THE ENEMY LOVERS อริร้ายแสนรัก (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 10,325 Views

  • 68 Comments

  • 176 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    911

    Overall
    10,325

ตอนที่ 27 : ๑๐_ปิ่นโต 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 333
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    27 พ.ค. 62






๑๐ : ปิ่นโต 





European Enamelware Pink Tiffin






...




"หม่อมคะ มีแขกมาหาค่ะ" 

หม่อมแขไขที่กำลังปักดอกกุหลาบใส่ในแจกันหลุดยิ้มน้อย ๆ แขกที่ว่าจะเป็นใครไปเสียถ้าไม่ใช่หนูน้ำที่ช่วงนี้แวะมาที่วังวิชชากรบ่อย ๆ

"บอกให้มาหาฉันที่ห้องมรกตเลย" 

"ค่ะ"








เสียงคนเดินตรงเข้ามาภายในห้องเรียกรอยยิ้มของหม่อมแขไขให้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยสมวัย แต่ในตอนที่เงยหน้าขึ้นเพื่อจะทักทายแขกประจำหม่อมของวังกลับประหลาดใจ เมื่อแขกที่คิดว่าเป็นหนูน้ำกลับกลายเป็นสาวสวยที่ไม่รู้จัก

"สวัสดีค่ะ" เสียงหวานเอ่ยขึ้นทักทายพร้อมยกมือขึ้นไหว้

"สวัสดีค่ะ" หม่อมแขไขรับไหว้ก่อนจะเชื้อเชิญแขกที่ไม่รู้จุดประสงค์ของการมาให้นั่งลง

"อยากจะมาหาหม่อมน้าตั้งนานแต่ไม่มีโอกาสเลยค่ะ แต่มนพึ่งได้ชาดีจากเมืองจีนมานึกถึงหม่อมน้า วันนี้เลยถือโอกาสมาหาค่ะ" หม่อมแขไขงุนงงเล็กน้อยเธอแน่ใจว่าไม่รู้จักหญิงสาวตรงหน้าเป็นการส่วนตัวอย่างแน่นอน 

"เอ่อ...ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าคุณเป็นใครคะ" คนถูกถามหน้าเจื่อนเล็กน้อยก่อนกระแอมไอแก้เก้อ

"ตายจริง มนลืมแนะนำตัวเลย มนสิตาค่ะ" 

"อ่อ หนูมนสิตา" หม่อมแขไขพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ ตาสวยหรี่มองสาวสวยตรงหน้าอย่างประเมินท่าที 

"ค่ะ มนเป็นเพื่อนคุณชายค่ะ คุณชายเล่าเรื่องหม่อมน้าให้ฟังเยอะมาก มนเลยอยากเข้ามาหาสักครั้ง" 

"อ่อค่ะ" คนรู้จักชายใหญ่นี่เอง ถ้าหม่อมแขไขเดาไม่ผิด เธอคงจะมาห...

"ไม่ทราบว่าคุณชายอยู่ไหมคะ" นั่นปะไร เธอเดาผิดเสียที่ไหน ผู้หญิงสาว ๆ กี่คนต่อกี่คนที่มาวังวิชชากรส่วนมากก็มาหาชายใหญ่ทั้งนั้น 

"ชายใหญ่ไม่อยู่หรอกค่ะ ออกไปทำงาน" 

"อะไรนะคะ วันหยุดก็ยังต้องทำงานเหรอคะ" มนสิตาหลุดเสียงแหลมออกมานั่นทำให้หม่อมแขไขถึงกับเลิกคิ้ว

"หืม?" สายตาที่จ้องมาทำให้แขกสาวรู้ตัวว่าเผลอเสียมารยาทออกไป

"ขะ ขอโทษค่ะที่เสียมารยาท คือมนหมายถึงคุณชายขยันจังเลยนะคะ"

"ช่วงนี้งานเขาเยอะค่ะ เลยต้องทำทุกวัน"

"งั้นไม่มีอะไรแล้ว มนขอตัวก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ" หญิงสาวตัดบทเมื่ออยู่ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ในเมื่อคุณชายไม่อยู่ 

"ค่ะ เชิญค่ะ" 

เมื่อแขกพ้นประตูห้องไปหม่อมแขไขถึงกับต้องส่ายหัวอย่างเอือมระอา ไม่รู้ลูกชายเธอไปแกว่งแหอีท่าไหนสาว ๆ พวกนี้ถึงติดมาเป็นพรวนแบบนี้












