THE ENEMY LOVERS อริร้ายแสนรัก (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 10,276 Views

  • 68 Comments

  • 176 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    862

    Overall
    10,276

ตอนที่ 43 : ๑๖_เหตุผลของพสุธา 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 531
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    29 พ.ค. 62




๑๖ : เหตุผลของพสุธา



Are self-driving cars the future?




...


แปดปีก่อน...


ปัง! ปัง!


"shit!" คำสบถดังผ่ากลางเสียงปืนที่ยังคงดังอย่างต่อเนื่องมาสักพัก

รถยุโรปสมรรถภาพสูงกำลังแล่นด้วยความเร็วสูงบนทางหลวงห่างจากตัวเมืองไม่ไกลนัก พร้อมรถอีกคันที่แล่นตามไม่ห่าง ผืนพสุธาบอกให้บอดี้การ์ดขับเลี่ยงเมืองเพื่อไม่ให้มีใครโดนลูกหลงและไม่ให้ผู้คนแตกตื่นจนเป็นข่าวใหญ่

"นี่มันอะไรกัน?!!" เพียงโพยมเอ่ยถามเสียงตระหนกหัวก็ถูกคนรักกดต่ำไว้ เธอไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหนแล้ว รู้เพียงแต่ว่าหลังออกมาจากภัตตาคารก็ถูกอาหลงกระชากขึ้นรถก่อนจะพุ่งออกไปด้วยความเร็ว ไม่นานก็ได้ยินเสียงปืนไล่หลังมาพร้อมกับหัวที่ถูกกดต่ำไว้

"ก้มหัวไว้นะ อย่าเงยขึ้นมา!" 

ทำไมต้องโผล่มาตอนนี้ด้วยนะ!

ปฐพีรู้มาสักพักแล้วว่าพวกนั้นกำลังเตรียมการที่จะเล่นงานเขาแต่ไม่คิดเลยว่าจะโผล่มาตอนที่เขาอยู่กับคนรัก เดาได้ไม่ยากเลยหลังจากนี้เธอจะกลายเป็นเป้าหมายของพวกมันถ้าคิดจะเล่นงานเขา ดวงตาคมกริบฉายแววกังวลเมื่อมองไปที่คนรัก

เขาลืมไปได้ยังไง อันตรายรอบตัวที่ต้องพึ่งอิทธิพลของตระกูลในการคุ้มครอง นี่เขากำลังดึงคนรักเข้ามาสู่อันตรายใช่ไหม

โธ่เว้ย! ทำไมความสุขมันถึงสั้นอย่างนี้

มันถึงเวลาแล้วใช่ไหม...






"อาบน้ำแล้วนอน อย่าคิดมาก" มือหนายกขึ้นลูกหัวกลม เสียงทุ้มพูดขึ้นราวกับว่าเหตุการณ์เฉียดที่เพิ่งผ่านมาเป็นเรื่องปกติ

"จะไม่ให้คิดมากได้ยังไง โดนไล่ยิงมาเชียวนะ" คุณหญิงสวนขึ้นทันที ใบหน้าสวยฉายแววกังวล เธอยกมือหนาออกจากหัวก่อนจะบีบไว้แน่น 

ถึงตอนนี้เธอกับยังไม่หายตกใจ ก็พอจะเดาได้อยู่ว่าธนกิจโภคิณเป็นตระกูลผู้ทรงอิทธิพลอาจมีศัตรูอยู้บ้างแต่ก็ไม่คิดว่าจะไล่ยิงกันทั้งกลางวันแสก ๆ แบบนี้ นับว่าเหนือความคาดหมายอยู่มากโข 

"ต้องขอบคุณการ์ดของนายที่ตามมาเร็ว ไม่อย่างนั้นเราต้องกลายเป็นผีเฝ้าถนนแหง ๆ" มือบางยกขึ้นลูบแขนพลางทำท่าสยองขวัญ

"เกินไป พวกเขาไม่ปล่อยให้เราเป็นอะไรไปหรอกน่า ที่สำคัญพวกมันแค่ขู่เท่านั้นแหละ"

"แค่ขู่เนี่ยนะ!" เพียงโพยมทำตาเหลือกอย่างไม่อยากจะเชื่อ ทำหน้าตลกได้กวนโอ๊ยจนชเด็กหนุ่มอยากจะดีดเหม่งให้สักที

"ตลกมากเหรอเธอน่ะ"

แปลกใจไม่น้อยที่เพียงโพยมไม่มีท่าทีตื่นตระหนกมากอย่างที่คิด มีเพียงอาการตกใจเล็กน้อยเท่านั้น นับว่าเธอยังมีจิตที่แข็งมากเมื่อเทียบกับผู้หญิงคนอื่น


