THE ENEMY LOVERS อริร้ายแสนรัก (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 10,074 Views

  • 65 Comments

  • 176 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    660

    Overall
    10,074

ตอนที่ 28 : ๑๐_ปิ่นโต 80%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 272
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    27 พ.ค. 62





๑๐ : ปิ่นโต


Jang Won Young |© upper east side Wanna One Hwang Minhyun ✨

...

น้ำพริกลงเรือและแกงส้มไข่ชะอมกุ้งฝีมือคุณหนูใหญ่ พร้อมทั้งกับข้าวอื่น ๆ ที่แม่ครัวทำ ถูกนำมาตั้งโต๊ะไว้เรียบร้อย หญิงสาวมองอาหารตรงหน้าตาวาว โดยเฉพาะอาหารฝีมือของเธอ

"หน้าตาดูดีนะหนูน้ำ" ท่านชายตรัสขึ้น สายเนตรมองอาหารตรงหน้าด้วยสายตาชื่นชม

"หนูตั้งใจทำสุดฝีมือเลยค่ะ เดี๋ยวท่านลุงลองชิมดูนะคะ" นำเสนอด้วยสีหน้าภูมิอกภูมิใจดูน่าเอ็นดู

"ปกติเข้าครัวบ่อยหรือเปล่า" 

"แทบไม่เข้าเลยค่ะ" คุณหนูใหญ่ส่ายหัวพลางส่งยิ้มแห้งให้

"ขนาดไม่ค่อยเข้าครัวยังทำได้ดีขนาดนี้เลยนะเพคะ" หม่อมแขไขเอ่ยแซวขณะที่เดินเข้ามานั่ง คุณหนูใหญ่ยิ้มกว้างรับคำชมนั้น

"ดูสิยิ้มกว้างเชียว ไม่เขินหน่อยเหรอเราน่ะ" 

"ไม่เลยค่ะ ดีใจมากกว่า" หญิงสาวส่ายหน้าปากจิ้มลิ้มฉีกยิ้มกว้าง

"เอ้า มัวแต่คุย ลงมือทานได้แล้ว" 

มื้อเที่ยงวันนี้ไม่เงียบเหงาเช่นวันอื่น ๆ เมื่อเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะหลุดออกมาเป็นพัก ๆ คนผูกขาดการสนทนาจะเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่คุณหนูใหญ่ที่มีเรื่องเล่ามากมายที่ไม่รู้ไปสรรหามาจากไหนมาพูดไม่หยุด ทำให้คนแก่สองคนรู้สึกไม่เงียบเหงาเหมือนเช่นที่ผ่านมา









"หนูต้องขอตัวก่อนนะคะ" พูดคุยหลังทานข้าวเสร็จไม่เท่าไหร่คุณหนูใหญ่ก็ต้องขอตัวกลับก่อน 

"อ้าว จะกลับแล้วหรือคะ" 

"บ่ายนี้นัดคุณหญิงไว้ที่ห้องเสื้อน่ะค่ะ" พูดถึงคุณหญิงเพียงฟ้าที่นัดกันไว้เมื่อคืน

"เรื่องที่หนูน้ำจะเดินแบบให้หญิงฟ้าน่ะเหรอ" หม่อมแขไขนึกถึงเรื่องที่ลูกสาวเคยพูดให้ฟัง

"เรื่องเดินแบบยังอีกนานเลยค่ะ ช่วงนี้หนูแค่เข้าไปช่วยคุณหญิงดูคอลเลกชั่นใหม่" 

"ดีแล้วค่ะ หนูน้ำชอบแฟชั่นนี่ รีบไปเถอะค่ะ"

"ลานะคะท่านลุง คุณน้า" มือเรียวยกขึ้นไหว้เตรียมจะหันหลังเดินออกไปถ้าไม่ถูกเรียกไว้ซะก่อน

"คุณหนูน้ำคะ! เดี๋ยวค่ะ!" เจ้าของชื่อหันกลับไปมองก่อนจะพบว่าเป็นประนอม แม่บ้านอาวุโสของวังวิชชากรที่เรียกเธอไว้ 

