[Legend Online] เปิดตำนาน ป่วนออนไลน์

  • 88% Rating

  • 99 Vote(s)

  • 1,474,017 Views

  • 14,490 Comments

  • 9,084 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,288

    Overall
    1,474,017

ตอนที่ 57 : บทที่ 56 ช่วงชิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10345
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 65 ครั้ง
    19 พ.ค. 56

บทที่ 56 ช่วงชิง

 

          หลังจากที่พวกราล์ฟแยกกันเข้าไปจัดการกับพวกที่ดักซุ่มโจมตีอยู่ในป่า ไวพจน์ก็พาอารินวิ่งหนีไปตามป่า หวังจะใช้ต้นไม้เป็นจุดหลบซ่อนซึ่งมันก็ดีกว่าวิ่งไปบนเส้นทางโล่งๆที่ไม่มีอะไรใช้ป้องกันตัวได้เลย เจ้านัคกี้เป็นสัตว์เล็กและเป็นเหยื่อของนักล่า มันย่อมมีสัญชาตญาณระวังภัยที่ดีกว่ามาก มันพุ่งออกมาจากแหวนทำให้อารินชะงักฝีเท้า ซึ่งไวพจน์เองก็ต้องหยุดตามไปด้วย

          “นัคกี้ออกมาไม่ได้นะ” เด็กหญิงปราม

          ฟ้าว!! ตูม!!

          ลูกศรดอกหนึ่งพุ่งปักไปยังตำแหน่งที่ทั้งสองคนกำลังจะไป ไวพจน์หน้าซีดไม่อยากนึกสภาพว่าถ้าวิ่งไปตอนนั้นคงไม่เหลือซากอย่างแน่นอน อารินเองก็รู้ดีว่าอันตราย เพราะราล์ฟสอนเธออยู่เสมอว่าเมื่อมีการต่อสู้ให้วิ่งไปหาที่หลบซ่อน จะเป็นตรงไหนก็ได้ขอแค่มีที่กำบังเท่านั้น ต้นไม้ใหญ่พอประมาณจึงถูกใช้เป็นที่กำบังชั่วคราว

          “ตายแน่ๆๆ ฉันตายแน่ๆ” ไวพจน์ร้องลั่น ขณะที่มือธนูลึกลับลอบยิงจากที่ไหนสักแห่งภายในป่า

          ดูเหมือนอารินจะเป็นคนเดียวที่ครองสติได้ เพราะราล์ฟมักจะสอนวิธีเอาตัวรอดจากสถานการณ์ต่างๆให้เสมอ เด็กหญิงรอจนการโจมตีครั้งต่อไปมาถึงก็รีบวิ่งไปที่ต้นไม้ต่อไป

          จำเอาไว้นะอาริน การหลบหนีที่ดีที่สุดคือตอนที่อีกฝ่ายโจมตี ถ้าศัตรูเป็นนักเวทย์หรืออะไรก็ตามที่โจมตีระยะไกลได้ น้องต้องรอจนกว่าอีกฝ่ายโจมตีมาแล้วจึงค่อยวิ่งหลบ...

          แน่นอนว่าพอมีหน่วยกล้าตายอย่างอารินทำให้ดูแล้ว ไวพจน์ก็ย่อมมีความกล้าขึ้น แม้แต่เด็กหญิงที่ต่อสู้ไม่เป็นยังทำได้ แล้วเขาที่เป็นผู้ชายทั้งแท่งจะทำไม่ได้ได้อย่างไง แต่พอวิ่งออกไปเท่านั้นเอง

          ฟ้าว!! ตูม!!

          ลูกธนูเฉียดผ่านศีรษะของพ่อค้าหนุ่มไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปด เพราะโชคดีที่สะดุดเข้ากับตอไม้เล็กๆ พอตามมาหลบที่หลังต้นไม้ได้แล้วก็นึกสรรเสริญพระเจ้าไปถึงโคตรเหง้าโดยพลัน

          ทางด้านของเพียวเพียวที่เป็นผู้ลอบยิงแล้วก็รู้สึกขัดใจมาก ที่อีกฝ่ายนั้นดูจะโชคดีเสียเหลือเกินที่สามารถหลบการโจมตีที่หมายชีวิตของเธอได้ถึงสามครั้งซ้อน แถมฝั่งตรงข้ามเป็นเพียงแค่เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะกับเด็กหนุ่มเซ่อซ่า ไม่ว่าดูอย่างไงก็ไม่น่าจะรอดไปได้

