THE ENEMY LOVERS อริร้ายแสนรัก (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 10,237 Views

  • 68 Comments

  • 174 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    823

    Overall
    10,237

ตอนที่ 20 : ๐๗_ไม่เข้าใจ 80%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 342
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    27 พ.ค. 62





๐๗ : ไม่เข้าใจ 





...

ปัง!!!

เสียงปิดประตูเสียงดังชนิดที่ว่าไม่กลัวรถพังดังขึ้นจากฝีมือของชายหนุ่มผู้ซึ่งกำลังอยู่ในภาวะอารมณ์ที่ไม่ปกติ เสียงหอบหายใจแรงเป็นตัวบ่งบอกอย่างดีถึงความไม่ปกตินั้น เขากำลังหงุดหงิด โมโห ไม่เข้าใจ ความรู้สึกสับสนปนเปกันไปหมด 

ครืด ๆ

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น คุณชายใหญ่หยิบมันออกมาจากสูทไม่ต้องเดาก็พอจะรู้ว่าใครโทรเข้ามา

"อะไร!?" กรอกเสียงหงุดหงิดลงไป

"เอ่อ..." ปลายสายคือรพี ตอนนี้เลขาหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นอย่างงงงวย เจ้านายของเขาไปกินรังแตนที่ไหนมาเนี่ย

"ถ้าไม่มีอะไรจะวางสายแล้วนะ" เสียงนิ่งเอ่ย

"มีประชุมด่วนครับ จะเริ่มภายในหนึ่งชั่วโมงนี้" ได้ยินอย่างนั้นคุณชายใหญ่ถึงกับกรอกตาด้วยความเบื่อหน่าย

"มีเรื่องด่วนอะไร"

"ตอนนี้ผู้ถือหุ้นทราบเรื่องทุจริตที่เรากำลังตามสืบแล้วครับ" ในตอนนี้เองที่ระพีได้ยินเสียงสูดหายใจเข้าลึกอย่างระงับอารมณ์ดังมาจากปลาย

"โอเค ผมจะรีบกลับไปเดี๋ยวนี้" ข่มเสียงนิ่งตอบกลับไป

ทันทีที่ปลายสายวางไปคุณชายใหญ่ก็ทุบมือเข้ากับพวงมาลัยอย่างแรง อารมณ์พุ่งสูงและอาจจะระเบิดในไม่ช้า

บ้าชิบ!! คนพวกนั้นรู้ได้ยังไง


รถยุโรปคันหรูถูกขับกระชากออกไปด้วยความเร็ว ในหัวของชายหนุ่มกำลังประมวลผลอย่างหนัก ความน่าเชื่อถือของบริษัทต้องลดลงอย่างแน่นอน เพราะเรื่องทุจริตภายในองค์เป็นเรื่องใหญ่ ต้องมีเกลือเป็นหนอนในคนของเขาแน่เรื่องถึงรั่วออกไป








ชายหนุ่มมาถึงบริษัทอย่างทันเวลาประชุมเฉียดฉิว ร่างสูงเดินลิ่วขึ้นไปห้องประชุมด้วยสีหน้าทะมึงทึง รอบกายเหมือนมีประกายไฟแล่นแปร้บปร้าบพร้อมช๊อตคนที่อยู่ใกล้ ๆ ตลอดเวลา

"ตอนนี้ทุกคนพร้อมแล้วครับ" รพีเอ่ยขึ้น คุณชายใหญ่พยักหน้ารับสูดลมหายใจเข้าลึก ปรับสีหน้าให้ดีขึ้นแต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงความมึนตึงที่แผ่ออกมา

เสียงพูดคุยภายในห้องประชุมเงียบลงเมื่อปรากฏร่างของรองประธานหนุ่ม เขาเดินตรงไปนั่งที่หัวโต๊ะในฐานะประธานในการประชุมครั้งนี้

เอ่ยทักทายกันเพียงเล็กน้อยหลังจากนั้นการประชุมที่แสนเคร่งเครียดก็ได้เริ่มขึ้น เสียงถกเถียงกันของบรรดาผู้ถือหุ้นหัวหงอกหัวดำดังขึ้นเซ็งแซ่ราวกับอยู่ในตลาดสดไม่มีผิด บรรยากาศภายในห้องกำลังทำให้คนนั่งหัวโต๊ะอย่างคุณชายใหญ่เริ่มหมดความอดทน เส้นเลือดในสมองของเขาตึงเปรี๊ยะ รู้สึกปวดหัวตุบ ๆ ราวกับมันกำลังจะแตก


ปัง!!!

