THE ENEMY LOVERS อริร้ายแสนรัก (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 10,067 Views

  • 65 Comments

  • 176 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    653

    Overall
    10,067

ตอนที่ 4 : ๐๑_คุณหนูใหญ่ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 419
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    27 พ.ค. 62



๐๑ : คุณหนูใหญ่








One Wall Street / BNY Mellon Building (Manhatten, NYC)




...



"อาหลง! ทางนี้" เสียงตะโกนเรียกชื่อใครสักคนดังทะลุแทรกผ่านเสียงจอแจบริเวณด้านหน้าประตูขาออกระหว่างประเทศของสนามบินนานาชาติจอห์น เอฟ. เคนเนดี้ 

เจ้าของชื่อหันไปตามเสียงเรียกก่อนลอบกรอกตา บางทีพี่สาวของเขาก็มักจะทำอะไรเว่อร์ ๆ เสมอ อย่างเช่นการตะโกนเรียกชื่อของเขากลางที่สาธารณะพร้อมกับยกมือโบกไปมาอย่างไม่แคร์สายตาใครหน้าไหนทั้งสิ้นในตอนนี้

"พี่น้ำสวัสดีครับ"

"สวัสดี ไม่เจอกันนานน้องพี่เป็นยังไงบ้าง"

"ก็สบายดีครับ"

ตลอดทางเดินไปขึ้นรถสองพี่น้องยังคุยกันไม่หยุดเพราะไม่ได้พบปะกันนาน แต่จากภาพที่เห็นอาจจะเป็นพี่สาวเพียงคนเดียวก็ได้ที่พูดไม่หยุด ส่วนคนเป็นน้องก็ตอบสั้น ๆ ตามแบบฉบับคนพูดน้อย 

คนทั้งคู่โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่สะดุดตา ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่กำลังดีกับใบหน้าหล่อคมสไตล์คนเอเชีย กับหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มแต่รูปร่างสูงโปร่งราวกับนางแบบ แต่เหนือสิ่งอื่นใดนั้น สิ่งที่ทำให้เป็นจุดสนใจที่สุดคงจะเป็นการที่ทั้งคู่มีบอดี้การ์ดตามเป็นพรวน

โรลส์รอยด์สองคันราคาเหยียบห้าสิบล้านเข้ามาจอดเทียบกันบริเวณหน้าประตูทางออกให้คนมองรู้สึกหวาดเสียว(?) ถ้าผีผลักหรือเกิดเหตุให้มันชนกันตู้มต้ามขึ้นมาแม้ไม่ใช่เจ้าของก็คงจะอดร้องไห้ออกมาไม่ได้แน่

"อาหลงจะเข้าบริษัทเลยใช่ไหม"

"ครับ"

"งั้นพี่ไปด้วย แล้วเดี๋ยวประชุมเสร็จเราไปช้อปปิ้งกันนะ" คุณหนูใหญ่พูดอย่างร่าเริง รอยยิ้มกว้างบ่งบอกว่าเธอกำลังอารมณ์ดีแค่ไหนจนคนเป็นน้องไม่กล้าปฎิเสธคำขอได้แต่ตกปากรับคำไปเท่านั้น

"ได้ครับ"

"โอเค เดี๋ยวเจอกันที่บริษัท" ว่าแล้วก็แยกย้ายกันขึ้นรถ พร้อมรถหรูสองคันที่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกไป
















ตึกของธนากรุ๊ปตั้งอยู่บนเกาะแมนฮัตตัน ใจกลางมหานครนิวยอร์ก ตึกสูงระฟ้านี้นอกจากเป็นที่ตั้งของธนากรุ๊ปสาขาหลักแล้ว ยังเป็นที่ตั้งของบริษัทหลักทรัพย์ชื่อดัง มีประธานกรรมการบริหารใหญ่ผู้ถือหุ้นสูงสุดคือชายชาวไทยเชื้อสายจีนผู้จัดได้ว่าเป็นนักธุรกิจที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเอเชีย

เขาคือพ่อของเธอเอง... 

