THE ENEMY LOVERS อริร้ายแสนรัก (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 10,324 Views

  • 68 Comments

  • 176 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    910

    Overall
    10,324

ตอนที่ 22 : ๐๘_สิ่งที่ไม่เคยทำ 70%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 329
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    27 พ.ค. 62






๐๘ : สิ่งที่ไม่เคยทำ




พระที่นั่งพิมานจักรี


ที่มา : https://www.pinterest.com/search/pins/?q=asian%20colonial%20palace&rs=typed&term_meta[]=asian%7Ctyped&term_meta[]=colonial%7Ctyped&term_meta[]=palace%7Ctyped


...




ร่างสูงทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานไม้สักตัวใหญ่ แผ่นหลังกว้างเอนพิงพนัก ตาเรียวปิดลงอย่างข่มอารมณ์หงุดหงิดและความเหนื่อยอ่อนจากงาน คุณชายใหญ่ทำเพียงแค่นั่งนิ่ง ๆ เรื่องราวเมื่อเช้าไหลเวียนกลับเข้ามาในหัวหลังจากที่มันถูกกลบไปโดยงานที่ถาโถมเข้ามาพร้อม ๆ กับใบหน้าของหญิงสาวที่เขาบอกตัวเองเสมอว่า...น่ารำคาญ

แต่เมื่อเห็นว่าเธอบาดเจ็บโดยที่เขามีส่วนเกี่ยวข้องมันกลับทำให้เขาโกรธ โกรธตัวเองอย่างที่ไม่เข้าใจว่าทำไม นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขาเลือกที่จะเดินหนีออกมา

มือแกร่งตัดสินใจคว้าเอกสารบนโต๊ะมาเปิดอ่าน ตาเรียวกวาดมองทุกตัวอักษรอย่างพินิจพิเคราะห์ งานคงเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้จิตใจของเขาสงบลงได้




ก๊อก ๆ

"เข้ามาได้" คุณชายใหญ่เอ่ยอนุญาตโดยตายังไม่ละออกจากเอกสารตรงหน้าพลางมือก็ตวัดเซ็นต์ลงไป

เสียงเปิดประตูดังขึ้น ร่างหนึ่งเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าพร้อมกลิ่นอาหารทำให้คนที่กำลังมีสมาธิอยู่กับงานเงยหน้าขึ้นมา

"รู้หรอกว่าหิวเลยยกขึ้นมาให้" คนเป็นน้องเอ่ยขึ้น ในมือมีถาดอาหารที่บนนั้นมีข้าวไข่เจียวสีเหลืองน่าตาน่าทานวางอยู่

"ขอบใจ" 

"ถามจริง เป็นอะไรคะ?" 

"เปล่า"

"ทะเลาะกันเหรอ"

"เป็นเรื่องปกติ"

"รู้ แต่นี่ไม่เหมือนที่ผ่านมา หญิงรู้สึกได้ วันก่อนยังไปเที่ยวด้วยกันอยู่เลยนี่"

ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ น้องสาวของเขาชักรู้มากเกินไปแล้ว แต่เขาจะตอบได้ยังไงในเมื่อเขาก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเลย

"ไม่รู้"

"หะ?" เพียงโพยมเลิกคิ้วไม่เข้าใจพี่ชายตัวเอง "หมายความว่ายังไง"

"หมายความตามนั้น"

"ทำไมต้องตั้งแง่กับพี่น้ำขนาดนั้นคะ แค่เธอเป็นพี่สาวของดินอย่างนั้นเหรอ" เพียงโพยมไม่เข้าใจพี่ชายตัวเองเลยสักนิด พี่ของเธอเป็นคนมีเหตุผล แต่เรื่องนี้เธอรู้สึกว่าเขาจะงี่เง่าเป็นพิเศษ

