[Legend Online] เปิดตำนาน ป่วนออนไลน์

  • 88% Rating

  • 99 Vote(s)

  • 1,474,420 Views

  • 14,490 Comments

  • 9,090 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,691

    Overall
    1,474,420

ตอนที่ 4 : บทที่ 3 ระดมพลออกเดินทาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22838
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 170 ครั้ง
    24 พ.ค. 56

บทที่ 3 ระดมพลออกเดินทาง

 

        ราล์ฟยื่นเอกสารที่ได้รับตราประทับกับเจ้าหน้าที่เปลี่ยนอาชีพเสร็จ ก็ได้ยินเสียงระบบแจ้งว่าเขาได้ทำการเปลี่ยนอาชีพเป็นกุ๊กเรียบร้อยและได้รับป้ายรถเข็นไม้กับทักษะอาชีพมาสองทักษะ ทักษะแรกคือท่าดาบคลื่นสะท้อนและท่าที่สองคือท่าดาบพายุ

          ดาบคลื่นสะท้อนเป็นการประจุพลังพิเศษลงไปเพื่อโจมตีเป้าหมายเดี่ยว ส่วนท่าดาบพายุจะโจมตีเป้าหมายเป็นวงกว้าง ราล์ฟที่อ่านคำอธิบายของทักษะแล้วก็ยังไม่เข้าใจเลยว่าเพราะอะไรผู้เล่นทุกคนถึงได้บอกว่าอาชีพกุ๊กไม่เหมาะจะเป็นสายบู้ ทั้งๆที่ทักษะที่ได้รับมาเป็นทักษะโจมตีทั้งสิ้น

          แต่เด็กหนุ่มก็ไม่ได้สนใจทักษะสักเท่าไหร่เพราะสิ่งที่เขาสนใจก็คือป้ายรถเข็นไม้นี่ต่างหาก มันเป็นป้ายที่สามารถเปลี่ยนเป็นรถเข็นอาหารได้เป็นสิทธิพิเศษสำหรับผู้เล่นกุ๊ก แต่ว่าไม่มีอุปกรณ์อะไรเลยซึ่งผู้เล่นจะต้องหามาเอง ซึ่งในส่วนนี้ราล์ฟก็เข้าใจ

          “ไหนดูสิว่ามีอะไรค้างคากับที่นี่อีกหรือเปล่า” พูดแล้วก็หยิบสมุดจดออกมา แล้วขีดฆ่าในสิ่งที่ตนเองทำลงไปแล้วซึ่งก็ได้แก่การเปลี่ยนอาชีพและส่งภารกิจ

          จริงอยู่ที่ว่าการเปลี่ยนอาชีพนั้นไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนที่เมืองเริ่มต้นเพียงอย่างเดียว แต่เพราะราล์ฟนั้นเป็นผู้เล่นเดี่ยว การต่อสู้กับสัตว์อสูรระหว่างทางถ้าสู้ด้วยการโจมตีธรรมดาก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรแม้จะลำบากไปบ้าง แต่ถ้าหากมีทักษะอาชีพคอยช่วยล่ะก็มันเป็นอีกเรื่องเลยล่ะ

          “อืม...ซื้อของสินะ ระเบิดนั่นก็ใช้ได้ผลดีไม่ใช่น้อย”

          ระเบิดเป็นไอเทมที่ใช้โจมตีโดยไม่สนใจเรื่องความต่างของระดับ แม้จะมีราคาสูงมากถึงลูกละ 1,500 เหรียญเงินแต่มันก็คุ้มค่าเมื่อเทียบกับพลังทำลายของมัน และดูท่าว่าราคาของมันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆด้วยสิ

          เมื่อสอบถามราคาของไอเทมแล้ว ราล์ฟแถบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าไอเทมที่ได้มาจากราชางูยักษ์จะมีราคาสูงมาก โดยเฉพาะเสื้อเกราะหนังงู ที่มีราคาสูงถึงแปดพันเหรียญเงินหากขายให้กับร้านของระบบ แต่ถ้าขายให้กับผู้เล่นด้วยกันเองราคาจะต่างกันราวฟ้ากับเหว คงเพราะคุณสมบัติพิเศษที่เพิ่มพลังป้องกันสูงถึง 20% และเสริมความคล่องตัวอีก 5%

