THE ENEMY LOVERS อริร้ายแสนรัก (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 10,238 Views

  • 68 Comments

  • 174 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    824

    Overall
    10,238

ตอนที่ 50 : ๑๙_เมื่อความสัมพันธ์ถูกแทรกกลาง 80%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 355
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    29 พ.ค. 62



๑๙ : เมื่อความสัมพันธ์ถูกแทรกกลาง










...





"ถ้าอิ่มแล้วก็พอ" เสียงทุ้มเอ่ยทะลุขึ้นกลางปล้องเรียกให้ทุกคนต้องหันไปมองคนพูด

"คะ?" 

ตาเรียวดุมองไปที่คุณหนูใหญ่ มือบางที่กำลังถือช้อนไว้ชะงักค้างกลางอากาศ คิ้่วเรียวเลิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อถูกจ้องมองมา

มือบางลดช้อนลงก่อนจะเอ่ยถาม "พูดกับฉันเหรอ" 

"ถ้าอิ่มแล้วก็พอ" พรูลมหายใจเล็กน้อยก่อนจะพูดย้ำอีกครั้งเมื่อหญิงสาวดูท่าจะไม่เข้าใจ

"หนูน้ำอิ่มแล้วหรือคะ" หม่อมแขไขเอ่ยขึ้นหลังจากสังเกตลูกชายและหญิงสาวมาสักพัก

"เอ่อ...อันที่จริงก็รู้สึกอิ่มนิด ๆ" ส่งรอยยิ้มเจื่อนให้พร้อมกับมือที่ยกขึ้นมาจีบเพื่อบ่งบอกถึงความนิด ๆ ที่ว่า

"ทานไปนิดเดียวเอง ไม่ถูกปากจริง ๆ ด้วยสินะ"

"นั่นสิ ไม่ถูกปากเหรอ" ท่านชายเอ่ยขึ้นบ้าง

"ก็ไม่เชิงหรอกค่ะ มันอร่อยมาก แต่หนูไม่ค่อยหิว" 

"กินยังกับแมวดมถึงได้ผอมเป็นไม้เสียบผี" ตากลมค้อนขวับไปที่คนพูด

"ไม่ใช่เรื่องของคุณ" ตาเรียววาววับอย่างไม่พอใจ

"อย่ามาพูดแบบนี้กับผมนะ" เอ่ยเสียงต่ำพร้อมส่งสายตาดุให้

"..." ตากลมจ้องเขม็งสู้ตาเรียวอย่างไม่เกรงกลัว

"ชายใหญ่" 

"ครับ"

ครืด...

เสียงเลื่อนเก้าอี้ตามด้วยร่างบางที่ลุกขึ้นยืน 

"หนูขอตัวก่อนนะคะ ขอโทษที่เสียมารยาท" ยกมือขึ้นไหว้ขอลุแก่โทษไปที่ประมุขของวังกับภรรยา ก่อนจะก้มหัวให้แขกสาวอีกคนที่มองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ "ขอโทษคุณศิด้วยนะคะ"

ร่างบางเดินลับหายไปยังส่วนท้ายของวังโดยมีสายตาของเจ้าของวังมองตามไปด้วยความเป็นห่วงก่อนจะหันมามองลูกชายด้วยสายตาคล้ายตำหนิ ในขณะที่เจ้าตัวเองก็พรูลมหายใจด้วยความหงุดหงิดไม่แพ้กัน

เราทะเลาะกันอีกแล้ว...











เราทะเลาะกันอีกแล้ว...

