไปสนใจในวรยุทธ์"

          "วันเวลาผ่านไปหลายสิบปี วรยุทธ์ของมันกล้าแกร่งเป็นอย่างยิ่ง ด้วยปราณเพียงขั้นสูงระดับ5กลับสามารถเอาชนะจอมยุทธขั้น5ได้สำเร็จ"

          "ชื่อเสียงของเขาขจรไกล มันไปไกลจนถึงหูของสหายของเขาที่จากไปนานแล้ว"

          "สหายของเขากลับมาด้วยปราณจอมยุทธขั้น9 คราแรกที่เจอหน้ากันทั้งสองต่างแลกเปลี่ยนความหลังให้กันและกัน"

          "สหายของเขาชวนเขาออกไปแต่รู้ไหมเขาตอบว่ายังไง"

          จิวซี่เดินนำหนิงเยว่มาถึงชุดเกราะสองตัวที่ตั้งคู่กัน

          "เขาปฏิเสธ เขาบอกสหายว่า 'วรยุทธ์ของข้านั้นสู้ได้แต่กับมนุษย์ หากข้าจะต้องไปกับเจ้าข้าคงต้องตกตายเพราะสัตว์อสูรลมปราณเป็นแน่' เมื่อสหายของเขาที่ได้ยังดังนั้นก็เลยมีความคิดที่จะสร้างศาสตราที่จะช่วยลดความห่างชั้นของพวกเขา เขาจึงตัดสินใจออกเดินทางต่อ"

          "แต่โลกช่างโหดร้าย ลมปราณขั้นสูงระดับ5กับจอมยุทธระดับ9 อายุช่างห่างกันยิ่งนัก"

          "สหายผู้นั้นใช้เวลานับหลายสิบปีกว่าจะสร้างศาสตราเสร็จ แต่มันสายเกินไป"

          "สหายผู้นั้นได้นำศาสตราทั้งสองไปฝังไว้ในจุดที่ลึกที่สุดของบ้านที่ทั้งสองเคยช่วยกันขุดสมัยฝึกวิชาด้วยกัน"

          จิวซี่เดินนำหนิงเยว่มายืนหน้าอะไรบางอย่างที่ถูกผ้าคลุมเอาไว้

          "สหายคนนั้นก็คือท่าน ส่วนเขาท่านนั้นก็คือเสี่ยวฮุ่ยหวง" จิวซี่พยักหน้ารับก่อนจะกระชากผ้าคลุมออกเผยให้เห็นชุดเกราะที่อยู่ข้างใน

          "นับจากวันนี้อีก3เดือน จะมีงานประลองศิษย์ของแต่ละสำนักในเมืองสีหมอก และหน้าที่ของเจ้าคือคว้าที่หนึ่งมาและแสดงให้ทุกคนเห็นว่า พลังปราณไม่ใช่ทุกอย่างในดินแดนแห่งนี้"

          "เจ้าจะทำได้ไหม หนิงเยว่ ไม่ใช่แค่เพื่อนข้า ไม่ใช่สำนัก แต่เพื่อเป็นของขวัญให้แกสหายข้าที่ล่วงลับไป" จิวซี่นั้นเห็นหนิงเยว่สะท้อนกับสหายตน ทั้งสองช่างเหมือนกันที่ลมปราณนั้นมิได้แข็งแกร่งอะไรแต่ก็อยากจะแข็งแกร่งขึ้น

          "ขอรับ!!" หนิงเยว่ขานรับเต็มเสียง

          "ดีมาก! เพราะงั้น เราไปฝึกกันเล้ย"

          "โอ้" ศิษย์อาจารย์กอดคอกันเดินกลับห้องฝึก

         

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 311 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 19:57

    ไรต์เคยแต่งลงแล้วเปล่าครับ ฉากคุ้นๆเหมือนเคยอ่าน

    #43
    2
    • #43-1 DarkestLight (@arttytack) (จากตอนที่ 4)
      17 มีนาคม 2562 / 20:05
      ไปขุดเจอไฟล์พอดีเลยเอามาแต่งต่อครับ ช่วงนั้นสอบเข้ามหาลัยเลยไม่มีเวลาว่าง
      #43-1
    • #43-2 0959742038 (@0959742038) (จากตอนที่ 4)
      5 เมษายน 2562 / 01:14
      คุ้นๆ เคยอ่านจริงๆด้วย
      #43-2