เสียงตบโต๊ะดังปังทำให้ทุกคนในห้องสะดุ้งโหยง ห้องประชุมกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง คุณชายใหญ่กวาดตามองไปที่ทุกคนบนโต๊ะ ดวงตาเรียวแสนดุนั้นทำเอาคนถูกจ้องรู้สึกราวกับจะถูกทิ่มแทงด้วยมีด 

"คราวนี้ฟังผมพูดได้หรือยัง" เสียงเย็นเฉียบถูกเปล่งออกมา

"..."  

"อันดับแรกผมในฐานะรองประธานกรรมการบริหารขออภัยเป็นอย่างสูงต่อความบกพร่องในการบริหารงานที่ทำให้เกิดการทุจริตขึ้น"

"แล้วคุณชายจะจัดการยังไง" ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งพูดขึ้นมา ดวงเรียวตวัดไปมองทำเอาคนถามสะดุ้ง

"นั่นคือสิ่งที่ผมกำลังจะพูด...ผมจัดการเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน ทุกท่านไม่ต้องเป็นกังวล แต่ด้วยวิธีไหนนั้นผมขอไม่เปิดเผย แต่ขอให้ทุกท่านไว้ใจผม" 

"แล้วเรื่องความน่าเชื่อถือคุณชายจะแก้ไขยังไง นักลงทุนคนอื่น ๆ อาจจะถอนตัว" เสียงหนึ่งดังขึ้นจากทางซ้ายมือของโต๊ะ

"เรื่องนั้นผมคิดไว้แล้ว ทุกท่านโปรดไว้ใจ ผลประโยชน์ของทุกท่านจะเป็นสิ่งที่ผมรักษาไว้เป็นสำคัญ มันจะไม่เสียไปอย่างแน่นอน" คำมั่นที่เปล่งออกมาจากปากพร้อมสายตามั่นคงทำให้ผู้ถือหุ้นหลายคนคลายความกังวลลง หวังว่ารองประธานกรรมการบริหารวัยรุ่นลูกคนนี้จะจัดการทุกอย่างได้อย่างปากว่า 

แม้จะมีสายตาเคลือบแคลงจากอีกหลายคนก็ตาม แต่ก็ไม่มีใครเอ่ยแย้งอะไรอีก

"..." 

"ขอบคุณสำหรับความไว้วางใจจากทุกท่าน ผมขอจบการประชุมแต่เพียงเท่านี้" กล่าวจบร่างสูงสง่าก็ลุกขึ้นยืน มือกระชับสูทก่อนจะเดินออกจากห้องตามด้วยเลขาคนสนิท เสียงถอนหายใจโล่งอกดังตามท้าย บรรยากาศในห้องเริ่มผ่อนคลายลงหลังจากต้องเผชิญกับประกายไฟอันตรายจากคุณชายหนุ่มร่วมนับชั่วโมง





"ขอผมอยู่คนเดียวสักพัก" หลังจากเอ่ยคำนั้น ร่างสูงก็หายเข้าไปในห้องทำงานทันทีโดยมีสายตากังวลจากระพีมองตามไป พักนี้ดูเหมือนคุณชายจะมีเรื่องให้คิดมากมายเต็มไปหมดทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว เลขาหนุ่มหวังว่าร่างกายของเจ้านายจะไม่ทรุดลงไปซะก่อน


ในห้องทำงานใหญ่คุณชายหนุ่มกำลังนั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดแรง แต่ถึงอย่างนั้นแผ่นหลังกว้างกลับยังคงตั้งตรง มือแกร่งถูกยกขึ้นมาบีบขมับเมื่อรู้ปวดจนหัวแทบระเบิด ตาเรียวปิดลงเพื่อผ่อนคลาย ใบหน้านั่นแม้จะเครียดเขม็งแต่ก็ยังคงดูดีไม่เปลี่ยน

