เทพหมัดสะท้านฟ้า นามของข้าคือ!!

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 34,287 Views

  • 126 Comments

  • 847 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    14,953

    Overall
    34,287

ตอนที่ 25 : ตอนที่ 25

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2406
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 151 ครั้ง
    19 มี.ค. 62

        หมัดตรง!

        ร่างของหนิงเยว่เหมือนขยายใหญ่ออก กำปั้นของเด็กหนุ่มที่กำลังพุ่งล้วนมอบความรู้สึกหนักอึ้งให้แก่ผู้เฝ้ามอง แม้แต่คนดูรอบสนามล้วนกลั้นหายใจ

          แรงกดดันบ้าบออันใด!?

          เหล่าศิษย์สายในย่อมเคยผ่านประสบการณ์เฉียดตายหรือได้รับชมการประลองของเหล่ายอดยุทธมาบ้าง แต่แรงกดดันจากหมัดที่ไร้สัมผัสปราณนี่ ให้ความรู้สึกกดดันหนักอึ้งเหมือนมองขุนเขาถล่ม

          แย่แล้ว!’ ฉิงชวนขบฟันแน่น นางพลันสำนึกเสียใจที่ไม่ฟังคำเตือนของจางเฟย

          ในวินาทีก่อนหมัดของหนิงเยว่จะเข้าถึงตัว ด้วยสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิต แขนทั้งสองข้างของฉิงชวนยื่นออก พลังปราณในร่างทั้งหมดถูกควบแน่นก่อเกิดเป็นกำแพงสีฟ้าคล้ายคลื่นน้ำ

          เปรี้ยง!

        เสียงปะทะเลือนลั่นราวกับมีอัสนีบาตกลางเมฆใส กำแพงน้ำคงอยู่ได้เพียงหนึ่งลมหายใจก็แตกสลาย ที่หลงเหลืออยู่คือแรงมหาศาลส่งร่างงามกระเด็นขึ้นสู่ฟ้าดั่งว่าวที่ขาดวิ่น

          ชวนเอ๋อร์!” ชายชราพุ่งทะยานขึ้นรับร่างของศิษย์สาว

          แรงกดทับมหาศาลหลงเหลือมาสู่ชายชราเหมือนหมัดธรรมดาหนึ่งหมัด แต่มันก็สามารถคุกคามเขาได้จนเขาต้องลอบหลั่งเหงื่อเย็น

          แค่แรงหลงเหลือของหมัดก็สามารถสร้างอาการบาดเจ็บให้ข้าได้ ไม่แปลกที่ฉิงชวนจะแพ้ในกระบวนท่าเดียว ชายชรามองหนิงเยว่แล้วหันไปมองจิวซี่ด้วยสายตานับถือ

          แม้จะแค่เจ็บราวมดกัด แต่มันก็นับว่ายังน่าตื่นตะลึง

          ชายชราผู้นี้เป็นถึงจอมยุทธขั้นสูง ภายในอาณาจักรมีเพียงคนไม่กี่ร้อยจากหลายล้านที่ต่อกรกับเขาได้ ถึงกระนั้นผู้เยาว์คนหนึ่ง ไร้ชื่อเสียง ไร้เบื้องหลัง กลับสามารถสร้างอาการบาดเจ็บให้เขาได้

          สมแล้วที่เป็นศิษย์ของชายผู้นั้น ชายชราพลันนึกขึ้นมาได้ จะกล่าวว่าหนิงเยว่ไร้เบื้องหลังก็คงไม่ใช่เสียทีเดียว

          การประลองจบแค่นี้ชายชราประกาศ ก่อนใช้วิชาตัวเบาทะยานร่างหายไปในฝูงชน มุ่งตรงไปยังตำหนักยา

          หนิงเยว่ยืนมองภาพเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยแววตาเฉยชา ความรู้สึกผิดหวังปนดีใจบังเกิดขึ้นก่อนจะขยายขึ้นเรื่อยๆจนเขาเริ่มรู้สึกสับสน

          นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นคนสามารถรับหมัดเขาได้แล้วยังอยู่ครบสามสิบสอง แต่ก็น่าเสียดายที่นางไม่อาจรับหมัดต่อไปของเขาได้

          ถึงแบบนั้นก็หมายความว่า หากข้าหาคนที่เก่งกว่านางได้สองเท่า ข้าก็จะปล่อยได้สองหมัด บางทีก็อาจจะทวีคูณขึ้นไปเรื่อยๆ ยามคิดถึงความเป็นจริงข้อนี้ ใจของเขาก็สั่นระรัวจากความตื่นเต้น

          เขาเริ่มจะมองเห็นขีดจำกัดของตนเองอย่างเลือนลาง

        ไม่ใช่เรื่องแปลกที่หนิงเยว่จะดีใจเมื่อรับรู้ว่าเบื้องหน้ายังมีหนทางให้ไปต่อ หากร่างกายที่ได้รับมาอย่างบังเอิญนี่คือสิ้นสุด เขาจะไปโดดผาฆ่าตัวตายมันวันนี้เลย

          ทำได้ดีมาก จิวซี่เดินถือมีดเงินและกระบี่หยกมาหา

          ชายชราชื่นชมทักษะการใช้มีดของเด็กหนุ่ม รวมถึงการควบคุมแรงไม่ให้กระบี่มรกตเกิดความเสียหาย

          ท่านอาจารย์ ข้าเป็นห่วงว่าท่านหญิงฉิงชวนจะเกิดอันตรายหนิงเยว่กล่าวกับอาจารย์ด้วยท่าทีลนลาน หากมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายของนาง ทั้งชีวิตเขาคงไม่มีทางลืมบาปอันใหญ่โตนี้ไปได้

          ไม่ต้องห่วง นางแค่สลบไปเท่านั้นเอง จิวซี่เอ่ยตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

          หากเจ้าเป็นห่วงก็ไปหานางเองเลยสิ นางน่าจะอยู่ที่ตำหนักยา ณ ตอนนี้

          เช่นนั้นศิษย์ขอลา หนิงเยว่ค้อมศรีษะแล้ววิ่งจากไปในทันที

          เขาไม่อยากรั้งตัวอยู่นาน คำสั่งที่จิวซี่ให้ไว้ยังคงมีผลอยู่ เขาจะยอมยืนคุยกับอาจารย์เหมือนปกติก็ต่อเมื่อเขาได้รับฐานะศิษย์สายในอย่างถูกต้องแล้วเท่านั้น

 

          หนิงเยว่ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงตำหนักยา ระหว่างทางมีรอยเท้าจมลึกฝากไว้

          ปัง!

          ประตูไม้ถูกผลักออก ด้วยทักษะการดมกลิ่นอันดีเยี่ยม เขาสามารถรับรู้ได้ทันทีว่าฉิงชวนพักผ่อนอยู่ห้องไหน

          ท่านหญิงเป็นอะไรรึเปล่า เหวอ!” หนิงเยว่ถอยเท้ากลับแทบไม่ทัน

          ดอกบัวตูมสองดอกกลางทะเลน้ำนมแน่นิ่งอยู่บนเตียงหยก ขนาบข้างด้วยคนคุ้นเคยอย่างผู้อาวุโสหย่งและจางเฟย

          หนิงเยว่!” จางเฟยร้องเตือนด้วยใบหน้าเขินอาย รีบเดินมาบังร่างเปลือยเปล่าของเพื่อนสาว

          หนิง..เยว่? ฉิงชวนค่อยๆลืมตาตื่นอย่างสะลึมสะลือ ก่อนจะหันไปมองที่บานประตู และเริ่มสัมผัสได้ถึงความเย็นในอากาศ

          นางก้มมองร่างอันเปลือยเปล่าของตนเอง แล้วคว้าสิ่งของที่ใกล้มือที่สุด!

