[Legend Online] เปิดตำนาน ป่วนออนไลน์

  • 88% Rating

  • 99 Vote(s)

  • 1,474,055 Views

  • 14,490 Comments

  • 9,087 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,326

    Overall
    1,474,055

ตอนที่ 391 : บทที่ 45 สงครามอาณาจักรเงือก 1 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5134
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 341 ครั้ง
    16 พ.ค. 62

บทที่ 45 สงครามอาณาจักรเงือก 1 (100%)

 



       เนินปะการังมีหินโสโครกอยู่เยอะแยะ ราล์ฟนั่งมองทิวทัศน์ของอาณาจักรเงือกที่อยู่ลิบตาจากระยะไกล ในเกมนี้ทำให้เขามีสายตาที่ดีกว่าปกติเหมือนจะเป็นการเสริมความสามารถด้วยระบบทักษะ เวลานี้ความคิดมากมายที่พรั่งพรูอยู่ในหัวทั้งหมดล้วนเป็นการจำลองกลยุทธ์ทั้งหมดเพื่อวิเคราะห์หาข้อบกพร่องของมัน เขาเรียนรู้ความสามารถของตนเองที่เป็นพรสวรรค์ติดตัวแม้มันจะไม่ได้มีข้อได้เปรียบอะไรในเชิงรูปธรรมมากนักแต่ก็ช่วยให้ควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เลวร้ายลงได้

       มนุษย์ยังมีความเสียเปรียบอยู่ในหลายด้านต่อให้บอกว่าพร้อมแล้วก็ตาม ทางฝั่งนั้นเหมือนจะยังมีไพ่ตายที่เรียกว่า จ้าวสมุทร ในสถานการณ์วิกฤต มีเพียงอำนาจพิเศษของไซเรนเท่านั้นที่จะสามารถกล่อมมันให้สงบและควบคุมมันได้ ไม่แปลกใจที่ทำไมเนรอสจึงมุ่งมั่นหมายจะแย่งชิงพลังนั้นมาให้ได้ แต่มันก็ยังมีข้อจำกัดอยู่นั่นคือเธอจะสามารถใช้มันได้เมื่อถือครองไอเทมในตำนานที่เป็นสมบัติลับของอาณาจักรเงือก และตอนนี้มันก็อยู่ในมือของเนรอสแล้วด้วย

       “ได้เวลาแล้ว ไปกันเถอะ”

       “มัวแต่พิรี้พิไรอยู่นั่นแหละ ยังไงก็แค่เกมไม่ใช่เหรอ”

       สาเหตุที่อาคมไม่ค่อยพอใจก็ตรงเรื่องที่กว่าจะดำเนินการอะไรแต่ละอย่างก็ต้องมีการคิดวิเคราะห์ วางแผนงานกันอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ส่วนตัวแล้วเขากับน้องสาวเพียงแค่ต้องการเข้ามาเที่ยวเล่นในเกมเท่านั้นซึ่งมันเป็นความสนุกในรูปแบบของกิจกรรมครอบครัว ไม่ใช่หน้าที่เลยที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้ ของแบบนี้มักจะเป็นกิจกรรมเฉพาะพวกนักเล่นเกมมืออาชีพเสียมากกว่า

       “มันเป็นเกมที่เราไม่อาจทำผิดพลาดได้ ตัวอย่างของผลลัพธ์ก็น่าจะเคยเห็นแล้วไม่ใช่เหรอ”

       “เอาเถอะ ยังไงฉันก็มีหนี้แค้นกับไอ้ปลาตากแห้งพวกนั้นด้วย”

       ทั้งสองโยนยาเม็ดอากาศเข้าปาก คนหนึ่งใช้พลังจิตลอยตัว ในขณะที่อีกคนกางปีกจากชุดเกราะและมุ่งหน้าไปยังอาณาจักรเงือกที่อยู่ไม่ไกลนัก ทะลุผ่านกำแพงกั้นก็รู้สึกได้ถึงแรงดันอากาศที่บางเบาและการเคลื่อนไหวทำได้ยากยิ่งขึ้นเหมือนกับการอยู่ภายในน้ำ ราล์ฟตอนแรกรู้สึกติดขัดอยู่บ้างสุดท้ายก็เริ่มปรับสภาพได้ด้วยการกางโล่พลังจิตขึ้นทำให้เพิ่มความเร็วได้ง่ายขึ้น ส่วนอาคมก็อาศัยร่างกายที่แข็งแกร่งฝืนอดทนจนผ่านมาอยู่ในเขตของน้ำทะเลที่มีแรงดันมหาศาลชนิดที่แทบจะกระอักเลือดตาย

       โชคดีที่ว่าเส้นทางมันไม่ได้ห่างไกลกันมากนักเลยใช้เวลาเพียงไม่ถึงยี่สิบนาทีก็ผ่านเข้ามาอยู่ในเขตของอาณาจักรเงือกจนได้ ประตูทางเข้าสู่อาณาจักรหรูหราโอ่อ่า มองเห็นทหารเงือกที่ชี้หอกสามง่ามอย่างระแวดระวัง มีอยู่คนหนึ่งวิ่งกลับไปรายงานต่อผู้บังคับบัญชา แม้จะอยู่ไกลแต่ทั้งสองเป็นเผ่าบีสต์จึงมีประสาทสัมผัสดีเยี่ยม

       “ระวังตัวเอาไว้ พวกมันไม่ได้ซื่อสัตย์ขนาดนั้นเพราะพวกมันต้องการตัวฉันเพียงคนเดียว”

       “เออ แกมันโคตรตัวซวยยังไงล่ะ”

       “ไม่ขอปฏิเสธ” ราล์ฟขยับแว่นตา ยืนมองดูพวกทหารที่คล้ายว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้น “พวกนั้นเรียกกำลังเสริมมาคงต้องออกแรงกันนิดหน่อย จะว่ายังไงถ้าต้องเชือดไก่ให้ลิงดู”

       “เชือดลิงเลยไม่ได้หรือไงวะ เทเลพอร์ตก็มีทำไมต้องมาเสียเวลาทำอะไรแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้”

       “มันถูกล็อกเนื้อเรื่องเอาไว้ โดยระบบเควสต์ของเกมนี้มีเนื้อเรื่องหลักที่เป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนารูปแบบของเกม เนื้อเรื่องเสริมที่เป็นส่วนเสริมของเนื้อเรื่องหลักอาจส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงได้เล็กน้อยไม่ว่าจะเป็นด้านบวกหรือด้านลบก็ตาม เควสต์สนับสนุนเพลเยอร์ เควสต์จิปาถะและเควสต์ลับพิเศษที่ส่งผลพัฒนาเฉพาะบุคคล นายเองก็เป็นคนหนึ่งที่ผ่านเควสต์ลับเกี่ยวกับบาปแห่งความทะนงตนมา ส่วนแม่ฉันผ่านเควสต์บาปแห่งความโลภ เลยบอกได้คำเดียวว่าเควสต์ที่ฉันเผชิญอยู่ตอนนี้เป็นรูปแบบของเนื้อเรื่องเสริม”

       ฟังราล์ฟอธิบายการจำแนกเควสต์ก็รู้สึกปวดหัวไม่น้อย สุดท้ายอาคมก็ชักดาบภูตมายาออกมาเตรียมพร้อมสำหรับการปะทะที่จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เห็นแบบนี้แล้วก็ไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องลงมือเท่านั้น

       และไม่รอให้อีกฝ่ายได้มีโอกาสให้ตั้งขบวนรบก็เริ่มลงมือโจมตีโดยไม่ต้องรอสัญญาณเริ่ม ราล์ฟสาดกระสุนพลังงานออกไปใส่เป้าหมายที่เป็นผู้บัญชาการทำให้สูญเสียอำนาจในการสั่งการ ใช้นิ้วปรับระดับความรุนแรงของปืนอย่างชำนาญและคอยสับเปลี่ยนตลับพลังงานชุดใหม่ใส่ลงไป อาวุธปืนของเดฟอนมีความรุนแรงต่ำกว่าปืนของสมาพันธ์วอร์ลอร์ดแต่มันสามารถซ่อมแซม ดัดแปลง และอัพเกรดความสามารถได้อย่างต่อเนื่อง มีความพลิกแพลงใช้ได้ในหลายสถานการณ์

       ด้านอาคมโบกสะบัดปีกสร้างเป็นคลื่นโซนิกบูมจากระยะไกลเป็นการโจมตีที่ควบคุมทิศทางได้ลำบากน่าจะเป็นทักษะใหม่ที่พึ่งจะเปิดขึ้นมาได้ แต่ไพ่ระเบิดก็ยังเป็นการโจมตีระยะกลางที่อาคมถนัดอยู่ดี ในระยะสิบเมตรเขาสามารถซัดไพ่ออกไปโจมตีได้อย่างแม่นยำ

       กลายเป็นว่าเพียงแค่ห้านาทีเท่านั้นทหารเงือกส่วนใหญ่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีบางคนที่เสียชีวิตจากความเหี้ยมโหดของอาคมที่พอได้สู้ก็จะเหมือนนักรบคลั่งไปเสียทุกที ยังไงก็ต้องฆ่ากันอยู่แล้วทั้งสองคนเลยไม่ได้รู้สึกอะไร เรียกว่าเป็นคนที่ปรับตัวกับสภาพแวดล้อมได้เร็วมากจริงๆ

       “บอกเนรอสด้วยว่าพรุ่งนี้พวกเราจะยกกองทัพมาโจมตี ไม่มีโอกาสให้ยอมจำนนเพราะพรุ่งนี้จะเป็นวันที่อาณาจักรเงือกต้องล่มสลาย” ราล์ฟส่งคำเตือนเสร็จเป็นที่เรียบร้อยก็วางมือลงบนไหล่ของอาคมก่อนจะพาเทเลพอร์ตกลับไปยังฐานที่มั่นของตนเองทันที

      

       ขณะที่รับฟังข้อความที่ทหารเงือกนายหนึ่งถ่ายทอดให้ฟัง ใบหน้าของเนรอสก็พลันเบี้ยวบิดดูน่าเกลียด เนื่องจากอีกฝ่ายเป็นคู่ต่อสู้คนแรกที่เขาไม่อาจคาดเดาได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรากฏตัวหลายครั้งในอาณาจักรเพื่อสร้างความวุ่นวายและหนีไปในทันที ด้วยความสามารถดังกล่าวหากจะลักพาตัวไซเรนไปในทันทีเลยก็ทำได้ไม่ยาก ไม่มีความจำเป็นจะต้องมาก่อสงครามอะไรแบบนี้เลย

       “เมฟิส เจ้าคิดว่ามันมีแผนอะไรถึงได้ถ่วงเวลามาจนถึงตอนนี้” เนรอสหันไปถามมนุษย์เงือกสายพันธุ์โลมา เธอคนนั้นพอรู้ตัวว่าถูกถามก็หยุดพิจารณาอยู่พักหนึ่งแล้วตอบตามความคิดของตนเอง

       “เป็นไปได้สูงว่าเป้าหมายของอีกฝ่ายคือการครอบครองพลังเหมือนท่านราชา ยิ่งได้ชื่อว่าเป็นพวกมนุษย์แล้วย่อมหนีไม่พ้นความต้องการครอบครองทรัพยากรของพวกเราโดยเฉพาะหินแร่ทะเลที่พวกเราใช้สร้างอุปกรณ์ชั้นยอด หากสามารถจัดการกับท่านได้และช่วยเหลือนักโทษอดีตราชาได้สำเร็จคาดว่านั่นอาจจะเป็นเป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขา”