          เพียวเพียวหายใจเข้าลึกๆเพื่อตั้งสติ เพราะไม่อย่างนั้นการยิงของเธอจะไม่มั่นคง แต่เมื่อไม่เห็นศัตรูโผล่ออกมาสักที เธอจึงลองยิงเตือนออกไปโดยเตรียมลูกธนูเผื่อเอาไว้ด้วย ทว่ามันกลับไม่มีการตอบสนองจากอีกฝ่าย รออยู่นานเกือบหนึ่งนาทีก็ไม่มีทีท่าขยับ ด้วยเหตุนี้เองเธอจึงต้องเป็นฝ่ายไปดูแทน

          แต่สิ่งที่พบหลังต้นไม้นั้นกลับเป็นความว่างเปล่า

          “หายไปไหนนะ” แล้วนักธนูสาวก็รีบออกค้นหาโดยทันที

          หารู้ไม่ว่าบนต้นไม้ต้นเดียวกันห่างจากเธอเพียงไม่กี่เมตร อารินกับไวพจน์กำลังซ่อนตัวโดยใช้ผ้าคลุมหนังกิ้งก่าอำพรางตัวตนเอาไว้อยู่ด้วย

        อีกอย่างหนึ่งนะอารินวิธีหลบศัตรู ถ้าศัตรูไม่เคลื่อนไหวเลยเราก็ต้องชิงเคลื่อนไหวก่อน แต่การเคลื่อนไหวเราต้องใช้การบังตา พี่จะสาธิตให้ดู น้องจำและเก็บเอาไว้ใช้ยามจำเป็นก็แล้วกันนะ

 

          นักรบโครงกระดูกเพลิงทั้งสิบตนหยิบจับอาวุธขึ้นมา นินจาหนุ่มเองก็ตั้งท่าตั้งรับด้วยสีหน้าไม่สู้ดี ข้อมูลที่รู้มาก็คือสตรีทเมจิกนั้นเป็นนักดาบ แต่กลับมีความสามารถในการอัญเชิญสัตว์อสูรออกมาต่อสู้ได้ด้วย นับว่าเป็นเรื่องที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน บางทีเขาอาจจะตัดสินใจผิดก็ได้ที่รับงานนี้มา

          “ใช้สัตว์อสูรเข้าสู้ นึกไม่ถึงว่าสตรีทเมจิกผู้โด่งดังจะอับจนหนทางถึงขนาดต้องหลบอยู่หลังสัตว์...

          วูบ!! แก๊ง!!!

          ยังพูดไม่ทันจบอาคมก็พุ่งเข้ามาโจมตีใส่เสียแล้ว รังสีอำมหิตเองก็แผ่ออกมากดดันจนขยับแทบไม่ดั่งใจ นินจาหนุ่มไม่อยากจะเชื่อเลยว่าในโลกนี้จะมีคนที่มีรังสีอำมหิตรุนแรงเช่นนี้อยู่ด้วย อีกทั้งพลังโจมตีก็รุนแรงเอามากๆ อิจิโนะรู้ได้ทันทีเลยว่ามันคือการผนึกพลัง

แต่มันก็ไม่น่าแปลกใจสักเท่าไหร่เพราะที่ทวีปใหญ่นี้มีไม่จำนวนไม่น้อยที่สามารถผนึกพลังได้ ที่สำคัญการผนึกพลังก็ช่วยแค่เพิ่มพลังโจมตีและเสริมการเคลื่อนไหวให้กับร่างกาย แต่ต่อให้ไม่ต้องผนึกพลังเพียงแค่มีเทคนิคดีๆก็เอาชนะได้ไม่ยากเท่าไหร่

          นักรบโครงกระดูกเพลิงที่ถูกเรียกออกมา เมื่อเห็นศัตรูตรงหน้าก็วิ่งเข้ามาโจมตีใส่ ทั้งพลังและความเร็วของพวกมันน่ากลัวมาก อาคมถึงกับต้องถอยออกมาเมื่อสัมผัสได้ถึงจิตสังหารของมัน และก็เป็นอย่างที่คิดมันโจมตีทั้งสองคนโดยไม่แบ่งแยกว่าใครเป็นศัตรูและใครเป็นเรียกมันออกมา