มนสิตาเดินสับเท้าออกมาหน้าหงิก ขัดใจที่วันนี้มาเสียเที่ยว เธอไม่ได้เจอคุณชายนานแล้ว นัดทานข้าวก็บอกแต่ว่าติดงาน อุตสาห์มาหาถึงบ้านก็ยังทำงาน นับวันยิ่งหาตัวยากขึ้นทุกวันแล้วแบบนี้เธอจะทำคะแนนได้ยังไง 

รถโรลส์รอยซ์คันหรูขับมาจอดตรงหน้า ผู้หญิงเดินลงมาคือคนที่ทำเอามนสิตาตาค้าง 

"คุณน้ำ?"

"คะ?" เจ้าของชื่อหันไปตามเสียงเรียกพร้อมรอยยิ้มน้อย ๆ

"มาทำอะไร?" มนสิตาหลุดปากถามด้วยความสงสัย

"คะ?" คุณหนูใหญ่สังเกตเห็นมนสิตาตั้งแต่อยู่ในรถ แม้จะสงสัยว่าเธอมาทำอะไรที่นี่แต่ก็ไม่คิดจะถามให้เสียมารยาท แต่คนตรงหน้าเธอดูเหมือนว่าจะเก็บความอยากรู้ที่เธอมาที่นี่ไว้ไม่มิด 

"เอ่อ ฉันหมายถึงว่าคุณมาหาคุณชายเหรอคะ" น้ำเสียงที่เริ่มแข็งกระด้างของสาวสวยตรงหน้าทำให้คุณหนูใหญ่หัวเราะน้อย ๆ 

"เปล่าค่ะ ฉันมาหาคุณน้า"

"คุณน้า?" 

"หม่อมแขไขน่ะค่ะ ฉันขอตัวก่อนนะคะ" คุณหนูใหญ่ส่งยิ้มให้ก่อนจะเดินเลี่ยงเข้าไปในวัง




"คุณหนูน้ำคะ หม่อมให้เรียนเชิญไปที่ห้องมรกตค่ะ" 

แม่บ้านที่เดินออกมารับหญิงสาวถึงหน้าประตูทำให้มนสิตาขมวดคิ้ว ท่าทางที่ดูสนิทสนมกับคนในวังนี้ทำให้เธอเริ่มระแวง สัญชาตญาณผู้หญิงเริ่มส่งเสียงเตือนถี่ขึ้น 

ยายคุณน้ำนี่ไม่ธรรมดาจริง ๆ

นอกจากตอนนั้นที่ลากเอาคุณชายไปแล้ว มาวันนี้เธอยังดูสนิทสนมกับคนในวังนี้อีก มนสิตากัดปากแน่นอย่างใช้ความคิดพลางเดินขึ้นรถหรูที่จอดอยู่ห่างออกไป














"หนูน้ำ" เสียงเรียกอย่างดีใจดังขึ้นจากหม่อมแขไขที่รอคอยแขกคนโปรดอยู่

"เมื่อกี้คุณน้ามีแขกเหรอคะ"

"ใช่ค่ะ แต่เขามาหาชายใหญ่ พอชายใหญ่ไม่อยู่ก็ขอกลับเลย" คุณหนูใหญ่พยักหน้าเข้าใจ คิดว่าผู้หญิงไทยที่เธอเห็นตอนนี้แตกต่างจากที่แม่เล่าให้ฟังพอสมควร สมัยนี้คงจะเหมือนฝรั่งกันหมดแล้วสินะ แต่สุดท้ายก็ได้แต่ส่ายหน้า ไม่ใช่เรื่องของเธอเสียหน่อย ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องไปเป็นเรื่องสอนทำอาหารที่เคยคุยกันไว้

"วันนี้คุณน้าพร้อมสอนเมนูแรกให้หนูหรือยังคะ" น้ำเสียงตื่นเต้นเอ่ยขึ้น ท่าทางกระตือรือร้นของคุณหนูใหญ่ทำให้หม่อมแขไขหลุดยิ้มออกมา

"วันนี้น้าจะสอนทำอาหารคาวสองอย่างและของว่างหนึ่งอย่าง ตกลงไหม"

"ตกลงค่ะ ว่าแต่จะทำอะไรบ้างค่ะ"

"ตามน้ามาเลยค่ะ"











