[Project W // old Ver] Revolver Choice! ขอโทษค่ะพอดีไม่ใช่พระเอก

ตอนที่ 2 : Before game [1/4]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 94
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    19 ต.ค. 61


BEFORE GAME [1/4]


 

 


            ปังๆ!!!

 

            “และผู้ชนะเลิศในปีนี้ได้แก่! Black ocelot! ครับ!!

            สิ้นเสียงประกาศนามผู้ชนะประจำปี เหล่าผู้คนนับพันที่นั่งชมการแข่งและตั้งใจฟังผลอยู่อย่างใจจดใจจ่อ ต่างพากันลุกปรบมือ พ่วงด้วยเสียงโห่ร้องร่วมแสดงความยินดีดังกึกก้องไปทั่วสนามแข่งขัน

ร่างบอบบางของผู้ชนะก้าวขึ้นแท่นเพื่อรับโล่และเข็มกลัดสีทองที่ถูกเจียระไนอย่างงดงาม เด็กสาวก้มมองโล่เกียรติยศในมือด้วยแววตาเป็นประกาย ในที่สุดความพยายามก็เป็นผลสักที เธอโค้งศีรษะลงและยกโล่ที่ได้รับมาจากผู้ตัดสินขึ้นอย่างภาคภูมิ

เมื่อเสร็จพิธีถ่ายภาพ เหล่านักข่าวและผู้ประกาศตัวเป็นแฟนคลับต่างกรูเข้าไปหาเธอชนิดที่หาจังหวะปลีกออกได้ยาก ไม่ทันไรนัก ไมค์สีดำของหนึ่งในผู้สื่อข่าวก็ยื่นเข้าหา

“ยินดีด้วยนะคะกับชัยชนะที่ได้มา ก่อนอื่นเลยคุณรู้สึกยังไงบ้างคะกับชัยชนะครั้งนี้”นักข่าวสาวพูด

“อาแหะๆ จะว่ายังไงดีล่ะคะ..ก็รู้สึกดีใจแล้วก็ภูมิใจมากค่ะ เป็นเกียรติมากจริงๆที่ได้มายืนตรงนี้”ซึ่งเด็กสาวตอบด้วยท่าทางประหม่าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

“งั้นขออนุญาตนะครับ ในบรรดาผู้แข่งขันทั้งหมด ดูเหมือนว่าคุณจะอายุน้อยที่สุด รู้สึกยังไงครับกับการที่จะต้องแข่งกับผู้คนที่อายุมากกว่า?

“ในฐานะนักแข่งที่อายุน้อยที่สุด ฉันเคารพทุกคนในฐานะรุ่นพี่ค่ะ อันที่จริงการที่ฉันได้มายืนอยู่ตรงนี้ นั่นเพราะได้นักแข่งและผู้มีประสบการณ์หลายท่านแนะนำมา ที่สำคัญการแข่งนี้ไม่ได้มีแค่ฉันที่ชนะ แต่พวกรุ่นพี่ทุกคนเองก็เช่นกัน เพราะทุกคนพยายามและฝึกฝนมัน นั่นคือการทดสอบตนเองอย่างนึงค่ะ”

“โอ้ เยี่ยมไปเลยนะครับ เวลาอยู่ในสนามดูคุณนิ่งมากๆ ไม่ทราบว่ามีเทคนิคอะไรครับ?

“สมาธิค่ะ การฝึกสมาธิบ่อยๆทำให้เราใจเย็นขึ้น”

“การฝึกสมาธิเนี่ยดีจริงๆนะคะ แล้วการแข่งขันหน้าคุณจะเข้าร่วมด้วยรึเปล่าคะ?

“ต้องดูช่วงเวลาน่ะค่ะ”

“อ๋อค่ะ แต่ในตอนนี้มีเสียงมามากมายเหลือเกิน ว่าอยากจะรู้ตัวจริงของคุณ ซึ่งมีตั้งแต่การแข่งขันเมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว ตอนนั้นได้ที่สามสินะคะ ทั้งผู้ชมและผู้สื่อข่าวอย่างเราๆต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวค่ะว่าเยี่ยมจริงๆ และอยากรู้เหลือเกินว่า คุณคือใครกันแน่ จะว่าอะไรไหมคะหากคุณจะช่วยเปิดหน้ากา—”