          ข้าขออภัย!” หนิงเยว่ก้าวเท้าออกไปหน้าห้องและปิดประตูไว้ได้ทันเวลา

          เพล้ง!

          ถ้วยชาที่โชคร้ายแตกกระจายหลังกระทบกับบานประตู ใบหน้าของฉิงชวนแดงก่ำเหมือนลูกมะเขือเทศสด

        เจ้าคนไร้ยางอาย!” เสียงอันเกรี้ยวกราดของฉิงชวนดังลอดบานประตูมา

        หากข้าไม่อายข้าจะปิดประตูหนีไหมละขอรับ!”หนิงเยว่รีบแก้ตัวทันที ใบหน้าปรากฏเลือดฝาด ที่ปลายจมูกสัมผัสได้ถึงกลิ่นโลหิตจางๆ

          กำปั้น ไม่สิ หัวลี่มี่เลย? ด้วยความเป็นเด็กชายอายุสิบห้าปีวัยแตกเนื้อหนุ่ม หนิงเยว่ก็ลองเทียบขนาดดอกบัวตูมกับฝ่ามือของตนแล้วก็พบว่ามันยังใหญ่กว่ามาก

          ตึก ตึก ตึก เสียงฝีเท้าเข้าใกล้ประตูอย่างรวดเร็ว

          เจ้าคิดเรื่องลามกกับข้าอยู่ใช่ไหม!” สัญชาตญาตของจอมยุทธนั้นล้ำเลิศกว่ามนุษย์ทั่วไป ไม่งั้นพวกเขาคงไม่อาจสัมผัสได้ถึงจิตสังหาร

         แต่ไม่ใช่ว่าโลกนี้จะมีเพียงจิตสังหารเพียงอย่างเดียว จิตอกุศลอื่นๆยังมีมากมาย

         เปรี้ยง!

        ประตูไม้ถูกถีบหลุดออกมา พร้อมกับร่างอวบอิ่มของฉิงชวนทะยานตามมาติดๆ

          หนิงเยว่หันไปมองก่อนจะตอบสนองในชั่วพริบตา ถอยเท้าออกหนึ่งก้าวเขาก็รอดพ้น

          เด็กหนุ่มรีบยกมือขึ้นปิดตา พยายามหักห้ามใจไม่ให้มองบุพภางามเบื้องหน้า หลังเห็นว่าฉิงชวนออกมาในสภาพผ้าขนหนูผืนเดียว

          ท่านนั้นแหละมียางอายบ้างไหม!! เห็นแบบนี้ข้าก็อายุสิบห้าปีพร้อมออกเรือนแล้วนะขอรับ!!!!” หนิงเยว่กล่าวออกไปขณะมีใบหน้าแดงก่ำ โลหิตปรากฎขึ้นที่มุมปากซึ่งมันไหลย้อยลงมาจากจมูกทั้งสองข้าง

 

อีกตอน(น่าจะ)มาคืนนี้
ศิษย์พี่หยางออกตอนหน้าครับ

นางเอกบทนี้มีสองคน 

ใครไม่ชอบตอนแบบนี้บอกกล่าวกันไก้นะครับจะได้ตัดตอนออก

       

 

         

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 151 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #47 0983094154 (@0983094154) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 00:00

    ขนาดเท่าหัวเลยรึ อะไรจะขนาดนั้น

    #47
    0
  2. #46 หวังซีเจา (@Automatic32) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 06:48
    เรื่องนี้รู้สึกคุ้นๆเหมือนกับเรื่อง
    ที่เคยอ่านที่มีพลังของคนหัวล้านในอมิเนะ
    #46
    8
    • #46-4 หวังซีเจา (@Automatic32) (จากตอนที่ 25)
      20 มีนาคม 2562 / 23:35
      ไม่ใช่คุริลิน
      #46-4
    • #46-8 weerapong11 (@weerapong11) (จากตอนที่ 25)
      10 เมษายน 2562 / 21:35
      เรื่องกินทะมะปะครับ
      #46-8