THE ENEMY LOVERS อริร้ายแสนรัก (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 10,269 Views

  • 68 Comments

  • 176 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    855

    Overall
    10,269

ตอนที่ 17 : ๐๖_ผู้หญิงคนแรก 70% แก้ไขเนื้อหานิดหน่อย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 392
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    29 พ.ค. 62



๐๖ : ผู้หญิงคนแรก 






Resize Asiatique024_resize



...


"ถึงวันนี้จะไม่เป็นตามแผนที่วางไว้ แต่ก็ยังไม่ล่มซะทีเดียว" คุณหนูใหญ่เอ่ยขึ้นขณะเดินไปตามทางจอดรถกับน้องชาย "อย่างน้อยวันนี้นายก็ได้เจอคุณหญิง"

ปฐพีปล่อยให้พี่สาวพูดไปในขณะที่ตัวเองรับฟังอยู่เงียบ ๆ เข้าใจอย่างถ่องแท้ที่พี่สาวแกล้งทำเป็นทะเลาะกับคุณชายใหญ่เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเขาไม่ให้คอยแต่สนใจน้องสาวของตัวเอง

แม้จะเป็นแผนที่ดูเด็กไปหน่อยแต่มันก็ทำให้เขาได้นั่งมองใบหน้าสวยที่แสนคิดถึงได้นานขึ้นโดยไม่มีใครมาขัดขวาง ปฐพีหลุดยิ้มพลางส่ายหน้า บางทีแผนของพี่สาวเขาก็ใช้งานได้อย่างเหลือเชื่อ

ทั้งคู่เดินมาหยุดตรงรถยนต์คันหรูที่จอดรอท่าอยู่บริเวณทางออกของห้างสรรพสินค้า คนเป็นน้องทำหน้าที่น้องชายที่แสนดีเสมอโดยการเปิดประตูรถให้พี่สาวเข้าไปนั่ง

"จะกลับบ้านเลยหรือเปล่าครับ" 

"พี่ว่าจะกลับเลย เจอกันตอนเย็นที่บ้านนะ" โบกมือให้น้องชายอย่างร่าเริงก่อนรถคันหรูจะขับออกไปโดยมีสายตาอ่อนโยนมองตามไปจนลับตา 











"อาหลงกลับมาหรือยัง?" ร่างระหงของคุณหนูใหญ่เดินลงจากบันไดในชุดอยู่บ้านเอ่ยถามแม่บ้านที่กำลังปัดกวาดเช็ดถูฟื้นโถงตรงหน้า

"ยังเลยค่ะ" แม่บ้านหันมาตอบอย่างนอบน้อม "คุณหนูใหญ่มีอะไรให้รับใช้คะ"

"ไม่มีค่ะ ทำงานของพี่เถอะ" เจ้าของน้ำเสียงอ่อนหวานเอ่ยบอกก่อนจะตรงไปยังห้องนั่งเล่นของบ้าน 

คุณหนูใหญ่นั่งพิงพนักโซฟาอย่างแสนเบื่อหน่าย มือยกเครื่องมือสื่อสารที่หยิบติดตัวลงมากดเปิดหน้าจอ นิ้วเรียวสไลท์หน้าจอไปมา เมื่อไหร่อาหลงจะกลับมาสักที เธอเบื่อจะตายอยู่แล้ว!














เวลาตีหนึ่งสามสิบแปดนาที

แม้จะผ่านเข้าสู่วันใหม่มากว่าหนึ่งชั่วโมงแล้วและสมควรเป็นเวลาที่ทุกคนต้องนอนอยู่บนเตียงแต่ห้องนั่งเล่นของคฤหาสน์หลังใหญ่กลับเปิดไฟเสียจนสว่างโร่ บนโซฟาหรูปรากฏร่างที่นั่งคอพับสับปะหงก มือก็ยังคงถือนิตยสารแฟชั่นไว้ไม่ปล่อย เสียงขบวนรถยนต์ที่แล่นเข้าภายในตัวคฤหาสน์ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถปลุกคนที่หลับสนิทให้ตื่นขึ้นมาได้