“หมดเวลาสัมภาษณ์แล้วนะครับ เด็กคนนี้เหนื่อยมากแล้ว ผมขออนุญาตพาเธอไปพักก่อน” แว่วเสียงหนึ่งดังขึ้น

มือหนาของชายวัยรุ่นคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กของเด็กสาว ร่างสูงนั้นออกแรงดึงเพื่อนำให้ร่างบอบบางสูงราว 160เซนกลับไปที่รถ โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยช่วยกันกองทัพสื่อมวลชนเอาไว้

รถเบนซ์สีขาวที่จอดนิ่งอยู่ถูกสตาร์ทเครื่อง และเคลื่อนตัวออกจากอาคารจอดรถมุ่งสู่ถนนด้านนอกไปยังเป้าหมายต่อไป

 

‘Don’t be afraid, I always stay beside you’

 

 “เพลงเก่าสมอายุจริงๆ” เธอผู้เป็นเจ้าของเสียงหวานเอ่ยขึ้น

“อะไร เธอเองก็เด็กกว่าพี่ไม่ถึง10 ปีนะ ยตสึฮะ...”

“คิกๆ” มือบางของเด็กสาวกระตุกสายหน้ากากออก พร้อมๆกับปล่อยผมที่มัดเก็บไว้ในหมวกทรงนักสืบลง ดวงตาสีอำพันเป็นประกายสดใส ใบหน้าสวยหวานสมวัยดูไร้ซึ่งพิษภัย กำลังยิ้มแย้มอย่างภูมิใจในผลงานที่ไม่มีเด็กรุ่นเดียวกันกับเธอทำได้มาก่อน นั่นคือการได้เป็น ‘ เจ้าของแชมป์นักแม่นปืนยอดเยี่ยม ในปีนี้

Black ocelot หรือ ฮารุโทระ ยตสึฮะ ส่งเสียงขำคิก และตามที่นักข่าวว่าไว้ เธอคือผู้เข้าแข่งขันเพียงคนเดียวที่ปกปิดหน้าตา และเป็นผู้ที่อายุน้อยที่สุด ส่วนสาเหตุที่ต้องปิดหน้า นั่นเพราะความต้องการส่วนตัวของเธอเอง

ยตสึฮะคว้าโทรศัพท์มาเปิดเครื่อง แต่ทันทีที่ตัวเครื่องโหลดทุกสิ่งอย่าง เตรียมเซ็ทระบบเรียบร้อย ข้อความไลน์ก็เด้งขึ้นมารัวๆ

 

‘Conglat! My sister! ^_^’

ยินดีด้วยนะลูกคนสวยของแม่^0^’

เอาจนได้นะยตสึ ลูกสาวพ่อเก่งเหมือนใครกันนะ

‘oh! You can do it my friend! เก่งมากค่ะเพื่อน!’

 

“น...นี่ดูกันหมดเลยเหรอ”

“ฮ่าๆ แน่นอนสิ”

“ว่าไปนั่นแหละ พี่สึคุโมะเอง ก็น่าจะลองกับเขาบ้างนะ”

“หึๆ ไม่อยากลงหรอก ขืนลงแข่งรางวัลก็เสร็จหมดน่ะสิ”

“ว้าว...”

“เสร็จคนอื่นหมด อับอายเปล่าๆ...”

“เอิ่ม...”

“อีกอย่างฉันเป็นผู้จัดการเธอแล้วนะ...”

ใบหน้าคมคายของชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้จัดการ เบือนหลบเล็กน้อย ไม่ใช่แค่ยตสึฮะเท่านั้นที่เด็ก ตัวเขาเองก็เป็นผู้จัดการที่อายุน้อยสุดเช่นกัน เพียงแต่จะมีเพื่อนอีกสองสามคนที่อายุไล่ๆ

อิโนฮาระ สึคุโมะ ผู้จัดการหนุ่ม ผู้มีดีกรีของนิสิตจากม.ดัง  ถ้าถามว่าเป็นไงมาไงเขาถึงมาเป็นผู้จัดการให้เด็กน้อยคนนี้  มันไม่ได้มีอะไรซับซ้อนไปมากกว่า การที่ได้ทำงานในวงการเกี่ยวกับการแข่งขันยิงปืน ส่วนที่ว่ามารู้จักกับยตสึฮะ นั่นเพราะบังเอิญเพื่อนซี้ที่สุดของเขาคือพี่ชายของเด็กคนนี้นี่เอง

“มหาลัยเนี่ยดีเนอะ ว่างจริง...”

