เทพหมัดสะท้านฟ้า นามของข้าคือ!!

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 37,728 Views

  • 136 Comments

  • 893 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    18,394

    Overall
    37,728

ตอนที่ 19 : ตอนที่ 19

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2908
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 204 ครั้ง
    11 มี.ค. 62

          เช้าวันรุ่ง

          หนิงเยว่ตื่นขึ้นมาในสภาพสดชื่น สมองปลอดโปร่ง

          อากาศปวดเหมื่อยกล้ามเนื้อยหายไปแล้ว รวมถึงอากาศหวาดกลัวตกค้างและความร้อนภายในร่างก็พลันมลายหายไปด้วย

          เหมือนกับเมื่อวานไม่เคยเกิดขึ้นเลย..

          วันก่อน แม้จะถูกรักษาแล้วก็ตาม บาดแผลและอากาศบาดเจ็บภายใน หนิงเยว่ยังคงสัมผัสได้อยู่

          ความเจ็บปวดจากการที่ร่างกายบิดไปมาทำให้สมองเขาเหมือนจะเริ่มนับหนึ่งใหม่

          การบิดไปมาก็เพื่อคลายกล้ามเนื้อ เหงื่อที่ไหลก็เพื่อคลายความร้อน

          ทุกอย่างเกิดขึ้นตรงจุดเกินไปราวกับไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

          แปลว่าเหตุการณ์เมื่อวานจะเกิดขึ้นยามที่ข้ามีอาการบาดเจ็บหลงเหลือ?

          หนิงเยว่หน้าซีดเผือก หากการคาดเดาของเขาถูกต้อง แปลว่าหลังจากศึกหนัก เขาจะต้องพบเจอประสบการณ์อันเลวร้ายนั่นทุกครั้ง

          ขออย่าให้มันเป็นเช่นนั้น

         

          เช้าประจำวันของเด็กหนุ่มไม่มีอะไรมาก สิ่งที่เขาทำคือการฝึกกระบวนท่าพื้นฐานอย่างละหนึ่งร้อยครั้ง โดยเขาเพิ่มการใช้ดัชนีเขามาในการฝึกฝนด้วย

          ซึ่งมันยากมากกว่าที่เขาคิด

          โถ่เว้ย!” หนิงเยว่บ่นอย่างหัวเสีย

          เขาพยายามใช้วิชาดัชนีเจาะลุทก้อนหินเบื้องหน้าที่ห่างออกไปหลายก้าว

          เมื่อวันก่อนข้าทำไปได้ยังไงกัน?

          หนิงเยว่พยายามทบทวนถึงข้อผิดพลาดในวิชาของตน  เขาลองมาเกือบร้อยครั้งแล้ว แต่ไม่มีครั้งไหนที่จะประสบความสำเร็จ

          เด็กหนุ่มพยายามหวนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานแล้วใช้ออก แต่มันก็ไม่ออกไป เขาทำเหมือนกับตัวตลกที่พุ่งนิ้วไปมาบนอากาศอย่างไร้จุดหมาย

          มันต้องมีบางอย่างที่ข้าขาดหายไป บางทีอาจจะเป็นสภาพจิตใจของข้าตอนนั้นกับตอนนี้มันต่างกัน

          สิ่งเดียวที่หนิงเยว่ยามสู้กับมังกรเพลิงและหนิงเยว่ตรงนี้คือ ยามที่เขาสู้กับมังกรเพลิง ร่างของเขาเต็มเปี่ยมด้วยพลัง หัวใจเต็มไปด้วยความฮึกเหิม สมาธิถูกลับขึ้นถึงขีดสุด

          สมาธิ สมาธิ..?

          ใช่แล้ว!! สมาธิไง

          สมาธิอะไรของเจ้า? หนางเกาที่เดินผ่านมาเอ่ยทัก

          หนิงเยว่สะดุ้งตัวโหยง เขาหันกลับไปเผชิญหน้าหญิงสาวด้วยใบหน้าแดงก่ำ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาฝึกวิชาต่อหน้าใครสักคนนอกจากอาจารย์

ขนาดที่หมู่บ้านเขายังไม่เคยให้ใครเห็นเลยแม้แต่ลู่หลิ่งเพื่อนรัก

ข้ากำลังฝึกสมาธิอยู่นะ ใช่ๆ ฝึกสมาธิ หนิงเยว่เอ่ยตอบอย่างตะกุกตะกัก

แล้วเจ้าละ มาทำอะไรที่นี่งั้นเหรอ?