          มาคิดๆดูแล้วเขายังเก็บเกล็ดของมันเอาไว้จำนวนหนึ่งเพราะเห็นว่ามันแข็งดีและดาบของเขาก็ไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนได้เลย จึงคิดจะสร้างอาวุธโดยใช้เกล็ดของราชางูยักษ์เป็นวัตถุดิบ เนื่องจากว่าดาบเทพเทวะที่มีเขายังใช้มันไม่ได้(ใช้ทีไรวูบทุกที) แต่ในเมืองเริ่มต้นก็ไม่มีร้านรับสร้างอาวุธ ถ้าหากจะทำต้องไปหาที่ทวีปใหญ่เท่านั้น

          เข็มขัดงูนั้นราล์ฟเห็นคุณสมบัติแล้วก็เปลี่ยนมาใช้มันทันที เพราะมันมีช่องเก็บมากถึงสองร้อยช่องและลดน้ำหนักลง 10% และสร้อยเขี้ยวงูที่มีคุณสมบัติป้องกันพิษ 50% แต่ว่าที่เกาะเริ่มต้นไม่ค่อยมีสัตว์อสูรที่เป็นพิษสักเท่าไหร่

          แต่สุดท้ายราล์ฟกลับไม่คิดจะขายของสักอย่างเนื่องจากเห็นว่ามันยังมีประโยชน์อยู่มากมาย เลยใช้เงินที่มีอยู่เลือกซื้อเครื่องครัวและข้าวสารทำให้หมดเงินไปมากถึงห้าพันเหรียญเงิน จากนั้นก็คิดจะซื้อระเบิดเอาไว้สักลูกเผื่อกรณีจำเป็น แต่เมื่อรู้ราคาเขากลับอ้าปากค้าง

          “พันเจ็ดเหรียญเงิน ทำไมมันขึ้นไวแบบนี้ล่ะเถ้าแก่ เมื่อสามวันก่อนผมยังซื้อได้ในราคาพันห้าอยู่เลย” ราล์ฟโวยวายเสียงดังใส่เถ้าแก่หมงเจ้าของร้านขายของเบ็ดเตล็ดตามประสาคนที่สนิท เพราะเป็นร้านที่เขาเข้าออกบ่อยมากในช่วงนี้และพูดคุยกันถูกคอ

          “อ่า...ลื้อต้องเข้าใจ ใกล้สงครามแล้วพวกกิลด์ใหญ่ๆ สมาพันธ์ใหญ่ๆก็กว้านซื้อระเบิดไปจนตอนนี้มันขาดตลาดหมดแล้ว เลยต้องปรับราคาให้มันสูงขึ้นอีก”

          “โห แบบนี้พวกจนๆอย่างผมก็แย่น่ะสิ เกิดระเบิดลูกหนึ่งราคาตกลูกละ 1 เหรียญทอง ชาตินี้ไม่ต้องทำอะไรกันเลย แล้วนี่ถ้าหากพวกกลุ่มคนใหญ่ๆมันกว้านซื้อมาเพื่อขายต่ออีกล่ะ แบบนี้ไม่แย่ยิ่งกว่าเหรอ” ราล์ฟถาม

          “ลื้อก็น่าจะรู้นี่ว่าพวกเบื้องบนแก้ปัญหานี้อย่างไง”

          ราล์ฟพยักหน้าเข้าใจทันที เพราะวิธีจัดการก็ง่ายนิดเดียว แค่รับซื้อคืนในราคาครึ่งหนึ่งของราคาขายปัจจุบันเป็นวิธีการจัดการกับพวกที่คิดจะลักลอบขายเก็งราคาในช่วงที่ภาวะขาดแคลน

          “เฮ้อ...แต่สุดท้ายพวกผู้เล่นก็พยายามจะหาลู่ทางรวยลัดให้ตัวเองจนได้ เปิดตลาดมืดขายของกันเอง พวกเบื้องบนแม้จะรู้ก็ทำเป็นหลับหูหลับตาไม่เห็นซะงั้น ไม่รู้ว่าคิดอะไรของพวกนี้กันแน่”