คุณหนูใหญ่พรูลมหายใจอย่างเบื่อหน่าย ดีกันยังไม่ทันครบยี่สิบสี่ชั่วโมงก็กลับมาทะเลาะกันอีกแล้ว 

"นี่แหนะ ๆ" มือบางยกขึ้นตีปากตัวเองที่เผลอหลุดพูดจาหาเรื่องเขาก่อนจะหยุดแล้วนั่งไหล่ตกอย่างหงอยเหงา สวนดอกไม้สวยตรงหน้าที่เธอชื่นชอบนักหนาก็ไม่อาจเยียวยาอารมณ์ของเธอได้ในตอนนี้ แถมยังไม่มีไอติมรสสตรอเบอรี่ของร้าน Sweetery ของโปรดอีก

"คุณหนูน้ำขา" เสียงใสของสาวน้อยพุดจีบดังขึ้นข้างหลังให้ร่างบางต้องหันไปมอง ใบหน้าน่ารักบิดเบี้ยว ริมฝีปากจิ้มลิ้มเบะออกมาจนดูน่าสงสาร

"พุดจีบ"

"เกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมถึงทำหน้าแบบนั้น" คนถูกถามพรูลมหายใจอีกคราก่อนจะยกมือขึ้นปัดราวกับจะบอกว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร

"คุณชายใหญ่เหรอคะ" พุดจีบเดาได้ถูกเผง คุณหนูใหญ่ยิ่งเบ้หน้าทำหน้าเล็กหน้าน้อยจนสาวน้อยต้องลอบยิ้มด้วยความเอ็นดู

"พุดจีบรู้ได้ยังไง"

"ไม่ยากหรอกค่ะ เมื่อกี้พุดจีบเอาของหวานออกไปเสิร์ฟมา คุณชายใหญ่งี้หน้าบูดเป็นตูดลิงเลยค่ะ" ไม่พอยังเลียนแบบสีหน้าของเจ้านายหนุ่มจนคุณหนูใหญ่หลุดหัวเราะ

"ตูดลิงอะไรกัน หน้าเกลียดน่าพุดจีบ"

"ก็จริงนี่คะ พุดจีบว่าคุณชายใหญ่คงตามคุณหนูน้ำออกมาถ้าไม่ติดว่าต้องคอยอยู่กับคุณศิ" 

"ถึงไม่มีคุณศิคุณชายเขาก็ไม่ตามฉันหรอก ไม่สำคัญอะไรขนาดนั้น" พูดจบก็ทำหน้าหงอยจนคนมองสงสาร ส่วนเจ้าตัวก็ก้มหน้าลงมองปลายเท้าที่เขี่ยไปมาบนพื้น  

"คุณหนูน้ำขา"

"หืมว่าไง" ขานรับโดยไม่เงยหน้าขึ้นมา 

"คุณหนูน้ำมีอะไรอยากพูดไหมคะ บอกพุดจีบได้ ถึงพุดจีบจะเด็กแต่ก็เป็นผู้รับฟังที่ดีได้ และถึงแม้จะเป็นคนของวังวิชชากรแต่พุดจีบก็จะไม่บอกใคร"

"พูดอะไรของพุดจีบ ฉันน่ะเหรออยากจะพูดอะไร" ยิ้มกลบเกลื่อนความรู้สึก 

"พี่พุดกรองพูดบ่อย ๆ ว่าพุดจีบเป็นเด็กฉลาด" สาวน้อยเอ่ยถึงพี่สาวในใส้ที่โตกว่า และตอนนี้กำลังเรียนอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย

"ฉันเห็นด้วยกับพุดกรอง พุดจีบเป็นเด็กฉลาด" ใบหน้าน่ารักพยักหน้าเห็นด้วย

"นั่นน่ะสิคะ แล้วอาการแค่นี้ทำไมพุดจีบจะดูไม่ออก" พุดจีบหยุดพูดก่อนจะมองหน้าแขกคนโปรด "คุณหนูน้ำกำลัง 'น้อยใจ' ใช่ไหมล่ะคะ"

"..." คุณหนูใหญ่นิ่งไป ดูเหมือนว่าคนอื่น ๆ จะเข้าใจเธอมากกว่าเธอเข้าใจตัวเองเสียอีก  

ใช่ เธอไม่พอใจที่เขาตำหนิเธอต่อหน้าศศิธร ถ้าอาการแบบนี้เรียกว่าน้อยใจ เธอก็คงน้อยใจเขาจริง ๆ

"อ่า...เงียบไปเลย" 

"นี่พุดจีบ"

"คะ?"