       “เหอะ! เหลวไหล พลังนี้สืบทอดได้เฉพาะเผ่ามนุษย์เงือกเท่านั้น” เนรอสยิ้มเยาะให้กับความโง่เขลาของมนุษย์ แม้ว่าศาสตราวุธนั้นจะเป็นของที่เปลี่ยนมือผู้ถือครองได้แต่อำนาจในการควบคุมจ้าวสมุทรมีเพียงมนุษย์เงือกที่ถูกเลือกเท่านั้นที่สามารถครอบครองได้ “แต่ที่เจ้าพูดมาก็มีส่วนถูก หากพวกมันสามารถเอาชนะและส่งมอบอำนาจคืนให้กับตาแก่นั่นก็มีโอกาสไม่น้อยที่จะขอแลกเปลี่ยนเป็นทรัพยากรหินแร่ของพวกเรา เจ้าคิดว่าถ้าหากข้าชิงเจรจาต่อรองผลประโยชน์นี้ให้กับพวกมนุษย์พวกนั้นผลลัพธ์จะเป็นยังไง”

       “อาจจะได้ผลหรือไม่ได้ผลข้าไม่อาจให้คำตอบที่ถูกต้องแก่ท่านราชาได้”

       “ไร้ประโยชน์ซะจริง” เนรอสตะคอกด้วยอารมณ์หงุดหงิด หากไม่ใช่เพราะเมฟิสเป็นผู้ที่สามารถประกอบพิธีกรรมได้ก็คงจะออกคำสั่งลงโทษกักขังไปแล้ว “ลืมมันไปซะ ยังไงกองทัพของพวกเราก็มีจำนวนที่มากกว่ามนุษย์พวกนั้นอยู่ดี”

       จำนวนของกองทัพมนุษย์เงือกมีอย่างต่ำก็ราวๆ สองหมื่นตน มนุษย์เหล่านั้นมีกันอยู่เพียงไม่กี่ร้อยและต่อให้มีกำลังเสริมเป็นพวกกบฏมนุษย์เงือกก็ยังไม่อาจต่อกรกับกองทัพที่ยิ่งใหญ่นี้ได้ นอกจากนี้เนรอสยังมีไพ่ตายลับจึงไม่รู้สึกว่าสงครามนี้ตนเองจะเป็นฝ่ายแพ้ แม้ว่าเจ้ามนุษย์ที่ชื่อราล์ฟอะไรนั่นจะมีทักษะในการหายตัวไปโผล่ยังที่ต่างๆ ได้อาจจะเป็นศัตรูที่รับมือได้ยากพอสมควร แต่ว่ามนุษย์คนอื่นใช่ว่าจะทำแบบเดียวกันได้ แถมนี่เป็นสงครามขอเพียงบดขยี้พวกมันจนหมดสิ้นก็ได้รับชัยชนะแล้ว

       เนรอสมีแม่ทัพคู่ใจอยู่คนหนึ่งเป็นสายพันธุ์ฉลามหัวค้อน ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลจากการออกศึก ถือได้ว่าเป็นแม่ทัพคนหนึ่งที่น่าเกรงขามเป็นอย่างมาก ทุกครั้งที่ออกศึกนั้นศัตรูทั้งหมดล้วนแล้วแต่ต้องปราชัย เขาคือแม่ทัพไร้พ่ายอย่างแท้จริง

       มันใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถเรียกพวกทหารทั้งหลายให้มารวมพลกันที่บริเวณหน้าลานกว้าง เนรอสมองดูกองทัพที่เป็นระเบียบและพวกกองกำลังปีศาจสุนัขน้ำที่น่าเกรงขาม พวกมันถือเป็นหน่วยบุกทะลวงชั้นยอดเทียบเท่ากับม้าศึกที่พวกมนุษย์นิยมใช้กัน และยังมีกองทัพของสัตว์ทะเลที่ร้ายกาจที่ถูกฝึกอย่างเข้มงวดจนสามารถนำมาใช้ในศึกสงครามครั้งนี้ได้ ทหารเงือกทั้งหลายตีอาวุธกับโล่จนเกิดเป็นเสียงดังเพื่อความฮึกเหิม

       เนรอสฉีกยิ้มและยกมือขึ้นเบาๆ เสียงทั้งหมดก็เงียบลงอย่างง่ายดาย คนพวกนี้เป็นทหารที่ตนเองภาคภูมิใจและไม่กลัวว่าพวกเขาจะทรยศ นับตั้งแต่ที่เนรอสยึดบัลลังก์มาได้เขาก็ได้กำจัดพวกที่ภักดีต่อราชาองค์ก่อนจนหมดสิ้นไม่เหลือไว้ให้เป็นเสี้ยนหนาม แม้จะมีบางคนที่รวบรวมผู้คนพาหนีไปก่อตั้งกองกำลังกบฏก็ตามแต่พวกมันก็ต้องอยู่กันแบบหลบๆ ซ่อนๆ ไหนทางนี้จะยังมีตัวประกันเป็นถึงอดีตองค์ราชา ราชินี และองค์หญิง

       “วันนี้เป็นวันที่ข้ารู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เห็นเหล่านักรบผู้กล้าทั้งหลายของอาณาจักร บางคนก็เป็นถึงสหายที่ร่วมรบกับข้ามานานนับตั้งแต่ที่ข้าเริ่มออกศึกเป็นครั้งแรก บางคนก็เป็นรุ่นน้องที่น่ารัก และบางคนก็เคยเป็นทหารภายใต้การบัญชาการของข้า บอกได้เลยว่าข้านั้นยินดีมากที่ได้เห็นพวกท่านทั้งหลายเชื่อมั่นในการตัดสินใจของข้ามาโดยตลอด ในอดีตพวกท่านคงจะได้เห็นแล้วว่าอดีตราชานั้นล้มเหลวมากเพียงใด ราชาผู้สันติอย่างงั้นรึ? น่าขำยิ่งนัก ประชาชนส่วนใหญ่ล้วนถูกปิดหูปิดตาจากความจริงที่ว่าสันติที่พวกเขาได้รับนั้นต้องแลกมาด้วยเลือดเนื้อของพวกเราที่เป็นผู้จับอาวุธออกไปรบ พวกมันได้หัวเราะและมีความสุขในขณะที่พวกเราสูญเสียสหายร่วมรบไปกับการต่อสู้เพื่อปกป้องอาณาจักร”

       “ข้า เนรอสแตกต่างจากอดีตราชาตรงที่ข้าให้ความสำคัญแก่พวกท่านทุกคน งบประมาณที่เคยขาดในกองทัพเพื่อพัฒนาอาวุธในการต่อกรกับจ้าวสมุทรและสัตว์ทะเลก็ได้รับการเติมเต็มอย่างที่ควรได้รับ ทำให้พวกเราลดการสูญเสียของสหายในการสู้รบได้เป็นจำนวนมาก”

       เสียงตอบรับดังขึ้นอย่างพร้อมเพียง คงเพราะพวกเขาเป็นทหารผู้ภักดีย่อมมีความคิดไปในทางเดียวกัน เนื่องจากราชาองค์ก่อนนั้นไม่ได้ให้ความสำคัญในด้านการพัฒนาอาวุธเพื่อต่อกรกับจ้าวสมุทรหรือสัตว์ร้ายแห่งทะเลลึก ผลลัพธ์ก็คือการที่มีทหารหลายนายต้องเสียชีวิต ถึงลูกเมียของพวกเขาจะได้รับการชดเชยแต่มันก็เป็นเพียงแค่การชดเชยเพียงครั้งเดียวแล้วจบ ความไม่พึงพอใจในระบบการปกครองภายใต้ราชาพระองค์ก่อนจึงมีอยู่ไม่น้อย

       “เมื่อไม่นานมานี้พวกเราถูกโจมตี” เนรอสพูดประเด็นสำคัญขึ้น เขาพยายามจะสร้างสถานะของราชาผู้เปี่ยมไปด้วยความชอบธรรมให้แก่ทหารทุกนาย “พวกท่านทุกคนต่างก็ทราบกันดีว่ามีมนุษย์คนหนึ่งบุกเข้ามาในอาณาจักรและเริ่มฆ่าฟันสหายของพวกเราอย่างบ้าคลั่ง ผลลัพธ์นี้เกิดขึ้นเพราะเหล่าอดีตแม่ทัพคนสำคัญที่พวกท่านเคยเคารพรักชักจูงพวกมันมายังสถานที่แห่งนี้ เป้าหมายของพวกมันคือการปล้นชิงทรัพยากรที่ควรจะนำมาใช้พัฒนาศักยภาพของพวกเรา ใช้เพื่อปกป้องประชาชนตาดำๆ และในวันพรุ่งนี้พวกมันจะบุกเข้าโจมตีพวกเรา!!!

       เนรอสเป็นนักพูดปลุกระดมที่เก่งมาก เพียงพริบตาเดียวก็สามารถกลับดำเป็นขาวและกระตุ้นให้พวกทหารเงือกเกิดความคิดที่จะต่อสู้เพื่อความถูกต้อง เมื่อมีคนหนึ่งตะโกนปลุกปั่นให้ทำศึกสงครามคนที่เหลือก็เริ่มคล้อยตามกระแสตะโกนก้องสุดเสียง เนรอสเผยรอยยิ้มบางเบาก่อนจะยกมือขึ้นให้ทุกคนเงียบ

       “ข้ารู้สึกยินดีและเป็นเกียรติมากที่มีพวกท่านสนับสนุน ในวันพรุ่งนี้ข้าและพวกท่านทั้งหลายจะต่อสู้เพื่อปกป้องอาณาจักรเงือก แสดงให้พวกมันได้รับรู้ถึงความแข็งแกร่งของกองทัพแห่งอาณาจักรเงือกที่เกรียงไกร ตราบใดที่ข้าเนรอสยังมีลมหายใจ จะไม่มีมนุษย์คนใดย่ำยีประชาชนของอาณาจักรเงือกได้แม้แต่คนเดียว!!!

       “เฮ!!!

