[Legend Online] เปิดตำนาน ป่วนออนไลน์

  • 88% Rating

  • 99 Vote(s)

  • 1,473,967 Views

  • 14,490 Comments

  • 9,083 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,238

    Overall
    1,473,967

ตอนที่ 55 : บทที่ 54 ลอบโจมตี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10861
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    18 พ.ค. 56

บทที่ 54 ลอบโจมตี

 

หลังจากตั้งเต็นท์เสร็จ ราล์ฟก็กำลังหาข้อมูลของกิลด์ฟีนิกซ์เพื่อวางแผนเล่นงาน ไวพจน์เอาของมาจัดเรียงเพื่อที่จะเอาไปขายในเมือง อารินนั่งวาดภาพโดยมีเจ้านัคกี้เป็นนายแบบยืนคาบดอกไม้ ส่วนอาคมก็นอนกรนเพราะเหนื่อยจากการที่ออกแรงไปตั้งเยอะ

กิลด์ฟีนิกซ์เป็นกิลด์ขนาดกลางที่มีสมาชิกเก้าร้อยคน จุดเด่นของกิลด์นี้แทบจะไม่มีอะไรเลย ข้อมูลของหัวหน้ากิลด์เองก็เป็นเหมือนการโปรโมทกิลด์แม้จะไร้สาระแต่ราล์ฟก็จำเป็นต้องเก็บข้อมูลเอาไว้ให้ได้มากที่สุด ยิ่งเป็นข่าวลือหรือข่าวในทางร้ายยิ่งต้องเอามาใช้เป็นประโยชน์ และก็เป็นอย่างที่คิดกิลด์ฟีนิกซ์เองก็เข้าร่วมศึกประมูลในครั้งนี้ด้วย เห็นได้จากการที่ยึดสถานที่เก็บระดับ ซึ่งจะให้อัญมณีธาตุ ความผิดปกตินั้นทำให้ราล์ฟยิ้มออกมา เนื่องจากกิลด์ฟีนิกซ์เป็นกิลด์ระดับกลาง ไม่ได้ทำธุรกิจหรือมีสินค้าอะไรที่เป็นแหล่งเงินทุน คิดได้อย่างเดียวก็คืออาจจะเป็นกิลด์เงาของกิลด์ใดสักกิลด์อย่างไม่ต้องสงสัย

เพราะการบังคับให้อีกฝ่ายจำเป็นต้องเคลื่อนไหว ทำให้ราล์ฟได้ประโยชน์ในหลายๆด้าน เรียกได้ว่าแค่เขาอยู่เฉยๆพวกนั้นก็พร้อมใจกันเดินไปในเส้นทางที่กำหนดเอาไว้แล้ว แต่เหตุการณ์นี้ก็อาจจะเป็นการกระตุ้นอีกฝ่ายก็ได้ เด็กหนุ่มจึงต้องวางแผนรับมือให้ดี

“เห็นทีคงต้องใช้แผนนั้นแล้วสินะ”

 

อีกฝากหนึ่งของป่า กองไฟเล็กๆถูกก่อขึ้นด้วยฝีมือของนักเวทย์ชาย บนต้นไม้มีมือธนูหญิงที่กำลังมองเข้าไปในป่าเพื่อสำรวจอะไรในป่า ชายหนุ่มผมสีเงินในชุดนินจาที่ปิดปากกำลังยืนพิงต้นไม้รับฟังเสียงรอบๆตัว

“พวกมันจะเข้ามาในป่าแห่งนี้แน่เหรอ เจ้าคนที่ชื่อ ราหู อะไรนั่น” หญิงสาวเอ่ยขึ้นขณะที่เฝ้ามองหาอะไรบางอย่าง

“ถ้าตามข้อมูลที่ได้รับมา พวกมันเดินทางออกจากโมเรสและกำลังมุ่งหน้ามาที่กรีนเบสเมื่อสามวันก่อน ดังนั้นถ้าเรามาดักรอพวกมันที่นี่ก็น่าจะเจอได้ไม่ยาก เพราะเป็นเส้นทางหลักที่ใช้เดินทางสู่เมือง และขอแก้ไขด้วยว่า เจ้านั่นชื่อ ราล์ฟ ไม่ใช่ราหู” นินจาผมเงินกล่าวเรียบๆ

“ไม่รู้ว่านายจ้างคิดอย่างไงถึงต้องมาให้พวกเราแย่งชิงของด้วยนะ” นักเวทย์ชายบ่น โยนอาหารกระป๋องส่งให้กับทั้งสองคน

“กฎของพวกเราคืออะไร”