"คุณชายใหญ่ของพุดจีบน่ะ เป็นคนยังไงกันแน่" เสียงหวานหลุดถามออกมา ตากลมมองไปที่แปลงดอกกุหลาบด้านหน้าอย่างเหม่อลอย 

"อ่า...หมายความว่ายังไงเหรอคะ"

"บางครั้งเขาก็อบอุ่น ใจดี แต่บางครั้งเขาก็ใจร้ายจนอยากจะเกลียดไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด" 

"แล้วคุณหนูน้ำเกลียดหรือเปล่าคะ"

"ไม่เคย แค่โกรธแต่ไม่เคยเกลียด"

พุดจีบมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่สงสารอย่างบอกไม่ถูก ดูท่าเธอจะสับสนอยู่ไม่น้อยว่าตัวเองกำลังรู้สึกอย่างไรกันแน่ 

"คุณชายใหญ่ที่พุดจีบรู้จัก ก็ใจดีและอบอุ่นอย่างที่คุณหนูน้ำบอก บางครั้งก็เงียบขรึม แต่ไม่ใช่ใจร้ายแน่นอน พุดจีบเอาหัวเป็นประกัน" เงียบไปชั่วครู่ก่อนลอบมองปฏิกิริยาของคุณหนูใหญ่ "พุดจีบน่ะ เคยรีดเสื้อของคุณชายไหม้จนเป็นรูแต่คุณชายไม่ว่าพุดจีบสักแอะ"

"เหรอ เขาใจดีกับทุกคนแต่ทำไมถึงใจร้ายกับฉันนักล่ะพุดจีบ" 

"อ่า..."

"เพราะเขาเกลียดฉันเหรอ" นี่เป็นสาเหตุแรกที่ผุดขึ้นในสมอง 

ไปกันใหญ่แล้ว... 

พุดจีบแทบจะกุมขมับ อะไรทำให้คุณหนูน้ำคิดแบบนี้กัน ก่อนจะต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อเหลือบไปเห็นใครบางคนยืนอยู่ด้านหลัง สายตาเรียวคมมองเธอนิ่ง สาวน้อยลุกขึ้นก่อนจะค้อมตัวเดินออกไปเงียบ ๆ




"พุดจะ..." คุณหนูใหญ่ชะงักเมื่อเห็นว่าสาวน้อยวัยสิบสี่ที่นั่งเจื้อยแจ้วอยู่ข้าง ๆ บัดนี้หายไปเสียแล้ว พลันได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ อันคุ้นเคยลอยมาแตะจมูก 

มาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน...

ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็ไม่พูดอะไรออกไปทำเพียงแค่นั่งเงียบ ไม่รู้ว่าเขาได้ยินอะไรไปบ้าง  แค่คิดถึงตอนที่บอกว่าไม่เคยเกลียดก็เขินอายจนอยากจะเอาหน้ามุดดิน

ร่างสูงเดินอ้อมมาทรุดตัวนั่งลงข้างกาย คุณหนูใหญ่เขยิบตัวออกห่าง ทั้งคู่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยไม่มีใครพูดอะไรออกมา จนกระทั่ง...

"ไม่เคยเกลียด"

หะ?

