[Legend Online] เปิดตำนาน ป่วนออนไลน์

  • 88% Rating

  • 99 Vote(s)

  • 1,474,417 Views

  • 14,490 Comments

  • 9,090 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,688

    Overall
    1,474,417

ตอนที่ 389 : บทที่ 43 อาณาจักรเงือก (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7500
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 602 ครั้ง
    29 พ.ค. 61

บทที่ 43 อาณาจักรเงือก (100%)

 

       กระดานหมากรุกกลายเป็นสิ่งบันเทิงเพียงหนึ่งเดียวที่ช่วยไม่ให้การเดินทางในครึ่งหลังนี้น่าเบื่อ

       หากมันเป็นหมากรุกธรรมดาก็คงไม่มีปัญหาเพราะทุกคนพอจะจำกฎการเดินได้จึงสามารถเล่นได้ไม่ยาก แต่มันกลับเป็นหมากรุกโชงิซึ่งคนที่จะเล่นมันได้นั้นแทบจะไม่มีอยู่เลย ในตอนที่ซากุระนำมันออกมาโชว์ตัวเป็นครั้งแรกก็หวั่นอยู่เหมือนกันว่าอาจจะไม่ได้เล่น โชคยังดีที่ราล์ฟเป็นคนหนึ่งที่ศึกษาเกมที่ต้องแข่งขันไหวพริบและการวางแผนมาหลายเกมมาก โชงิและโกะก็เป็นหนึ่งในเกมกระดานที่เขาคิดว่าเล่นได้ดีกว่ามือสมัครเล่น

       ในขณะที่คนอื่นขีดเขียนกระดาษสร้างเป็นกระดานหมากรุกขนาดแปดช่อง ซากุระกับราล์ฟก็นั่งทำสงครามโชงิกันอยู่สองคนโดยมีอารินที่อยากรู้อยากเห็นนั่งมองดูด้วยความสนใจ แต่นั่นยังไม่ใช่การท้าทายที่ราล์ฟพึ่งพอใจ เขาได้เสนอตัวแข่งกับทุกคนพร้อมกันในทุกเกมกระดานไม่ว่าจะเป็นโชงิ โกะ หมากรุก หมากฮอส หมากหนีบ และที่พีคสุดที่อาคมชวนเล่นคือหมากเก็บ

       กับคนอื่นที่มีรูปแบบการเล่นพื้นฐานราล์ฟสามารถเอาชนะได้ไม่ยากนัก ธิดาแห่งศาสตราที่เคยคิดว่าตนเองน่าจะเล่นหมากรุกได้พอจะลงแข่งระดับประเทศก็ยังพ่ายแพ้ให้กับราล์ฟ วาโยที่เชื่อมั่นในตัวเองมาโดยตลอดถึงกับยอมรับความพ่ายแพ้เพียงเดินไปได้ไม่กี่ตาหลังรู้ว่าไม่มีทางชนะ สิ่งนี้บ่งบอกนิสัยได้ว่าเธอเป็นคนที่ยอมรับการสูญเสียที่น้อยมากกว่าการดื้อสู้แบบไร้ประโยชน์ เช่นเดียวกันกับคนอื่นที่แข่งด้วยเกมกระดานที่ตนเองคิดว่าเชี่ยวชาญก็ยังพ่ายแพ้หมดรูปโดยที่กินได้เพียงตัวหมากล่อที่เขาจงใจส่งออกมาเพื่อควบคุมทิศทางของเกม

       มีเพียงคนเดียวที่ราล์ฟไม่เคยประมาทเลยก็คือซากุระ ในโชงิเธอถูกราล์ฟกดดันอย่างหนักแต่ก็รับมือได้อย่างมีสติจนสามารถพลิกกลับมาสู้ได้อย่างสูสีแม้ว่าผลลัพธ์ในตอนสุดท้ายเธอจะแพ้เพราะถูกต้อนจนมุม แต่ในโกะนั้นเธอเป็นฝ่ายกดดันราล์ฟจนต้องเลือกเป็นฝ่ายตั้งรับและเฉือนเอาชนะมาได้ด้วยคะแนนห่างกันเพียงแค่สามแต้ม มันเป็นเกมที่ทำเอาซากุระต้องลอบทิ้งลมหายใจของตนเองตอนที่นับแต้มเสร็จและรู้ว่าตนเองเป็นฝ่ายชนะ

       ทว่าในเวลาต่อมาก็มีเรื่องให้ตกตะลึง อารินที่นั่งดูการแข่งขันมาโดยตลอดขอลองเล่นโกะกับซากุระดูบ้าง ในฐานะที่เป็นมือใหม่ซากุระจึงใช้หมากชี้แนะในการฝึกสอนเกี่ยวกับวิธีการเดินหมากให้ อารินทำได้ดีมากถึงการจับหมากจะยังดูไม่ชำนาญแต่สไตล์การเดินหมากเป็นแนวทางแบบที่ได้เห็นไปเมื่อสักครู่ไม่มีผิด แต่เพราะเป็นหมากชี้แนะก็เลยไม่ได้คิดจะชิงชัยอะไรมากทำให้เธอแพ้ในการนับแต้มเพียงครึ่งแต้ม

       เมื่อนิมป์นำอาหารมาส่งให้ มันคล้ายจะเป็นบุฟเฟต์แบบตักทานได้อย่างอิสระพร้อมด้วยเครื่องดื่มเป็นน้ำมะพร้าวมันทำให้การเดินทางดูมีชีวิตชีวามากขึ้น ซากุระให้ความสำคัญกับสภาพจิตใจของกองทัพก็เลยมีคำสั่งให้เตรียมอาหารสำหรับงานเลี้ยง ปัญหาเรื่องวัตถุดิบนั้นไม่ต้องกังวลอีกต่อไปเพราะหลังจากที่ผ่านการเดินทางครึ่งแรกมาซากุระก็ได้ปรับเปลี่ยนความคิดใหม่ทั้งหมด และกักตุนวัตถุดิบเอาไว้เป็นจำนวนมากโดยอาศัยช่องว่างของกฎเล็กน้อยก็เลยมีเสบียงเพียงพอสำหรับเดินทางครึ่งหลังอย่างแน่นอน

       ซากุระเดินออกมาที่ระเบียงทางเดินเห็นราล์ฟยืนมองบางอย่างอยู่ที่ริมกระจกหน้าต่าง เธอเดินเข้าไปหาแล้วพูดกับเขา

       “ตามที่คุณเด็กตกปลาบอกมาว่าหากพวกเราเดินทางด้วยความเร็วระดับนี้ต่อไป พวกเราจะสามารถไปถึงอาณาจักรเงือกตอนเวลาประมาณเช้าวันศุกร์พอดี นั่นน่าจะเป็นการดีกว่าถ้าพวกเรามีเวลาในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพพื้นที่”

       “แบบนั้นคงดีที่สุด” ราล์ฟเห็นด้วยกับความคิดนั้น “เมื่อถึงวันนั้นถ้าไม่ติดปัญหาอะไรฉันจะออนไลน์ให้เร็วขึ้นอีกสามชั่วโมง”

       ราล์ฟมีข้อกำหนดให้ตัวเองคือเขาจะออนไลน์เท่าเวลานอนหลับคือหกชั่วโมงไม่ขาดไม่เกิน เหตุผลคือเขาไม่ได้ติดเกมขนาดที่ต้องทุ่มเทให้กับมันจนต้องทิ้งทุกอย่างเอาไว้เบื้องหลัง การเล่นเกมก็เป็นเพียงแค่การฆ่าเวลาในระหว่างนอนหลับ อาจเพราะเขาเริ่มเสพติดเครื่องเล่นเกมนี้ที่ช่วยให้สามารถนอนหลับได้โดยไม่ต้องพึ่งยาระงับประสาทก็เลยต้องออนไลน์ทุกวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

       “แบบนั้นช่วยได้มากเลยค่ะ” พูดพลางทอดสายตามองออกไปข้างนอกตัวยาน

แม้ว่ามันจะมืดแต่ยังดีที่ยานลำนี้ฉายไฟส่องทางได้เลยพอจะเห็นความเคลื่อนไหวด้านนอกได้อยู่บ้าง มันค่อนข้างจะน่ากลัวเพราะไม่คิดว่าเกมนี้จะออกแบบสภาพแวดล้อมได้สมจริงขนาดนี้ มีโอกาสได้เห็นมอนสเตอร์ทะเลที่มีขนาดตัวที่ใหญ่ว่ายผ่านไปก็อดที่จะกอดตัวเองระงับความตื่นตระหนกเอาไว้ไม่ได้ มันเป็นผลกระทบเมื่อต้องเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ที่มีระดับพลังเหนือกว่าเหมือนเป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่าพวกเธอไม่สามารถสู้กับพวกมันได้แบบตัวต่อตัว

“ดึกแล้ว ฉันว่าเธอควรไปพักผ่อน”

“ที่นี่ใต้ทะเลนะคะ มันมืดอยู่แล้ว” ซากุระแกล้งแซว

“คงไม่ได้ลืมนะว่าหน้าต่างระบบมีนาฬิกาอยู่”

“รู้อยู่แล้วล่ะค่ะ คุณนี่เป็นพวกไร้อารมณ์ขันเสียเหลือเกินนะคะ” ซากุระจิกกัดเบาๆ และขอตัวกลับไปพักผ่อนตามคำแนะนำ

ราล์ฟมองดูซากุระเดินกลับไปที่ห้องพักจนกระทั่งเธอเดินเลี้ยวหายลับไป จากนั้นก็ถอนหายใจแล้วพูดขึ้น

“รู้ใช่ไหมว่าเผ่าแมวมีประสาทรับเสียงที่ดีน่ะ” เขาหันไปพูดกับความว่างเปล่าที่อยู่ในเส้นทางตรงกันข้ามกับที่ซากุระพึ่งจะเดินผ่านไป และหลังจากที่เขาพูดออกไปเพียงไม่กี่ลมหายใจก็มีหญิงสาวผู้มีใบหน้าตกกระก้าวออกมาจากทางแยกนั่น

ราล์ฟมักจะใช้น้ำเสียงโทนเดียวที่ฟังดูคล้ายเป็นคนเย็นชา ทว่าหากได้ลองอยู่ด้วยกันสักพักจะรู้ว่ามันเป็นเพียงแค่ลักษณะนิสัยในการพูดคุยเท่านั้น มันจึงไม่แปลกที่นิมป์ซึ่งขี้กังวลอยู่แล้วจะต้องไม่กล้าสบตาและเกิดหวาดกลัวเขาขึ้น

“ขอโทษค่ะ”

“นั่นประโยคติดปากหรือไง” ราล์ฟเผยรอยยิ้มที่ดูอบอุ่น

นิมป์แข็งค้างไปครู่หนึ่ง นึกในใจว่าราล์ฟอาจจะหัวกระแทกหรือเกิดอะไรสักอย่างขึ้นแน่นอน มันไม่มีทางที่เขาจะส่งยิ้มที่ดูอบอุ่นออกมาได้โดยเด็ดขาด ปกติแล้วรอยยิ้มของเขานั้นจะปรากฏขึ้นก็ต่อเมื่อมีความคิดที่จะทำบางอย่างเท่านั้น มันจึงทำให้เธอเกิดความระแวงขึ้นมาว่าราล์ฟคิดจะทำสิ่งใดกันแน่ สิ่งเดียวที่ทำให้นิมป์วางใจก็คือราล์ฟนั้นเป็นคนที่ไม่ล่วงเกินผู้หญิงโดยเด็ดขาดไม่ว่าจะเป็นการใช้สายตาแทะโลมหรือพูดจาลวนลาม