คนมาใหม่รู้สึกแปลกใจเมื่อแสงไฟในห้องนั่งเล่นที่ควรจะปิดกลับยังสว่าง ปฐพีตัดสินใจเดินเลี้ยวไปทางนั้นแทนที่จะเดินตรงขึ้นห้อง ก่อนจะถอนหายใจเมื่อเห็นต้นเหตุที่ทำให้ไฟยังคงเปิดอยู่ ไม่แคล้วต้องรอเขากลับบ้านแน่ ๆ

"พี่น้ำครับ พี่ครับ" ร่างสูงใหญ่ค้อมตัวลงเล็กน้อย มือหนาเอื้อมไปแตะไหล่บางของพี่สาวเพื่อปลุกให้เธอตื่นจากนิทรา

"อื้อออ" นัยตากลมลืมขึ้น ใบหน้างุนงงเล็กน้อย กระพริบตาปริบปรับโฟกัสก่อนจะพบว่าน้องชายกลับมาถึงบ้านแล้ว

"ขึ้นไปนอนข้างบนเถอะครับ"

"กลับมาแล้วเหรออาหลง ทำไมวันนี้กลับดึกนักล่ะ" 

"มีงานด่วนที่ต้องเคลียร์ให้เสร็จภายในวันนี้น่ะครับ" 

คุณหนูใหญ่พยักหน้าเข้าใจอย่างเบลอ ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินโซเซขึ้นห้องไป โดยมีน้องชายเดินตามอย่างห่วง ๆ กลัวว่าพี่สาวจะพลัดตกบันไดลงมาให้ได้เจ็บตัวกัน












"วันนี้พี่น้ำจะออกไปไหนหรือเปล่าครับ" คนนั่งอยู่ตรงข้ามเอ่ยถามขณะกำลังนั่งรับประทานอาหารเช้า

"ยังไม่รู้อ่ะ แต่คงไปมั้ง" คุณหนูใหญ่ตอบก่อนจะมือขึ้นปิดปากหาว ท่าทางมึน ๆ เพราะนอนน้อยกว่าปกตินั้นทำให้คนเป็นน้องทักขึ้นมา

"วันหลังพี่น้ำไม่ต้องรอผมแล้วนะครับ"

"อือ ก็ว่าจะไม่รอแล้วล่ะ ดูสิใต้ตาคล้ำหมดเลย" ว่าแล้วก็ชี้ไปที่ใต้ตาที่คล้ำลงเล็กน้อย

การรับประทานอาหารเช้าดำเนินไปอย่างเงียบ ๆ เมื่อข้าวต้มกุ้งถูกนำมาเสิร์ฟแก่คุณหนูใหญ่ของบ้าน 



บนห้องนอนหรูคุณหนูใหญ่กำลังนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่บนเตียง นิ้วก็สไลด์หน้าจอไปเรื่อย ๆ ก่อนจะหรี่ตาลงเมื่อเจอคอนเทนต์ที่น่าสนใจ

'แหล่งช้อปชิมเที่ยวแห่งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา'

น่าสนใจ...

ร่างเพรียวลุกขึ้นยืนก่อนกระโดดลงจากเตียงพุ่งไปห้องแต่งตัวก่อนจะออกมาในชุดสวยที่พร้อมจะเที่ยวแล้ว



"น้าวิเชียร! เอารถออกด้วยค่ะ" เสียงตะโกนดังลั่นขณะวิ่งลงบันไดมาเสียงตึงตังทำเอาแม่บ้านที่กำลังทำความสะอาดอยู่ในบริเวณนั้นแทบหัวใจวายกลัวว่าคุณหนูใหญ่จะตกลงมาให้ได้เจ็บตัว

"ตายแล้ว! คุณหนูใหญ่ขา อย่าวิ่งลงบันไดแบบนั้นสิคะ เกิดตกลงมาจะทำยังไง" หัวหน้าแม่บ้านสาวใหญ่ที่ยืนสั่งงานอยู่ยกมือขึ้นทาบอกก่อนจะเอ่ยคำที่ทำเอาคุณหนูของบ้านมุ่ยหน้าลง