          “ควบคุมไม่ได้อย่างงั้นเหรอ” นินจาหนุ่มกระโดดหลบการโจมตีนั้นขึ้นไปบนต้นไม้

          ไม่แปลกที่อิจิโนะจะคิดแบบนั้น เพราะเขาเป็นว่าคนที่เรียกมันออกมาก็คือสตรีทเมจิกเอง

          แต่หารู้ไม่ว่ามันเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของคำสาปเท่านั้น

          นักรบโครงกระดูกเพลิงเห็นว่ามีศัตรูขึ้นไปอยู่บนที่สูง ก็ให้เจ้าตัวที่ถือธนูเล็งยิงใส่ อิจิโนะแทบไม่ทันได้เห็นลูกธนูเสียด้วยซ้ำต้นไม้ต้นนั้นก็เป็นรูกลวงโบ๋ไปเสียแล้ว ขณะที่ตัวอื่นๆที่เหลือก็เริ่มการโจมตีใส่ต้นไม้หวังจะให้ศัตรูตกลงมา

          “แกคงไม่ลืมสินะว่ากำลังสู้กับใครอยู่” เสียงของชายหนุ่มกระตุ้นให้อีกฝ่ายรู้สึกตัว ก็พบว่าสตรีทเมจิกอยู่ห่างจากเขาเพียงไม่ถึงห้าเมตร เบื้องล่างนั้นมีนักรบโครงกระดูกเพลิงห้าตัวกำลังควานหาหัวกะโหลกของตัวเองอยู่

          ด้วยระยะความห่างขนาดนั้นยังพอจะมีวิธีรับมือ แต่กลับต้องตกใจเมื่ออาคมใช้วิธีเตะดาบนั้นออกมาทำให้เขาต้องรีบหลบ และเพียงพริบตาก็มีดาบอีกเล่มหลุดออกมาจากแขนเสื้อ ปล่อยให้ปลอกดาบหลุดออกไปเองด้วยแรงโน้มถ่วง แล้วจึงตวัดดาบโจมตีใส่

          แก๊ง!

          “เปล่าประโยชน์” อิจิโนะกล่าว ดูท่าว่าเขาจะประเมินฝีมือของอีกฝ่ายเอาไว้สูงเกินไป

          “นั่นน่ะจะเป็นคำพูดของฉันมากกว่าว่ะ”

          ในมือของอาคมมีอัญมณีธาตุสายฟ้า และที่ด้านหลังของนินจานั่นก็มีดาบที่เขาเตะไปเสียบเอาไว้ ซึ่งมีอัญมณีธาตุอีกก้อนผูกติดเอาไว้ด้วย คุณสมบัติของธาตุสายฟ้าคือการเชื่อมโยง เขาเคยเห็นราล์ฟใช้วิธีนี้ในการจัดการกับสัตว์อสูรตุ่นภูเขามาแล้วครั้งหนึ่ง ย่อมจะรู้วิธีใช้งานมัน

          เปรี้ยง!!!

          กระแสไฟฟ้าพุ่งเป็นเส้นตรงทะลวงผ่านร่างของนินจาหนุ่มไปหาอัญมณีที่อยู่ด้านหลัง กระแสไฟฟ้าที่พุ่งผ่านร่างไป แม้จะไม่ถึงตายแต่ร่างกายก็ชาไปชั่วขณะหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าคนอย่างอาคม ไม่เคยปล่อยให้คนที่คิดจะทำร้ายน้องสาวตนเองมีชีวิตอยู่รอดอย่างแน่นอน

          “จำเอาไว้ อย่ามายุ่งกับน้องสาวของฉันอีก”

          วินาทีที่อาคมเตรียมจะปลิดชีพนินจาหนุ่ม สัมผัสสังหารก็พุ่งเข้ามาจากทางด้านขวา ชายหนุ่มยกมือคว้าลูกธนูนั้นเอาไว้ก่อนจะปักเข้าที่ศีรษะของตนเอง ส่งผลให้เลือดไหลอาบแขนขวา แต่เจ้านินจาอาศัยช่วงจังหวะนั้นในการวิชานินจาลอกคราบแล้วหนีหายไป

