เทพหมัดสะท้านฟ้า นามของข้าคือ!!

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 34,578 Views

  • 127 Comments

  • 852 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    15,244

    Overall
    34,578

ตอนที่ 23 : ตอนที่ 23

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2406
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 191 ครั้ง
    16 มี.ค. 62

           หนิงเยว่เปิดประตูต้อนรับแขกด้วยใบหน้าสุภาพยิ้มแย้ม เขาปรับอารมณ์จากดีใจสุดขีดเป็นดีใจธรรมดาได้อย่างรวดเร็ว

          ทำไมถึงมีชามากมายขนาดนี้ละเนี่ย? จางเฟยมองไปรอบๆอย่างสงสัยใคร่รู้

          ชาหลายแก้วต่างสีหลากกลิ่นต่างวางกระจัดกระจายอยู่เต็มไปหมดละลานตา กลิ่นหอมของชาสมุนไพรลอยตลบอบวลไปทั่วจนจางเฟยออกอาการมึนงงเล็กน้อย

          พอดีท่านผู้อาวุโสหย่งให้ข้าชงชาทั้งหมดนี่ขึ้นมา แต่นางกลับจิบเพียงนิดเดียวมันเลยเหลือเต็มไปหมด

          หนิงเยว่กล่าวเสียงเศร้าปั้นหน้าโศก

          โถ่ งั้นขอข้าลองชิมหน่อยนะ จางเฟยเอ่ยอย่างสงสารและก้มลงหยิบชาขึ้นมาจิบ

          ชาที่นางจับได้คือชากระจ่างฟ้า มีฤทธิ์เย็นช่วยบรรเทาอาการปวดเหมื่อยกล้ามเนื้อและชำละล้างจิตใจ นับเป็นชาชั้นกึ่งเทพก็ว่าได้

          ดี!”

          จางเฟยยกชาขึ้นดื่มชนหมดแก้ว นางสัมผัสได้ถึงจิตใจที่ฟื้นคืนมาหลายส่วนพลางหันมามองหนิงเยว่อย่างล้ำลึก เด็กหนุ่มผู้นี้มีวิธีการชงชาที่แปลกแถมยังมีสรรพคุณมากมาย

          หากท่านต้องการ ท่านจะดื่มมันทั้งหมดเลยก็ได้นะ หนิงเยว่เอ่ยเชื้อเชิญ

          หากได้หญิงสาวมาร่วมเก็บกวาด ชาบนพื้นย่อมต้องหมดอย่างรวดเร็ว

          ข้าคงไม่สามารถดื่มทั้งหมดนี้ได้ คงจะช่วยดื่มได้สักหนึ่งส่วนจากสี่ส่วน จางเฟยแย้มยิ้มอย่างมีเมตตา ชาเหล่านี้ก็เหมือนยา นางเองก็เป็นผู้ฝึกตนย่อมต้องการเก็บเกี่ยว

          แต่นางไม่โลภมาก ศิษย์พี่ของนางที่กำลังเก็บตัวฝึกอยู่ได้สั่งสอนนางถึงเรื่องนี้

          ได้ขนาดนั้นก็นับว่าดีแล้ว หนิงเยว่ยินดีกับสิ่งที่ตนได้

          อย่างน้อยก็มีชาหายไปถึงหนึ่งในสี่ส่วน นับว่าบังเอิญยิ่งที่ขีดจำกัดของเขาคือสามส่วนของชาเหล่านี้พอดิบพอดี

          แม้จะเป็นเด็กไร่ชา แต่ขีดจำกัดของการดื่มก็ยังนับว่าอยู่ในระดับมนุษย์ปกติอยู่ดี

          หนึ่งหญิงหนึ่งชาวบรรจงดื่มชาจนหมดห้อง หลงเหลือไว้เพียงแก้วเปล่านับร้อย

          หลังดื่มหมดจางเฟยก็พลันเกิดความว้าวุ่นภายในร่าง รีบปิดตานั่งขัดสมาธิเพื่อควบคุมปริมาณยาที่ย่อยสลายให้ร่าง