 

       เสียงสะท้อนที่ดังกระหึ่มมาแต่ไกลเป็นสัญญาณแจ้งเตือนที่ทำให้พวกซากุระรับรู้ว่าเควสต์ได้ถูกเปิดขึ้นแล้ว ยามนี้ทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมโดยเฉพาะวิธีการรับมือกับความเป็นไปได้ที่อาจเกิดขึ้น เดฟอนทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อสร้างอุปกรณ์สำคัญอย่างโดมอากาศที่สามารถช่วยสร้างพื้นที่ให้แก่เพลเยอร์ ด้วยทรัพยากรที่มีอย่างจำกัดก็เลยมีเพียงแค่สี่ชิ้นเท่านั้นแต่นั้นเพียงพอแล้วที่จะใช้เพื่อทำสงครามตลอดหกชั่วโมง

       ในฐานะจ้าวกลยุทธ์สาว ซากุระจำเป็นจะต้องศึกษาพื้นที่ทั้งหมดที่จะใช้เป็นสนามรบไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยเพียงใดก็ตามเธอจะต้องหาทางใช้ประโยชน์เพื่อลดความแตกต่างด้านกองกำลังให้ถึงที่สุด หากเป็นสงครามที่ต้องสู้กับเพลเยอร์ก็จำเป็นจะต้องทำสงครามจิตวิทยา ไม่ว่าจะเป็นการตัดกำลังรบหรือทรัพยากรก็ดี แต่ครั้งนี้มันคือสงครามภายใต้เงื่อนไขของเควสต์ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่หลากหลายก็เลยจำเป็นจะต้องคิดหาวิธีที่จะก่อให้เกิดผลลัพธ์ไปในทิศทางที่ดีที่สุด

       “พวกเราต้องหาตัวแปรสำคัญของเควสต์ ตัวแปรหลักที่จะช่วยให้พวกเราได้เปรียบขึ้นแม้เพียงเล็กน้อยก็ดี” ซากุระเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แม้ว่าจะแยกแยะความสำคัญระหว่างโลกความจริงกับโลกของเกมได้ แต่ในสถานที่แห่งนี้ต้องยอมรับว่าเธอเป็นตัวละครที่มีบทบาทในสังคมและมีผู้คนมากมายยอมติดตามเพื่อหวังจะได้เห็นโลกในมุมมองของเธอ

       “ตัวแปรสำคัญไม่ใช่ภูตของตานั่นเหรอ” เบลถามกลับด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

       “ไม่ใช่ค่ะ ตัวแปรของสงครามนี้ไม่ใช่ไซเรนแต่เธอคือต้นเหตุของปัญหา ที่ดิฉันอยากทราบคือตัวแปรที่สามารถเปลี่ยนทิศทางของสงครามให้มาทางฝั่งเรามากที่สุด ระบบของเกมนี้ไม่ได้ใจร้ายมากนักและพยายามสอดแทรกความช่วยเหลือเอาไว้เพื่อให้เพลเยอร์สนุกไปกับการทำเควสต์ แต่ตัวละครพิเศษเหล่านี้มักจะถูกละเลยไปเพราะบางครั้งพวกเขาอาจจะเป็นตัวละครที่เห็นกันอยู่ประจำ ยกตัวอย่างเช่น NPC พนักงานร้านอาหารอะไรทำนองนี้ค่ะ”

       “มนุษย์เงือกพเนจรนั่นยังไงล่ะ” ราตรีตอบขึ้นแต่พอสังเกตเห็นใบหน้าของซากุระยังไม่เปลี่ยนไปก็คิดว่าคงเป็นคำตอบที่ผิด

       “คำตอบของคำถามนั้น ถ้าถามฉันล่ะก็คงเป็นผู้นำทัพที่มีอำนาจ” ธิดาแห่งศาสตราเอ่ยตามที่ตนเองคิด

       และคำตอบนี้เองที่ทำให้ซากุระมีใบหน้าที่ดียิ่งขึ้น เหมือนว่ามันเป็นคำตอบที่เธออยากจะได้ยิน

       “ถูกต้องตามนั้นค่ะคุณธิดาแห่งศาสตรา แต่ดิฉันไม่เชื่อว่าแม่ทัพฝั่งมนุษย์เงือกจะมีอำนาจบารมีพอจะจูงใจคนทั้งกองทัพได้”

       “ถ้าหากเรื่องที่เธอพูดมาหมายถึงพระราชาแล้วล่ะก็อีกฝ่ายถูกขังอยู่ภายในคุกที่มีการป้องกันที่แน่นหนาที่สุด และมีการติดตั้งพื้นที่ป้องกันพิเศษเพื่อไม่ให้มีใครสามารถใช้พลังใดๆ ได้นอกจากทักษะต่อสู้เพียงอย่างเดียว”

       ราล์ฟก้าวเท้าเข้ามาในเต็นท์ประชุมงานและให้คำตอบที่ซากุระน่าจะอยากรู้ที่สุดให้ ความคิดของซากุระมาในทิศทางเดียวกันและตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาได้ปรากฏตัวในพระราชวังเงือกหลายครั้งเพื่อทำแผนที่เส้นทาง ตรวจสอบการรักษาความปลอดภัยในทุกเส้นทางจนกระทั่งในที่สุดก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องทำอีก เนื่องจากทันทีที่เขาเปิดเควสต์สงครามเนรอสจะเรียกรวมกองทัพทั้งหมดมาเพื่อบดขยี้ศัตรูและทำให้การป้องกันนักโทษอ่อนแอลงจนสามารถบุกชิงตัวนักโทษได้

       แผ่นกระดาษม้วนหนึ่งวางลงตรงหน้า ซากุระนำไปคลี่อ่านดูครู่หนึ่งก็ปรากฏรอยยิ้มที่ดูมีเสน่ห์ขึ้น

       “เส้นทางลอบเข้าสู่ปราสาทเหรอคะ?”

       “ใช่”

       “คุณจะให้ใครรับหน้าที่คะ?”

       “ฉันขอแนะนำว่าควรมอบหมายให้บากะเรนเจอร์ คนพวกนั้นมีทักษะความสามารถถึงจะเพี้ยนไปสักหน่อยแต่วิทยาการของเดฟอนสามารถรับมือในสถานการณ์แบบนั้นได้ดีที่สุด ที่สำคัญบทบาทหายากแบบนี้กลัวว่าพวกนั้นจะรีบตอบตกลงโดยไม่ต้องคิดให้วุ่นวายเลยเนี่ยสิ”

       ซากุระส่งยิ้มบางเบาม้วนแผนที่เส้นทางลอบเข้าสู่ปราสาท มองไปทางนักบวชแมวเหมียวแล้วถาม

       “ยังมีอีกเรื่องที่ดิฉันอยากทราบค่ะ เกี่ยวกับเทพธิดาหยกน้ำแข็งคนนั้น”

       “ผู้หญิงคนนั้นถึงจะเป็นคลาสทหารแต่เธอมีความสามารถพอจะเป็นกำลังรบคนสำคัญได้”

       คำตอบของราล์ฟทำให้บรรดาหญิงสาวที่นั่งอยู่ใกล้ๆ แสดงสีหน้าละเหี่ยใจออกมา พวกเธอไม่เคยเจอผู้ชายคนไหนที่ทึ่มเท่านี้มาก่อน เห็นได้ชัดเลยว่าซากุระมีท่าทางหึงหวงเบาๆ ตอนที่ทราบว่าเขาได้พาผู้หญิงคนอื่นมาร่วมด้วย ถึงขนาดที่เหม่อลอยขณะที่กำลังประชุมกันอยู่จนมีอาการค่อนข้างน่าเป็นห่วง

       “คำถามที่เธออยากรู้คือผู้หญิงคนนั้นเป็นอะไรกับนายต่างหาก อีตาบ้าเอ๊ย!

       “อ๋อ เรื่องนี้นี่เอง” ราล์ฟถักคิ้วเล็กน้อยแล้วตอบ “เธอคนนั้นชื่อซูหลิน เป็นคู่หมั้นของฉันเอง”

       “หา! คู่หมั้น?” เบลมีปฏิกิริยามากที่สุดร้องถามเสียงดัง ซากุระที่เคยแสร้งยิ้มอยู่ก็พลันเจื่อนลงและเม้มปากเป็นเส้นตรงพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ไม่ให้แสดงออกชัดเจน

       “ใช่น่ะสิ” ราล์ฟไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่อะไรถ้าจะเปิดเผยมัน ซูหลินเองก็ชินชาและยอมรับสภาพไปแล้วเพราะปัจจุบันก็อยู่ในระหว่างศึกษาดูใจตามความต้องการของผู้ใหญ่

       “ไม่คิดจะแก้ตัวอะไรสักหน่อยเหรอ แบบว่าเป็นญาติห่างๆ ที่ติดตามมาเล่นเกมนี้ด้วยอะไรประมาณนี้น่ะ”

       “ฉันไม่มีเหตุผลให้ต้องทำอะไรแบบนั้นสักหน่อยนี่นา”

       เบลอ้าปากเหวอมองนักบวชแมวเหมียวด้วยความรู้สึกที่อยากจะเดินเข้าไปชกให้หน้าหงายสักครั้ง เธอสะกดอารมณ์ความโกรธและวางมือลงบนไหล่ของเพื่อนสาวอย่างซากุระด้วยท่าทางปลงใจ ซากุระจึงได้ใช้โอกาสนี้พิมพ์อธิบายให้ฟังผ่านข้อความส่วนตัวว่าเธอรู้เรื่องนี้ตั้งนานแล้วจากเทพสงคราม และที่ถามมาเพราะอยากรู้ว่าเขาจะให้คำตอบแบบไหนระหว่างพูดความจริงกับโกหกเพื่อหลอกลวง แม้จะหวังในใจลึกๆ ว่าอยากให้พูดโกหกก็ตามที

       ความจริงสำหรับซากุระแล้วมันค่อนข้างทำลายจิตใจของเธอมาก

       “เอาล่ะค่ะ ดิฉันดีใจนะคะที่คุณไม่คิดที่จะมีความลับปกปิดพวกเรา”

       “ฉันขอไปพักผ่อนก่อน สงครามเริ่มขึ้นแล้วและฉันอยากให้สภาพจิตใจของตัวเองพร้อมทุกเมื่อ”

       หลังจากที่ราล์ฟจากไปแล้วบรรยากาศภายในเต็นท์ก็รู้สึกหนักอึ้ง ซากุระแยกแยะเรื่องสำคัญอย่างงานและความรู้สึกส่วนตัวออกได้จึงให้คนไปตามบากะเรนเจอร์ทั้งห้ามามอบหมายงานให้ ที่จริงก็แค่ส่งข้อความประกาศในกลุ่มเท่านั้นรออยู่เพียงไม่นานทั้งห้าคนก็เข้ามาในเต็นท์โดยแต่ละคนกำลังอารมณ์ค้างอยู่กับการฝึกซ้อมบทที่จะใช้ในสงครามพรุ่งนี้

       ซากุระได้อธิบายสถานการณ์ทั้งหมดให้พวกไรเดอร์แมนได้ฟังก่อนจะถามความสมัครใจ แน่นอนว่าพวกเขาไม่มีใครปฏิเสธแต่เลือกจะยอมรับในทันที และด้วยคำพูดที่เหมือนกับการผลักภาระเพื่อสร้างแรงกดดันในการทำหน้าที่กลับทำให้พวกเขามีแรงจูงใจที่จะทำงานยากๆ นี้ให้สำเร็จ พอมอบหมายคำสั่งให้เสร็จทั้งห้าคนก็เร่งรีบออกไปพูดทำนองว่าจะไปหาผู้บัญชาการหรือก็คือเดฟอนที่อยู่ๆ กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในสมาพันธ์โอตาคุซะงั้น

       วันนี้ทุกคนนั้นได้พักผ่อนกันเร็วกว่าปกติเพื่อปรับสภาพจิตใจ มีหลายคนเริ่มเปิดการไลฟ์สตรีมเพื่อให้ชมบรรยากาศปัจจุบันสอบถามเพื่อนสมาชิกแต่ละคน และยกเว้นคนบางกลุ่มเนื่องจากพวกเขาไม่ประสงค์จะเปิดเผยตัวตนเพื่อรักษาความลับขององค์กรที่ซากุระสร้างขึ้น ทันทีที่มีการเปิดไลฟ์ขึ้นก็กลายว่ามีคนให้ความสนใจจำนวนมาก ยอดผู้เข้าชมทะลุห้าหมื่นคนเนื่องจากบางคนเป็นแคสเตอร์ชื่อดังที่มีผู้ติดตามเป็นล้าน ซึ่งปกติแล้วแคสเตอร์เหล่านี้ไม่ควรมีสังกัดกิลด์ภายนอกเว้นเพียงเฉพาะกลุ่มของตนเองเพื่อไม่ให้เปิดเผยความลับ แต่กลุ่มที่พวกเขาสังกัดอยู่นี้ไม่ได้มีกฎที่เข้มงวดเหมือนกิลด์ทั่วไป สามารถถ่ายทำได้แต่มีเงื่อนไขที่ว่าการเปิดเผยต้องเป็นหลังเควสต์จบแล้วเท่านั้น

       กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่โด่งดัง เพลเยอร์ระดับแนวหน้าบางคนออกมาโพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นของตนเองประมาณว่าพวกตนมีวิธีการบุกโจมตีที่ได้ผลกว่า และฟันธงว่าสงครามครั้งนี้พวกซากุระจะต้องม้วนเสื่อกลับบ้าน

       แต่มีคนเกลียดก็ต้องมีคนชอบ แนวทางการเล่นของซากุระไม่ใช่การปกครองแบบอำนาจเผด็จการที่ยึดแหล่งเก็บเลเวลหรือแหล่งทำเงินไว้เหมือนนักเล่นเกม เธอต่อสู้กับคนกลุ่มนั้นเพื่อรักษาสิทธิ์ของเพลเยอร์ทุกคน มีหลายคนออกมาเปิดเผยการกระทำของซากุระและนำไปเปรียบเทียบกับสิ่งที่พวกนักเล่นเกมทำเอาไว้ เชื่อว่าที่เกมยังคงเป็นที่นิยมอยู่ได้เนื่องจากการที่ยังมีคนแบบเธอต่อสู้อยู่นั่นเอง โพสต์นี้ได้รับความเห็นชอบจากนักเล่นเกมจำนวนมากจนมีบางคนมาด่าทำนองว่า พวกสายฟรี แน่นอนว่ามันได้กลายเป็นการสงครามคีย์บอร์ดไปในที่สุด

       ราล์ฟใช้เวลาพักผ่อนนี้นั่งอ่านข้อความที่ตนเองเพิ่งจะพิมพ์โพสต์ลงไปเพื่อปลุกปั่นสถานการณ์ให้รุนแรง ส่วนตัวแล้วราล์ฟไม่ได้มองว่าการกระทำของสมาพันธ์วอร์ลอร์ดนั้นเลวร้าย ยังไงมันก็ยังเป็นวิธีการหารายได้ที่ไม่ได้เกิดจากการปล้นชิง และตัวเทพสงคราม(ชาย) ที่เป็นเสมือนหัวหอกของทีมก็ใช้วิธีการที่ถูกต้องของระบบเพื่อสร้างกลุ่มอำนาจที่แข็งแกร่ง มันแตกต่างจากเขาที่ได้รับความช่วยเหลือจากคนนอกที่มีความพิเศษที่ระบบไม่อาจตรวจจับได้

       ถ้าจะถามว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นคนผิด เขาจะตอบว่ามันคือ เพลเยอร์

       ไม่ระบุตัวตนของใคร เพราะเพลเยอร์คือตัวแปรสำคัญในความเปลี่ยนแปลง เป็นเหมือนกับไวรัสที่แพร่กระจายสู่คนอื่นได้

       ดังนั้นราล์ฟจึงต้องสร้างกลุ่มอำนาจที่สามขึ้นมาเพื่อต่อกรกับเพลเยอร์ นั่นคือกองกำลังของมอนสเตอร์ที่พัฒนาตนเองได้

       “พวกพี่ๆ ข้าวเย็นเสร็จแล้วนะคะ” อารินยื่นหน้าออกมาจากพื้นที่ในครัว และรีบวิ่งไปช่วยนิมป์ยกอาหารหลายจานมาจัดวางบนโต๊ะ

เทพธิดาหยกน้ำแข็งหรือซูหลินเดินเข้ามาตามเสียงเรียก สายตาหยุดมองอยู่ที่นิมป์ครู่หนึ่งแต่ก็ไม่ได้พูดหรือตำหนิอะไรนัก จะว่าไปตอนที่นิมป์ทราบว่าเธอเป็นคู่หมั้นของราล์ฟในโลกจริงก็แสดงอาการออกมา แต่ซูหลินเติบโตมาเห็นคุณลุงคุณอาและบรรดาลูกพี่ลูกน้องที่เป็นผู้ชายมีคู่หมั้นอย่างน้อยก็สองคนเลยชินกับเรื่องแบบนี้ไปแล้ว และเธอก็ไม่ได้สนใจด้วยว่าชายที่เป็นคู่หมั้นจะมีแฟนกี่คน เนื่องจากเธอเลือกเส้นทางจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์มันคงจะดีกว่าถ้ามีสามีคอยสนับสนุนในการใช้ชีวิตให้

และเธอคิดว่าเขาทำหน้าที่ในส่วนนี้ได้ดีมากกว่าญาติสนิทที่รู้จักด้วยเสียอีก

ต่อมาพวกภูตทั้งสองคนและพวกบรรดาสัตว์เลี้ยงที่มีขนาดตัวที่ไม่ใหญ่มากก็ตามเข้ามาติดๆ นัคกี้ หงอคง ลิเลีย และคิริ นั่งลงรออย่างมีมารยาทจนกระทั่งนิมป์นำอาหารที่ทำให้มาวางเอาไว้ ซึ่งนอกจากเจ้าของของพวกมันแล้วคนที่สามารถใกล้ชิดได้รองลงมาก็คือราล์ฟที่มีความเด็ดขาด ต่อมาก็คือนิมป์ที่คอยทำอาหารให้ ในขณะที่สำหรับอาคมนั้นเป็นคนเดียวที่เวลาไม่พอใจจะกระโดดถีบสักครั้ง หรือพ่นไฟใส่ก็ย่อมได้ ตราบใดก็ตามที่มีอารินคอยหนุนหลังพวกมันอยู่

พอมีคนนั่งล้อมวงบนโต๊ะอาหารก็ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นครอบครัวใหญ่ นิมป์ที่ปกติจะแอบเนียนแกล้งนั่งใกล้กับราล์ฟก็ต้องปลีกตัวหลบออกมาโดยจะยอมให้สุริยันและจันทรามานั่งคั่นเอาไว้ ปล่อยให้ซูหลินได้นั่งข้างๆ เพื่อไม่ให้มีปัญหาตามมา ใครจะไปคิดล่ะว่าซูหลินจะเข้าใจความรู้สึกของเธอถึงกับเดินมาขยับเก้าอี้นั่งข้างๆ แทนที่จะเป็นราล์ฟ เธอหลิ่วตาให้แล้วตอบ

“เราไม่ตำหนิหรอกถ้าอยากจะนั่งข้างเขา”

ซูหลินได้ยินท่านแม่พูดเรื่องนี้หลายครั้งแล้ว ส่วนตัวก็อยากจะมาเห็นเหมือนกันว่าผู้หญิงที่มาหลงชอบคู่หมั้นของเธอจะต้องเป็นคนมีนิสัยแบบใด พอเจอตัวจริงถึงได้รู้ว่าไม่ใช่คนที่เข้าหาเพราะหวังจะกลายเป็นหนูตกถังข้าวสาร แต่เป็นคนประเภทที่ว่าขอแค่ได้อยู่ข้างๆ ก็พอใจแล้ว

“ไม่ดีกว่าค่ะ”

ขณะที่ทั้งสองคนกำลังถกเถียงกัน อารินก็ขยับที่นั่งข้างราล์ฟแต่อาคมไวกว่าชิงนั่งลงก่อนแล้วบอกให้น้องสาวมานั่งข้างๆ พลันหันไปทำหน้าเหมือนจะพูดว่า แกไม่มีสิทธิ์มานั่งข้างน้องสาวฉัน ยังไงยังงั้น

       บนโต๊ะอาหารค่อนข้างเงียบ สุริยันจึงได้เปิดประเด็นเรื่องของสงครามขึ้นมาเพราะคาดหวังว่าจะได้อาละวาดเต็มแก่ ราล์ฟได้อธิบายแผนการเบื้องต้นโดยมีจุดประสงค์เดียวคือการต้องถ่วงเวลาจนกว่าจะช่วยนักโทษออกมาได้สำเร็จ ซึ่งมันจะทำให้กระแสของสงครามเปลี่ยนไป ซูหลินจะเป็นหัวหน้าหน่วยบุกทะลวงฟันร่วมกับธิดาแห่งศาสตรา เพราะทั้งคู่ค่อนข้างจะมีฝีมือในการใช้อาวุธที่หลากหลาย นิมป์จะเป็นฝ่ายซับพอร์ตในสนามรบโดยเฉพาะการทำอาหารและโพชั่นรักษากับพิษโจมตีศัตรู

       “หวังว่าน้องสาวฉันจะไม่มีบทบาทในสงครามนั่นด้วย”

       “เสียใจที่ต้องบอกว่ามี” คำตอบของราล์ฟทำให้อาคมเริ่มแยกเขี้ยวเตรียมจะด่ากราด “แต่เป็นหน่วยสนับสนุนแนวหลังภายในยานรบ อารินมีความสามารถปรุงยาเช่นกันคอยส่งมอบโพชั่นทุกคนนำไปแจกจ่าย และยังมีเมจิกการ์ดที่เป็นไพ่ตายสำหรับพลิกสถานการณ์ได้ด้วย”

       “งั้นก็แล้วไป แต่อย่าให้รู้ว่าแกมีแผนใช้อารินทำอะไรลับหลังฉันก็แล้วกัน”

       “ขอรับรองด้วยเกียรติว่านั่นอาจจะไม่ใช่ฝีมือของฉัน”

       “ไม่สนโว้ย ยังไงฉันก็จะโบ้ยให้เป็นความผิดของแกอยู่ดีไอ้แมวผีเฮงซวย”

 

       มันเป็นช่วงเวลากลางคืนที่ทุกคนควรจะอยู่ในระหว่างพักผ่อน กลับมีคนกลุ่มหนึ่งออกมายืนอยู่บนยอดผาที่สูงประมาณสี่สิบเมตร ดวงตาที่ป้ายยาตาแมวมีผลทำให้มองเห็นทิวทัศน์ในเวลากลางคืนได้อย่างชัดเจน กองกำลังสัตว์อสูรทะเลฝูงใหญ่ถูกกวาดต้อนให้วิ่งเข้ามายังช่องทางสู่สถานที่ตั้งของกองกำลังต่อต้านด้วยระดับความเร็วที่พวกมันใช้เคลื่อนที่นั้นสามารถวางกับดักลวดเอาไว้ที่ตามช่องทางที่คับแคบจนเกิดเป็นภาพของสัตว์ทะเลพวกนั้นร่างกายฉีกขาดลง บางตัวปีนข้ามศพมาได้ก็วิ่งต่อไปตามสัญชาตญาณของมัน

       ในเวลาต่อมาก็ปรากฏเมฆสีดำครึ้มขึ้นมาเหนือชั้นบรรยากาศแม้ว่ามันจะเป็นใต้ทะเลก็ตาม ผลลัพธ์ต่อมาคือพายุฟ้าผ่าที่ตรงเข้าเล่นงานพวกสัตว์ทะเลจนกลายเป็นตอตะโก เจ้าของเวทสายฟ้าฟังเสียงข้อความแล้วทำเสียงจิจ๊ะไม่พอใจเมื่อรู้ว่าพวกมันเป็นเพียงมอนสเตอร์เลเวลต่ำที่มีดีแค่จำนวน

       “สงครามเริ่มขึ้นตั้งแต่ที่เขาคนนั้นเปิดเควสต์แล้วล่ะค่ะ นั่นเป็นเหตุผลที่ดิฉันสั่งให้เคลื่อนย้ายกองกำลังทั้งหมดไปยังสถานที่สำรองเพื่อพักผ่อน วางกองกำลังสำรองบางส่วนไว้ที่นี่เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่มีเป้าหมายในการก่อกวนพวกเรา”

