เทพหมัดสะท้านฟ้า นามของข้าคือ!!

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 39,201 Views

  • 140 Comments

  • 905 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    19,867

    Overall
    39,201

ตอนที่ 20 : ตอนที่ 20

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3109
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 214 ครั้ง
    13 มี.ค. 62

         หลังจากเสร็จสิ้นการแลกเปลี่ยนกระบวนท่า หนางเกาก็ขอตัวลาไปรับรางวัลที่หอภารกิจและเตรียมตัวปิดด่านฝึกตนเพื่อทะลุขั้น

        โอ้ย ข้าจะทำอะไรดีละเนี่ย!”

        หนิงเยว่นั่งเกาหัวอย่างจนใจ หนางเกาก็จะเลื่อนขั้น เสวี่ยไป๋ก็หายตัวไป เขาที่โดดเดี่ยวจึงต้องนั่งลงบนเตียงในบ้านเนื่องจากความเบื่อหน่ายและโดดเดี่ยว

        การฝึกก็เสร็จแล้ว อาจารย์ก็ไม่อยู่ให้คำแนะนำ

        ข้าควรจะไปทำภารกิจ แต่ข้าขี้เกียจจจจ หนิงเยว่กลิ้งไปมาบนเตียงราวกับเด็กทารก

        หนิงเยว่กัดฟันสู้กับความขี้เกียจของตัวเองอยู่ครู่ใหญ่ถึงจะผละตัวออกจากเตียงหนานุ่มและเดินทางไปที่หอภารกิจได้

        บนหอภารกิจชั้นสามยังคงวังเวงเช่นเคย ยังไม่มีใครที่กล้าแกร่งพอจะขึ้นมายังชั้นนี้ได้เช่นเขา

        ไหนดูสิ..” หนิงเยว่กวาดสายตาไปทั่วหอมาแล้วครั้งหนึ่ง ภารกิจบนหอนี้ล้วนน่าเบื่อและไร้ความท้าทาย ภารกิจที่ดูสุดยอดที่สุดอย่างการจัดการกับมังกรเพลิงเขาก็จัดการไปเรียบร้อยแล้วด้วย

        หืม? ผู้อาวุโสหย่งนี่

        หนึ่งในประกาศนั้นเป็นของผู้อาวุโสหย่ง นางต้องการลูกมือไปช่วยปรุงยาเป็นเวลาสามวัน

        หนิงเยว่พลันนึกออกทันทีว่าแท้จริงแล้วชั้นนี้หมายถึงอะไร

        การฆ่าสัตว์อสูรหากเจ้าอยากจะเป็นนักล่าที่เก่งกาจ

        การปรุงยาและหาสมุนไพรหากเจ้าสนใจในวิถีแห่งสมุนไพร

        การซ่อมแซมค่ายกลหากเจ้าสนใจในวิถีแห่งกลไก

        สำนักวารีสิ้นช่างเมตตาทุกคนโดยแท้

        หนิงเยว่อุทานจากความชื่นชม

        สำนักวารีสิ้นนั้นเน้นการวางรากฐานให้สมบูรณ์และเปิดโอกาสให้ศิษย์ทุกคนได้เดินไปในเกือบทุกหนทางที่ต้องการ ยกเว้นทางสายมารไว้สายหนึ่ง

        หนิงเยว่ไม่รอช้า คว้าแผ่นภารกิจของผู้อาวุโสหย่งและนำมันไปลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ทันที

        นี่ตราสำหรับเข้าพื้นที่สายในชั่วคราว เจ้าหน้าที่ในชุดไหมฟ้ายื่นตราไม้สักให้หนิงเยว่ด้วยสายตาราบเรียบ ตรานี่เป็นหนึ่งในของที่ทางเจ้าของภารกิจจัดเตรียมไว้ให้ เช่นเดียวกับแผนที่รังมังกรเพลิง

        เจ้าหน้าที่ผู้นี้เป็นคนเดียวกับที่ลงทะเบียนมังกรเพลิงและรับรู้ว่าเด็กหนุ่มสำเร็จภารกิจนรกแตกนั่นได้ เพราะงั้นเขาจึงไม่ได้สนใจอะไรมากนัก

