THE ENEMY LOVERS อริร้ายแสนรัก (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 10,258 Views

  • 68 Comments

  • 175 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    844

    Overall
    10,258

ตอนที่ 38 : ๑๔_เรื่องที่สงสัย 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 242
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    29 พ.ค. 62







๑๔ : เรื่องที่สงสัย





171223 Wanna One Premier Fancon  Day 1 in Busan #Minhyun




...



ต้องขอบคุณเครื่องสำอางราคาแพงที่ช่วยกลบรอยคล้ำใต้ตาและความโทรมบนใบหน้าจากการอดนอน ตอนนี้คุณหนูใหญ่จึงสามารถตีสีหน้าสุดแสนจะสดใสต่อหน้าครอบครัววิชชากรได้อย่างแนบเนียนไร้ที่ติ


การมาวังวิชชากรในวันนี้ก็เหมือนกับวันอื่น ๆ ทั่วไปที่คุณหนูใหญ่เข้ามาพูดคุยเรื่องต่าง ๆ ทำกิจกรรมมากมาย เช่น จัดดอกไม้ ปักผ้า ร้อยมาลัยถวายพระ เป็นต้น กับหม่อมของวังที่ตอนนี้สนิทสนมกันเป็นอย่างดี หม่อมแขไขมีบุคลิคที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้อยู่กับแม่ ท่านช่วยสอนคนที่ทำอะไรไม่เป็นอย่างคุณหนูใหญ่ได้มีโอกาสทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ

การมาเมืองไทยในครั้งนี้คุณหนูใหญ่จึงได้รับประโยชน์สองเด้ง นอกจากได้ช่วยเหลือน้องชายแล้วยังได้รู้จักและคบหากับคนดี ๆ

"หนูน้ำยังรู้สึกปวดแผลอยู่ไหมคะ" หม่อมแขไขถามพลางมองไปที่แผลตกกะเก็ดหัวเข่า

"ไม่ปวดแล้วค่ะคุณน้า แค่รู้สึกตึง ๆ คัน ๆ" คนเป็นแผลทำท่าจะเอื้อมมือลงไปเกา

"อย่าเอามือไปเกาเชียวนะคะ เดี๋ยวผิวสวย ๆ จะเป็นรอยแผลเป็นหมด" หม่อมแขไขเอ่ยเตือนพลางคว้ามือบางเอาไว้

"ลืมไปเลยค่ะ แต่มันคันจริง ๆ นะคะคุณน้า"

"ทนหน่อยนะคะเดี๋ยวก็หายแล้ว" หม่อมแขไขเอ่ยปลอบเมื่อหญิงสาวตรงหน้าเริ่มหน้ามุ่ย นึกไปถึงตัวต้นเหตุก็อดเคืองอีกครั้งไม่ได้ "ชายใหญ่นะชายใหญ่ แย่จริง ๆ"

"คุณน้าขา พอแล้วค่ะ อย่าว่าคุณชายใหญ่เลย เขาก็ไม่ได้ตั้งใจเหมือนกัน" พูดแล้วเผยรอยยิ้มกว้างเข้าประจบให้คนมองอดหลงรักไม่ได้

"ดูสิแม่คุณ ดีแสนดีขนาดนี้ทำไมชายใหญ่ถึงชอบทำไม่ดีกับหนูนักนะ" บ่นไปถึงเจ้าลูกชายตัวดี

"เพราะหนูเป็นพี่ของอาหลงมั้งคะ" ชื่อที่หลุดออกมาจากปากบางทำให้หม่อมแขไขอดที่จะให้ความสนใจไม่ได้ "คุณชายใหญ่เขาเกลียดอาหลงเข้าไส้ จะพาลมาเกลียดหนูด้วยก็ไม่แปลก"

"ช่างชายใหญ่เถอะ" โบกมือไม่ใส่ใจก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย "ทำไมหนูถึงเรียกดินว่าอาหลงล่ะคะ เป็นชื่อที่เรียกกันในครอบครัวเหรอ"

"มาจากชื่อเฟยหลงค่ะ จางเฟยหลง เป็นอีกชื่อหนึ่งของดินค่ะ" คุณหนูใหญ่ตอบคำถามด้วยรอยยิ้ม

"เฟยหลง? หลงแปลว่ามังกรใช่ไหมคะ"

"ใช่ค่ะมังกร เฟยหลงแปลว่ามังกรที่ทะยานขึ้นบิน อากงเป็นคนตั้งให้ ท่านหวังว่าอาหลงจะเติบโตมาอย่างยิ่งใหญ่เหมือนมังกรที่โผทะยานขึ้นสู่ขอบฟ้า"

"ฟังดูเป็นชื่อที่ดีจังเลยนะคะ ทุกวันนี้เขายิ่งใหญ่สมดังชื่อของเขาแล้ว ครอบครัวต้องภูมิใจในตัวเขามากแน่ ๆ" หม่อมแขไขเอ่ยชื่นชม ยอมรับว่าปฐพี ธนกิจโภคิณ เป็นผู้ชายที่เก่งกาจอย่างหาตัวจับยาก แม้ชายหนุ่มจะเคยละทิ้งลูกสาวของเธอไป แม้จะเคยมีเสี้ยวความรู้สึกที่โกรธเคือง แต่เธอมองคนไม่ผิด ปฐพี ธนกิจโภคิณเป็นชายหนุ่มที่ดี 