"เข้ามาข้างในไหม ท่านพ่อตรัสว่าอยากเจอนาย" เพียงโพยมพาชายหนุ่มมาพบครอบครัวได้หลายครั้งแล้ว ครอบครัวของเธอดูจะชอบเขาไม่น้อย โดยเฉพาะท่านพ่อที่โปรดเขามากกว่าใคร

"ไม่ล่ะ ฝากทูลท่านด้วยว่าคราวหลังฉันจะมาเข้าเฝ้าอีก" เด็กสาวหน้ามุ่ยลงเล็กน้อย แต่ก็เข้าใจดี วันนี้มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นเราควรแยกย้ายกันไปพักผ่อนได้แล้ว

"โอเค ดูแลตัวเองด้วยนะ บาย" ชายหนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะรอให้เธอเดินเข้าวังก่อนแล้วจึงหันหลังกลับมาขึ้นรถที่จอดรออยู่



คล้อยหลังร่างบางใบหน้าที่มีรอยยิ้มอ่อน ๆ กลายเป็นเรียบตึง ในหัวตอนนี้นึกถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา คิดได้ว่าตัวเองเหลือเวลาที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระน้อยลงทุกที

"กลับบ้านเลย"

สายตาเหม่อมองไปยังนอกตัวรถ ภาพผู้คนที่ใช้ชีวิตอย่างสามัญธรรมดาที่กำลังเดินขวักไขว่อยู่ริมทางเท้า กลายเป็นชีวิตที่นายน้อยแห่งธนกิจโภคิณใฝ่ฝันหา ใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้วท่ามกลางความสมบูรณ์แบบที่คนภายนอกมองเห็นสิ่งที่เขาต้องการมีเพียงแค่การมีชีวิตเฉกเช่นคนปกติเท่านั้น


คฤหาสน์หลังงามคือบ้านประจำตระกูลที่เขาไม่เคยมองว่ามันเป็นบ้าน มันจะเป็นบ้านได้อย่างไรเมื่อมีเพียงเขาคนเดียวที่อาศัยอยู่ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงชอบที่จะพักที่คอนโดมากกว่า อย่างน้อยก็ไม่ต้องมาซึมซับความหว้าเหว่อันมาจากขนาดที่ใหญ่โตเกินความจำเป็นของมัน


"นายน้อยครับ นายท่านต้องการจะเรียนสายด้วยครับ" ทันทีที่เหยียบเข้ามาในบ้านโทรศัพท์เครื่องบางก็ถูกยื่นมาตรงหน้า

ผืนพสุธาถอนหายใจก่อนจะเอื้อมมือไปรับ

"ครับอาป๊า"

"ระวังตัวให้มากกว่านี้ อย่าประมาท" เสียงเย็นชาของผู้ให้กำเนิดดังมาลอดมาตามสาย

"ผมทราบครับ"

"อย่าลืมว่าตัวเองเป็นใคร มีหน้าที่อะไร" ประโยคที่ได้ยินมานับตั้งแต่จำความได้กำลังตอกย้ำเขาถึงตัวตนที่ไม่อาจหลีกหนี

"ผมทราบดีครับ"

"รู้ใช่ไหมว่าต้องทำอะไรต่อไป" 

"ครับ" 

หลังจากวางจากผู้เป็นพ่อ เด็กหนุ่มทรุดกายลงนั่งบนโซฟาหรู มือประสานกันไว้ตรงหว่างคิ้ว รู้สึกปวดหัวขึ้นมา การที่คนเป็นพ่อต่อสายตรงมาถึงเขาเพื่อเตือนขนาดนี้แสดงว่าคงรู้เรื่องทั้งหมดแล้วสินะ

แม้จะมีภาระอันหนักอึ้งวางไว้บนบ่าแต่แผ่นหลังกว้างกลับยังคงตั้งตรง ในห้องนั่งเล่นกว้างมีเพียงเด็กหนุ่มนั่งอย่างโดดเดี่ยว ไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่มีทางให้เขาได้เลือกเดินทั้งนั้น ชีวิตของเขามันถูกกำหนดไว้แล้วนับตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาดูโลกในฐานะผู้สืบทอดของธนกิจโภคิณ...










ปัจจุบัน...