"วางถาดแล้วก็ออกไปได้แล้ว" คนเป็นน้องกรอกตาอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะกระแทกถาดวางลงบนโต๊ะอย่างแรงแล้วสะบัดหน้าเดินออกไป แต่ก่อนไปก็มิวายเอ่ยคำที่ทำให้คนเป็นพี่คิ้วกระตุก 

"อย่าหลงรักเธอก็แล้วกัน หญิงจะหัวเราะให้"

คุณชายใหญ่ส่ายหน้าเมื่อน้องสาวดูท่าจะเพ้อเจ้อมากเกินไป คนอย่างเขาน่ะเหรอจะหลงรักยายคุณหนูตัวร้ายนั่น แค่ทำให้ไม่ทะเลาะกันก่อนก็ยากแล้ว นี่จะให้หลงรักเหรอ เข็นรถสิบล้อขึ้นพีระมิดอาจจะง่ายกว่า ว่าแล้วก็ยกเอกสารออกไปวางด้านข้างแล้วเลื่อนถาดอาหารมาไว้ตรงหน้าก่อนจะเริ่มลงมือทาน

เขาไม่ฟอร์มจัดขนาดนั้นหรอกน่า!!








ปีกซ้ายของคฤหาสน์ธนกิจโภคิณจากเดิมที่ไร้คนอาศัยในตอนนี้กลับสว่างโร่ไปด้วยแสงไฟที่เปิดมันเสียทุกดวง เพราะมันได้กลายเป็นที่พำนักของอีกหนึ่งทายาทของบ้านในช่วงที่ยังอาศัยอยู่ในประเทศไทย

ร่างบางในชุดนอนกระโปรงสีขาวนั่งกอดเข่าอยู่บนเบาะริมหน้าต่างบานกว้าง ใบหน้ากระจ่างใสมองทอดออกไปยังท้องฟ้าด้านนอก นัยตากลมเหม่อลอยราวกับว่ามีเรื่องหนักหนาที่คิดไม่ตก

ตลอดทั้งชีวิตของสายธารา ธนกิจโภคิณ ไม่เคยมีเรื่องที่ต้องคิดมากขนาดนี้มาก่อน นอกจากคนในครอบครัวแล้ว กลับมีผู้ชายคนหนึ่งแทรกเข้ามาอยู่ในความคิดอีกคน
 



เห้อ ช่างเขาเถอะน่าสายธารา 

เขาจะรู้สึกยังไงก็ไม่เห็นจะต้องสนใจ ปกติเขาก็ไม่ชอบหน้าเธออยู่แล้ว จะโกรธก็ไม่เห็นแปลก คิดมาถึงตรงนี้คุณหนูใหญ่ก็ยิ่งหน้าเบ้ เขาโกรธเธอเรื่องที่เธอซักเสื้อของเขาน่ะเหรอ อะไรจะรังเกียจกันขนาดนั้น

ช่างเถอะ ๆ 

อย่าลืมสิว่าเธอมาที่นี่ทำไม ท่องเอาไว้ว่ามาช่วยน้องชาย เมื่อทุกอย่างสำเร็จเธอก็จะกลับไปใช้ชีวิตที่อเมริกาเหมือนเดิม

ร่างบางเดินกลับไปนั่งที่เตียงนอนกว้าง มือบางเอื้อมไปหยิบสมุดสีชมพูสดใสที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง ในนั้นมีบันทึกแผนการขอคืนดี

แต่ว่า...

ริมฝีปากจิ้มลิ้มยู่เข้าหากัน คุณหนูใหญ่เริ่มไม่แน่ใจว่าควรจะเข้าไปยุ่งเรื่องนี้หรือเปล่า หลังจากที่ได้พูดคุยกับคุณหญิงวันนี้ คุณหญิงยังไม่พร้อมกับการกลับมาคบหากับน้องชายของเธอ ดูเหมือนว่านอกจากน้องชายของเธอจะมีเรื่องที่ปิดบังแล้ว คุณหญิงเองก็มีเรื่องที่ปิดบังเหมือนกัน หญิงสาวสัมผัสได้

ในหัวตอนนี้ตีกันให้วุ่น ระหว่างเข้าไปกระตุ้นแทรกแซงให้คนทั้งคู่คืนดีกันเร็วขึ้นหรือปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ 

เอายังไงดีสายธารา เธอควรจะทำยังไง...