"มีอะไรแม่นอม" หม่อมแขไขถาม

"รบกวนคุณหนูน้ำเอาปิ่นโตไปส่งให้คุณชายใหญ่ได้ไหมคะ" ประนอมเอ่ยขึ้นพลางส่งยิ้มอย่างเกรงใจไปให้หญิงสาวที่ดูเหมือนจะอึ้งไปไม่น้อยเมื่อได้ยินจุดประสงค์ของแม่บ้านสูงวัย

"อ้าว แล้วไปใช้หนูน้ำเขาทำไม ตาสนล่ะ" ท่านชายตรัสขึ้น ถามถึงสนคนขับรถประจำวัง

"นั่นสิ ตาสนล่ะ ทำไมป่านนี้ยังไม่เอาปิ่นโตไปส่งอีก" หม่อมแขไขเอ็ดขึ้นมา โดยมีคุณหนูใหญ่เลิกคิ้วมองอย่างสงสัยไม่ต่างกัน

"ไอ้สนท้องเสียน่ะค่ะ ตอนนี้นอนซมอยู่ในห้อง" ประนอมส่งยิ้มแห้งเจ้านาย

"ตายจริง แล้วเป็นอะไรมากหรือเปล่า" หม่อมแขไขยกมือขึ้นกุมอก

"ไอ้สนพักสักหน่อยเดี๋ยวมันก็ดีขึ้นเองค่ะ แต่ปิ่นโตเนี่ยไม่มีใครเอาไปส่งเลยค่ะ" ประนอมว่าพลางยกปิ่นโตสี่ชั้นขึ้นมาแล้วส่งยิ้มแห้ง 

"แล้วหายไปไหนกันหมด"

"คนอื่น ๆ เอารถไปเข้าอู่เช็คสภาพตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ ไม่มีใครว่างเลยค่ะ"



"เดี๋ยวหนูเอาไปส่งให้เองค่ะ" คุณหนูใหญ่ที่ยืนฟังนายบ่าวคุยกันอยู่นานเอ่ยอาสาขึ้น ทั้งหมดหันไปมองหญิงสาว 


"รบกวนหนูน้ำหรือเปล่าคะ" หม่อมของวังเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจ รู้ดีว่าหญิงสาวไม่ค่อยเป็นมิตรกับลูกชายนัก ในขณะที่ประนอมมองไปที่เธออย่างมีความหวัง

"ไม่เป็นไรค่ะ เป็นทางผ่านอยู่แล้ว" คุณหนูใหญ่ส่งยิ้มกว้างยืนยัน

"ขอบคุณมากนะคะคุณหนูน้ำ เนี่ยในนี้มีแกงส้ม น้ำพริกลงเรือ แล้วก็สาคูไส้หมูของคุณหนูน้ำด้วยนะคะ" ประนอมพูดจ้อประจบประแจง

"มีของหนูด้วยเหรอคะ" คิ้วเรียวเลิกขึ้นก่อนจะยู่ปากเล็กน้อย "จะถูกปากคุณชายใหญ่เขาหรือเปล่า"

"ฝีมือคุณหนูน้ำอร่อยออกค่ะ พวกในครัวชมกันไม่ขาดปาก"

"หวังว่าคุณชายเขาจะไม่เอ็ดหนูทีหลังว่าเอาอะไรมาให้เขากินนะคะ" คุณหนูใหญ่อดแขวะไปที่ต้นเหตุไม่ได้ หากินเองไม่ได้เหรอถึงต้องให้คนคอยส่งข้าวส่งน้ำให้ 

"โอ้ยย ไม่หรอกค่ะ"

"รบกวนหนูน้ำจริง ๆ" ท่านชายว่าพลางส่ายหน้าไปมา 

"นั่นสิ" 

"ไม่เป็นไรจริง ๆ ค่ะ" คุณหนูใหญ่ส่งยิ้มสวยให้เป็นการยืนยัน "หนูขอตัวเลยนะคะ"

ร่างบางเดินออกไปขึ้นรถที่รออยู่หน้าประตูโดยมีประนอมเดินตามถือปิ่นโตไปส่ง















"ฉันมาพบคุณชายใหญ่ค่ะ" 

