[Legend Online] เปิดตำนาน ป่วนออนไลน์

  • 88% Rating

  • 99 Vote(s)

  • 1,473,887 Views

  • 14,490 Comments

  • 9,084 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,158

    Overall
    1,473,887

ตอนที่ 388 : บทที่ 42 สลักลาย (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5188
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 396 ครั้ง
    5 พ.ค. 61

บทที่ 42 สลักลาย

 



       สิ่งที่ทำให้ระบบเกมเลเจ้นด์ออนไลน์เหนือกว่าเกมอื่นๆ คือเนื้อเรื่องที่เป็นอิสระ ในขณะที่เกมอื่นล็อกเนื้อเรื่องเอาไว้ให้เพลเยอร์ดำเนินเนื้อเรื่องไปตามแนวทางนั้น เลเจ้นด์ออนไลน์ได้สร้างระบบอัลกอริทึมคำนวณเหตุการณ์เอาไว้นับล้านๆ แบบ ส่งผลให้ตัวละคร NPC แทบจะทั้งหมดนั้นมีความเป็นอิสระทางความคิดจนเหมือนกับมนุษย์ ดังนั้นวิถีการจบเควสต์แต่ละอย่างจะไม่ได้มีข้อกำหนดหรือเงื่อนไขเบื้องต้นที่ตายตัว เพลเยอร์สามารถเลือกฉากจบที่คิดว่าดีที่สุดให้ตนเองได้

       สถานที่ลึกลับแห่งหนึ่งเป็นโพรงถ้ำขนาดเล็กที่กว้างประมาณห้องประชุม พื้นเป็นหินโสโครกเต็มไปด้วยโคลนเฉอะแฉะ ลังไม้บรรจุไปด้วยสรรพาวุธจำพวกหอกที่ทำจากกระดูกและพืชน้ำบางชนิดที่พอจะนำมาใช้ทำเป็นอาวุธได้

       คนกลุ่มหนึ่งที่นั่งเผชิญหน้ากันล้วนมีใบหน้ามืดทะมึน ร่างกายของพวกเขานั้นมีลักษณะของคนครึ่งปลาที่เห็นได้ชัดมาก ทั้งเคราที่เป็นหนวดปลาหมึกยาวขยับไปมาได้แต่กลับมีโครงหน้าเป็นมนุษย์ บางคนก็มีพังพืดที่ง่ามนิ้ว พวกเขาทั้งหมดคือมนุษย์เงือกจากอาณาจักรเงือกที่ไม่อาจทนต่อการปกครองของราชาองค์ใหม่อย่างเนรอสได้อีกต่อไป การร่วมตัวกันเพื่อก่อกบฏจึงได้เกิดขึ้นภายใต้การสนับสนุนของแม่ทัพที่ไม่ยอมรับในตัวของราชาองค์ใหม่

       ปัจจุบันนี้ความวุ่นวายภายในอาณาจักรเงือกเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ วัน ในฐานะของชาวเมืองที่ต้องพบเจอกับเหตุการณ์การที่ถูกบังคับให้ต้องมอบบทลงโทษแก่อดีตองค์หญิงลำดับที่หนึ่งซึ่งเคยถูกเนรเทศเพราะกระทำความผิดจนทำให้อาณาจักรเกือบจะต้องล่มสลาย ในครานั้นพวกเขาทุกคนต่างก่นด่าสาปแช่งองค์หญิงและเรียกร้องบทลงโทษที่รุนแรงที่สุด ทว่าในวันนี้ความจริงได้ถูกเปิดเผยขึ้นหลังการปกครองของเนรอส ทั้งหมดที่ผ่านมาล้วนเป็นแผนการของเขาที่ต้องการขับไล่ตัวตนที่มีอำนาจเหนือกว่าตนเองออกไปให้พ้นทาง ใช้ความรักของพี่ที่มีให้กับน้องทำให้เธอต้องรับโทษแทนความผิดที่ไม่ได้เป็นคนก่อ อาจพูดได้ว่านี่เป็นบทลงโทษจากการที่ตัดสินเพียงผิวเผิน

       เป้าหมายต่อไปของเนรอสคือการทำพิธีกรรมบูชายัญเพื่อส่งมอบความสามารถและพรสวรรค์ของคนคนหนึ่งถ่ายทอดให้กับอีกคนหนึ่ง ชายคนนั้นมุ่งหวังเพียงอำนาจที่เหนือทุกสรรพสิ่งและสามารถควบคุมจ้าวสมุทรได้เพียงเอ่ยปาก หากมีสองอย่างนี้ทั่วทั้งทะเลจะกลายเป็นอาณาเขตที่เนรอสมีอำนาจเต็มที่ในการปกครอง วันเวลานั้นใกล้เข้ามามากขึ้นทุกขณะจึงทำให้กลุ่มต่อต้านต้องเริ่มเคลื่อนไหว

