เทพหมัดสะท้านฟ้า นามของข้าคือ!!

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 34,300 Views

  • 126 Comments

  • 847 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    14,966

    Overall
    34,300

ตอนที่ 22 : ตอนที่ 22

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2474
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 184 ครั้ง
    15 มี.ค. 62

          เมื่อตัดสินใจได้แล้ว หย่งฉือก็จัดการถามคำถามลองเชิงปัญญาของหนิงเยว่

          ผลที่ได้คือเด็กหนุ่มตอบไม่ได้สักข้อ

          หย่งฉือลูบหน้าผากอันเหี่ยวหย่นของตน พยายามจะสงบสติอารมณ์ที่กำลังพุ่งผล่าน นางตัดสินใจใช้วิธีทดสอบที่ต่างออกไป โดยนำสมุนไพรออกมานับสิบชนิด แล้วให้หนิงเยว่จัดการชงชาจากพวกมันทั้งสิบให้ได้มากประเภทที่สุด

          หนิงเยว่เมื่อได้บททดสอบใหม่ก็ฉีกยิ้มกว้าง จัดแจงสร้างชาชนิดใหม่ให้หย่งฉือได้เฉยในเวลาเพียงสิบลมหายใจ

          ฝ่ามือของหนิงเยว่สะบัดไปมาราวกับร่ายรำ ผ่านดวงตาของหย่งฉือ บ้างครั้งนางก็เห็นแขนของหนิงเยว่แยกออกเป็นสิบแขนยามเด็กหนุ่มเร่งความเร็วขึ้น

          เสร็จแล้วขอรับ หนิงเยว่ผลักชาทั้งสิบชนิดให้หย่งฉือตรวจสอบ

          ด้วยทักษะระดับปรมาจารย์ทางการแพทย์ เพียงกวาดตามองนางก็รู้ถึงคุณสมบัติของชาเบื้องหน้าทั้งหมด

          ชั้นกลางห้า ยาชั้นเลิศสาม ชั้นกึ่งเทพหนึ่ง! แล้วชาปริศนานี่อีก

          ยาบนโลกถูกแบ่งไว้สี่ระดับ ต่ำ กลาง สูง เลิศ และ เทพ

          ยาชั้นเทพนั้นสูญหายไปนานนับพันปีจากอาณาจักรสีครามแห่งนี้

          หากสิ่งนี่คือครึ่งเทพ อย่าบอกนะว่าชาถ้วยนี้ หย่งฉือเอื้อมมือไปหยิบชาถ้วนสุดท้ายขึ้นมาถือด้วยมืออันสั่นเทา

          ยาชั้นเทพนั้นต้องใช้ความแม่นยำเหนือมนุษย์ชนิดต้องมีการเตรียมการกันนานกว่าสิบปีถึงจะทำได้ ทุกวัตถุดิบจะต้องใช้แรงที่จำเพาะและเวลาต่างๆที่เหมาะสมห้ามผิดเพี้ยน

          แต่เด็กหนุ่มเบื้องหน้านางกลับ..

          เจ้าทำได้ยังไง? หย่งฉือกล่าวถามจากใจจริง นางสงสัยมากว่าเขาสร้างยาเหล่านี้ที่สมควรจะใช้ความยากลำบากได้ยังไงในเวลาแค่นี้

          มันเป็นเคล็ดลับที่แม่ข้าสอนนะขอรับ นางสอนถึงจุดสังเกตเช่นเจ้านี่ หนิงเยว่หยิบว่านนทีขึ้นมา ในสายตาของหย่งฉือมันก็คือว่านนทีครึ่งปีธรรมดาๆ

          ก็ธรรมดานี่?

          ก็ใช่นั่นแหละครับ แต่ดูตรงนี้สิ ลองเพ็งสายตาดูนะขอรับ

          หย่งฉือโคจรลมปราณไปที่ดวงตาเพื่อเพิ่มทักษะการมองเห็น ตาของนางเรืองแสงสีฟ้าจางๆจนหนิงเยว่ลอบอุทานจากความสวยงามของมัน

          ภาพในหัวของหย่งฉือยิ่งเพ็งก็ยิ่งชัด นางใช้พลังปราณไปถึงสามส่วนจากสิบส่วนถึงจะเข้าใจว่าเด็กหนุ่มต้องการจะสื่ออะไร

          และมันทำให้นางแทบสิ้นสติ

          บ้า.. บ้าไปแล้ว! นักปรุงยาที่ไหนจะเสียสติสอนสิ่งนี้ให้กับมนุษย์!!”

          หย่งฉืออุทานจากความตื่นตระหนก

          ว่านนทีที่จะใช้ทำชาบางชนิดของหนิงเยว่นั้นต้องใช้ว่านนทีสามปี แต่เด็กหนุ่มกลับตัดเฉพาะส่วนที่เติบโตได้เทียบเท่ากับสามปีจากว่านนทีจำนวนมากมาเติมเต็มให้ครบส่วน

          ต้นไม้นั้นจะเติบโตและลำเลียง บางส่วนในต้นจึงเติบโตไม่เท่ากัน แต่มันจะมีมนุษย์ธรรมดาที่ไหนที่สังเกตได้ถึงขนาดนั้น! ถูกต้นล้วนเกิดในสถานที่ต่างกัน แม้จะห่างกันเพียงต้นตำแหน่งก็จะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

          มันแปลกขนาดนั้นเลยรึขอรับ?

