[Project W // old Ver] Revolver Choice! ขอโทษค่ะพอดีไม่ใช่พระเอก

ตอนที่ 5 : Before game [4/4]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    21 ส.ค. 61


BEFORE GAME [4/4]

 



   กึง กึงๆ!!

 

เสียงกระทบกระแทกระหว่างตัวเครื่องบินหุ้มเกราะกับสายลมที่พัดโหมปะทะ กรรโชกอย่างรุนแรง ดังก้องไปทั่วห้องโดยสารด้านหลัง เหล่าผู้คนกว่า 100 ชีวิต ต่างก้มมอง อุปกรณ์ขนาดเล็กคล้ายนาฬิกาดิจิตอลที่รัดข้อมืออยู่อย่างแน่นหนาหรือก็คือ C bland อย่างพิจารณา บ้างก็ปรึกษา บ้างก็ไร้การเอื้อนเอ่ย บ้างก็นั่งหาวหวอดราวกับเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปเป็นเพียงเรื่องปกติ

 

บ้า..นี่มันบ้าไปแล้ว

 

 

 ถึงรู้ว่าเจ็บใจไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น แต่ก็อดที่จะก่นด่าพวกมันไม่ได้..

           

 พวก BSA.

 

  ดวงตาคู่สวยปรือขึ้นช้าๆก่อนจะค่อยๆปรายมองไปทั่วห้องโดยสาร กระทั้งร่างท้วมของชายสองคนและร่างโปร่งสมส่วนของชายอีกคน ย่างกรายเข้ามา บนมือทั้งสองข้างของชายผู้มาเยือน มีปืนชนิดกลเบาอย่าง MP5 และ UMP ในสภาพเตรียมการ์ดพร้อมรบ พวกเราทั้งหมดจดจ้องไปยังบุคคลอันตรายตรงหน้า บางสายตาคือการอ้อนวอนแต่บางสายตาก็โกรธแค้นแต่มีน้อยคนนักที่มองมันด้วยสายตาเรียบเฉย

           

“อีกสิบนาที เตรียมใจให้พร้อมล่ะ”

 “ไม่ต้องห่วงหรอกน่า มีอุปกรณ์ของจำเป็นอยู่เต็มเกาะ..แต่ถ้าคว้าไม่ทันก็แล้วแต่บุญแต่กรรม”

 “หมายความว่าไงที่ว่าแล้วแต่บุญแต่กรรม...”

           

พวกเขาเลือกที่จะไม่ตอบคำถามนั้น เพียงแค่เหยียดยิ้มชวนขนลุกให้ แต่พวกเราแทบทุกคนกลับเข้าใจถึงความหมายนั้น....

 

 ไม่สู้..ไม่เหนี่ยวไก..ก็ไม่รอดสินะ..

 

“อีกสิบนาที..” ชายอีกคนที่ยืนเงียบมาตั้งแต่แรกพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไม่เพียงแค่น้ำเสียงแต่สายตาคู่นั้นยังมองตรงไปยังประตูอย่างไร้อารมณ์ใดๆ  กระทั่งพวกเขากลับออกไป..

           

  “ไม่สู้ก็ไม่รอด...”

 คำพูดที่เอื้อนเอ่ยอย่างแผ่วเบาทำให้ทุกคนใจกระตุกวูบ พวกเราต่างไร้ประสบการณ์เช่นกันหมด แต่หากนับบุคคลอีกราว10คนที่นั่งอยู่ริมนอกสุดด้วยแล้วคงบอกว่าไร้ประสบการณ์ไปหมดไม่ได้

 “นั่นแหละคือความจริงของที่นี่...”

 

พวกเขาคือศัตรูตัวอันตรายที่ถูกพามาให้เห็นหน้าค่าตากันแต่แรก...

 

 “เฮ้..”เสียงทุ้มอันคุ้นหูดังขึ้นข้างกาย ฉันหันกลับไปมองต้นเสียงช้าๆด้วยสายตากังวลก่อนที่คนตรงหน้าจะสังเกตเห็นมัน ดวงตาคู่สวยก็ลากหลบไปอีกทิศทาง “เธอ...”

 “เปล่า..ฉันไม่เป็นไรหรอก..”

 “เธอโกหกฉันไม่ได้หรอก กลัวใช่ไหมล่ะ?