       “นี่เป็นภาพร่างสถานที่ที่จะใช้เพื่อประกอบพิธีกรรม” มนุษย์เงือกที่สวมกระดองเต่าไว้กลางหลังเอ่ยขึ้น เขาดูมีอายุเท่าคุณปู่แล้วแต่ร่างกายยังคงกำยำเหมือนชายฉกรรจ์ ซ้ำยังดูมีภูมิความรู้เหนือกว่าทุกคนในที่นี้ “มีทหารที่ขึ้นตรงกับราชาบ้าอำนาจนั่นนับหมื่นคนถือเป็นจำนวนที่เยอะมากและพวกนั้นย่อมแข็งแกร่งกว่าพวกเราที่เป็นเพียงแค่ชาวบ้านธรรมดา ความแข็งแกร่งของพวกเราเท่าที่ข้าลองประเมินดูแล้วสูงสุดก็คงอยู่ในกลุ่มทหารเลว แบบนี้มีหวังถูกจัดการกันจนหมดแน่ แต่โชคดีที่พวกเรายังมีจำนวนผู้ต่อต้านในจำนวนที่ใกล้เคียงกันอยู่”

       “ข้าได้ให้คนแอบลอบขุดอุโมงค์ใต้ดินเพื่อใช้เป็นเส้นทางหลบหนีเอาไว้แล้ว ทันทีที่การชิงตัวองค์หญิงสำเร็จพวกเราจะทำลายทางเข้านั่นให้ถล่มลงมา จะมีคนพานางหลบหนีออกไปขอเพียงให้นางหนีกลับขึ้นสู่พื้นดินได้ความหวังของเนรอสนั่นก็ไม่มีวันเป็นจริงอีก”

       “แล้วเรื่องคำสาปล่ะ?”

       ตั้งแต่ที่ถูกพาตัวมาที่อาณาจักรเงือก มันก็เปรียบได้ดั่งกับคุกที่ไร้ทางออก ต่อให้ยอมปลดโซ่ตรวนและอนุญาตให้หนีไปเมื่อใดก็ได้ตามที่ต้องการก็ไม่มีทางทำได้ ทะเลนั้นจะเป็นดั่งกรดที่กัดกร่อนร่างกายจนปวดแสบปวดร้อนและความทรมานจะยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นจนอาจจะถึงขั้นเสียชีวิตเลยก็ได้

       เจ้าหญิงนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากเนรอสปล่อยให้คลาดสายตาเธอจะต้องเลือกทางฆ่าตัวตายอย่างแน่นอน

       พวกเขายอมรับว่าคิดตื้นเกินไป แผนการของพวกเขามีเพียงแค่ชิงตัวเจ้าหญิงลำดับที่หนึ่งเพื่อขัดขวางแผนการของเนรอสเท่านั้น ปัญหาเพียงเรื่องเดียวที่พวกเขาลืมตระหนักถึงนั่นคือการที่เธอถูกมติของประชาชนชาวเงือกให้ถูกเนรเทศออกจากทะเล

       เธอไม่สามารถสัมผัสกับน้ำทะเลได้ตลอดชีวิต

       การจะออกจากอาณาจักรเงือกโดยไม่ให้สัมผัสกับน้ำทะเลเลยมันเป็นไปไม่ได้

       แต่ละคนต่างช่วยกันเสนอความคิดเพื่อที่จะได้พาเจ้าหญิงขึ้นไปอยู่บนพื้นดินโดยไม่ให้สัมผัสกับน้ำทะเล ไม่ว่าจะคิดด้วยวิธีไหนก็ไม่สามารถพาเธอขึ้นไปได้เนื่องจากผิวน้ำนั่นอยู่สูงเกินไป และเกาะที่ใกล้ที่สุดก็ยังอยู่ห่างไปไกลหลายพันไมล์

       ตอนนี้พวกเขาล้วนแล้วแต่สิ้นหวังเพราะสุดท้ายที่นี่ก็ไม่ต่างอะไรจากคุกที่ใช้ปิดทางหนีรอดของเจ้าหญิงไซเรน

