เทพหมัดสะท้านฟ้า นามของข้าคือ!!

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 35,334 Views

  • 130 Comments

  • 866 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    16,000

    Overall
    35,334

ตอนที่ 18 : ตอนที่ 18

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3007
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 202 ครั้ง
    10 มี.ค. 62

          เฮือก!”

          หนิงเยว่สะดุ้งตื่นขึ้นมาบนเตียงไม้เก่าๆ

          เขามองสำรวจไปรอบๆก็รู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ในบ้านไม้ของตนที่เขตศิษย์สายนอก

          บนโต๊ะไม้มีจดหมายฉบับหนึ่งวางไว้ หนิงเยว่ลุกขึ้นไปหยิบจดหมายขึ้นมาเปิดอ่าน

          เจ้ายังขาดอีก8000แต้ม อย่าคิดว่าข้าจะยอมให้เจ้าได้เลื่อนขั้นแบบผิดกฎ" 

          "ลงชื่ออาจารย์สุดหล่อ จิวซี่..

          เมื่ออ่านจบเด็กหนุ่มก็ถอนหายใจ อาจารย์ของเขาจะเคร่งไปไหนกัน

          ก๊อก ก๊อก

          เสียงเคาะประตูดังขึ้น หนิงเยว่ลุกไปเปิดประตูแต่กลับมองไม่เห็นอะไรในระยะสายตาเลย

          'พวกก่อกวนยามค่ำคืนละมั้ง?' ตอนนี้ก็ดึกแล้ว พวกโรคจิตที่คอยปลุกชาวบ้านตอนกลางคืนก็พอจะมีให้เห็นบ้างแถวบ้านเขา แต่ที่นี่ก็มีงั้นหรือเนี่ย?

          ข้าอยู่ข้างล่างนี่ค่ะ

          หนิงเยว่ที่กำลังจะปิดประตูกลับเป็นอันหยุดชะงัก เขาก้มมองลงก็เห็นเด็กสาวผมขาวยืนอยู่

          นางคือเสวี่ยไป๋นั่นเอง

          ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ? ขอข้าดูหน่อย เด็กสาวเขยิบเข้ามาใกล้หวังจะตรวจร่างกายของหนิงเยว่ แต่เด็กหนุ่มก้าวถอยหลังหนีตามความเคยชิน

          เจ้าทิ้งข้าไว้กับหนางเกานี่? แล้วจะกลับมาทำไม” 

          ข้าไม่ได้ทิ้งท่าน ข้ารีบไปตามศิษย์พี่ที่ข้ารู้จักให้มาช่วย แต่พอกลับมาท่านก็หายตัวไปแล้ว เสวี่ยไป๋อธิบาย

          หนิงเยว่หยุดชะงัก เขานั่งลงบนเตียงและเริ่มทบทวนถึงความเป็นไปได้

          เหตุผลของนางไม่ใช่ย่ำแย่ ข้าคงจะตีความในแง่ร้ายเกินไป

          หนิงเยว่คิดว่านางใช้เขาเป็นตัวล่อโดยไม่คิดถึงความเป็นจริงข้ออื่น บางทีนี่อาจจะเป็นนิสัยเสียอีกข้อที่เขาไม่รู้ว่าตัวเองมีอยู่

ในภายหน้าหากเขายังคงนิสัยแบบนี้ไว้ จะมีสหายอีกกี่คนที่แยกทางกันเพราะความเข้าใจผิด

          คราวหน้าก็บอกกันหน่อยเวลาเจ้าจะหายไปไหน 

          แต่หนิงเยว่ก็อดไม่ได้ที่จะตำหนิเสวี่ยไป๋

          ข้าขอโทษ.. เสวี่ยไป๋กำชายกระโปรงเม้มปากแน่น นางทำท่าเหมือนจะร้องไห้

          ความรู้สึกผิดเข้าจู่โจมจิตใจของเด็กหนุ่ม การทำสาวงามร้องไห้เป็นหนึ่งในสิ่งที่เขาเกลียด

          ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอก! เป็นข้าเองที่คิดในแง่ร้ายเกินไป หนิงเยว่รีบปลอบประโลมเด็กสาว

