เทพหมัดสะท้านฟ้า นามของข้าคือ!!

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 39,721 Views

  • 141 Comments

  • 909 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    20,387

    Overall
    39,721

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4716
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 325 ครั้ง
    22 ก.พ. 62

          "ฮุ่ยเหอ!" ซูลี่รีบวิ่งเข้าไปหาศิษย์ของตนเองท่ามกลางม่านครัว

          "โอ้ย" เสียงของบุรุษดังขึ้นจากใต้เท้าของนาง นางรีบใช้พัดในมือปัดเป่าควันออกไปเผยให้เห็นร่างของหนิงเยว่ใต้กี่เพ้า

          "กรี้ด" แม้จะเป็นจอมยุทธยอดฝีมือแต่ก็ยังคงเป็นสตรี ซูลี่ตอบสนองโดยการกระทืบเท้า

          ร่างกายของหนิงเยว่ขยับไปเอง เขาหมุนตัวตีลังกาขึ้นมาประจันหน้ากับซูลี่

          "สีขาว" คำพูดหลุดปากของหนิงเยว่ส่งผลให้ซูลี่โกรธมาก

          นางชักกระบี่กับพัดของนางแล้วเริ่มรุกเข้าใส่หมายปิดปากชายแปลกหน้า

          คมกระบี่พุ่งเข้าใส่หนิงเยว่ราวห่าฝน แต่ร่างกายของหนิงเยว่สามารถตามทันความรวดเร็วของเพลงกระบี่ของนางได้

          "วิหคหุบปีก" ซูลี่ชักกระบี่ถอยเพื่อเตรียมใช้กระบวนท่าประจำสำนัก แต่หนิงเยว่ไม่โง่ เขากระโดดพุ่งเข้าใส่แล้วใช้หมัดชกเข้าที่ใบหน้าของหญิงสาวอย่างไร้ปราณี

          ตูม!

          หมัดของหนิงเยว่ส่งซูลี่ที่มีปราณจอมยุทธระดับ2กระเด็นออกไป

          "อ่ะ ข้าขอโทษ"หนิงเยว่ยังคงสับสนกับร่างกายของตัวเองอยู่ ตั้งแต่ที่เส้นชีพจรลมปราณหายไป ร่างกายของเขาเองก็เริ่มแปลกๆมาตั้งแต่ตอนนั้น โลกดูชัดขึ้น เสียงได้ยินดีขึ้น กลิ่นชัดเจนขึ้น เขาในตอนนี้สามารถมองเห็นแม้แต่มดบนใบไม้ที่ห่างออกไป

          "เห็นทีข้ารีบไปดีกว่า เดียวนางกลับมาฆ่าข้าแน่" คิดได้ดั่งนั้นหนิงเยว่ก็ออกเท้าวิ่งหนีออกไปจากจุดตก

 

          หนิงเยว่วิ่งมาจนถึงถนนสายหนึ่งจึงหยุดวิ่งแล้วเปลี่ยนเป็นเดินไปตามถนนแทน

หลังจากเดินไปสักพักหนิงเยว่ก็มาถึงเมืองที่มีป้ายหน้าเมืองเขียนไว้ว่า [เมืองสีหมอก]

          "ข้าจะทำอะไรต่อไปดี" หนิงเยว่นั่งลงที่ม้านั่งข้างทางครุ่นคิดกับตัวเอง

          เขาในตอนนี้จะกลับบ้านก็ไม่ได้เพราะขืนกลับบิดาคงตัดหัวเขาแน่ๆ ถ้าเป็นแบบนี้ก็คงต้องเข้าเมืองอย่างเดียวแล้ว

          ในเมื่อทางเลือกมีไม่มาเขาจึงตัดสินใจเดินเข้าเมือง สถานที่แรกที่หนิงเยว่เลือกจะไปก็คือ สนามฝึกซ้อม

         

          หนิงเยว่หลังจากที่เดินตามทางที่ถามมาจากแม่ค้าข้างทางก็มาถึงลานฝึกซ้อมของเมือง

          "คนมันน้อยเกินไปรึเปล่า" ภาพตรงหน้าของหนิงเยว่คือลานที่มีหุ่นไม้ตั้งเรียงรายนับร้อย แต่ว่ามีคนเพียงหยิบมือกำลังใช้งานมันอยู่ ซึ่งทั้งหมดเป็นเด็กเล็กๆที่ยังไม่น่าจะเปิดจุดลมปราณ

          หนิงเยว่เดินเข้าไปในสนามซ้อม เขาเลือกหุ่นที่สภาพยังดีที่เหลืออยู่น้อยมากตัวนึงเป็นคู่ซ้อม