ราล์ฟตั้งใจว่าจะเดินเข้าไปหาแต่นิมป์กลับถอยไปครึ่งก้าวเป็นสัญชาตญาณป้องกันตัวเองก็รู้ได้ทันทีว่าเธอหวาดระแวง จากที่รู้มาว่าในอดีตเคยเกิดเหตุการณ์เลวร้ายจนเปลี่ยนเด็กผู้หญิงที่สดใสกลายเป็นคนหวาดระแวงผู้คน นิมป์จึงกลายเป็นคนที่ไม่กล้าพูดคุยกับใครอื่นอีกจะมีก็แค่ญาติสนิทด้วยเท่านั้น การที่เธอเลือกเป็นฝ่ายเข้าหาเขาที่เป็นผู้ชายนับว่าเป็นการกระทำที่ย้อนแย้งแบบสุดๆ

“ขอโทษที” เขาพูดพร้อมเดินเข้าไปหาและจับมือของนิมป์อย่างนุ่มนวล “ไปกันเถอะ”

“คะ?” นิมป์ยังไม่ทันได้คำตอบทิวทัศน์รอบข้างก็เปลี่ยนไป

เวลานี้ทั้งสองคนไม่ได้อยู่ในยานเลวีอาธานแต่เป็นที่ยอดภูเขาแห่งหนึ่ง ดอกไม้ที่ขึ้นอยู่รายล้อมเป็นเสมือนโคมไฟหลากสีที่สวยงาม ท้องฟ้ายามค่ำคืนประดับประดาด้วยดวงดาวที่แสนสวยงาม

สถานที่แห่งนี้คือสิ่งที่ถูกเรียกว่าเป็น สวนแห่งความลับ สถานที่ลึกลับที่ต่อให้มีคนค้นพบก็ไม่สามารถเปิดเผยมันออกไปได้ เนื่องจากว่าหากสถานที่ลึกลับถูกคนล่วงรู้เป็นจำนวนมากแล้วมันก็จะหมดความน่าสนใจในทันที เพราะฉะนั้นเมื่อมีคนค้นพบสิ่งแรกสุดที่พวกเขาจะทำก็คือการเก็บเอาไว้เป็นความลับและค่อยมาดื่มด่ำบรรยากาศที่แสนสวยงามแบบนี้ในภายหลัง

ราล์ฟค้นพบที่นี่ได้โดยบังเอิญขณะที่กำลังตั้งใจศึกษาเกี่ยวกับดวงตาแห่งฮอรัส ด้วยความที่ตอนนั้นตั้งใจจะลองทดสอบขีดจำกัดก็เลยไม่ได้สนใจสถานที่แห่งนี้สักเท่าไหร่ แต่ก็จดจำสถานที่เอาไว้เผื่อว่าในอนาคตหลังจากช่วยไซเรนแล้วเขาคิดจะพาทุกคนมาพักผ่อนกันโดยไม่คิดเรื่องแผนการใดๆ สักวันสองวัน

“ทำไมถึงพามาที่นี่ละคะ?” นิมป์ถาม หันไปมองเด็กหนุ่มที่เปิดหน้าต่างระบบและหยิบพวกโต๊ะเก้าอี้ออกมาตั้งวางอย่างชำนาญ

“ฮันนีมูนล่ะมั้ง” ราล์ฟตอบนิ่งๆ มองดูปฏิกิริยาเขินอายของนิมป์ที่เหมือนว่าจะคิดจริงจังกับเรื่องเหล่านี้มากเป็นพิเศษ

นิมป์ก้าวถอยหลังและลังเลที่จะสบตามอง เส้นผมที่ปัดมาปรกดวงตาเอาไว้ช่วยซ่อนใบหน้าที่เขินอายเอาไว้ โชคดีที่ว่ามันเป็นช่วงเวลากลางคืนและเธอก็ยืนอยู่ในจุดที่แสงย้อนกลับมาจึงช่วยให้เห็นได้ไม่ค่อยชัดสักเท่าไหร่

“คุณต้องล้อเล่นแน่ๆ” นิมป์ทำใจแข็งแล้วถามออกไป

ราล์ฟขยับแว่นตากรอบสี่เหลี่ยมให้เข้าที่และเริ่มอธิบาย “การมีอยู่ของสวนแห่งความลับไม่ได้เกี่ยวข้องกับการใช้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้ทุกคนมาชื่นชมความงดงามของธรรมชาติ แต่เป็นหนึ่งในอีเวนท์สำคัญหลังจากเพลเยอร์ชายหญิงคู่หนึ่งบรรลุเงื่อนไขแรกคือการแต่งงานแล้ว ถ้าเธอตรวจสอบระบบอยู่ประจำจะเห็นว่าที่ชื่อของฉันในรายชื่อคู่รักจะมีรูปหัวใจว่างเปล่าอยู่หนึ่งดวง และถ้าตรวจสอบลึกลงไปอีกจะพบว่ามีคำอธิบายเกี่ยวกับค่าความรักที่เกิดจากการออนไลน์และอยู่ในสถานเดียวกันในระยะห่างไม่เกินหนึ่งร้อยเมตร”

“อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยพัฒนาค่าความรักให้เพิ่มสูงขึ้นได้เร็วที่สุดคือการทำอีเวนท์ลับสวนแห่งความลับ มันคือการที่ทั้งสองคนจะต้องบุกฝ่าฝันอันตรายมายังสถานที่แบบนี้และดื่มด่ำกับธรรมชาติที่สวยงามที่มีกำหนดเวลาไม่แน่นอน อย่างสถานที่แห่งนี้จะสวยงามมากในเวลากลางคืน ยังมีอีกสถานที่ที่สวยงามยามพระอาทิตย์ตกดินซึ่งพวกเราจะไปกันอีกทีในวันหลัง”

นิมป์ถอนหายใจโล่งอก อย่างน้อยเธอก็คิดถูกที่ว่าราล์ฟเป็นคนที่ไม่ทำอะไรโดยไร้เหตุผลพอเป็นแบบนี้ก็รู้สึกว่ายอมรับได้ง่ายกว่า

มันเป็นเวลาดึกมากแล้วและตอนนี้ด้วยการจัดสถานที่ในที่สุดพวกเขาก็ได้ที่นั่งใต้แสงจันทร์ รายล้อมไปด้วยแสงหลากสีของดอกไม้เรืองแสง ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลยในเมื่อเขาต้องช่วยงานคุณแม่ในการจัดสถานที่งานเลี้ยงอยู่บ่อยครั้งจนต้องไปศึกษางานเลี้ยงแบบอื่นๆ เพื่อคอยให้คำแนะนำแนวทางอยู่ประจำ จากนั้นก็นำรถเข็นป้ายเหล็กออกมาทำให้บรรยากาศของสถานที่แห่งนี้กลายเป็นร้านอาหารลึกลับที่เปิดอยู่บนยอดเขา มันเป็นภาพที่ทำให้ทัศนียภาพนี้ดูเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

นิมป์อาสาเป็นลูกมือมาช่วยทำอาหารด้วย มันกลายเป็นกิจกรรมที่ทั้งสองคนทำร่วมกันตลอดหนึ่งชั่วโมงอย่างน้อยก็ช่วยให้เธอลดความประหม่าลงเวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสอง จากนั้นทั้งคู่ก็ร่วมโต๊ะทานมื้อดึกกันใต้แสงจันทร์ที่ส่องสว่าง

“ดื่มด้วยกันสักหน่อยดีไหม” ราล์ฟนำน้ำผลไม้ออกมาวางไว้บนโต๊ะ นิมป์เห็นมันแล้วและกำลังปัดกวาดมือท่าทางเป็นกังวลมาก

สิ่งที่หยิบออกมาไม่ใช่แค่เป็นน้ำผลไม้ แต่เป็นไวน์ที่หมักจากผลไม้มีดีกรีค่อนข้างแรงมาก เนื่องจากว่ามันเป็นโลกภายในเกมและตัวละครของพวกเขาก็เป็นเพียงข้อมูลทำให้ฤทธิ์ของไวน์พวกนี้ไม่มีผลเสียใดๆ ต่อร่างกายจริง

“หรือว่าที่ทำเก็บเอาไว้ในห้อง?” นิมป์นึกไปถึงห้องที่ถูกปิดล็อกเอาไว้อย่างแน่นหนา

“ถูกต้อง” ราล์ฟรินไวน์ผลไม้ใส่ถ้วยแก้วสองใบส่งให้นิมป์หนึ่งแก้ว “เจ้านี่จะเพิ่มความเร็วให้ 5% เป็นระยะเวลา 20 นาที มีผลทับซ้อนกับอาหารประเภทเครื่องดื่ม แต่ถ้าต้องการเป็นแบบเพิ่มพลังโจมตีคงต้องเป็นเหล้าดีกรีแรงๆ ล่ะนะ”

การเก็บอีเวนท์ลับหลังแต่งงานสำหรับราล์ฟแล้วเป็นเรื่องที่ยุ่งยากเอามากๆ ระยะเวลาที่ต้องใช้ร่วมกันในสถานที่เบื้องต้นคือสองชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ ยิ่งเขาไม่ใช่คนที่มีนิสัยชอบหยอกล้อป้อสาวด้วยยิ่งเป็นเรื่องที่น่าอึดอัดใจเป็นอย่างมาก จะว่าเขาเป็นพวกซื่อบื้อที่ไม่กล้าแม้แต่จะฉวยโอกาสก็ย่อมได้ ดังนั้นตลอดเวลาทั้งสองคนแทบจะไม่ได้ทำอะไรอย่างอื่นเลยนอกจากพูดคุยกันเรื่องไร้สาระจำพวกแนวทางการทำอาหารที่เจาะจงผลลัพธ์ได้ดั่งที่ต้องการ

นี่คงจะเป็นการฮันนีมูนที่ประหลาดที่สุดในเกมเลเจ้นด์ออนไลน์อย่างแน่นอน

เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนการทำอีเวนท์ลับก็ตรวจสอบดูพบว่ามันเพิ่มขึ้นมาถึง 80 จุด หากต้องเก็บให้ครบหนึ่งพันจุดเพื่อให้ใช้โบนัสพิเศษได้อาจจะต้องค้นหาสถานที่ลับแบบนี้อีกสิบเอ็ดแห่ง ภายในระยะเวลาที่เหลือน่าจะทันพอใช้งานได้

 

วันนี้ฝนตกหนักแต่เช้าทำให้การจราจรติดขัด ยังดีที่อาจารย์ผู้สอนต่างก็เข้าใจปัญหานี้จึงอนุญาตให้เข้าเรียนสายได้สามสิบนาที