เวลาผ่านไปชั่วครู่ดวงตาเรียวลืมขึ้น ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ตระหนักได้ว่ามีงานอีกมากที่เขาต้องสะสางจะมามัวแต่พักไม่ได้

"รพีเข้ามาได้แล้ว" มือกดลงบนปุ่มบนโต๊ะพร้อมกรอกเสียงลงไป

ไม่ช้าเลขาหนุ่มก็เข้าพร้อมแฟ้มงานจำนวนมากที่ชายหนุ่มจะต้องจัดการภายในวันนี้ 

"แฟ้มงานสำหรับวันนี้ครับ วันนี้ไม่มีนัดอะไรนะครับ ผมเคลียร์ให้แล้ว คุณชายจะได้กลับไปพักผ่อน"

"ขอบใจ"

เหลือเพียงชายหนุ่มกับแฟ้มงานกองโต มือหยิบแฟ้มชั้นบนสุดมาเปิด สายตากวาดอ่านข้อมูลบนหน้ากระดาษแต่ละหน้าอย่างรอบคอบก่อนจะเซ็นต์ลงไป ในห้องทำงานกว้างแสนเงียบสงบมีเพียงเสียงเสียดสีของกระดาษกับเสียงขีดเขียนลงบนมันเท่านั้นที่ยังคงดังอยู่...






"คุณหนูครับ" เสียงเรียกจากวิเชียรทำให้หญิงสาวละสายตาจากวิวข้างทางหันมามองคนเรียก

"คะ"

"ตกลงคุณหนูอยากจะไปไหนครับ" เสียงถอนหายใจดังขึ้นอย่างเหงาหงอย คุณหนูใหญ่ไม่มีที่ไป ที่เมืองไทยนอกจากน้องชายและคนในบ้าน หคนจากวังวิชชากร เธอก็ไม่รู้จักใครแล้ว 

เดี๋ยว? เธอรู้แล้วว่าจะไปไหน

"ไปหาคุณหญิง" เสียงใสฟังดูมีความหวังดังขึ้น 

"ครับ" การ์ดวัยดึกรับคำก่อนจะเข้าชิดซ้ายเตรียมยูเทิร์นกลับไปยังเป้าหมายที่เจ้านายบอก




"ขอพบคุณหญิงได้ไหมคะ" ใบหน้าน่ารักฉีกยิ้มให้พนักงานสาวประจำห้องเสื้อของคุณหญิงเพียงโพยม

"สักครู่นะคะ"

หญิงสาวกวาดตามองไปทั่วร้านตามประสาคนชอบของสวย ๆ งาม ๆ แต่วันนี้เธอไม่มีอารมณ์มาช้อปปิ้ง เธอแค่ต้องการเพื่อนสักคน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่...ที่สับสนแบบนี้

น้อยครั้งที่คุณหนูใหญ่จะมีช่วงเวลาแบบนี้ แม้จะไม่ค่อยมีเพื่อนจากเหตุผลเรื่องความปลอดภัย แต่เธอก็เป็นมิตรและร่าเริงเสมอ เธอสดใสและมองโลกในแง่ดี จากการถูกเลี้ยงดูด้วยความรักความอบอุ่นอย่างเต็มที่ แม้จะมีนิสัยแย่ ๆ เพราะถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจบ้างแต่ก็ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใครเท่าไหร่นัก

แต่การพบและได้รู้จักกับคนบางคนกำลังทำให้เธอเปลี่ยนไป...

"...น้ำ พี่น้ำ พี่น้ำคะ!"

เสียงเรียกจากหญิงสาวตรงหน้าทำให้เธอหลุดสะดุ้งออกมาเล็กน้อย ใบหน้าสวยที่ยิ้มให้เธอตรงหน้ามองมาอย่างกังวล คุณหนูใหญ่แสร้งฉีกยิ้มสดใสกลับ เธอไม่อยากให้ใครมาเป็นกังวลเพราะเธอทั้งนั้น

"สวัสดีค่ะคุณหญิง"

"สวัสดีค่ะ ตามหญิงเข้ามาข้างในเลยค่ะ" 