"ก็หนูรีบนี่คะ เอาเป็นว่าจะพยายามไม่วิ่งแบบเมื่อกี้แล้วค่ะ" แต่ว่ายังไม่ทันขาดคำขายาวก็วิ่งออกไปขึ้นรถที่จอดรออยู่หน้าบ้าน










"ที่นี่เจ๋งเป็นบ้า!" คุณหนูใหญ่เอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้นมองไปรอบกายด้วยแววตาพราวระยับก่อนจะก้าวเดินฉับ ๆ ตรงไปข้างหน้าพร้อมด้วยบอดี้การ์ดที่เดินตามไม่ห่าง 


วันนี้รถไม่ติดเท่าไหร่นักทำให้การเดินทางมาถึงที่นี่ใช้เวลาน้อยกว่าปกติ สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เพิ่งเกิดใหม่เมื่อไม่นานมานี้แต่ก็ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากประชาชนทั่วไป ด้วยสภาพแวดล้อมที่อยู่ริมแม่เจ้าพระยา การตกแต่งแบบ Heritage สไตล์ไทยโคโลเนียลที่เป็นเอกลักษณ์ มีร้านค้ามากมายทั้งร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้าและร้านอื่น ๆ 

จำนวนนักท่องเที่ยวที่ไม่มากเพราะเป็นวันธรรมดาไม่ใช่วันหยุดทำให้คุณหนูใหญ่ไม่รู้สึกอึดอัดนัก ใบหน้าน่ารักหันมองซ้ายขวาด้วยความแปลกตา สถาปัตยกรรมผสมผสานแบบนี้เธอไม่เคยเห็นมาก่อน

ขาเรียวเลือกเดินเข้าไปในคาเฟ่แห่งหนึ่งที่สะดุดตา ก่อนจะสั่งช็อกโกแลตปั่นเครื่องดื่มสุดโปรดพร้อมจ่ายเงิน นั่งรอสักพักก็ได้รับเครื่องดื่มที่สั่ง เธอลุกขึ้นไปรับในขณะเดียวกันก็ก้มหน้าก้มตากดมือถืออ่านรีวิวสถานที่แห่งนี้

พลัก!

"ขอโทษค่ะ!"

"ขอโทษครับ!"

เพราะเดินไม่มองทางคุณหนูใหญ่ก็เดินชนกับร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่งที่เดินสวนเข้ามาในร้าน ช็อกโกแลตปั่นที่ดูดไปยังไม่ถึงหนึ่งส่วนสี่ของแก้วก็หกลงไปบนเสื้อของชายคนนั้น เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนที่เลอะบนแผงอกของเขาทำเอาเธอหน้าเจื่อน เงยหน้าไปหมายจะขอโทษอีกครั้งแต่ก็ต้องชะงัก ไม่ต่างกับอีกฝ่ายที่ชะงักไม่แพ้กัน

ใช่แล้ว คุณชายใหญ่คู่เวรคู่กรรมนั่นเอง

"คุณอีกแล้วเหรอ" เสียงเอือมระอาที่ออกมาจากปากชายตรงหน้าพร้อมกับการกรอกตาอย่างสุดแสนจะทนนั้น อารมณ์ของคุณหนูใหญ่ถึงกับพุ่งปรี๊ด

"ฉันมันทำไม?!" 

"สติคงจะไม่มีจริง ๆ สินะ คราวก่อนรถชน คราวนี้อะไร ช็อกโกแลตงั้นเหรอ เหอะ" คุณชายใหญ่แค่นหัวเราะ ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมเขาต้องมาเจอกับยายคุณหนูตัวร้ายทุกที่แบบนี้ วันนี้เขามาตรวจงาน ที่นี่คือหนึ่งในธุรกิจของวิชชากร ไม่คิดไม่ฝันว่าคนที่เจอกันเมื่อวานแล้วยังต้องมาเจอกันวันนี้อีก