ร่างบางหงายหลังลงกับเตียง ผมลอนยาวสยายเต็มหมอน ตากลมกรอกไปมาอย่างใช้ความคิด

เวลาผ่านไปไม่นานเสียงหายใจสม่ำเสมอก็ดังขึ้น และเรื่องราวความรักของน้องชายและสาวคนรักยังคงติดค้างอยู่ในสมอง 










เช้าแสนสดใสแต่อารมณ์ของคุณหนูใหญ่ของบ้านดูจะไม่สดใสตาม ใบหน้าแม้จะถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงแต่ก็ไม่อาจกลบความง่วงงุนและมึนงงจากการนอนไม่พอได้

"เมื่อคืนนอนดึกเหรอครับ" คนเป็นน้องชายถามพลางยกกาแฟขึ้นจิบเมื่อลอบสังเกตพี่สาวในเช้าวันนี้

"หือ อือ มีเรื่องให้คิดนิดหน่อย"

"ขอโทษนะครับที่ช่วงนี้ไม่ว่างเลย ปล่อยให้พี่อยู่คนเดียว"

"ไม่เป็นไร ๆ พี่เข้าใจว่านายต้องทำงาน" มือบางวางแก้วน้ำส้มลงตอบน้อง 

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบลงอีกครั้งต่างฝ่ายต่างสนใจกับมื้อเช้าตรงหน้า เหลือเพียงเสียงกระทบกันของมีดส้อมกับจานเท่านั้น



"ผมดีใจนะที่พี่กับฟ้าเข้ากันได้ดี" ปฐพีเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ 

"คุณหญิงเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมาก ถ้านายปล่อยเธอหลุดมือไปพี่จะโกรธมากเชียวล่ะ" เอ่ยขำ ๆ ให้คนเป็นน้องหลุดยิ้มออกมา

"นั่นเป็นสิ่งที่ไม่มีทางเกิดขึ้น" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจให้คนเป็นพี่ลอบเบ้ปากอย่างหมั่นไส้

"จำคำพูดตัวเองไว้ให้ดีละกัน" มีดตัดอาหารถูกยกขึ้นมาขู่ "พี่จะพยายามช่วยเท่าที่ช่วยได้"

"หืม พยายาม? ช่วยเท่าที่ช่วย? พูดเหมือนกับว่าพี่ไม่อยากจะช่วยแล้วงั้นแหละ เกิดอะไรขึ้นครับ" ปฐพีเลิกคิ้ว ไม่เข้าใจความคิดของพี่สาวนัก ทั้งที่ก่อนหน้าเธอกระตือรือร้นมากแท้ ๆ 

"พี่คิดว่าบางทีพี่ไม่ควรจะเข้าไปยุ่งมาก พี่สัมผัสได้ว่าคุณหญิงมีบางอย่างปิดบังอยู่ และเป็นเรื่องที่ทำให้เธอยังไม่เปิดใจให้นายเต็มร้อยเสียที ที่สำคัญเธอยังไม่พร้อมที่จะบอก"

"ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน เรื่องนี้ผมให้คนพยายามสืบอยู่แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้เรื่องเท่าไหร่ คนของวิชชากรปิดข่าวได้ดีมาก"

"คนที่รู้น่าจะมีแต่อาป๊า"