          “คงเป็นสีสันอีกอย่างหนึ่งของเกมก็ได้ใครจะไปรู้ล่ะครับ” ราล์ฟพูดยิ้มๆ หยิบเบ็ดตกปลามาทดสอบ แต่พอเห็นราคาก็ต้องวางมันลงแทบจะทันที

          “แล้วตกลงลื้อจะเอากี่ลูกดีล่ะ” เถ้าแก่หมงถูมือไปมาเพราะแค่คนเดียวก็เล่นซื้อของไปตั้งครึ่งเหรียญทอง

          “ลูกเดียวก็พอแล้วล่ะครับ พลังทำลายของมันร้ายแรงก็จริงแต่ผมคงสู้ราคามันไม่ไหว แล้วที่มานี่ผมวันนี้ก็เพื่อจะมาลาเถ้าแก่น่ะครับ” เด็กหนุ่มบอก

          “จะไปแล้วงั้นเหรอ แบบนี้อั๊วก็แย่น่ะสิ ผู้เล่นเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยนิยมซื้อของที่ร้านอั๊วเลยนอกจากลื้อ ว่าแต่ลื้อจะไปวันนี้เลยงั้นเหรอเมืองต่อไปกว่าจะถึงก็กินเวลาหลายวันอยู่นา...เอางี้ลื้อมีเต็นท์พักหรือกระโจมหรือเปล่า ไหนๆลื้อก็มาซื้อของที่ร้านอั๊วบ่อยๆจะลดให้เป็นพิเศษเลย”

          “เต็นท์...กระโจมเหรอครับ นั่นสินะเดินทางหลายวันก็ต้องพักในป่า แถมเมืองต่อไปก็อยู่กันคนละฟากด้วยสิ” ราล์ฟทำท่าครุ่นคิด

          ในเกาะเริ่มต้นนั้นมีอยู่สองเมืองหลักๆ หนึ่งคือเมืองเริ่มต้นที่ที่ผู้เล่นเข้าใหม่ต้องเริ่มจากที่นี่ และอีกฟากหนึ่งของเมืองเริ่มต้นก็คือพอร์ต้าเป็นเมืองท่าน้ำที่มีเรือโดยสารไปยังทวีปใหญ่ แต่ว่าระยะทางไปนั้นไม่ได้ใกล้กันเลยสักนิดเดียว

          “ก็ได้ครับ เอาอันที่ราคาไม่เกินพันเหรียญนะครับ”

          “เขี้ยวจริงๆ ได้ๆเดี๋ยวอั๊วไปหยิบมาให้” แล้วเถ้าแก่หมงก็เดินไปหยิบเต็นท์หลังหนึ่งออกมาให้ก่อนจะพูดต่อว่า “ไหนๆลื้อก็จะไปเมืองพอร์ต้าทั้งที ถ้าอยากจะผ่านป่าเร็วๆก็ไปกับพวกกลุ่มนักผจญภัยที่รวมตัวไปทำภารกิจสิ จะได้ประหยัดเวลาในการเดินทางด้วย”

          “ขอบคุณที่แนะนำนะครับ แต่ผมคิดว่าเดินทางคนเดียวมันคล่องตัวกว่าเดินทางเป็นกลุ่ม แต่ว่านะครับป่าที่ผมต้องผ่านเนี่ยสงสัยคงต้องพึ่งจำนวนสักหน่อย” เด็กหนุ่มฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์

 

          เมื่อราล์ฟเดินออกจากร้านขายของเบ็ดเตล็ดก็เดินไปยังลานกว้าง ที่นี่เต็มไปด้วยกลุ่มผู้เล่นมากมายที่จับกลุ่มนั่งกันอยู่คนละมุม พูดคุยกับเพื่อนกันอย่างออกรส แต่เพราะอะไรที่ทำให้คนกลุ่มนี้มารวมกันที่นี่ เหตุผลนั้นราล์ฟรู้ได้หลังจากที่เปิดอ่านกระดานข่าวสาร

          ภารกิจหมู่บ้านรอตะวัน

          พอเข้าไปอ่านเนื้อหาในนั้นก็ไม่ระบุอะไรมากนอกจากว่าเป็นภารกิจที่ผู้เล่นใหม่ทุกคนควรจะทำ เพราะมีเงินรางวัลภารกิจสูงถึงสิบเหรียญทองต่อหนึ่งคนเรียกว่ารวยทันทีที่ทำเสร็จ แต่ว่าภารกิจนี้เปิดให้ทำได้เพียงเดือนละ 1 ครั้งเท่านั้นและผู้เล่นสามารถทำได้แค่ครั้งเดียว