          อื้อ!” เสวี่ยไป๋ขานรับเสียงใส

          'เกือบไป' หนิงเยว่ถอนหายใจอย่างโล่งอก

          เขาเกือบทำสาวงามร้องไห้เพราะเรื่องเพ้อเจ้อของตนเสียแล้ว

          แล้วนี่เจ้ามีธุระอะไรรึ? นำสมุนไพรมามากมายถึงเพียงนี้ หนิงเยว่ชี้ไปยังกระเป๋าบนหลังของเสวี่ยไป๋ที่ส่งกลิ่นหอมจางๆออกมา

          พอดีข้าเกรงว่าท่านจะได้รับบาดเจ็บสาหัส ข้าก็เลยขอสมุนไพรจากศิษย์พี่มาบางส่วน แต่เหมือนจะมีคนรักษาท่านแล้ว เสวี่ยไป๋มองผ้าพันแผลจำนวนมากบนร่างหนิงเยว่

นางตีความไปแล้วว่าเด็กหนุ่มได้รับบาดเจ็บสาหัสเพราะเรื่องที่นางก่อ

          ท่านหิวไหม? ขอให้ข้าได้ตอบแทนท่านสักมื้อ" เสวี่ยไป๋หัวเราะกลบเกลื่อน ในหมู่ชาวยุทธจะรู้ดีกันว่ามื้ออาหารนั้นไม่จำเป็นแค่ไหน สารอาหารจากสมุนไพรและของล้ำค่าจากสัตว์อสูรก็ทำให้พวกเขาอิ่มไปหลายมื้อ

          "ฮะฮะ นี่ข้าถามอะไรเนี่ย นางหัวเราะแก้เขิน

          การที่ผู้ฝึกตนคนหนึ่งจะหิวได้นับว่าเป็นช่วงเวลาแสนหายาก ในหมู่ผู้ฝึกยุทธต่างเรียกขานเวลาเหล่านี้ว่าเวลาทอง พวกนางจะมีโอกาศใช้ทักษะทำอาหารให้ชายอันเป็นที่รักกิน

          แม้ตอนไม่หิวจะทานก็ได้ แต่ทานตอนหิวอาหารมักจะอร่อยกว่าเสมอ

          เจ้าทำอาหารเป็นงั้นรึ!? นับว่าดีเลย ตอนนี้ข้าหิวจนแสบท้องไปหมดแล้ว หนิงเยว่กล่างพลางลูบท้องพยายามให้มันสงบลง พอนางทักเขาก็รู้สึกหิวทันที

          จะว่าไป ตอนสู้กับมังกรเพลิงก็น่าจะใช้พลังงานไปเยอะอยู่ ไม่แปลกที่ข้าจะหิวมากขนาดนี้

          เสวี่ยไปฉีกยิ้มสดใส ใบหน้าขาวนวลพร้อมกับรอยยิ้มเบิกบานทำเอาสติหนิงเยว่หลุดลอยไปวูบหนึ่งก่อนเจ้าตัวจะชักกลับมาอย่างรวดเร็ว

          งั้นเชิญท่านที่บ้านของข้าเลยก็แล้วกัน

         

          หนิงเยว่นั่งนิ่งตัวตรงอยู่ในบ้านของเสวี่ยไป๋ บ้านไม้ของนางนั้นใหญ่กว่าของหนิงเยว่ประมาณสามเท่าได้ 

บรรยากาศที่ชวนให้ใจเต้นนี่มันอะไรกันฟะ!!’

บ้านไม้ทั้งหลังถูกสร้างจากไม้เนื้อขาว ข้าวของเครื่องใช้ที่ทำจากไม้หอมสีแดงก็ช่วยให้ความรู้สึกสดใสร่าเริง แถมตุ๊กตาจำนวนมากตามจุดต่างๆนี่อีก!

มันช่างขัดกับบ้านของผู้ฝึกตนที่เขาจินตนาการเอาไว้ทุกตารางนิ้ว

ยิ่งผนวกกับภาพของเสวี่ยไป๋ที่กำลังตั้งใจทำอาหารอยู่ด้วยแล้ว ใจของหนิงเยว่ก็เต้นรัวจากความตื่นเต้น

โอ้ยชีวิต หนิงเยว่กุมหน้าเครียดพยายามไม่มองรอบข้างมากเกินไป

จะยังไงก็ตาม เขาก็เป็นเด็กชายสุขภาพดีคนหนึ่งนะ!

