เทพหมัดสะท้านฟ้า นามของข้าคือ!!

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 35,336 Views

  • 130 Comments

  • 865 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    16,002

    Overall
    35,336

ตอนที่ 15 : ตอนที่ 15

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2909
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 224 ครั้ง
    6 มี.ค. 62

          ภายในอาณาเขตร้อนระอุ ต้นไม้และพงหญ้าล้วงมีกลิ่นอายธาตุหยางแฝงอยู่

          หญิงสาวทั้งสองผู้ได้รับมอบหมายให้มาเก็บเกี่ยวสมุนไพรก็หลงเชื่อป้ายหลอกอย่างสนิทใจ

          ข้าไม่รู้เลยนะเนี่ยว่าท่านอาจารย์มีสวนสมุนไพรธาตุหยางอยู่ เหม่ยหลานมองไปรอบๆด้วยความสนใจ

          เคล็ดวิชาของสำนักวารีสิ้นส่วนใหญ่จะเป็นธาตุหยิน แม้สมุนไพรธาตุหยางจะต้องใช้บ้างในการทำยา แต่นางไม่คิดเลยว่าท่านเจ้าตำหนักจะปลูกไว้มากขนาดนี้

          ข้าว่ามันไม่ใช่นะ สมุนไพรที่เราต้องเก็บคือหญ้าน้ำค้างเจ็ดราตรีกับบัวหิมะครึ่งปี พวกมันจะเติบโตได้เฉพาะทุ่งหิมะเท่านั้น..

          ทุ่งหิมะคงอยู่ไม่ไกลจากนี้เท่าไหร่หรอก ก็มาตามแผนที่นี่นา เหม่ยหลานหยิบแผ่นที่ขึ้นมาอ่าน

          เอะ มันไม่ใช่นี่ เหม่ยหลานผลิกแผนที่กลับหัวไปมาด้วยความสับสน

          เพราะจุดหมายที่กำหนดไว้ก็คือจุดที่พวกนางยืนอยู่

          เนินเขาตรงนู้น พระอาทิตย์ตรงนั้น ก็ถูกทุกอย่างนี่ เหม่ยหลานกล่าวเสียงสั่น

          จางเฟยเห็นท่าไม่ดีรีบคว้าแผ่นที่ในมือเหม่ยหลานมาอ่านทันที

          นี่มันไม่ใช่แผนที่ไปยังสวนสมุนไพรของเจ้าตำนัก!” จางเฟยกล่าวด้วยความตื่นตระหนก แม้จะเป็นภูมิประเทศเดียวกันแต่เส้นทางที่ถูกเขียนไว้มันต่างกันเล็กน้อย

          หากไม่สังเกตให้ดีนางคงไม่รู้ว่ามันเป็นของปลอม

          ตึง!

          ผืนดินเกิดการสั่นสะเทือนพร้อมกับร่างของเจ้าถิ่นก้าวเข้าหาทั้งสองจากด้านหลังอย่างเชื่องช้า

          ฟู่

          ลมหายใจอันร้อนระอุทำให้หญิงสาวทั้งสองรู้สึกแสบแผ่นหลัง

          เจ้าคิดว่าเป็นมันใช่ไหม? เหม่ยหลานกระซิบ

          นางพอจะนึกได้แค่สิ่งมีชีวิตเดียวที่อาศัยอยู่ในสถานที่แบบนี้และมีพลังขนาดนี้

          ใช่ เป็นมันแน่นอนเลยสหายรัก จางเฟยกระซิบตอบ

          ข้านับสามให้วิ่งเลยนะ จางเฟยเริ่มนับ หนึ่งสองสาม!”

          จางเฟยไม่เว้นจังหวะใดๆทั้งสิ้น!

          นางรีบนับให้ครบจำนวนแล้วใช้วิชาตัวเบาหนีออกมาจากจุดที่ยืนอยู่ทันที

          ตูม!

          ก็าซ!!

          มังกรเพลิงยักษ์คำรามออกมา ด้วยร่างกายอันใหญ่โตกว่าสิบเมตร กรงเล็บและเขี้ยวอันแหลมคมที่ตัดหินได้เหมือนกระดาษ เจ้าแห่งพลังธาตุที่ผู้ฝึกตนทั่วไปไม่อาจใช้ได้

          ทั้งสองพลันเกิดความหวาดกลัวเมื่อได้ประจักษ์กับพลังของมังกร จุดที่พวกนางเคยยืนอยู่กลายเป็นหลุมหลึกจากฝ่าเท้าของมัน

          ข้าไม่น่าไว้ใจเจ้าเลยเหม่ยหลาน! ตอนนี้เราอยู่ที่รังของมังกรเพลิง!” จางเฟยสบถด้วยโทสะ

นางอุตส่าห์เชื่อใจเพื่อนสาวให้เป็นคนนำทาง แต่ดูสิ่งที่นางต้องมาเจอสิ!

