THE ENEMY LOVERS อริร้ายแสนรัก (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 10,237 Views

  • 68 Comments

  • 174 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    823

    Overall
    10,237

ตอนที่ 36 : ๑๓_ผู้หญิงของเขา 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 328
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    29 พ.ค. 62




๑๓ : ผู้หญิงของเขา




...



"คุณน้า" เสียงใสเอ่ยเรียกหม่อมของวังวิชชากรที่กำลังจัดดอกไม้ลงแจกันใบสวย ใบหน้าน่ารักมู่ทู่จนชายหนุ่มที่เดินตามหลังมาอดที่จะหมั่นไส้ไม่ได้

การเป็นข่าวกับเขามันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ ที่สำคัญนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เป็นข่าวด้วยกันเสียหน่อย...

คุณชายใหญ่ยิ่งเบ้ปากเมื่อร่างบอบบางโผเข้ากอดคนเป็นแม่จนไม่รู้ว่าทุกวันนี้ใครเป็นลูกกันแน่ระหว่างเขากับยายคุณหนูใหญ่

"หนูน้ำ" หม่อมแขไขผละตัวออกมาก่อนจะกวาดสายตาไปที่เนื้อตัวของหญิงสาว "แผลแล้วก็ข้อเท้าเป็นยังไงบ้างคะ"

"แผลตรงมือแล้วก็หัวเข่าสัปดาห์หน้าก็หายแล้วค่ะ แต่ข้อเท้ากว่าจะหายสนิทก็เป็นเดือนเลย" เอ่ยเสียงหงอยจนคนฟังสงสารจับใจ

"โธ่ ถือว่าฟาดเคราะห์นะคะ" หม่อมแขไขว่าแล้วก็อดส่งสายตาเคืองไปที่ตัวต้นเหตุไม่ได้ 

"ทำไมต้องฟาดเคราะห์ ฟาดเคราะห์แปลว่าอะไร" ตากลมฉายแววงงงวยด้วยไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณน้าพูดนัก

"ก็แปลว่าให้คิดเสียว่าเรื่องโชคร้ายที่เกิดขึ้นมันผ่านไปแล้วเดี๋ยวก็จะมีโชคดีเกิดขึ้นยังไงล่ะคะพี่น้ำ" เสียงหวานดังมาจากข้างหลัง 

"คุณหญิง" คุณหนูใหญ่เอ่ยเรียกหญิงสาวที่มาใหม่ด้วยรอยยิ้มกว้าง

"สวัสดีค่ะ พี่น้ำมาถึงนานหรือยังคะ"

"เพิ่งมาถึงเองค่ะ"

ร่างบอบบางของเพียงโพยมนั่งลงตรงข้าม ตาสวยมองไปที่คุณหนูใหญ่อย่างกังวล นี่เป็นครั้งแรกที่สื่อใช้คำระบุความสัมพันธ์อย่างชัดเจน ซึ่งคนที่เสียหายจะเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่หญิงสาวตรงหน้าเธอ

"พี่น้ำโอเคนะคะ" 

"ช่างมันเถอะค่ะ" คุณหนูใหญ่เริ่มปลงแล้วกับการถูกจับตามองในฐานะทายาทของธนกิจโภคิณ ไม่ว่าจะทำอะไรล้วนเป็นข่าวได้สินะ เริ่มเข้าใจในสิ่งที่น้องชายพูดอย่างถ่องแท้แล้วว่าชีวิตของเธอจะเปลี่ยนไปสิ้นเชิง

"พี่ชายใหญ่ล่ะคะ" คราวนี้เพียงโพยมหันไปถามพี่ชายที่ไร้บทสนทนาตั้งแต่กลับมาถึง

"เรื่องข่าวน่ะเหรอ...พี่ไม่อะไรอยู่แล้ว พี่เป็นข่าวจนชิน สนใจพี่น้ำของหญิงเถอะเห็นทำหน้าบูดมาตั้งแต่รู้ข่าว" คุณชายหนุ่มบุ้ยปากไปทางหญิงสาวที่นั่งออดอ้อนแม่ของเขาอยู่บนโซฟาตัวยาวอีกฝั่ง

"ข่าวอะไรเหรอชายใหญ่ หือหนูน้ำ" หม่อมแขไขหลังจากที่ฟังเด็ก ๆ คุยกันถึงข่าวก็เริ่มสงสัย คราวนี้ทั้งสามคนมองหน้ากันไปมาไม่แน่ใจว่าจะควรจะบอกดีหรือไม่ 

"เอ่อ คือ..."