  “มีคนปกติที่ไหนเขาไม่กลัวบ้างล่ะ..”

  ฉันพูดพร้อมยิ้มเจื่อน  แต่ในใจมันไม่ใช่แบบนั้นเลย..

 

ใช่...ฉันกำลังหวาดกลัว...

ไม่มีนิยามใดเหมาะไปมากกว่าคำว่าสิ้นหวัง...

ไม่สิ..

.

.

.

.

คำว่าสิ้นหวังมันเริ่มต้นตั้งแต่ที่ได้สติขึ้นมาแล้ว....

 

 

 

[1 Hours ago]

 

 ....

 

 “อ—อือ...”

  เสียงร้องแผ่วเบาในลำคอดังขึ้น กายบางค่อยๆขยับอย่างช้าๆเป็นสัญญาณของการได้สติ ดวงตากลมใสของเด็กสาวปรือขึ้นเล็กน้อย ไม่นานเท่าไหร่นัก อาการเวียนหัวจากฤทธิ์ของอะไรบางอย่างก็แทรกเข้าโสตประสาทอย่างรวดเร็ว

 

แปร้บ—!

 

 “อึก...”

           

อะไรกันเนี่ย?

 

 เมื่อประสาทสัมผัสเริ่มกลับมา จากเสียงรอบกายที่เป็นเพียงเสียงแห่งความเงียบถูกแทนที่ด้วยเสียงสนทนาของบุคคลนับ10 ไม่สิ อาจมากกว่านั้นก็ได้  ภาพทิวทัศน์ที่เรือนลางอยู่ถูกปรับให้เข้าที่ตามด้วยกลิ่นเค็มจากอะไรบางอย่างที่คุ้นเคย

 

กลิ่นน้ำทะเล?

 

เอ้ะ—

 

 พรวด!!

           

 !?” ร่างบอบบางของเด็กสาววัย18ปี ดีดกายขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปรอบกายด้วยความตื่นตระหนก ทั้งที่ควรจะเป็นห้องสี่เหลี่ยมใหญ่โตที่มีโต๊ะเก้าอี้นับร้อย บัดนี้กลายเป็นภาพของต้นไม้และพื้นคอนกรีตที่มีหญ้าเล็กแทรกแซมอยู่ตามส่วนต่างๆ  ไม่ห่างจากตัวเธอนักมีซากของบ้านเรือนและถังไม้เก่าคร่ำคร่าอยู่ ท้องฟ้าที่ควรจะส่องสว่างกลับถูกคุกคามด้วยเมฆสีเทาดำทะมึน  หากมองไปไกลสักหน่อยเบื้องหน้าของเธอคือทะเลกว้างสุดลูกหูลูกตา  นี่ไม่ใช่สถานที่เธอคุ้นเคยหรือรู้จักเลย

เด็กสาวประคองตัวเองให้ลุกขึ้นยืน พร้อมๆกับกวาดสายตาไปโดยรอบอีกครั้ง คราวนี้ สิ่งที่เธอสังเกตอีก คือกลุ่มเด็กที่มาร่วมอบรมอันคุ้นหน้าคุ้นตากันและใครอีกหลายๆคนที่ไม่เคยพบมาตั้งแต่แรก หากนับคร่าวๆแล้วคาดไม่ต่ำกว่า 50ชีวิตแน่นอน แต่ไม่ทันที่จะออกเดิน ข้อมือบางก็ถูกคว้าเอาไว้

 

หมับ!

 

 !!?

 “ฉันเองๆ!

 “ดาคุ..”

ไม่ทันที่เด็กสาวจะสะบัดข้อมือออก อีกฝ่ายก็เอ่ยเรียกสติเอาไว้ก่อน  ร่างโปร่งสมส่วนของชายที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นตรงหน้า อาจเป็นอีกสิ่งที่ทำให้เธอสงบสติอารมณ์ลงได้

ริมฝีปากบางพึมพำชื่อของเพื่อนที่เปรียบดั่งหัวหน้ากลุ่มก่อนจะเผยยิ้มอย่างโล่งใจออกมาเล็กน้อย แต่คนตรงหน้ากลับทำสีหน้าหวาดหวั่นราวกับมีอะไรจะเกิดขึ้น

 “รีบไปรวมเถอะ ทุกคนอยู่นั่น..”