        ขอบคุณ หนิงเยว่ค้อมตัวรับอย่างสุภาพและออกเดินทางทันที

        เด็กหนุ่มต้องเดินเท้าตั้งแต่ที่อยู่อาศัยของศิษย์สายนอกอ้อมนิคมชาวยุทธของเมืองสีหมอกหรือเมืองขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ตีนเขาสีหมอกนั่นเอง

        นิคมชาวยุทธคือสถานที่รวมตัวของเหล่าผู้ฝึกตนซึ่งตั้งอยู่ระแวกเมืองต่างๆ เพราะคนส่วนมากของทวีปนี้ไม่นิยมการฝึกตน ทำให้วังหลวงต้องมีวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดการกลั่นแกล้งคนธรรมดาโดยชาวยุทธขึ้น

        นิคมชาวยุทธคือหนึ่งในวิธีเหล่านั้น

        โดยหนิงเยว่และจิวซี่ดวงซวยเล็กน้อยดันไปใช้ทางขึ้นเขาสำหรับคนในสำนัก ไม่ใช่ทางปกติ พวกเขาจึงโดนยามของทางวารีสิ้นขัดขวางเอาไว้

        ข้ายังไม่มีธุระกับที่แห่งนี้

        หนิงเยว่มองผู้ฝึกตนมากมายเดินเข้าออกประตูเมืองด้วยความสนใจอยู่ครู่ใหญ่ก่อนส่ายหน้าแล้วมุ่งหน้าขึ้นเขาเพื่อไปยังเป้าหมายหลักของตน

        เขายังไม่รู้ว่าการเข้าเมืองนี้ในตอนนี้จะมีประโยชน์อะไร แค่เงินเขายังไม่มีติดตัวเลย แล้วนิคมชาวยุทธที่ขึ้นชื่อว่าใช้เงินมากกว่าเมืองปกตินับสิบเท่าเขาจะไปทำไม

          ณ ตีนเขาที่ตั้งสำนักวารีสิ้น

          หนิงเยว่ได้ยื่นตราไม้ให้กับยามรักษาการณ์และผ่านขึ้นเขาอย่างง่ายดาย เด็กหนุ่มลอบมองยามชายดวงสายตาหวาดหวั่นเล็กน้อย

แม้จะไม่สามารถสัมผัสได้ถึงระดับขั้น แต่หนิงเยว่ก็รับรู้ถึงพลังอันมหาศาลที่ร่างสูงแผ่ออกมา

แน่นอน ระดับขั้นยามรักษาการณ์ประตูขึ้นสำนักวารีสิ้นย่อมไม่ธรรมดา ยามผู้นี้มีระดับถึงจอมยุทธขั้นห้า เหนือกว่าอาจารย์บางคนในสำนักเสียอีก

หนิงเยว่เดินขึ้นไปบันไดสูงนับร้อยเมตรกว่าจะถึงตำหนักยาอันคุ้นเคย

ก๊อก ก๊อก

มีธุระอะไร? เสียงไล่แขกดังข้ามประตูไม้มา หนิงเยว่จำได้ว่านี่คือเสียงของผู้อาวุโสหย่ง

ข้ามาทำภารกิจช่วยปรุงยาที่ท่านติดประกาศไว้บนหอภารกิจชั้นสามของศิษย์สายนอกขอรับ หนิงเยว่ประกาศจุดประสงค์ของตน

หย่งฉือถีบประตูเปิดออก โชคดีหนิงเยว่ไหวตัวทันเลยรอดจากการโดนประตูฝาดหน้าไปหวุดหวิด

เป็นเจ้า! มาเลยๆ”ผู้อาวุโสหย่งกล่าวต้อนรับหนิงเยว่ด้วยท่าทีเป็นมิตรขัดกับเสียงไล่แขกเมื่อครู่เป็นอย่างมาก

ขอรับ.. หนิงเยว่รับคำอึ้งๆและเดินตามหญิงชราไปติดๆ

ภายในตำหนักยายังคงมีความหอมสมุนไพรอยู่เช่นเคย หนิงเยว่สังเกตเห็นศิษย์พี่จางเฟยกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ในสวนหย่อมใจกลางตำหนักยา