"อะไร" ประโยคที่เคยพูดดังออกมาให้ได้ยินอีกครั้งแต่ครั้งนี้มันออกมาจากปากชายหนุ่ม

"ไม่เคยเกลียด"

"จะล้อเลียนฉันเหรอ" ตากลมเริ่มขุ่นขวาง มองชายหนุ่มข้างกายที่ตอนนี้มองตรงไปข้างหน้าด้วยสีหน้านิ่งสงบ

ใบหน้าสมบูรณ์แบบหันกลับมาเมื่อรับรู้ถึงความไม่พอใจของหญิงสาวอีกครั้งก่อนจะเอ่ยปฏิเสธ "เปล่า" 

"เปล่าอะไร ฉันได้ยินอยู่ว่าคุณล้อเลียนฉัน" คุณหนูใหญ่เอ่ยเสียงสะบัด


"ผมหมายถึงว่า...ผมไม่เคยเกลียดคุณเหมือนกัน" 


"..." ใบหน้าจิ้มลิ้มชะงักค้าง ประโยคที่จะพูดต่อไปถูกกลืนลงคอ

"คุณ" มือหนายกขึ้นโบกเมื่อหญิงสาวนิ่งค้างไป

"คุณไม่เกลียดฉันจริงอ่ะ" ตากลมช้อนมองพลางกระพริบปริบสบตาชายหนุ่มตาแป๋ว



คุณชายใหญ่มองหญิงสาวด้วยแววตาที่อ่อนลง ที่ผ่านมาการกระทำของเขาทำให้คนตรงหน้าคิดมากขนาดนี้เชียวเหรอ เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะดุหรือตำหนิหญิงสาวเลยสักครั้ง โอเค ๆ เมื่อก่อนหน้าเขาอาจจะไม่ชอบเธอจริง ๆ 

'คุณหนูตัวร้าย'

คำที่ใช้เรียกคุณหนูใหญ่เพราะเขามองว่าผู้หญิงคนนี้ช่างเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจที่ทำทุกอย่างเพื่อจับน้องสาวของเขาใส่พานถวายให้น้องชายตัวเอง แต่เมื่อทุกอย่างคลี่คลาย เธอก็เป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่อยากทำให้น้องชายสมหวัง 

ดังนั้น มันจึงไม่ผิดนัก เขาเข้าใจดี ใคร ๆ ก็รักครอบครัวของตัวเองกันทั้งนั้น



พรู่

เสียงถอนหายใจดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มต้องเลิกคิ้ว

"โล่งใจขนาดนั้นเชียว"

"อีกหน่อยอาหลงกับคุณหญิงก็ต้องแต่งงานกัน ฉันไม่อยากให้ทั้งคู่ไม่สบายใจเรื่องเรา "

เห็นไหมคุณหนูใหญ่ก็แค่คนรักครอบครัวมากคนหนึ่งเท่านั้น

"..." คุณชายใหญ่มองหญิงสาวพูดเงียบ ๆ

"แบบนี้เราก็เป็นเพื่อนกันได้แล้วน่ะสิ" เจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้มหันมาส่งยิ้มกว้างชวนให้ใจกระตุก แต่คำว่า 'เพื่อน' ทำให้คุณชายใหญ่ไม่ใคร่จะพอใจนัก

"ใครเขาอยากเป็นเพื่อนกับคุณกัน" 

"เอ๊ะ" ตากลมตวัดไปมองคนพูดแต่พลันคุณหนูใหญ่ต้องชะงัก 

ดวงตาคมเรียวมองมาที่เธออย่างสื่อความหมาย ความหมายที่เธอไม่แน่ใจนัก... 

เป็นอีกครั้งที่คุณหนูใหญ่รู้สึกเขินอายกับสายตาของเขา แก้มนวลขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างน่ารัก ตากลมกรอกไปมา มือบางเกี่ยวปอยผมทัดเข้ากับใบหูอย่างคนทำตัวไม่ถูก



คุณชายใหญ่จ้องมองภาพตรงหน้าด้วยแววตาพร่ามัว มือหนาเอื้อมไปตรงหน้า


"ใหญ่คะ"




80%

tbc.

________________________________


Talk

มารไม่มีบารมีไม่เกิดนะคะ ความรักก็เช่นเดียวกัน

ปล. ใจเย็น ๆ นะคะทุกคน 



 






















  






 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #20 mky2549 (@mky2549) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 20:15
    โว้ยยยย!! มาขัดจังหวะทำไมเนี้ยยย
    #20
    0