ปฐพีเงียบไปเสมือนบอกว่าเขาก็เห็นด้วยกับคำพูดนั้น คุณหนูใหญ่ยักไหล่จิ้มไส้กรอกเข้าปากปล่อยให้ความเงียบดำเนินต่อบนโต๊ะอาหาร คิดไว้ว่าทุกอย่างจะเปิดเผยเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมเหมือนที่วิเชียรเคยบอกไว้ แต่เมื่อไหร่นั้นก็ขอให้เป็นเร็ว ๆ นี้ละกัน เธอจะได้กลับอเมริกาสักที 














"ป้าบัวคะ เชิ้ตที่หนูฝากให้รีดเสร็จเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ" 

เป็นอีกครั้งที่เหล่าแม่บ้านต่างตกใจเพราะคุณหนูของบ้านเดินเข้ามาถามหาของถึงในครัวที่เธอแทบจะไม่เคยเข้ามาเหยียบเลย 

"คุณหนูใหญ่ขา เข้ามาในนี้ทำไมคะ เดี๋ยวตัวก็เหม็นหมด ป้ากำลังจะให้เด็กเอาขึ้นไปให้บนห้องอยู่แล้วเชียว" สายบัวเอ่ยตำหนิเมื่อคุณหนูใหญ่ในชุดสวยเดินเข้ามาในนี้

"ไม่ต้องแล้วค่ะ อยู่ไหนคะ เอามาให้หนูเลย หนูจะรีบเอาไปคืนเจ้าของ" 

ได้ยินดังนั้นแม่บ้านสาวใหญ่ก็รีบกุลีกุจรเรียกคนให้เอาเชิ้ตที่พับอย่างดีมาส่งให้ถึงมือคนขอแล้วจึงดุนหลังเธอให้ออกไปจากที่นี่สักที













"หนูน้ำ มา เข้ามาก่อนค่ะ" เสียงหวานของหม่อมแขไขเอ่ยเรียกเมื่อเห็นร่างบางยืนละล้าละลังอยู่ตรงทางเข้าห้องรับแขก

"สวัสดีค่ะคุณน้า วันนี้หนูมารบกวนแต่เช้าอีกแล้ว" ร่างบางของแขกผู้มาเยือนเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจก่อนจะค่อย ๆ นั่งลงตรงโซฟาตรงข้าม

"รบกวนอีกแล้ว ไม่พูดคำนี้แล้วนะคะ" ใบหน้าสวยสมวัยของหม่อมแขไขดุขึ้นอย่างไม่จริงจังนัก

"วันนี้หนูเอาเสื้อมาคืนคุณชายใหญ่" หญิงสาวพูดจุดประสงค์ขึ้นมาพร้อมกับยื่นถุงกระดาษที่ภายในมีเชิ้ตพับอย่างเรียบร้อยอยู่ให้หม่อมของวัง

"หืมม ทำเสื้อชายใหญ่ถึงไปอยู่กับหนูได้ล่ะคะ" หม่อมแขไขหรี่ตาสงสัยพลางรับถุงมา

"คือว่าก่อนหน้านี้หนูทำเสื้อของคุณชายเลอะน้ำน่ะค่ะก็เลยอาสาเอาไปสักให้" 

"อันที่จริงหนูน้ำไม่น่าลำบาก" 

"ไม่ลำบากเลยค่ะ มันเป็นความผิดของหนู หนูต้องรับผิดชอบก็ถูกแล้ว" คุณหนูใหญ่เอ่ยปฏิเสธพร้อมส่ายหน้าเล็ก ๆ

"หนูน้ำนี่น่ารักจริง ๆ"

ได้ยินดังนั้นใบหน้าน่ารักก็เผยรอยยิ้มหวานที่ทำให้คนหลงนักหนาออกมาทำเอาคนที่ได้เห็นถึงกับเคลิ้มไปตั้งแต่นายยันบ่าว






"ว่าแต่ทุกคนกำลังทำอะไรอยู่หรือคะ" คุณหนูใหญ่ถามขึ้นอย่างสงสัยเมื่อในมือของหม่อมแขไขกับแม่บ้านกำลังทำบางสิ่งที่เธอคุ้นตาเหมือนเคยเห็นมาก่อนแต่ไม่แน่ใจว่าเรียกว่าอะไร