ทั้งสองสบตากันโดยจางเฟยส่งยิ้มให้เล็กน้อยก่อนจะหลับตาลงทำสมาธิต่อ

บาดแผลทางจิตใจของนางนั้นล้ำลึกนัก หากมิใช่เพราะเจ้าสร้างความประทับใจอันสุดยอดให้นางเห็น นางคงกลายเป็นพวกขี้ขลาดไปตลอดกาล เรื่องนี้ข้าต้องขอบคุณเจ้าจริงๆ หย่งฉือเหมือนอ่านใจเด็กหนุ่มได้ เอ่ยกล่าวขอบคุณระหว่างที่เดินกันอยู่

หากไม่ใช่เพราะหนิงเยว่แสดงความสามารถอันน่าตกตะลึงให้จางเฟยดู บาดแผลจากการสูญเสียเพื่อนรักและเผชิญหน้ากับมังกรทั้งสองคงหลอกหลอนนางไปชั่วชีวิต

หนิงเยว่กำลังสงสัยเลยว่าทำไมจางเฟยต้องมานั่งสมาธิกลางลานกว้างแบบนี้ แทนที่จะไปนั่งในห้องปิดตายเพื่อซึมซับพลังภายใน ก็ได้รับคำตอบที่น่าพึงพอใจ ปนกับความขวยเขินเล็กน้อยที่โดนชม

ไม่ถึงขนาดนั้นมั้งท่าน ศิษย์พี่จางเฟยเองก็ดูแข็งแกร่งดีออก

หึหึเด็กน้อย บาดแผลทางใจนั้นรุนแรงกว่าที่เจ้ารู้มากมายนัก เซียนบางคนยังแพ้ให้กับหนูแมลงได้หากเขาคนนั้นมีความทรงจำอันเลวร้ายกับมัน หย่งฉือกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

ขอบคุณที่ชี้แนะขอรับหนิงเยว่ยกมือคำนับขึ้นหนึ่งครั้ง

แล้วก็ที่เรียกจางเฟยว่าศิษย์พี่นะ ต่อหน้าท่านจิวซี่อย่าได้ทำเด็ดขาดเลยนะ ผู้อาวุโสหย่งหันกลับมาจ้องหน้าเตือนด้วยสายตาจริงจังราวกับนี่เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย

ขอรับ.. หนิงเยว่รับคำพลางกลืนน้ำลายลงเอื้อกใหญ่

ตำแหน่งศิษย์ของท่านจิวซี่นั้นสูงส่งยิ่ง หากได้คำนับเขาเป็นอาจารย์ก็นับว่ามีบุญวาสนาเหลือล้น ผู้อาวุโสหย่งกล่าวด้วยเสียงนุ่มนวลอ่อนหวานจากความนับถือภายในใจ

ทำไมหรอขอรับ? หนิงเยว่ถาม

ก็เพราะ-- ก่อนจะได้อธิบายถึงความยิ่งใหญ่ หย่งฉือพลันสะดุ้งเฮือกหันหลังกลับไปมอง

หญิงชรามองเห็นเพียงทางเดินอันว่างเปล่าก็พลันคิดว่าสติของตนคงเลอะเลือนไปเองเลยตั้งท่าจะเล่าต่อ

เจ้าอย่าได้พูดมาก เสียงปริศนาดังก้องขึ้นในศรีษะของหญิงชราทำให้นางหยุดความคิดจะเล่าต่อในทันที

หัวใจของนางแทบหยุดเต้น แต่นางก็รั้งสติไว้ได้ทันแม้จะหายใจหอบถี่

เป็นอะไรรึเปล่าท่าน!? ให้ข้ามาวันอื่นก็ได้นะ หนิงเยว่กล่าวถามด้วยความห่วงใย หญิงชราคงโหมงานหนักเกินไปกระมั้ง นางเลยวูบไปพริบตาหนึ่ง

หญิงชรายกมือขึ้นห้ามและส่ายศรีษะเป็นการบอกว่านางไม่เป็นไร

ทั้งสองเดินต่อไม่นานก็มาถังห้องไม้ห้องหนึ่งที่เต็มไปด้วยลิ้นชักมากมาย

นี่คือห้องเก็บวัตถุดิบของสำนักวารีสิ้น วัตถุดิบทั้งหมดที่สำนักหามาได้จะถูกนำมาเก็บรักษาไว้ในที่แห่งนี้ ผู้อาวุโสหย่งกล่าวแนะนำห้องอย่างภาคภูมิใจ

ของในลิ้นชักเหล่านี้ล้วนหามาโดยหยาดเหงื่อแรงกายของคนทั้งสำนัก ทำไมนางจะไม่ดีใจละเมื่อนางรู้ถึงมูลค่าอันมหาศาลของพวกมัน

พาข้ามาในที่เช่นนี้จะไม่เป็นอะไรจริงๆหรอท่าน?