          นี่คงเพียงพอแล้วที่ทำให้พวกคนเหล่านี้มารวมตัวกันแม้จะไม่รู้จักกันก็ตามที

          ราล์ฟไม่ได้เป็นสมาชิกหรือมีกลุ่มนักผจญภัย ทำให้สายตาของพวกนั้นที่มองเขาจึงเหมือนกับการประเมินฝีมือ ซึ่งราล์ฟก็ทำเฉยตีสีหน้านิ่งขณะที่นั่งทานมื้อเที่ยงด้วยซาลาเปาที่ซื้อมาเมื่อครู่

          หาคนคอยคุ้มกันฟรีแถมไม่เหนื่อยด้วย

          คิดแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ จากที่ประเมินคร่าวๆตอนนี้มีผู้เล่นอยู่ด้วยกันประมาณห้าสิบถึงหกสิบคน ชุดเกราะที่เห็นสูงสุดอยู่ที่ระดับ D หรือก็คือสูงสุดเท่าที่สามารถหาได้จากที่เมืองเริ่มต้นแห่งนี้ ระดับของทุกๆคนนั้นมากกว่ายี่สิบและคงมีคนที่พึ่งเปลี่ยนอาชีพมามาดๆอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะเขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังฝึกร่ายเวทย์ลูกไฟในมือและทำท่าตกใจเหมือนพึ่งเคยใช้

          แปะ แปะ แปะ!!

          เสียงปรบมือเรียกความสนใจดังขึ้น ราล์ฟจึงหันไปมองก็เห็นผู้เล่นชายคนหนึ่งที่แต่งชุดเกราะเต็มยศเพียงแค่ไม่มีหมวกเหล็กกับโล่เท่านั้นยืนเด่นอยู่ตรงกลาง ด้วยท่ายืนที่ดูเข้มแข็งทำให้เขาเหมือนอัศวินอย่างไงอย่างนั้น

          “สวัสดีครับทุกคน ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณในการให้ความร่วมมือในครั้งนี้ด้วย ผมมีชื่อว่า เรดิก เป็นหัวหน้ากลุ่มนักผจญภัย อัศวินแดนใต้ เชื่อว่าทุกท่านที่มาที่นี่ล้วนแล้วแต่มีจุดประสงค์เดียวกัน”

          อย่างน้อยก็มีคนหนึ่งล่ะที่ไม่ใช่

          ราล์ฟยืนกอดอกฟังชายที่ชื่อเรดิกพูดด้วยความสนใจ อย่างน้อยก็พอจะรู้แล้วภารกิจนี้ต้องไปรับที่หมู่บ้านรอตะวัน แถมเขาสามารถรับได้ด้วยงานง่ายๆเงินดีๆแบบนี้เรื่องอะไรจะพลาดล่ะ คิดแล้วก็หัวเราะออกมาเบาๆ แต่พอเห็นว่ามีคนมองเขาอยู่ก็รีบตีสีหน้านิ่งเฉยทันที

          เกือบหลุดแล้วแน่ะ เขาคิดในใจ

          “เอาล่ะครับอย่างที่ทุกท่านทราบกันดี ภารกิจนี้แม้จะเป็นภารกิจที่ไม่มีความซับซ้อน แต่มันก็ไม่ใช่ภารกิจที่จะสำเร็จกันได้ง่ายๆ จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากพวกท่านทุกคนไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นเดี่ยวหรือกลุ่มนักผจญภัย ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาไปมากกว่านี้ ผมว่าพวกเราควรเริ่มออกเดินทางกันเลยดีกว่า เพราะจากที่ผมคำนวณดูแล้วพวกเราน่าจะไปถึงหมู่บ้านรอตะวันได้ภายในสามวัน”

