เทพหมัดสะท้านฟ้า นามของข้าคือ!!

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 39,747 Views

  • 141 Comments

  • 909 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    20,413

    Overall
    39,747

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3619
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 274 ครั้ง
    26 ก.พ. 62

          หนิงเยว่และจิวซี่ได้เดินตามร่างสีขาวมาจนถึงที่ราบบนเนินเขา ทั้งสองสามารถมองเห็นสิ่งก่อสร้างที่อยู่สูงขึ้นไปอีกจนถึงเหนือเมฆ แต่เบื้องหน้าของทั้งสองในยามนี้คือเมืองขนาดเล็กที่มีความสวยงามดั่งภาพวาดราคาแพง

          ข้าคงส่งพวกท่านได้เท่านี้ ขออภัยด้วย ร่างสีขาวเอ่ยสำนึกผิด

          มีปัญหาอันใดงั้นรึ?จิวซี่เอ่ยถาม

          ไม่กี่เดือนมานี่ สำนักเราสามารถจับสายลับได้เป็นจำนวนมาก ท่านประมุขจึงสั่งห้ามนำบุคคลภายนอกเข้าไปยังเขตอาศัยของเหล่าศิษย์หลักโดยไม่ได้รับอนุญาต ฮุ่ยเหมยกล่าวชี้แจงพลางหลบสายตาคาดคั้นของชายชรา

          แต่ข้าทำเรื่องเป็นศิษย์สายนอกให้ลูกศิษย์ท่านแล้ว! ข้าเชื่อว่าคนที่ท่านเลือกย่อมก้าวไปเป็นศิษย์สายในได้อย่างรวดเร็วฮุ่ยเหมยพยายามกล่าวด้วยความร่าเริง

          แล้วข้าละ? จิวซี่คลายปมคิ้วออกเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าลูกศิษย์เขามีที่ไปแล้ว

          ท่านก็ เอ่อ อืม... ข้าลืมไปเลย ฮุ่ยเหมยกล่าวท่าทะเล้น นางเคกหัวตัวเองเล็กน้อยหวังจะให้ชายชราหลุดขำ

          จิวซี่กำหมัดแน่น ร่างของเขาสั่นเทิ้มจากโทสะ

          นี่ข้าไปหวังพึ่งยัยเด็กปากเสียนี่ได้ยังไงกัน จิวซี่เริ่มรู้สึกว่าตนคิดผิดที่ไว้ใจให้ฮุ่ยเหมยจัดการธุระ

          ชายชรายิ่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันไปออกคำสั่งกับหนิงเยว่

          หนิงเยว่ ภายในหนึ่งสัปดาห์เจ้าจะต้องไปพบข้าที่ตำหนักศิษย์สายใน เข้าใจไหม? 

          ขอรับ? หนิงเยว่ขานรับอย่างใสซื่อ

          เดี๋ยวสิท่าน! สายในของสำนักเรา แม้แต่อัจฉริยะในรอบร้อยปียังต้องใช้เวลากว่าหนึ่งเดือนในการเข้าเลยนะ แถมตัวท่านจะเข้าไปรอได้ยังไง!? ฮุ่ยเหมยกล่าวด้วยความลนลาน

          ก็วิธีเดียวกับที่ข้าเคยทำนั่นแหละ รีบตามมาแบบถูกวิธีละหนิงเยว่! กล่าวจบร่างของจิวซี่ก็หายไปหลงเหลือไว้เพียงภาพติดตาไว้ต่างหน้า

          หนิงเยว่ขยี้ตาเล็กน้อยภาพติดตานั้นก็หายไป ชายชราเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงขนาดที่ตัวเขาเชื่อมั่นว่าตาของตัวเองดีกว่าชาวบ้านยังมองไม่ทัน

          กรี้ดด!!! ข้าต้องรีบไปแจ้งคนอื่นแล้ว แล้วก็เจ้า! อย่าก่อเรื่องให้มากเหมือนกับอาจารย์ของเจ้าละ ร่างสีขาวกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งก่อนจะสลายหายไป

          กา กา

          หนิงเยว่ถูกปล่อยทิ้งไว้กลางทาง มีเพียงเสียงอีกาจากพงไพรปลอบประโลมความเหงา

          หนิงเยว่ทั้งสับสนและงงจิต เขาเข้าใจว่ากำหนดการณ์เดิมมันไม่ควรจะเป็นเช่นนี้ แต่เขาเป็นเด็กชายตัวน้อยพึ่งออกจากบ้านมาท่องโลกกว้างได้แค่เจ็ดวันเศษ เขาจึงไม่รู้ว่าตัวเองควรทำอันใดต่อ

          เดี๋ยวสิ อาจารย์บอกให้เราตามเข้าไปในตำหนักสายหลัก

          เมื่อนึกขึ้นมาได้ เด็กหนุ่มจึงง้างฝ่าเท้าแต่กลับหยุดไว้เพราะสองเหตุผล

          ข้อแรกคืออาจารย์บอกให้เขาตามไปอย่างถูกวิธี

          ช้อสองคือเขาไม่รู้ทางไป..