       ห้องเรียนใหญ่เป็นการเรียนรวมกันของนักศึกษาทั้งคณะภายใต้อาจารย์ผู้สอนเพียงคนเดียว ที่ห้องเรียนขนาดใหญ่นี้มีเพียงเก้าอี้วางเรียงกันเป็นขั้นบันได รองรับนักศึกษาได้ประมาณแปดร้อยคน ไม่มีการกำหนดว่าใครจะต้องนั่งที่ไหนตายตัวจึงเป็นธรรมดาที่จะมีการเลือกที่นั่งที่ดีที่สุดราวกับว่าพวกเขากำลังมาเพื่อรับชมภาพยนตร์ในโรงหนัง แต่ก็มีบางคนที่เข้ามาเพื่อรับคะแนนเข้าเรียนไม่ได้ตั้งใจจะฟังและเลือกที่นั่งอยู่ห่างไกลจากเวที

       ที่นั่งของเจนภพอยู่ไกลพอจะมองเห็นเวทีได้ชัดเจน และเห็นจอโปรเจคเตอร์โดยไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมากนัก มันเป็นที่นั่งประจำของเขาที่นั่งมาตลอดตั้งแต่เข้ามาเรียนในห้องนี้เป็นครั้งแรก แถวของเขาทั้งหมดนั่นเป็นเพื่อนร่วมห้องนั่งติดกันเป็นกลุ่มใหญ่จนกลายเป็นภาพที่ชินตาสำหรับคนอื่นๆ ไปแล้ว

       มินิคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กวางอยู่เบื้องหน้าของเจนภพ หากมองจากภาพไอคอนหน้าจอแล้วจะพบว่ามันไม่ใช่ระบบปฏิบัติการที่ใช้กันอยู่ทั่วไป มันเป็นของที่เจนภพพบมันจากกล่องเก็บของเมื่อสมัยเด็ก มินิคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กตัวนี้มีระบบปฏิบัติการตัวนี้เป็นของที่เขาเมื่อสมัยเด็กเขียนมันขึ้นมาเพื่อใช้งานบางอย่าง มีโปรแกรมแปลกๆ อยู่ตั้งมากมายให้ความรู้สึกเหมือนกับว่ามันเป็นโน้ตบุ๊กที่แฮกเกอร์มือฉมังใช้เป็นของส่วนตัว

       “เห โน้ตบุ๊กน่ารักดีจัง หัวหน้าซื้อมาราคาเท่าไหร่”

       เจนภพมองไปทางคนพูด เธอเป็นเพื่อนที่อยู่กลุ่มเดียวกับเขาแต่ไม่ได้สนิทกันจนไปไหนมาไหนด้วยตลอดเวลา

       “ตอนนั้นราคาของมันอยู่ที่ 18,000 บาท ตอนนี้ราคาลดลงมาเหลือแค่ 7,000 กว่าบาทเท่านั้น”

       “ราคาถูกดีนะ แต่สเปกของมันล่ะ”

       “ใช้ทำงานได้ทั่วไปได้ แต่ใช้เล่นเกมที่มีกราฟฟิกสูงมากไม่ได้ หลักๆ ที่เล่นก็มีแค่เกมไพ่โซลิแทร์เท่านั้นแหละ” เจนภพไม่กล้าบอกความจริงที่ว่าภายนอกของมันดูเป็นของสเปกต่ำๆ ส่วนภายในนั้นมีการปรับแต่งฮาร์ตแวร์เทียบเท่ากับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์

       และเพื่อปิดบังสิ่งที่กำลังทำอยู่เจนภพจึงพับหน้าจอมันลง ทำทีเป็นเตรียมความพร้อมเพื่อที่จะเรียน

       นักศึกษาทยอยเข้ามาในห้องเรียนได้เกือบแปดสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว ตอนนี้มองเห็นอาจารย์ท่านหนึ่งขึ้นไปบนเวทีและเตรียมจัดการติดตั้งอุปกรณ์สื่อประกอบการสอน ซึ่งในช่วงเวลาก่อนจะเริ่มเรียนกันอย่างเป็นทางการอาคมก็มาในสภาพที่เหมือนจะพึ่งวิ่งฝ่าสายฝน เขากวาดสายตามองอยู่ครู่หนึ่งและเห็นเพื่อนผู้หญิงโบกไม้โบกมือเรียกบอกตำแหน่งให้ อาคมตรงดิ่งไปที่นั่นทันทีเนื่องจากมันดีกว่าที่จะต้องแยกไปนั่งคนเดียวเหมือนพวกหนีจากสังคม

       พออาคมนั่งลงก็หยิบเอาแฟ้มเอกสารยื่นส่งให้ เจนภพรับมาเปิดไล่ดูทีละใบเพื่อยืนยันความถูกต้องก่อนจะเก็บมันเข้าแฟ้มตามเดิม มันเป็นเอกสารสำคัญในการรับบุตรบุญธรรมของอาริน และเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาทางเจนภพเลยต้องเตรียมแผนฉุกเฉินเอาไว้ด้วย

       “ฉันมีข่าวดีกับข่าวร้ายอยากจะฟังข่าวไหนก่อน”

       “เล่นอะไรของแกวะไอ้แมวผี” อาคมเหลือบมองด้วยความรำคาญ

       เจนภพยิ้มแล้วพูดต่อ “งั้นฉันขอบอกข่าวร้ายก่อน ตอนนี้ฉันหาที่อยู่ของลุงนายเจอแล้ว ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะหาคนคนเดียวให้เจอ โชคดีมากที่โปรแกรมระบุอัตลักษณ์จับภาพของคนที่มีความใกล้เคียงกับภาพบนบัตรประจำตัวประชาชนถึง 82% ตอนนี้เขาพักอาศัยอยู่ที่ชลบุรีเป็นห้องเช่าเล็กๆ ส่วนข่าวดีก็คือฉันสามารถยืมรถยนต์เพื่อเดินทางไปชลบุรีได้ ถ้าหากว่านายสนใจล่ะก็จะไปด้วยกันไหม”

       “เพื่ออะไรวะ ตามหาตัวมันทำไม” อาคมแสดงอารมณ์เกรี้ยวกราด

       ตลอดเวลาที่ผ่านมาอาคมเลือกจะพาอารินหนีออกมาจากผู้ชายคนนั้นให้ไกลที่สุดชนิดที่หาไม่เจอได้ยิ่งดี กลับกลายเป็นว่าเจนภพไปตามหาอีกฝ่ายจนเจอ เขารู้จักผู้ชายคนนั้นดียิ่งกว่าใคร ทันทีที่ได้พบกันอารินจะต้องถูกพาตัวไปและหลังจากนั้นก็คงโดนสูบเงินจนหมดบัญชีแน่นอน กับคนที่ทั้งชีวิตมีเพียงการดื่มเหล้าและเล่นการพนัน ไม่มีทางที่เขาจะไปญาติดีด้วยแน่

       “แก้ปัญหาที่ต้นเหตุยังไงล่ะ ฉันก็แค่จะทำให้มั่นใจว่าหลังจากนี้ผู้ชายคนนั้นจะไม่เข้ามาวุ่นวายในชีวิตของพวกนายสองพี่น้องอีก ยังไงซะอารินก็กำลังจะกลายเป็นน้องสาวบุญธรรมของฉัน มันก็เลยเป็นหน้าที่ของพวกเราในฐานะของพี่ชายที่ต้องคอยปกป้อง”

       “เหอะ! ขอบอกเอาไว้ก่อนเลยว่ามีหลายอย่างที่มันกลัว แต่สิ่งหนึ่งที่มันไม่กลัวคือคำขู่”

       “นายเห็นฉันเป็นคนแบบไหนล่ะเนี่ย ขู่งั้นเหรอ? ฉันไม่ทำหรอกน่า”

       “แกจะทำแน่” อาคมมั่นใจ เขาไม่เคยมั่นใจอะไรขนาดนี้มาก่อนในชีวิต

       เจนภพทำหูทวนลม หยิบปากกาขึ้นเตรียมแล็คเชอร์บทเรียนเพื่อทำสรุปส่งให้เพื่อนทุกคน แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงก็คือในบทเรียนนั้นอาจารย์ได้แทรกเว็บไซต์แบบทดสอบที่แสนจะคุ้นเคยให้นักศึกษาทุกคนได้ลองทำไปพร้อมกัน จากนั้นก็จะช่วยอธิบายเหตุผลให้นักศึกษาได้มีประสบการณ์ในการวิเคราะห์ แยกแยะ เนื่องจากว่าเว็บไซต์นี้มันมีแบบทดสอบความรู้ใหม่ๆ ถูกอัพเดตทุก 1-2 สัปดาห์จึงไม่ต้องกังวลเลยว่าจะเป็นแบบทดสอบเก่าล้าสมัย

       อย่างน้อยเจนภพก็รู้สึกยินดีมากที่สิ่งที่เขาทำลงไปนั้นมีประโยชน์กับทุกคน ถึงเหตุผลเบื้องต้นจะเป็นเพียงแค่การทำเพื่อไม่ให้สมองว่างเว้นจนเกินไป สุดท้ายก็กลายมาเป็นงานอดิเรกที่จะไม่ทำต่อก็ไม่ได้

       หลังจบบทเรียนนักศึกษาก็แยกย้าย แต่เนื่องจากฝนที่ยังคงตกจนถึงปัจจุบันทำให้กว่าจะแทรกตัวผ่านออกมาได้กินเวลาค่อนข้างนาน กลุ่มเพื่อนชวนกันออกไปทานข้าวนอกมหาวิทยาลัยก่อนจะค่อยกลับมาเรียนต่อในภาคบ่าย ถึงแม้เจนภพจะเตรียมข้าวกล่องมาด้วยแต่การปฏิเสธคำเชิญบ่อยๆ อาจมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์จึงยอมตกปากรับคำว่าจะไปกินด้วย มันเป็นครั้งแรกที่พวกเขาเชิญชวนสำเร็จทำให้มีเพื่อนคนหนึ่งสามารถอธิบายเหตุผลที่ฝนตกไม่หยุดได้แล้ว

       ร้านอาหารนอกมหาวิทยาลัยก็มีแค่ร้านนั่งริมทาง เจนภพไม่ได้รู้จักร้านอาหารนอกมหาวิทยาลัยแต่กลับเป็นพวกเพื่อนๆ ของเขาที่ไปกินกันบ่อยรู้จักทุกซอกทุกมุมและสนิทกับเจ้าของร้านมาก พวกเขามีกันทั้งหมดแปดคนเลยได้นั่งโต๊ะใหญ่และสั่งอาหารกันมาตั้งมากมาย เจนภพมองดูอาหารที่นำมาเสิร์ฟในสายตาของเพื่อนๆ จำนวนเท่านี้ถือว่าเยอะมากจนกินกันให้จุกตายไปข้างหนึ่ง ทว่าในสายตาของเจนภพมันยังแทบจะไม่พอครึ่งกระเพาะของเขาด้วยซ้ำ

       ขณะทานอาหารก็พูดคุยกันเรื่อยเปื่อยเกี่ยวกับกิจกรรมที่แต่ละคนกำลังทำอยู่ ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเริ่มเปิดประเด็นเรื่องนี้ขึ้นแต่ท้ายที่สุดก็พูดคุยเกี่ยวกับเกมออนไลน์คลื่นสมองที่กำลังเล่นกันอยู่ มีคนเคยเล่นเกมเลเจ้นด์ออนไลน์อยู่บ้างก่อนจะเปลี่ยนไปเล่นเกมอื่นที่ระบบเสมือนจริงด้อยกว่า เหตุผลที่พวกเขาบอกก็เป็นเพราะเกมนั้นผู้มีอิทธิพลเยอะจนไม่มีโอกาสได้ลืมตาอ้าปาก หาของได้ก็ถูกคนที่แข็งแกร่งกว่าแย่งไป รวมไปถึงการถูกลวนลามที่เอาผิดอะไรไม่ได้เนื่องจากมีช่องโหว่อยู่

       “พวกนายยังเล่นเลเจ้นด์ออนไลน์อยู่สินะ ตอนนี้เป็นไงบ้างล่ะเกมนั้นน่ะ” เพื่อนผู้หญิงถามกับเจนภพ

       “ถ้าไม่ติดว่ามีคนตั้งใจจะทำลายมัน มันก็ยังคงเป็นเกมที่น่าสนุกอยู่ ธรรมชาติสวยๆ ก็มีเยอะ”

       “ทำลาย? แบบทำให้บริษัทเกมเจ๊งงั้นเหรอ?”