กลิ่นอายของสถานที่แห่งนี้ล้วนล้ำลึกยิ่ง

ด้วยความที่เป็นเด็กชาวไร่ซึ่งสัมผัสกับธรรมชาติมานาน ประกอบสัมผัสทั้งห้าอันล้ำเลิศ หนิงเยว่จึงรู้สึกประหม่าเล็กน้อย

ไม่ต้องหรอก ซากมังกรเพลิงที่เจ้าสังหารไปนั้นมีค่าเพียงพอจะเติมของในคลังนี้ได้ถึงสองรอบ! สนมของราชันย์มังกรนั้นมีสมบัติมากมายในตัว ซ้ำยังมีเจตจำนงแห่งราชันย์แอบแฝงอยู่ โอ้ย มูลค่าของมันพอจะซื้อสำนักเราได้เลยมั้ง ฮะฮะฮะ หย่งฉือหัวเราะอย่างบ้าคลั่งยามนึกถึงสิ่งที่หนิงเยว่ทิ้งไว้ให้

ซากมังกรเพลิงนั้นแต่เดิมก็ล้ำค่าอยู่แล้ว แต่นี่คือซากของสนมแห่งราชันย์ มูลค่าของมันนั้นประเมินเป็นเงินไม่ได้

อะแฮ่ม แต่สำนักเราไม่ใช่พวกเห็นแก่ตัว เพราะงั้นเราจะมอบส่วนที่ล้ำค่าที่สุดของมันให้ หย่งฉือเดินไปเปิดลิ้นชักใต้โต๊ะออก

ทันใดนั้นเอง กลิ่นอายของเปลวไฟก็พุ่งกระจายไปทั่วห้องก่อนจะสลายหายไปในอากาศเพราะหย่งฉือนำกล่องหยกเย็นมาเก็บปิดผนึกมันเอาไว้

นี่คือดวงจิตมังกรเพลิง มันมีเจตจำนงของราชันย์อยู่ทำให้มันดีกว่าดวงจิตมังกรเพลิงทั่วไปนับร้อยเท่า เพราะงั้นจงใช้มันอย่างระมัดระวังละถ้าไม่อยากตัวแตกตายไปเสียก่อนหย่งฉือกล่าวติดตลก

ดวงจิตของสัตว์อสูรขึ้นชื่อเรื่องการเพิ่มพลังภายในหากดูดซับ ยิ่งดวงจิตมังกรนั้นหายาก และหากได้ธาตุที่เข้ากันแล้ว อาจจะสามารถทะลวงขึ้นได้สองถึงสามขั้น

ยิ่งมีจิตราชันย์แฝงอยู่ ตำนานเล่าไว้ว่าสามารถเปลี่ยนชะตาของคนผู้หนึ่งในทะยานฟ้าได้ดั่งมังกรออกโผบินเลยทีเดียว

ขอบคุณที่แนะนำ หลังฟังหย่งฉืออธิบายมูลค่าของดวงจิตมังกรเพลิง หนิงเยว่ก็เก็บมันลงย่ามหนังด้วยมืออันสั่นเทาเพราะราคาของมัน

และด้วยใบหน้าโศกเศร้าเพราะเขานั้น

ใช้มันไม่ได้!