“โอเคๆ” นักเวทย์ยอมแพ้ไม่อยากมีเรื่อง “ฉันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอก พวกเรารับงานมาแล้วก็ต้องทำให้สำเร็จ แต่ที่ฉันสงสัยก็แค่ว่าทำไมถึงต้องเป็นพวกเราด้วยก็แค่นั้น งานนี้ให้พวกคนอื่นทำก็ได้ ไม่ต้องลงแรงจ้างพวกเราตั้งสองหมื่นเหรียญทองหรอก”

ความจริงมันก็น่าแปลกมาก เพราะตั้งแต่ทำงานเป็นกลุ่มรับจ้างนอกจากงานประเภทคุ้มกัน กับช่วยทำภารกิจแล้วแทบจะไม่มีงานไหนเกี่ยวข้องกับการแย่งชิงไอเทมเลยสักนิด แม้จะรู้ว่ามันเป็นเรื่องไม่ดีแต่ที่นี่มันเป็นโลกในเกม การแย่งชิงของก็ไม่ใช่สิ่งผิดเสียทีเดียว ดังนั้นพอมีผู้จ้างวานจ้างให้ทำงานแบบนี้ก็อดจะรู้สึกแปลกใจไม่ได้

“ฉันรู้ๆ เพราะ อิจิโนะมีทักษะขโมยระดับสูงอย่างไงล่ะ” นักธนูสาวเผยความลับออกมา มองไปยังนินจาผู้เงียบขรึม

ทักษะขโมยเป็นอีกหนึ่งทักษะที่พวกนักชกชิงของต่างก็อยากได้มาก เพราะมันเป็นทักษะที่สามารถระบุไอเทมที่จะขโมยได้ แต่ต้องเป็นไอเทมที่ไม่ได้ระบุเจ้าของเท่านั้น อีกทั้งเงื่อนไขของมันก็ทำให้ต้องคิดหนักเพราะต้องจัดการให้เป้าหมายอยู่ในสภาพที่โต้ตอบไม่ได้ มีโอกาสเพียงแค่ 50% เท่านั้นที่จะชิงมาได้ และเมื่อใช้ทักษะนี้ไปแล้วก็จะไม่สามารถใช้ได้อีกหนึ่งเดือนในเกม

“เธอพูดมากไปแล้วนะ เพียวเพียว” พอโดนตอกกลับมาแบบนี้หญิงสาวก็หัวเราะเก้อเขิน

“ก็ทำไงได้ แฮนซัม เขาอยากรู้นี่นา”

“แต่ฉันว่ามันก็น่าแปลกอยู่นะ ขนาดฉันที่อยู่กับนายมาตั้งนานยังไม่รู้เลยว่านายมีทักษะนั่นอยู่ แล้วนายจ้างรู้เรื่องนี้ได้อย่างไง ทั้งๆที่นายก็อุบเงียบเอาไว้ตลอด” แฮนซัมสงสัย

อิจิโนะหลับตาลงและพูดว่า “ถ้าจะรู้ก็คงไม่แปลกหรอกนะ เพราะขนาดนายตอนนี้เองยังรู้เลย”

“บอกกี่ครั้งแล้วว่าฉันไม่ได้บอกใครเลย นี่นายไม่เชื่อใจฉันงั้นเหรอ”

“ไม่เชื่อ เพราะขนาดเมื่อกี้เธอยังหลุดเผยความลับของฉันออกมาเลย”

 

           ในกระดานข่าวสารปรากฏข่าวลือแปลกๆขึ้น ซึ่งข่าวนั้นก็คือเรื่องที่กิลด์ฟินิกซ์ที่ไปเก็บระดับแถวนั้นถูกฆ่าล้างบาง นั่นเป็นเหตุผลให้ผู้บริหารระดับสูงของกิลด์ฟีนิกซ์เรียกประชุมด่วน และเรียกพวกที่ตายมาสอบถามความจริงว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ทุกคนกลับบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าถูกหาเรื่องก่อน

          แต่ไม่เพียงแค่นั้นกิลด์ที่อยู่ภายในเมืองกรีนเบสแทบทุกกิลด์ก็ต้องออกมาหารือกัน เพราะสถานที่แห่งนั้นอยู่ในอาณาเขตของกรีนเบส นั่นหมายความว่าคนที่ทำเรื่องนี้กำลังจะเดินทางมาที่เมืองนี้อย่างไม่ต้องสงสัย แม้จะไม่รู้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไรก็ตาม แต่ก็ได้ออกกฎใหม่ขึ้นมาว่าอย่าไปหาเรื่องผู้เล่นคนอื่นในช่วงนี้แทน

 