"ว่ายังไงล่ะ ทำไมไม่ตอบกันล่ะ ว่าไงหญิงฟ้า" 

"ข่าวพี่ชายใหญ่กับพี่น้ำค่ะ" เพียงโพยมหลุดโพล่งออกมาเมื่อเจอสายตาคาดคั้นของคนเป็นแม่

"หืม? ข่าวอะไร?"

เพียงโพยมหยิบแท็บแล็ตบนโต๊ะเตี้ยขึ้นมาก่อนจะจะคีย์บางอย่างลงไป ไม่นานภาพและเนื้อหาข่าวก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ส่งให้คนเป็นแม่ได้ดู 

"ทำไมนักข่าวพวกนี้ถึงใช้คำแบบนี้นะ ทั้งที่ยังไม่มีการยืนยันความสัมพันธ์แท้ ๆ" หม่อมแขไขมองภาพและข้อความชวนเข้าใจผิดบนหน้าจอ
 
"ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ปกติการ์ดจะเป็นคนคอยจัดการเรื่องพวกนี้ แต่วันนี้พวกเขาคงทำงานผิดพลาด" แขกสาวของวังอธิบาย

"โธ่ แบบนี้หนูน้ำเสียหายหมด"

"ไม่เป็นไรค่ะคุณน้า เดี๋ยวข่าวก็ซาไปเอง หนูไม่เป็นไรหรอกค่ะ" คุณหนูใหญ่พูดขึ้นให้ทุกฝ่ายสบายใจพลางส่งยิ้มสวยให้ทุกคนยกเว้นคุณชายใหญ่ที่เผลอเบ้ปากใส่อย่างเคยชิน


















"อาหารที่วังอร่อยเสมอเลยนะคะ" คุณหนูใหญ่แขกเจ้าประเจ้าของวังวิชชากรในช่วงสามสี่เดือนมานี้เอ่ยขึ้นอย่างร่าเริง

"แหม หนูน้ำพูดแบบนี้น้ากับพวกแม่ครัวได้ตัวลอยกันหมด" 

"ก็มันอร่อยจริง ๆ นะค่ะ ต้องชมถูกแล้ว" 

"อร่อยก็ทานเยอะ ๆ นะหนูน้ำ เราน่ะผอมเกินไปแล้ว เราด้วยหญิงฟ้า" ท่านชายตรัสขึ้นบ้าง 

"โธ่ ท่านพ่อก็ แบบนี้เค้าเรียกว่าหุ่นกำลังดีค่ะ สาว ๆ เดี๋ยวนี้เขาก็หุ่นแบบนี้กันทั้งนั้น" เพียงโพยมแย้งขึ้นมาพลางตักข้าวเข้าปาก


"ไม้เสียบผีล่ะไม่ว่า" เสียงพึมพำที่ไม่เบานักทำให้ทั้งโต๊ะเงียบกริบ ตากลมวาวแสงขึ้นมาราวกับแมวขู่มองตรงไปยังคนพูด

"พี่ชายใหญ่! ว่าน้องกับพี่น้ำเหรอ" คนเป็นน้องแว้ดขึ้นมาใส่พี่ชายที่ทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาว

"ปากเสีย" คุณหนูใหญ่กัดฟันว่าเบา ๆ พร้อมทั้งถลึงตาใส่ แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าตัวก็ดูเหมือนจะไม่สะทกสะท้าน 

"พอแล้ว ๆ" คนเป็นประทานตรงหัวโต๊ะตรัสห้ามเมื่อเห็นว่าเรื่องชักจะไปกันใหญ่ "ชายใหญ่ก็เหมือนกัน หยุดพูดแล้วก็ทานไปเฉย ๆ เถอะ"