 

          ทางด้านของราล์ฟ สถานะตอนนี้จากผู้ล่ากลายเป็นผู้ถูกล่าแทน ความเร็วของเด็กหนุ่มนั้นไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะไม่ว่าอีกฝ่ายจะวิ่งหนีไปทางไหน ราล์ฟก็จะไปดักอยู่ที่เส้นทางด้านหน้าอยู่เสมอ แถมไม่ว่าจะเสริมพลังเวทย์ด้วยอัญมณีธาตุหรือโจมตีอย่างไง ราล์ฟก็สามารถรับมือได้หมด

          “หยุดเล่นกันดีกว่าไหมล่ะ ความจริงฉันรู้แผนของพวกนายหมดตั้งแต่แรกแล้วล่ะ” ราล์ฟกล่าวยิ้มๆ

          “อย่ามาโกหกกันหน่อยดีกว่าเลย” แฮนซัมตอบกลับ หายใจหอบ เพราะตั้งแต่เล่นเกมมายังไม่เคยเจอใครที่เร็วขนาดนี้มาก่อน

          “งั้นจะเล่าอะไรดีๆให้ฟังนะ ฉันเดาออกได้ตั้งแต่แรกแล้วล่ะว่าพวกนายไม่ได้โจมตีมั่วซั่ว  แต่เลือกเป้าหมายเอาไว้ที่พวกเราตั้งแต่แรกอยู่ก่อนแล้ว พื้นที่ซุ่มโจมตีก็เป็นตำแหน่งทางแยกซึ่งถ้าคนที่ไม่เคยมาจะต้องหยุดเพื่อแวะหาทางที่ต้องการจะไป มันจึงเป็นเหตุผลเพียงพอให้พวกนายเลือกตำแหน่งนี้เพื่อโจมตี แต่พวกนายทำพลาดไปอย่างหนึ่งตรงที่ว่า พวกฉันเดินตามหลังผู้เล่นกลุ่มหนึ่งที่ล่วงหน้าไปก่อนประมาณเจ็ดร้อยเมตร แต่บริเวณนั้นกลับไม่มีร่องรอยของการโจมตีเลย”

          “พอรู้แบบนี้ฉันก็รู้แล้วว่าพวกนายนั้นจะต้องเฝ้าดูพวกเราจากที่ไหนสักแห่งโดยที่เจ้าอาคมไม่มีทางรู้ตัวได้ ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นฝีมือของนักธนูในกลุ่มนาย อาชีพเดียวที่มีทักษะในการมองระยะไกลได้ และการแยกพวกเราทั้งสองคนไปคนละทางนั้นเป็นเป้าหมายจริงๆของพวกนาย นั่นทำให้ฉันรู้แล้วว่าความต้องการของพวกนายคืออะไร”

          แฮนซัมฟังที่อีกฝ่ายอธิบายจบก็ตะลึงไปชั่วขณะ เพราะมันตรงอย่างที่เด็กหนุ่มพูดมาทั้งหมด พวกเขาจงใจแยกทั้งสองคนออกมาก็เพื่อถ่วงเวลาให้เพียวเพียวไปจับตัวของเด็กหญิงมา ซึ่งไม่น่าจะใช้เวลานานสักเท่าไหร่กับเด็กผู้หญิงเพียงคนเดียว

          ชิ้ง!!

          ทันใดนั้นเองก็มีดาบเล่มหนึ่งพาดอยู่ที่คอของเขา พอมองไล่ย้อนกลับไปดูจึงพบว่ามันเป็นดาบของเด็กหนุ่มที่ไล่ต้อนเขาเสียจนมุม

          “แต่ไม่ฉลาดเลยนะ ที่พวกนายเลือกจะเป็นศัตรูกับฉันโดยที่ไม่วางแผนให้รัดกุมกว่านี้น่ะ”

          “ครั้งนี้ถือว่าพวกฉันพลาดเอง แต่ครั้งหน้าจะไม่มีแบบนี้อีกแน่” แฮนซัมยอมแพ้แต่โดยดี เพราะตำแหน่งที่ยืนอยู่นี้ไม่สามารถให้เพียวเพียวยิงสนับสนุนได้

