THE ENEMY LOVERS อริร้ายแสนรัก (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 10,146 Views

  • 65 Comments

  • 175 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    732

    Overall
    10,146

ตอนที่ 6 : ๐๒_คุณชายใหญ่ 70%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 342
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    27 พ.ค. 62




๐๒ : คุณชายใหญ่





Dining Room of 1920s Spanish Colonial Mission style home



...



"ทานข้าวก่อนสิ ชายใหญ่" เสียงทักจากคนเป็นแม่เรียกให้เจ้าของชื่อที่กำลังเดินตรงลิ่วเพื่อไปขึ้นรถที่จอดรอท่าไว้ที่หน้าประตูวังให้หันมาสนใจ ร่างสูงสง่าเดินเข้าไปหาแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ตรงกันข้าม

"ขอโทษนะครับวันนี้คงไม่ได้ทานมื้อเช้าด้วย ผมสายแล้ว" 

"เมื่อคืนนอนดึกเหรอชายใหญ่"

"ก็ทำนองนั้นครับ" 

"พักผ่อนบ้างนะ หญิงฟ้า ก็อาการไม่ดีไปคนหนึ่งแล้ว ชายใหญ่ก็อย่าเป็นอะไรไปเลยนะ" หม่อมแขไขเอ่ยเสียงกังวลท่านเป็นห่วงลูก ๆ สุดหัวใจ คุณชายใหญ่ใจอ่อนยวบ 

"หม่อมแม่ไม่ต้องกังวล ผมจะดูแลตัวเองแล้วก็น้องให้ดีที่สุด"

"ชายใหญ่วันนี้พ่อไม่เข้าบริษัทนะ ช่วงนี้ก็อาจจะไม่เข้า ฝากจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยด้วย" สุรเสียงนุ่มทุ้มดังมาจากคนเป็นพ่อที่ประทับอยู่ตรงหัวโต๊ะ ท่านชายทรงกำลังยกพระสุธารสชาขึ้นจิบอย่างผ่อนคลาย แต่กระนั้นในแววเนตรกับมีความวิตกกังวลซ่อนอยู่

"ได้กระหม่อม"

"ช่วงนี้น้องอาการไม่ค่อยดีพ่อไม่สบายใจ อยากอยู่ดูน้อง" ตรัสถึงลูกสาวเพียงคนเดียวด้วยความกังวล ทุกคนหน้าเครียดตาม 

"ท่านพ่อโปรดวางพระทัยได้ หม่อมจะดูแลทุกอย่างให้เรียบร้อยเอง" คำมั่นของลูกชายคลายความไม่สบายพระทัยของท่านชายได้เปลาะหนึ่ง อย่างน้อยงานในบริษัทก็จะไม่มีปัญหาอะไร ท่านทรงเชื่อมั่นในตัวลูกชายว่าจะสามารถจัดการทุกอย่างได้อย่างเรียบร้อย

"จริง ๆ แล้ว พ่อตัดสินใจได้สักพักแล้วว่า จะวางมือเร็ว ๆ นี้" ทันทีที่ประโยคนี้หลุดจากโอษฐ์ทั้งภรรยาและลูกชายต่างตกใจไม่น้อย

"ตัดสินพระทัยดีแล้วหรือเพคะท่าน" ผู้เป็นหม่อมเอ่ยถาม

"ผมตัดสินใจดีแล้ว ผมอยากกลับมาให้เวลากับครอบครัว บางทีผมก็คิดนะว่าที่หญิงฟ้าเป็นแบบนี้เพราะเราเลี้ยงดูเธอไม่ดีพอ" ท่านชายตัดสินพระทัยเอ่ยความคิดที่ติดอยู่ในพระทัยมาเนิ่นนานออกมา

"อย่าทรงโทษองค์เองอย่างนั้นสิเพคะ ถ้าจะผิดก็ผิดที่เราทั้งหมดทุกคน" ฝ่ามือนุ่มยกขึ้นไปกุมมือของสวามีก่อนจะบีบกระชับไว้