       ทันใดนั้นเองทุกคนก็หันขวับเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าดัง ตุบ มนุษย์เผ่าแมวคนหนึ่งในชุดคลุมของนักบวชสีกรมท่าขอบสีทองปรากฏตัวขึ้นมาจากตำแหน่งที่เป็นทางตัน ราวกับเขาปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่า ดวงตาเบื้องหลังกรอบแว่นตาทรงสี่เหลี่ยมกวาดมองไปรอบๆ

       “ฉันพลาดเรื่องสำคัญไปหรือเปล่า” เด็กหนุ่มถามด้วยรอยยิ้มละไม

       วินาทีนั้นทุกคนอยู่ในสภาวะตื่นตัวอย่างขีดสุด การปรากฏตัวของคนนอกในสถานที่ที่เป็นความลับของพวกเขาบ่งบอกว่ามันไม่ปลอดภัยอีกต่อไป ชายผู้มีเคราเป็นหนวดปลาหมึกพุ่งพรวดเข้าไปเงื้อหอกจ้วงแทงใส่ในทันที ทว่าเด็กหนุ่มผู้มาใหม่ขยับตัวหลบยื่นมือขึ้นไปคว้าสร้อยคอกระชากและเหวี่ยงข้ามลงมากระแทกกับพื้น ด้วยความที่มันเป็นหินตะปุ่มตะป่ำจึงทำให้ได้รับบาดเจ็บพอตัว

       มันเป็นการเคลื่อนไหวในพริบตาเดียว ชายกระดองเต่าเห็นแบบนั้นก็ตาลุกวาวยกมือขึ้นห้ามไม่ให้ทุกคนลงมือ

       “อย่าวู่วาม พวกเจ้าสู้คนคนนี้ไม่ได้”

       “ดูเหมือนคุณจะเป็นคนที่มีอำนาจเต็มในการสั่งการที่นี่สินะ” เด็กหนุ่มเอ่ย ถอนตัวออกมาจากชายหนวดปลาหมึกเพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่มีความตั้งใจจะเป็นศัตรูกัน

       “ผู้มาเยือนเอ๋ย ไม่ทราบว่าเจ้าคือ?”

       “ชื่อของฉันคือราล์ฟ ยินดีที่ได้รู้จัก”

       “ราล์ฟงั้นรึ เป็นเจ้าเองสินะที่กำลังต่อต้านราชานั่นอยู่” ชายกระดองเต่าเผยรอยยิ้มราวกับว่าพบเจอคำตอบที่ต้องการแล้ว

       เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้มีเหตุการณ์ลึกลับที่ทำให้ทหารระดับแม่ทัพหลายคนหายสาบสูญไปสร้างความไม่พอใจต่อเนรอสอย่างมาก ถึงขนาดสบถชื่อของคนคนหนึ่งออกมากลางห้องโถงซึ่งมีแม่ทัพที่เป็นฝ่ายต่อต้านรวมอยู่ที่นั่นด้วย ข้อมูลนี้ถูกนำมาเปิดเผยให้กองกำลังกบฏทราบเพื่อที่จะได้รู้ว่าชายคนดังกล่าวนั้นเป็นมิตรสหายคนหนึ่งที่อาจจะสามารถช่วยอาณาจักรเงือกได้ แต่ไม่คิดเลยว่าจะได้พบกันเร็วขนาดนี้

       “ต่อต้าน?” ราล์ฟขมวดคิ้ว “ดูเหมือนพวกคุณจะเข้าใจอะไรผิดไป เนรอสไม่แม้แต่จะเป็นคู่มือของฉันด้วยซ้ำ ถ้าต้องสู้กันจริงๆ ฉันสามารถจบปัญหาตอนนี้เลยก็ยังได้”

       ราล์ฟไม่ได้กล่าวเกินความจริง ด้วยความสามารถที่มีอยู่ตอนนี้จะลอบไปให้ถึงตัวเนรอสทันทีเลยก็สามารถทำได้และจะฆ่าทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ที่ไม่ยอมทำและปล่อยให้เหตุการณ์บานปลายมาถึงขั้นนี้ทั้งหมดก็เพื่อไปให้ถึงฉากจบที่ดีที่สุด

       “ถ้าทำได้แบบนั้นเจ้าก็ควรทำตั้งแต่แรกไม่ใช่ปล่อยให้เรื่องมันวุ่นวายมาถึงขั้นนี้”