          เมื่อเรดิกพูดจบก็เดินนำขบวนออกไปทันที เหล่ากลุ่มผู้เล่นก็ค่อยๆทยอยกันเดินตามไปบ้าง สายตาของแต่ละคนดูแล้วไม่ค่อยเป็นมิตรสักเท่าไหร่ แน่ล่ะก็เป็นการร่วมตัวด้วยผลประโยชน์เดียวกันจึงเป็นธรรมดาที่จะต้องระแวง ราล์ฟไม่รู้ข้อมูลของภารกิจนอกจากชื่อจึงไม่ค่อยสนใจได้แต่เดินตามไปเงียบๆ

          เริ่มออกเดินทางได้ประมาณสามกิโลเมตร ก็มีสัตว์อสูรกระทิงป่าวิ่งเข้ามาหมายจะทำร้าย ราล์ฟนั้นยืนมองดูกลุ่มผู้เล่นกลุ่มหนึ่งระดมใช้ทักษะอาชีพจนในที่สุดกระทิงป่าตัวนั้นก็ตายไป เขาผิวปากหวือดูเหมือนว่าพวกนี้จะแสดงให้เห็นว่าพวกตนไม่ใช่หมูในอวยจึงต้องเล่นบทโหดให้ดู

          หลังจากที่พวกนั้นเก็บของที่ได้รับจากสัตว์อสูรกระทิงป่า ราล์ฟก็เดินไปที่ซากของมันด้วยความเสียดายเลยเก็บเนื้อใส่ถังวัตถุดิบจนเต็ม แล้วจึงรีบเดินไปรวมกลุ่มกับพวกนั้นต่อ

          เรียกได้ว่าตลอดเส้นทางราล์ฟไม่ต้องทำอะไรเลย เขายังมีเวลาเดินชมนกชมไม้ขณะที่พวกคนอื่นๆติดพันกับสัตว์อสูร แน่นอนว่าสิ่งที่เด็กหนุ่มกำลังทำอยู่เหมือนเป็นการกินแรงจึงเริ่มมีคนเหม็นขี้หน้าเขา โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงที่เริ่มวีนออกมาเบาๆ

          “นี่นายดูผู้ชายคนนั้นสิ ใส่ชุดเกราะระดับสูงแต่ไม่คิดจะเข้ามาช่วยพวกเราเลย” ผู้เล่นหญิงคนหนึ่งที่มองราล์ฟมาได้สักพักกล่าวขึ้น

          “เอาน่าก็มันเป็นสิทธิ์ของเขา พวกเรามารวมกันก็เพื่อภารกิจเงินสิบเหรียญทองไม่ใช่เหรอ ไม่ได้อาสามาทำอะไรแบบนี้สักหน่อย” เพื่อนชายในกลุ่มปลอบ

          “แต่ว่าฉันไม่ชอบเลย เอาแบบนี้ดีไหมถ้าเจอสัตว์อสูรตรงหน้าเราก็แกล้งปล่อยให้หลุดออกไปเล่นงานดู อย่างน้อยจะได้รู้ว่ามีฝีมือจริงหรือแค่กาฝาก”

          ทางด้านของคนที่กำลังจะถูกทดสอบนั้นกำลังเดินวุ่นอยู่ในป่าข้างๆ การกระทำของเขาส่งผลให้ผู้เล่นหลายคนจ้องมองด้วยความสนใจ เพราะจะมีใครบ้างที่เด็ดหญ้าข้างทางขึ้นมาดมและเคี้ยวเล่น แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรนอกจากแอบหัวเราะเหมือนจะดูถูก

          แต่หารู้ไม่ว่าสิ่งที่ราล์ฟกำลังทำอยู่ก็คือการเก็บสมุนไพร ซึ่งทักษะนี้เขาได้มาโดยบังเอิญและเห็นว่ามันเป็นประโยชน์ดีจึงไปรับภารกิจร้านขายยามาทำหาเงินเข้ากระเป๋าในแต่ละวัน  แถมสมุนไพรนั้นมีคุณสมบัติอยู่ในตัว ที่เขากำลังเคี้ยวอยู่นั้นช่วยฟื้นพลังกายให้หายเหนื่อยได้เร็วยิ่งขึ้น แม้รสชาติจะเหลือทนก็ตาม