“ก็ไม่ได้ว่างขนาดนั้น” สึคุโมะกระตุกยิ้มเล็กน้อย “โอ๊ะ! จริงสิ ยตสึฮะอาทิตย์นี้ก็อย่าไปสะดุดพรมโรงแรมล่ะ”

“นี่พี่รู้!?

“หึๆ ไดจิบอกพี่แล้ว ว่าอาทิตย์นี้เธอมีงานดูตัว:) เขายังคงคุยกับยตสึฮะโดยที่สายตานั้นจับจ้องไปที่ถนนด้านหน้า ในขณะที่สึคุโมะยังคงยิ้มอยู่นั้น เสียงบ่นอุบอิบจากคนข้างๆก็เริ่มดังขึ้น

“งั้นรู้แล้วก็ดี...หนูจะได้ไม่เกริ่น” ร่างเล็กเบ้ปาก “พ่อกับแม่ อยู่ๆก็เอาหนูไปหมั้นกับใครก็ไม่รู้ อีกอย่างหนูอายุแค่16 เองนะ ถ้าจะหมั้นทำไมไม่เอาพี่ไดจิไปหมั้นแทนล่ะ บ้าบอที่สุด U-U

“เธอจะเอาพี่ชายเธอไปหมั้นกับผู้ชายไม่ได้หรอกนะยตสึฮะ...”

อาทิตย์ที่กำลังมาถึงคืองานดูตัว ที่พ่อแม่บังเกิดเกล้าจัดสรรให้โดยไม่ไถ่ถามความเห็นเธอเลยสักคำ ยตสึฮะที่เพิ่งจะมารู้เรื่องเมื่อสามวันก่อนถึงขนาดกุมขมับเล็ก  ให้ตายสิน่า พ่อกับแม่นี่นะ นี่มันยุคสมัยไหนกันแล้ว’  บ่นแบบนี้ในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ก็ขืนไม่ได้อยู่ดี...

“ไม่รู้ล่ะไม่อยากไป=-=

“พ่อแม่เธอไม่ได้จะล็อคเธอไว้นี่ แค่ดูตัวแนะนำกันเฉยๆเอง อีกอย่างคุณลุงคุณป้าไม่คลุมถุงชนเธอหรอกน่า”

=-=ไม่อยากไป...”

“เขาอาจจะเป็นคนดีก็ได้..”

No...”

ก็จริงที่ว่าพ่อแม่ไม่ได้บังคับอะไรมากเหมือนในหนังสมัยเก่าที่เอานู่นเอานี่ประกัน ที่สึคุโมะพูดเองก็ถูกเช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้น คนที่เกลียดการกักอิสระและการจัดประเคนในสิ่งที่ไม่ต้องการให้อย่างยตสึฮะ ก็ยังแอบดื้อเงียบและเถียงหัวชนฝาในใจอยู่เสมอ

 

อยู่ๆก็โดนหมั้นกับใครก็ไม่รู้แบบนั้นไม่เอาด้วยหรอก!

 

“อา ให้ตายสิ โอ๊ะจริงด้วย ชิซากิฝาก conglat มา”

“งุ้ย>< ขอบคุณค่า แต่พี่ชิซากิน่าจะเลือกผู้ชายที่ดีกว่าพี่สึคุโมะนะ”

“แหนะ พาลพี่อีก แม่สื่อก็เธอเองไม่ใช่เหรอยัยเด็กแก่แดด...”

“แต่พี่เองไม่ใช่เหรอที่มาขอ ฮ่าๆ”

“พี่จะหย่อนเธอไว้ที่ปั๊ม...”

“หนูก็จะฟ้องพี่ชิซากิ...”

