THE ENEMY LOVERS อริร้ายแสนรัก (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 10,324 Views

  • 68 Comments

  • 176 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    910

    Overall
    10,324

ตอนที่ 26 : ๐๙_ปล่อยเบลอ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 377
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    27 พ.ค. 62





๐๙ : ปล่อยเบลอ








...



"ชายใหญ่ หนูน้ำน่ะ" หม่อมแขไขประเด็นขึ้นกลางโต๊ะอาหาร คุณชายใหญ่ลอบกรอกตาเมื่อได้ยินชื่อคนที่ตอนนี้กลายเป็นคนโปรดของคนในวังไปแล้ว ขนาดตัวไม่อยู่ชื่อก็ยังตามหลอกหลอนเขา

"ครับ"

"ชายใหญ่ทำดีกับน้องหน่อย หนูน้ำเธอคิดว่าชายใหญ่ไม่ชอบเธอเอามาก ๆ"

"เธอก็คิดถูกนี่ครับ" คุณชายใหญ่เอ่ยออกมาหน้าตาเฉย เราต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่าไม่ชอบกันและกันมากแค่ไหน

"ชายใหญ่! ที่แม่พูดเนี่ย ไม่เข้าใจเลยใช่ไหม"

"ท่านพ่อจะเสด็จเข้าบริษัทอีกเมื่อไหร่กระหม่อม" หันไปถามคนเป็นพ่อที่ประทับอยู่ตรงหัวโต๊ะเมินคำถามของคนเป็นแม่อย่างจงใจ

"ท่านคะ ทอดเนตรดูลูกชายท่านสิเพคะ" 

"เอาน่าหม่อม ช่างเขาเถอะ เดี๋ยวเขาก็รู้เองล่ะ" สายเนตรเรียวสบเข้ากับตาสวยของคู่ชีวิตเป็นนัยที่รู้กันดี หม่อมแขไขจึงคลายอารมณ์ลงไปได้บ้าง

"ตกลงท่านพ่อจะเสด็จอีกเมื่อไหร่กระหม่อม"

"อย่าคุยเรื่องงานบนโต๊ะอาหารสิคะพี่ชายใหญ่" เพียงโพยมเอ่ยเตือน บนโต๊ะอาหารจะมีไว้สำหรับเล่าเรื่องที่เจอมาในแต่วันนอกเหนือจากเรื่องงานเท่านั้น 

"ขอโทษครับ" คุณชายใหญ่รู้ตัวว่าเผลอทำผิดธรรมเนียมของครอบครัวเอ่ยขอโทษ 

เรื่องพูดคุยบนโต๊ะอาหารจึงเหลือเพียงเรื่องสัพเพเหระทั่วไป โดยคนผูกขาดการสนทนาในวันนี้เป็นคุณหญิงของวังที่อาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจนทุกคนพลอยใจชื้นและหวังว่าอาการของเธอจะไม่กลับไปแย่ลงอีก













"งานช่วงนี้หนักมากเหรอคะพี่ชายใหญ่" เพียงโพยมถามพี่ชายขณะเดินเคียงกันขึ้นบันไดเพื่อขึ้นห้องใครห้องมัน

"ก็หนักใช้ได้อยู่"

"ให้หญิงเข้าไปช่วยไหม" เอ่ยขึ้นอย่างเป็นห่วงพี่ชาย

"ไม่ต้องหรอกพี่ไหว หญิงทำงานของหญิงไปเถอะ"

"ยังไงถ้าไม่ไหวพี่ชายใหญ่ต้องบอกหญิงนะ"

"รู้แล้วน่า" มือหนายกขึ้นโคลงหัวน้องอย่างเย้าแหย่ "พี่ซะอย่างแค่นี้สบายมาก"

คุณชายใหญ่เดินไปส่งน้องที่หน้าห้อง รอยยิ้มกว้างเผยออกมาบนหน้าหล่อเพื่อให้น้องคลายกังวล แต่ทันทีที่ประตูห้องน้องปิดลงใบหน้ากลับกลายเป็นนิ่งสนิท เดินเลี้ยวซ้ายตรงไปยังปีกซ้ายของวังอันเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเขา















คฤหาสน์ใจกลางกรุงสองพี่น้องทายาทธนกิจโภคิณกำลังนั่งรับประทานอาหารเย็นอย่างเงียบเชียบ แตกต่างจากอีกครอบครัวหนึ่งราวฟ้ากับเหว เป็นเรื่องปกติที่ครอบครัวธนกิจโภคิณจะไม่พูดคุยกันระหว่างทานข้าวหรือต่อให้มีก็น้อยมาก ๆ 

"เอ่อ อาหลง" 

"ครับ"

"พี่ลืมบอกไป..." ปฐพีเงียบรอฟังพี่สาวพูด "พี่เพิ่งตกลงจะเดินแบบให้กับห้องเสื้อของคุณหญิง"

"เมื่อไหร่ครับ"

"ไม่ใช่เร็ว ๆ นี้หรอก พี่บอกเผื่อไว้เฉย ๆ"

"ถ้าได้วันที่แน่นอนแล้วแจ้งผมด้วย ผมจะส่งการ์ดไปเพิ่มเพื่อดูแลความปลอดภัย" รู้ดีว่าห้ามไปก็ไม่มีประโยชน์ ส่งคนไปดูแลให้รัดกุมดูจะเป็นทางที่ดีที่สุด

"ขอบคุณอาหลงที่ไม่ห้ามพี่"

"ผมห้ามไม่ได้หรอกครับ เราตกลงกันแล้วนี่"

"เออ...แล้วพี่ก็เพิ่งขอเรียนทำอาหารกับคุณน้า ช่วงนี้พี่คงต้องไปวังวิชชากรบ่อย ๆ"