และในตอนนี้เขากำลังยืนสนทนากับผู้ถือหุ้นรายอื่น ๆ พร้อมกับน้องชายของเธอตรงหน้าเธอที่บริเวณโถงทางเข้าตึก

"This is my daughter, Saaithara Thanakitphokin or Zhang Ming-Ju" เจ้าของชื่อที่ถูกแนะนำลอบกรอกตาเล็กน้อยก่อนจะเผยรอยยิ้มแสนสุภาพให้กลุ่มผู้ถือหุ้นตรงหน้า 

"Nice to meet you" คุณหนูใหญ่โค้งหัวให้เล็กน้อยพร้อมยกมือขึ้นจับเป็นการทักทาย ใบหน้าจิ้มลิ้มสวมใส่หน้ากากคุณหนูใหญ่ผู้แสนใจเย็นรอคอยให้กลุ่มคนตรงหน้าว่ากล่าวกันให้จบทั้งรอยยิ้มน้อย ๆ ทั้งใจที่อยากจะเอ่ยขัดขึ้นมาว่า ไปหาที่นั่งคุยดีกว่าไหม ยืนจนเมื่อยแล้วเนี่ย!

 



เป็นเรื่องปกติที่ผู้ถือหุ้นหรือคนในวงสังคมจะไม่รู้จักคุณหนูใหญ่ เพราะ สายธารา ธนกิจโภคิณ หรือ จางหมิงจู ไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าสื่อหรือตามงานสังคมต่าง ๆ ทายาทที่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปมักจะเป็น ปฐพี ธนกิจโภคิณ หรือ จางเฟยหลง ทายาทชายผู้ถูกหมายมั่นปั้นมือให้เป็นผู้สืบทอดตระกูลคนต่อไป 

แม้ดูเหมือนว่าครอบครัวจะให้ความสำคัญกับน้องชายของเธอมากจนดูเหมือนละเลยเธอ แต่แท้จริงแล้วเธอต่างหากที่มีชีวิตน่าอิจฉา เพราะรู้ดีว่าการใช้ชีวิตท่ามกลางสปอตไลท์ที่ส่องมาตลอดเวลามันไม่โอเคนักหรอก เธอมีความสุขที่ได้เป็นเพียงลูกสาวธรรมดา ที่ไม่ต้องถูกจับตามองหรือคาดหวังใด ๆ จากคนรอบข้าง

แต่ถึงอย่างนั้นคุณหนูใหญ่ก็รู้สึกขอบคุณน้องชายอยู่เสมอ เพราะมีเขาเธอจึงได้ใช้ชีวิตอย่าง (ค่อนข้าง) อิสระ เธอจึงทั้งรักและชื่นชมน้องชายเป็นอย่างมาก 

ยืนรอจนขาแข็งและจนหน้าแทบจะตึงเพราะฉีกยิ้มตลอด ในที่สุดพวกเขาก็แยกย้ายกัน คุณหนูใหญ่พรูหายใจเบา ๆ สักที! ก่อนจะก้าวเดินตามผู้เป็นพ่อและน้องชายเข้าไปในลิฟท์

ในลิฟท์เงียบราวกับเป่าสาก ไม่มีใครสักคนที่พูดอะไรออกมา คุณหนูใหญ่ไม่เข้าใจว่าคนเป็นพ่อจะเก๊กขรึมต่อหน้าลูกชายของตัวเองทำไม เพราะเวลาเจอน้องทีไรเขาจะกลายเป็นคนพูดน้อยทันที

ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อและลูกชายช่างเป็นสิ่งที่เข้าใจยากเสียจริง...

ติ้ง!

ไม่ทันให้คิดอะไรให้มากกว่านี้ลิฟท์ก็เคลื่อนตัวมาถึงชั้นบนสุดอันเป็นชั้นสำหรับผู้บริหาร หญิงสาวเดินแยกตัวออกไปทางห้องพักรับรองที่มาบ่อยจนคุ้นเคย พร้อม ๆ กับผู้เป็นพ่อกับน้องชายเดินแยกไปทางห้องประชุมซึ่งอยู่ตรงมุมสุดของชั้น














ในห้องรับรองตกแต่งอย่างหรูหราสมกับเป็นหนึ่งในห้องของบริษัทมีชื่อขนาดใหญ่ คุณหนูใหญ่นั่งลงไขว่ห้างกับโซฟาตัวนุ่ม ไม่นานพนักงานคนหนึ่งก็เข้ามาพร้อมถาดของว่างและเครื่องดื่ม

"ของว่างค่ะคุณหนูใหญ่"

"ขอบคุณค่ะ" เผยรอยยิ้มหวานให้คนตรงหน้าแล้วเอ่ยขอบคุณ

"ดิฉันขอตัวนะคะ" ยิ้มรับพลางยกน้ำส้มขึ้นมาจิบอึกหนึ่งก่อนจะชะงักไป แววตากลมตวัดไปมองพนักงานสาวพร้อมเอ่ยเรียกเธอไว้

"เดี๋ยวค่ะ" 

"คุณหนูใหญ่ต้องการอะไรเพิ่มคะ" เธอหันกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มแล้วเอ่ยถามอย่างสุภาพ

"นี่ไม่ใช่น้ำส้มนี่คะ" เสียงเรียบนิ่งพูดขึ้นพร้อมกับหน้าที่เริ่มตึงขึ้นมาหน่อย ๆ

"คะ?"