          ส่วนหนิงเยว่นั้นก็หลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อนปนความจุก

          ข้าจะไม่ทำเช่นนี้อีกแล้ว.. หนิงเยว่ปรากฏสายตาเหม่อลอย หน้าตาคล้ายคนตายบวมน้ำ

          คิคิ ท่าทางชายผู้นี้ช่างตลกเสียจริง สหายใหม่ของเจ้างั้นรึ?

          ที่หน้าประตูปรากฏร่างของสตรีผิวขาวราวหิมะในชุดผ้าแพรสีน้ำเงินเข้ม รูปร่างอวบอิ่มโค้งเว้า ดวงตาสีฟ้ากระจ่างใสดั่งอัญมณีทอประกรายอ้อล้อแสงตะวัน ใบหน้ายิ้มกรุ้มกริ่มฉายแววเจ้าเล่ห์ รอบข้างแผ่บรรยากาศลึกลับแข็งแกร่ง

          ฉิงชวน!” จางเฟยเมินท่าทางล้อเลียน โผกอดเพื่อนสาว

          ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน

          จ้าๆ แล้วเหม่ยหลานอยู่ไหนละ? ฉิงชวนลูบหัวจางเฟยอย่างอ่อนโยนขณะกวาดสายตามองหาสหายอีกคน

          จางเฟยออกอาการอ้ำอึ่งเล็กน้อย

          ไม่อยู่แล้ว นางตายเพราะมังกรเพลิงเมื่อวันก่อน จางเฟยหลุบตาต่ำกล่าวเสียงเศร้า แม้จะทำใจได้แล้วแต่การสูญเสียนั้นมากมายจริงๆ

          เจ้า! ว่า! อะ! ไร! นะ!”แรงกดดันพวยพุ่งออกมาจากร่างของฉิงชวงตามโทสะที่ปะขุขึ้นในจิตใจ

          หญิงสาวผู้นี้สำเร็จขั้นฝึกตนแล้วเรียบร้อย ก้าวผ่านวัยเดียวกันไปนับหมื่น เหยียบย่างเข้าสู่ขอบเขตจอมยุทธตั้งแต่อายุยังไม่ยี่สิบปี แรงกดดันที่เหนือชั้นทำให้จางเฟยอึดอัด

          ใจเย็นก่อนท่านหญิง ท่านกำลังทำให้จางเฟยอึดอัด หนิงเยว่กล่าวเตือนเมื่อเห็นนจางเฟยมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก

          ฉิงชวนหันขวับไปมองเด็กหนุ่มก่อนจะปรับอารมณ์อย่างรวดเร็วและเผยสีหน้าละอายใจออก นางได้เผลอกระทำเสียมารยาทต่อชายแปลกหน้าไปเสียแล้ว

          จางเฟยเมื่อรอดพ้นจากแรงกดดันของขอบเขตจอมยุทธก็ผ่อนลมหายใจ

          ฉิงชวน ข้าได้ข่าวมาว่าเจ้าจะได้ลงประลองในงานสี่ธาตุหนึ่งมังกร เป็นหนึ่งในตัวแทนของสำนักวารีพิสุทธิ์ไม่ใช่รึ?