"หืม ทำอาหารหรือครับ" ปฐพีเลิกคิ้วแปลกใจ พี่สาวของเขาคิดจะทำอะไร ทำอาหารไม่น่าจะเป็นสิ่งที่เข้ากันได้กับคนอย่างคุณหนูใหญ่

สายตาเคลือบแคลงที่มองมาทำให้คุณหนูใหญ่ยู่หน้าด้วยความขัดใจ

"ทำไมมองพี่แบบนั้น พี่อยากเรียนทำอาหารจริง ๆ นะ" ตากลมส่งไปยืนยันในสิ่งที่พูดแต่น้องชายก็ยังมองด้วยสีหน้าไม่ไว้วางใจ "เอ่อ...อันที่จริงพี่อยากเข้าไปสืบเรื่องคุณหญิงด้วยน่ะ"

ปฐพีถอนหายใจ คิดแล้วไม่มีผิด จู่ ๆ คนอย่างคุณหนูใหญ่น่ะเหรออยากจะเรียนทำอาหาร "ระวังตัวหน่อยแล้วกันครับ อย่าให้พวกเขาจับได้เชียว โดยเฉพาะพี่ชายใหญ่"

ใช่อยากจะสนับสนุนพี่สาวให้ทำแบบนี้แต่ปฐพีคิดว่าห้ามไปคุณหนูใหญ่ก็ไม่ฟังอยู่ดี เพราะอย่างหนึ่งที่พี่น้องธนกิจโภคิณมีเหมือนคือ เมื่อตั้งใจจะทำอะไรแล้วจะไม่เปลี่ยนใจ


"แล้วช่วงนี้นายทำอะไรบ้าง นอกจากส่งดอกไม้ไปให้เขาทุกวัน" คุณหนูใหญ่เปลี่ยนเรื่องเป็นเรื่องของน้องชายเธอบ้าง 

"ตั้งแต่วันที่เราไปกินเนื้อย่างกันผมก็ไม่ได้ไปเจอฟ้าอีกเลย" 

"อะไรกัน! ไม่ได้เรื่องเลยอาหลง แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่คุณหญิงจะใจอ่อน" คุณหนูใหญ่ว่าสีหน้าขัดอกขัดใจ

คนเป็นน้องถอนหายใจเฮือก หันมามองหน้าพี่สาวอย่างจริงจัง

"ผมต้องทำงานนี่ครับ"

งาน ๆ ๆ คำก็งานสองคำก็งาน ทำไมทุกคนดูมีแต่งาน ต้องทำงานตลอดเลยเหรอ คนว่างงานอย่างคุณหนูใหญ่ไม่เข้าใจเสียจริง

"ก็ช่วงที่ไม่ได้ทำงานสิ อย่างเช่นตอนเช้าไปรับที่วังตอนเย็นก็มาส่งที่วัง!" 

"จะทำแบบนั้นได้ยังไงล่ะครับ" ปฐพีอ่อนใจกับความคิดพี่สาว ได้มีเรื่องกับคุณชายใหญ่พอดีน่ะสิ 

"เอาเป็นว่าพี่ทำได้ละกัน ลองดูวันนี้ละกัน" คุณหนูใหญ่ยิ้มหมายมาด ตากลมใสฉายแววเจ้าเล่ห์

ไอ้เรื่องที่ลังเลว่าจะปล่อยให้ความสัมพันธ์ของน้องชายกับคุณหญิงเป็นไปตามธรรมชาติ ดูเหมือนว่าจะต้องเปลี่ยน ในเมื่อคนทั้งคู่ไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้เจอหน้ากัน ความสัมพันธ์จะพัฒนาไปได้ยังไง คุณหนูใหญ่จำเป็นต้องลงมือเสียแล้ว

ปฐพีมองสายตาของพี่สาวก็ได้แต่ถอนใจ หวังแค่ว่าเธอจะไม่สร้างเรื่องวุ่นวายอะไรใหญ่โตจนทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อนก็พอ

100%

tbc.


ฮิฮิ
_________________________________

Talk

ครบร้อยแล้วค่ะ

คุณหนูใหญ่พร้อมจะออกโรงแล้ว ฮูเล่~~~

ปล. หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมต้องเรียกว่าคุณหนูใหญ่ ทำไมไม่เรียกคุณหนูน้ำไปเลย เรื่องมันเป็นเช่นนี้ค่ะ ธนกิจโภคิณเป็นครอบครัวไทยเชื้อสายจีนขนานแท้ ตระกูลใหญ่ของจีนเวลาเรียกลูกของเจ้านายก็จะเรียกตามลำดับที่เกิด เช่น คุณหนูใหญ่ คุณหนูรอง คุณหนูสาม คุณชายเล็ก อะไรว่าไป ดังนั้น คุณหนูใหญ่ที่เป็นพี่เป็นลูกคนแรกไรท์จึงเรียกว่าคุณหนูใหญ่ค่ะ (ประสบการณ์จากการอ่านนิยายจีน) แต่ที่ไม่เรียกอาหลงว่าคุณชายเล็กเพราะกลัวว่าจะไปสับสนกับคุณชายใหญ่ เพราะในเรื่องนี้เรามียศที่เป็นยศจริง ๆ ค่ะ
เลยให้เรียกว่านายน้อยแทนจะได้ล้อกันไปกับนายใหญ่ที่ใช้เรียกพ่อของเขาด้วย

ปล2. คำว่าคุณชายมี 2 ความหมาย ความหมายแรกใช้เรียกหม่อมราชวงศ์ที่เป็นชาย กับใช้เรียกสุภาพบุรุษชายแบบให้เกียรติซึ่งจะพบในนิยายจีนเป็นส่วนมากค่ะ 






































ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

0 ความคิดเห็น