เจอกันเฉย ๆ ยังนับว่าแย่แต่เจอกันแล้วเขาซวยทุกครั้งแบบนี้ก็ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ คุณชายใหญ่คิดอย่างหงุดหงิด เตรียมตัวจะเดินหนี แต่ก็ต้องชะงักเมื่อแขนเสื้อถูกดึงไว้

"เดี๋ยว!" คุณชายใหญ่เลิกคิ้ว หันมาส่งคำถามผ่านสายตา นิ้วเรียวที่ดึงแขนเสื้ออยู่ถึงกับละออกเหมือนต้องของร้อน

ใบหน้ากวนประสาทจากชายหนุ่มทำให้คุณหนูใหญ่อยากจะสะบัดหน้าหนีแล้วเดินออกไปแบบไม่สนใจอะไรทั้งนั้น แต่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าที่เปื้อนคราบอารยธรรมช็อกโกแลตของเธอทำให้คุณหนูใหญ่ตัดสินใจทำในสิ่งที่เธอคิดว่าถูกต้องนั่นคือรั้งเขาไว้


"ตามฉันมา" 

"อะไร?"

"บอกให้ตามมาก็ตามมาสิ" คุณหนูใหญ่จิ๊ปากหงุดหงิดก่อนจะลากแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามให้เดินตามมาโดยไม่รู้ตัว

ด้านคุณชายใหญ่เองก็ได้แต่กรอกตาไปมาเดินตามไป ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงไม่สะบัดแขนออก ถ้าเป็นคนอื่นสัญชาตญาณส่วนตัวคงทำให้เขากดเธอลงไปแล้ว





ร่างของชายหญิงที่เดินเข้ามาในร้านเสื้อสุภาพบุรุษทำให้พนักงานต้อนรับปรี่ตรงมาหาพวกเขาทันที

"สวัสดีค่ะ"

"ช่วยหาเสื้อใหม่ให้ผู้ชายคนนี้ทีค่ะ" พยักพเยิดที่ชายข้างตัว

"ไม่เป็นไร ผมพอจะมีเสื้อเปลี่ยนอยู่" คุณชายใหญ่เมื่อรู้จุดประสงค์ที่ยายคุณหนูตัวร้ายลากมาก็เอ่ยปฏิเสธ เธอไม่จำเป็นต้องซื้อเสื้อใหม่ให้เข้าเลยสักนิด

"เถอะน่า ให้ฉันชดใช้เถอะ" ลากแขนไปที่ราวเสื้อเชิ้ตก่อนจะหยิบตัวหนึ่งขึ้นมาแล้วทาบไปบนตัวของชายหนุ่มแล้วก็แขวนไว้ที่เดิม หยิบตัวใหม่ขึ้นมาแล้วก็ทาบลงไปใหม่ทำแบบนี้อยู่สามสี่ครั้งสุดท้ายก็ได้เสื้อเชิ้ตที่ขาวหนึ่งตัวที่คุณหนูใหญ่เห็นว่าเหมาะกับชายตรงหน้ามากที่สุด ถ้าเป็นเรื่องแฟชั่นล่ะก็คุณหนูใหญ่ถนัดนัก

เรื่องแปลกเกิดขึ้นอีกแล้วคุณชายใหญ่ยืนนิ่งให้หญิงสาวที่บอกตัวเองว่าแสนจะไม่ชอบหน้าเลือกเสื้อผ้าให้โดยทาบไปตามตัวของเขา ให้ตายเถอะเธอเป็นผู้หญิงคนแรกนอกจากแม่และน้องสาวที่เขายอมให้เลือกเสื้อผ้าให้ 

เกิดอะไรขึ้นกับเขาเนี่ย...