          “ใช่แล้ว ตำแหน่งนี้น่ะให้เพื่อนนายยิงสนับสนุนไม่ได้หรอก ฉันลองคิดๆดูแล้วนะ ตำแหน่งที่นักธนูเพื่อนนายอยู่น่าจะเป็นที่ต้นสนใหญ่ที่นั่นใช่ไหมล่ะ เพราะพอลองคำนวณวิถีของลูกธนู ก็พบว่ามันถูกยิงออกมาจากตำแหน่งเดียวกันทั้งหมด มันจึงเป็นเหตุผลที่ฉันไล่ต้อนให้นายมาอยู่ตรงนี้อย่างไงล่ะ” เป็นอีกครั้งที่ราล์ฟพูดออกมาราวกับอ่านใจได้

          “ในเมื่อแกจับฉันได้แล้ว จะทำอะไรก็รีบทำ ถ้าแกทำเป็นใจดีแกอาจจะต้องเสียใจ”

          ราล์ฟรู้สึกชอบในความใจเด็ดของนักเวทย์คนนี้ไม่น้อย เพราะส่วนใหญ่นั่นถ้าไม่ร้องขอชีวิต ก็กล่าวพูดจาข่มขู่ แต่ไม่ใช่กับคนคนนี้แม้ประโยคหลังจะเป็นการขู่ก็ตาม แต่เห็นได้ชัดว่าเตรียมใจพร้อมเอาไว้อยู่ก่อนแล้ว

          “ฉันไม่ทำอะไรที่พระเอกขนาดนั้นหรอกน่า เพราะฉันเองก็กำลังคิดจะให้พวกนายช่วยงานฉันอย่างหนึ่ง แบบไม่เต็มใจน่ะนะ” พูดจบราล์ฟก็ปลิดชีพของนักเวทย์คนนั้นทิ้งทันที โดยไม่ลังเลเลยสักนิดเดียว

 

          ทางด้านของเพียวเพียวที่ช่วยเหลืออิจิโนะได้สำเร็จ กลับพบว่าแฮนซัมถูกสังหารไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้หญิงสาวโกรธแค้นมากและคิดจะกลับไปแก้แค้นให้เพื่อน แต่นินจาหนุ่มกลับห้ามเอาไว้

          “เธอสู้พวกนั้นไม่ได้หรอก ฉันเองก็พลาดท่าเหมือนกัน ยอมรับเลยว่าประมาทไปหน่อย สมแล้วกับค่าจ้างสองหมื่นเหรียญทอง”

          อิจิโนะคิดแล้วก็โทษตัวเองที่ประมาทไป คิดไม่ถึงว่าพิษที่ร้ายกาจที่สุดของตนเองจะไม่สามารถเอาคร่าชีวิตของสตรีทเมจิกคนนั้นได้ ที่สำคัญในการโจมตีครั้งสุดท้าย หากมีเวลาให้คิดสักนิด ก็อาจจะไม่ต้องให้เพียวเพียวมาช่วยจนคลาดสายตากับแฮนซัมอย่างเด็ดขาด

          “แล้วจะเอายังไงต่อ ถ้าพวกเราไม่ได้ของที่ว่าค่าจ้างของพวกเราก็สูญ แถมยังต้องโดนลดระดับกลุ่มสมาชิกฐานทำงานพลาดอีกต่างหาก” เพียวเพียวเองก็เริ่มทำใจได้แล้ว เพราะนี่มันในเกมไม่ได้ตายจริงๆ

          “ช่วยไม่ได้ คู่ต่อสู้ของเราดันแข็งแกร่งเกิน มีความเป็นไปได้ด้วยซ้ำว่านั่นอาจจะไม่ใช่ฝีมือที่แท้จริง” นินจาหนุ่มวิเคราะห์

          ตอนที่ต่อสู้กันนั้นหากเป็นผู้เล่นคนอื่นคงจะไม่แสดงความมั่นใจแบบนั้นแน่ๆ ต้องมีความลังเลบ้าง แต่ตอนที่ประมือกันนอกจากจะไม่มีความลังเลแล้ว การลงดาบก็ล้วนเฉียบคมทุกดาบล้วนมุ่งหมายที่จะเอาชีวิต ทั้งๆที่ตอนแรกเอาแต่หนี แต่สักพักก็ต่อสู้ จนกระทั่งถึงตอนที่พูดถึง เด็กผู้หญิง อีกฝ่ายก็เปลี่ยนท่าทีไปเลย