          กิลด์ Lady Knight ผู้นำระดับสูงอย่างสายลมพิสุทธิ์ วาโยก็เรียกประชุมเช่นกัน แต่ผู้ที่มีศักดิ์เป็นถึงหัวหน้ากิลด์กลับเดินเข้ามาพร้อมกับหมอนข้างที่ติดแปะรูปของคนคนหนึ่งเอาไว้ เพราะในนี้มีแต่ผู้หญิงจึงไม่ต้องกังวลเรื่องใดๆ แถมไม่มีใครพูดว่าอะไรเธอคงเพราะรู้จักนิสัยและชินกับภาพที่เห็นอยู่บ่อยครั้ง

          “เรียกประชุมด่วนกันแบบนี้ มีเรื่องอะไรงั้นเหรอ” รีเบคก้ากล่าวด้วยน้ำเสียงงัวเงีย เดินไปนั่งประจำที่ของตัวเอง “ฉันพึ่งจะไปฉะกับราชานกยูงเจ็ดสีมานะ ขอพักบ้างไม่ได้หรือไง”

          “บอกกี่ครั้งกี่หนแล้วคะ เวลาเข้าประชุมควรใส่เครื่องแบบที่จัดเตรียมเอาไว้ให้” สาวแว่นผู้เป็นถึงเสนาธิการแห่งกิลด์ Lady Knight เอ็ดใส่หญิงสาวที่อ้าปากหาวไม่รู้ร้อนรู้หนาวใดๆ

          “อย่าเอ็ดสิ ฉันก็แค่ไม่อยากใส่ชุดหนักๆนั่นก็เท่านั้นเอง”

          “มันเป็นเครื่องแบบค่ะ” เธอกล่าวเซ็งๆ ถอนหายใจแล้วชวนเข้าเรื่อง เธอเล่าเรื่องข่าวที่เกิดขึ้นในตอนนี้ให้ทุกคนฟังพร้อมกับสรุปแผนการเตรียมพร้อมต่างๆที่ผ่านการคิดวิเคราะห์มาอย่างดี

          “สรุปว่าท่านวาโยอยากจะให้พวกเราเฝ้าระวังคนกลุ่มนี้เอาไว้สินะคะ”

          “ไม่ใช่การเฝ้าระวังค่ะ เพราะพวกเราจะกระตุ้นสมาชิกทุกคนด้วยการเล่าความเท็จและความจริงอย่างละครึ่ง เพื่อให้พวกเธอจินตนาการไปกันเอง อย่างที่พวกเรารู้ดีว่าใช่ว่าสมาชิกเกือบทุกคนเป็นพวกเราร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้ฉันจะได้ใช้ความสามารถทุกวิถีทางเพื่อให้พวกเธอเสพติดความสะดวกสบายภายในกิลด์ จนเกิดช่องว่างให้พวกนั้นได้ฉกฉวยโอกาสลอบสืบความลับ แต่ฉันก็ไม่เคยเปิดเผยความลับนี้ออกไป ก็เพื่อให้กิลด์อริของพวกเราเต้นไปตามจังหวะที่ได้กำหนดเอาไว้ล่วงหน้า”

          สายลมพิสุทธิ์หยุดพูดเพื่อให้ทุกคนได้ซึมซับข้อมูลต่างๆ ปฏิกิริยาของแต่ละคนนั้นดูไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่

          “แสดงว่าการที่เธอมาเล่าเรื่องนี้ เท่ากับว่าแผนการนี้ไม่จำเป็นแล้วอย่างนั้นสินะ” รีเบคก้าถาม ดูเหมือนจะเป็นคนเดียวที่สามารถคิดตามและเข้าใจถึงสถานการณ์ในตอนนี้ “เพราะไม่อย่างนั้นเธอจะไม่พูดเรื่องแผนการที่ยังไม่สำเร็จอย่างเด็ดขาด”

          “ถูกต้องค่ะ เพราะแผนการนี้ทำให้กิลด์สามกิลด์ที่เป็นอริได้เคลื่อนไหว คาดว่าพวกเขาได้จงใจสร้างกิลด์ลูกขึ้นมาเพื่อโอบล้อมกิลด์ของพวกเรา โดยใช้กฎข้อบัญญัติของสงครามปกป้องเมืองในการโจมตีพวกเราได้ ซึ่งเรื่องนั้นฉันได้ทำการเจรจาแผนการกับคุณเมอร์บิอุสหัวหน้ากิลด์ราชันอสูรเป็นที่เรียบร้อย พวกเขาจะส่งตัวแทนมาช่วยเหลือพวกเราในครั้งนี้ แลกเปลี่ยนกับการที่พวกเราของผลิตสิ่งของให้กับพวกเขาจำนวนหนึ่ง”