       ธนูดาราสวรรค์ที่มีขนาดใหญ่เกินกว่าจะถือได้ด้วยแขนข้างเดียว แท้จริงแล้วมันมีน้ำหนักที่เบามากแต่แค่มีรูปลักษณ์ที่ดูใหญ่ ซากุระที่เป็นเจ้าของอาวุธในตำนานชิ้นนี้จัดท่าทางการยืนของตนเองให้มั่นคงและเริ่มขยับสู่ขั้นตอนต่อไปอย่างสง่างาม พร้อมเปิดใช้งานทักษะฝนดาราสวรรค์เพื่อโจมตีรูปแบบกลุ่มใหญ่ มันสมกับที่เป็นอาวุธในตำนานสายโจมตีระยะไกลที่รุนแรงที่สุด เพียงการโจมตีเดียวก็ทำลายล้างพวกมันไปได้กว่าครึ่งหนึ่ง

       ต่อมารีเบกก้าก็กระโดดลงไปห้ำหั่นกับพวกสัตว์ทะเล โซ่ที่สะบัดเหวี่ยงออกไปนั้นเคลื่อนไหวได้ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย มีเพียงคนไม่กี่คนที่รู้ว่าเธอคนนี้มีอาชีพลับที่ชื่อว่า ผู้ใช้โซ่ตรวน มันค่อนข้างพลิกแพลงได้เยอะมากเพราะเป็นอาชีพสายเทคนิค ยิ่งโซ่มีรูปแบบที่หลากหลายก็ยิ่งใช้งานได้สารพัดประโยชน์ ส่วนใหญ่แล้วเธอจะใช้มันกับใบมีดเล่มโต และยังใช้พันรอบตัวเป็นเกราะสำหรับต่อสู้ได้อีกเช่นกัน

       วาโยร่ายเวทมนตร์เป่าโจมตีพวกมันจนตกตายไปกว่าห้าสิบตัว เธอเคยเป็นคนเดียวที่สามารถเหาะได้โดยใช้เวทมนตร์ธาตุลม จวบจนกระทั่งมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของเกมทำให้ข้อได้เปรียบของเธอหายไป อย่างไรก็ตามวาโยก็ยังเป็นจอมเวทธาตุลมที่เก่งมากคนหนึ่ง

       มันเป็นคืนที่วุ่นวายเพราะฝูงสัตว์ทะเลที่ถูกไล่ต้อนมามีจำนวนมากกว่าหนึ่งหมื่นตัว จุดประสงค์ของทางนั้นน่าจะเป็นการตัดกำลังและทรัพยากรให้เหลือน้อยที่สุด โชคดีมากที่ซากุระทิ้งกองกำลังเอาไว้ชุดหนึ่งเพื่อคอยรับมือกับความเป็นไปได้ที่จะมีการบุกโจมตี มีคนเสียชีวิตจากความประมาทด้วยแต่พอมีนักบวชอยู่ใกล้ๆ ก็สามารถชุบชีวิตให้ได้ขอเพียงยังตายได้ไม่นานก็จะคืนชีพในสถานที่ดังกล่าวได้ ถือเป็นการทดลองไปในตัวด้วย

       ใช้เวลานานกว่าหนึ่งชั่วโมงเพื่อควบคุมสถานการณ์ สัตว์ทะเลตัวสุดท้ายถูกฆ่าและก็เริ่มมีการเก็บเกี่ยวผลลัพธ์ของการต่อสู้ครั้งนี้ ไอเทมที่ดรอปจากพวกมันเป็นของที่ไม่เคยเห็นและคิดว่าน่าจะมีประโยชน์ในการนำไปสร้างอาวุธหรือชุดเกราะได้ มีการ์ดเปลี่ยนเผ่าพันธุ์ตกมาด้วย 17 ใบ แต่เป็นการ์ดสีขาวซึ่งเป็นของระดับต่ำสุด ไม่มีใครอยากจะเปลี่ยนมันแต่จากคำอธิบายที่สามารถช่วยให้ผู้ที่ใช้หายใจใต้น้ำได้ นี่น่าจะเป็นไอเทมสำคัญจริงๆ

       “ถึงการ์ดใบนี้จะไม่สามารถทำให้เป็นเผ่าเงือกได้โดยสมบูรณ์เพราะต้องสะสมอีกหลายใบ แต่การ์ดแบบนี้ใส่เพียงหนึ่งใบก็สามารถหายใจใต้น้ำได้แล้วสินะคะ เอ๊ะ! สามารถถอดออกได้ด้วย” ซากุระตกใจกับข้อมูลบนแผ่นการ์ดเปลี่ยนเผ่านี้ พอลองวิเคราะห์ดูดีๆ ก็เข้าใจได้ว่ามันจะถอดไม่ได้เมื่อใส่ครบจำนวนเท่านั้น

       เธอยื่นการ์ดใบนี้ให้กับธิดาแห่งศาสตราเพราะคิดว่าน่าจะมีประโยชน์มากกว่าสำหรับแนวหน้าบางคน

       ธิดาแห่งศาสตราอ่านรายละเอียดอยู่ครั้งหนึ่งก็ทำความเข้าใจได้ จากนั้นจึงสวมมันเข้าไปในช่องตัวละครและถ่ายเทเม็ดยาอากาศส่งคืนให้กับกองกลางเพื่อให้คนอื่นได้นำไปใช้ประโยชน์

       เนื่องจากสงครามได้เริ่มขึ้นแล้วและก่อนจะถึงเช้าวันพรุ่งนี้เพื่อเปิดศึกอย่างเป็นทางการ มีความเป็นไปได้ว่าอีกฝ่ายมีเป้าหมายในการสร้างความเสียหายและบั่นทอนกำลังใจของพวกเธอตลอดทั้งคืน แต่มีหรือที่เมื่อรู้แล้วจะไม่มีการเตรียมการตอบโต้ เหตุผลที่ให้ทุกคนได้พักผ่อนก่อนหน้านี้ก็เพื่อให้มีแรงพอจะสู้ศึกในเวลากลางคืนได้

       อีกด้านหนึ่งสมาชิกกิลด์แพนโดร่าเกือบทุกคนกำลังบุกเข้าโจมตีกองกำลังที่ไล่ต้อนฝูงสัตว์ทะเลให้เข้ามาโจมตี ด้วยจำนวนทหารกว่าสองร้อยนายโดยมีแม่ทัพคอยสั่งการมันจึงเป็นเรื่องยากที่จะบุกโจมตีด้วยกำลังคนที่น้อยกว่าหลายเท่า คนที่มีความสามารถไม่ได้มีแค่ราล์ฟและอาคมเพียงสองคน แต่สมาชิกชั่วคราวอย่างซูหลินก็ทำได้ไม่เลวถือว่าเป็นการซ้อมมือก่อนทำสงครามจริง สุริยันดูท่าทางมีความสุขที่ได้ต่อสู้มากและเห็นได้ชัดว่าเธอมีพัฒนาการที่ก้าวหน้าขึ้นเยอะ ส่วนจันทราคอยใช้เวทมนตร์สนับสนุนต่อทีมทำให้ประสิทธิภาพในการต่อสู้เพิ่มพูนขึ้น

       กลุ่มไรอันที่ควรจะติดตามไปกับกองกำลังหลักก็ต้องติดสอยห้อยตามมาด้วย ทุกคนแสดงฝีมือกันอย่างเต็มที่ภายใต้การฟอร์มรูปแบบทีมที่คุ้นชิน พวกเขามีลาเวนเดอร์คอยซับพอร์ตทีมเลยไม่ต้องกังวลอะไรมากนัก ไรอันเป็นนักดาบสายอัศวินจึงมีทักษะที่ช่วยให้ทนต่อการต้องแบกรับความเสียหายของทีม ลิลลี่ผู้ครอบครองชุดเซตมารคลาส A เป็นคนสร้างความเสียหายหลัก คุโระทำหน้าที่คุ้มกันและสร้างความเสียหายทีละน้อย และหงส์ที่ได้รับอุปกรณ์เปลี่ยนการโจมตีเวทมนตร์ให้เป็นกลางคือตัวทำดาเมจปิดฉาก

       ในขณะที่เดฟอนและเด็กตกปลาสองคนนี้คล้ายจะเข้าคู่กันได้ดีมาก เดฟอนสวมพาร์ทต่อสู้ใต้ทะเลร่วมกับเกียร์แฮมเมอร์ที่หนักมาก การทุบแต่ละครั้งทำเอาทหารเงือกได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก มีเซเว่นหุ่นยนต์ผู้ช่วยที่ฝังตัวเข้าไปในหุ่นโดรนและบังคับให้ยิงปืนลำแสงสนับสนุน ให้อารมณ์เหมือนกับว่ามันคือหน่วยสตรอมทรูปเปอร์ที่มีความแม่นยำหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ เด็กตกปลาและสัตว์เลี้ยงอสูรโมโมทาโร่ช่วยกันจัดการกับพวกทหารเงือก

       นี่คือความแตกต่างของกิลด์แพนโดร่าเมื่อเทียบกับกิลด์ทั่วไปที่เน้นจำนวนให้มากเข้าไว้ กิลด์แพนโดร่าจะรวบรวมกลุ่มคนที่มีความสามารถเฉพาะทางมากกว่าความแข็งแกร่งเป็นมาตรฐาน ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงเป็นกลุ่มนักรบที่มีประสิทธิภาพอย่างมาก

       การที่อาคมเลือกรับมือกับแม่ทัพก็เนื่องจากเป็นความบังเอิญที่เขาอยู่ใกล้ที่สุด และฝีมือของแม่ทัพนั่นก็ไม่ได้แย่เท่าที่คิดออกจะเก่งมากเสียด้วยซ้ำ แต่โชคไม่ดีที่อาคมผ่านการขัดเกลาทักษะดาบและจิตใจมาก่อนแล้วเขาจึงเริ่มมีดวงตาที่มองเห็นรัศมีดาบถึงจะไม่ชัดเจนและเห็นได้โดยบังเอิญก็ตาม ไม่เหมือนราล์ฟหรือซูหลินที่มองเห็นรัศมีพวกนั้นอย่างชัดเจนทำให้พวกเขาสามารถหลบเลี่ยงความเสียหายที่ควรจะเกิดขึ้นได้

       “นี่แค่กองทัพย่อยเองนะ หอบเป็นหมาเลยงั้นเหรอ”

       “ถ้าไม่อยากปากแตกก็หุบปากของแกซะไอ้แมวผี”

       ราล์ฟหัวเราะและไม่ได้พูดอะไรอีก อย่างน้อยก็กับอาคมเท่านั้นที่เขาจะสามารถพูดหยอกล้อกันได้โดยไม่มีผลกระทบด้านความสัมพันธ์ และอาคมก็เป็นคนที่ขี้เกียจเกินกว่าจะใส่ใจคำพูดของใครบางคนด้วย

 

       เนรอสไม่ได้คาดหวังว่าการโจมตีก่อนเวลาจะมอบข่าวดีมาให้อยู่แล้ว ทั้งหมดนั่นเป็นเพียงการหยั่งเชิงและต้องการให้ศัตรูอยู่ในสภาพอ่อนแรงให้มากที่สุด การต่อสู้ติดต่อกันเป็นเวลานานจะส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจอย่างหนัก ดังนั้นเขาจึงไม่แปลกใจเลยสักนิดเดียวที่ผลลัพธ์ออกมาว่ามนุษย์ไม่ได้รับความสูญเสียอะไรเลย อย่างน้อยข้อมูลที่ได้รับกลับมาคือมนุษย์พวกนั้นมีความสามารถในการคืนชีพให้กับพวกเดียวกันเองได้ รายงานจากหน่วยสอดแนมที่ไปตรวจสอบมาเลยทราบว่ามันเป็นความสามารถเฉพาะของนักบวช