"ไม่ใช่ความผิดใครทั้งนั้นกระหม่อม เป็นความผิดของหมอนั่นต่างหาก ตั้งแต่ที่ทิ้งหญิงฟ้าไป จนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นความผิดของมัน" คุณชายใหญ่เอ่ยขัดขึ้นเสียงกร้าว แววตาคมเรียวฉายแววโกรธขึ้งและเจ็บแค้น

นอกจากปฐพี ธนกิจโภคิณจะสร้างความเจ็บปวดให้น้องสาวแล้วยังลามมาถึงครอบครัวของเขาอีก มันเป็นเจ้ากรรมนายเวรของเราหรือยังไงกันนะ ถึงได้ตามจองล้างจองผลาญพวกเราไม่เลิกสักที คนเป็นพ่อแม่มองเห็นความคับแค้นในแววตาลูกชายแล้วก็ทำได้เพียงแค่ถอนใจ ไม่สบายใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้

"ใจเย็นเถอะนะชายใหญ่ พ่อว่าลูกไปทำงานได้แล้วจะสายแล้วไม่ใช่เหรอ" ท่านชายตรัสขึ้นเรียกสติคนเป็นลูกให้กลับมา

"งั้นพบกันในตอนเย็นกระหม่อม" ลุกขึ้นโค้งหัวให้ผู้ให้กำเนิด แล้วหันหลังเดินออกไปตามด้วยเสียงรถยนต์สมรรถนะสูงแล่นออกจากวังไป









"ออกไปป้า! ที่นี่ไม่มีลูกป้าหรอกนะ! เอาหลานป้าออกไปด้วยที่นี่ห้ามเด็กเข้า" เสียงเอ็ดตะโรดังลอดเข้ามาในหูทันทีที่ก้าวออกมาจากรถ คิ้วเข้มขมวดแน่น เดินไปตามที่มาของเสียงก่อนจะพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัทกับหญิงสูงอายุคนหนึ่งกำลังโต้เถียงอะไรกันบางอย่าง 

แต่สิ่งที่ทำให้คุณชายใหญ่ไม่พอใจคือเจ้าหน้าที่คนนั้นผลักหญิงคนดังกล่าวออกจนล้มลงกับพื้นพร้อมเสียงร้องไห้จ้าของเด็กน้อยที่ยืนอยู่ข้างกัน

"ทำอะไรกันน่ะ!" เสียงเข้มดังขึ้นมา พนักงานที่ต่างพากันลอบมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างห่าง ๆ ต่างพากันตกใจก่อนจะแตกฮือแยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง

"ทะ ท่านรอง คือว่าป้าคนนี้พยายามเข้ามาในบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต บอกว่าจะมาหาลูกชาย แต่ผมกลัวเป็นมิชฉาชีพเลยไม่ให้เข้า" เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเป็นคนเอ่ยเล่า

"คุณป้าลุกขึ้นก่อนนะครับ" คุณชายใหญ่ไม่สนใจหันไปช่วยพยุงหญิงสูงอายุให้ลุกขึ้นก่อนจะหันไปปลอบเด็กน้อยที่กำลังร้องไห้โยเย "ไม่ร้องนะครับ"

"เอ่อ...ท่านรองครับ..." 

"พูดคุยกันดี ๆ ก็ได้ไม่เห็นต้องใช้กำลังเลย" 

"ขะ ขอโทษครับ แต่ว่า..." 