อาหารคาวที่เราจะทำในวันนี้คือน้ำพริกลงเรือและแกงส้ม ส่วนของว่างคือสาคูใส้หมู คุณหนูใหญ่ตื่นเต้นจนเก็บอาการแทบไม่อยู่ มือบางถูกันไปมาอย่างเตรียมพร้อม มองวัตถุดิบที่ถูกเตรียมไว้ตรงหน้าด้วยแววตาเปล่งประกาย มีหลายอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน

"เริ่มจากโขลกน้ำพริกนะคะ" คุณหนูใหญ่พยักหน้าตามอย่างกระตือรือร้นพลางมือบางกำกระเทียมและตักน้ำพริกกะปิลงในครกตามที่หม่อมแขไขชี้ให้ดู

"แล้วตำเลยใช่หรือเปล่าคะ"

"ใช่ค่ะ โขลกกระเทียมกับกะปิให้เนื้อเนียนเข้ากัน" 

เสียงกระทบกันระหว่างครกกับสากดังก้องห้องครัว ท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ตอนจับสากดูน่าขันนัก แต่หม่อมแขไขก็ช่วยจับมือบางให้โขลกจนท่าทางเข้าที่

"เนื้อเนียนแล้วค่ะ"

"ใส่พริกชี้ฟ้าแดงซอยและพริกขี้หนูแดง จำนวนพริกตามสูตรน้านะคะ ไม่เผ็ดมากค่ะ" มือบางเทพริกทั้งสองชนิดลงครก โขลกจนละเอียด ปรุงรสด้วยน้ำปลาน้ำมะนาวตามที่คนสอนบอก คนให้เข้ากัน

"แล้วทำอะไรต่อคะ"

"ทำหมูหวานค่ะ"



หมูสับ 1 ถ้วยถูกยกมาวางตรงหน้า คุณหนูใหญ่เทหมูสับลงบนกระทะที่น้ำมันเดือดจัด 

"โอ๊ย!!"

เคร้ง!

หญิงสาวกระโดดพลางชักแขนหลบปล่อยตะหลิวลงพื้นเมื่อน้ำมันร้อนกระเด็นโดนมือทำเอาคนมองอยู่ตกใจไปตาม ๆ กัน มือบางถูกหม่อมแขไขจับมาล้างน้ำ รอยแดงบนมือทำให้คนสอนรู้สึกผิด 

"หนูน้ำเจ็บมากไหมคะ" เสียงอ่อนหวานถามด้วยความกังวล ตอนนี้ในครัวต่างวุ่นวาย บ่าวทั้งหลายต่างพากันหาว่านหางจระเข้มาให้หญิงสาวทาแผลที่ถูกน้ำมันลวก

"เจ็บนิดเดียวเองค่ะ ขอโทษนะคะทีทำให้วุ่นวาย" คุณหนูใหญ่รู้สึกผิดไม่แพ้กันที่ทำให้คนอื่นวุ่นวายเพราะความซุ่มซ่ามของตัวเอง ใบหน้าน่ารักหม่นลง

"น้าต่างหากที่ต้องขอโทษ ดูสิหนูน้ำต้องมาเจ็บเพราะน้า"

"เป็นอุบัติเหตุค่ะ คุณน้าไม่ผิดเลย แล้วที่สำคัญเป็นแผลนิดเดียวเอง เดี๋ยวก็หายค่ะ" คุณหนูใหญ่ยิ้มกว้างให้หญิงตรงหน้าคลายความกังวล ทั้งที่ในใจตัวเองก็กังวลไม่น้อย

ถ้าเป็นรอยแผลเป็นขึ้นมาก็แย่เลย...

ในหัวนึกไปถึงยาที่ใช้รักษารอยแผลเป็นชื่อดังไปจนถึงคลินิกสำหรับความสวยความงาม

"พอแค่นี้ก่อนดีกว่าเนาะ เอาไว้ทำวันหลัง"

"ไม่เอาค่ะ ทำต่อเถอะนะคะ คราวนี้หนูจะระวังมากขึ้น" ส่ายหัวจนผมกระจาย ใบหน้าจิ้มลิ้มอ้อนวอนขอทำต่อจนคนมองใจอ่อน

"ก็ได้ค่ะ งั้นให้แม่บ้านผัดหมูต่อแล้วกัน" หม่อมแขไขเรียกแม่บ้านที่อยู่แถวนั้นเข้ามาทำต่อ โดยมีคุณหนูใหญ่ยืนจับตาดูไม่ห่างด้วยความสนใจ