       ที่น่าเหลือเชื่อก็คือเจ้าหมอนั่นเองก็เป็นนักบวชด้วย

       ตามที่ปรากฏข้อมูลมา นักบวชเผ่ามนุษย์จะอ่อนแออย่างมากและไม่อาจต่อสู้ได้ด้วยตัวเอง

       แต่เนรอสนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านๆ มา ไม่ว่าจะมองอย่างไรเจ้านั่นก็เป็นนักบวชสายบู้ที่ต่อสู้ได้เก่งกาจและน่ากลัวมาก จนยากจะทำใจยอมรับข้อมูลใหม่นี้มาได้ เมฟิสในฐานะที่ปรึกษาจึงตั้งข้อสงสัยว่านักบวชแมวเหมียวคนนั้นอาจเป็นพวกเหนือกฎเกณฑ์ที่สร้างแนวทางในรูปแบบของตนเองขึ้น ซึ่งมันอาจจะเป็นเหมือนเมฟิสที่ไม่สามารถใช้ศาสตร์ทำนายตามธรรมชาติของสายพันธุ์โลมาได้ เธอจึงเลือกที่จะศึกษาในด้านศาสตร์โบราณและทำนายจากสถิติ

       “หมายความว่าถึงแม้มันจะเป็นนักบวช ข้าก็ต้องระวังสินะ” เนรอสแค่นเสียงไม่พอใจ

       ในฐานะนักรบเงือกชั้นสูงเองเขาค่อนข้างมั่นใจในตัวเองไม่น้อย ยิ่งเวลานี้เขาได้ถือครองอาวุธประจำเมืองก็ยากที่จะมีใครในมหาสมุทรแห่งนี้ต่อกรได้ เนรอสคิดเอาไว้แล้วว่าจะให้พวกมนุษย์ได้แสดงความสามารถกันสักหน่อยก่อนจะมอบความสิ้นหวังให้

       เนรอสครุ่นคิดและลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปข้างนอกซึ่งจะเห็นค่ายพักของพวกทหารจำนวนนับหมื่น

       “สั่งการลงไป ข้าจะปลดผนึกเจ้าสมุทรให้ตื่นจากการหลับใหล”

       เมฟิสตกใจกับคำสั่งของเนรอสและรีบกล่าวคัดค้าน “กรุณาทบทวนอีกครั้งเถิดเพคะ หากสิ่งนั้นถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับใหลอาณาจักรเงือกจะต้องถึงจุดจบอย่างแน่นอนเพคะ”

       “เหตุใดจึงต้องกังวล ขอเพียงข้าได้รับอำนาจทั้งหมดจากอดีตองค์หญิง เจ้าสมุทรตัวนั้นก็ไม่ต่างอะไรจากสัตว์เลี้ยงเชื่องๆ ตัวหนึ่ง หรือเจ้าคิดว่าแผนการของข้าจะต้องล้มเหลว?” เนรอสถามกลับและทำให้เมฟิสพูดอะไรไม่ออก

       เมฟิสเวลานี้อยู่ในสถานการณ์ลำบากมาก เนื่องจากเธอถูกบังคับให้ต้องร่วมมือทั้งจากเนรอสและจากมนุษย์เผ่าแมวผู้นั้น โดยทั้งคู่แทบจะไม่ต่างกันเลยในเรื่องของความเชื่อมั่นในตนเองที่มีเต็มเปี่ยม แต่คงต้องยกเว้นเพียงเรื่องของการอ่านสถานการณ์ที่ทางมนุษย์ผู้นั้นค่อนข้างเหนือกว่ามาก เขาบอกเพียงว่าหน้าที่ของเธอคือการสนับสนุนเนรอสและทำทุกอย่างเพื่อให้มั่นใจว่าจะต้องเอาชนะพวกมนุษย์ให้ได้ มันช่างเป็นคำสั่งที่แปลกมากจริงๆ

       ปกติทุกคนต่างก็ต้องการให้ตนเองได้เปรียบเลยจะต้องส่งสายลับแฝงตัวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายตรงข้าม ซ้ำยังต้องขอให้ส่งข้อมูลทุกอย่างกลับไปเพื่อวางแผนรับมือด้วย มนุษย์ผู้นั้นทำสิ่งที่ตรงกันข้ามคือไม่เพียงจะไม่ต้องการข้อมูลเท่านั้น แต่ยังขอให้สนับสนุนศัตรูอย่างเต็มที่

       “ทราบแล้วเพคะ หม่อมฉันจะแจ้งให้ดำเนินการเตรียมขั้นตอนปลดผนึกโดยทันที”

       เจ้าสมุทรที่ถูกผนึกให้หลับใหลนั้นเป็นไพ่ตายสุดท้ายของอาณาจักรเงือกเพื่อใช้รับมือกับมหาภัยพิบัติ เพียงแต่ในกรณีนั้นจำเป็นจะต้องพึ่งพาพลังอำนาจของอดีตองค์หญิงลำดับที่หนึ่งไซเรน ในการควบคุมให้อยู่ภายใต้ความสงบ หากปราศจากพลังของเธอคนนั้นแล้วการอาละวาดนี้จะสร้างความเสียหายถึงขนาดที่ทำให้อาณาจักรเงือกล่มสลายลงได้เลย

       หากไม่มีสิ่งใดผิดพลาด วันนี้จะเป็นวันที่เนรอสจะได้รับพลังอำนาจโบราณทั้งหมดมาไว้ในครอบครอง

 

       ตามหลักการทำสงครามในเกมนั้นจะต้องให้ทั้งสองฝ่ายแสดงตัวกันบนสนามรบและต่างคิดหาวิธีจัดกองทัพที่มีประสิทธิภาพ แน่นอนว่าซากุระเคยมีความคิดแบบนั้นจนกระทั่งราล์ฟได้บอกความจริงที่ว่ามันไม่ใช่ สงคราม แต่เป็น เควสต์กึ่งสงคราม ดังนั้นวิธีการดำเนินการจะต้องแตกต่างออกไป แทนที่จะปรากฏจำนวนกองทัพทั้งหมดมายืนประจันหน้ากันก็จะกลายเป็นว่าใช้วิธีต่อสู้แบบสงครามกองโจรแทน กองกำลังของฝ่ายเพลเยอร์นั้นต่อให้ใช้วิธีการลักไก่เพื่อเพิ่มกำลังพลแล้วเต็มที่ก็มีอยู่ไม่ถึงเก้าร้อยคน เมื่อรวมเข้ากับกองกำลังมนุษย์เงือกพเนจรและทหารเงือกที่แยกตัวออกมาจากอาณาจักรก็ยังไม่เพียงพอจะต่อสู้กันได้อย่างสูสี

       กองทัพฝ่ายอาณาจักรเงือกมีจำนวนมหาศาลมากและพวกเขาตั้งแถวเรียงกันเป็นกองทัพใหญ่ยาวสุดลูกหูลูกตา พื้นที่แถบนั้นถูกปกคลุมไปด้วยผืนน้ำที่จะทำให้พวกเขาได้เปรียบอย่างยิ่งในการต่อสู้ระยะประชิด เหล่าเพลเยอร์ล้วนตื่นเต้นที่จะได้เป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์ของเกมโดยเฉพาะตอนนี้ที่สตรีมเมอร์ได้รับอนุญาตให้ถ่ายทอดสด ส่วนบางคนที่ต้องปกปิดหน้าตาก็จะใช้หน้ากากสวมทับเอาไว้แทน

       “หน้ากากใบละ 1,000 เหรียญทอง เลือกลวดลายได้ตามใจชอบ คุณสมบัติพิเศษสามารถสร้างเสียงปลอมได้ สินค้ามีจำนวนจำกัด”

       “เฮ้! ทางนี้ขอหน้ากากยมทูตหน่อย”

       “แย่ล่ะ โดนแย่งไปแล้วสิงั้นเอาหน้ากากคิทสึเนะก็ได้”

       หน้ากากแฟชั่นรูปทรงที่ดูโดดเด่นจะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้กับพวกเขาได้ไม่น้อย เดฟอนคิดเรื่องนี้ได้หลังจากที่ประดิษฐ์อุปกรณ์สำหรับเปลี่ยนชุดแฟชั่นขึ้นมาให้พวกบากะเรนเจอร์ได้ใส่ หนึ่งพันเหรียญทองเป็นจำนวนเงินที่มือใหม่อาจจะหายากสักหน่อยแต่สำหรับเพลเยอร์ที่เล่นมาระยะเวลาหนึ่งแล้วเป็นยอดเงินที่ลงดันเจี้ยนเพียงครั้งสองครั้งก็ได้มาแล้ว

       สมาชิกกิลด์แพนโดร่ารวมตัวกันอยู่ที่ด้านหนึ่งของกองทัพ โดยตำแหน่งของพวกเขานั้นจะแบ่งออกเป็นสองกลุ่มคือแนวหน้าอิสระและแนวหน้าที่เคลื่อนไหวร่วมกับกองทัพใหญ่ แนวหน้าอิสระก็จะมี ราล์ฟ อาคม เทพธิดาหยกน้ำแข็ง นิมป์ เดฟอน เด็กตกปลา และบรรดาภูติกับพวกสัตว์เลี้ยง ส่วนแนวหน้าที่ทำงานร่วมกับกองทัพก็จะเป็นกลุ่มของพวกไรอัน เนื่องจากวิธีการต่อสู้ของพวกเขาแต่ละคนนั้นไม่เหมาะจะเคลื่อนไหวอิสระ อารินจะถูกส่งไปอยู่ส่วนสนับสนุนอยู่บนยานเลวีอาธาน รับอาสาดูแลคนบาดเจ็บและโพชั่นแจกจ่ายให้กับคนอื่นๆ

       “พวกเราเปลี่ยนเผ่าพันธุ์ไปแล้วการ์ดพวกนี้เลยไม่มีประโยชน์” นักบวชแมวเหมียวหยิบการ์ดเปลี่ยนเผ่าเงือกให้กับซูหลิน เธอรับไปและเสียบมันเข้าไปในช่องตัวละครโดยไม่สอบถามอะไรแม้แต่น้อย “จำเอาไว้ว่าเธอค่อนข้างเสียเปรียบในด้านความต่างของคลาส นี่เป็นอีลิคเซอร์ที่อารินพัฒนาทำให้สามารถสร้างความเสียหายได้แม้จะมีคลาสต่างชั้นกัน ระยะเวลาแสดงผลคือสิบนาที เธอมีทักษะขาดก็แค่พลัง สิ่งนี้น่าจะช่วยเพิ่มแต้มต่อให้ได้”

       แม้จุดเด่นของราล์ฟจะเป็นการคิดวิเคราะห์ที่ช่วยให้ประเมินสถานการณ์ภาพรวมได้ แต่ด้วยนิสัยที่ไม่ชอบเล่นสนุกเลยไม่มีความคิดที่จะต่อสู้กันแบบตรงๆ ตราบใดที่ไม่ผิดกฎตามที่ระบบวางเอาไว้ก็จะขอใช้วิธีการที่ปลอดภัยและมีโอกาสสำเร็จสูงสุดแทน พูดอีกนัยหนึ่งก็คือเขาไม่ค่อยชอบที่จะเล่นตามเกมของคนอื่นนั่นเอง และแม้ว่าระบบจะออกแบบเควสต์เนื้อเรื่องให้ต้องทำสงครามกันจริงๆ แต่ผลลัพธ์ของชัยชนะก็คือการเอาชนะ ทว่าไม่ได้กำหนดรูปแบบวิธีการที่ถูกต้อง มันเลยง่ายมากที่จะเคลียร์เควสต์นี้ได้ในระยะเวลาอันสั้น

       เวลานี้มีคำสั่งจากซากุระให้เคลื่อนพลได้ ทุกคนจึงเตรียมความพร้อมให้ตัวเองโดยเฉพาะอาคมที่เรียกชุดเกราะมารออกมาใส่ ปีกนกมารสีดำสนิทขยับออกและส่งร่างของเขาให้บินขึ้นไปอยู่ในกลุ่มแนวหน้า นิ้วตวัดกวาดไปมาเพื่อจัดเรียงระบบสนับสนุนจำพวกยาเพิ่มเลือดและความสามารถใส่ช่องต่างๆ ที่คุ้นชิน ราล์ฟจัดหน้าต่างสกิลกับไอเทมอย่างมีชั้นเชิงเพื่อให้รับมือได้ในทุกสถานการณ์และบินเคียงคู่ไปกับอาคมที่คล้ายว่าจะพยายามเร่งให้เร็วกว่าเล็กน้อย

       “ไอ้แมวผี แกมีเลือดกลางหรือเปล่า?”