"คุณป้ามาหาใครหรือครับ" เสียงสุภาพเอ่ยถามหญิงข้างกายเมินข้อแก้ตัวของเจ้าหน้าที่

"ป้ามาหาลูกชาย มันไม่ได้กลับบ้านนานแล้ว ลูกมันคิดถึงเอาแต่ร้องไห้หา ป้าเลยต้องหอบหลานมา อยากเห็นว่ามันเป็นยังไงบ้าง" หญิงสูงวัยเอ่ยเสียงเครืออย่างน่าสงสาร คุณชายใหญ่พยักหน้าเข้าใจ

"ลูกชายคุณยายชื่ออะไรนามสกุลอะไรหรือครับ ผมจะช่วยตามหาให้"

"นิกร มันชื่อนิกร ดอกแก้ว คุณจะช่วยป้าจริง ๆ นะ" เอ่ยเสียงตื่นเต้นมือเหี่ยวย่นจับหมับไปที่มือของคุณชายชายหนุ่มอย่างมีความหวัง

"จริงครับ คุณป้าเข้าไปนั่งรอด้านในก่อนดีกว่าครับ ตรงนี้แดดร้อนเดี๋ยวน้องจะไม่สบาย" ว่าจับแขนข้างหนึ่งของหญิงสูงวัยให้เดินเข้าไปรอด้านใน อีกข้างก็คว้าตัวเอาเด็กชายตัวน้อยขึ้นมาอุ้มโดยไม่รังเกียจ ก่อนเดินไปก็ไม่วายหันมาเอ่ยเตือนพนักงานที่ก่อนหน้านี้กลายเป็นอากาศ "คราวหลังอย่าทำแบบนี้อีก มีอะไรให้พูดกันดี ๆ เข้าใจไหม"

"ครับ!" 






"คุณป้ากับน้องรอตรงนี้ก่อนนะครับเดี๋ยวผมจะไปตามหาลูกชายให้" ว่าแล้วก็หันหลังเดินไปที่เคาห์เตอร์ประชาสัมพันธ์ที่มีพนักงานสาวยืนประจำอยู่ "ประกาศหาคนชื่อนิกร ดอกแก้วให้ผมหน่อย แล้วหาน้ำหาของว่างไปให้คุณป้ากับเด็กด้วย รบกวนด้วยนะครับ"

"ค่ะท่านรอง"

เดินกลับไปที่โซฟารับแขก ก่อนจะนั่งลงที่โซฟาตรงกันข้ามย่าหลานที่กำลังมองไปทั่วสถานที่ที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ด้วยความประหม่า

ตึกระฟ้าแห่งนี้เป็นตึกหลักของวิชชากรกรุ๊ป ใหญ่โตสมกับการเป็นผู้นำด้านการโรงแรมและห้างสรรพสินค้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจของประเทศไทย สูงตระหง่านโดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งของราชสกุลวิชชากร 

"คุณป้ารอสักครู่นะครับ ผมให้พนักงานประกาศหาเขาแล้ว อีกไม่นานเขาคงมา"

"ขอบคุณพ่อหนุ่มจริง ๆ นะ ถ้าไม่ได้พ่อหนุ่มวันนี้ป้ากับเจ้าเด่นก็ไม่รู้จะทำยังไง" หญิงสูงวัยหันมาขอบคุณพลางลูบไปที่ศีรษะของหลานชายด้วยแววตาสงสาร ไม่ช้าน้ำเปล่าน้ำหวานและของว่างก็ถูกนำมาวางตรงหน้า

"ไม่เป็นไรเลยครับ คุณป้ากับน้องทานของว่างก่อนนะครับ"

"อ่า ขอบคุณพ่อหนุ่มอีกครั้งนะ"

"งั้นผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ ถ้ามีปัญหาอะไรคุณป้าแจ้งไปที่พนักงานที่ยืนอยู่ตรงนั้นว่าขอพบผมนะครับ แล้วผมจะลงมาหา ขอตัวก่อนนะครับ" ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินแยกไปขึ้นลิฟท์เพื่อขึ้นไปยังห้องทำงาน










เห้อ...

"มีเรื่องแต่เช้า" คุณชายใหญ่ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้นวมหลังโต๊ะทำงาน มือกรึงไปที่ขมับ พักนี้ดูจะมีเรื่องพุ่งตรงเข้ามาหาเขาอย่างไม่หยุดไม่หย่อน ทั้งเรื่องงาน เรื่องที่วังและเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ทั่วไป


ก๊อก ๆ...