          “ว่าแต่ทางเธอล่ะเป็นไง”

          “เด็กบ้าอะไรก็ไม่รู้ซ่อนตัวเก่งชะมัด จนถึงตอนนี้ฉันยังหาไม่เจอเลย”

          อิจิโนะครุ่นคิดอยู่สักพักหนึ่ง แม้มันจะเป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อแต่ถ้าดูจากข้อมูลที่ได้รู้มาทั้งหมดแล้วมันมีความเป็นไปได้มากกว่า

          “ถ้าพวกมันเดินฝ่าทะเลทรายมาจริง โอกาสสู้กับกิ้งก่าทะเลทรายก็มีสูง เจ้าตัวนั้นดรอปแรร์ไอเทม ผ้าคลุมหนังกิ้งก่า มีความสามารถในการอำพราง ต่อให้ใช้ทักษะจิตสัมผัสก็ไม่มีทางหาเจอ”

          “เฮ้อ! คว้าน้ำเหลวสินะ” เพียวเพียวถอนหายใจอย่างเซ็งๆ

          “กลับเมืองกันก่อนดีกว่า รอให้แฮนซัมฟื้นขึ้นมาก่อนเราค่อยมาปรึกษากันว่าจะเอาอย่างไงต่อดี เพราะคนที่สามารถจัดการแฮนซัมได้ฝีมือก็คงไม่ธรรมดาเช่นกัน”

          เมื่อตัดสินใจกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งสองคนก็เตรียมตัวใช้ยันต์กลับเมือง ทว่าในตอนนั้นอิจิโนะก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นก่อนจะใช้ยันต์จึงรีบห้ามเพียวเพียวทันที

          “ทางนี้แน่เหรอคะ ที่พี่ราล์ฟบอกให้มารอน่ะ”

          “แน่นอนสิ ต้นสนต้นใหญ่เนี่ยมีที่เดียว แถมลูกพี่กำชับเอาไว้แล้วถ้าหลงทางให้เจอกันตรงสถานที่ที่เด่นสะดุดตา”

          เพียวเพียวเห็นเด็กหญิงแล้วก็จำได้ทันทีว่าเป็นคนเดียวกันอย่างแน่นอน แถมยังเปิดเผยชื่อของเป้าหมายให้พวกเธอได้รู้อีก จึงส่งสัญญาณมือให้อิจิโนะรับรู้ แต่นินจาหนุ่มที่มีประสบการณ์จากความประมาทก็ยังบอกไม่ให้ลงมือ

          “นี่อาริน จะว่าไปลูกพี่ฝากของเอาไว้ที่น้องใช่หรือเปล่า”

          “ของอะไรคะ”

          “อื้ม นั่นสินะ ก็นอกจากผ้าคลุมหนังกิ้งก่าแล้วยังมีอะไรอีกนะ”

          “พี่ไวพจน์หมายถึงไข่ใช่ไหมคะ” เด็กหญิงถามเสียงใส หยิบไข่ลายเปลวเพลิงออกมาให้ดู

          พ่อค้าหนุ่มแม้จะเคยเห็นมาแล้วครั้งหนึ่งแต่ก็อดที่จะตาโตไม่ได้ เขาเดินเข้าไปหาเด็กหญิงและทำท่าจะหยิบมา แต่อารินจำได้ว่าราล์ฟบอกห้ามให้เธอส่งให้ใคร จึงกอดเอาไว้

          “พี่ราล์ฟห้ามหนูมอบไข่นี่ให้ใครนี่คะ”

          “น้องอารินไม่ได้มอบให้พี่ไวพจน์ซะหน่อย แค่พี่ไวพจน์ขอจับดูเท่านั้น แถมน้องอารินก็อยู่ด้วย ของอันตรายแบบนี้ถ้าอยู่กับน้องเดี๋ยวลูกพี่อาคมโกรธขึ้นมาพี่ไวพจน์ก็ซวยน่ะสิ เพราะงั้นน้องฝากไว้ที่พี่ไวพจน์ได้นะ”