คุณหนูใหญ่ว่าจุดประสงค์ทันทีที่เดินไปถึงเคาห์เตอร์ประชาสัมพันธ์

"นัดไว้หรือเปล่าค่ะ" ประชาสัมพันธ์สาวเอ่ยถามเสียงสุภาพ

"ไม่ได้นัดค่ะ ฉันแค่เอาปิ่นโตมาส่ง" 

"ปิ่นโต?" ประชาสัมพันธ์สาวทวนคำไม่แน่ใจ ก่อนจะร้องอ๋อเมื่อนึกบางอย่างออก "จากวังวิชชากรหรือเปล่าคะ"

"ใช่ค่ะ"

"เชิญขึ้นลิฟท์ทางซ้ายมือเลยค่ะ" มือเรียวผายไปทางซ้ายอันเป็นที่ตั้งของลิฟท์สำหรับผู้บริหาร 

"ขอบคุณค่ะ" คุณหนูใหญ่ส่งยิ้มให้พลางเอ่ยขอบคุณก่อนร่างบางจะเดินลิ่วไปตามทางที่ว่า โดยมีสายตามองตามไปอย่างสงสัย คุ้นหน้าหญิงสาวที่เพิ่งเดินจากไปไม่น้อย









"คุณสายธารา"

เสียงชื่อเรียกจากด้านหลังทำให้คุณหนูใหญ่ชะงัก หลังกลับไปก่อนจะยิ้มกว้างเมื่อเจอคนที่คุ้นหน้าคุ้นตา

"คุณ?"

"รพีครับ เลขาคุณชายใหญ่ครับ" 

"ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ" เผยรอยยิ้มหวานพร้อมยกมือขึ้นจับกับมือหนาตรงหน้า

"คุณสายธารา..."

"เรียกน้ำก็ได้ค่ะ"

"อ่า คุณน้ำมาหาคุณชายเหรอครับ" ระพีมองตามไปมือบางที่ถือปิ่นโตใบใหญ่อยู่ ในหัวเริ่มเดาบางอย่างออก

"ไม่เชิงหรอกค่ะ แค่เอาข้าวมาส่งค่ะ" คุณหนูใหญ่ยักไหล่พยักพเยิดไปที่มือที่หิ้วปิ่นโต

"เชิญห้องริมสุดเลยครับ" ตากลมมองไปตามมือของระพีก่อนจะหันมายิ้มแหยให้เลขาหนุ่ม

"ฝากคุณรพีได้ไหมคะ"

"เอ่อ คือผมต้องรีบไปน่ะครับ เชิญคุณน้ำเลยครับ ขอโทษนะครับ" รพีก้มหัวเป็นเชิงขอโทษก่อนจะรีบเดินจากไป ปล่อยให้คุณหนูใหญ่ยิ้มค้าง 

"รีบไปไหนของเขา" ปากเล็กบ่นอุบก่อนจะยกปิ่นโตที่ถือไว้ขึ้นมามองพลางถอนหายใจอย่างปลงตก 

สรุปว่าต้องไปเจอหน้าตาคุณชายจริง ๆ เหรอเนี่ย...















ในห้องทำงานกว้างชายหนุ่มหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่กำลังจดจ่ออยู่กับกองเอกสารตรงหน้า ในห้องที่แสนเงียบสงบเสียงพลิกกระดาษไปมาและเสียงหัวปากกาเสียดสีกับกระดาษขณะตวัดเซ็นต์คงเป็นเพียงแค่สองเสียงที่ดังอยู่ในตอนนี้

ใบหน้าหล่อเหลานิ่งสงบและดูมีสมาธิ คุณชายใหญ่ทำงานจนลืมเวลา ตั้งแต่เช้าจนล่วงสู่เข้าบ่ายชายหนุ่มยังไม่ขยับเขยื้อนกายไปไหน เพราะงานที่ถาโถมเหมือนคลื่นยักษ์ซัดเข้าฝั่งทำให้ต้องรีบจัดการให้เสร็จ