"พวกเรากำลังร้อยพวงมาลัยค่ะ" หม่อนแขไขตอบพลางยิ้มให้หญิงสาวตรงหน้าอย่างเอ็นดู เด็กนอกตรงหน้าเธอคงจะไม่รู้จักสิ่งนี้สินะ

"สวยจังเลยค่ะ ทำไว้สำหรับอะไรเหรอคะ" ตากลมของหนูน้อยจำไมมองอย่างสงสัย

"เราจะเอาไปไหว้พระค่ะ"

"ไหว้พระหรือคะ"

"ใช่ค่ะ พระพุทธรูป"

"อ่า หนูขออนุญาตถือมาดูใกล้ ๆ ได้ไหมค่ะ" 

"ได้สิคะ"

เมื่อได้ยินคำอนุญาตมือบางก็ค่อย ๆ หยิบพวงมาลัยที่วางอยู่บนถาดตรงหน้าขึ้นมาอย่างถะนุถนอมก่อนจะค่อยยกขึ้นจรดจมูกเล็ก

"มีกลิ่นหอมด้วยค่ะ" คุณหนูใหญ่เอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น

"ใช่ค่ะ ดอกพุดที่เราใช้ร้อยมีกลิ่นหอม"

"ดอกอะไรนะคะ ดอกพุด?"

"ใช่ค่ะ หนูน้ำอยากจะลองร้อยดูไหมคะ" 

"หนูทำได้เหรอคะ?"

"ได้สิคะ มานี่ น้าจะสอนเอง" ถ้อยคำอารีที่เอ่ยออกมาจากคนตรงหน้าทำให้คุณหนูใหญ่รู้สึกคิดถึงแม่ขึ้นมา

ร่างบางเขยิบเข้าไปใกล้หญิงวัยกลางคนที่เธอเรียกว่าคุณน้า รับเข็มยาวสำหรับร้อยมาลัยจากแม่บ้านที่ยื่นมาให้ก่อนจะมองไปที่มือบางที่หยิบดอกพุดขึ้นมาดอกหนึ่งก่อนจะร้อยใส่เข็มยาวอย่างตั้งใจแล้วทำตามอย่างใจเย็น

มือน้อยของหญิงสาวหยิบดอกพุดขึ้นมาร้อยสับหว่างอย่างที่เห็นจากหญิงข้างตัว ใช้เวลาอยู่นานมาลัยดอกพุดพร้อมฝีมือคุณหนูใหญ่ก็เสร็จเรียบร้อย แต่ใบหน้าน่ารักกลับยู่ลงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ามันไม่สวยเท่าที่ควร

"ไม่ค่อยสวยเลยค่ะหม่อมน้า"

"สวยแล้วค่ะสำหรับทำครั้งแรก ฝึกบ่อย ๆ ก็จะสวยขึ้นแล้วก็ใช้เวลาน้อยลงเองค่ะ" หม่อมแขไขบอกอย่างใจดี "ไหนขอน้าดูหน่อยค่ะ"

"จะใช้ไหว้พระได้ไหมคะ" หญิงสาวถามด้วยความไม่มั่นใจ

"ได้สิคะ หากเราตั้งใจทำเพื่อถวายจะสวยหรือไม่สวยก็ไม่สำคัญ ไปค่ะ ขึ้นไปไหว้พระกับน้ากัน"


ร่างบางของหญิงต่างวัยเดินตรงขึ้นบันไดไปที่ชั้นสอง โดยมีจุดหมายเป็นห้องพระที่ตั้งอยู่ริมสุดทางปีกขวาของวัง นี่เป็นครั้งแรกที่คุณหนูใหญ่มีโอกาสขึ้นมาบนชั้นสอง เธอสัมผัสได้ถึงความเก่าแก่ของสถานที่แห่งนี้ 