"ชายใหญ่นี่ก็ ปากคอเราะร้ายขึ้นทุกวัน" หม่อมแขไขบ่น









"หญิงฟ้า หมอนัดคราวนี้ให้แม่ไปเป็นเพื่อนไหม" หม่อมแขไขเอ่ยขึ้นขณะรับของหวานหลังทานอาหารเย็นเสร็จ 

"หมอนัด?" คุณหนูใหญ่เลิกคิ้ว สงสัยในสิ่งที่ได้ยิน "คุณหญิงป่วยหรือคะ"

ครอบครัววิชชากรนิ่งเงียบกับคำถามนั้น ไม่มีใครพูดอะไรออกมา

"เอ่อ...คือว่า" เพียงโพยมหลบตากลมที่มองมาอย่างสงสัย

"ไม่เห็นคุณหญิงจะเล่าให้พี่ฟังเลย"

"คือว่าก็ ก็ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกค่ะหนูน้ำ แค่ตรวจสุขภาพทั่วไป" หม่อมแขไขตอบออกมา คุณหนูใหญ่พยักหน้ารับ แต่ในใจนึกสงสัยไม่น้อย แค่ตรวจสุขภาพทำไมทุกคนต้องทำท่าทางแปลก ๆ ด้วย

"เหรอคะ" ตอบรับพลางส่งยิ้มใสซื่อให้บ่งบอกว่าเชื่อสนิทใจ





"เออนี่คุณ ทานเสร็จแล้วใช่ใหม ป่ะ เดี๋ยวผมไปส่งผมจะกลับไปเอาเอกสารที่ออฟฟิซพอดี" คุณชายใหญ่เอ่ยเร่งเมื่อเห็นว่าบัวลอยในถ้วยพร่องไปเกือบหมด ลุกจากที่นั่งเดินอ้อมไปอีกฝั่งของโต๊ะ ดึงแขนของแขกให้ลุกขึ้นเป็นเชิงบังคับ

คุณหนูใหญ่ที่เพิ่งจิบน้ำเปล่าล้างปากแล้ววางแก้วไม่ทันไรก็ต้องลุกตามแรงดึงของลูกชายเจ้าของวัง สีหน้าหน้าแสดงความไม่เข้าใจ

"อะไรของคุณเนี่ย เดี๋ยวสิ " เพราะเจ็บข้อเท้าจึงเดินไม่สะดวกนักแต่ก็ต้องเดินตามแรงดึงของคุณชายใหญ่  

"ชายใหญ่เบา ๆ สิ น้องเจ็บนะ" เสียงหม่อมแขไขดังตามหลังมาเมื่อเห็นลูกชายลากหญิงสาวออกไป ถ้าเป็นปกติเธอคงเอ่ยห้ามแต่นี่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกหลังจากคำถามของคุณหนูใหญ่ จึงเอ่ยออกไปเพียงแค่นั้น







"เฮ้อ เกือบไปแล้วนะคะ" 

เสียงถอนหายใจดังออกมาติด ๆ กันหลังจากได้ยินเสียงขบวนรถขับออกไปบ่งบอกว่าอยู่ในภาวะปลอดภัยแล้ว

"เราจะต้องปิดไปอีกนานแค่ไหนหญิง" หม่อมแขไขเอ่ยถามลูกสาวที่นั่งหน้าเครียด

"หญิงไม่แน่ใจว่าถ้าเรื่องนี้ถูกเปิดเผยแล้วเรื่องอื่น ๆ จะตามมาหรือเปล่า หญิงเป็นห่วงครอบครัวของเรานะคะ ถ้าเรื่องมันหลุดออกไปเขาจะมองวิชชากรยังไง" 

"แล้วหญิงอึดอัดไหม" ท่านชายตรัสถาม

"หญิงอึดอัดแต่หญิงทนได้ ยังดีกว่าปล่อยให้เรื่องหลุดออกไป" เพียงโพยมเหม่อมองไปข้างหน้าด้วยสายตาว่างเปล่าโดยมีสายตาของคนเป็นพ่อแม่มองตามด้วยความเป็นห่วง