       “จะไปรู้ไหมล่ะ ฉันไม่ใช่คนที่จะทำลายมันนี่หว่า” พูดพลางมองไปทางเจนภพที่นั่งทำเป็นหูทวนลม

       “แล้วพวกเธอเล่นเกมกันยังไง เท่าที่ฉันรู้มาเครื่องเล่นเกมพวกนี้ค่อนข้างกินไฟน่าดูไหนจะต้องเชื่อมต่อเครือข่ายแลนเฉพาะสำหรับเล่นออนไลน์อีก หอพักธรรมดาแบบนั้นไม่น่าจะติดตั้งอุปกรณ์การเล่นได้ถูกไหม”

       “ก็อย่างที่หัวหน้าพูดนั่นแหละ ถ้าอยากจะเล่นเกมก็ต้องไปใช้บริการสาธารณะ 3 ชั่วโมงต่อ 100 บาท ขอเพียงแค่มีไอดีการ์ดกับรหัสยืนยันตัวบุคคล มันก็แพงอยู่แต่ถ้าเลือกเกมที่พอจะหารายได้ได้มันก็มีโอกาสทำเงินได้อยู่ อย่างฉันตอนนี้เล่นเกม ก็อด แซงทรัวรี่ แค่หาคัมภีร์ตีบวกระดับสูงมาขายก็ได้เงินเกือบพันบาทแล้ว แต่มันก็เหมือนกับการเสี่ยงโชคถ้าจะหารายได้แบบนี้ ดีที่เกมนี้วัตถุดิบแต่ละอย่างหายากมันเลยมีราคา แล้วเกมเลเจ้นด์ออนไลน์ล่ะหาเงินยังไง”

       “หาเงินงั้นเหรอ?” อาคมพึมพำ นึกย้อนกลับไปสมัยที่เริ่มเล่นกับอารินใหม่ๆ “ตอนนั้นบอกเลยว่าฉันยังไม่ค่อยรู้จักวิธีเล่นเกมมากนัก วิธีหาเงินตอนแรกก็วิ่งไปรับเควสต์ทำงานตามร้านอาหารเป็นลูกจ้างได้พักใหญ่จนเริ่มมีเงินตั้งตัวได้ก็ค่อยเริ่มออกล่า ช่วงนั้นฉันหาเงินจากการเอาหนังสัตว์ไปขาย เก็บเล็กผสมน้อยไปเรื่อยเปลี่ยนอุปกรณ์จนได้ของที่ดีขึ้น ช่วงนั้นเกมน่ะยังสนุกมาเลยล่ะ”

       “งั้นตอนนี้ก็ไม่สนุกแล้วสิ” เพื่อนผู้ชายถามบ้าง

       “ก็ประมาณนั้น พวกงี่เง่ามันเยอะ อาศัยว่าตนเองมีพวกมากกว่าก็หาเรื่องข่มคนอื่นเขาไปทั่ว ทำเอาเกมที่ควรจะเป็นเกมหมดสนุกไปเลย” อาคมหันไปสั่งข้าวเปล่ามาเพิ่มอีก “ไอ้แมวผี หยิบน้ำปลาข้างแกมาให้หน่อย”

       “ฉันโคตรจะสงสัยเลยนะว่าทำไมนายถึงเรียกหัวหน้าว่าแมวผี”

       “เพราะตัวละครในเกมของมันเป็นเผ่าแมวน่ะสิ แถมมันยังคอยตามหลอกหลอนฉันตลอดเวลา ไม่เรียกแมวผีจะให้เรียกว่าอะไร”

       “แล้วหัวหน้าไม่คิดจะปฏิเสธอะไรหน่อยเหรอ?”

       “มันก็แค่สรรพนามที่ใช้เรียกแทนชื่อ ขอเพียงสื่อความหมายได้ก็พอแล้ว” เจนภพไม่ถือสาที่จะถูกเรียกด้วยสรรพนามแปลกๆ อย่างน้อยก็ขอแค่ให้คนที่เรียกนั้นเป็นคนที่เขารู้จักและสนิทด้วยในระดับหนึ่งก็พอ “สำหรับพวกเธอจะเรียกฉันว่า ภพ หรือ หัวหน้า ก็ได้ทั้งนั้นแหละ”

       เจนภพนำข้าวกล่องออกมาตั้งใจจะให้ทุกคนได้ลองชิมอาหารฝีมือของเขาดูบ้าง พอทุกคนได้ชิมเพียงคำแรกใบหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนเป็นมืดทะมึน สายตาของทุกคนจับจ้องอยู่ที่เจนภพ

       “อร่อยมาก หัวหน้าใครเป็นคนทำกับข้าวให้?”

       “นั่นสิ มิน่าเล่าถึงได้ชวนแล้วไม่ค่อยยอมมากินด้วยเลย ที่แท้มีของอร่อยอยู่แล้วนี่เอง”

       “เหอะ! ใครจะทำให้ถ้าไม่ใช่ตัวมันเอง” อาคมเฉลยให้ คว้าเอาหมูทอดกระเทียมใส่ปากกินอย่างเอร็ดอร่อย

       “หัวหน้าทำกับข้าวได้งั้นเหรอ โกหกล่ะมั้ง”

       มันยากที่จะเชื่อแต่พอคิดว่าอีกฝ่ายคือเจนภพก็ทำใจยอมรับได้ ตั้งแต่ที่ได้รู้จักกันมาเจนภพคือผู้ชายที่ทำได้แทบจะทุกอย่างและทำออกมาในระดับที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นด้านการเรียนหรือด้านเทคโนโลยีก็ตาม จะเพิ่มด้านงานบ้านงานเรือนมาอีกสักอย่างก็คงไม่มีอะไรน่าแปลกใจอีกแล้ว ทำได้เพียงแย่งกันตักใส่จานและสั่งข้าวเปล่ามาเพิ่มอีก ถึงจะกินไปเยอะแล้วแต่ดูเหมือนว่ามันจะยังมีพื้นที่พอให้ยัดของอร่อยได้อยู่อีก

       จนเมื่อทุกคนกินกันจนอิ่มแล้วก็เรียกพนักงานมาเก็บเงิน ถึงมันจะเป็นการแชร์ค่าอาหารกันแต่มันก็ยังเป็นจำนวนเงินที่มากอยู่ดี และด้วยความที่เจนภพเองก็มีฐานะในระดับหนึ่งเลยยอมออกให้ครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งก็ให้หารกันจ่ายทุกคนเลยกล่าวขอบคุณกันเสียยกใหญ่

 

       ชายหญิงคู่หนึ่งใช้เวลาไปกับการนั่งปิกนิกทานข้าวปั้นกันอย่างเงียบสงบ ข้างๆ มีสัตว์เลี้ยงอสูรเป็นจิ้งจอกสีขาวปุยมันกำลังนอนใช้หน้าของมันเกยทับตักของหญิงสาว ขณะที่เธอแปรงขนมันให้อย่างอ่อนโยน สายตาของหญิงสาวมองไปทางเด็กหนุ่มที่นอนอยู่ข้างๆ บนหน้าอกของเขานั้นมีสิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งนอนหลับอุตุด้วยท่าทางแสนจะขี้เกียจ

       พวกคุณทั้งสองได้พิสูจน์ความรักให้เทพธิดาแห่งความรักได้เห็นแล้ว พวกคุณจะมีกันและกันตลอดไป

       เสียงระบบดังขึ้นในหัวของทั้งสองคน เด็กหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นราวกับว่าเสียงนั้นคือนาฬิกาปลุก

       “ในที่สุดก็เสร็จสักที”

       ราล์ฟได้ร่างกำหนดการสถานที่ของสวนแห่งความลับทั้งสิ้นสิบเอ็ดแห่งและทำตามกำหนดการจนเสร็จสิ้น เขาใช้เวลาอยู่ในแต่ละสถานที่เพียงสามชั่วโมงเท่านั้นเพื่อให้บรรลุเงื่อนไขของสวนแห่งความลับ ผลลัพธ์ก็คือตอนนี้หัวใจที่อยู่ท้ายรายชื่อของนิมป์กลายเป็นดวงใจสีชมพูดวงใหญ่โดยสมบูรณ์

       “ไปลองความสามารถใหม่กัน”

       เขาหันไปบอกกับนิมป์ที่กำลังรู้สึกเศร้าเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าช่วงเวลาที่จะได้อยู่ด้วยกันเพียงสองต่อสองได้หมดลงไปแล้ว เธออาจจะเห็นแก่ตัวมากกว่านี้ถ้าเธอเป็นหญิงสาวทั่วไปที่พึ่งจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนครั้งแรก อาจจะถึงขั้นโกรธหรือน้อยใจที่อีกฝ่ายไม่สนใจใยดีเธอ โชคดีมากที่นิมป์เป็นผู้หญิงที่มีเหตุผลและเข้าใจในตัวของราล์ฟเป็นอย่างดี

       ทั้งสองเก็บของเสร็จก็เทเลพ็อตมาที่หน้าดันเจี้ยนแห่งหนึ่งที่มีคนเข้าออกอยู่ตลอดเวลา แต่ครั้งนี้มันดูมากกว่าเดิมตรงที่มีกลุ่มคนจำนวนมากตั้งแถวกันอยู่ที่หน้าทางเข้า ดูเหมือนว่าจะมีบอสกำเนิดขึ้นและทุกคนตั้งใจจะมาล่ามันเพื่อรับแรร์ไอเทม

       ทันทีที่มีคนเห็นราล์ฟและนิมป์ปรากฏตัวขึ้นก็ทำเพียงแค่สำรวจเล็กน้อยเท่านั้น พอรู้ว่าทั้งสองคนนั้นเป็นเพียงนักบวชกับกุ๊กก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรอีก พวกเขาไม่เชื่อหรอกว่าทั้งสองคนที่มีอาชีพสายซับพอร์ตจะเข้าไปสู้กับบอสไหวก็เลยมองข้ามไป แต่ตรงกันข้ามกับกลุ่มคนที่มาด้วยเป้าหมายเดียวกันนั้นไม่ใช่ เพื่อให้ได้รับโอกาสหายากนี้เป็นธรรมดาที่จะต้องมีการตกลงเพื่อหาข้อสรุปก่อนจะกลายเป็นเรื่องใหญ่