          เด็กหญิงคิดสักพักก็ยื่นให้ไวพจน์ เพราะเธอคิดว่าไวพจน์เป็นเพื่อนของราล์ฟกับพี่ชายของเธอ อีกทั้งก็เห็นบ่อยว่าราล์ฟกับอาคมไม่เคยมีปัญหาเรื่องไอเทม จึงคิดว่ากับไวพจน์ก็ไม่น่าจะเป็นอะไร

          แต่หารู้ไม่ว่าตอนนี้เจ้าไวพจน์ตาโตเท่าไข่ห่าน มือสั่นระริกเมื่อในมือของเขาตอนนี้มีเงินจำนวนมหาศาลที่ประเมินค่าไม่ได้ เพราะฉะนั้นแล้วตอนนี้เหลือก็แค่ทำอะไรบางอย่างเพื่อถ่วงเวลาเท่านั้น

          “นี่น้องอาริน วิวตรงนี้สวยดีนะว่าไหม”

          “ว้าว จริงด้วยสิคะ หนูวาดภาพเก็บเอาไว้ดีกว่า” พูดจบเด็กหญิงก็หยิบเอากระดานวาดเขียนกับดินสอออกมาเก็บภาพวิวตรงหน้า

          พ่อค้าหนุ่มเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผนแล้วก็เก็บไข่ลายเปลวเพลิงใส่กระเป๋ามิติ ก่อนจะค่อยๆเดินหนีออกไปอย่างช้าๆ จนกระทั่งมาได้สักระยะหนึ่งแล้วเขาก็หยิบหินวาร์ปกลับเมืองออกมาถือเอาไว้ก่อนจะกดออกจากกลุ่มอีฟทันที

          “ผู้เล่นไวพจน์ถอนตัวออกจากทีม”

          การกระทำของไวพจน์ตกอยู่ในสายตาของพวกอิจิโนะ เพียวเพียวกลั้นหัวเราะ เพราะต่อให้อีกฝ่ายเก่งแค่ไหนสุดท้ายก็หนีไม่พ้นการถูกทรยศอยู่ดี

          “เอาล่ะคราวนี้พวกเราเปลี่ยนเป้าหมายได้แล้ว ตามเจ้านั่นไปง่ายกว่าเยอะ” อิจิโนะพูดจบก็หยิบเอาหินวาร์ปสีเดียวกันกับของไวพจน์ออกมา

          มันคือหินวาร์ปประจำเมืองที่สามารถช่วยให้วาร์ปไปเมืองประจำหินวาร์ปนั้นได้ แต่ราคาของมันก็ก้อนละ 50 เหรียญทอง ผู้เล่นที่อยากประหยัดเวลาจึงมักจะซื้อติดตัวเอาไว้แค่คนละก้อนเท่านั้น

 


 

         อัพให้ตามสัญญาแล้วนะครับ แล้วก็หมดอารมณ์พิมพ์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 65 ครั้ง

35 ความคิดเห็น

  1. #9709 mag 77 (@mag77) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:45
    เจอแผนซ้อนแผนแล้ว เพรียวเพรียวเอ๋ยพลาดแล้วพลาดอีกนะพวกเธอเนี่ย
    #9709
    0
  2. #9189 นาคน้อยล่องลม (@drakula) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 14 มกราคม 2558 / 22:37
    ...เรื่องแบบนี้ไม่น่าจะหลุด...ต้องเป็นแผนแปลกๆ อีกแน่ะ
    #9189
    0
  3. #8474 Yoku Akanso (@wangyu) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2557 / 19:29
    ไวพจน์ไปตายซะ! เหม็นขี้หน้าแกมาตั้งแต่แรกเห็นแล้ว ชิชะ
    #8474
    0
  4. #7367 MinZ@ (@min-min-za) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 12:42
    ไวพจน์คิดผิดคิดใหม่นะ ถ้าไม่อยากตายทรมาณ
    #7367
    0
  5. #7066 แสงรัตติกาล (@prang9210) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2557 / 01:18
    เสียดายไข่อ่า