วังวิชชากรเป็นสถาปัตยกรรมประยุกต์ยุโรปผสมไทยสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 7 ทั้งตัวอาคารถูกประดับลวดลายด้วยงานไม้และลวดลายเรขาคณิต ภายในถูกตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกผสมผสานกับงานไม้แบบไทยซึ่งดูเข้ากันได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้มที่ทำให้วังแห่งนี้ดูหรูหรา แต่ในขณะเดียวกันก็ดูอบอุ่น 


คุณหนูใหญ่กวาดตามองไปทั่วด้วยความชื่นชม ชั้นล่างว่าสวยแล้วชั้นบนสวยยิ่งกว่า 

"สวยใช่ไหมล่ะ"

"อุ้ย ขอโทษค่ะ หนูเสียมารยาท..."

"ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าหนูน้ำอยากชมทั่ววังน้าจะพาชม" 

"เอาไว้วันหลังดีกว่าค่ะวันนี้หนูรบกวนคุณน้ามากแล้ว" คุณหนูใหญ่บอกอย่างเกรงใจ

"เอาอีกแล้ว รบกวนอีกแล้ว" ตาสวยที่ถ่ายทอดสู่ลูกสาวมองมาที่คุณหนูใหญ่อย่างดุ ๆ




เบื้องหน้าของคุณหนูใหญ่คือห้องขนาดใหญ่ที่กลางห้องถูกตั้งด้วยโต๊ะหมู่บูชาชุดใหญ่ รอบ ๆ ห้องถูกประดับด้วยกรอบรูปไม้แกะสลักขนาดใหญ่ของเจ้านายบรรพบุรุษ

คุณหนูใหญ่ก้าวตามหม่อมแขไขเข้ามาในห้องอย่างเกร็ง ๆ บรรยากาศภายในห้องทำให้หญิงสาวรู้สึกขนลุกด้วยความเกรง ก่อนจะทรุดด้วยนั่งพับเพียบเบื้องหน้าพระพุทธรูปองค์ใหญ่ มือบางสั่นเล็กน้อยตอนที่รับพวงมาลัยที่ตนร้อยขึ้นมาจากแม่บ้านแล้ววางลงบนถาดสีทอง มือยกขึ้นพนมตามหม่อมของวังที่เริ่มเปล่งเสียงสวดมนต์

เพราะสวดมนต์ไม่เป็นคุณหนูใหญ่จึงทำเพียงแค่ยกมือขึ้นไหว้ด้วยท่าทางสงบนิ่งเท่านั้น จวบจนกระทั่งบทสวดจบลงจึงก้มลงกราบตาม

นี่เป็นครั้งแรกที่คุณหนูใหญ่ได้ทำอะไรแบบนี้ ธนกิจโภคิณไม่เชื่อในความเชื่อหรือศาสนาใด ๆ พวกเราศรัทธาแค่เพียงเงินและวัตถุที่จับต้องได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่พ่อแม่ไม่เคยพาเธอและน้องชายเข้าวัดหรือศาสนสถานใด ๆ พวกเราไม่เคยอธิษฐาน เพราะพวกเราเชื่อในการกระทำมากกว่าสิ่งใด

แต่การได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำแบบในวันนี้ก็ไม่ได้แย่อะไร ในทางตรงกันข้ามเธอกลับรู้สึกสงบและสบายใจในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จะเป็นไปได้ไหมนะถ้าเธอจะมาไหว้พระกับคุณน้าบ่อย ๆ 


70%

tbc.

_________________________________

Talk

ต้นแบบของวังวิชชากรนำมาจากสถาปัตยกรรมของวังพญาไทยนะคะ

ยังไม่มีโมเม้นเลย แง

รอสามสิบเปอร์เซ็นต์หลังนะคะ




















































ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #26 mommoo06051958 (@mommoo06051958) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 08:30

    ขอคุณน้าเลยค่ะคุณหนูใหญ่

    #26
    0