       ราล์ฟและนิมป์เดินเข้าไปในดันเจี้ยน ระหว่างทางเดินได้มีมอนสเตอร์จำนวนเกือบสามสิบตัวโถมเข้ามา พวกมันเป็นสัตว์สี่เท้า ปากกว้างเต็มไปด้วยเขี้ยวที่แหลมคม มีหางเป็นแมงป่อง เขาไม่ต้องการเสียเวลาไปมากกว่านี้ก็จับมือนิมป์และเทเลพ็อตผ่านมันไป เมื่อปรากฏตัวอีกครั้งก็เป็นห้องโถงที่กว้างขวางมาก มันเป็นสถานที่ที่ราล์ฟมักจะเลือกใช้เมื่อต้องการทดสอบความสามารถใหม่ของตนเอง เนื่องจากว่าตำแหน่งที่พวกเขายืนอยู่ตอนนี้เป็นบ้านมอนสเตอร์ที่จะมีมอนสเตอร์เกิดขึ้นเยอะที่สุด นอกจากนี้มันยังเป็นมอนสเตอร์คลาสขุนนางจึงทนมือทนเท้าเขาได้ในระดับหนึ่ง

       มันไม่มีปัญหาอะไรหากคิดจะลงมือเพียงคนเดียว แต่ครั้งนี้ต้องการจะเห็นฝีมือของนิมป์เลยให้เธอไปลองดูก่อนในรอบแรก ราล์ฟไม่สงสัยเลยว่าเธอเลื่อนคลาสมาเป็นอัศวินได้อย่างไรหลังจากได้เห็นการต่อสู้แบบตะลุมบอน เนื่องจากนิมป์มีลมปราณพิษเป็นไพ่ตายทำให้การต่อสู้กับมอนสเตอร์ปกติทั่วไปมักจบลงเร็วมาก นิมป์มีทักษะในการป้องกันตัวในระดับสูงพอจับคู่กับทักษะลมปราณพิษที่ใช้เผด็จศึกได้มันทำให้เธอแทบจะไร้ผู้ต้าน

       มีเพียงคนเดียวที่สามารถรับมือกับลมปราณพิษได้คือแม่ของเขา เทพสงคราม ราล์ฟเคยถามเทคนิคนั้นดูแล้วและรู้ว่าวิธีป้องกันลมปราณพิษที่แฝงเข้ามาในร่างกายก็แค่ใช้ลมปราณของตัวเองขับไล่มันออกไปก็พอ แต่เพลเยอร์ทุกคนเกิดและเติบโตในสังคมธรรมดาไม่ได้เกี่ยวข้องกับโลกของผู้ฝึกยุทธ์ เป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะเข้าใจวิธีใช้ลมปราณแบบผิดๆ

       นิมป์ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงในการจัดการกับมอนสเตอร์กลุ่มแรกจนหมด เธอใช้เวลาค่อนข้างนานทีเดียว เพราะมอนสเตอร์พวกนี้ทนทานต่อพิษมากมันเหมือนกับราล์ฟจงใจเลือกสถานที่แห่งนี้เพื่อตรวจสอบความสามารถของเธอ ปกติแล้วนิมป์จะเก็บเลเวลกับมอนสเตอร์ที่ไม่ต้านพิษเนื่องจากพวกมันมีอยู่มากทั้งยังพบเจอได้ง่ายทั่วไป เลยมักจะหลีกเลี่ยงพวกที่ต้านทานพิษได้เสมอ

       “ฉันรู้ความสามารถของเธอแล้วล่ะ ตอนนี้ขอฉันดูหน้าต่างสถานะของเธอหน่อย”

       นิมป์กดอนุญาตให้อีกฝ่ายได้ตรวจสอบ ปกติแล้วมันควรจะต้องปิดเป็นความลับเพราะหากศัตรูได้ข้อมูลความสามารถของเธอไปก็จะหาวิธีมารับมือกับเธอได้ ราล์ฟยืนมองดูหน้าต่างสถานะของนิมป์นานเกือบห้านาทีจนกระทั่งได้ข้อมูลที่ต้องการครบถ้วน

       “เธอควรใช้ทักษะอาชีพของกุ๊กบ้าง ถ้าจำไม่ผิดเธอใช้ดาบคลื่นสะท้อนได้เก่งกว่าฉันอีกนะ”

       เหตุผลที่ราล์ฟกล้าพูดได้เต็มปากเพราะดาบคลื่นสะท้อนใช้หลักการคล้ายคลึงกันกับวิชาไอคิโด้ นิมป์ฝึกไอคิโด้มาตั้งแต่เด็กเลยดึงประสิทธิภาพออกมาได้ดีกว่ามาก

       มอนสเตอร์รอบถัดไปเกิดแล้ว และคราวนี้เป็นทีของราล์ฟบ้างเพื่อทดสอบประสิทธิภาพของระบบคู่รัก เขาใช้พลังจิต พลังปราณ พลังเวท และ MP เพื่อดูความเร็วในการฟื้นฟูปัจจุบันของมัน นี่เป็นเพียงการทดสอบในเบื้องต้นเท่านั้นจากนั้นจึงค่อยเปลี่ยนไปลองใช้อาวุธในตำนานและเพิ่มเป็นสองกับสามจนกระทั่งรู้อัตราการฟื้นฟูที่แน่นอน จำนวนครั้งในการโจมตีด้วยค่ายกลดาบและค่ายกลเข็ม และระยะเวลาในการใช้ไอเทมฟื้นฟูจำพวกน้ำยา ราล์ฟยอมจ่ายเงินเพื่อเช่าซื้อระบบปั้มยาอัตโนมัติมาใช้งานเป็นระยะเวลาสิบห้าวัน อย่างน้อยก็ต้องใช้งานมันให้คุ้ม

       พอใช้งานไปได้สักพักก็เริ่มรู้ถึงข้อเสียของมัน การปั้มน้ำยาอย่างต่อเนื่องจะทำให้เขารู้สึกอึดอัดเป็นภาระทางจิตใจเหมือนกับการที่ต้องดื่มน้ำอยู่ตลอดเวลาแม้จะไม่ได้ดื่มมันจริงๆ ก็ตาม ราล์ฟเคยคิดเผื่อในกรณีแบบนี้มาก่อนแล้วเขาเลยให้อารินทำยาตัวใหม่ขึ้นมาเป็นยาเม็ดฟื้นฟู ซึ่งคุณภาพของมันด้อยกว่าเล็กน้อยแต่มันก็สามารถกินได้ติดต่อกันโดยไม่ทำให้เกิดความรู้สึกอึดอัด ถึงกระนั้นขีดจำกัดของยาเม็ดก็คือมันกินได้เพียงแค่หนึ่งร้อยเม็ดเท่านั้น

       “ยี่สิบแปดนาที ก็ไม่เลวนักหรอกสำหรับการต่อสู้ตัวต่อตัวแบบจัดเต็ม”

       นี่คือขีดจำกัดก่อนที่พลังของเขาจะหมดเกลี้ยงหลอด แต่ในการต่อสู้ของจริงนั้นไม่มีทางใช้ทุกอย่างได้พร้อมกันจึงมีโอกาสที่จะยืดการต่อสู้ไปได้นานอีกราว 13-15 นาที และถ้ามีคนช่วยสนับสนุนเขาจะสามารถต่อสู้ได้นานเป็นชั่วโมง

       นิมป์ทำหน้าที่คัดแยกไอเทมที่ได้รับจากการออกล่าครั้งนี้ ราล์ฟไม่เคยใส่ใจไอเทมในเกมสักครั้งต่อให้มันเป็นแรร์ไอเทมหายาก ก็เปรียบเทียบไม่ได้กับเข็มที่มีขายอยู่ตามร้านราคาถูก และไม่ว่าจะเป็นอาคม อาริน เดฟอน ทุกคนล้วนแล้วแต่สนใจในความชอบของตนเองทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าราล์ฟจะจัดการกับไอเทมในภายหลัง แต่ก่อนหน้านั้นคนที่จัดระเบียบไอเทมเลือกสิ่งที่ใช้การได้เป็นหน้าที่ของนิมป์เพราะมันเป็นตำแหน่งของเธอภายในกิลด์

       แรร์ไอเทมดรอป? แต่เวลานี้ราล์ฟคงไม่ได้ให้ความสนใจกับมันเพราะดูจากที่เขายืนครุ่นคิดและปรับอุปกรณ์เครื่องแต่งกายเพื่อให้สามารถดึงประสิทธิภาพของตนเองออกมาให้ได้มากที่สุด

       สักพักหนึ่งเครื่องแต่งกายของเขาก็เปลี่ยนไปใส่ชุดนักบวชตัวใหม่ที่ซากุระตัดเย็บมาให้ มันเป็นชุดเซตที่จะแสดงผลลัพธ์ได้ก็ต่อเมื่อใส่มันควบคู่กับไอเทมที่เกี่ยวข้องกัน ชุดนักบวชนั้นประกอบด้วยเสื้อ ผ้าคลุมไหล่ และรองเท้า ส่วนอาวุธนั้นก็เป็นเซตไอเทมเหมือนกันแต่เป็นของที่เขาหาซื้อแยกมาในภายหลัง เท่านี้น่าจะเพียงพอทำให้เขาสามารถซับพอร์ตนักรบในสงครามได้นานหลายนาที หลังจากที่ปรับแต่งอุปกรณ์จนพึงพอใจกับผลลัพธ์ของมัน เขารอให้มอนสเตอร์เกิดและจึงเริ่มการต่อสู้อีกครั้ง

       ในที่สุดนักบวชแมวเหมียวก็ผ่อนลมหายใจลงได้ ด้านหลังของเขามีซากศพกองพะเนินและมีหญิงสาวคอยช่วยชำแหละพวกมันเพื่อนำวัตถุดิบไปขาย เสื้อผ้าของเขาเปียกโชกแต่ทิ้งเอาไว้สักพักประมาณสิบนาทีมันก็แห้งเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมา การต่อสู้ครั้งนี้ทักษะที่หยุดนิ่งไปนานก็ยกระดับขึ้น นับว่าเป็นเรื่องดีมากเพราะทักษะพวกนี้ต่างกันแม้เพียงตัวเลขเดียวก็เปลี่ยนสถานการณ์ได้

       แต่ว่ายังไม่มีโอกาสได้ทดสอบเพิ่มเติมก็มีข้อความถูกส่งมา ผู้ส่งคือซากุระซึ่งเธอระบุข้อความสั้นๆ ว่า พบทางเข้าสู่อาณาจักรเงือก รวมพลจะว่าไปแล้วนี่ก็เป็นคืนวันพฤหัสบดีคาบเกี่ยวกับวันศุกร์ตรงกับที่เด็กตกปลาคาดการณ์เอาไว้ว่าจะไปถึงที่นั่นได้ในตอนเช้าของวันศุกร์พอดี ราล์ฟจึงต้องไปช่วยนิมป์ทำงานให้เสร็จและนำวัตถุดิบทั้งหมดไปเก็บไว้ที่อาณาจักรอสูร จากนั้นจึงตามไปสมทบกับพวกซากุระที่รออยู่ใต้ห้วงมหาสมุทร