          “เข้าใจล่ะทำตามเห็นสมควรได้ ส่วนสมาชิกทุกคนที่ระดับถึงขีดจำกัดแล้วก็ให้คัดเลือกมา พรุ่งนี้ฉันจะพาไปทำภารกิจปลดระดับ อย่างน้อยๆแผนการรับมือสมาชิกก็ควรมีระดับหกสิบขึ้นสินะ” รีเบคก้าพูดจบก็สั่งปิดการประชุมแล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่ฟังใครทั้งสิ้น

          วาโยเองก็ยิ้มเล็กน้อย แม้หัวหน้ากิลด์จะมีอคติแค่ไหนแต่เพื่อกิลด์แล้วเธอยอมได้เสมอ ผู้นำที่รู้ดีว่าอะไรสำคัญที่สุด นับว่าเธอเลือกติดตามได้ถูกคนแล้ว

         

          ภายในป่าช่วงเวลาใกล้รุ่งสาง เสียงแหวกอากาศดังขึ้นเป็นระยะสลับกับเสียงลากเท้า สักพักก็มีเสียง ตูม ดังแทรกขึ้นมาแล้วก็เงียบไปพักใหญ่ แต่ก็ยังคงมีเสียงแหวกอากาศกับเสียงลากเท้าอยู่ตลอด

          ราล์ฟที่เหงื่อโชกนั่งหอบหายใจตัวโยน ดูเหมือนช่วงเวลาที่ผ่านมาทำให้เขาเริ่มชินกับน้ำหนักหนึ่งร้อยกิโลกรัมและสามารถเคลื่อนไหวด้วยความเร็วใกล้เคียงเดิมได้เป็นที่สำเร็จ เท่ากับว่าตัดปัญหาเรื่องความเร็วไปได้เปลาะหนึ่ง เพราะเลือกอาชีพกุ๊กเป็นหลักมันจึงไม่ค่อยมีทักษะแรงๆเอาไว้โจมตี จึงต้องทดแทนด้วยการฝึกเทคนิคต่างๆเพิ่ม

          การฝึกของราล์ฟนอกจากจะเน้นเทคนิคพิเศษแล้ว ยังเป็นการฝึกเพื่อเพิ่มระดับทักษะต่างๆ วิชาที่เขาถนัดที่สุดก็คือหลบหลีก ซึ่งปัจจุบันเป็นทักษะแรกที่มีระดับ 11 ในขณะที่ทักษะติดตัวส่วนใหญ่จะอยู่ที่ระดับ 7 เท่านั้น รวมถึงทักษะวางกับดักด้วยเช่นกัน ซึ่งราล์ฟวิจัยออกมาแล้วว่ามันเกี่ยวข้องกับการวางกลยุทธ์ในการต่อสู้

          “ออกมาเถอะรู้นะว่าอยู่ตรงนั้น” ราล์ฟพูดขึ้น แม้จะไม่สามารถสัมผัสถึงการมีอยู่ของจิตได้เช่นอาคม แต่เสียงฝีเท้าที่เขาฝึกลับประสาทด้านนี้ทำให้พอจะได้ยินเสียงเดินและเสียงลมหายใจ

          “รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ สงสัยยังอำพรางจิตไม่เนียน เลยโดนจับได้”

          “ตั้งแต่แรก แถมไม่เห็นจะต้องพึ่งทักษะพวกนั้นเลยสักนิด”

          “งั้นเหรอ ฉันมาคิดๆดูแล้วนะว่า ถ้าหากค่าสถานะของฉันเป็นแบบนี้ต่อไปฉันคงพลาดท่าเข้าสักวัน แกเองก็น่าจะเห็นเจ้าแหวนวงนี้แล้วนี่ บางครั้งความสามารถของมันก็ดีเทพ บางครั้งก็ห่วยแตกเกินจะทน ให้เสี่ยงดวงตลอดการต่อสู้มันไม่ใช่วิสัยของฉันว่ะ” ชายหนุ่มบอก

          “ก็เลยคิดว่าจะแยกกันที่กรีนเบสใช่ไหมล่ะ” ราล์ฟตอบอย่างรู้ทัน เพราะความคิดของอาคมเป็นอะไรที่เขาอ่านได้ง่ายมาก จึงพูดต่อว่า “นายจึงจะฝากอารินเอาไว้กับฉัน เพราะการเดินทางของนายในครั้งนี้คิดว่าน่าจะเป็นเพราะภารกิจต่อเนื่องหรืออะไรสักอย่าง เหตุผลก็เพราะนายรักและห่วงน้องสาวมากถึงมากที่สุด ถ้าให้ไปด้วยก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอันตรายอะไรบ้าง”