"ค่ะ ภูมิใจมาก อาหลงเติบโตขึ้นอย่างดีสมดังที่พวกเราทุกคนในตระกูลหวังไว้ อาหลงไม่เคยทำให้พวกเราผิดหวังไม่ว่าจะเรื่องอะไร" ในสายตาของคุณหนูใหญ่มีแต่ความรักความชื่นชมในตัวของน้องชายอย่างเต็มเปี่ยม แต่พลันตากลมกลับฉายแววเศร้า "แต่..."



"ตัวอาหลงเองไม่เคยมีความสุข"



"หนูน้ำหมายความว่ายังไง" คนฟังเลิกคิ้วไม่เข้าใจในสิ่งที่ได้ยินนัก

"คุณน้าคะ" มือบางเอื้อมไปจับมือเล็กที่เหี่ยวย่นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยบางสิ่งที่ทำให้หม่อมแขไขนิ่งไป

คุณหนูใหญ่ตัดสินใจแล้วว่าจะบอกจุดประสงค์ที่แท้จริงของการเข้ามาตีสนิทกับคนในวังวิชชากร เรื่องราวมันชักจะซับซ้อนมากเกินไปแล้วถ้าหากต่างฝ่ายต่างปิดบังและไม่พูดความจริง "คุณหญิงคือความสุขของอาหลงนะคะ เธอเป็นความรัก เป็นรอยยิ้ม เป็นคนที่ทำให้อาหลงมีชีวิต...อย่างคนที่มีชีวิตทั่วไป ไม่แข็งกระด้าง ไม่เย็นชาและมีหัวใจไว้เพื่อรักใครสักคน"

"หนูน้ำ..."

"หนูมาที่นี่ มาที่ไทยเพื่อช่วยน้องให้ได้หัวใจของตัวเองกลับคืน หนูจะไม่ปฏิเสธว่าหนูเข้ามาตีสนิทกับคนในวังเพื่อช่วยน้อง แต่หนูขอยืนยันว่าความรู้สึกที่หนูมีให้ทุกคนที่นี่คือความจริงทั้งหมด"




"ในที่สุดก็พูดความจริงออกมาสินะ"



เสียงทุ้มเย็นดังขึ้นเรียกให้ทุกคนหันไปมอง ปรากฏร่างสูงสง่ายืนกอดอกพิงขอบประตูห้องนั่งเล่น ตาเรียวฉายแววเย็นเยียบจนคนมองรู้สึกชาไปทั้งร่าง ใบหน้าหล่อนิ่งสงบแต่นั่นกลับยิ่งดูอันตราย 

คุณหนูใหญ่เดาอารมณ์ชายหนุ่มไม่ออก ไม่แน่ใจว่าเขามาตั้งแต่เมื่อไหร่ ได้ยินอะไรไปบ้าง เขาในตอนนี้ดูน่ากลัวกว่าตอนที่โวยวายออกมาเป็นไหน ๆ หญิงสาวลอบกลืนน้ำลายลงคอเมื่อรู้สึกว่าคอชักจะแห้ง

"ชายใหญ่...มาตั้งแต่เมื่อไหร่" 

"ผมจะมาเมื่อไหร่มันไม่สำคัญ" คุณชายใหญ่หันไปตอบคนเป็นแม่ก่อนจะเหลือบตาไปมองหญิงสาวที่นั่งข้าง ๆ ที่ดูจะพูดไม่ออกไปชั่วขณะ "ส่วนเธอ มานี่"

ไวดังปากว่าร่างบอบบางถูกกระชากขึ้นจากโซฟาตัวยาวชนิดที่ว่าหม่อมแขไขก็คว้าไว้ไม่ทัน ก่อนร่างที่ปราศจากไม้ค้ำเพราะข้อเท้าเริ่มจะหายปวดแล้วจะถูกลากขึ้นบันไดไปชั้นสองของวังโดยมีเสียงแหลมโวยวายตลอดทาง

"โอ้ย! ปล่อยฉันนะ! ฉันบอกให้ปล่อย!" แต่แรงน้อยของผู้หญิงร่างบอบบางน่ะเหรอจะสู้แรงของชายหนุ่มร่างหนาที่กำลังโมโหอย่างหนัก

ห้องหนึ่งทางฝั่งปีกซ้ายของวังถูกเปิดออกอย่างแรง ร่างสองร่างฉุดกระชากกันเข้าไปก่อนประตูจะปิดดังปังใหญ่จนสะเทือนไปทั่วทั้งชั้นโดยมีหม่อมแขไขกับบ่าวคนสนิทเร่งเดินตามมาติด ๆ แต่ก็ไม่ทัน ได้แต่เคาะประตูอยู่หน้าห้องเพราะประตูถูกลงกลอนปิดตายชนิดที่ว่าไม่มีใครสามารถไขเข้าไปได้