เสร็จแล้ว!” เสวี่ยไป๋ร้องอย่างดีใจพร้อมนำจานมาวางไว้บนโต๊ะ

กลิ่นโหมโชยออกมาจากจาน เบื้องหน้าเด็กหนุ่มคือข้าวมันไก่สมุนไพร

ข้าวมันไก่สมุนไพรสูตรเสวี่ยไป๋เองเจ้าก้ะ แอะ นางแลบลิ้นออกมาด้วยความเจ็บปวด นางเผลอกัดลิ้นตัวเองเนื่องจากตื่นเต้นไปหน่อย

นี่เป็นการทำอาหารให้บุรุษคนอื่นนอกจากบิดากินครั้งแรก

ฮะฮะ ไม่ต้องตื่นเต้นขนาดนั้นก็ได้ หนิงเยว่หัวเราะให้กับความน่ารักของนาง

เสวี่ยไป๋พองแก้มเมินหน้าหนี แต่ก็เหลือบสายตามองมาเป็นระยะ

หนิงเยว่หลุดขำอีกรอบก่อนจะตักข้าวมันไก่เข้าปาก

อื้อหือ! รสชาตินี่มันอะไรกัน!!”

ความหอมของสมุนไพรและความนุ่มของไก่ รสชาติที่เข้ากันอย่างลงตัว

อร่อยมาก!’

หนิงเยว่ไม่รอช้า จ้วงข้าวมันไก่เข้าปากไปอีกคำก่อนอ่อนระทวยลงไปกลิ้งบนพื้น

รสชาติของไก่ที่ละมุ้นลิ้น แค่ใช้ลิ้นดันเบาๆก็กระจายไปทั่วปาก! แถมน้ำจิ้มที่นำมาคลุกเป็นข้าวสมุนไพรก็มีรสชาติจัดจ้านกำลังดี ไม่ฉุนจนเกินไป หนิงเยว่กลิ้งไปกลิ้งมาเนื่องจากทนความอร่อยของมันไม่ไหว

นอกจากประสาทการมองเห็น รับรู้ และรับกลิ่นแล้ว ประสาทรับรสของเด็กหนุ่มก็พุ่งสูงขึ้นไปด้วย ประกอบกับวัตถุดิบที่เสวี่ยไป๋ใช้ล้วนเป็นวัตถุดิบในโลกของชาวยุทธ เพราะงั้นรสชาติในสมองของหนิงเยว่จึงพุ่งทะลุฟ้า

หนิงเยว่กระเด้งตัวขึ้นไปกุมมือเด็กสาว

มะ มีอะไรรึเปล่า อาหารไม่ถูกปากงั้นหรือ? เสวี่ยไป๋น้อยกล่าวถามตะกุกตะกัก

เจ้าช่วยทำอาหารให้ข้ากินตลอดไปเลยได้ไหม!? หนิงเยว่ถามอย่างตื่นเต้น

หากมีนางอยู่ เขาก็ไม่ต้องกลัวอดตาย! 

เอ๋? เอ๋!?

ไม่สิ หนิงเยว่รีบถอนมือกลับมา เขาอาจจะวู่วามเกินไป

          หากให้ลี่มี่กับเสวี่ยไป๋ช่วยกันทำข้าก็จะได้กินอาหารสองเท่า เย็นไว้ตัวข้า ค่อยให้นางทั้งสองเจอกันก่อนค่อยยื่นข้อเสนอดีกว่า เมื่อตัดสินใจได้ หนิงเยว่ก็กลับไปนั่งที่โต๊ะและกินข้าวมันไก่สมุนไพรต่ออย่างเอร็ดอร่อย

          นี่เขาขอข้าแต่งงานงั้นหรือ? เราพึ่งจะพบกันได้วันเดียวเองนะ แต่เขาก็ดูเป็นคนดีอยู่ ไม่สิ ต้องศึกษากันไปก่อนตามที่ท่านแม่สอนไว้สิตัวเรา