          ก็ใช่นะสิ หนิงเยว่ ตาของเจ้าทำจากอะไรกันเนี่ย!?หย่งฉือจับหน้าเด็กหนุ่มเข้ามาพินิจพิจารณ์อย่างใกล้ชิด ใบหน้าเหี่ยวหย่นจ้องลึกลงไปในดวงตาที่ดำกระจ่างก็ไม่พบความผิดปกติอันใด

          ความแม่นยำในประสาทสัมผัสคือสิ่งเดียวที่หนิงเยว่มีติดตัวยามถือกำเนิด ยิ่งหลังเหตุการณ์ประหลาดที่ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้น ประสาทเหล่านี้ก็เฉียบคมขึ้นหลายสิบเท่า

          จนบัดนี้หนิงเยว่ยังแปลกใจอยู่ ความเร็วที่เขาทำการชงชานั้นมากกว่ายามก่อนถึงสิบเท่าตัวด้วยกัน

          เห้อ เจ้ารู้อะไรไปชงมาให้หมด ข้าจะได้สอนส่วนที่ขาดหายไปเพิ่ม  หย่งฉือตัดสินใจโยนภาระการพิสูจน์ตนให้เด็กหนุ่ม

          นางไม่รู้ว่าคลังความรู้ของคนผู้หนึ่งจะเยอะเพียงใด เพราะงั้นนางจึงให้เจ้าตัวนำมันทั้งหมดมากองตรงหน้า

          หนิงเยว่ยิ้มแห้ง ข้าเกรงว่าวัตถุดิบในห้องนี้คงไม่ครบ แต่จะทำมากที่สุดนะขอรับ

          หนิงเยว่ถือวิสาสะหยิบวัตถุดิบมากมายมาจากลิ้นชักและทำการชงชาออกมานับร้อยชนิด หย่งฉือที่มองก็เริ่มเข้าใจและสงบสติอารมณ์ลงอย่างง่ายดาย

          การจดจำผ่านการทำซ้ำ.. เพราะสติปัญญาไม่ได้ล้ำเลิศ ก็เลยยัดให้ร่างกายจดจำแทนสินะ หย่งฉือพ่นลมหายใจดัง หึ ในบัดนี้นางเข้าใจแล้วทำไมจิวซี่ถึงรักศิษย์คนนี้หนักหนา

          เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง ชานับร้อยก็เสร็จสิ้น หย่งฉือจิบอย่างละเล็กน้อยเพื่อแยกประเภทก็หลับตาพริ้มไปกับรสชาติที่ตีกันในปาก

          เท่านี้? ผู้อาวุโสหย่งเอ่ยถามให้แน่ใจ

          เท่านี้ขอรับ สำหรับวัตถุดิบในห้อง หนิงเยว่ทำได้แค่เท่าที่นางชิม

          ก็ดี ยังมีอีกหลายสูตรที่ข้าพอจะสอนเจ้าได้ เห็นว่าเจ้าชอบใช้พละกำลังเพราะงั้นข้าจะสอนยาที่รักษาบาดแผลทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงยาเพิ่มพลังภายในที่เจ้าไม่รู้เลยด้วย หย่งฉือหลังจากชิมชาทั้งหมดก็แยกแยะได้อย่างรวดเร็วแม้จะผิดพลาดไปบ้างแต่ก็มีเพียงเล็กน้อย

          เด็กหนุ่มเบื้องหน้าไม่รู้วิธีชงชาสำหรับเสริมพลังภายในเลยแม้แต่สูตรเดียว ยานับร้อยที่เขาสร้างมักจะเป็นยาจิปาถะไปถึงยาขั้นสูง แต่ทั้งหมดล้วนเสริมพลังกายและรักษาอาการบาดเจ็บหรือไข้หวัดเพียงเท่านั้น

          เอาละ ก่อนอื่นเจ้าก็ดื่มชาพวกนี้ให้หมดเสียก่อนแล้วก็ไปล้าง ไว้พรุ่งนี้เราจะมาเรียนกัน หย่งฉือแย้มยิ้มอย่างอ่อนโยนและเดินออกจากห้องเก็บวัตถุดิบไป

          ยาจำนวนมากในร่างกำลังตีกันวุ่นวาย แม้จะเป็นยอดยุทธนางก็ชราภาพแล้ว จำเป็นต้องใช้เวลาย่อยสลายยาเหล่านี้เสียหน่อย

          เพราะยังไงชาที่หนิงเยว่ชง ก็มีตั้งแต่ขั้นต่ำถึงขั้นเทพปะปนกันเต็มไปหมด

          ขอรับ.. หนิงเยว่รับคำสั้นๆพลางมองถ้วยชานับร้อยที่วางระเกะระกะเต็มห้องไปหมด วันนี้ข้าคงจุกชาตายแน่ เห็นทีต้องหาที่ระบายทางอื่น

          หนิงเยว่ลองคิดหาทางกำจัดชาเหล่านี้ แต่จะเททิ้งก็ไม่ได้เพราะขัดคำมารดา

          ระหว่างที่คิดอยู่นั้น เสียงทักทายหวานใสก็ดังข้ามประตูมา

          หนิงเยว่ เจ้าทำอะไรอยู่รึหอมจริงเชียว จางเฟยที่พักจากการสมาธิและกำลังออกเดินเล่นก็ได้ตามกลิ่นหอมจางๆของมวลชาจนมาหยุดที่ห้องแห่งนี้

          เมื่อได้ยินเสียงจางเฟย มุมปากของหนิงเยว่ก็ยกขึ้น

โชคดีที่นางไม่เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเด็กหนุ่ม ถ้าเห็นนางคงเรียกเขาว่า ตัวโรคจิต เป็นแน่แท้

----------------

บทหน้าขึ้นเนื้อหาหลักแล้วนะครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 184 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #31 gooain (@gooain) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 14:26
    สนุกดีครับแต่อยากให้พระเอกเริ่มหายโง่เสียทีเพราะถ้านานๆไปมันจะหมดอรรถรสของการเป็นนิยายกำลังภายใน
    #31
    0