"ใส่น้ำตาล...เรียกว่าอะไรนะคะ"

"น้ำตาลปี๊บค่ะและน้ำปลา ผัดให้เข้าให้เข้ากัน" หม่อมแขไขอธิบายในขณะที่คุณหนูใหญ่ก็ตักน้ำตาลปี๊บและเทน้ำปลาลงไปโดยมีแม่บ้านคอยผัดให้สุก

"เข้ากันดีแล้วค่ะคุณน้า"

"ค่ะ หนูน้ำเอามาคลุกกับน้ำพริกเลยค่ะ ระวังร้อนนะคะ" มือบางค่อย ๆ ประคองชามขนาดใหญ่ที่ภายในมีหมูหวานมาวางไว้บนโต๊ะก่อนจะค่อย ๆ เทน้ำพริกที่ทำไว้มาผสมกันแล้วเคล้าทั้งหมดให้เข้ากัน

"เสร็จแล้วค่ะ!" คุณหนูเอ่ยอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดีแล้วพลางใช้ช้อนเล็กตักขึ้นมาชิม ทันใดนั้นตากลมก็เป็นประกายขึ้นมา "อร่อยจังเลยค่ะ อร่อยกว่าที่กินในร้านอาหารเสียอีก"

"นี่ค่ะทานกับเครื่องเคียง มีเนื้อปลาทอด กระเทียมดอง แล้วก็ที่สำคัญไข่เค็มค่ะ" หม่อมแขไขเอ่ยขึ้นพลางชี้ไปที่เครื่องเคียงที่ถูกจัดไว้พร้อมน้ำพริกลงเรือที่ถูกตักใส่ถ้วยเรียบร้อย




"ต่อไปเป็นแกงส้มนะคะ"

"ค่ะ" คุณหนูพยักหน้ารับอย่างกระตือรือร้น

"อันที่จริงแกงส้มมีหลายสูตรหลายแบ แต่ที่น้าจะสอนวันนี้คือแกงส้มไข่ชะอมกุ้งสด เป็นสูตรของน้าเอง"

ทันทีที่น้ำพริกลงเรือทำเสร็จวัตถุดิบสำหรับทำแกงส้มก็ถูกยกมาวางไว้ตรงหน้า 

"โอ้โห วัตถุดิบเยอะจังค่ะ" คุณหนูใหญ่ตาโตเมื่อเห็นวัตถุดิบสำหรับทำแกงส้ม คนสอนยิ้มเอ็นดูก่อนจะเอ่ยต่อไป

"เราจะทำน้ำพริกแกงส้มก่อนค่ะ"

"ถ้าเดาไม่ผิดต้องโขลกทั้งหมดนี้รวมกันใช่ไหมคะ" 

"ใช่ค่ะ" 

คุณหนูใหญ่พยักหน้า เทส่วนหอมแดง พริกแห้งเม็ดใหญ่ป่น พริกขี้หนูป่น กระเทียม ข่า ตะไคร้ กะปิ โขลกทั้งหมดรวมกันจนเป็นเนื้อเดียวกัน ท่าทางตั้งใจของคนทำทำให้หม่อมแขไขยิ้มอย่างปลื้มใจ

"ต่อไปต้มปลานะคะ"

คุณหนูใหญ่นำเนื้อปลาต้มสุกมาโขลกในครกพร้อมกับน้ำพริกจนเข้ากัน เมื่อเสร็จแล้วก็หันไปปรุงแกงส้ม โดยเทน้ำพริกที่โขลกรวมกับปลาลงในน้ำต้มเดือด เทเครื่องปรุงต่าง ๆ ทั้งน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก คนให้เข้ากันจากนั้นจึงใส่กุ้งสดลงไปตามด้วยไข่เจียวชะอม

คุณหนูใหญ่มองแกงส้มที่ทำด้วยตัวเองถูกตักลงในถ้วยพร้อมเอาไปวางไว้คู่กับน้ำพริกลงเรือด้วยความภาคภูมิใจ 