บางทีหากลี่มี่สนใจเดินบนหนทางผู้ฝึกตน ข้าน่าจะลองให้นางใช้มันดู หนิงเยว่คิด

ในผู้คนที่เขารู้จักทั้งหมด ลี่มี่สาวน้อยขายบะหมี่เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

หนางเกาและเสวี่ยไป๋ต่างดูเก่งกาจและน่าจะเก่งกาจในสายตาของเด็กชายแซ่หวางผู้นี้

ยิ่งจางเฟยยิ่งไม่ต้องพูดถึง นางติดอันดับสตรีที่น่าหวาดหวั่นที่สุดอันดับต้นๆของเขาได้อย่างง่ายดาย กลิ่นอายที่นางส่งออกมานั้นแข็งแกร่งกว่าหนางเกาหลายสิบเท่า

ส่วนเหตุผลที่เขาอยากให้ลี่มี่ก็เพราะว่าเขายังจำภาพที่นางโดนทำร้ายได้อยู่ ในฐานะสหาย เขาอยากจะให้นางสามารถป้องกันตัวเองได้ยามที่เขาจากเมืองสีหมอกไปแล้ว

โดยไม่รู้เลยว่าความคิดตื้นๆของเด็กหนุ่มจะสร้างยอดฝีมือขึ้นในภายภาคหน้า

กลับมาที่ปัจจุบัน

หย่งฉือนั้นจำไม่ได้ว่าตนเองวางภารกิจอะไรไว้ที่หอภารกิจ นางจึงขอร้องให้หนิงเยว่อธิบายเกี่ยวกับรายละเอียดของภารกิจให้ฟัง

เมื่อฟังจบผู้อาวุโสหย่งก็หลุดขำออกมาอย่างช่วยไม่ได้

“ภารกิจหาแรงงานทาสนั่นนี่เอง! มีคนรับมันจนได้สินะ เคี้ยกๆๆๆ 

ภารกิจที่หนิงเยว่รับมานั้นโหดหินและใช้แรงกายสูงมากดั่งเช่นทาสที่ต้องทำงานจนสายตัวแทบขาด

มันเลวร้ายเช่นนั้นเลยรึ?หนิงเยว่เริ่มใจเสียเมื่อเห็นหญิงชราหัวเราะแบบนี้

เจ้าลองดูเองเถอะ บางทีสำหรับเจ้าอาจจะง่ายมากก็ได้ ผู้อาวุโสหย่งเปิดประตูหลังตำหนักออก เผยให้เห็นกองสมุรไพรสูงเกินหัวหนิงเยว่ไปไกลจนบดบังแสงอาทิตย์ไว้

ภายในภูเขาสมุนไพรนี้เต็มไปด้วยสมุนไพรหลากหลายประเภทปะปนกันอยู่ มันเป็นสมุนไพรที่นางเหลือไว้จากการปรุงยา

แม้ว่าจะเป็นของเหลือ แต่ด้วยนิสัยขี้เหนียวของนางก็ทำให้นางจำใจทิ้งพวกมันไม่ลง เพราะพวกมันยังสามารถใช้ในการปรุงยาชนิดอื่นได้อยู่ นางจึงเก็บสะสมมันเอาไว้ รอวันที่จะมีคนขยันพอมาแยกพวกมันให้นาง

ทำไมนางไม่ทำเอง ก็เพราะนางแก่แล้วยังไงละ!

จะฝืนสังขารแยกสมุนไพรก็ใช่เลย เอาเวลาไปทำยาให้สำนักดีกว่าเยอะ

ขั้นแรก จำแนก ผู้อาวุโสหย่งกล่าวโดยมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าเหี่ยวหย่น

ภาระที่สะสมมานาน ในยามนี้ก็มีคนมาปลดเปลื้องมันเสียที

หนิงเยว่ไม่อยากจินตนาการหากมันล้มลงมาจะต้องมีคนจมสมุนไพรตายไปกี่คน และจะต้องใช้คนกี่คนในการคัดแยกพวกมันให้เป็นหมวดหมู่

ท่าทางอย่างหลังน่าจะมีคนเจ็บเยอะกว่าด้วย

--------------------------------


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 214 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #91 negiharem (@negiharem) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 01:32

    เห็นไรท์บอกว่านางเอกยังไม่โผล่ แสดงว่าไม่ฮาเร็ม แต่พระเอกก็ปักธงสาวไปเรื่อยเลย มันยังไงๆ อยู่นะ

    เหมือนไปทำดีให้ความหวังสุดท้ายก็อกหักบอกเลยโครตเจ็บ (ถึงพระเอกมันไม่ได้ตั้งใจก็เหอะ) เหอๆ

    #91
    1
  2. #29 rip` (@lolierookie) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 19:33
    ชอบครับ พยายามต่อไปนะครับ
    #29
    0