       เพียงได้ฟังสิ่งที่ชายคนนี้พูดออกมาราล์ฟก็อดสิ้นหวังกับผู้คนในอาณาจักรเงือกไม่ได้ ความทุกข์ทรมานที่พวกเขาได้รับมานั้นอาจเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งที่ไซเรนเคยได้รับทั้งที่เธอไม่ได้มีความผิดใดๆ เลย แต่ขณะนี้พวกเขากลับเรียกร้องหาความยุติธรรมและบอกว่าตนเองเป็นเพียงผู้เสียหายคนหนึ่ง หากเขาเป็นคนที่มีอารมณ์ร่วมเหมือนคนปกติทั่วไปก็คงจะพุ่งเข้าไปตะบันหน้าระบายความโกรธ นอกจากนี้เขาไม่คิดจะหาเรื่อง NPC สร้างความเกลียดชังมากไปกว่านี้

       คำแนะนำของซากุระที่ดูจะชำนาญในเรื่องค่าความสัมพันธ์จาก NPC บอกเอาไว้ว่าพฤติกรรมทั้งหมดที่แสดงออกไปนั้นจะเหมือนความจริงอย่างมากแตกต่างกันแค่ความสัมพันธ์พวกนั้นมีตัวเลขกำกับ ดังนั้นทุกการกระทำที่เราทำออกไปย่อมมีทั้งคนที่ชอบและเกลียดมันจึงเป็นการยากที่จะรักษาค่าความสัมพันธ์เอาไว้ให้คงที่ ยกเว้นในกรณีพิเศษที่จะทำให้ค่าความสัมพันธ์ถูกกำหนดเอาไว้เช่นเควสต์พิเศษที่จะช่วยให้สามารถขอความร่วมมือกับ NPC ได้โดยไม่ต้องเริ่มตีสนิทใหม่ตั้งแต่ต้น

       เห็นได้ชัดว่าในสถานการณ์เช่นนี้กลุ่มกองกำลังต่อต้านเองก็พร้อมจะให้ความร่วมมือกับฝ่ายที่มีแนวทางร่วมกัน ดังคำกล่าวที่ว่า ศัตรูของศัตรูคือมิตรที่ดีที่สุด' การปรากฏตัวของราล์ฟก็อาจจะช่วยเพิ่มความสำเร็จให้กับการก่อกบฏในครั้งนี้

       ราล์ฟเดินมาหยุดอยู่ที่โต๊ะแปลกประหลาดที่สามารถกรีดนิ้วลงไปและทิ้งร่องรอยเอาไว้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง บนโต๊ะนั่นมีภาพวาดของตำแหน่งต่างๆ ที่ถูกจำลองเอาไว้เฉพาะคนในพื้นที่เท่านั้นจึงจะมองออก มีวงกลม สี่เหลี่ยม กากบาท และลูกศรบอกทิศทางการเคลื่อนไหวนับว่าเป็นการวางแผนการรบที่ยอดเยี่ยม ซึ่งในสงครามครั้งใหญ่อาจจะต้องมีการชิงไหวชิงพริบกันอย่างต่อเนื่องจึงต้องระมัดระวังในทุกด้าน และจากที่เห็นเขาพบว่ากองกำลังต่อต้านนี้ค่อนข้างจะเสียเปรียบในหลายๆ ด้าน

       ถ้าเป็นผู้หญิงคนนั้นคงวางแผนการรบใหญ่ได้ดียิ่งกว่านี้

       คงต้องยอมรับว่าตนเองไม่สามารถเทียบชั้นกับความสามารถในการวางแผนการรบของซากุระที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่า เธอจะศึกษาข้อมูลสมาชิกทั้งหมดและจึงจัดกลุ่มให้ตามความสามารถ เธอมีความเข้าใจในศักยภาพของผู้คนมากกว่าทำให้การรบมักจะเป็นไปในทิศทางที่เธอกำหนดโดยไม่ผิดไปจากแผนการเดิมมากนัก

       ในขณะที่ตัวของราล์ฟแม้จะมีความคิดความอ่านเหนือชั้นยิ่งกว่าแต่ก็เป็นประเภทที่ชอบการทำงานภายในคนที่มีจำนวนจำกัดเพราะเขาสามารถควบคุมได้ง่ายยิ่งกว่า นอกจากนี้คนที่เขาคัดเลือกมาล้วนแล้วแต่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านแทบทั้งสิ้น หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายของแต่ละคนก็อยู่ในขอบเขตที่ไม่เกินความสามารถ เช่นเดฟอนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกลไกและการประดิษฐ์จึงมักจะสร้างสิ่งของ (ไม่ได้เรื่อง) มาให้ใช้อยู่เสมอ อาคมก็เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้กับบุคคลระดับสูง กระทั่งอารินก็มีความทรงจำที่ดีเลิศสามารถใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง

       ตอนนี้ราล์ฟได้ให้อารินไปกับอาคมตระเวนสำรวจพื้นที่รอบๆ ทั้งหมด เพื่อให้เธอทำแผนที่ภาพวาดความทรงจำขึ้นมา เชื่อว่าซากุระจำเป็นจะต้องใช้มันเพื่อกำหนดแนวทางหลังจากที่บุกเข้าไปได้แล้ว มันคงเสี่ยงมากถ้าต้องบุกโดยไม่รู้ข้อมูลของพื้นที่ที่จะใช้เป็นสนามรบ และหน้าที่ของเขาคือการมาประสานงานร่วมกับกลุ่มต่อต้านเพื่อกำหนดทิศทางการต่อสู้ให้ตรงกัน

       “แผนการพวกนี้มีข้อผิดพลาดอยู่เต็มไปหมด” ราล์ฟพูดหลังจำลองสถานการณ์ในเบื้องต้นขึ้นมาในความคิด มนุษย์เงือกพวกนี้ดำเนินแผนการไปผิดทางและเลือกจะแก้ปัญหาที่ปลายเหตุไม่ใช่ต้นเหตุ ด้วยข้อผิดพลาดที่มีอยู่มากมายทำให้มันเป็นแผนการที่ยอดแย่เท่าที่เขาจะให้คำนิยามมาได้ “พวกคุณไม่ใช่กุนซือที่ปราดเปรื่อง คิดแผนได้ระดับนี้ก็นับว่ายอดเยี่ยม ปัญหาของแผนการนี้อยู่ที่ความสามารถของนักรบที่ใช้รับมือซึ่งพวกคุณดูแล้วเก่งสุดก็คงจะอยู่ในระดับกลุ่มของทหารเลว และยิ่งไปกว่านั้นพวกคุณไม่ได้ถูกฝึกมาให้เป็นนักรบ ฉะนั้นแผนการนี้จะต้องเปลี่ยน”

       ทุกคนเคยคิดว่าแผนการที่คิดเอาไว้นั้นดีอยู่ก่อนแล้ว แต่พอถูกแจกแจงรายละเอียดยิบย่อยของแผนการก็ต้องหันกลับมามองดูใหม่อีกครั้งหนึ่งและพบว่ามันเป็นอย่างที่เด็กหนุ่มคนนี้พูดมา พวกเขาเป็นเพียงชาวเมืองที่พอจะมีกำลังรบในระดับทหารเลวบางทีอาจจะอ่อนแอกว่าด้วยซ้ำ และแผนการพวกนี้ก็ล้วนแล้วแต่มีช่องโหว่ร้ายแรง ต่อให้ประสบผลสำเร็จตามที่คาดหวังในขั้นแรกก็ต้องสูญเสียไปไม่ใช่น้อยๆ

       “เจ้ามีแผนดีๆ ที่จะเอาชนะราชานั่นได้อย่างนั้นรึ” ชายกระดองเต่าถาม

       “แผนของพวกคุณนี่แหละดีแล้ว ปรับแก้วัตถุประสงค์นิดหน่อยก็เป็นอันใช้ได้” ราล์ฟมองว่าสิ่งที่พวกเขาเพียรพยายามไปทั้งหมดก็ไม่ได้สูญเปล่าซะทีเดียว “แล้วฉันยังต้องการรู้จำนวนที่ถูกต้องหรือใกล้เคียงที่สุดของกลุ่มต่อต้าน แยกประเภทสายพันธุ์เอาไว้ด้วย อันที่จริงคงต้องมีข้อมูลรายละเอียดเยอะกว่านี้เพราะอีกคนที่รับหน้าที่วางแผนการรบในสงครามค่อนข้างจะจริงจังกับมันน่าดู”

       หนึ่งชั่วโมงราล์ฟได้สอบถามทุกอย่างที่อยากจะรู้โดยละเอียดยิบ ความจำของเขาค่อนข้างดีมากจึงไม่ต้องจดบันทึกอะไรทั้งสิ้น เสร็จแล้วจึงเปิดหน้าต่างและนำอาวุธที่สะสมไว้ออกมา มันเป็นอาวุธคลาส C ที่มีคนนำมาขายราคาถูกและเขาได้ซื้อมันเก็บเอาไว้เพื่อใช้ค่ายกลดาบ อย่างไรก็ตามพวกมนุษย์เงือกทุกคนได้แต่อึ้งตะลึงเพราะว่าในอาณาจักรเงือกอาวุธพวกนี้ถือว่าเป็นของชั้นเลิศที่มีอยู่จำกัด อาวุธระดับสูงส่วนใหญ่จึงทำจากกระดูกสัตว์และพืชน้ำ