          เมื่อพักกันจนหายเหนื่อยแล้วเรดิกก็บอกให้ทุกคนเดินทางกันต่อ การเดินตัดผ่านทุ่งราบเป็นอะไรที่เสี่ยงมากก็จริง แต่ก็ช่วยประหยัดในเรื่องของเวลาให้สั้นกว่าเดิม เรื่องนี้ทุกๆคนต่างก็รู้ดี พอเดินมาถึงกลางทุ่งราบทุกๆคนต่างก็นำอาวุธประจำตัวขึ้นมาถือ

          “ซวยแล้ว พวกเราถูกแจ็กพ็อต” เสียงของเรดิกดังพอที่จะกล่าวเตือนทุกคนให้รับรู้

          แต่ราล์ฟที่เป็นผู้เล่นใหม่นั้นยากจะเข้าใจความหมายได้ จึงได้แต่ยืนดูปฏิกิริยาของผู้เล่นแต่ละคน ไม่รู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุของความกลัวของเหล่าผู้เล่นพวกนี้ และในที่สุดคำตอบก็ปรากฏขึ้นมาในรูปแบบของเสียง

          “สัตว์อสูร หมาป่าทุ่งราบ ระดับ 20 จำนวน 80 ตัว”

          ตอนนี้ราล์ฟก็มีสภาพเดียวกันกับผู้เล่นกลุ่มพวกนี้ คืออึ้งและหยิบดาบออกมา มั่นใจว่าคราวนี้คงต้องออกแรงไม่ใช่น้อยๆ และเขาก็ได้สติก่อนใครพวกรีบตะโกนออกไปทันที

          “นักเวทย์ที่มีเวทย์ไฟช่วยใช้เวทย์ไฟโจมตีพื้นที่หน้าพวกหมาป่า คนอื่นๆจัดการพวกที่หลุดรอดเข้ามาได้ให้หมด”

          แต่เสียงตะโกนบอกของคนที่ไม่เคยช่วยอะไรเลยมีหรือจะทำให้พวกนี้มีปฏิกิริยาตอบสนอง พวกนักเวทย์เองก็มองหน้ากันคล้ายจะถามว่า เอาไงดี ทว่าเรดิกเองก็ไม่ใช่คนมีทิฐิจึงสั่งย้ำออกไปแบบเดียวกัน

          ทันทีที่ไฟถูกปล่อยออกไปโจมตีใส่พื้นที่ตรงหน้าหมาป่า พวกมันต่างก็ชะงักไปทันทีแต่ก็มีบ้างที่หลุดเข้ามาได้ ทำให้พวกผู้เล่นต่างแยกย้ายกันไปสู้กันตามรูปแบบที่ถนัด บ้างก็จับกลุ่มกับพวกของตัวเองเพื่อสู้ บ้างก็แยกออกไปโชว์ความเทพของตัวเองบ้าง แต่หมาป่าระดับยี่สิบไม่ใช่อะไรที่ผู้เล่นที่พึ่งเปลี่ยนอาชีพจะสู้กันแล้วรู้ผลได้ภายในเวลาอันสั้น

          แต่งานนี้คนที่รับบทหนักมากที่สุดก็คือนักเวทย์ เพราะการใช้เวทย์แต่ละครั้งกินค่าพลังพิเศษไม่ใช่น้อยๆ นั่นทำให้ราล์ฟต้องตะโกนบอกกลยุทธ์ใหม่ทันที

          “ให้นักเวทย์ในวงศ์ธาตุเดียวกันแบ่งเป็นกลุ่มละสามคนสลับกันใช้เวทย์เป็นระยะ”

          สาเหตุที่ราล์ฟสั่งออกไปแบบนั้นเพราะนักเวทย์บางคนก็ไม่มีเวทย์ไฟ เนื่องจากว่าตอนเลือกธาตุเริ่มต้น แต่ละคนก็มีความชื่นชอบไม่เหมือนกัน และถ้าให้ไฟไปอยู่กับน้ำ เวทย์ของทักสองก็จะหักล้างกันเองไม่ใช่วิธีที่ดีสักเท่าไหร่

          และแทบจะทันทีการจับกลุ่มแบบชั่วคราวจึงได้เริ่มขึ้น เมื่อเหล่านักเวทย์พยายามใช้เวทย์ของตนเองโจมตีเพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์อสูรหมาป่าทุ่งราบเข้ามาได้ แต่การทำแบบนี้ก็ยอมส่งผลเสียเช่นกันนั่นก็คือการที่ระยะของการโจมตีจะแคบกว่าเท่านั้น