"นี่ไม่ใช่น้ำส้ม"

"ใช่นะคะ" คุณหนูใหญ่เริ่มถอนหายใจเบา ๆ 

"ฉันหมายถึงน้ำส้มคั้นสดจากผลส้ม ไม่ใช่น้ำเชื่อมกลิ่นส้ม เข้าใจหรือยังคะ" นัยตากลมสบไปที่ตาของพนักงานสาวที่ตอนนี้กำลังกรอกไปมาอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่เมื่อเห็นความบึ้งตึงในแววตาของลูกสาวเจ้านายเธอก็รีบตอบรับในทันที

"ดิฉันจะรีบหามาให้นะคะ"

"ดีค่ะ เร็ว ๆ นะคะ"







สี่ชั่วโมงผ่านไป คุณหนูใหญ่หลับสนิทคอพับคออ่อนคาโซฟา ในมือยังถือคุ๊กกี้ธัญพืชรสโปรดไว้ ข้าง ๆ เต็มไปด้วยกองนิตยสารแฟชั่นที่นำมาเปิดดูฆ่าเวลา และถ้ามองดี ๆ จะเห็นคราบน้ำลายตรงมุมปากด้วย

ภาพตรงหน้าทำให้น้องชายที่เพิ่งเลิกประชุมแล้วเข้ามาตามพี่สาวที่ห้องรับรองต้องหลุดยิ้มออกมาด้วยความขำขัน

"พี่น้ำครับ พี่ครับ" ปฐพีก้มตัวลงปลุกพี่สาว


"อือ"

"พี่ครับ ตื่นเถอะ" มือถูกยื่นไปเขย่าเมื่อคนตรงหน้ายังคงไม่มีท่าทีจะตื่น

"อื้อออ"

นัยตากลมค่อย ๆ ลืมขึ้น กระพริบปริบ ๆ ปรับโฟกัสชั่วครู่ก่อนภาพตรงหน้าจะกลับมาชัดเจน ตรงหน้าคือใบหน้าหล่อของน้องชายที่กำลังมองจ้องมา

"เลิกประชุมแล้วเหรอ" มือบางยกเช็ดคราบน้ำลายตรงมุมปากเอ่ยถามน้องชายที่ยืนรออยู่

"สักพักแล้วครับ"

"ป่ะ งั้นไปกันเถอะ" ลุกขึ้นบิดขี้เกียจจัดเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วก็คว้ากระเป๋าแล้วเดินนำออกจากห้องไป













ภาพของชายหญิงคู่หนึ่งกำลังเลือกซื้อกระเป๋าในย่านการค้าของนิวยอร์กเป็นภาพที่ดูแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้ ฝ่ายหญิงกำลังพยายามให้ฝ่ายชายช่วยเลือก ในขณะที่ฝ่ายชายยิ้มรับและพยักหน้าให้อย่างเอาใจ

"โอ้โห ป๋ามาก" คุณหนูใหญ่เอ่ยแซวพร้อมส่งสายตาล้อเลียนไม่หยุดเมื่อเห็นน้องชายตัดสินใจชื้อกระเป๋าแบรนด์หรูทั้งคอลเลกชั่นให้คนรัก

"..." คนเป็นน้องไม่พูดอะไรส่งเพียงรอยยิ้มอ่อน ๆ ให้พี่สาวอย่างขัดเขินหน่อย ๆ

"อาหลงว่าใบนี้เหมาะกับพี่ไหม" เจ้าของชื่อพยักหน้าให้นั่นทำให้คนถามคำถามหน้ามุ่ยลง "นี่ พูดบ้างก็ได้ อย่าปล่อยให้พี่พูดคนเดียว" 

ท่าทางแสนงอนนั้นเรียกรอยยิ้มเอ็นดูผุดขึ้นมาที่ริมฝีปากของน้องชาย ก่อนจะเขาจะเอ่ยปากพูดคุยกับพี่สาวให้เธอได้สมใจ


ภาพที่ทั้งคู่พูดคุยและยิ้มให้แก่กันถูกบันทึกไว้อย่างไม่มีใครรู้ตัว แม้ภาพจะเบลอเพราะถูกถ่ายจากระยะไกล แต่รอยยิ้มและแววตาอ่อนโยนที่มอบให้แก่กันกลับมองเห็นได้อย่างชัดเจน