       “ของนี่ให้พวกเราใช้ได้จริงๆ งั้นหรือ”

       “สงครามบางครั้งก็ต้องมีการลงทุน” ราล์ฟไม่แม้แต่จะสนใจอาวุธคลาส C ที่มอบให้ไป มันเป็นอาวุธที่ตอนนี้ถูกมองว่าเป็นขยะและหาซื้อได้ค่อนข้างง่าย “ฉันจะไปเตรียมมาให้อีกถ้าพวกนายมีวัตถุดิบหรือทรัพย์สินมีค่าอะไรจำพวกอัญมณีก็ให้รวบรวมมาไว้ที่นี่ให้หมด ฉันจะได้นำมันไปเปลี่ยนเป็นอาวุธชั้นเลิศ”

       อัญมณีเป็นวัตถุดิบสำหรับสร้างอาวุธและชุดเกราะชั้นเลิศจึงมีราคาแพง เนื่องจากมันหายากมากและถ้านำไปให้กับซากุระที่มีสมาชิกที่เชี่ยวชาญด้านการสร้างอาวุธกับชุดเกราะ ซึ่งตอนนี้พวกเขาจำเป็นจะต้องเร่งพัฒนาทักษะการช่างของตนเองขาดก็แต่เงินทุนที่มากพอจะซื้อวัตถุดิบมาฝึกฝน นั่นเป็นเหตุผลที่เล่นสายอาชีพจึงมักจะต้องหากิลด์มาเป็นที่พึ่งเพื่อสามารถยกระดับทักษะได้

       “พวกเราจะไปเร่งรวบรวมมาให้ แต่มันอาจจะต้องใช้เวลาพอสมควร”

       “พรุ่งนี้ฉันจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง พร้อมกับแผนการเคลื่อนไหว” กล่าวจบราล์ฟก็หลับตาลงก่อนที่ร่างของเขาจะหายแวบไปต่อหน้าต่อตามนุษย์เงือกทั้งหมด

       “นั่นมันอะไรน่ะ” ชายคนหนึ่งถามเสียงสั่น

       ชายกระดองเต่าหรี่ตาลงมองและตอบ “มิน่าเล่าเขาถึงบอกว่าสามารถจัดการกับราชานั่นได้แม้แต่ในตอนนี้ ถ้ามีความสามารถขนาดนี้ต่อให้เป็นสิบราชาเนรอสก็ไม่อาจเทียบเคียงได้”

 

       ราล์ฟโผล่มาที่ป่าสาหร่ายที่อยู่ในโซนชั้นกลาง ควบคุมร่างกายด้วยการใช้พลังจิตทรงตัวให้ลอยอยู่แบบนั้น เขารู้สึกเหมือนกับกำลังอยู่ใต้น้ำในความลึกระดับสามสิบเมตรโดยสวมถังออกซิเจน มันรู้สึกอึดอัดและต้องฝึกวิธีการหายใจโชคดีที่วิธีดังกล่าวสามารถปรับใช้ได้กับการหายใจแบบการฝึกลมปราณ ต่อมาไม่นานก็มีคนสองคนบินมาและร่อนลงหยุดห่างจากเขาประมาณสิบเมตร

       “ได้เรื่องไหม” เขาถามทันทีที่มาถึง

       “ให้น้องสาวฉันพักก่อนได้ไหมวะ”

       “โอ๋กันเข้าไป”

       “จำได้หมดแล้วค่ะ อารินจะกลับไปวาดทิวทัศน์ทั้งหมดที่เห็นให้ค่ะ” อารินคิดว่าทุกคนต้องการจะเห็นภาพทิวทัศน์ก่อนจะมาที่อาณาจักรเงือก นั่นเพราะเธอไม่รู้เรื่องการทำสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้นเลย ทุกคนในยานเลวีอาธานเองก็ไม่ได้บอกความจริงเรื่องนี้ให้

ดังนั้นเมื่อถึงเวลาสงครามจริงๆ ราล์ฟกับอาคมเห็นพ้องต้องกันว่าจะต้องกันอารินออกไปจนกว่าเรื่องราวทั้งหมดจะจบลง

“จำได้ก็ดี ถ้างั้นไปตั้งหลักที่เกาะเงือกพเนจรก็แล้วกัน”