 “อืม”

สองหนุ่มสาวเดินฝ่ากลุ่มชนกลุ่มอื่น เพื่อตรงไปหาเพื่อนที่อยู่ด้านหน้าอีก 4 คนอย่างรวดเร็ว  สายตาทั้ง4คู่ เมื่อเห็นเพื่อนคนสุดท้ายมาอยู่ตรงหน้า ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะสวมกอดอย่างรวดเร็ว

 “ยตสึหายไปไหนมา!

 “พวกเราเป็นห่วงมากนะรู้ไหม!?

 “อันที่จริงฉันก็อยู่ไม่ไกลจากทุกคนเท่าไหร่นะฮะๆ”

 “ยังจะหัวเราะอีกโธ่..เธอนี่นะ”

 “โทษๆ”

 

  ปรี๊ด—!!

 

  !!?

 เสียงแหลมของนกหวีดเงินดังแทรกผ่านลำโพงใหญ่ ชนิดแสบบาดหู ทำเอาผู้คนนับร้อยสะดุ้งเฮือก แล้วหันมามองต้นเสียงเป็นตาเดียว

บนรถสิบล้อเก่าที่จอดนิ่งมานานไม่ต่ำกว่า 5เดือน ปรากฏร่างสูงของชายคนหนึ่งขึ้น เส้นผมสีเทาออกเงินวาว แววตาดูสงบนิ่ง ใบหน้าคมคาย และเสียงดึงดูดนั่น มองแวบเดียว ทุกคนก็รับรู้ได้ทันที ว่าเคยพบเจอกันมาก่อนแล้ว เขาคือชายที่ชื่อ ซาคุโอะ คานาโตะ วิทยากรในห้องประชุมนั่นเอง

 “คุณซาคุโอะ!? ปฏิกิริยาของอันโนะไม่ได้ต่างกับเหล่าผู้คนที่อุทานมาในทิศทางเดียวกันเลย ใช่แล้ว ไม่มีทางผิดไปแน่ วิทยากรคนนั้นกับชายคนนี้คือคนเดียวกันอย่างไม่ต้องสงสัย

 “สวัสดีครับ ผู้อบรมทุกท่าน...” ใบหน้าคมปรากฏขึ้นบนอากาศ นั่นเป็นหนึ่งในนวัตกรรมของยุคนี้ ที่นิยมใช้ ภาพโฮโรแกรม3มิติของซาคุโอะ กำลังเคลื่อนไหวเช่นเดียวกันกับเจ้าตัว ทุกทวงท่านั้นถูกจับจ้องโดยดวงตาของ หลายร้อยชีวิต  อิริยาบถการวางท่ายังคงเป็นเช่นเดิมกับคราวในห้องประชุม แต่ที่เปลี่ยนไปคือ ใบหน้า..

 

 ใบหน้าที่กำลังเหยียดยิ้มราวกับเพชฌฆาตและแว่วเสียงเย็นยะเยือก...

 

 “ดูท่าคงจะรู้สึกตัวครบแล้วนะครับ ถ้างั้นเริ่มเลยละกันเนอะ เพราะเรามีเวลาคุยกันเพียง 1นาทีครึ่งเพราะพวกคุณจะต้องไปต่อ...”

 “นี่คิดจะทำอะไร!!

 “ปล่อยพวกเรากลับไปเดี๋ยวนี้เลย!!

 “บัดซบนี่แก—เหวอ!?

           

           

 ปืน..

 

วัตถุสีเงินวาวถูกจ่อมายังกลุ่มวัยรุ่นที่เริ่มสติแตก และไม่ทันจะครบ20 วินาที ทุกอย่างก็เงียบสงัดลง เหลือเพียงเสียงสะอื้นอย่างหวาดกลัว และเสียงของทะเลเท่านั้น

 “... ว่าง่ายดีนะครับ หึๆ..”

  “...”

 “จงเงียบและฟังให้ดี นักสู้ทั้งหลาย..”

           

นักสู้...งั้นเหรอ?