"คุณ" 

เสียงใสดังแทรกเสียงพล่ามของดีเจจากช่องวิทยุชื่อดังที่ชายหนุ่มเปิดทิ้งไว้เพื่อไม่ให้รถเงียบจนเกินไปอันจะนำไปสู่การถามคำถามของเรื่องที่ครอบครัวของเขาพยายามจะเลี่ยง

"คุณ!" คนเรียกเริ่มขมวดคิ้วเมื่อคนถูกเรียกยังไม่ท่าทางนิ่งเฉยราวกับไม่ได้ยินสิ่งที่เธอพูด

"..."

"คุณ!!" เพิ่มเสียงขึ้นอีกนิดแต่ก็ไร้การตอบกลับ

"..."

"คุณ!!!" คราวนี้เสียงแหลมหวีดร้องดังลั่นรถจนคนถูกเรียกหันไปทำหน้าดุใส่

"เสียงดังน่าคุณ"

"ก็คุณทำเหมือนได้ยินนี่" เอ่ยตอบเสียงขุ่น

"แล้วคุณมีอะไร" ถอนหายใจรำคาญ

"ตกลงคุณหญิงป่วยเป็นอะไร" เอ่ยถามตรง ๆ 

คนถูกถามสูดหายใจเข้าลึกพลางเหยียบเบรกเมื่อสัญญาณไฟตรงหน้าเป็นสีแดง

"เอาจริง ๆ นะคุณ เรื่องนี่เป็นเรื่องส่วนตัวของหญิงฟ้า เป็นเรื่องในครอบครัวของผม ผมมีสิทธิ์ที่จะไม่ตอบนะ"

คุณหนูใหญ่อ้าปากค้าง แม้จะไม่มีคำด่าหลุดออกมา แต่ฟังแล้วเหมือนเขากำลังต่อว่าว่าเธอจุ้นจ้าน 

"คุณ...เออ! ไม่ถามก็ได้" แขนเรียวยกขึ้นมากอดอกใบหน้าน่ารักบูดบึ้งอย่างขัดใจ 

กระทั่งรถออกตัวอีกครั้งเมื่อสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว ไม่มีใครพูดอะไรหลังจากนั้น มีเพียงเสียงพูดคุยเรื่องราวของวันนี้จากดีเจที่ยังคงดังไปตลอดทาง










"ขอบคุณ!"

ปัง!

เสียงขอบคุณตามด้วยเสียงปิดประตูอย่างแรงดังขึ้นหลังจากยายคุณหนูตัวร้ายเดินลงจากรถ ท่าทางหงุดหงิดงุ่นง่านเพราะถูกขัดใจทำให้คุณชายใหญ่ส่ายหัวด้วยความเอือมระอา ก่อนจะเหยียบคันเร่งขับออกไป

ชายหนุ่มคิดว่าจะปิดเรื่องให้เป็นความลับได้อีกนานแค่ไหนกันเชียว เราสั่งคนให้ปิดข่าวไม่ให้ใครแพร่งพราย แต่เราเองนั่นแหละที่จะหลุดออกมาเองเพราะความสนิทสนมที่เกินพอดี อย่างในวันนี้ที่หม่อมแม่หลุดเรื่องนัดหมอของหญิงฟ้าออกมาเพราะความเคยชินทั้งที่ยังมีแขกอยู่ในวัง แสดงให้เห็นว่าครอบครัวของเรากำลังเปิดรับยายคุณหนูตัวร้ายให้เข้ามาใกล้ชิดและให้ความไว้ใจ

เขาต้องคุยกับครอบครัวเรื่องนี้เสียแล้วว่าเธอเป็นใคร

มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เราก้าวข้ามความสัมพันธ์จากแค่คนรู้จักและคนที่ไม่ถูกชะตากลายมาเป็นคนที่คุ้นเคยจนมีข่าวในเชิงชู้สาวด้วยกันแบบนี้ ท่าทางของพวกเราดูเหมือนคู่รักอย่างนั้นเหรอ บางทีเขาอาจประมาทเกินไปที่ให้ความสัมพันธ์ของเราพัฒนามาจนกลายเป็นแบบนี้ เขาควรจะห้ามอย่างเด็ดขาดไม่ให้หม่อมแม่หรือคนที่วังสนิทสนมกับเธอจนเกินพอดีตั้งแต่แรกที่เธอมาที่วัง