       “มีหกร้อย จะเอาหรือไง”

       “เออ ยังไงแกก็ไม่ได้ใช้อยู่แล้ว”

       “ใครบอก สกิลนักบวชใหม่ของฉันขาดเลือดไม่ได้”

       “ฮีลก็มีไม่ใช่เหรอวะ”

       “ขวดเล็กแทนได้ไหม?”

       “เออ มีเท่าไหร่เอามาให้หมดงานนี้ฉันคงมีเจ็บตัวแน่ว่ะ”

       ต่อให้อาคมเก่งแค่ไหนการรับมือกับศัตรูจำนวนมากในสงครามก็เป็นเรื่องยากที่จะไม่ถูกโจมตีเลย ราล์ฟเข้าใจจึงกดเทรดส่งยาขวดเล็กให้ อาคมเปิดหน้าต่างดูแล้วถึงกับหันมาทำท่าจะถีบกลับทันที

       “ไอ้แมวผีอยากตายใช่ไหม ฉันขอเลือดเล็กแกสะเออะเอายาพื้นฐานมาให้ทำไมวะ ไอ้นี่มันเพิ่มให้แค่ 75 หน่วยเองนะโว้ย”

       “เขียนว่า เม็ดยาพื้นฐาน ก็จริง แต่ชื่อคนผลิตคืออาริน ดังนั้นมันเลยไม่ใช่เม็ดยาพื้นฐานธรรมดาอย่างที่เข้าใจ”

       “เออ จริงด้วยว่ะ” อาคมกลับมาอ่านอย่างละเอียดอีกครั้งและพบว่าเม็ดยาพื้นฐานที่ผลิตโดยอารินนั้นมีประสิทธิภาพมากกว่าต้นแบบถึง 10 เท่า “เพิ่มใกล้เคียงเลือดกลางมาก น้องสาวฉันนี่สุดยอดจริงๆ”

       “ไอ้บ้าซิสค่อนเอ๊ย” ราล์ฟพึมพำ

       มาถึงแนวหน้าก็ร่อนลงพื้นและมองดูกองทัพฝ่ายศัตรูกับมอนสเตอร์ทางทะเลจำนวนมากที่ถูกควบคุมให้มาร่วมรบในสงคราม ราล์ฟใช้ดวงตาแห่งฮอรัสตรวจสอบฝ่ายศัตรูในมุมมองของพระเจ้าจนพบว่ายังมีอีกกองทัพแอบเคลื่อนไหวอย่างลับๆ สมแล้วที่เป็นเนรอสผู้ชอบเล่นวิธีนอกกฎ แม้กระทั่งในสงครามก็ใช้วิธีการทุกอย่างเพื่อเอาเปรียบฝ่ายตรงข้ามเสมอ เขาเลื่อนมือไปกดปุ่มสื่อสารช่องสัญญาณที่เสียบหูอยู่แล้วบอกเตือนทุกคนให้ระวังการโจมตีที่ไม่คาดฝัน

       “เดฟอน เด็กตกปลา พวกนายสองคนรับมือทางนั้นไหวหรือเปล่า?”

       “คิดว่าไหว ถ้ามีคนช่วย” เดฟอนตอบ

       “ถ้าอย่างนั้นดิฉันจะทีม 15 กับ 21 ไปกับคุณด้วยค่ะ พวกเขาเป็นกลุ่มที่มีความสามารถน่าจะช่วยพวกคุณได้” ซากุระพูดแทรกเข้ามา

       “ฝากด้วย ฉันจะพยายามดูสถานการณ์และรายงานความเคลื่อนไหวให้”

       พอมีคำสั่งถูกส่งไปทางกล่องข้อความ ทีมที่ถูกเรียกก็พากันเดินออกมาและไปรวมกลุ่มกับพวกเดฟอน ช่องว่างที่ขาดไปก็ได้ทีมสำรองกลุ่มใหม่เข้ามาอุดไว้

       “ยังไงต่อดีล่ะ ต้องรอเจ้าภาพตัดริบบิ้นใช่ไหม” อาคมแอบจิกกัดเบาๆ

       ส่วนตัวแล้วอาคมไม่ค่อยสนใจเรื่องการทำสงครามระหว่างกิลด์หรือเควสต์ที่ใหญ่แบบนี้จึงไม่รู้วิธีปฏิบัติพื้นฐาน เช่นเดียวกันกับราล์ฟที่เพิ่งจะเคยได้มีโอกาสเล่นเกมแบบนี้เป็นครั้งแรก สงครามครั้งล่าสุดที่เข้าร่วมก็เป็นเพียงแค่สมาชิกกิลด์คนหนึ่งก็เลยนึกภาพไม่ออกว่าสงครามครั้งนี้จะเริ่มต้นกันอีท่าไหน ธรรมดาแล้วก็ควรจะต้องส่งฝ่ายเจรจาออกมายื่นเสนอเงื่อนไขเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสีย แต่ในกรณีนี้การเจรจามันล้มเหลวไปตั้งแต่แรกแล้ว

       “พอพูดมาก็นึกขึ้นได้ ฉันต้องออกไปตัดริบบิ้นนี่นา”

       ราล์ฟขยับแว่นตาเสร็จแล้วก็เดินก้าวอาดๆ ออกไปตัวคนเดียว กลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งกองทัพไปโดยปริยาย หลายคนถึงกับส่งข้อความหากันเพราะนี่มันอยู่นอกแผนการที่ตกลงเอาไว้ ยังดีที่ซากุระออกมาห้ามปราบหยุดความไม่สงบภายในกระดานสนทนาแบบเรียลไทม์และบอกให้รอสัญญาณเริ่มสงคราม พร้อมทั้งสั่งให้ป้อมปืนทั้งหมดปรับองศาการยิงเพื่อโจมตีใส่ศัตรูหลังได้รับสัญญาณเริ่ม จุดประสงค์ก็เพื่อลดจำนวนทหารฝ่ายศัตรูให้ได้มากที่สุดในช่วงเริ่มเพื่อลดความได้เปรียบเสียเปรียบ

       แน่นอนว่าการที่นักบวชแมวเหมียวเดินออกมาตัวคนเดียวย่อมทำให้ฝ่ายศัตรูคิดว่าอีกฝ่ายนั้นต้องการเจรจาด้วย เนรอสสวมชุดเกราะออกรบและนั่งอยู่บนบัลลังก์ที่เห็นเด่นมาแต่ไกล ข้างกายของเขานั้นปรากฏร่างของหญิงสาวที่แสนจะคุ้นเคยภายในกรงลูกบอลน้ำ หากเธอฝืนที่จะออกมาข้างนอกน้ำทะเลที่เคลือบอยู่นั่นจะสร้างความทรมานให้แก่เธอ คงคิดว่าการทำแบบนี้จะทำให้ราล์ฟสูญเสียความเยือกเย็นและทำผิดพลาดกลับให้ผลลัพธ์ในทางตรงกันข้าม

       นักบวชแมวเหมียวหยุดลงในพื้นที่แบ่งเขตกั้นระหว่างน้ำทะเลและพื้นที่อากาศ ก่อนจะเดินฝ่ามันออกไปและเปิดเผยความจริงที่ว่าเขาสามารถหายใจใต้น้ำได้ ร่างกายก็ห่อหุ้มด้วยพลังจิตเพื่อควบคุมการทรงตัวอย่างน้อยก็ช่วยได้สำหรับคนที่ว่ายน้ำไม่เป็น

       การเข้ามาเหยียบในพื้นที่ของฝั่งศัตรูที่ไม่คิดจะเจรจาด้วยตั้งแต่แรกนั้นค่อนข้างอันตรายและไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง แต่ราล์ฟหาได้สนใจและทำในสิ่งที่คนคิดว่าไม่สมควร เขามีแผนและวิธีการอยู่ในใจก่อนแล้วหากเกิดเหตุที่ไม่คาดฝัน ใบหูที่ขยับไปทางซ้ายทีขวาทีนั้นจับความเคลื่อนไหวของกระแสน้ำที่คล้ายว่ามันได้ถูกควบคุมเอาไว้ด้วยวิธีการบางอย่าง มันอาจจะดูแนบเนียนมากเมื่อมองด้วยตาเปล่า ทว่าเมื่อมองผ่านมุมมองของดวงตาแห่งฮอรัสจะเห็นการเคลื่อนไหวของน้ำทะเลข้างนอกเขตนั่นอย่างชัดเจน

       ไอ้หมอนี่เอาเปรียบในทุกวิธีการจริงๆ

       จะเอาแต่โทษอีกฝ่ายก็ไม่ได้เพราะว่าตัวเขาเองก็ใช้วิธีการที่ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่

       นี่เป็นสงครามที่ใครเล่นตุกติกได้เหนือกว่าก็ชนะไป

       “เกราะสวยดี” ราล์ฟเป็นฝ่ายเริ่มทักทายก่อน จากนั้นหันไปมองหญิงสาวที่ติดอยู่ในลูกบอลน้ำ

       “เจ้าควรจะยอมแพ้ซะตั้งแต่ตอนนี้ จะได้ไม่เป็นการเสียเวลายังไงล่ะ” เนรอสกล่าวปรามาสอีกฝ่ายอย่างไม่ให้เกียรติ ในสายตาของเขาเผ่าพันธุ์มนุษย์นั้นแสนจะอ่อนแอและไม่มีค่าควรจะให้ใส่ใจ “แน่นอนว่าถ้าเจ้ายอมรับข้อเสนอ ข้าในฐานะของราชาจะมอบสิ่งตอบแทนให้”

       “งั้นก่อนอื่นสิ่งที่แกควรทำคือการเป็นราชาให้ได้ซะก่อน”

       “ข้าก็เป็นอยู่แล้ว”

       “แค่นั่งบนบัลลังก์และสวมมงกุฎไม่ทำให้ใครเป็นราชาได้หรอก”

       “โฮงั้นข้าควรทำอย่างไรถึงจะได้เป็นราชาล่ะ”

       “แค่เอาชนะฉันให้ได้”

       “เกินพอเลยล่ะ” เนรอสแสยะยิ้มเหี้ยมและกระแทกคทาเวทกับพื้นเบาๆ

       สายน้ำจากข้างนอกพุ่งผ่านเขตกั้นเข้ามาและทิ่มแทงใส่ร่างของนักบวชแมวเหมียว เสียงฮือฮาดังมาจากทางฝ่ายทหารเงือกที่ยินดีกับชัยชนะที่ได้มาโดยง่าย เนรอสขยับยิ้มและหันไปมองดูหญิงสาวในกรงลูกบอลน้ำหวังว่าจะได้เห็นใบหน้าที่ดูสิ้นหวังของเธอ

       !?