เสียงเคาะประตูดังขึ้นทันทีที่หย่อนก้นลงนั่งยังไม่ถึงหนึ่งนาที เจ้าของห้องถึงกับกรอกตา บางทีเลขาของเขาก็ทำงานดีเกินไปมาถึงยังไม่ทันได้พักให้หายเหนื่อยก็เอางานมาให้เสียแล้ว

"เข้ามา"

"ขออนุญาตครับ นี่เอกสารที่ต้องเซ็นต์ของวันนี้ครับ แล้วก็ตารางงานคุณชายวันนี้มี..." ตารางงานยาวเหยียดชนิดที่ว่าแทบไม่ได้พักหายใจถูกร่ายยาวออกจากปากเลขาหนุ่ม คนเป็นเจ้านายรับฟังอย่างนิ่งสงบทั้งที่ในใจอยากจะถอนหายใจแล้วกรอกตาให้สมกับความเหนื่อยหน่ายที่มี "แล้วก็นี่บัญชีรายจ่ายที่คุณชายขอไว้ครับ" 

คุณชายใหญ่ยื่นมือไปรับแฟ้มที่ถูกส่งมา ถึงตอนนี้หน้านิ่ง ๆ ก็พลันเครียดขึ้นมา

"ขอบคุณ" เอ่ยสั้น ๆ ก่อนจะก้มหน้าสนใจเอกสารในมือเป็นสัญญาณที่ให้คนเป็นเลขารู้ว่าต้องออกไปได้แล้ว


คุณชายใหญ่นั่งอ่านเอกสารบัญชีรายจ่ายของปีที่แล้วอย่างเคร่งเครียด ก่อนหน้านี้เขาพบว่ามีตัวเลขที่น่าสงสัยอยู่ชุดหนึ่งในปีก่อนหน้า แต่ก็ไม่ได้สนใจมากมายอะไรเพราะตอนนั้นกำลังยุ่งวุ่นวายกับธุรกิจในเครืออีกแห่งหนึ่งที่มีการฉ้อโกงกันในหมู่ผู้บริหาร แต่แก้ปัญหาทางนั้นเสร็จไม่ทันไร ปัญหาใหม่ก็เข้ามาอีก

และชุดตัวเลขในบัญชีรายจ่ายของปีที่แล้วนี้มีปัญหาอีกแล้ว มีรายจ่ายเกินจริงและไม่สมเหตุสมผลในหลายจุด คุณชายใหญ่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เห็นทีต้องเรียกดูบัญชีย้อนหลังหลายปีเสียแล้ว คิ้วเรียวขมวดแน่นด้วยความเคร่งเครียด 













"อ้าว ชายใหญ่กลับมาแล้วเหรอ" เสียงทักพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นของคนเป็นแม่ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังเดินเข้ามาในบ้านในสภาพแทบหมดแรงต้องยืดตัวขึ้นพลางยิ้มรับเมื่อทุกคนหันหน้ามาทางเขา

"รอผมอยู่หรือเปล่าครับ" 

"รอแปบเดียวเอง" คุณชายใหญ่หน้าขรึมลง เขาไม่ค่อยพอใจนักที่ครอบครัวต้องมารอตัวเอง ช่วงนี้เขาต้องทำงานหนักทั้งบริหารงานทั่วไป รวมถึงต้องแก้ปัญหาเรื่องทุจริตในองค์กร เขาจึงกลับบ้านช้ากว่าปกติ แต่คนในวังก็มักจะรอเขาทุกครั้ง ทั้งที่เขาบอกให้ทานอาหารเย็นก่อนได้เลยแต่ทุกคนก็ดูเหมือนจะไม่ฟัง

"วันหลังไม่เอาแล้วนะครับ" พูดแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแค่คนเป็นพ่อแม่รวมถึงน้องสาวก็ยังคงรอเขาเสมอ เพราะเวลาทานอาหารเย็นเป็นเวลาที่ทุกคนจะอยู่ด้วยกันแล้วเล่าเรื่องของตัวเองให้กันและกันฟัง