          “อย่างน้อยมันก็ระดับเท่ากับพวกเรา เหม่นหลานพยายามมองโลกในแง่ดี

          ระดับของเจ้ามังกรนั้นเท่ากับพวกนาง แม้มันจะแข็งแกร่งอย่างน้อยที่สุดพวกนางย่อมต้องหาทางหนีออกไปได้แน่นอน

          “พวกเราย่อมสามารถหนี---”

          ตูม!
          ร่างของเหม่ยหลานถูกขยี้โดยมังกรเพลิงในพริบตา ชีวิตของหญิงสาวมอดดับดั่งเปลวเทียนในพายุใหญ่ ที่สายลมจะพัดมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่เมื่อมันพัดมา เทียนย่อมดับลง

          เหม่ยหลาน!” จางเฟยกรีดร้องด้วยความตกใจ เหม่ยหลานแหลกละเอียดกลายเป็นเศษเนื้อติดอยู่ในง่ามขามังกรเพลิง

          เพื่อนที่ฝึกวิชาด้วยกันมาหลายปีได้ตกตายลงอย่างไม่สามารถขัดขืนอะไรได้

          มันเร็วเกินไป! แถมพลังโจมตีขนาดนั้นมันอะไรกัน!

          ความสับสนและหวาดกลัวเข้าปกคลุมจิตใจของนาง

          เจ้ามังกรมันแข็งแกร่งเกินกว่าจะเป็นแค่ขั้นสูงระดับ8แล้ว!

'ต่อให้ขั้น9ก็ไม่น่าจะสังหารเหม่ยหลานได้ในการโจมตีเดียว'

          “หรือว่ามันทะลวงขั้นแล้ว!” จางเฟยทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง

          สันนิฐานของจางเฟยถูกต้อง มังกรเพลิงในยามนี้ได้ทะลวงข้ามขั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

          หากสัตว์อสูรสามารถทะลวงขึ้นขั้นต่อไปได้ พวกมันก็จะได้รับสมญานามเช่นเดียวกับมนุษย์

          หากมนุษย์ทะลวงจากขึ้นจากขั้นสูงก็จะกลายเป็นจอมยุทธ

          หากสัตว์อสูรทะลวงขั้นบ้าง มันจะกลายเป็นสัตว์ปีศาจ

          กรอบ กรอบ

          เจ้ามังกรใช้เท้าเขี่ยร่างของเหม่ยหลานขึ้นมาเคี้ยวในปากอย่างเอร็ดอร่อย

          จางเฟยได้แต่มองเพื่อนสนิทตนเองถูกขย้ำโดยมิอาจขยับร่างกายได้

          หากนางพุ่งไปโจมตีก็จะถูกฆ่าในพริบตา

          หากนางหนีก็จะถูกฆ่าในพริบตาเช่นกัน

          นี่ชีวิตของข้าจะต้องจบลงแบบนี้รึเนี่ย.. จางเฟยกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ มือทั้งสองยกขึ้นปิดหน้าที่กำลังร้องไห้

          นางและเหม่นหลานเป็นถึงศิษย์อันดับสี่และห้าของสำนัก พวกนางใกล้จะทะลวงขึ้นขั้น9เพื่อไปทดสอบเข้าสำนักหลักแล้ว

          ข้าไม่อยากตาย

          ถุด

          เจ้ามังกรพ่นเศษผ้าใส่จางเฟย หญิงสาวถูกชะโลมด้วยเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยคาวเลือดของเหม่ยหลานและน้ำลายของมังกร

          มังกรยักษ์เดินเข้าหาจางเฟยอย่างเชื่องช้า นานมากแล้วที่มันไม่ได้พบกับเหยื่อมนุษย์ชั้นเลิศแบบนี้ มันจึงอยากจะเล่นด้วยสักหน่อย

          เช่นเดียวกับมนุษย์ที่ใช้สัตว์อสูรเป็นยา สัตว์อสูรก็สามารถกินมนุษย์เพื่อเพิ่มระดับได้เช่นกัน

          โอะ นั่นมารดาของเจ้าใช่รึไม่!?

          ท่ามกลางความสิ้นหวัง เสียงสดใสที่ดังมาจากปากถ้ำเรียกความสนใจจากนางและมังกรยักษ์

          รีบหนีไป!” จางเฟยตะโกนเตือนชายแปลกหน้า แต่ภาพตรงหน้าก็ทำให้นางเกิดความสับสน

          กรร!

          ชายผู้นั้นได้พามังกรเพลิงตัวลูกมาด้วย แถมยังสามารถหยอกล้อกับมันด้วยท่าทางไร้ปัญหา ทั้งๆที่เจ้ามังกรน้อยพยายามจะโจมตีเขาอยู่หลายครั้ง

          ก็าซ!!!