"ไปถึงไหนมาล่ะสองพี่น้อง" เสียงทักดังขึ้นทันทีที่ก้างเข้ามาในบ้าน

"แม่ดูอาหลงสิคะ แค่ยืมตัวควงไปช้อปปิ้งแปบเดียว ก็เอาแต่ยืนนิ่งถามคำตอบคำ" เสียงเจื้อยแจ้วฟ้องคนเป็นแม่ทันทีที่หย่อนก้นนั่งลง

"นั่งก่อนสิอาหลง คุยกับแม่ก่อน" นายหญิงแห่งธนกิจโภคิณตบมือลงกับเบาะชวนให้ลูกชายนั่งลงคุยกัน "ประชุมวันนี้เป็นยังไงบ้าง"

"เรียบร้อยดีครับ"

"ดีแล้ว แม่หวังว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยทั้งเรื่องงานแล้วก็...เรื่องตรงนี้" มือบางเอื้อมไปทาบตรงหน้าอกด้านซ้าย นั่นทำให้คนเป็นลูกชายหลุดยิ้มมุมปากออกมา

"นัดกันมาหรือครับ วันนี้อาป๊าก็พูดถึงเรื่องนี้เหมือนกัน"

"งั้นเหรอ" ชลาชลเลิกคิ้ว แปลกใจเล็กน้อยไม่คิดว่าสามีจะสนใจเรื่องนี้ด้วย

"ผมจัดการได้อย่างแน่นอนครับ แม่และพี่น้ำไม่ต้องเป็นห่วง" ปฐพียืนยันในคำพูด

"แม่ดีใจที่ได้ยินอย่างนี้นะ" ชลาชลเชื่อมั่นในตัวลูกชาย ปฐพีรักษาคำพูดเสมอ แต่ความเป็นแม่ทำให้อดห่วงไม่ได้

"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัว" ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไป โดยมีสายตาเป็นกังกลจากคนเป็นแม่และพี่สาวมองตามหลังไป

"แม่ว่าอาหลงจะง้อเขาสำเร็จไหม" คุณหนูใหญ่ถาม เธอรู้ดีว่าน้องชายรักคนรักของเขามากและยังคงรักมาตลอด เธอคนนั้นเป็นความสุขของเขา จนกระทั่งเราพรากปฐพีกลับมา นับตั้งแต่นั้น เขาจึงกลายเป็นคนที่เย็นชาและไร้ชีวิตชีวาเสียยิ่งกว่าหุ่นยนต์

เธอหวังเพียงว่าการกลับไปอยู่เมืองไทยคราวนี้น้องชายจะได้หัวใจและความสุขของเขากลับคืน

"แม่หวังให้สำเร็จ อาหลงจะได้มีความสุขเสียที" 















คุณหนูใหญ่ลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ออกมาจากตู้ เสื้อผ้าบนราวถูกยกออกมา เธอเลือกบางชุดพับและเก็บลงไปในกระเป๋า เวลาผ่านไปราวชั่วโมงเธอจัดการเก็บทุกอย่างจนเรียบร้อย ร่างบางจึงหงายหลังลงนอนไปกับเตียงนุ่ม นอนนิ่ง ๆ พักหายให้หายเหนื่อย จากนั้นจึงเอี้ยวตัวไปเปิดลิ้นชักข้างหัวเตียง

สมุดสีชมพูสดใสถูกหยิบออกมา เธอเปิดอ่านในแต่ละหน้าก่อนทบทวน ใบหน้าน่ารักขึ้นสีแดงเรื่อ ใช่แล้ว ข้างในคือบันทึกแผนการง้อคนรักของน้องชาย เธอเตรียมมาตั้งหลายเดือนเชียวนะ รับรองถ้าทำตามนี้คนรักของน้องชายจะต้องคืนดีด้วยได้ไม่ยากแน่


และคราวนี้เธอจะกลับไทยกับน้องชายเพื่อช่วยน้องในภารกิจพิชิตใจคนรักให้กลับคืนมา 

รอยยิ้มกรุ้มกริ่มปรากฏขึ้นตรงมุมปากพร้อมสายตาหมายมาด



งานนี้จะสำเร็จ...

หรืออาจจะป่วนขึ้นอีกเท่าตัว(?)


100%

tbc.





___________________________________

Talk

คุณหนูใหญ่จะออกโรงแล้วค่ะ
งานนี้จะเป็นยังไง
จะช่วยหรือจะทำให้พังมากกว่าเดิมต้องคอยติดตามนะคะ




















































ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

0 ความคิดเห็น