          "ฟู่" หนิงเยว่ผ่อนลมหายใจแล้วเริ่มออกกระบวนท่าพื้นฐาน เขาไม่ได้กดแรงไปยังหุ่นไม้ ทำเพียงสัมผัสพวกมันอย่างแผ่วเบา แต่แค่นั้นก็สร้างริ้วรอยให้กับหุ่นไม้แข็งที่ยืนหยัดมานานนับร้อยปีได้แล้ว

 

          เวลาผ่านไปจนท้องฟ้าเริ่มมืดลง

          หนิงเยว่ยังคงวนอยู่กับฝึกท่าพื้นฐานโดยไม่เหนื่อยล้าสักนิดเดียว

          "เก็บแขน ถอยเท้า" จู่ๆก็มีชายแก่คนหนึ่งเดินมาพูดกับหนิงเยว่

          หนิงเยว่ได้ยินดั้งนั้นก็ลองทำตามดู

          "ดีมาก ไหนลองตั้งสมาธิแล้วใช้แรงทั้งหมดต่อยไปที่จุดตันเทียนของหุ่นสิ ตอนต่อยก็อย่าลืมเขย่งเท้าละ" ชายชราพูดต่อ

          ตูม!

          ร่างของหุ่นที่สะบักสะบอมจากการฝึกของหนิงเยว่ตอนนี้หายไปเลยเหลือเพียงแต่เพียงตอ

          "โฮ่ ใช้ได้ๆ"

          "ขอบคุณสำหรับคำชี้แนะท่านผู้อาวุโส" หนิงเยว่โค้งคำนับให้ชายชราแปลกหน้า

          "เจ้าหน้าใหม่มาจากที่ใดกันรึ ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน"

          "ข้ามาจากหมู่บ้านวิมานเมฆขอรับ" หนิงเยว่ขุกเข่าคำนับชายชรา

          หนิงเยว่นั้นถึงแม้จะไม่ไว้ใจคนแปลกหน้าแต่สำหรับผู้มีพระคุณแล้วเขาย่อมทำดีด้วย

           "ฝีมือใช้ได้ มาจากสำนักไหนกันละ" แววตาของชายชราส่อเค้าลางแห่งความลึกลับเอาไว้

          "ข้าน้อยช่างต่ำต้อยเกิดมาไร้ลมปราณจึงไม่มีสำนักใดรับเข้า"

          "งั้นเจ้าสนใจจะเข้าสำหนัก หมัดศิลา ของข้าไหมละ"

          หนิงเยว่เงยหน้ามองตาของชายชรา ภายในใจของหนิงเยว่นั้นดีใจยิ่งนัก ชั่วชีวิตของมันไม่เคยคิดเลยว่าจะได้รับการชวนเข้าสำนักไหนมาก่อน

          "อะไรกันมองหน้าข้าแบบนี้ งั้นข้าขอแสดงเคล็ดวิชาให้เจ้าเห็นสักเล็กน้อยละกัน" ชราเดินไปยังหุ่นเหล็กข้างแล้วทาบมือลงบนอกของหุ่น

          ชายชราบิดมือเพียงเล็กน้อย แต่หน้าอกของหุ่นฝึกนั้นกลายเป็นหลุมกว้างแทน

          "วิชานี้เรียกว่า ฝ่ามือเกลียวสว่าน อานุภาพเหมาะสำหรับการโจมตีทะลุเกราะ ซ้ำยังไม่ใช่ลมปราณแต่ใช้แรงกายจำนวนมากซึ่งเจ้าน่าจะมีพออยู่แล้ว"

          "เป็นไง สนใจจะเข้าสำนักข้าไหม" ชายชราฉีกยิ้ม

          "รับข้าเป็นศิษย์ด้วยท่านอาจารย์" หนิงเยว่ก้มหัวคำนับในท่าคุกเข่า

          "แน่นอนลุกขึ้นมา นับแต่นี้เราเป็นศิษย์อาจารย์กัน เจ้า..." ชายชราเหมือนเพิ่งจะนึกอะไรออก

          "เจ้า เอ่อ เจ้า"

          "ข้ามีนามว่า หนิงเยว่ ครับ" หนิงเยว่แอบลอบขำในท่าทีสับสนของอาจารย์

          "ส่วนข้ามีนามว่า จิวชี่" ชายชราหรือจิวซี่แนะนำตัวเอง

          "เอาละอย่ารอช้า รีบกลับสำนักของเรากันดีกว่า" จิวซี่ที่มีรอยยิ้่มฉายอยู่บนหน้าเดินเข้ามากอดคอของหนิงเยว่นำทางกลับสู่สำนัก

         

                  

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 325 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #96 0959742038 (@0959742038) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 01:13
    ห่ะ...เร็วววว!!!
    #96
    0
  2. #51 MintSpsr (@MintSpsr) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 21:16
    Dee makka
    #51
    0