หนิงเยว่นั้นอยู่ห่างจากเขตอาศัยของศิษย์สายนอกนับร้อยเมตร หากไม่ใชภารกิจจำเพาะย่อมไม่มีทางที่ทั้งสองจะมาเจอกันได้

ข้ารับภารกิจสังหารหมู่ป่าเขี้ยวดำที่มาก่อกวรบ้านของศิษย์ใหม่ช่วงนี้นะ เจ้าพอจะเห็นมันบ้างไหม? หนางเกาเอ่ยถามพลางชำเลืองสายตาไปเห็นซากอะไรบางอย่างข้างหลัง

ใช่หมูสีแดงๆที่มีเขี้ยวสีดำแบบนี้ไหม? หนิงเยว่หยิบเขี้ยวสีดำยาวหนึ่งศอกจากกระเป๋าเสื้อแสดงให้หนางเกาดู

ใช่ หนางเกาพอจะเดาได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับเป้าหมายของนาง

ข้ากินมันไปแล้ว หนิงเยว่เกาหัวด้วยความเขินอาย

แต่ต้องยอมรับ เจ้าหมูนั่นอร่อยจริงๆ

“…” หนางเกากุมขมับ นางว่าแล้วเชียว!

เจ้าอยากได้เขี้ยวนี่ไหมละ ข้าให้เจ้าได้นะ หนิงเยว่ยื่มเขี้ยวสีดำให้หนางเกา

หญิงสาวบอกปัด นางไม่ต้องการเขี้ยวของมัน ซ้ำนางยังต้องการให้หนิงเยว่ไปขึ้นรางวัลในส่วนที่นางสมควรจะได้ด้วย

เดิมทีมันเป็นภารกิจที่ทางสำนักมอบหมายให้ข้าโดยตรงเพื่อการฝึกฝน แต่หากเจ้าทำสำเร็จบางทีสำนักน่าจะตบรางวัลให้เช่นกัน หนางเกาเอ่ย

นางถูกมอบหมายโดยตรงเพราะทักษะของสามารถปราบเจ้าหมูนี่ได้อย่างง่ายดาย แถมความถึกและความเร็วของมันจะช่วยผลักดันวรยุทธของนางให้ก้าวล้ำขึ้นไปด้วย

ข้าขอปฏิเสธ หนิงเยว่ส่ายหน้า เขาไม่ต้องการแย่งภารกิจใดหรือของใครทั้งนั้น เด็กหนุ่มใช้ความคิดครู่หนึ่งก่อนจะคิดอะไรดีๆออก

เอาเป็นข้าจ้างเจ้าด้วยเขี้ยวหมูป่านี่ แลกกับการที่เจ้าต้องสู้กับข้าเป็นเวลาสองชั่วโมง ว่าไง ฟังดูดีไหม? หนิงเยว่ยื่นข้อเสนอ เขาต้องการนางเพื่อการฝึกบางอย่าง

แน่นอนว่าไม่ใช่ดัชนี เขาไม่อยากเผลอฆ่าใครโดยไม่ได้ตั้งใจ

หึ ข้าโดนเจ้าแค่กระบวนท่าเดียวก็หมดสติแล้ว ข้าจะยื้อได้ถึงสองชั่วโมงยังไง หนางเกาขมวดคิ้วแน่นพลางจ้องมองมาที่หนิงเยว่ เขาคิดอะไรของเขาอยู่กัน?

ถ้าหากข้าไม่ตอบโต้เลยละ? หนิงเยว่ตั้งเงื่อนไข

เด็กหนุ่มวางแผนจะใช้หนางเกาเป็นเหยื่อฝึกการหลบหลีก

เขาพอจะมีทักษะการหลบหลีกติดตัวอยู่บ้าง แต่มันก็แค่หลบเป็นระยะสั้นๆ ไม่มีการต่อเนื่อง ไม่มีแผนการล่วงหน้า มันอาจจะจบลงที่การโดนวางกับดักทำให้เขาสิ้นท่าแบบเมื่อวาน

เพราะร่างกายกระโดดหลบขึ้นฟ้า เขาก็เลยตกเป็นเป้านิ่งให้โดนไฟเผา

หากแบบนั้นก็ย่อมได้ หนางเกาวางข้าวของและตั้งท่าพร้อมสู้

          พลังภายในของหญิงสาวถูกปลุกขึ้นและส่งผ่านไปทั่วร่าง หนิงเยว่มองไม่เห็นและสัมผัสไม่ได้ เขาแค่รู้สึกว่าหนางเกาดูเก่งขึ้นกว่าปกติเท่านั้น

          วารีผสานจิต

          สมาธิของหนางเกาพลันพุ่งสูงขึ้น วารีผสานจิตเป็นเคล็ดสมาธิที่เชื่อมต่อพลังภายในกับร่างกายและจิตใจทำให้การเคลื่อนไหวไหลลื่นดั่งสายน้ำ

          เริ่มเมื่อพร้อมได้เลยหนางเกา หนิงเยว่ให้สัญญาณ

          หนางเกาพยักหน้าและลุกเข้าประชิดหนิงเยว่ทันที

          ย่างก้าวข้ามธารา

          หนางเกาใช้ท่าประจำสำนักวารีสิ้น ร่างของนางดูลื่นไหลและเรียบง่าย หมัดเบิกธาราของนางดูต่างกับตอนที่ทั้งสองแลกเปลี่ยนการโจมตีกัน มันแม่นย่ำและเดาทางได้ยากขึ้นหลายเท่าตัว