          “รู้แล้วก็ดี ฉันมาบอกแค่นี้แหละ จากนี้ไปห้ามให้ตัวผู้หน้าไหนมาเกาะแกะน้องสาวฉันเด็ดขาด ถ้าอารินมีแผลแค่มิลเดียวฉันก็จะฆ่าแกเหมือนกัน” พูดจบชายหนุ่มก็เดินมุ่งหน้ากลับไปที่เต็นท์

          ราล์ฟส่ายหน้ายิ้มๆ แล้วเริ่มฝึกทบทวนการต่อสู้อีกครั้งหนึ่ง

          เมื่อราล์ฟกลับมาถึงเต็นท์ก็เห็นอาคมกำลังนั่งทำสมาธิอยู่ คิดว่าน่าจะเป็นการฝึกสมาธิของตัวเองจึงไม่ไปรบกวน และเริ่มลงมือทำอาหารเช้า โดยใช้พวกเห็ดป่าที่เขาเก็บได้ระหว่างทางกลับ แต่พอได้กลิ่นอาหารชายหนุ่มก็หยุดจากการฝึกสมาธิ เดินกลับมาที่เต็นท์และเดินเข้าไปปลุกอาริน เด็กหญิงอ้าปากหาวเดินออกมาพร้อมกับตุ๊กตาตัวโปรด นัคกี้ที่เหมือนจะรู้เวลาก็ออกมาจากแหวนทำจมูกฟุดฟิดบนชามที่มีแครอทเย็นๆวางเอาไว้ให้ อารินหยิบเอาแปรงสีฟันกับแก้วน้ำรูปกระต่ายออกมาแล้วเดินไปล้างหน้า ผิดกับเจ้าไวพจน์ที่คลานออกมานั่งถือจานของตัวเองรอ

กว่าทุกคนจะทานอาหารและเก็บของเสร็จก็เป็นเวลาเก้าโมงเช้า ราล์ฟดูกำหนดเวลาออฟไลน์ก็เห็นว่ายังเหลือเวลาออนไลน์อยู่สี่วัน เมื่อดูจากระยะทางแล้วคิดว่าการเดินทางไปยังกรีนเบสน่าจะใช้เวลาประมาณหนึ่งวันครึ่งถ้าเดินทางได้เร็ว จึงคิดจะเก็บระดับอยู่แถวๆนี้ไปก่อน ทุกๆคนเห็นดีเห็นงามโดยเฉพาะเจ้าไวพจน์ที่เริงร่ากว่าใคร อีกทั้งใกล้ๆกันก็มีสวนดอกไม้ให้อารินได้เที่ยววาดรูปเล่น

เมื่อเจอทุ่งกว้างซึ่งเป็นอาณาเขตเชื่อมต่อกับเมืองคลาร์เซียก็พบเข้ากับฝูงนกกระจอกเทศตีนหินระดับสี่สิบ ที่นี่มีผู้เล่นกำลังเก็บระดับกันอยู่ ราล์ฟกับอาคมหาตำแหน่งที่ว่างได้ได้ก็ออกลุยกันเต็มที่ เพราะตกลงเรื่องบางอย่างกันเอาไว้ว่าอย่างน้อยก่อนสงครามทุกคนในทีมควรจะมีระดับไม่ต่ำกว่าห้าสิบ

          แม้อาคมจะโดนคำสาปพิษโลหิตเข้าไปทำให้ทุกย่างก้าวที่เคลื่อนไหวถึงกับกระอักเลือด แต่ก็ยังต่อสู้ต่อไปอย่างยากลำบาก เพราะรู้ดีว่าคำสาปนี้มีผลแค่ห้านาทีเท่านั้น แม้ร่างกายจะร้อนมากจนเกือบตายแต่เขาก็ผนึกพลังเอาไว้ทั่วร่างแทนตามความเคยชิน แต่ทว่าทันทีที่เวลาของคำสาปหมดลงนั่นเอง เสียงระบบก็แจ้งเตือนขึ้นมาทันที

          ผู้เล่นอาคม บรรลุเงื่อนไข ได้รับทักษะเลือดฐาน

        ผู้เล่นอาคม บรรลุเงื่อนไข ได้รับทักษะต้านพิษ ระดับ 1

        เนื่องจากผู้เล่นอาคมหลอมรวมพิษในร่างกายครบเวลาที่กำหนด ได้รับทักษะร่างพิษระดับ 1

          “เฮ้ย ไหงถึงได้ทักษะแปลกๆมาวะเนี่ย” ชายหนุ่มโพล่งขึ้นหลังจากต่อสู้เสร็จ เปิดดูทักษะที่พึ่งได้รับมาสดๆร้อนๆ ราล์ฟได้ยินเข้าก็เดินเข้ามาดูด้วย พอเห็นข้อมูลทักษะก็หยุดคิดอยู่สักพักก่อนจะตบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ

          “ขอแสดงความยินดีด้วย นรกแห่งการพัฒนาระดับทักษะรอนายอยู่แล้ว”

 

          หนึ่งชั่วโมงผ่านไประดับของราล์ฟ อาคม และไวพจน์ เลื่อนขึ้นมาอีกคนละหนึ่งระดับ ราล์ฟกับอาคมก็เดินไปนั่งพักกันใต้ต้นไม้ ที่ซึ่งมีเด็กหญิงนั่งทำกำไลดอกไม้อยู่ อาคมน้ำตาซึมรับกำไลดอกไม้นั้นมาใส่เอาไว้ทันที ความเป็นซิสค่อนของคนอายุมากกว่าทำให้ราล์ฟรู้สึกเซ็ง ไม่นานนักไวพจน์ก็เดินตามเข้ามาพร้อมกับไอเทมที่เก็บมาได้ทั้งหมด หลังจากที่แบ่งเงินกับไอเทมกันเรียบร้อย ราล์ฟก็ขอยืมตัวอารินไปช่วยอะไรบางอย่าง แม้อาคมอยากจะขอตามไปด้วยใจจะขาด แต่ก็ยอมจนได้ในที่สุด เมื่อกลับมารวมกันแล้วก็พากันเดินออกเดินทางต่อ เพื่อมุ่งหน้าไปให้ถึงกรีนเบสเร็วๆ

          บ่ายสองโมงทั้งสี่คนกับหนึ่งตัวก็พักทานอาหารกัน มื้อเที่ยงเป็นไข่ยัดไส้เพราะราล์ฟไปได้ไข่ของนกกระจอกเทศมาหลายฟองอยู่ เมื่อเห็นอาหารเมนูไข่อาคมก็พูดขึ้นว่า

          “จะว่าไปไหนแกว่าจะไปหาข่าวเรื่องไข่อย่างไงล่ะ”

          “ไข่อะไรเหรอลูกพี่” ไวพจน์สอดขึ้นมาทันที ท่าทางอยากรู้อยากเห็นเต็มแก่

          “จะว่าไปก็จริงแหะ” ราล์ฟทำหน้าเหมือนพึ่งจะนึกขึ้นได้ หยิบไข่ลายเปลวเพลิงออกมาแล้วหันไปถามไวพจน์ว่า “นี่ไวพจน์ นายพอจะรู้วิธีฟักไข่นี่หรือเปล่า”

          พ่อค้าหนุ่มรับไปตรวจสอบดู แค่เห็นรายชื่อก็ทำตาโตเท่ากับไข่ห่าน มือสั่นรัวพลางประคองมันเอาไว้ราวกับมันเป็นทองคำก็ไม่ปาน

          “ละ...ลูกพะ...พี่... ไปได้มาจากไหนเหรอครับ นะ...นี่มัน...ไข่ของ...สัตว์เทพอสูรใช่ไหมครับ”

          “นายตรวจสอบดูแล้วนี่ ก็น่าจะรู้นะว่ามันคืออะไร” ราล์ฟตอบเรียบๆ

          “คะ...คือว่านะลูกพี่ ผะ...ผมก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน แต่ว่าการฟักไข่พวกนี้จะมีเงื่อนไขพิเศษอยู่ ถ้าเป็นไข่สัตว์อสูรทั่วไปแค่เก็บเอาไว้และรอมันฟักเท่านั้น แต่ถ้าเป็นไข่ของสัตว์อสูรระดับราชาจะมีความแตกต่างกัน อย่างเช่นไข่มังกรไฟก็ต้องเอาไปไว้ในอุณหภูมิที่ร้อนกว่าปกติ ก็ต้องไปที่เทือกเขามังกร แต่ของลูกพี่ผมไม่รู้ว่าเงื่อนไขของมันคืออะไร ขอโทษครับ” ไวพจน์บอก

          ราล์ฟเอาไข่ของจิ้งจอกฟ้ามายาคืนมาจากไวพจน์ “ช่างเถอะ เดี๋ยวฉันค่อยหาวิธีฟักเจ้านี่ก็ได้ ถึงมันจะอยากออกมาแค่ไหนแต่ถ้าฉันไม่รู้วิธีฟักก็แค่นั้น จริงด้วย อารินพี่ฝากเจ้านี่เอาไว้หน่อยสิ”