แผ่นหลังกว้างงองุ้มลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ปฐพีไม่เคยรู้สึกไร้เรี่ยวแรงขนาดนี้นับตั้งแต่จำความได้ 

คุณหนูใหญ่มองไปที่น้องชายอย่างสงสาร เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายของเราไปมาก สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็ต้องมีคนเสียใจ ตากลมเหลือบไปสบกับดวงตาที่มองจ้องไปยังจุดเดียวกัน คุณชายใหญ่ถอนหายใจก่อนจะก้าวเดินออกไปหาเป้าหมาย

เรื่องที่ได้ฟังเป็นสิ่งที่คุณชายใหญ่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นจริงในชีวิตของคน ๆ หนึ่งได้ แต่จากที่ผ่านมาสิ่งที่ได้เห็น บอดี้การ์ดมากมายรอบตัวของทายาทธนกิจโภคิณก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าสิ่งที่คุณหนูใหญ่เล่าเป็นความจริง เขาเข้าใจชายหนุ่มตรงหน้าผิดไปมากโข 

ปฐพี ธนกิจโภคิณ ชายคนนี้แข็งแกร่งมากอย่างที่เขาไม่อยากจะเชื่อ บ่าใหญ่นั่นน่ะเหรอที่แบกรับทุกอย่างเอาไว้โดยที่ไม่เคยปริปากบ่น คน ๆ นี้น่ะเหรอที่ละทิ้งความสุขของตัวเพื่อทุกคน คน ๆ นี้น่ะเหรอที่รักน้องสาวของเขาจนยอมแลกหัวใจของตัวเองเพื่อความปลอดภัยของเธอ เขานับถือใจของผู้ชายคนนี้จริง ๆ



"ห้อง 503 โรงพยาบาลอภิรักษ์" ที่นั่งข้างกายยวบลงพร้อมหมายเลขห้องและชื่อโรงพยาบาลถูกเปล่งออกมา

"ครับ?" ปฐพีหันไปมองพี่ชายคนรักอย่างไม่เข้าใจนัก ใบหน้าหล่อเรียบนิ่ง ตาเรียวที่มองมาที่เขาดูจะไม่มีแววของความโกรธเคืองอย่างที่เคยเป็น

"ห้องพักของหญิงฟ้า" 

"ฟ้าเข้าโรงพยาบาลอีกแล้วเหรอครับ" ขมวดคิ้วมุ่น "ตกลงเธอเป็นอะไรกันแน่"


"หญิงฟ้ามีอาการของโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรง"

"ซึมเศร้า?" ชายหนุ่มครางออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ "ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ"

"อันที่จริงอาการซึมเศร้าของเธอมันเกิดขี้นตั้งแต่ที่นายหายไป แต่เราเข้าใจว่าสักพักมันคงจะหายไปเองเมื่อเธอทำใจเรื่องนายได้ แต่ไม่คาดคิดว่ามันจะเลวร้ายลง ไหนจะเรื่องที่เธอท้องแต่ไม่ยอมบอกใคร จนเรารู้ก็ตอนที่เธอแท้งนั่นแหละ"

"แล้ว แล้วฟ้าแท้งได้ยังไง"

"เธอตกเลือด ก่อนหน้านี้เธออาจจะหกล้มหรือถูกกระแทกซึ่งหญิงฟ้าก็ไม่ได้บอกใครว่าก่อนหน้านั้นไปทำอะไรมา หรือเพราะช่วงนั้นร่างกายของเธออ่อนแอเพราะเครียดมากเกินไปก็สุดจะรู้"

"ทั้งหมดมันเป็นเพราะผมสินะ ถ้าผมไม่ไปอเมริกา..." นายน้อยของบ้านก้มหน้าลงกับฝ่ามือ

"ไม่หรอก นายไปก็เพื่อปกป้องน้องของฉัน นายเลือกที่จะตัดหญิงฟ้าออกไปก็เพื่อที่เธอจะได้ปลอดภัย" มือใหญ่เอื้อมไปแตะบ่า


"ใช่ นายไม่รู้นี่ว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้" เสียงใสเอ่ยขึ้นก่อนร่างบางของคุณหนูใหญ่จะเดินมานั่งลงบนโซฟาตรงกันข้าม ปฐพีเงยหน้าขึ้นมามองพี่สาว 

"พี่น้ำรู้เรื่องนี้เหรอครับ"

"พี่ก็พึ่งรู้เมื่อบ่ายของวันนี้เนี่ยแหละ"

"พี่ชายใหญ่ ผมขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ทำให้ฟ้ากลายเป็นแบบนี้" ปฐพีหันไปหาคุณชายใหญ่ เขารู้สึกผิดจนแทบไม่อยากจะให้อภัยตัวเอง ไม่รู้เลยว่าตัวเองได้ทำลายชีวิตของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งไป

"ฉันรับคำขอโทษ แล้วฉันก็อยากขอโทษนายด้วยที่เข้าใจผิดทั้งที่นายทำเพื่อหญิงฟ้าขนาดนี้" มือหนาบีบที่บ่าของชายหนุ่ม ซึ่งปฐพีก็ยิ้มรับ เขาไม่เคยถือโทษชายหนุ่มตรงหน้าอยู่แล้ว