       เนื่องจากราล์ฟสามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระ การปรากฏตัวของเขาท่ามกลางห้องควบคุมจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนคุ้นชินกันไปแล้ว นิมป์ถูกสายตาจับจ้องก็รู้สึกเขินอายก่อนจะขอตัวออกไปข้างนอก

ราล์ฟขึ้นมายืนอยู่ข้างหลังซากุระ มันเป็นตำแหน่งที่มองเห็นการทำงานของทุกคนได้จากด้านบน ภาพที่ปรากฏให้เห็นอยู่ด้านนอกยานเป็นโพรงถ้ำที่เหมือนกับปากของสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ที่สามารถกลืนยานเลวีอาธานได้ทั้งลำอย่างง่ายดาย มันเป็นหลักฐานยืนยันว่าที่นี่เป็นทางเข้าสู่อาณาจักรเงือกอย่างไม่ต้องสงสัย ปัญหามันอยู่ตรงที่สิ่งมีชีวิตตัวใหญ่พวกนั้นกำลังขวางทางเข้าจนไม่สามารถผ่านไปได้ทำให้ซากุระตัดสินใจรอดูท่าทีไปก่อน

“นายคิดว่ายังไงเด็กตกปลา”

ชายหนุ่มชาวประมงเท้าคางมองดูการเคลื่อนไหวของพวกมันมาได้สักพักหนึ่งแล้วจึงตอบด้วยน้ำเสียงเหนื่อยๆ

“กลายเป็นรังโดยสมบูรณ์น่ะสิ เท่าที่นับดูก็มีอยู่สามตัวเป็นจ้าวสมุทรที่ใหญ่กว่าสถิติที่เคยตกได้ประมาณสิบเท่า น่าจะเป็นคลาสอัศวิน”

กรณีที่เป็นคลาสอัศวินแต่เมื่อสู้ในสถานที่ที่ได้เปรียบความแข็งแกร่งของมันเกือบจะเทียบเท่าคลาสจักรพรรดิได้

ราล์ฟเข้าใจเรื่องนี้ดีเพราะก่อนหน้านี้พวกเขาเคยมีประสบการณ์ในการปะทะกับมอนสเตอร์คลาสจักรพรรดิมาแล้ว ต่อให้รวมพลังจากเพลเยอร์นับแสนคนก็ยังยากจะทำให้มันบาดเจ็บหนักได้

“มีแผนอะไรดีๆ หรือเปล่าคะ” ซากุระถาม

“ไม่ใช่แผนที่ดีสักเท่าไหร่ พวกเราจะดึงความสนใจเอาไว้ให้”

“พวกเรา? พวกเราไหนวะ” อาคมสังหรณ์ได้ลางๆ ว่าจะต้องมีเรื่องซวยกับตนเองแน่

“ฉันกับนายไง ฉันจะยอมเสียสละหยุดการเคลื่อนไหวของจ้าวสมุทรหนึ่งตัวไว้ให้ ส่วนนายรับไปสองตัว”

“โคตรยุติธรรม”

“ฉันเป็นนักบวชผู้อารีเชียวนะ”

สองหนุ่มหยอกล้อกันเล่นตามประสาเพื่อนทำให้บรรยากาศที่เคยหนักอึ้งผ่อนคลายลง ทุกคนเริ่มคุ้นชินกับนิสัยของอาคมที่เป็นซิสค่อนหวงน้องสาวเป็นอย่างดี และยังรู้ด้วยว่าราล์ฟกับอาคมนั้นไม่ถูกกันต่อให้อยู่กิลด์เดียวกันก็ตาม ถึงกระนั้นทั้งสองคนก็ดูสนิทเหมือนต่างฝ่ายต่างก็ยอมรับในตัวตนซึ่งกันและกันเป็นอย่างดี

ก่อนที่ทั้งคู่จะออกไปข้างนอกเดฟอนก็ได้โยนแว่นตากันน้ำมาให้ จากประสบการณ์ก่อนหน้านี้จึงได้รู้ว่าแม้จะหายใจใต้น้ำและมองเห็นภายในน้ำได้ชัดเจนขึ้นแต่การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วมีผลกระทบต่อดวงตามาก แว่นตากันน้ำนี้จะช่วยปกป้องดวงตาได้

ราล์ฟกับอาคมพุ่งออกจากจุดปล่อยตัวลอยอยู่ภายในน้ำที่มีแรงกดดันอย่างหนัก ร่างกายของพวกเขารู้สึกได้ถึงแรงบีบอัดที่รุนแรงหากไม่ใช่เพราะทักษะเสริมพลังกายที่ได้มาจากการฝึกฝนหลักสูตรนรกก็คงถูกบีบอัดจนขยับตัวไปไหนมาไหนไม่ได้ ทั้งสองใช้ดาบคลื่นพลังโจมตีจากระยะไกลแต่พวกมันได้รับดาเมจเพียงแค่ 10 หน่วยเท่านั้น และเมื่อจ้าวสมุทรถูกรบกวนพวกมันจึงเปลี่ยนเส้นทางเข้ามาโจมตีพวกเขาทั้งสองคนทันที โชคยังดีที่ระบบในเกมนี้ออกแบบให้พวกมันวิวัฒนาการตามสภาพแวดล้อม พวกมันไม่มีดวงตาแต่กลับจับตำแหน่งได้ของพวกเขาได้

“อย่าไปติดในซอกฟันของมันเข้าล่ะ”

“เป็นห่วงหรือยังไง”

“ฉันภาวนาให้มันกลืนแกลงท้องไปเลยต่างหาก”

“แล้วไม่กลัวว่าจะต้องรับภาระเพิ่มอีกตัวหรือยังไง”

“อย่างน้อยก็ได้เป็นพยานเห็นแกตายอนาถ สะใจกว่าเยอะ”

ราล์ฟหัวเราะขบขันจากนั้นจึงใช้ทักษะสนับสนุนร่ายใส่อาคมและตนเองตามลำดับโดยถือครองอาร์ติแฟค บุ๊กเลต เอาไว้ด้วยเนื่องจากมันช่วยให้เขาสามารถใช้เวทมนตร์เดิมซ้ำได้หนึ่งครั้งโดยไม่ต้องรอดีเลย์

จ้าวสมุทรนั้นมีลักษณะเหมือนปลาแลนเซต มีลำตัวที่ยาวเกือบสองร้อยเมตร ครีบบนหลังของมันก็แผ่ยาวดูน่าเกรงขาม และเพราะมันไม่ได้ใช้ดวงตาในการรับรู้จึงมีวิสัยทัศน์ที่กว้าง รับรู้ได้รอบทิศทางทำให้การลอบจู่โจมเป็นไปได้ยาก

ราล์ฟกระตุ้นความสนใจมันด้วยทักษะดีบัฟของนักบวช ลดความเร็วในการเคลื่อนที่ของมอนสเตอร์ลง จากนั้นจึงใช้พลังจิตพาตนเองหนีออกไปจากที่นั่น แต่ความเร็วในการเคลื่อนที่ของเขาต่ำกว่าจ้าวสมุทรมากโขมันเพียงแค่พุ่งตัวเพียงครั้งเดียวก็ไล่ตามราล์ฟที่มีความเร็วสูงสุดเป็นอันดับต้นๆ ในเกมนี้ได้ ทว่ามันก็ยังเป็นเพียงแค่มอนสเตอร์ที่อ่านทางออกได้ง่ายทันทีที่มันเข้ามาถึงราล์ฟก็จะเทเลพ็อตตัวเองหลบไปอยู่ตำแหน่งอื่นและโจมตีเรียกความสนใจอีกครั้ง หากสังเกตให้ดีจะพบว่าจ้าวสมุทรตัวนั้นกำลังถูกลากออกนอกเส้นทางไปเรื่อยๆ

วิธีนี้ค่อนข้างปลอดภัยกว่ามาก ขอเพียงดึงความสนใจเอาไว้ได้นานพอจะเปิดทางให้ยานเลวีอาธานผ่านทางเข้าสู่อาณาจักรเงือกได้สำเร็จพวกเขาก็จะได้โอกาสถอนตัว

“ไอ้แมวผีนั่นใช้วิธีแบบนี้เองสินะ” อาคมชำเลืองมองขณะที่ยกดาบภูตมายาสองเล่มต้านฟันหน้าที่แหลมคมเอาไว้ เขาพยายามกางปีกเพื่อต้านแรงหวังจะลดความเร็วแต่มันก็ไม่เป็นผล จนเมื่อชนเข้ากับกำแพงจึงใช้ร่างกายยันมันเอาไว้ได้ในที่สุด

       ด้วยระดับพลังของคลาสอัศวินจึงมีความแตกต่างกันอยู่เพียงเล็กน้อย อาคมยังไม่พลาดแต่พลังชีวิตของเขาก็ลดไปเกือบ 10% จากการกระแทกเพียงครั้งเดียว หากไม่ใช่เพราะเขามีทักษะเสริมกำลังที่เพิ่มพลังป้องกันได้เกรงว่าพลังชีวิตอาจจะต้องลดลงมากกว่านี้ จ้าวสมุทรอีกหนึ่งตัวเข้าจู่โจมจากด้านล่าง ฟันของมันขูดเข้ากับกำแพงดินทำให้จุดยืนของอาคมไม่มั่นคงจนต้องใช้แรงผลักจ้าวสมุทรเพื่อเปลี่ยนทิศทางให้มันชนกันเอง นี่แสดงให้เห็นแล้วว่าอาคมโดดเด่นในด้านพละกำลังแค่ไหน

       อาคมใช้ก้าวพริบตาทะยานสลับซ้ายขวาก่อกวนไม่ให้จ้าวสมุทรจับทิศทางได้จากนั้นจึงแทงดาบลงไปบนหัวของมัน โชคร้ายมากที่มันมีเนื้อหนังที่หนาดาบจึงจมลงไปได้เพียงแค่หนึ่งฟุต มันสะบัดหน้าและร้องคำรามออกมาส่งผลให้เกิดเป็นคลื่นใต้น้ำอัดกระแทก อาคมจึงกดใช้ยาฟื้นฟูเลือดที่อารินทำให้ทันทีเพื่อรักษาชีวิตของตนเอง

       ชายหนุ่มไม่นิ่งเฉยเปิดช่องว่างขยับปีกบินทะยานขึ้นไปข้างบน เสกดาบภูตมายาออกมานับสิบให้หันคมดาบไปทางจ้าวสมุทร เมื่อเขาตวัดดาบลง ดาบภูตมายาพวกนั้นก็พุ่งเข้าโจมตีใส่แต่มันกลับสะบัดหางตีคลื่นวงน้ำปัดอาวุธของเขาออกไปจนหมด อาคมรู้อยู่แล้วว่ามันไม่ง่ายจึงไม่เสียใจกับมันเพราะเป้าหมายของเขาถือว่าสำเร็จเป็นที่เรียบร้อย

       นั่นคือการดึงความสนใจและล่อพวกมันให้ออกห่างจากปากถ้ำ

       ซากุระเห็นโอกาสดังนั้นจึงรีบออกคำสั่งให้เดินเครื่อง ทุกคนในห้องควบคุมอยู่ในสภาพการตื่นตัวพวกเขาเปิดใช้งานระบบขับเคลื่อนกำลังสูงทำให้ยานเลวีอาธานขับเคลื่อนด้วยความเร็วที่เกือบจะเทียบเท่ากับความเร็วของเจ้าสมุทร แต่การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วก็ทำให้คนที่อยู่ข้างในต้องหาที่จับยึด แม้มันจะเสี่ยงอันตรายไปบ้างแต่เธอไม่มีทางเลือกเพราะยิ่งอยู่นานก็จะทำให้สองคนที่สู้อยู่นั้นลำบาก