          หมาป่าตัวหนึ่งที่หลุดรอดมาจากม่านไฟวิ่งตรงเข้ามาหมายจะกัดใส่นักเวทย์สาว เธอคนนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกเสียจากผู้หญิงที่ตั้งใจจะปล่อยสัตว์อสูรให้เล่นงานราล์ฟนั่นเอง เธอกรีดร้องดังลั่นแต่มันก็เสียเปล่า เพราะนักเวทย์ที่อยู่กลุ่มเดียวกับเธอวิ่งหนีออกไปแล้วและเธอเองก็ไม่มีพาวเวอร์พอที่จะป้องกันตัวเองเลย

          ดาบระดับ E ที่ได้จากภารกิจช่วยงานถูกเหวี่ยงลงตัดระหว่างร่างของคนและสัตว์ และก่อนที่ดาบจะโดนพื้นเจ้าของดาบก็เปลี่ยนทิศทางดาบไปยังร่างของหมาป่าทันที แต่หมาป่าเองก็เร็วใช่ย่อยมันกระโดดหลบได้ฉิวเฉียด

          “สตูเนื้อหมาป่ารสชาติจะเป็นยังไงนะ” ราล์ฟพูดยิ้มๆ ยื่นปลายดาบไปยังร่างของหมาป่า

จนถึงตอนนี้ราล์ฟที่มีระดับยี่สิบและเปลี่ยนอาชีพเรียบร้อย ยังไม่เคยได้ลองต่อสู้โดยใช้ทักษะอาชีพเลย นี่เป็นครั้งแรกที่จะได้ใช้ แม้จะรู้ว่าทักษะทั้งสองนั้นมีผลแบบไหนแต่ก็ไม่รู้อานุภาพของมันอยู่ดีทางที่ดีน่าจะสู้บริเวณโล่งๆ

“ถอยไปก่อน เจ็บตัวขึ้นมาฉันรับผิดชอบไม่ไหว”

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 170 ครั้ง

29 ความคิดเห็น

  1. #9675 mag 77 (@mag77) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:43
    เก็บตัวเงียบซะนานเลยราล์ฟ จนสาวจะออกจากกลุ่มอยู่แล้ว นี่ถ้าไม่มีกองทัพหมานี่โดนทิ้งแหงมๆ
    #9675
    0
  2. #7415 ยังไง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 15:52
    ติดตามนะ
    #7415
    0
  3. #7318 MinZ@ (@min-min-za) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 08:34
    ราล์ฟเหมือนมาเกินเล่นชิลๆ
    พอตอนสู้ก็มีสติ สุดยอด
    #7318
    0
  4. #7001 แสงรัตติกาล (@prang9210) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2557 / 14:05
    เอากระทะฟาดหมาป่าไปเลย (หือ?)
    #7001
    0
  5. #5894 อ่านออนไลน์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2557 / 02:50
    ทักษะกุ๊ก มันต้องเอาตะหลิวตบหัวมอน ไม่ไช่หรอ ไหงถึงเป็นทักษะดาบกุ๊กต้องถือตะหลิวซิ หรือไม่ก็มีดปังตอ
    #5894
    0
  6. #5057 นายตัวร้าย (@aom084495) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2557 / 22:24
    เก็บของตลอดทางเลยวุ้ย
    #5057
    0
  7. #4039 Amty (@korn38rb) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มีนาคม 2557 / 00:01
    ไม่นะ ทำไมพระเอกถึงกินหญ้าาา
    #4039
    0
  8. #3738 ๑valcan๑ (@valcanbass) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มีนาคม 2557 / 17:53
    มาแล้วคุณกุ๊กนักสู้ จะได้เห็นการต่อสู้แล้ว
    #3738
    0
  9. #3532 by tam (@tam-wannporn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มีนาคม 2557 / 23:02
    เท่น่ะนายพระเอก - -
    #3532
    0
  10. #3464 ChinSarLeon (@smith1739) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มีนาคม 2557 / 13:40
    สนุกๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #3464
    0
  11. #1989 Alangod (@alangod) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กันยายน 2556 / 20:45
    ได้เวลาโชว์เทพแล้ว
    #1989
    0
  12. #1960 NuMaple (@numagicpen) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กันยายน 2556 / 19:52
    สนุกดีค่ะ
    #1960
    0
  13. #1869 cherryme (@cherryme) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กันยายน 2556 / 21:20
    ว้ายยย เท่ง่ะะะะ