          เจ้ามังกรเพลิงคำรามอย่างเกรี้ยวกราด มันเบนความสนใจจากจางเฟยไปยังผู้มาใหม่ในทันที

          หืม? นี่ลูกของเจ้าสินะ งั้นข้าคืนให้ ชายคนนั้นวางเจ้ามังกรน้อยลงกับพื้น

          เจ้ามังกรน้อยเมื่อเป็นอิสระก็รีบบินไปเกาะหลังแม่

          ฮืม แฮร่ ฮูม

          ทั้งสองสนทนาภาษามังกรกันอยู่ครู่หนึ่งก่อนมังกรเพลิงยักษ์จะคำรามด้วยโทสะ

          เสียงคำรามของมันทำให้จางเฟยสั่นสะส้าน

เจ้ามัวยืนเฉยทำบ้าอะไร รีบหนีไปซะ!!” จางเฟยตะโกนอีกครั้ง นางไม่อาจสัมผัสได้ถึงลมปราณจากร่างของเด็กหนุ่มทำให้นางคิดว่าเด็กผู้นี้แค่หลงทางมา

หนี? ทำไมต้องหนี? ข้าพาลูกมันมาคืน มันย่อมขอบคุณข้าสิ ชายคนนั้นตอบด้วยท่าทางใสซื่อ

ฟุบ

มังกรเพลิงโจมตีชายแปลกหน้าด้วยกรงเล็บอันร้อนระอุกลับคว้าไว้ได้เพียงอากาศ

แครก แครก แครก

          บนพื้นบังเกิดรอยแตกสามรอย

          ดูท่าเจ้าจะไม่ยอมปล่อยข้าไปสินะ นี่ข้าอุตส่าห์พาลูกเจ้ามาคืนนะนี่ ชายคนนั้นได้เคลื่อนกายมาอยู่เบื้องหน้าจางเฟย

          หญิงสาวมองเห็นตราสัญลักษณ์หยดน้ำที่แผ่นหลังก็รู้ทันทีว่าเขามาจากสำนักวารีสิ้นเฉกเช่นเดียวกับนาง

          นี่เจ้า!? จางเฟยมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความตกตะลึง

          การโจมตีเมื่อครู่ของมังกรเพลิงนางมองเห็นได้อย่างเลือนลาง แต่การหลบของเด็กหนุ่มนั้นนางมองไม่เห็นเลย

          ศิษย์มากฝีมือขนาดนี้ทำไมนางไม่รู้จัก

          'บางทีเขาอยากจะเก่งเทียบเท่าศิษย์พี่หยาง'ยามมองแผ่นหลังของเขาก็พลันทำให้นางคิดถึงศิษย์พี่ที่กำลังปิดด่านฝึกตนอยู่

          คราวหน้าข้าขอให้ท่านอาจารย์สอนท่าเท้าบ้างดีกว่าเด็กหนุ่มดูไม่พอใจกับรอยแตกที่พื้น

          นี่เจ้าเป็นใครกัน..? จางเฟยเอ่ยถามด้วยความสงสัย ไม่ว่าจะมองยังไงเด็กหนุ่มตรงหน้าย่อมเยาว์กว่านาง2-3ปี แต่ความเร็วระดับนั้นเขาทำได้ยังไงกัน

          ทำความเคารพศิษย์พี่ นามของข้าคือ..

          ระหว่างที่กำลังคุยกันอยู่นั้น เจ้ามังกรเพลิวก็พุ่งตัวเข้าหา หวังจะบดขยี้ทั้งสองด้วยขนาดและความเร็วของมัน

          ..หนิงเยว่

          ตูม!

          แทนที่จะถูกบดขยี้ กลายเป็นเจ้ามังกรเพลิงที่ถูกส่งลอยออกไปนับสิบหลาด้วยแรงหมัดของเด็กหนุ่ม

          บ้าน่า.. จางเฟยมองมังกรเพลิงสลับกับหนิงเยว่อย่างไม่เชื่อสายตา

          มนุษย์ล้มมังกรในหมัดเดียว!?

          ให้ตายสิ ข้าพาลูกเจ้ามาส่งนะ ทำไมต้องดุขนาดนี้ด้วย หนิงเยว่เอ่ยด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย

          บางทีเขาอาจจะต้องพรากแม่พรากลูกก็ได้ในตอนนี้

---------------------

แม่ ลูก ขาดอะไรให้ทาย?

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 224 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 15:51
    ขาดเเม่ เหลือลูก เอาลูกมาเป็นสัตว์เลี้ยง
    #41
    0
  2. #21 Minstory (@Minstory) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 12:23
    จะยกมาทั้งตะกูลมังกรบ่หนิ
    #21
    0
  3. #20 kingsssss (@kingsssss) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 23:28
    พ่อมังกรมั้ง
    #20
    0
  4. #19 kingsssss (@kingsssss) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 23:27
    ขออีกกกก
    #19
    0
  5. #18 Depthsan (@Depthsan) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 21:36
    ต่อไปคงเป็น พ่อ แล้วก็ปู่
    #18
    0
  6. #17 Tronsa (@Tronsa) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 21:32
    พ่อ มั้ง
    #17
    0