       อาคมประเมินพลาดไปตรงที่เขารับมือกับจ้าวสมุทรถึงสองตัว และตอนนี้มีหนึ่งตัวที่รับรู้ได้ว่ามีสิ่งแปลกปลอมกำลังผ่านเข้าไปในถ้ำทำให้มันหันไปโจมตีใส่ ความเร็วของเขาก็ไม่อาจไล่ตามได้ทัน

       โธ่เว้ย ถึงจะรู้ตัวว่าตามไม่ทันแต่อาคมไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ เข้ายังคงเร่งความเร็วไล่ตามมันไปแต่ถูกทิ้งห่างอย่างรวดเร็ว

       ตอนนั้นเองที่ดวงตาของอาคมพลันหรี่ลงเมื่อเห็นว่ามีเงาที่พุ่งแซงผ่านเขาไปด้วยความเร็วสูง

       เป็นราล์ฟที่โผล่มาจากไหนไม่ทราบ เขาแซงผ่านไปด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเจ้าสมุทรและไปดักอยู่ข้างหน้า มือทั้งสองข้างนั้นมีเส้นแสงของพลังจิตอยู่ด้วย เมื่อเขาหันกลับมาก็ประสานมือถักเส้นทางพวกนั้นให้เป็นหนึ่งเดียวโดยไม่กลัวว่ากำลังจะถูกกิน

       สติ๊กกี้กัมม์!

       ราล์ฟถูกกินไปทั้งแต่ขณะเดียวกันจ้าวสมุทรก็ถูกเกี่ยวเอาไว้ด้วยพลังจิตสุดเหนียว มันมีแรงดึงที่ทำให้ทิศทางของมันเบนขึ้นและหมุนย้อนกลับไปทางกำแพง เมื่อมันพยายามจะอ้าปากคายมันออกกลับกลายเป็นว่ามีสายพลังจิตยึดจับปากของมันให้ประกบติดกัน

       ด้านหลังของอาคมปรากฏร่างของนักบวชแมวเหมียวที่สมควรจะถูกกินไปแล้วยืนมองดูผลลัพธ์ที่เกิดจากการตัดสินใจของเขาเอง

       “แกจัดการกับอีกตัวเสร็จแล้วสินะ”

       “ถึงจะฆ่าไม่ได้แต่ฉันถ่วงเวลาเอาไว้แล้ว เพราะงั้นฉันเลยรู้ยังไงล่ะว่าเจ้านี่ใช้ได้ผล”

       อย่างที่ทราบกันดีว่าเป้าหมายของพวกเขาคือการถ่วงเวลาเอาไว้จนกว่ายานเลวีอาธานจะผ่านไปได้อย่างปลอดภัย จึงไม่จำเป็นจะต้องต่อสู้เพื่อเอาชนะ ในเมื่อรู้ดีว่าพวกเขายังมีความสามารถไม่เพียงพอก็ไม่มีประโยชน์ที่จะดื้อสู้กับมัน

       สติ๊กกี้กัมม์ใช้ถ่วงเวลาได้ไม่นาน จ้าวสมุทรใช้ความพยายามอีกเล็กน้อยก็คายมันออกมาได้ในที่สุด ราล์ฟชำเลืองสายหตามองไปด้านหลังเห็นยานเลวีอาธานผ่านเข้าปากถ้ำไปแล้วก็ผ่อนคลายลงหันกลับมามองทางฝั่งของจ้าวสมุทรที่เข้ามาจู่โจม ราล์ฟและอาคมจึงใช้ก้าวพริบตาแยกกันหนีไปคนละทาง ทั้งสองคนหันกลับมาโจมตีด้วยดาบคลื่นพลังราวกับรู้ใจสกัดทางหนีเอาไว้ ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่และมีลำตัวที่ยาวจึงยากที่จะหลบพ้น

       เนื่องจากว่าพวกซากุระพึ่งจะผ่านเข้าไปได้ไม่นานจึงยังคงมีความเสี่ยงอยู่ที่จะถูกไล่ตาม จึงตัดสินใจจะถ่วงเวลาเพิ่มอีกสิบนาทีเพื่อให้มั่นใจว่าพวกนั้นจะเดินทางไปได้ไกลพอจะเรียกว่าปลอดภัย

       “จะซับพอร์ตให้ สู้ไปเลย”

       “ฉันเกลียดแก ไอ้แมวผี”

       ถึงจะบ่นอุบไม่พอใจแต่อาคมก็ยังทะยานไปขวางทางจ้าวสมุทรไว้ ราล์ฟรู้จักนิสัยของอาคมเป็นอย่างดีทำให้การสนับสนุนของเขามีประสิทธิภาพมากเป็นพิเศษ นอกจากนี้อาคมก็ยังมีไหวพริบในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เป็นเลิศจึงไม่ต้องสื่อสารกันมากความ

       ชุดเกราะมารในตำนานถูกสวมใส่เต็มยศ แรงกดดันของอาคมเพิ่มสูงขึ้นมากพอจะข่มต้านแรงกดดันของจ้าวสมุทรได้ มีเซเวอร์รูส ไนต์สองตัวพุ่งแซงผ่านไปไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นฝีมือของใคร ดูเหมือนการที่เกมสร้างเจ้าสิ่งนี้ขึ้นมาจะเป็นการเสริมเขี้ยวเล็บให้ราล์ฟมากยิ่งขึ้น พวกมันเคลื่อนไหวราวกับมีความคิดเป็นของตัวเอง รู้จังหวะการเข้าและสอดประสานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยเหลือสนับสนุนอาคมได้เป็นอย่างดีเยี่ยมจนรู้สึกว่าเหมือนมีคนที่รู้ใจได้เพิ่มขึ้นมาอีกสองคน

       ราล์ฟรู้สาเหตุที่พลังโจมตีของอาคมอ่อนแอลง มันเป็นเพราะสถานที่คือใต้น้ำที่มีแรงต้านสูง การที่ยังสามารถสร้างรอยแผลได้ลึกหนึ่งฟุตก็ถือว่าพยายามได้เต็มที่แล้ว หากเปลี่ยนสถานที่เป็นบนฟ้าหรือบนพื้นดินปกติแล้วล่ะก็ฝีมือระดับอาคมก็เพียงพอแล้วที่จะจัดการกับมอนสเตอร์คลาสอัศวินสองตัวได้พร้อมกัน

       การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป ราล์ฟมองเห็นการเคลื่อนไหวจากจุดไกลลิบจึงรู้ว่าจ้าวสมุทรตัวที่เขาล่อมันออกไปนั้นสลัดหลุดจากสติ๊กกี้กัมม์ของเขาเป็นที่เรียบร้อยและมุ่งหน้ากลับมาที่รังของมัน ถ้ามันเป็นเพียงแค่สองตัวก็ยังพอจะรับมือไหวแต่ถ้ามีสามตัวพวกเขาคงลำบากแน่

       แม้จะไม่พูดออกมาแต่สายตาของอาคมบ่งบอกถึงความลังเลและต้องการคำแนะนำ ถึงอาคมจะไม่หวาดกลัวความตายแต่จะเกิดอะไรขึ้นหากพวกเขาทำพลาดและพวกมันไล่ตามยานเลวีอาธานได้ทัน อารินที่อยู่ที่นั่นอาจจะต้องเผชิญหน้ากับเคราะห์ร้ายก็ได้ ราล์ฟยังคงใจเย็นไตร่ตรองสิ่งที่มีกับสภาพแวดล้อมเพื่อหาทางออกที่เหมาะสม

       “นายคิดมากไปแล้ว พวกมันไม่ได้มีสติปัญญาขนาดนั้น”

       “ท่าทางมั่นใจน่าดู”

       “ที่มันพุ่งเข้าใส่ยานเพราะคิดว่าเป็นเหยื่อ ใช้ออร่าของนายดึงความสนใจมาก็พอ”

       พอได้ยินดังนั้นอาคมก็สลัดความวิตกกังวลออกไปจนหมด ปลุกเร้าออร่าแห่งความมืดขึ้นมาเพื่อกระตุ้นท้าทายศัตรู หากเป็นพวกระดับต่ำพอได้สัมผัสกับออร่าของเขาก็มักจะวิ่งหนีไปให้ไกลที่สุดไม่ก็มาศิโรราบต่อหน้าของเขา และด้วยคลาสของเจ้าสมุทรคืออัศวินจึงรู้สึกเหมือนกับว่าการกระทำของอาคมเป็นการท้าทาย

       ต่อให้ถูกรุมสามตัว แทนที่จะบอกว่าเสียเปรียบกลายเป็นว่าพวกเขาได้เปรียบกว่ามาก หากในกรณีพวกมันมีขนาดตัวไม่ใหญ่กว่าพวกเขามากนักก็คงเป็นสถานการณ์ที่เลวร้าย ทว่าการที่พวกมันตัวใหญ่พื้นที่ในการต่อสู้ของพวกมันจึงถูกจำกัดเอาไว้ เหมือนกับการถือหอกต่อสู้ในที่แคบ วิธีของราล์ฟนั้นง่ายดายมาก ตราบใดก็ตามที่พวกมันไม่สามารถคิดเองได้เขาก็มีวิธีรับมือ ก่อนอื่นเขาเลือกเป้าหมายหนึ่งตัวโดยการโจมตีเพื่อให้มันเปลี่ยนมาไล่ล่าเขา จากนั้นจึงโจมตีใส่อีกตัวเพื่อให้มันเปลี่ยนทิศทางมาทางตนเอง ด้วยปัจจัยหลายอย่างทำให้มันพุ่งชนกันเอง

       ราล์ฟมีสารพัดวิธีที่จะเอาชนะพวกมันไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความเร็ว การลดความเร็ว การใช้โซลเชนในการตรึงให้อยู่กับที่ชั่วคราว ทั้งยังให้อาคมและเซเวอร์รูส ไนต์ช่วยโจมตีสร้างความเสียหาย นอกจากนี้ยังใช้ดวงตาแห่งฮฮรัสช่วยมองเพื่อควบคุมในจุดบอดที่ตนเองมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ท้ายที่สุดเจ้าสมุทรทั้งสามตัวกลายเป็นเหมือนลูกบอลกลมที่เคลื่อนไหวไม่ได้เนื่องจากตัวของพวกมันติดกันเหมือนผูกเงื่อนและยากจะแก้ออกได้

       “หมดสภาพจ้าวสมุทรที่แสนน่ากลัว” อาคมพูดไม่ออกใครจะไปคิดล่ะว่ามีวิธีแบบนี้อยู่ด้วย และต่อให้มีโอกาสที่จะสำเร็จแทบจะเป็นไปไม่ได้สักนิดเดียว “เอายังไงกับไอ้เจ้าปลาสามหัวนี่ต่อดีล่ะ”

       “สนใจเก็บเลเวลสักหน่อยไหมล่ะ จ้าวสมุทรคลาสอัศวินคงให้ค่าประสบการณ์ไม่น้อย”