       ไซเรนไม่ได้ดูสิ้นหวังอย่างที่ตั้งใจไว้ เธอเพียงแค่มองกลับมาและกล่าวด้วยรอยยิ้ม

       “เจ้าเสียรู้เขาแล้วล่ะ”

       “หมายความว่ายังไง” เนรอสแค่นเสียงถาม หันไปมองดูร่างของนักบวชแมวเหมียวที่ถูกกระแสน้ำแหลมคมแทงทะลุ

       ร่างนั้นก็ได้สลายหายไปราวกับว่ามันไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้นมาตั้งแต่แรก

       “ทริคแบบนี้ก็ยังใช้ได้ผลด้วยสินะ” ราล์ฟก้าวออกมาจากสภาพล่องหน แท้ที่จริงแล้วตัวตนก่อนหน้านี้เป็นเพียงแค่ภาพมายาที่เป็นเพียงหนึ่งในทักษะเล็กๆ ของเขาเท่านั้น มันไม่มีความสามารถในการโจมตีใดๆ นอกจากเอาไว้หลอกตาคนอื่นเท่านั้น

เนรอสขบฟันแน่นและแสดงความเกรี้ยวกราดออกมาอย่างรุนแรง เขากระแทกคทาอีกครั้งควบคุมกระแสน้ำให้เข้าไปโจมตีนักบวชแมวเหมียว ถึงจะเห็นว่าอีกฝ่ายนั้นหลับตาอยู่ก็ตามแต่ก็เคลื่อนไหวหลบกระแสที่ฟาดเข้ามาได้ราวกับมีตาทิพย์ที่พยากรณ์การโจมตีทั้งหมดได้

เพียงแต่นั่นคือเทคนิคใหม่ที่ได้จากการศึกษาดวงตาแห่งฮอรัสและฝึกมันจนช่ำชอง

ทักษะที่มีชื่อว่า มัลติสโคป

ทุกการเคลื่อนไหวรอบรัศมีโดยมีตัวเองเป็นศูนย์กลางจะไร้ซึ่งจุดบอด เป็นทักษะที่ดีมากในการรับมือกับเวทมนตร์น้ำที่โจมตีได้จากทุกทิศทาง ราล์ฟไม่เชื่อว่าอาวุธนั่นจะไร้เทียมทานขนาดที่ควบคุมมวลน้ำจำนวนมหาศาลได้อย่างอิสระ มันจะต้องมีจุดอ่อนที่ไหนสักแห่งแน่ ขณะที่หลบไปก็วิเคราะห์รูปแบบการโจมตีควบคู่ไปด้วย

ในตอนนั้นเองที่ปรากฏรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้าของเขา

20 สาย คือจำนวนสายน้ำที่เข้ามาโจมตีจากรอบทิศทาง

พอรู้ข้อจำกัดของศัตรูก็ไม่มีประโยชน์ที่จะต้องถ่วงเวลาไว้อีก

“ฉันเองก็ควรเลิกเล่นได้แล้วสินะ”

“ว่าไงนะ”

ราล์ฟขยับตัวหลบอีกสองสามครั้งและใช้เทเลพอร์ตนี้กลับออกไปอยู่ในฝั่งของตนเอง เนรอสเกรี้ยวกราดหนักขึ้นไปอีกหลังลืมไปเลยว่าอีกฝ่ายมีความสามารถในการเคลื่อนย้ายอยู่ด้วย นั่นหมายความว่าการมาของราล์ฟเป็นแค่การหยอกล้อเท่านั้น

       “ฆ่าพวกมันให้หมดซะ แล้วจับกุมไอ้นักบวชนั่นมา” เนรอสออกคำสั่งทันที

       แม่ทัพเงือกพอได้ยินคำสั่งก็หันไปสั่งการทัพของตนเองให้เคลื่อนทัพโจมตีได้ บางคนขึ้นขี่ม้าน้ำและพุ่งตัวออกไปโจมตีกันอย่างเป็นระเบียบ และบางคนก็ทำการปล่อยพวกมอนสเตอร์ทะเลที่ดุร้ายจนกลายเป็นคลื่นมอนสเตอร์นับหมื่นตัว

       ราล์ฟเพียงแค่ยกมือข้างหนึ่งที่กำบางสิ่งไว้ในมือ ก่อนจะพูด “ถ้าอีกฝ่ายมีจำนวนที่มากกว่า ก่อนอื่นก็ต้องลดจำนวนลงซะ”

       จากนั้นก็กดสวิทซ์ในมือ

       วินาทีต่อจากนั้นก็เกิดระเบิดขึ้นในฝั่งของกองทัพมนุษย์เงือก แรงระเบิดที่รุนแรงลดจำนวนของมอนสเตอร์ดุร้ายไปเกือบครึ่งหนึ่ง ทหารเงือกบางส่วนได้รับบาดเจ็บและมีเสียชีวิตบ้างเล็กน้อย แทนที่มันควรจะจบลงแค่ตรงนั้นปากกระบอกปืนของยานรบเลวีอาธานที่ปรับองศาการยิงใหม่ทั้งหมดแล้วก็ทำการกระหนำยิงปืนใหญ่ออกมาใส่ฝูงมอนสเตอร์เป็นชุดตามคำสั่งยิง

       มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในหนึ่งนาที จำนวนกองทัพฝ่ายมนุษย์เงือกที่มีจำนวนมากต่างก็ได้รับความเสียหายไปไม่น้อย

       “เอาล่ะ เรามาสู้กันแบบแฟร์ๆ ดีกว่า”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 341 ครั้ง

46 ความคิดเห็น

  1. #14490 differ21 (@differ21) (จากตอนที่ 391)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 10:42

    ให้อาคมนั่งกินข้าวข้างราล์ฟแหละถูกแล้ว ชะนีหลบไป ตัวจริงเขามา สองคนนี้ควรได้กันจริงๆนะ เคมีมันเข้ากันที่สุดแล้ว

    #14490
    0
  2. #14488 differ21 (@differ21) (จากตอนที่ 391)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 13:30

    อัพแล้ว จะร้องไห้ เดะตอนเย็นกลับมาอ่านนะคะ

    #14488
    0
  3. #14487 Jirachat Wongthong (@jwt896) (จากตอนที่ 391)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 01:51
    ดีใจที่ได้อ่านต่อครับ ขอบคุณครับ
    #14487
    0
  4. #14486 เงาในราตรี (@0866653282) (จากตอนที่ 391)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 16:12
    เค้ากลับแล้ว หึหึ
    #14486
    0
  5. #14483 Than19264 (@Than19264) (จากตอนที่ 391)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 17:55
    เป้นการรอคอยที่ยาวนานมากกกก
    #14483
    0
  6. #14482 bigynew (@bigynew) (จากตอนที่ 391)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 18:56
    คิดถึงมาก นึกว่าจะไม่ได้อ่านต่อเสียแล้วดีใจที่ไร้กลับมา
    #14482
    0
  7. #14481 Dark in Heart (@bugsbunne) (จากตอนที่ 391)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 16:59
    เกือบลืม
    #14481
    0
  8. #14480 beerbeat (@beerjira) (จากตอนที่ 391)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 04:57
    โชคดียังจำเนื้อเรื่องได้ ไม่งั้นยาว 55
    #14480
    0
  9. #14479 war2123 (@war2123) (จากตอนที่ 391)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 23:19

    ผมถึงกับต้องไปอ่านตั้งเเต่เล่มหนึ่งใหม่เลยนะครับไรท์ มาลงให้ได้เล่มต่อไปด้วยเถอะครับผมไหว้ละ
    #14479
    0
  10. #14478 determination2 (@Determination) (จากตอนที่ 391)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 14:49
    ลืมเนื้อเรื่องไปหมดเฃยนานเกิ๊น55
    #14478
    0
  11. #14477 dOjOb (@dojob) (จากตอนที่ 391)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 21:21
    มาให้หายคิดถึง ... พออ่านแล้วตะลึง ... บทบู๊เริ่มจะอึ้ง ... ด่วนนิดนึงตอนหน้า ครับ ... สู้ ๆ คร้าบ ท่านราฟ เอ้ย ! ท่านไรท์ ... dOjOb
    #14477
    0
  12. #14475 Voicewolf (@voicewolf) (จากตอนที่ 391)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 07:14
    ขอบคุณครับ จัดเต็มแสปได้ใจ หลังจากห่างมานาน
    เจอกันอีกทีปีหน้านะนักยวชแมวเหมียว 55555
    #14475
    0
  13. #14473 Sirayu Manachot (@3468) (จากตอนที่ 391)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 22:58

    รอเป็นปีเลยทีเดียว


    #14473
    0
  14. #14472 Oak9dd (@Oak9dd) (จากตอนที่ 391)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 22:29
    วันนี้นอน หลับฝันดีละ / ไม่คิดว่า writer จะมาอัพตอนใหม่ให้ / ตอนหน้า นี้ มันส์แน่นนอน
    #14472
    0
  15. #14470 KanjanaChurut (@KanjanaChurut) (จากตอนที่ 391)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 19:28

    เย้ๆ คุณนักเขียนกลับมาอัพแล้วยังรอเสมอรอตลอดไป รักมากๆเป็นกำลังใจให้เขียนต่อไป สู้ๆ

    ปล.สำนักพิมพ์บอกหนังสือทั้ง7เล่มหมดสต็อคแล้ว งื้อ
    #14470
    0
  16. #14469 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 391)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 19:22
    ถล่มซะยับแฟร์มากอิเหมียว
    #14469
    0
  17. #14468 Nong Prem (@premi3) (จากตอนที่ 391)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 18:55
    กริ๊ดดดดดดดดดด เห็นอัพเดตละทดีใจมาก
    #14468
    0
  18. #14467 Kuroshio (@mooky-1234) (จากตอนที่ 391)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 18:14
    แฟร์จริงๆเลยท่าน แหมมมม

    ปล.หายไปซะนานเลยนะ
    #14467
    0
  19. #14466 ไอ้บ้่า 500 (@zero2piece) (จากตอนที่ 391)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 17:54
    อ่าาา ผมจะไม่ยอมอ่านจนกว่าจะออกเป็นเล่ม ผมดีใจมากที่นักเขียนยังปั่นงานอยู่ ขอบคุณครับ แต่ผมจะรอ ผมจะรอตอนที่ออกเป็นเล่มเท่านั้น

    สู้ๆเว้ย
    #14466
    0
  20. #14465 Frog_The_Noob (@kuhaku) (จากตอนที่ 391)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 13:46

    ลืมไปเลยว่าเคยอ่านเรื่องนี้
    #14465
    0
  21. #14464 ชินชาเย็น (@chinnawatj) (จากตอนที่ 391)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 13:07
    ดีใจที่ไม่กดเลิกติดตาม ขอบคุณมากครับ
    #14464
    0
  22. #14463 Meen Warat (@m_beetleman) (จากตอนที่ 391)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 12:22
    ในที่สุดก็มา น้ำตาจะไหล
    #14463
    0
  23. #14462 saicafe (@saicafe) (จากตอนที่ 391)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 11:16

    กว่าจะมาได้นิยายในตำนาน1ปีผ่านไปอัพสักที
    #14462
    0
  24. #14461 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 391)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 11:16
    เข้ามาดูว่าอัพยัง.. ในที่สุดครึ่งตอนหลังก็มา อิ อิ
    #14461
    0
  25. #14460 sakuraix (@sakuraix) (จากตอนที่ 391)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 11:05
    ปีละครั้งงงง
    แต่ความสนุกสุดยอดดดดดด
    #14460
    0