“เออ...” ถึงกับเงียบไป เห็นแบบนี้ แต่ชิซากิที่เป็นแฟนของผู้จัดการหนุ่ม ก็ค่อนข้างรักหวงรุ่นน้องคนนี้มาก ดังนั้นอย่าหาเรื่องอะไรดีกว่า

สึคุโมะเงียบไปชั่วขณะ ใบหน้าคมคายจ้องมองยตสึฮะที่แสยะยิ้มอย่างผู้เหนือกว่า ยัยรุ่นน้องคนนี้ก็เกินคาดชะมัด แสบได้เรื่องจริงๆ  

“เถียงไม่ออกล่ะซี้~ นี่แหละนะ พวกไม่รู้จักความร้ายของเพศแม่”

“ยัยตัวแสบ จำไว้เลย = =

“ไม่จำแบร่ :p

 

 

วันเวลาผ่านไป เช้าวันอาทิตย์ที่ถูกพูดถึงก็มาเยือน เด็กสาวเหยียดแขนขึ้นไล่ความเมื่อยล้า และความสะลืมสะลือหลังตื่นนอนออกไป ร่างบอบบางค่อยๆพาตัวเองไปทำกิจวัตรตอนเช้าตามปกติ จนมาถึงขั้นตอนเลือกชุดที่จะใส่วันนี้

ดวงตากลมจดจ้องไปยังตู้เสื้อผ้าสี่เหลี่ยมด้านหน้า ใช้เวลาอยู่นานสองนาน สุดท้ายก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน

เธอไม่ได้อยากไปงานดูตัววันนี้...

แต่ถ้าไม่ไปจะเสียมารยาทรึเปล่า...

ไหนจะพ่อแม่อีก...

ท้ายที่สุด ก็เลือกที่จะหยิบชุดลำลองมาสวม ใจกะว่าหากพ่อแม่ไม่ได้พูดถึงหรือไม่ได้ว่าอะไรก็จะไม่ไปเด็ดขาด แล้วค่อยไปตามขอโทษเขาอีกที..

เข้าสู่ช่วงยามสาย ไม่รู้เมื่อไหร่ที่เผลอฟุบหลับไปอีกรอบ ยตสึฮะปรือตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงประตูที่เปิดออกมาช้าๆ

“นี่พี่ยังไม่แต่งตัวอีกหรอ!?

“อายูมิ..อือ เด็กๆ” ใบหน้ากลมถูกลำตัวนุ่มของลูกแมวทั้งสองสัมผัส ยูสึและยูฮะผงกหัวขึ้นมองยตสึฮะก่อนจะร้องครางเสียงแผ่ว ดวงตากลมเล็กจ้องมองเด็กสาวด้วยสายตาเป็นประกายอ้อน

“งุ้ย ลูกแม่น่ารักที่สุด>3<

“เมี๊ยวว”

“เฮ้! ป๊ากับม๊ารออยู่!” ไม่นานนักเสียงจากสาวผมแดงที่ยืนคาตรงประตูห้องก็ดังอีกครั้ง

“เชอะ...ไปก็ได้”

ไม่อยากขัดขืน หรือเสี่ยงอยู่ให้โดนดุแน่นอน เด็กสาวเลือกชุดที่เตรียมไว้เมื่อคืนก่อนจะทำผมให้เรียบร้อย และรีบวิ่งออกจากห้องสี่เหลี่ยมอย่างรวดเร็ว โดยไม่ลืมที่จะจูบสองแมวน้อย และโบกมือให้สาวผมแดงหรือก็คือน้องตัวแสบที่มาตามเมื่อครู่

“ไม่ว่าจะเป็นใครก็ไม่เอาด้วยทั้งนั้นแหละ...” เด็กสาวพูดย้ำอีกครั้งก่อนจะก้าวขึ้นรถไป

 

 

 

 

 

“ยตสึฮะ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิลูก” ผู้เป็นแม่ถึงขนาดกุมขมับ เมื่อเห็นใบหน้ากลมของลูกสาวกำลังแสดงความหงุดหงิดออกมาชัดเจน ซึ่งปกติแล้วเวลามาธุระด้วยกัน เจ้าตัวมักจะยิ้มแย้มและแสดงกิริยานอบน้อมเสมอ แต่นี่มันอะไรกัน หน้าบึ้งอย่างกับโดนข่มเหงจิตใจให้มา...

หรือมันน่าจะเป็นเพราะแบบนั้นรึเปล่านะ...

“ยตสึฮะ พ่อว่าลูก...”

“ไม่ต้องพูดอะไรหรอกค่ะพ่อ เดี๋ยวหนูก็อารมณ์ดีเอง...”