          “เฮ้ย! ราล์ฟหยุดเลย อย่าแม้แต่จะคิด ฉันไม่ยอมให้อารินไปเสี่ยงอะไรแบบนั้นอีกเด็ดขาด” ชายหนุ่มร้องห้ามเสียงหลง

          “ใช่ เพราะว่านายคิดแบบนั้นอย่างไงล่ะ ฉันเชื่อเลยว่าพวกที่จะมาแย่งชิงมันก็คงคิดแบบเดียวกันว่าฉันคงไม่มีทางฝากของอันตรายเอาไว้กับเด็กอย่างอารินเด็ดขาด เชื่อเถอะว่าวิธีนี้อารินจะปลอดภัย”

          “ปลอดภัยบ้านแกน่ะสิ แผนแกมีช่องโหว่ชัดๆ” อาคมแย้ง

          “งั้นเหรอ แต่เชื่อเถอะอาริน...ไม่สิพวกเราจะปลอดภัยชัวร์”

 

          ไม่ไกลจากตำแหน่งที่พวกราล์ฟอยู่สักเท่าไหร่ เพียวเพียวนักธนูสาวที่นั่งสำรวจอยู่บนต้นไม้ก็กำลังเฝ้ามองพวกนั้นอยู่ อิจิโนะที่อยู่ด้วยกันสำรวจดูจากรูปลักษณ์เพื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลที่ได้รับมา

          “ใช่หรือเปล่าอิจิโนะ” หญิงสาวถามความเห็น

          “ใช่จริงๆ เป็นชายสามกับเด็กผู้หญิงอีกหนึ่ง ลักษณะเด่นก็คือชายหนึ่งในสามคนนั้นจะสวมใส่ชุดสีดำและใช้ดาบเป็นอาวุธ แถมยังมีเป้าหมายนั่นอีกด้วย” นินจาผมเงินกล่าว

          “งั้นก็จัดการเลยนะ” เพียวเพียวพูดจบก็โก่งสายคันธนูของตัวเองและเตรียมพร้อมที่จะลอบโจมตี ทว่านินจาหนุ่มกลับห้ามเอาไว้เสียก่อน

          “เดี๋ยว มันใกล้เกินไป อันตรายมาก ไปรอที่เส้นทางข้างหน้าแล้วดักโจมตีจากตรงนั้น” อิจิโนะกล่าวจบก็หันไปส่งสัญญาณให้แฮนซัมที่อยู่ข้างล่าง ก่อนจะแยกย้ายกันไปดักซุ่ม





บอกไว้ก่อนนะครับว่าไม่ได้คิดจะอัพทุกวัน แต่อัพตามอารมณ์ เพราะผมพิมพ์นิยายวันต่อวันตามอารมณ์ของตัวเอง ถ้าอารมณ์ดีก็พิมพ์ทุกวัน ถ้าวันไหนไม่มีอารมณ์ก็จะเว้นวางเอาไว้แหละ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

24 ความคิดเห็น

  1. #7365 MinZ@ (@min-min-za) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 12:32
    คำพูดอาคมดูน้ำเน่าชอบกล อารมณ์ไม่อยากเป็นตัวถ่วง
    ขำอ่ะที่เรียกราล์ฟว่าราหู เจ้าตัวรู้คงฮาตาย 55
    #7365
    0
  2. #7064 แสงรัตติกาล (@prang9210) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2557 / 01:10
    ไปฝึกฝีมือแล้วก็กลับมาให้จิ้นสินะ (หือ?)
    #7064
    0
  3. #5996 opoceleste (@opoceleste) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 / 13:43
    อาคมได้ทักษะแปลกๆมาอีกล่ะ
    #5996
    0
  4. #4155 Teshi (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 28 มีนาคม 2557 / 06:38
    เอาฟร้อนแบบไม่มีแถบสีขาวด้านหลังได้ไหมคะ