"ในที่สุดก็เสร็จ อาหารไทยนี่ทำยากจังเลยนะคะคุณน้า วัตถุดิบเยอะไปหมด ต้องตำน้ำพริกก่อนแล้วถึงจะเอามาผสมกัน แต่พอทำเสร็จแล้ว ก็อร่อยสมความยากของมันเลยค่ะ อาหารไทยนี่ดีจริง ๆ" ริมฝีปากจิ้มลิ้มเจื้อยแจ้วไม่หยุดจนคนฟังได้แต่ยิ้มตาม

"แล้วหนูน้ำยังอยากทำสาคูไส้หมูต่อไหม แต่อันนี้ไม่ยากค่ะ"

"ต่อเลยค่ะ ไฟกำลังมา"

ส่วนผสมสำหรับทำสาคูไส้หมูถูกยกมาตรงหน้าแทนที่ส่วนผสมเดิม 

"ผัดส่วนผสมพวกนี้รวมกันเลยค่ะ" หม่อมแขไขชี้ไปที่รากผักชี กระเทียม พริกไทยที่ถูกตำจนละเอียด พร้อมหอมแดงสับ และหมูสับ

"ต่อไปใส่น้ำตาลปี๊บแล้วก็ ซีอิ๊วขาวและเกลือใช่ไหมคะ" คุณหนูพูดขึ้น

"เก่งจังเลยค่ะ ตอนนี้จับไก๋อาหารไทยได้ถูกแล้ว" คนสอนชมเชย ด้านลูกศิษย์หัวไวก็ยิ้มอย่างภูมิใจ

"เอาเม็ดสาคูผสมกับน้ำอุ่นค่ะ ระวังน้ำร้อนนะคะหนูน้ำ"

"แล้วก็เอามาปั้นใส่ไส้ใช่ไหมค่ะ" 

"ใช่เลยค่ะ" หม่อมแขไขยิ้มกว้าง ลูกศิษย์ของเธอนี่หัวไวจริง ๆ 

มือบางอย่างหญิงสาวปั้นไส้เป็นก้อนกลมแล้วห่อด้วยเม็ดสาคู กระทั่งได้จำนวนมากพอจึงนำทั้งหมดไปนึ่ง

กลิ่นหอมที่บ่งบอกว่าสุกได้ที่แล้วทำเอาคุณหนูใหญ่ตื่นเต้นอยากเห็นสาคูตอนสุกแล้ว ตากลมมองสาคูไส้หมูที่ถูกนำมาจัดบนจานพร้อมผักเคียงด้วยตาเป็นประกาย

"น่ากินมากเลยค่ะ วิธีทำคล้าย ๆ ช่อม่วงที่ทำเมื่อวานเลยค่ะ แต่แค่เปลี่ยนแป้งห่อ"





"ทำอะไรกัน" สุรเสียงนุ้มทุ้มดังมาจากประตูให้ทุกคนหันไปมอง

"ท่านชาย" แม่บ้านต่างพากันเดินเลี่ยงออกมาเพื่อให้เจ้านายได้สนทนากัน

"ทำน้ำพริกลงเรือ แกงส้มไข่ชะอมกุ้งสด แล้วก็สาคูไส้หมูค่ะท่านลุง"

"หนูน้ำทำเองหรือ"

"ก็ไม่เชิงค่ะ มีคุณน้าคอยบอกแล้วก็มีพี่ ๆ แม่บ้านคอยช่วยค่ะ" คุณหนูใหญ่บอกอย่างถ่อมตัว

"แต่หนูน้ำก็ทำเองเกือบทั้งหมดเลยนะคะ ใส่ส่วนผสมเองแล้วคนเองปั้นเอง ทำเองตั้งหลายอย่างเพคะท่านชาย" คนสอนเอ่ยขึ้นเป็นเชิงยกยอลูกศิษย์

"แหม ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ"

"ไหนเอามาให้ลุงชิมสิ" 

"เชิญเสร็จท่านชายที่ห้องอาหารเลยค่ะ เดี๋ยวจะยกสำรับตามไป" หม่อมแขไขเอ่ยพลางเรียกแม่บ้านให้เข้ามายกอาหารออกไปตั้งโต๊ะ ก่อนจะหันมาบอกหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างกัน "หนูน้ำออกไปนั่งรอเลยค่ะ เดี๋ยวน้าตามออกไป"






50%

tbc.

_______________________________

Talk

มาแล้วจ้า






















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #30 mommoo06051958 (@mommoo06051958) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 09:01

    นั่นแน่...หม่อมแม่โทรหาลูกชายใหญ่หรือคะ

    #30
    0