 

       อีกด้านหนึ่งยานเลวีอาธานที่ผ่านเข้าปากถ้ำมาได้ก็สั่งให้ลดความเร็วลงเพื่อความปลอดภัย โพรงถ้ำนี้มีขนาดใหญ่ทำให้พวกเขาทุกคนรู้สึกได้ว่าตนเองเป็นเพียงแค่สิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ภาพจากการส่งคลื่นโซน่าไม่พบว่ามีสิ่งผิดปกติ แต่พบทางแยกหลายทางที่ต้องให้ซากุระตัดสินใจเลือกมัน หากเป็นคนอื่นก็คงรู้สึกมืดแปดด้านและอาจจะต้องเดาสุ่มเส้นทาง

แต่ไม่ใช่กับซากุระ

ก่อนหน้าที่มีการตัดสินใจว่าจะเดินทางมาอาณาจักรเงือกเธอพยายามหาข้อมูลทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ รวบรวมเบาะแสของมันจนได้รับทราบเกี่ยวกับตำนานที่ถูกเล่าสืบต่อกันมาแต่ก็ไม่ได้ข้อมูลอะไรมากมายนัก ทว่าตอนอยู่ที่เกาะเงือกพเนจรเธอได้คุยกับแม่เฒ่าที่เป็นมนุษย์เงือกสายพันธุ์โลมาที่รับหน้าที่ในการสืบทอดประวัติศาสตร์ยาวนานของอาณาจักรเงือก หลังปลดเงื่อนไขสำเร็จเธอก็ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางสู่อาณาจักรเงือก มันมีบอกเกี่ยวกับเส้นทางวงกตนี่ด้วย

“ช่วยมองหาสัญลักษณ์อักษรคำคำนี้หน่อยนะคะ” ซากุระเดินไปที่บอร์ดด้านหลังและขีดเขียนตัวอักษรแปลกๆ ที่จำได้ลงไป

“อ๊ะ! คำนี้ที่แปลว่า เส้นทาง ของอักษรเผ่าเงือกนี่คะ” อารินนึกได้ทันทีที่เห็นตัวอักษร ถึงมันจะไม่เหมือนอักษรจริงๆ แต่ก็มีความคล้ายอยู่หลายส่วน “พี่ไซเรนเคยสอนคำอ่านภาษาเงือกให้อารินด้วยค่ะ”

“แต่พวกเราจะหาอักษรนั่นเจอได้ยังไง ข้างนอกนั่นก็รับประกันไม่ได้ซะด้วยว่าจะปลอดภัย”

“ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะเรามีคุณเดฟอน” ซากุระผายมือไปทางนักประดิษฐ์ประจำกิลด์แพนโดร่า เขาดูจะตกใจที่อยู่ๆ กลายเป็นเป้าสายตาของทุกคน “คุณเดฟอนคะรบกวนช่วยปล่อยโดรนสำรวจด้วยค่ะ”

“อ๋อ แบบนี้นี่เองสินะถ้างั้นพวกนายทุกคนเคยเล่นเครื่องบังคับวิทยุกันไหม วิธีควบคุมก็คล้ายแบบนั้นแหละ”

เดฟอนนำตัวควบคุมออกมาแจกจ่ายให้ทุกคน เขามีมันทั้งสิ้นแปดตัวหลังจากที่ปล่อยโดรนสำรวจออกไปแล้วภาพจากกล้องทั้งแปดตัวก็ฉายขึ้นบนจอภาพ เป็นเทคโนโลยีที่น่าทึ่งจนเด็กตกปลาอดชื่นชมไม่ได้เนื่องจากเขาเป็นคนหนึ่งที่รู้ว่าเดฟอนได้รับมรดกของเผ่าจักรกลมา ซึ่งที่นั่นมีเทคโนโลยีระดับสูงอยู่อีกเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้แล้วซากุระยังขอยืมความสามารถของอารินในการมองหาสัญลักษณ์ เพราะทุกคนนั้นพึ่งจะเคยเห็นมันเป็นครั้งแรกอย่างน้อยจึงต้องมีการหันไปมองดูตัวอักษรอยู่หลายครั้งเพื่อกันลืม แต่คนเดียวที่ซากุระให้ความหวังในครั้งนี้คืออาริน ด้วยเหตุผลบางประการซึ่งเกิดจากคำขอร้องของราล์ฟไม่ให้เปิดเผยความสามารถของอาริน ในขณะที่คนอื่นอาจจะมองข้ามจุดเล็กน้อยอารินกลับมีความทรงจำที่เหมือนกับรูปภาพทำให้สามารถวิเคราะห์มันในภายหลังได้

หลังจากที่ปล่อยโดรนออกไปสำรวจได้เกือบยี่สิบนาที อารินก็เริ่มมีปฏิกิริยาเธอเดินออกไปข้างหน้าและชี้ไปที่จอของโดรนสำรวจตัวหนึ่ง

“ที่เป็นรอยหลุมตรงนั้นคล้ายกับอักษรเส้นทางเลยค่ะ”

“โอ้ ที่เราหากันแทบตายแต่หาไม่เจอเป็นเพราะมันถูกตะไคร่ขึ้นเกาะนี่เอง” เดฟอนอธิบาย เขาแย่งชิงสิทธิ์ในการควบคุมของคนอื่นและให้มันถ่ายภาพหลายๆ มุมเพื่อนำมาวิเคราะห์ และด้วยการเทียบเคียงอักษรของผู้ช่วยอัจฉริยะเซเว่น พบว่ามันมีความใกล้เคียงกับอักษรที่ซากุระเขียนถึง 88%

ซากุระทราบดังนั้นจึงให้เรียกโดรนสำรวจกลับมา และให้เด็กตกปลานำยานไปยังเส้นทางดังกล่าว มันเป็นเส้นทางที่คดเคี้ยวและเมื่อพวกเขามาถึงทางตันก็พบว่ามันมีหลุมลึกขนาดใหญ่คล้ายกับสะดือโลก แทบทุกคนนั้นหวาดกลัวความลึกลับที่ซ่อนอยู่ในความมืดแต่ก็ไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องดำดิ่งลงไป

พวกเขาเดินทางลงมาได้ลึกมากถ้านับเวลาลงมาก็เกือบครึ่งชั่วโมงได้แล้ว จนเมื่อลงมาได้ระดับหนึ่งทุกคนรู้สึกเหมือนกับว่าได้ผ่านม่านบางอย่างเข้ามา ตอนแรกเกือบจะพาลคิดไปเองแต่พอทุกคนบอกอาการตรงกันบวกกับที่ลาเวนเดอร์เด็กสาวที่อยู่กลุ่มไรอันบอกให้ทุกคนดูสิ่งที่อยู่ข้างล่าง พวกเขาพบกับแสงสว่างที่ปลายทางสุดท้ายซึ่งมันเหมือนกับว่าพวกเขาหลุดมาอยู่ในโลกอีกใบหนึ่ง

และเมื่อออกมานอกปากถ้ำได้สิ่งที่พวกเขาพบก็คือท้องทะเลที่ใสกระจ่าง มีฝูงปลาเล็กปลาน้อยว่ายอยู่กันเป็นฝูงใหญ่ สภาพแวดล้อมมีพืชพรรณที่ดูแปลกตาเหมือนกับอยู่ในโลกของแฟนตาซี

“พวกเรามาถึงแล้วล่ะค่ะ อาณาจักรเงือก”

คำประกาศของซากุระทำให้ทุกคนในยานโห่ร้องด้วยความดีใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 602 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #14353 sonaa (จากตอนที่ 389)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 13:44

    ตอนต่อไปออกให้หน่อยยยยยย


    #14353
    0
  2. #14349 asern12344 (@asern12344) (จากตอนที่ 389)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 20:02

    พึ่งสังเกตเห็นว่าตัวอักษรของ-บในเล่ม1-7สะกดเป็นคำว่า pandora

    #14349
    0
  3. #14345 Kate Jee'z (@ket5768) (จากตอนที่ 389)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 16:40
    แอดมาลงบ่อยๆหน่อยนะครับ
    #14345
    0
  4. #14344 bigynew (@bigynew) (จากตอนที่ 389)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 20:34
    รอตั้งนาน มาถึงเสียที จะได้ช่วยไซเรนแล้ว
    #14344
    0
  5. #14343 ไอ้บ้่า 500 (@zero2piece) (จากตอนที่ 389)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 22:09
    รอซื้อรวมเล่ม
    #14343
    0
  6. #14342 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 389)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 00:56

    กว่าจะมาถึงได้ อิ อิ

    #14342
    0
  7. #14340 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 389)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 17:33
    ขอบคุณครับ
    #14340
    0
  8. #14338 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 389)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 09:23

    อยากรู้ว่าจะจัดการญาติของอาคมยังไง

    #14338
    0
  9. #14337 Winzex (@pleum254) (จากตอนที่ 389)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 22:33
    ชอบเรื่องนอกเกม ม้ากมากก ออกมาบ่อยๆนะเจน อย่าเหมือนบางเกมที่เข้าไปเป็น10ปีแล้ว ออกมาผ่านไป2ชั่วโมงนะตัว
    #14337
    4
    • #14337-3 differ21 (@differ21) (จากตอนที่ 389)
      28 พฤษภาคม 2561 / 20:14
      +1 ด้วยคน555555
      #14337-3
    • #14337-4 Mon tree (@treedk) (จากตอนที่ 389)
      29 พฤษภาคม 2561 / 09:58
      คือบางเรื่องเขาวางตัวเอกเก่งแต่ในเกมไง นอกเกมเป็นเป็นคนธรรมดามันจึงไม่มีเรื่องข้างนอกให้เดินเรื่อง
      #14337-4
  10. #14336 Razel (@kittipat159) (จากตอนที่ 389)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 22:24
    อาคมท้าแข่งหมากเก็บ -0-
    //เสี่ยภพมาแล้ว
    ปล.ที่เห็นทำได้ทุกอย่าง แต่มี2อย่างที่ทำไม่ได้ คือ ว่ายน้ำกับจีบสาว 55555
    #14336
    0
  11. #14335 Saruya_Sun (@sironeko1) (จากตอนที่ 389)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 20:33
    อื้อหืออออ5555555555555555
    #14335
    0
  12. #14334 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 389)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 14:27

    เข้าสังคมบ้างก็ดีนะ อิ อิ

    #14334
    0
  13. #14333 Sirayu Manachot (@3468) (จากตอนที่ 389)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 13:56

    เสี่ยภพผู้ทำได้ทุกอย่าง เว้นจากจีบสาว จุดอ่อนถึงตายของมนุษย์ตรรกะนิยม

    #14333
    0
  14. #14332 นักอ่านในเงา (@batamana) (จากตอนที่ 389)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 11:53

    เสี่ยมาเองง ง ง งงง~~~

    #14332
    0
  15. #14331 Dark in Heart (@bugsbunne) (จากตอนที่ 389)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 11:06
    เสี่ยภพครับ
    #14331
    0
  16. #14330 Pavonrat_ (@Pavonrat_) (จากตอนที่ 389)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 09:27
    ขอบคุณค้าบ
    #14330
    0
  17. #14329 Pompam Makionna (@suppamas) (จากตอนที่ 389)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 09:02
    เย้พี่มาแล้ววววววว
    #14329
    0