    มันเป็นอะไรที่ปวดตามากค่ะ
    #4155
    0
  5. #3884 ฟหก (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 19 มีนาคม 2557 / 19:40
    ไม่ชอบฟร้อนแบบนี้เลยฮะ แสบตามากๆ
    #3884
    0
  6. #3558 by tam (@tam-wannporn) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 4 มีนาคม 2557 / 15:22
    มีเรื่องให้ปวดหัวตล๊อดดด
    #3558
    0
  7. #3173 sakiritakara (@sakiritakara) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 20 มกราคม 2557 / 12:15
    โอ้สุดยอดเลย
    #3173
    0
  8. #2497 ttdddt (@tpnd02) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2556 / 22:47
    ถูกดักตีตลอด
    #2497
    0
  9. #2237 ้heisai09 (@heisai09) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 24 กันยายน 2556 / 11:45
    หนุกหนานๆ
    #2237
    0
  10. #2125 Alangod (@alangod) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 17 กันยายน 2556 / 18:56
    อาคมได้ทักษะแปลกๆมาด้วย
    #2125
    0
  11. #1594 ยุงลำบาก (@djfbifmf) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2556 / 16:26
    พวกดักปล้นคงไม่ได้ยินเรื่องที่พูดทั้งหมดหรอกนะ
    #1594
    0
  12. #1386 เทพ (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2556 / 11:55
    ที่ไม่เม้นนี้ขี้นะ กด 100 คะแนนไปพอ 555555+ ไม่มีเรื่องให้โม้อะมันเฉยๆ ตอนไหนมีไรเด่นๆจะเม้นละกัน
    #1386
    0
  13. #1096 ploy5314 (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2556 / 08:49
    สนุกมากมาย>
    #1096
    0
  14. #1034 ชิวเฟิง (@suchart-tumsuwan) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 01:27
    คำว่า ฉกชิง...มันเป็น ฉ.ฉิ่ง นะจ๊ะ มิใช่ ช.ช้าง
    #1034
    0
  15. วันที่ 23 มิถุนายน 2556 / 11:22
    สนุกมาก
    #957
    0
  16. #951 Rock (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2556 / 11:07
    ผมชอบอาคมครับชอบตอนที่มีคนมาแหย่อารินจะได้ฆ่ากันโหดดีครับ
    #951
    0
  17. #566 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2556 / 14:09
    จะมาขโมยไข่หรอ
    #566
    0
  18. #515 Cha:ชา (@cha24) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2556 / 18:57
    คห193
    ชอบคุโระ อยากให้มีบทเยอะๆ
    แต่!!
    ยัยสัตว์ปีก กับใครนะยัยเสียงแปดหลอดนั่นน่ะ ขอบทน้อยๆนะ อ่านแล้วรำคาญโคตรๆๆ


    ปล ว่าไปนะอารินไม่ค่อยมีบทพูดเลยนะ นานๆๆๆทีจะมีบทพูดที
    #515
    0
  19. #323 บังเอิญอ่าน (@rithio) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2556 / 00:07
    ฝักซะทีเถอะ
    #323
    0
  20. วันที่ 19 พฤษภาคม 2556 / 00:04
    #202
    0
  21. #194 เทพกาบริเอล (@darkrai) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2556 / 09:49
    ผมชอบอารินครับ อิอิ
    อยากให้อารินได้อาชิพเร็วๆ ลุ้นๆอยู่ครับ
    รอติดตามตอนต่อๆไป
    #194
    0
  22. #193 Yu-kio(幸男) (@yukio-omine) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2556 / 09:43
    ขอบคุณครับ
    จะรออ่านต่อนะครับ
    #193
    0
  23. #192 วิญญาณสีคราม (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2556 / 00:03
    เหมือนกับขอให้ผมเป็นคนบ้ายังไงยังงั้นเลย... ความจริงผมเห็นคอมเม้นแล้วก็รู้สึกขำน่ะ ก็เลยมีอารมณ์มานั่งพิมพ์นิยาย แต่ไม่รู้ว่าทุกคนอยากได้ให้พระเอกเก่งมากแค่ไหน เพราะส่วนใหญ่พระเอกได้ของเทพ ฝึกวิชาจนเก่ง มีเงินมหาศาล

    แต่เรื่องนี้ พระเอกจน เก่งเรื่องใช้สมอง วางแผน คิดการล่วงหน้า ส่วนเรื่องของฝีมือ จะเน้นไปที่ความเก่งของ สตรีทเมจิก ซิสค่อนสุดโหดนั่น ส่วนเรื่องของซัพพอร์ท ก็จะเป็นหน้าที่ของน้องสาวแสนน่ารักที่ทำอะไร ก็น่ารักไปซะหมด อย่างอาริน...

    ถามหน่อยสิว่าชอบใครบ้างในตัวละครที่โผล่มาทั้งหมด...

    ผมชอบตัวละครที่ชื่อ หมีใหญ่ นะ เพราะอย่างไงผมก็จะให้มีบทอีก แต่จะมากันในลุกใหม่ ไฉไลกว่าเดิม
    #192
    0
  24. #191 >Iฟื่oJฟ้าIหมัu๓์< (@apimanyzaka) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2556 / 23:47
    ขอให้ไรท์เตอร์อารมณ์ดีทุกวัน นั่งยิ้มทั้งวัน หัวเราะทั้งวัน อัพนิยานทั้งวัน สาธุ.........
    #191
    0