ถึงจะพูดงั้นแต่ก็ยังไม่วายเบ้ปากอย่างหงุดหงิด

แอ๊ด...

ในตอนนั้นเอง ที่ประตูบานใหญ่ค่อยๆเปิดออก เผยร่างของใครบางคนขึ้น

ชายในชุดสูททางการกำลังประคองร่างของชายวัยกลางคนอีกคนนึงอยู่ สีหน้าของชายทั้งสองนั้นไม่สู้ดีนัก โดยเฉพาะชายวัยกลางคนที่ดูอิดโรยและไร้เรี่ยวแรง ดวงตาทั้งสองข้างดูบวมเหมือนกับคนที่เพิ่งหลั่งน้ำตามา เมื่อเห็นชายทั้งสองคน ผู้เป็นพ่อก็ลุกขึ้นยืน และรีบตรงไปหาทันที

“นาโอกิ” ทาคุยะ หรือพ่อของยตสึฮะเอ่ยเรียกขึ้น เมื่อได้ยินชื่อนั้น เด็กสาวก็รู้ทันที ว่าชายวัยกลางคนที่อยู่ในสภาพอิดโรยนี้ คือเพื่อนร่วมคณะที่เป็นเพื่อนสนิทของพ่อ และยังเป็นรุ่นพี่ของแม่ด้วย แต่ทำไมคนๆนี้ถึงได้มาที่นี่? หรือว่าจะเป็นพ่อของฝ่ายชาย? ว่าแต่ทำไมถึงดูอ่อนแรงแบบนั้น?  “เกิดอะไรขึ้น...แล้ว—เฮ้ย!!?

!!?

“ว้าย! รุ่นพี่!

มิยูริ ผู้เป็นแม่ร้องเสียงหลง เมื่ออยู่ดีๆร่างนาโอกิทรุดลงกับพื้น สร้างความตกใจให้กับทุกคนที่อยู่ตรงนั้น ยตสึฮะเองก็เช่นกัน ดวงตากลมเบิกโผลง สองแม่ลูกที่นั่งอยู่เมื่อครู่ลุกขึ้นยืน พร้อมกับตรงรี่เข้าไปหา

“นาโอกิ! ไหวรึเปล่า เกิดอะไรขึ้นเนี่ย แล้วทำไมอยู่ในสภาพแบบนี้?!

“อึก ฮึก...ท ทาคุ—”

ไม่ทันที่จะเอ่ยตอบคำถามนั้น ชายวัยกลางคนก็ปล่อยเสียงร้องโฮ พร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินออกมาไม่ขาดสาย นาโอกิทรุดลงราวคนใจจะขาด เสียงร้องที่ดังออกมาอย่างทุกข์ระทมนั้น บ่งบอกถึงบางสิ่งที่ถ้าไม่ใช่ตัวนาโอกิเองก็คงไม่มีใครเข้าใจ ไม่ทันที่จะได้เอ่ยถามต่อ ชายในชุดสูทที่อยู่ข้างๆก็เอ่ยขึ้นมา และในแววตาของชายสวมสูทนั้น กำลังสกัดน้ำตาไว้เช่นกัน

“คุณชายน้อย...” ไม่อาจสกัดกั้นได้อีกแล้ว น้ำตาที่ไหลรินเป็นสาย

“คุณชายน้อย? คุณชายน้อยเป็นอะไร!? เกิดอะไรขึ้นครับ! คุณฮัทซัน!?”หนึ่งในบอร์ดี้การ์ดเอ่ยถาม

“คุณชายน้อย..ฮึก..ประสบอุบัติเหตุ...”

 

!!!???

 

เสียงแหบพร่าที่ดังขึ้นและถ้อยคำนั้นทำให้ทุกคนหยุดชะงัก ราวกับการลงทัณฑ์จากสวรรค์ ทุกสายตาไหววูบไป ในห้องตกลงสู่ความเงียบ มีเพียงแค่เสียงร่ำไห้ราวจะขาดใจของนาโอกิเท่านั้น

“แล้วตอนนี้คุณชายอยู่ไหน?”บอร์ดี้การ์ดอีกคนเอ่ยถาม

“...คุณชาย..น้อย”

...

 

...

 

 

...

 

 

“....”

 

 

 

 

“เสียชีวิตแล้วครับ......”

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

15 ความคิดเห็น