          หนิงเยว่พลิ้วตัวหลบอย่างง่ายดาย หนางเกาเองก็คาดไว้แล้วนางจึงลุกไล้การโจมตีต่อ

          ทุกหมัดของหนางเกาล้วนรุนแรง พลังทำลายของมันอาจสามารถบดขยี้ผู้ฝึกตนในระดับสูงขั้น2ได้ ทั้งที่นางอยู่ในระดับพื้นฐานขั้น9

          นับว่านางเป็นยอดฝีมือที่ขาดพรสวรรค์ หากลมปราณของนางแกร่งกล้า นางคงจะติดหนึ่งในสิบอันดับแรกของศิษย์สายในได้อย่างสบายๆ

          หนิงเยว่หลบหลีกหมัดของหนางเกาไปมา ทุกการเคลื่อนไหวของเด็กหนุ่มล้วนดูเหมือนเขากำลังหยอกล้อกับหญิงสาวอยู่

          ฝ่ายหนางเกาเองก็ใช่ว่าจะพอใจกับสถานกาณ์ที่เป็นอยู่ และนางฉลาดพอแล้วเริ่มจะมองเห็นถึงอะไรบางอย่าง

          สิ่งที่นางเห็นคือรูปแบบการเคลื่อนไหวของหนิงเยว่

          แม้มันจะดูไร้รูปแบบ แต่ร่างกายของมนุษย์จะเคลื่อนไหวแบบรูปแบบโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่ามันจะมาจากส่วนลึกของจิตใจหรือประสบการณ์ก็ตาม!

          เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมง หนิงเยว่และหนางเกาก็ยังคงลุกไล้และหลบหลีกต่อกันไป หนิงเยว่นั้นเริ่มคุ้นชินกับการหลบหลีกมากขึ้น ส่วนการโจมตีของหนางเกาก็เฉียบแหลมขึ้นทุกครั้ง

          ข้าว่าพอได้แล้วละมั้ง--

          ปึก

          ในขณะที่จะห้ามอยู่นั้น หลังของหนิงเยว่ชนเข้ากับต้นไม้ทำให้การเคลื่อนไหวหยุดชะงัก

หนางเกาไม่พลาดโอกาส ส่งหมัดตรงสู่แผ่นอกของเด็กหนุ่มทันที

          ตุบ

          หมัดของหนางเกาถูกหยุดเอาไว้ได้โดยฝ่ามือของหนิงเยว่

          เจ้าบอกจะไม่ตอบโต้ หนางเกาเอ่ยท้วง

          ใช่ข้าบอก และนี่หมายถึงข้าแพ้ยังไงละ หนิงเยว่ถอนหายใจพลางยื่นเขี้ยวหมูป่าให้กับหนางเกาตามสัญญาแม้จะยังไม่ครบเวลาดีก็ตาม

          นี่เจ้าให้ข้าสู้เพื่ออะไร? หนางเกาทักถามขณะนั่งลงเพื่อฟื้นฟูร่างกาย

          นางเผลอแตะขอบเขตของขั้นสูงเข้าโดนบังเอิญระหว่างที่สู้กับเด็กหนุ่ม ทำให้พลังในร่างปั่นป่วนและพร้อมจะเลื่อนขั้นได้ทุกเมื่อ

          ข้าต้องการใช้เจ้าเป็นเครื่องยืนยันถึงจุดด้อยของตัวข้า ข้าได้ต่อสู้กับสัตว์อสูรมาแล้วมากมาย แต่การสู้กับพวกมันแตกต่างกับการสู้กับมนุษย์ หนิงเยว่กล่าวอย่างเศร้าใจ เขาเจอแล้วข้อผิดพลาดหลังได้พลังกายนี้มา

จุดอ่อนของข้าคือความไร้รูปแบบ การเคลื่อนไหวของข้าซื่อตรงเกินไป.. 

หนิงเยว่เข้าใจแล้วถึงจุดประสงค์ที่อาจารย์พาเขามายังสำนักนี่

 -------------------------------------------------

นางเอกไม่ออกเร็วๆนี้แน่นอนครับ

ตรงไหนไม่พอใจ หรือบรรยายแปลกไปให้รีบบอกนะครับ ผมจะเอาไปปรับปรุงแก้ไข

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 204 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 02:55
    ดีแล้วถ้านางเอกออกเร็วแล้วเก่งทันพระเอกจนท้ายเรื่องได้จะแปลก เพราะพระเอก evo เร็วมาก

    ถ้ามีนางเอกให้ตัวเอกมีจุดอ่อนก็ไม่ดี
    หรือเก่งตามพระเอกก็ไม่ดีเพราะจะกลายเป็นว่านางจะกดการพัฒนาตัวเองลงเพราะพระเอกมากกว่า
    #27
    0