"แสดงว่าตอนนี้คุณก็หายโกรธน้องของฉันแล้วใช่ไหม คุณยอมรับอาหลงแล้วใช่ไหม" คุณหนูใหญ่เอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น ดีใจจนเก็บอาการแทบไม่อยู่จนคุณชายหนุ่มอดที่จะหมั่นไส้ไม่ได้

"ผมไฟเขียวให้น้องคุณแต่ไม่ได้หมายความว่าหญิงฟ้าจะกลับมาคืนดีกับน้องคุณเร็ว ๆ นี้สักหน่อย" สิ่งที่คุณชายใหญ่เอ่ยดับฝันของสองพี่น้อง คุณหนูใหญ่หน้ามุ่ยลง

"จริงด้วย คุณหญิงดูยังจะมีกำแพงให้อาหลงอยู่เลย เธอคงยังเข็ดเรื่องเมื่อก่อนอยู่"

"เป็นหน้าที่ของนายแล้วแหละที่จะทำให้หญิงฟ้ากลับมาไว้ใจนายได้อีกครั้ง เรื่องข่าววันนี้นายต้องอธิบายให้เธอเข้าใจด้วย"

"ฟ้าอาการกำเริบเพราะข่าวนี้เหรอครับ" 

"ใช่ อาการของคุณหญิงแย่มาก พี่ยังอดสงสารเธอไม่ได้" นึกถึงเหตุการณ์เมื่อบ่ายก็ต้องหน้าเศร้าลง คุณหญิงคงผ่านความเจ็บปวดมามาก ถึงแสดงอาการเหมือนจะขาดใจตอนเห็นข่าวปฐพีกับผู้หญิงคนอื่น

"แย่มากเลยเหรอครับ"

"ยังไงดีล่ะ ทุกครั้งที่หญิงฟ้าอาการกำเริบฉันก็นึกอยากจะฆ่านายทุกครั้ง" 

"ผมสัญญาว่าต่อจากนี้ฟ้าจะไม่เจ็บปวดอีก" ปฐพีให้คำมั่น ตาคมสบเข้ากับตาเรียวของพี่ชายคนรักเพื่อยืนยัน

คุณชายใหญ่มองเห็นความมั่นคงในแววตานั้น ก่อนจะเผยรอยยิ้มที่มุมปาก

"ฉันจะคอยดู"










"คุณ ผมสร่างแล้ว กลับวังได้"

"ฉันรู้ แต่มันดึกแล้ว ฉันไม่ไว้ใจ เกิดไปเสยเอารถสิบล้อตายไปจะทำยังไง พักที่นี่มันจะเป็นไรไป แม่บ้านเขาจัดห้องไว้ให้แล้ว" เสียงใสพูดไม่หยุดดึงดันจะให้เขานอนที่นี่ให้ได้ คุณชายใหญ่กรอกตาให้กับความเรื่องเยอะของคุณหนูตัวร้าย 


"รู้แล้ว ๆ หยุดพูดสักที ผมนอนที่นี่ก็ได้" มือใหญ่ยกขึ้นยอมแพ้

"พูดแล้วฟังตั้งแต่แรกฉันก็ไม่ต้องพูดมากให้เปลืองน้ำลายหรอก" คุณหนูใหญ่จิกตาใส่

"แล้วมันเป็นความผิดของผมหรือไง"

"ก็ใช่น่ะสิ ถ้าไม่ใช่คุณแล้วจะเป็นใคร"

"คุณไง"

"คุณว่าฉันเหรอ!" หันไปแว้ดเสียงแหลมก่อนจะสะดุดขั้นบันไดหน้าเกือบคะมำถ้าคนข้างกายไม่คว้าไว้

"เอ้า! มัวแต่พูดมาก ระวังหน่อย เดี๋ยวก็ได้ตกบันไดคอหักตาย" ถึงจะพูดแบบนั้นแต่มือหนาก็ประคองร่างบางจนถึงบันไดขั้นสุดท้ายอย่างปลอดภัย


ปฐพีมองสองคนที่โต้เถียงกันไปพร้อมกับเดินขึ้นชั้นสองไปแล้วก็อดส่ายหน้าไม่ได้ ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่สองคนสนิทกันมากขนาดนี้ พวกเขาจะรู้ไหมว่าภายใต้คำพูดจิกกัดกันไปมามันแฝงไปด้วยความห่วงใยอย่างที่คนฟังรอบนอกก็สังเกตได้ 


100%

tbc.

_______________________________

Talk

ปมของอาหลงกระจ่างแล้วนะคะ  













  
































ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

0 ความคิดเห็น