"ไม่ต้องพูดแล้วพี่ชายใหญ่ ไปกินข้าวกันเถอะ" น้องสาวที่วันนี้ดูเหมือนจะอาการดีขึ้นเดินเข้ามาคว้าแขนของพี่ชายแล้วเดินตามคนเป็นพ่อแม่ไปที่ห้องอาหาร







หลังจากมื้อเย็นจบลงทุกคนแยกย้ายไปพักผ่อนส่วนตัว แต่คุณชายใหญ่กลับถูกเรียกให้ไปพบคนเป็นพ่อที่ห้องทำงาน ทำให้คุณชายหนุ่มรู้ได้ในทันทีว่าท่านพ่อต้องทรงทราบเรื่องอะไรบางอย่างที่บริษัทแล้วแน่ 

"ท่านพ่อเรียกหม่อมให้เฝ้า มีเรื่องอะไรหรือกระหม่อม" 

"นั่งก่อนสิชายใหญ่" ชายหนุ่มนั่งลงสบตาพ่อที่ในตอนนี้มีแววเคร่งเครียด

"ท่านพ่อ..."

"พ่อรู้เรื่องที่บริษัทแล้วนะ" คุณชายหนุ่มถอนหายใจ คิดไว้แล้วเชียวว่าต้องเป็นเรื่องนี้ สุดท้ายแล้วเรื่องก็ไม่พ้นพระเนตรพระกรรณของท่านพ่อสินะ

"ท่านพ่อไม่ต้องทรงเป็นห่วง หม่อมจัดการได้" น้ำเสียงมั่นใจถูกเอ่ยออกมา แม้จะได้ยินดังนั้น แต่ท่านชายก็ยังไม่ทรงคลายพระทัย

"ทุจริตคราวก่อนลูกจัดการได้ดีมาก คราวนี้อย่าประมาท พ่อมีลางสังหรณ์ว่าเรื่องจะไม่จบง่าย ๆ" ลางสังหรณ์แม้จะเป็นสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้และดูงมงาย แต่สำหรับหม่อมเจ้าสุริยันรังสี วิชชากรแล้ว ลางสังหรณ์ของท่านไม่เคยพลาด ไม่เช่นนั้นแล้วเจ้าเช่นท่านจะกลายมาเป็นเสือแห่งวงการธุรกิจได้อย่างไรถ้าไม่ได้มีสายตาที่แหลมคมและมองการณ์ไกล ซึ่งนั่นทำให้คนเป็นลูกต้องนิ่งฟังอย่างตั้งใจ...










"จำคำของพ่อไว้ อย่าประมาท" 

"หม่อมจะจำไว้ ท่านพ่อโปรดวางพระทัย" 

กล่าวเสร็จก็เดินหันหลังออกจากห้องทำงานของผู้เป็นพ่อ ตรงไปที่ห้องทำงานของตนเอง มองกองเอกสารเป็นตั้งที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน พลันถอยหายใจอย่างปลงตก ไม่ว่ายังไงก็ต้องทำสินะ




วังวิชชากรในยามค่ำคืนเงียบสงบ เนื่องจากทุกคนเข้านอนกันหมดแล้ว ไฟทุกห้องดับสนิท เหลือเพียงแสงไฟที่ลอดออกมาจากห้องทำงานของคุณชายคนโตของวังเท่านั้นที่ยังคงเปิดอยู่ ราตรีนี้หลายคนคงจะกำลังพักผ่อน แต่สำหรับชายหนุ่มในวัยสามสิบสองเขายังคงทำงาน ปัญหากำลังรอคอยให้เขาเข้าไปแก้ไขอยู่...


70%

tbc.

___________________________________

Talk

นี่คนหรือเทพบุตร ดีอะไรปานนั้น















 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

0 ความคิดเห็น