ก๊อก ๆ

"เข้ามา"

เสียงเคาะประตูดังแทรกผ่านเข้ามาในหู แต่คุณชายใหญ่ก็ทำเพียงแค่เอ่ยอนุญาตโดยที่ยังไม่ละสายตาออกจากตัวหนังสือบนหน้าเอกสาร

กึก ๆ

เสียงรองเท้ากระทบกับพื้นฟังดูแปลกหูกว่าที่เคย ทำให้คุณชายหนุ่มต้องเหลือบตาขึ้นมามอง พลันก็ต้องขมวดคิ้วหรี่ตามองอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเองนัก

ยายคุณหนูตัวร้ายมาทำอะไรที่นี่?


"คุณมาทำอะไรที่นี่" ไวกว่าเท่าความคิดก็ลั่นปากถามออกไป

"ฉันเอาปิ่นโตมาส่ง" มือเรียวยื่นปิ่นโตออกไปจนสุดแขนที่ตรงหน้าคุณชายหนุ่มพลางพยักพเยิดให้รับไปเร็ว ๆ

"วางไว้บนโต๊ะตรงนั้นเลย" ตาเรียวเหลือบมองไปที่โต๊ะเล็กหน้าชุดโซฟารับแขกเป็นเชิงให้เอาปิ่นโตไปวางไว้ตรงนั้นแล้วจึงก้มหน้าทำงานต่อ


"ยังไม่กินเหรอ" คุณใหญ่ว่าพลางวางปิ่นโตลงบนโต๊ะ

"ผมยังไม่หิว" เสียงทุ้มว่าแบบนั้นทั้งที่ไม่เงยหน้าขึ้นมา คุณหนูใหญ่แอบเบ้ปากใส่แต่ก็ไม่วายเตือนเรื่องเวลา

"นี่จะบ่ายสองแล้วนะ" ข้อมือเล็กยกขึ้นมาดูเวลาบนนาฬิกาเรือนหรู

"ผมยังไม่หิว" 

"ไม่หิวก็ต้องกิน" เสียงใสเซ้าซี้จนคนเคร่งเครียดกับการทำงานต้องถอนหายใจแรงเงยหน้าขึ้นมาสบตากลมใสด้วยแววตาเหมือนรำคาญ

"ผมทำงานอยู่ ออกไปได้แล้ว" 

คุณหนูใหญ่อ้าปากค้างเมื่อโดนไล่กันซึ่ง ๆ หน้า 

"นี่! ฉันอุตสาห์เอามาให้นะ ไม่ขอบคุณยังไม่พอยังมาไล่กันอีก" เสียงแหลมแว้ดขึ้นมา คุณชายหนุ่มขมวดคิ้วมองตรงไปที่หญิงสาวอย่างตำหนิเมื่อเสียงนั้นแหลมจนบาดหูเกินไป

"ขอบคุณ ที่นี้ออกไปได้หรือยัง" คนอยากทำงานต่อเอ่ยเสียงนิ่ง ตาเรียวดุมองไปคุณหนูใหญ่แล้วเหลือบมองไปที่ประตูเป็นเชิงไล่

ตากลมค้อนขวับ ริมฝีปากบางเม้มแน่น คุณหนูใหญ่กำลังไม่พอใจ ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครทำท่าทางแบบนี้กับเธอมาก่อน อยากจะกรีดร้องออกมาให้สุดเสียง แต่รู้ดีว่าคนตรงหน้าต้องให้ รปพ. มาลากเธอออกไปแน่ ดังนั้น จึงทำได้แค่สะบัดหน้าหนีแล้วเดินกระแทกเท้าออกไปก่อนจะปิดประตูดังปังเป็นการส่งท้าย

80%

tbc.

________________________________

Talk

มาแล้วค่า ๆ ๆ

เจอกันกี่ทีก็ไม่เคยดีกัน
เมื่อไหร่จะมีตอนหวานสักที







 

























ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #31 mommoo06051958 (@mommoo06051958) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 09:06

    เป็นเรา.เราจะเอากลับไปให้น้องหญิงทานดีกว่า.อิ อิ

    #31
    0