          ในระหว่างที่ยืนงงอยู่นั้น สตรีนางหนึ่งก็เดินเข้ามาสำรวจหนิงเยว่อย่างใกล้ชิด

          เจ้าคงจะเป็นเด็กที่ท่านผู้อาวุโสฮุ่ยเหมยแจ้งไว้สินะ

          ขอรับ ข้ามีนามว่าหนิงเยว่ หนิงเยว่กล่าวแนะนำตัวอย่างสุภาพนอบน้อม

          หญิงสาวนางนี้ได้เอ่ยชื่อของฮุ่ยเหมย แปลว่านางเป็นคนที่ถูกส่งมารับตัวเขา

          ดี เฃ่นนั้นก็ตามข้ามา

          หนิงเยว่เดินตามสตรีแปลกหน้าจนมาถึงลานกว้างแห่งหนึ่ง สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองนับสิบกิโลเมตร อาคารที่พักโดยรอบนั้นมีตั้งแต่บ้านเดี่ยวริมสระน้ำไปจนถึงห้องไม้ขนาดแค่เสื่อสองผืน

          ระหว่างที่เดินทางมานี่ หนิงเยว่ก็รู้จักหญิงสาวขึ้นเล็กน้อย 

          นางมีนามว่าเซิงเฟย เป็นหัวหน้าของเหล่าผู้ดูแลศิษย์สายนอก 

          ยังไงที่นี่ก็เป็นสำนักที่สตรีเยอะ เจ้าควรสำรวมไว้ให้มาก เซิงเฟยเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี

          ใจหนึ่งนางก็เตือนตามหน้าที่เพราะหนิงเยว่เป็นบุรุษ

          นานครั้งจะมีศิษย์ที่เป็นบุรุษเข้ามา และส่วนใหญ่ล้วนไม่สามารถทนอยู่อาศัยได้เกินหนึ่งสัปดาห์เพราะจะโดนเหล่าสตรีหมายหัวแกล้ง

          แม้ที่แห่งนี้จะนับถือความแข็งแกร่ง แต่พวกนางล้วนสามารถสามัคคีกันได้หากบุรุษกระทำเรื่องเสียมารยาท

          เคยมีอัจฉริยะชายคนหนึ่งมาที่นี่ ด้วยนิสัยเย่อหยิ่งของมันบังเอิญไปทำศิษย์คนหนึ่งร้องไห้ ศิษย์สายนอกอันดับหนึ่งในเวลานั้นก็ไม่ลังเลที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ

          แต่อีกใจหนึ่งนางก็เตือนเพราะข่าวลือที่แพร่กระจายอยู่ในหมู่ผู้ดูแล ยิ่งหนิงเยว่เป็นเด็กใสซื่อที่เอาแต่พูดว่า ขอรับ ขอรับ ตลอดทางแล้วนางก็ยิ่งเป็นห่วง

          สตรีไม่ได้บอบบางและน่ารักทุกคนอย่างที่เหล่าบุรุษคิด

          เซิฟเฟยนำทางหนิงเยว่มาอยู่ที่หน้าอาคารไม้หลักเล็กท้ายหมู่บ้าน มันถูกตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวหากจากหมู่บ้านหลักนับสิบเมตร

          ชุดและข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นอยู่ข้างในหมดแล้ว หากมีปัญหาอะไรก็สามารถแจ้งข้าได้ที่หอคัมภีร์ ปลายนิ้วของเซิฟงเฟยชี้ไปยังอาคารไม้สูงใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางหมู่บ้าน

          รับทราบ หนิงเยว่รับคำ

          เมื่อเสร็จธุระ เซิงเฟยก็เดินกลับไปที่หอคัมภีร์เพื่อทำงานของตนต่อ

          อืม เมื่อถูกทิ้งอีกครั้ง หนิงเยว่ก็ลูบคางพลางใช้ความคิด

          ทักทายเพื่อนบ้านหน่อยดีกว่า

          หนิงเยว่ไม่รอช้า เคลื่อนกายไปหยุดที่หน้าบ้านไม้ที่ใกล้ที่สุด แม้จะห่างกันนับสิบเมตรก็ตามที!

          ก๊อก ก็อก

          สวัสดีขอรับ ข้าพึ่งย้ายมาใหม่ หนิงเยว่กล่าวทักทายด้วยความสุภาพอย่างแสนที่สุดตามนิสัยชองเจ้าตัว

          เขาค่อนข้างเป็นผู้ชายนุ่มนิ่มจนคนในหมู่บ้านยเคยคิดว่าเขาอาจจะอยากกลายเป็นหญิงหากไม่ใช่เพราะเขามีสัมพันธ์พิเศษกับลู่หลิง ข่าวลือนี้ก็คงไม่เลือนหายไป

          มีอะไรรึเจ้าคะ? ผู้ที่เปิดออกมาทักทายคือเด็กสาวตัวน้อย

          ผมสีขาวนวลเหมือนแสงจันทร์ ดวงตากลมโตกระจ่างดั่งอัญมณี ร่างเล็กบอบบางน่าถนุถนอม

          ข้าชื่อหนิงเยว่ พึ่งจะย้ายมาใหม่นะ หนิวเยว่แนะนำตัวด้วยความเขินอาย ภูมิต้านทานต่อสตรีของเขาค่อนข้างจัดอยู่ในเกณฑ์ต่ำต้อย ยิ่งกับสตรีตัวเล็กแล้วเขาแพ้ทางโดยสิ้นเชิง

          “อ๋อ เพื่อนบ้านนี่เอง!” นางยิ้มอย่างร่าเริง "ข้าชื่อเสวี่ยไป๋ ยินดีที่ได้รู้จักนะเจ้าคะ"

----------------------------

มอบการ์ดไว้หนึ่งใบแล้วจบเทิร์น!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 274 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #10 kingsssss (@kingsssss) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:59
    ขออีกกกก
    #10
    0