คุณหนูใหญ่เดินตามเจ้าของห้องเสื้อเข้าไปในห้องทำงานหลังร้าน นั่งลงบนโซฟาตัวสวยกวาดตามองไปทั่วห้องอย่างชื่นชม บนผนังห้องเต็มไปกระดาษร่างแบบที่ถูกแปะไว้รวมถึงกระดาษรูปภาพต่าง ๆ สำหรับเป็นแรงบันดาลใจ หุ่นลองเสื้อขนาดต่าง ๆ ยังมีโต๊ะเขียนแบบที่มีกล่องสีและพู่กันวางอยู่ พลันสายตาก็เข้าไปสะดุดกับภาพ ๆ หนึ่งบนผนัง 

มันเป็นภาพชุดเดรสยาวสีดำสวยมีลายดอกกุหลายสีแดงเล็ก ๆ ทั้งชุดและประดับด้วยโบว์สีแดงเล็ก ๆ ราวกับมีผีเสื้อเกาะอยู่ตามตัว

ร่างบางเดินเข้าไปดูมันใกล้อยากจะยกมือขึ้นสัมผัสแต่ก็ไม่กล้า คุณหนูใหญ่ชอบมันมาก แค่เป็นภาพวาดยังสวยขนาดนี้ถ้าถูกทำให้เป็นชุดจริง ๆ จะสวยมากขนาดไหน

"พี่น้ำชอบชุดนี้เหรอคะ" เสียงจากด้านหลังเอ่ยขึ้น คุณหนูใหญ่หันหน้าไปหาคุณหญิงรอยยิ้มสวยปรากฏขึ้นอย่างชอบใจ

"มันสวยมากเลยค่ะ ดูเหมือนหลุดออกจากนิยายแฟนตาซี หลุดออกมาจากความฝัน" เสียงใสกล่าวอย่างตื่นเต้น 

"หญิงดีใจที่พี่น้ำชอบ ชุดนี้เป็นหนึ่งในคอลเล็กชั่นใหม่สำหรับซีซั่นหน้า แล้วก็เป็นชุดฟินนาเล่ด้วย"

"จริงเหรอ งั้นพี่ขอจองชุดนี้เลย ให้ราคาไม่อั้น" คุณหนูใหญ่บอกอย่างใจป้ำ 

"งั้นเอาอย่างงี้ พี่น้ำสนใจมาเป็นนางแบบสำหรับชุดนี้ให้หญิงไหมคะ มันดูเหมาะกับพี่น้ำมาก" ทันทีที่กล่าวจบคุณหนูใหญ่ก็ตาโต ใบหน้าจิ้มลิ้มเหยเกลงด้วยความไม่มั่นใจ

"ไม่ดีมั้งคะคุณหญิง พี่ไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลย งานคุณหญิงจะเสียได้นะคะ" 

"คนเรามีครั้งแรกกันทั้งนั้นแหละค่ะ หญิงเชื่อว่าพี่น้ำทำได้" คำที่เธอเคยกล่าวไว้ย้อนเข้ามาในหัว

"แต่ว่า..."

"ไม่มีแต่ค่ะ ถ้ากลัวดินไม่อนุญาตหญิงจะขอให้เอง" 

"ก็ได้ค่ะ" คุณหนูใหญ่ตกปากรับคำในที่สุด

"งั้นมาค่ะ หญิงจะอธิบายคอนเซ็ปของคอลเลกชั่นนี้ให้ฟัง แล้วเดี๋ยวมาช่วยหญิงเลือกผ้าหน่อย"

เธอฟังคุณหญิงอธิบายคอนเซ็ปจนเข้าใจ แล้วจึงวุ่นวายอยู่กับการเลือกผ้า รวมถึงแก้ไขแบบบางจุด เมื่อได้อยู่กับสิ่งที่ชอบอย่างแฟชั่นและความสวยความงามคุณหนูใหญ่รู้สึกสนุกกับมันจนลืมความรู้สึกด้านลบก่อนหน้า 