 

 “ยินดีต้อนรับเข้าสู่สังเวียนเลือด..” ร่างสูงเอ่ยขึ้น “ที่นี่คือเกาะแห่งจุดจบและเริ่มต้น..1นาทีหลังจากนี้พวกคุณจะถูกส่งไปยังสังเวียนเลือดหรือก็คือเกาะมรณะ...ที่นั่นจะมีอุปกรณ์มากมายทั้งอาวุธและอาหารรวมถึงน้ำสะอาดพวกคุณมีเวลา 1 อาทิตย์หรืออาจน้อยกว่านั้นบนเกาะ เห็นเลขที่อยู่ฝั่งซ้ายบนรึเปล่าล่ะ” เสียงยะเยือกและนิ้วเรียวที่ชี้ไปยังลิสแบรนด์สีเงิน ของซาคุโอะทำเอาทุกคนขนลุกซู่

บริเวณซ้ายบนของลิสแบรนด์ ที่จู่ๆก็ฉายโฮโรแกรมขึ้นมา มีคำว่า alive 100 หรือ มีชีวิต 100 คนอยู่ ฉับพลัน ความคิดอกุศลก็แล่นเข้าโสตสมอง

           

คงไม่ใช่อย่างที่คิดใช่ไหม?

 

 

 “ทั้งหมดนั่นคือ คนที่พวกคุณจะต้องฆ่า...”

 

 

 “อะไรนะ!!

“จะบ้าเหรอ!? ให้พวกเราฆ่ากันเอง!?

 “อย่ามาตลกน่า!!

 “ไม่ได้ตลกหรอกครับ..นี่แหละความจริง

 “...”

เสียงเงียบกริบลงพร้อมกัน ราวกับมีดคมที่พุ่งลงกรีดให้คนตรงนั้นขยับกายไปไหนไม่ได้.. ไม่อยากเชื่อสิ่งที่ตัวเองได้ยิน ต่างคนต่างปฏิเสธมันไม่ยอมรับแม้กระทั่งการถูกพามาที่นี่

 “หรือพวกคุณไม่อยากกลับบ้าน?

 !!?

 “อ้าวๆ นี่ผมยังไม่ได้บอกเหรอ การที่คุณมาที่นี่ได้ใช่ว่าจะกลับไม่ได้น่ะ J

 “บ้าน..” ยตสึฮะพึมพำเสียงแผ่ว ริมฝีปากสั่นระริก บริเวณขอบตาเริ่มร้อนผ่าว เมื่อนึกถึงใบหน้าเราผู้คนที่แสนคะนึงหา มือบางถูกกอบกุมด้วยมือของเพื่อนอีกคน ซึ่งเขาเองคงรู้สึกไม่ต่างกันนัก

 “ถูกแล้ว แย่งชิงสิทธิ์ที่จะไปยังแดนชำระบาป เมื่อคุณ ชำระทุกสิ่งอย่างจบลงแล้วพวกคุณจะได้กลับบ้าน และแน่นอนพวกคุณสามารถจับกลุ่มเป็นปาร์ตี้เพื่อสู้ได้ด้วยนะ” ซาคุโอะกล่าวต่อ  เพียงแค่คำๆเดียว กลับเปลี่ยนใจคนได้อย่างทันที แทบจะครึ่งนึงหรือเยอะกว่านั้น สายตาเริ่มดุดันและจิตมืดความปรารถนาอันแรงกล้าของคนตรงนั้นเพิ่มขึ้นทวีคูณ

 

 Complete….

 

  “แค่ฆ่าใช่ไหม..”

"ครับ อ้อ!แล้วก็สำหรับ สิทธิ์พิเศษนะครับ..เผื่อบางคนรีบร้อน...”มือขาวของชายผู้เป็นเหมือนปีศาจในตอนนี้ ผายออกไปยังกลุ่มคนอีกกลุ่มที่อยู่ข้างกายเขา และแน่นอน ใบหน้าของคน 10 คนก็ปรากฏขึ้นบนโฮโลแกรม

 “พวกเขาคือ กลุ่มที่ช่ำชองหรือกลุ่มที่ผ่านประสบการณ์นั้นมาแล้ว...หากคุณสามารถปริดชีพใครคนใดคนหนึ่งในพวกเขาได้..”

 “...”

 “พวกคุณจะสามารถ...ไปยังแดนชำระบาปได้ทันที...”

 “อะไรนะ..”

 “พยายามเข้านะครับ อย่าลืมสิ่งที่ผมพูดในห้องประชุมล่ะ..มันคือความหวังของคุณ”

  “....”

 “ยินดีต้อนรับสู่สังเวียนเลือดนะครับ:) Good luck and be alive

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

15 ความคิดเห็น