          งานประลองสี่ธาตุหนึ่งมังกรคืองานประลองกันของสี่สำนักใหญ่แห่งอาณาจักรนี้และตัวแทนจากกองกำลังหลวง ผู้ชนะจะได้รับรางวัลมากมายถึงขั้นเปลี่ยนแปลงโชคชะตาที่มีแต่กำเนิดก็ยังได้

          ระดับข้าไม่ไหวหรอก แพ้รอบแรกอยู่แล้วฉิงชวนไหวไหล่เผยสีหน้าว่างเปล่า นางรู้คิดจำกัดของตนดี

จะว่าไป ศิษย์พี่หยางละ? นางสอดส่องไปมากลับมองไม่เห็นบุรุษอีกคนที่ติดตัวอยู่กับเพื่อนสาวตลอด หรือจะเรียกว่าเพื่อนสาวเอาตัวไปติดกับเขาก็น่าจะได้อยู่

ศิษย์พี่ปิดด่านฝึกตนอยู่ เขาใกล้จะกลับไปเป็นขั้นจอมยุทธได้แล้ว จางเฟยกล่าวพลางอมยิ้ม บรรยากาศสีชมพูหวานแหวนลอยฟุ้งออกมา

บรรยากาศหลุดหมดแล้วแม่หญิง อย่าลืมสิที่นี่มีคนอื่นอีกนะ ฉิงชวนกล่าวเหน็บแหนม เบนสายตาไปทางหนิงเยว่ที่มองจางเฟยตาค้าง

บรรยากาศนั่นอะไร พลังปราณรูปแบบพิเศษงั้นเหรอ? หนิงเยว่ขยี้ตาครั้งหนึ่งบรรยากาศจากจิตวิญญาณก็มลายหายไป โลกนี้ยังมีเหตุการณ์ที่เด็กหนุ่มไม่รู้อีกมากนัก

ผู้ที่อยู่ในห่างกับจอมยุทธไม่เกินสองขั้นจะเริ่มมีปฏิกิริยากับลมปราณในร่างกับสภาพแวดล้อมภายนอก แต่หากยังไปไม่ถึงก็มิอาจควบคุมได้ดั่งใจ

อะแฮ่ม! แล้วเจ้ามีธุระอะไรรึถึงมาที่นี่ จางเฟยไอแก้เขิน ใบหน้าแดงซ่าน

ข้ามีสองเรื่องนะ เรื่องแรกคือเอาของมาขอขมาศิษย์พี่หยาง ฉิงชวนกล่าวด้วยความกระอักกระอวนใจ ใบหน้างามเผยยิ้มเศร้าสุดแสน

ในอดีต เกิดเหตุไม่คาดฝันทำให้พลังฝึกตนของศิษย์พี่หยางร่วงลงไปหนึ่งระดับสองขั้น จากจอมยุทธกลายเป็นขั้นสูงระดับสอง

การปีนป่ายแต่ละขั้นยากเพียงใดนางรู้ดี ยิ่งคิดนางก็ยิ่งรู้สึกผิด

เรื่องนั้นผ่านมาหลายปีแล้วเจ้าอย่าได้ใส่ใจเลย ศิษย์พี่หยางย่อมดีใจที่เจ้ายังสบายดีและแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ประกอบกับของขวัญเล็กๆน้อยๆเขาย่อมไม่ถือสาเอาความจางเฟยกล่าวปลอบใจ

ฉิงชวนยิ้มตอบและโอบกอดเพื่อนสาวอย่างแผ่วเบาก่อนจะผละตัวออกมา หันไปมองทางด้านเด็กหนุ่มอีกคนในห้อง

ธุระอีกเรื่องก็เกี่ยวกับเจ้า ปลายนิ้วขาวชี้ไปทางหนิงเยว่ที่นอนแอ้งแม้งย่อยสลายชาอยู่

หืม? หนิงเยว่เลิกคิ้วสูง

หญิงสาวคนนี้มีธุระอะไรกับเขา เขาไม่เคยเจอนางมาก่อนด้วยซ้ำ

"ข้าได้ข่าวเรื่องการสังหารมังกรเพลิงของท่านมา หากมีเวลาก็อยากจะได้รับการชี้แนะสักสอง-สามกระบวนท่าน"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 191 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #33 ILOVEMRCHU (@ILOVEMRCHU) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 16:57

    รออ่านตอนต่อไปค่ะhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-02.png

    #33
    0