จากนั้นทั้งสามคนก็เทเลพ็อตกลับไปบนเกาะเงือกพเนจร ซึ่งตอนนี้ซากุระสามารถปลดระดับความสัมพันธ์เพื่อขออนุญาตให้ทุกคนสามารถตั้งแค้มป์ที่บริเวณชายหาดได้ เงื่อนไขเดียวที่จะได้รับการยอมรับคือทุกคนจะไม่วุ่นวายกับทรัพยากรต้องห้ามของเกาะ ทุกอย่างที่ต้องการจึงต้องออกเดินทางไปหาจากเกาะข้างเคียงโดยใช้เรือสำรวจขนาดเล็กที่เดฟอนทำเตรียมเอาไว้

บริเวณชายหาดมีแค้มป์ถูกสร้างขึ้นขนาดใหญ่เป็นแบบที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ภายใต้คำแนะนำของซากุระทุกคนจะต้องช่วยกันพัฒนาความสัมพันธ์กับทุกคนบนเกาะมนุษย์เงือกพเนจร บางคนก็ทำของเล่นให้กับพวกเด็กๆ ถึงกับนำกีฬาอย่างฟุตบอลมาชวนทุกคนให้เล่นสนุกกัน มีการแสดงโชว์ขบวนการห้าสีและรวมมิตรตัวละครที่ไม่รู้ว่าพวกเขายัดตัวละครแปลกๆ ลงไปในเนื้อเรื่องได้อย่างไร บางคนก็ผูกมิตรโดยการซ่อมแซมอาวุธให้ ช่างบางคนมีฝีมือถึงกับลงลวดลายที่ดูมีเอกลักษณ์ทำให้เกิดความชื่นชอบในหมู่ของพวกเขา

แต่ว่านั่นการสักลายไม่ใช่เหรอ?

ราล์ฟหยุดมองกลุ่มคนที่มุงดู เห็นผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางห้าวเหมือนบุรุษใช้อุปกรณ์รุ่นแรกสุดของการสักลายทำลายสักให้กับพวกมนุษย์เงือก พอลองสอบถามจากคนใกล้เคียงถึงได้รู้ว่าเธอเปิดอาชีพลับเป็นช่างสักลายได้โดยบังเอิญ อาชีพที่ดูไม่มีอะไรแต่สามารถสลักลวดลายลงบนร่างกายหรืออุปกรณ์เพื่อเพิ่มผลเอฟเฟคให้กับมันได้ ทักษะของเธอสามารถลงลวดลายแบบชั่วคราวกับแบบถาวรได้ แถมการสักลวดลายสัตว์จะทำให้ได้รับความสามารถบางอย่างติดตัวมา อาจจะเป็นความคล่องแคล่ว หรือพละกำลัง ขึ้นอยู่กับการกำหนดรูปแบบของลวดลาย

อารินกลับไปที่กระโจมส่วนตัวที่ทำเอาไว้แยกไม่ให้ใครมารบกวน อาจจะดูเหมือนเป็นสิทธิพิเศษแต่ใครเล่าจะกล้าพูดจาเกี้ยวเด็กผู้หญิงขณะที่พี่ชายของเธอนั่งจ้องมองด้วยสายตาดุดัน เธอใช้เวลาทั้งหมดไปกับการวาดภาพทิวทัศน์ที่เห็นและใช้เวลาครึ่งวันภาพทั้งหมดที่สามารถเรียงต่อกันได้ก็ถูกนำมาวางเรียงกันบนโต๊ะตรงหน้าของซากุระ

“สวยใช่ไหมล่ะคะ” เด็กหญิงเอ่ยยิ้มๆ

“สวยมากเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะน้องอาริน” ซากุระยิ้มตอบ

จากนั้นอาคมก็พาอารินออกไปเดินเล่นเพราะที่นี่เขาไม่มีบทบาทอะไรสำคัญ

ที่เหลืออยู่ตอนนี้ก็เป็นระดับผู้นำและเสนาธิการ รวมไปถึงบุคคลที่กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาเพื่อรอรับตำแหน่งแทนอย่างน้อยหากเกิดข้อผิดพลาดจนมีใครคนใดคนหนึ่งเสียชีวิตหรือไม่สามารถสั่งการได้พวกเขาเหล่านี้จะเข้ามาแทรกแทนตำแหน่งเพื่อบัญชาการรบต่อ

เวลานี้ความสนใจของทุกคนไม่ได้อยู่ที่แผนการ แต่เป็นภาพวาดทิวทัศน์ที่ดูเป็นมิติ มีลายละเอียดแม้จุดเล็กน้อยก็ถูกเติมลงไปบนภาพวาดทั้งหมด มันเหมือนหลุดออกมาจากภาพถ่ายหากไม่ใช่ว่าพื้นที่พิเศษไม่อนุญาตให้ใช้พวกเขาคงเชื่อว่ามันเป็นภาพถ่ายของจริง