ตลอดทั้งวันที่ได้อยู่ด้วยกันกับคุณหญิง ได้พูดคุยเรื่องราวต่าง ๆ ด้วยกัน โดยเฉพาะเรื่องแฟชั่นและความสวยความงามที่พวกเธอทั้งคู่ดูเหมือนจะเข้ากันได้เป็นอย่างดี เธอไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้หญิงคนนี้จึงสามารถละลายหัวใจที่แข็งแกร่งดั่งหินผาของน้องชายเธอได้ เธอไม่ได้มีดีแค่ความสวยที่โดดเด่นหรือฐานะและชาติตระกูลที่สูงส่ง แต่คุณหญิงเพียงโพยมเป็นผู้หญิงที่เก่งอย่างหาตัวจับยาก ทัศนคติการใช้ชีวิตและการทำงานส่งเสริมให้เธอประสบความสำเร็จในชีวิตได้ตั้งแต่อายุยังน้อย

ผู้หญิงแบบนี้แหละที่ควรคู่กับอาหลง เหมาะที่จะเป็นนายหญิงคนต่อไปของธนกิจโภคิณ

คุณหนูใหญ่มองหญิงสาวอย่างชื่นชม


"อ่า หญิงใช้พี่น้ำมากเกินไปหรือเปล่า ตั้งแต่เช้าจนเย็นเลย ไม่ได้ถามด้วยว่ามีธุระที่ไหนหรือเปล่า" เพียงโพยมเอ่ยเสียงอ่อย รู้สึกผิดนิด ๆ 

"ไม่เลยค่ะ พี่เสียอีกที่รบกวนเวลาทำงานของคุณหญิงหรือเปล่า พี่ไม่รู้อะไรตั้งมากมายต้องให้คุณหญิงมาช่วยสอน" 

"ไม่รบกวนเลยค่ะ" เพียงโพยมสัมผัสได้ว่าคนตรงหน้าดูหงอยเหงาแตกต่างจากครั้งแรกที่ได้เจอกัน 

"ขอบคุณมากนะคะ" 

"แล้ว...พี่น้ำมีอะไรเล่าให้หญิงฟังไหมคะ คิดเสียว่าหญิงเป็นเพื่อนหรือเป็นน้องสาวก็ได้" สายตาแสนจริงใจถูกส่งมาให้ คุณหนูใหญ่มองผู้ตรงหน้าอย่างซึ้งใจ ดีใจที่น้องชายได้รักคนดี ๆ แบบนี้ แล้วแบบนี้เธอจะปล่อยให้น้องชายเสียผู้หญิงคนนี้ไปได้อย่างไร

"พี่...เหงาน่ะค่ะ" คุณหนูใหญ่ตัดสินใจบอกความไม่สบายใจของเธอส่วนหนึ่ง "มาอยู่ที่นี่นอกจากอาหลงและคนที่บ้านแล้ว ก็มีแค่คุณหญิง ท่านลุง คุณน้า แล้วก็..." 

"พี่ชายใหญ่" เพียงโพยมเอ่ยขึ้นเมื่อหญิงสาวตรงหน้าเงียบไปพัก

"ค่ะ ที่พี่รู้จักก็มีเท่านี้ แล้วช่วงนี้อาหลงกลับบ้านดึกทุกวัน..." คุณหนูใหญ่เงียบลงอีกครั้ง 

เพียงโพยมมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างเห็นใจ 

"วันนี้ไปทานมื้อเย็นที่บ้านหญิงนะคะ"

"คะ? พี่เพิ่งไปมาเมื่อไม่กี่วันก่อนเอง จะรบกวนหรือเปล่า"

"ไม่เลยค่ะ ท่านพ่อกับหม่อมแม่ชอบพี่น้ำมาก เมื่อวานยังถามหาอยู่เลย วันนี้ไปทานมื้อเย็นกับหญิงนะคะ" สายตาออดอ้อนถูกส่งมาให้ทำให้คุณหนูใหญ่ใจอ่อน

"งั้นรบกวนอีกวันนะคะ"

"หลาย ๆ วันก็ได้เลยค่ะ" 

80%

tbc.

꒰ HQ #장원영 ¨̮ #Wonyoung ꒱   ✎... 181118 IZONE fansign in Busan ☆` uppereastside04  #JangWonyoung #WIZONE #아이즈원 #アイズワン

_______________________________

Talk 

มาต่อค่ะ













 
























ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

0 ความคิดเห็น