    #1869
    0
  14. #1759 ผู้เสพความตาย (@154356) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กันยายน 2556 / 22:45
    สมน้ำหน้าผู้หญิงคนนั้น กรรมตามสนอง
    #1759
    0
  15. #1752 ้heisai09 (@heisai09) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กันยายน 2556 / 21:28
    หนุกหนานๆ
    #1752
    0
  16. #1523 ยุงลำบาก (@djfbifmf) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2556 / 19:33
    อู้นิด กินแรงหน่อยทำบ่น ทำบ่น โด่ - - // ไม่นิดมั้งเพ่ -*-
    #1523
    0
  17. #1330 เทพ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2556 / 10:29
    โอ้วได้โช สาวแล้ววว
    #1330
    0
  18. #1308 เฮเบียนัม บราวน์ (@33325) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2556 / 10:07
    โอ้วววววโชว์เท่.   ว๊าวววว
    #1308
    0
  19. #1138 WonderFul Life (@auzethirst) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2556 / 19:27
    สนุกดีครับ~~
    #1138
    0
  20. วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 20:50
    สนุกมาก
    #898
    0
  21. #830 วิญญาณสีคราม (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2556 / 00:17
    ทักษะทำอาหาร มีแล้วจะมีอีกทำไมล่ะครับ สิ่งที่ได้จากการเปลี่ยนอาชีพคือ ป้ายรถเข็นต่างหาก ต้องบอกก่อนว่าแต่ละอาชีพก็มีสิทธิพิเศษไม่เหมือนกัน... ทักษะพื้นฐานนั้นไม่ว่าใครก็มีได้ อยากทำอาหารแต่ไม่อยากเป็นกุ๊กก็มี... ดังนั้นแล้วผมอยากให้มองดูกว้างๆนะครับ... ทุกอาชีพมีสิทธิ์ส่วนใหญ่เท่าเทียมกันหมด จะบอกว่ากุ๊กทำอาหารได้ อาชีพอื่นทำไม่ได้เหรอครับ...

    เช่นเดียวกับพ่อค้า สิ่งที่จะได้คือกระเป๋าพิเศษ แต่จะบอกว่ามีแค่พ่อค้าที่ขายของได้เท่านั้นมันก็ออกจะเห็นแก่ตัวไปหน่อย
    #830
    0
  22. #829 booda (@booda) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2556 / 00:13
    ขอโทษที่นะครับ อ่านมาถึงตอนนี้ แค่หัวตอนเองผมก้ข้ามมาคอมเม้นเลย   คืออาชีพกุ๊ก แต่ไม่มีทักษะทำอาหารไม่มีเลยมันขัดกันมากนะครับโทษที่
    #829
    0
  23. #743 nura03 (@nura03) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2556 / 14:23
    สุโค่ยๆ
    #743
    0
  24. #612 Wibbie (@wibbie) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2556 / 03:47
    ไม่เหมาะจะเป็นสายบู้ > ไม่เหมาะจะเป็นสายบู๊
    อั๊ว > อั๊วะ
    แต่ผมคิดว่าเดินทางคนเดียวมันคล่องตัวกว่าเดินทางเป็นกลุ่ม แต่ว่านะครับ.. > ??? ใช้ แต่ สองครั้ง รูปประโยคมีความหมายขัดแย้งกันเอง ควรปรับแก้ ???
    ที่พึ่งเปลี่ยนอาชีพมามาดๆอย่างไม่ต้องสงสัย > ที่พึ่งเปลี่ยนอาชีพมาหมาดๆอย่างไม่ต้องสงสัย


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 3 มิถุนายน 2556 / 03:49
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 3 มิถุนายน 2556 / 03:49
    #612
    0
  25. #488 Cha:ชา (@cha24) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2556 / 14:46
    รอูโชว์เทพ
    #488
    0