"เอาตัวนี้ค่ะ" คุณหนูใหญ่เดินไปที่เคาห์เตอร์จ่ายเงินมือเตรียมจะยื่นบัตรเครดิตวงเงินสูงให้พนักงานคิดเงินแต่มือแกร่งกลับยื่นบัตรของเขาเข้ามาแทน

"ผมไม่เคยให้ผู้หญิงจ่ายค่าเสื้อให้" คุณชายใหญ่ว่าอย่างนั้นทำเอาคุณหนูใหญ่กรอกตาก่อนจะยัดบัตรของเธอใส่มือให้พนักงานตรงหน้าที่ไม่รู้จะเลือกบัตรของใคร 

"งั้นให้ฉันเป็นผู้หญิงคนแรกของคุณแล้วกัน" 



ถุงที่ถูกยื่นมาตรงหน้าทำให้คุณชายใหญ่นิ่งไป เขามองมันด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก

"เอ้ายื่นนิ่งทำไม รับไปสิ" คุณหนูใหญ่พยักพเยิดไปที่ถุง "ไปเปลี่ยนเสื้อสิ"

คุณชายใหญ่ถอนหายใจก่อนจะเอื้อมมือไปรับก่อนจะถูกคุณหนูตัวร้ายลาก (อีกแล้ว) เดินไปยังห้องลองเสื้อ

ในห้องลองเสื้อคุณชายใหญ่มองเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตัวใหม่ วันนี้เขาแปลกใจตัวเองหลายเรื่องมาก เขากับยายคุณหนูตัวร้ายเนี่ยนะ พวกเราสนิทกันขนาดนี้แล้วเหรอ ชายหนุ่มส่ายหน้าให้กับตัวเองก่อนจะตัดสินใจเปลี่ยนเสื้อ 

"โอ้โห พอดีเป๊ะ" คุณหนูใหญ่มองชายหนุ่มในชุดใหม่ตรงหน้าอย่างชื่นชม ชื่นชมตัวเองนะที่เลือกไซต์ให้เขาได้พอดีเป๊ะ เรื่องอะไรเธอจะชมเขากันล่ะ "มา เอาเสื้อมา"

"เสื้อ?" 

"ฉันจะเอาไปซักให้แล้วจะเอามาคืน" มือเรียวยื่นไปตรงหน้าคุณชายหนุ่ม

"ไม่เป็นไร คุณซื้อเสื้อใหม่ให้ผมแล้ว" คุณชายใหญ่เอ่ยปฏิเสธ 

"เอามาเถอะน่า" คุณหนูใหญ่เอื้อมมือไปแย่งถุงกระดาษที่ภายในมีเสื้อตัวเปื้อนอยู่

"คุณ ผมบอกว่าไม่เป็นไรไง"

"ฉัน-จะ-เอา-ไป-ซัก-ให้" เน้นเสียงที่ละพยางค์อย่างเอาแต่ใจ ชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจยอมแพ้ วันนี้เขาถอนหายใจไปกี่รอบแล้วไม่อาจนับได้ การได้อยู่ใกล้ยายคุณหนูตัวร้ายอาจทำให้เขาอายุสั้นลงก็เป็นได้

"แล้วแต่คุณละกัน ซักให้สะอาดล่ะ" 



 


ทั้งคู่เดินออกมาจากร้านเสื้อ ขณะที่กำลังจะเดินแยกกันเสียงแหลมของหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังมาแต่ไกล

"คุณชาย!!!"

ไม่ทันที่เจ้าของสรรพนามคุณชายจะหันไปมอง แขนข้างหนึ่งก็ถูกกอดด้วยสาวสวยในชุดเดรสสีแดงก่ำคนหนึ่ง เขาดึงแขนออกอย่างรวดเร็วด้วยไม่ชินกับการถูกเนื้อต้องตัวใครโดยทีเผลอ สาวชุดแดงหน้าเจื่อนเล็กน้อย

"คุณชายใหญ่มาทำอะไรที่นี่คะ" เสียงอ่อนหวานเอ่ยถาม ใบหน้าสวยเฉี่ยวนั้นยิ้มอย่างดีใจที่เจอเขา

"ผมมาทำงานครับ" คุณชายตอบพร้อมรอยยิ้มน้อย ๆ  

"ดีใจจังค่ะที่ได้มาเจอคุณชายใหญ่ที่นี่" ท่าทางดีใจจนออกนอกหน้าทำเอาคุณหนูใหญ่ที่ยืนฟังอยู่ถึงกับเบ้ปาก ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงยังยืนอยู่