          ปล่อยให้เสวี่ยไป๋ตื่นเต้นกับความเข้าใจผิดของนาง


ฮัดชิ้ว อากาศเย็นชะมัด ลี่มี่ที่เก็บร้านอยู่ก็จามออก

คงมีคนคิดถึงนางละมั้ง

 

ตกกลางดึก หลังจากท้องอิ่มแล้ว หนิงเยว่ก็ช่วยเสวี่ยไป๋เก็บล้างตามมารยาทก่อนจะกลับมานอนที่บ้านของตนเอง

อ่า หนิงเยว่ทิ้งตัวลงบนเตียงพลางคิดถึงกิจกรรมที่เกิดขึ้นในวันนี้

ตื่นเช้าก็ถูกพามาที่สำนักยุทธของจริง

ได้ประลองฝีมือกับผู้ฝึกตน

ได้สู้กับมังกรเพลิง

ได้พบเจอราชันย์มังกร

หาว ถึงจะเหนื่อยแต่ก็สนุกชะมัดเลยให้ตายสิ

ตอนนี้เขารู้สึกง่วงมาก หนึ่งในสมุนไพรมากมายที่เสวี่ยไป๋ใช้มีพืชที่ออกฤทธิ์ช่วยให้เขาผ่อนคลายแฝงมา ประกอบกับความเหนื่อยล้าสะสมในร่างแล้ว หนังตาของเขาก็ค่อยๆประกบเข้าหากัน

แต่ตายังไม่ทันจะปิดสนิทกันดี ความเจ็บปวดมหาศาลก็ปะทุออกมาตามกล้ามเนื้อทั่วร่าง

อึก อ็าก!!”

กล้ามเนื้อของเขากระตุกถี่ยิบ เขาสัมผัสได้ถึงเส้นเอ็นกับกระดูกกำลังขยับขยายหรือเปลี่ยนรูป

มันเป็นความรู้สึกของร่างกายกำลังจะระเบิดออก เหมือนกับอวัยวะภายในร่างพยายามจะฉีกร่างของเขาออกเพื่อหลบหนี

เจ็บ! เจ็บ! เจ็บ!” มันไม่ใช่ความเจ็บปวดที่ต่อต้านได้ ความเจ็บที่หนิงเยว่สัมผัสถูกส่งตรงไปยังสมอง 

แขนขาของเขาบิดเบี้ยวแล้วก็กลับมาเหมือนเดิม บิดเบี้ยวแล้วก็กลับมาเหมือนเดิม

หัวใจเต้นทั้งแรงและรัว คอยส่งเลือดสูดฉีบไปทั่วร่างจนเส้นเลือดปูนโปนน่าเกลียด

ดวงตาของเขาเป็นสีแดงก่ำจนเหมือนจะหลุดออก

เลือดไหลออกมาตามทวารทั้งเจ็ดจนพื้นไม้กลายเป็นสีแดงฉาน

เหงื่อกาฬหลั่งไหล ไอความร้อนมหาศาลถูกปลดปล่อยออกมาจนไอน้ำลอยไปทั่วห้อง

ร่างกายของเขาบิดไปมาราวกับอสูรร้าย หน้าเป็นหลัง หลังเป็นหน้า สลับหมุนวนไปมา

กระบวนการเช่นนี้เกิดขึ้นนับร้อยครั้ง กินเวลากว่าสองชั่วโมงจึงสงบลง

ส่วนหนิงเยว่นั้นหมดสติจากความเจ็บปวดไปตั้งแต่ครั้งที่ยี่สิบแล้ว

------------------

เบาๆกันสักตอน

 สำหรับคนที่งง ตอนท้ายนี่คล้ายกับร่างกายฟื้นฟูตอนนอนหลับนั่นแหละครับ

ร่างกายไม่อยากให้มีผลตกค้างเลยนวดตัวเองนิดหน่อย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 202 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #26 ณภัทร (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 22:07

    อ่านบทนี้แล้วนึกถึง The Hulk ตะหงิดๆนะ

    #26
    0
  2. #25 อสุจิสีเงิน (@TaHKung01) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 22:01

    Evol แล้ว

    #25
    0