คุณชายใหญ่คิดเสมอว่าเธอต้องเข้าหาครอบครัวของเราอย่างมีจุดประสงค์ อย่างการที่จะหาหนทางให้น้องชายของเธอกับหญิงฟ้าคืนดีกัน ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เขาไม่ต้องการให้เกิดขึ้น

แต่คิดได้ตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว ยายคุณหนูตัวร้ายคุ้นเคยกับคนในวังเป็นอย่างดี โดยเฉพาะกับแม่ของเขาที่ดูจะหลงรักเธอจนถอนตัวไม่ขึ้น...





ครืด...

ยังไม่ทันคิดอะไรให้ต่อเสียงโทรศัพท์ก็ดังแทรกขึ้นมา มือหนาล้วงมันออกมาจากกางเกง ชื่อที่ขึ้นบนหน้าจอและเบอร์จากต่างประเทศทำให้คุณชายใหญ่เลิกคิ้ว 

ศศิธร

รถหรูเปิดไฟเลี้ยวเข้าข้างทางก่อนกดรับสาย


"ว่าไงศิ" 

"ใหญ่ ศิจะกลับไทยแล้วนะ" เสียงร่าเริงถูกส่งมาตามสาย

"หืม อีกตั้งปีไม่ใช่เหรอทำไมกลับเร็ว"
 
"ศิว่าจะดรอปก่อน อยากจะพัก ไม่ไหว เรียนหนักมาก"

"คนอย่างศศิธรน่ะเหรอไม่ไหว" 

"คนอย่างศศิธรเนี่ยแหละ เอาเป็นว่ามารับศิที่สนามบินด้วยละกัน"

"ได้ ๆ"

"เดี๋ยวจะส่งข้อมูลเรื่องไฟลท์กับเวลาให้" ปลายสายเงียบไปเสี้ยววิก่อนจะเอ่ยเย้าแหย่ขึ้นมา "แล้วตอนนี้มีแฟนหรือยังสุดหล่อ"

เสียงทุ้มหัวเราะเมื่อได้ฟังประโยคเหมือนแซวกัน

"จะไปมีได้ยังไง แค่ทำงานในแต่ละวันก็เหนื่อยจะแย่ จะเอาเวลาที่ไหนไปหาแฟน"

"บ้าน่า คนอย่างคุณชายใหญ่มีสาวมาให้เลือกมากมาย ก็จิ้มเอาสักคนสิ"

"จะทำแบบนั้นได้ยังไง"

"แล้วคนนี้ล่ะ สายธารา ธนกิจโภคิณ ศิเห็นข่าวเมื่อคืน"

"ยายคุณหนูใหญ่น่ะเหรอ ที่โทรมาคือจะโทรมาแซวเหรอ"

"แล้วคนนี้ยังไง" ศศิธรเอ่ยด้วยน้ำเสียงอยากรู้อยากเห็น

"หึ ไม่ยังไงแหละ"

"โอเค งั้นเจอกัน" 

"เจอกัน"




100%

tbc.

__________________________________

Talk

เอาจริง ๆ คือชื่อเรื่องกับเนื้อเรื่องไม่ค่อยตรงกันแต่ยังไงจะรีไรท์อีกทีนะคะ




















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #13 Supatra_ja (@Supatra_ja) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:07
    เริ่มต้นมาดี เข้าท่าหมดทุกอย่าง อย่างเสียทีหลังนะไรท์ เน่ากระจาย มือที่สามกระจุย ไม่เอานะไรท์ เราชอบเรื่องนี้มากเลยนะ ติดตามเป็นอันดับแรกเลย
    #13
    1
    • #13-1 armo_dee (@armo_dee) (จากตอนที่ 36)
      26 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:49
      ขอบคุณมากน้าที่ติดตาม รับรองว่าจะเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอน
      #13-1