    #7066
    0
  6. #5675 The Loner (@deartears) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 / 03:25
    นี่สินะที่บอกว่าจะใช้ประโยชน์ เอ็งเจอดีแน่
    #5675
    0
  7. #4803 Game Min (@0844103510) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2557 / 13:15
    หืมน่ากระทืบมาก
    #4803
    0
  8. #3810 BlackLaBel (@falcondevil) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 16 มีนาคม 2557 / 13:04
    รู้สึกสะใจฮิๆ แต่อย่าบอกนะว่าราฟคาดการ์ณไว้อีก
    #3810
    0
  9. #3706 Dark music (@raffee-rooof) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 13 มีนาคม 2557 / 19:06
    ไม่ชอบไวพจน์ตั้งแต่แรกแล้ว ตอนนี้เกลียดเลย
    #3706
    0
  10. #3559 by tam (@tam-wannporn) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 4 มีนาคม 2557 / 15:25
    ไวพจน์ ไม่รอดเน่
    #3559
    0
  11. #2499 ttdddt (@tpnd02) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2556 / 22:57
    เฮ้ย เกิดอะไรขึ้นเนี้ย
    #2499
    0
  12. #2256 anonymity (@despond) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 25 กันยายน 2556 / 01:04
    มาร่วมกันสวดมนต์ ให้เจ้าบ้าโง่งี่เง่านิสัยเสียที่ทรยศกันเถอะ
    #2256
    0
  13. #2239 ้heisai09 (@heisai09) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 24 กันยายน 2556 / 12:04
    ไวพจ ตายหยังเขียด  หนุกหนานๆ
    #2239
    0
  14. #2127 Alangod (@alangod) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 17 กันยายน 2556 / 19:20
    ไวพจน์หาเรื่องใส่ตัวชัดๆเลย
    #2127
    0
  15. #2101 กระดิ่งคู่ (@nicck) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 16 กันยายน 2556 / 22:43
    รุมสกัมกันเถอะพี่น้อง
    #2101
    0
  16. #1893 ~!MS!~ (@milder) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 8 กันยายน 2556 / 16:39
    ไม่รู้ว่าอะไรหรอกนะ ... แต่มาหลอกอารินเนี่ยยยย ต้องสหบาทา
    #1893
    0
  17. #1596 ยุงลำบาก (@djfbifmf) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2556 / 16:50
    แผนการรึป่าวนะ มันลงตัวเกินไป
    #1596
    0
  18. #1388 เทพ (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2556 / 12:28
    เหอๆ แผนชัวๆ -.-
    #1388
    0
  19. #1131 ploy5314 (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2556 / 14:56
    ทำไมทำอย่างนั้นล่ะไวพจน์ซวยขึ้นมาไม่รุด้วยนะ
    #1131
    0
  20. วันที่ 23 มิถุนายน 2556 / 11:26
    สนุกมาก
    #959
    0
  21. #631 _wlkin_ (@welkin) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2556 / 17:40
    พระเอกรับไวพจน์มาทั้งๆที่ดูไม่น่าไว้ใจ เพราะว่ามีแผนบางอย่าง
    ที่อาจจะเกี่ยวข้องกลับกลุ่มอิจิโกะด้วยรึเปล่าหวา

    =_=;; แปลกใจตัวเองนิดหน่อยว่ารู้สึกเฉยๆกับการทรยศครั้งนี้นะ
    แต่รู้สึกสงสัยมากกว่า..ว่าพระเอกเขาคำนวณไว้อยู่แล้วใช่รึเปล่า...
    #631
    0
  22. #606 Fresher Aeolus Zephyrus (@fresherzephyr) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2556 / 00:31
    จริงๆ พระเอกก็น่าจะสังเกตตั้งแต่รับมันเข้ามาแล้วนะ ว่าไอ้ไวพจน์นี่มันไม่มีความจริงใจเลย ขนาดตอนรับอาคมพระเอกยังต้องประเมิณความไว้ใจตั้งหลายครั้ง สงสัยว่าทีไวพจน์ทำไมไม่ประเมิณอะไรเลยนอกจากความสามารถก่อนรับเข้ากลุ่ม
    #606
    0
  23. #567 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2556 / 15:36
    ชั่วอย่างนี้ต้องฆ่าอย่างทรมาน
    #567
    0
  24. #380 Marshmallow KinG (@bookachook) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2556 / 14:09
    ตายแน่...
    #380
    0
  25. #326 บังเอิญอ่าน (@rithio) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2556 / 00:20
    ตายอย่างเขียดงานนี้
    #326
    0