"แล้วคุณมนมาทำอะไรที่นี่ครับ ช้อปปิ้งหรือทานข้าวครับหรือมาเที่ยวเฉย ๆ" คุณหนูใหญ่มองท่าทางเป็นมิตรของคุณชายใหญ่ที่มีต่อหญิงสาวคนนั้นด้วยความหมั่นใส้ แตกต่างจากเธอลิบลับที่เขามักจะมองด้วยสายตาไม่พอใจ ไม่ก็เบื่อหน่ายหรือรำคาญ หรือไม่ก็นิ่งเฉยไปเลย


"นี่ใครเหรอคะคุณชาย" ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้เธอยังมีตัวตนต่อคนทั้งคู่ คุณหนูใหญ่คิดในใจอย่างประชดประชัน

"ดีใจจังที่คุณมองเห็นฉัน" เจ้าของใบหน้าน่ารักแสร้งทำเสียงดีใจ  "สายธาราค่ะ เรียกน้ำก็ได้"

"สายธารา ธนกิจโภคิณ?"

"รู้จักนามสกุลฉันด้วย" เปล่งน้ำเสียงแปลกใจทั้งที่ก็ไม่ได้แปลกใจนัก แน่ล่ะ ธนกิจโภคิณดังน้อยเสียที่ไหน

"ไม่มีใครไม่รู้จักธนกิจโภคิณหรอกค่ะ ฉันชื่อมนสิตา ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ" แม้จะส่งยิ้มให้ แต่เจ้าชื่อมนสิตากำลังมองหญิงสาวทายาทตระกูลดังแววตาไม่ไว้วางใจ ดูเหมือนว่าเธอจะมีข่าวกับคุณชายใหญ่บ่อย ๆ ช่วงนี้ 

"ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ" หญิงสาวสองคนมองกันและกันอย่างลองเชิง

"ไปค่ะคุณชาย" คุณหนูใหญ่หันไปเอ่ยกับชายหนุ่มคนเดียวในวงสนทนาก่อนจะคล้องแขนเขาไว้

"หือ?" ตาคมเรียวหันไปมองยายคุณหนูตัวร้ายอย่างไม่เข้าใจ

"พวกเราขอตัวก่อนนะคะ ไว้เจอกันใหม่โอกาสหน้า" ในตอนนั้นเองที่คุณหนูใหญ่เห็นสายตาไม่พอใจของสาวสวยตรงหน้า เธอฉีกยิ้มให้เล็กน้อยอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรก่อนจะลากชายหนุ่มออกมา 







เป็นคุณหนูตัวร้ายจริง ๆ สินะ... 

คุณชายใหญ่คิดในใจ รู้ดีว่ายายคุณหนูที่กำลังยืนเลือกเสื้อผ้าตรงหน้าเขาตอนนี้ต้องการแกล้งคุณมนสิตาโดยการดึงเขาออกมา แต่เขานี่สิไม่รู้ทำไมต้องตามใจเธอ ทำไมถึงมายืนอยู่ตรงนี้พร้อมถุงช้อปปิ้งเต็มมือทั้งสองข้าง

ตั้งแต่ที่เดินแยกจากคุณมนสิตานี่ก็เป็นร้านที่...ที่ห้า หก หรือเจ็ดนะที่เขาเดินตามเธอมา เธอเป็นผู้หญิงคนแรกนอกจากแม่และน้องสาวที่เขาเดินตามต้อย ๆ แล้วถือของให้แบบนี้

ผู้หญิงคนแรก?

อ่า...วันนี้กี่ครั้งแล้วนะที่เขาเอ่ยคำนี้ในใจ



70%

tbc.

_________________________________

Talk

มาแล้วจ้า ๆ

Talk2

เปลี่ยนเนื้อหานิดหน่อยนะคะ

ปล. สถานที่ที่อ้างถึงเป็นสถานที่สมมติ ตามรอยไม่เจอนะคะ 








































































ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #25 mommoo06051958 (@mommoo06051958) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 23:15

    555... อย่างนี้ไม่ใช่หลงมนสิตานะ..แต่..หลงมนต์คุณหนูใหญ่น่ะ

    #25
    0