เสียงเคาะประตูจากคนข้างนอกไม่อาจทำให้คนสองคนที่กำลังยืนจ้องหน้ากันด้วยอารมณ์คุกรุ่นละสายตาออกจากกันได้

"มีอะไรจะสารภาพอีกไหม" เสียงเย็นเยียบเอ่ยถามพร้อมสายตากดดัน

"อะไร" แต่มีหรือคนอย่างคุณหนูใหญ่จะยอมรับง่าย ๆ แม้จะรู้สึกกลัวอยู่หน่อย ๆ แต่ใบหน้าหน้ารักกลับเชิดขึ้นอย่างคนถือตัว

"อย่าคิดว่าผมไม่รู้เรื่องที่คุณให้คนไปปล่อยลมยางรถของหญิงฟ้านะ" คุณหนูใหญ่ชะงักเล็กน้อย ตากลมหลุกหลิก แต่สักพักก็กลับมาแข็งกระด้างอย่างคนไม่ยอมรับคำกล่าวโทษ

"คุณพูดเรื่องอะไร ฉันไม่รู้เรื่อง" ลอยหน้าลอยตาตอบ คนฟังยิ่งโมโห ยิ่งเห็นท่าทางลอยหน้าลอยตาเหมือนคนไม่สำนึกในสิ่งที่ทำ คุณชายใหญ่ยิ่งอยากจะคว้าตัวเธอมาเขย่าแรง ๆ สักที

"คุณรู้ดีอยู่แก่ใจ" ชายหนุ่มกัดฟันกรอด

"ไหนล่ะหลักฐาน" คำกล่าวท้าทายทำให้คุณชายหนุ่มหมดความอดทนพุ่งตัวเข้าไปบีบแขนเธออย่างแรง คุณหนูใหญ่เบ้หน้าด้วยความเจ็บ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ยอมรับง่าย ๆ

"คุณมันร้ายกาจ ตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่เคยเจอผู้หญิงที่ไหนนิสัยแย่เท่าคุณมาก่อน เห็นแก่ตัวนึกถึงแต่ตัวเองไม่นึกถึงคนอื่นว่าเขาจะรู้สึกยังไง" ตากลมตวัดมามอง ดวงตาขุ่นขวาง ตอนนี้คุณหนูใหญ่เริ่มจะโกรธขึ้นมาบ้างแล้ว

"ฉันเห็นแก่ตัวยังไง?!"

"คุณนึกแต่จะให้น้องชายตัวเองได้คืนดีกับหญิงฟ้า แต่คุณไม่เคยรู้เลยว่าเราผ่านอะไรมาบ้าง หญิงฟ้าแย่แค่ไหนในตอนที่น้องของคุณไป พวกคุณไม่เคยรู้ ไม่เคยเลย" ชายหนุ่มพูดเสียงแข็ง แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวด 

"ผ่านอะไรมา? แย่แค่ไหน? คุณหมายความว่ายังไง คุณหญิงเป็นอะไร" คุณชายใหญ่ได้สติหลังจากเผลอหลุดความลับบางส่วนออกไป ความลับที่เก็บไว้เนิ่นนาน

"ผม..."

"บอกมาสิ! มันหมายความว่ายังไง! บอกมา!" คุณหนูใหญ่เขย่าแขนชายหนุ่มอย่างแรง เรื่องอะไรกันแน่ที่ทำให้วิชชากรต้องปิดบัง มันต้องเกี่ยวกับที่น้องชายของเธอจากไปแน่ ๆ 

คุณหนูใหญ่สูดหายใจเข้าลึก พยายามควบคุมอารมณ์ ค่อย ๆ พูดกับชายหนุ่มตรงหน้าอย่างใจเย็น "เรื่องมันยุ่งยากเพราะทุกคนเอาแต่ปิดบังกันไม่ใช่เหรอ ทำไมเราไม่หันมาคุยกันล่ะ"

"เหอะ หันมาคุยกันงั้นเหรอ มันง่ายไปหรือเปล่ากับสิ่งที่ครอบครัวเราต้องเจอ กับสิ่งที่หญิงฟ้าต้องเป็น"

"ก็บอก..."




กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด





Media Tweets by EXOFFICAL (@EXOffical) | Twitter


ปฐพี ธนกิจโภคิณ (ดิน, จางเฟยหลง)


100%

tbc.

________________________________

Talk

ขุ่นพระ! เสียงกรี๊ดใคร
ตอนหน้าเราก็จะรู้แล้วค่ะว่าคุณหญิงเพียงฟ้าเป็นอะไร
จะบอกว่าอดีตของเธอดาร์คกว่าที่คิด
ส่วนอาหลง 'คุณก็มีเหตุผลของคุณ ผมก็มีหัวใจของผม'
ติดตามกันด้วยนะคะ



 















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

0 ความคิดเห็น