“เด็กนั่นวาดได้ขนาดนี้เลยงั้นเหรอ?” รีเบกก้าหยิบรูปวาดขึ้นมาดูด้วยความสนใจ นึกมองกลับไปเมื่อตอนเธออายุเท่ากันหรือกระทั่งปัจจุบันเธอก็ยอมรับว่าไม่สามารถวาดรูปแบบนี้ได้ อย่างมากก็คงเป็นการร่างภาพโดราเอมอนโดยการดราฟภาพ ไม่ใช่การออกแบบท่าทางด้วยตัวเอง “ฝีมือชั้นยอดเลยล่ะ”

“เหมือนจะไม่ใช่ทักษะของเกมด้วยนะคะ” วาโยขยับแว่นตากลมของเธอ ยกภาพมาพิสูจน์ดูและพบว่ามันถูกวาดด้วยความสามารถของจริงไม่ใช่การใช้ทักษะ

“เรื่องนั้นจะยังไงก็ช่างเถอะค่ะ พวกเราควรกลับมาพูดคุยถึงเรื่องสำคัญอย่างการจัดกองกำลังจะดีกว่า ถ้ายังไงรบกวนคุณช่วยอธิบายสถานการณ์ภายในอาณาจักรเงือกให้พวกเราในที่นี้ทราบด้วยจะได้หรือเปล่าคะ” ซากุระหันไปพูดกับราล์ฟที่ยืนอยู่ฝั่งตรงกันข้าม

นักบวชแมวเหมียวพยักหน้าและเริ่มอธิบายสิ่งที่รู้ออกมาอย่างหมดเปลือก ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ภายในที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ ความแข็งแกร่งของกองกำลังต่อต้านที่ยังคงอ่อนแอ ทุกคนรับฟังจนจบโดยไม่มีใครพูดอะไรนานเกือบสองนาทีเพื่อย่อยข้อมูลที่พึ่งได้ยินมา จากนั้นก็เริ่มถกประเด็นในข้อสงสัยหลายอย่าง ทุกคนสมกับเป็นระดับผู้นำกิลด์ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลพวกเขาจึงไม่ตัดสินอะไรง่ายๆ โดยสรุปจะไม่มีการนำความแข็งแกร่งหรือความสามารถในการต่อสู้มาเป็นหลัก แต่จะใช้มาตรฐานของเพลเยอร์ทุกคนมาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจ

นอกจากนี้ราล์ฟยังได้อธิบายแผนการของฝ่ายต่อต้านให้ทุกคนได้ทราบพร้อมกันจนเกิดเป็นการวิพากษ์วิจารณ์แผนการรบที่มีจุดบอดในครั้งนี้ ทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันว่ามันห่วยเพราะสุดท้ายแล้วความพ่ายแพ้ก็จะขึ้นอยู่กับเวลา

“ที่พวกเขาต้องการคืออาวุธชั้นดี ฉันลองนำอาวุธคลาส C ไปแจกจ่ายแล้วดูเหมือนว่ามูลค่าของอาวุธคลาสนี้จะได้รับความนิยมและมองว่าเป็นของชั้นเลิศ ในวันพรุ่งนี้พวกเขาจะเตรียมทรัพยากรมาให้เพื่อใช้สร้างอาวุธ ปัญหาคือพวกเขาไม่มีเหล็ก”

“สมาชิกกิลด์เราสามารถสร้างอาวุธจากซากมอนสเตอร์กับวัสดุทั่วไปได้ ขั้นต่ำที่ได้ก็คงจะเป็นคลาส D” วาโยบอก

“ถ้าเป็นชุดเกราะกิลด์ของดิฉันพอจะสามารถทำให้ได้ เพียงแต่ปัญหาคือมนุษย์เงือกพวกนั้นมีลักษณะทางกายภาพที่แตกต่างจึงไม่สามารถทำให้ได้ อย่างดีที่สุดก็คงเป็นประเภทโล่ป้องกันแบบที่กองทัพโล่ใช้อยู่”

“กองทัพของฝ่ายศัตรูไม่ใช้ธนูด้วยนอกจากระยะประชิดกับเวทมนตร์ โล่ที่สร้างคงต้องเป็นประเภทต้านทานเวท”

ต่างฝ่ายต่างก็เสนอความคิดเห็นออกมาไม่มีใครนั่งเงียบหรือทำตัวเป็นใบ้ หลายคนก็หลายความคิดเห็นทว่ากลับสามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้โดยไม่มีใครคิดค้าน เวลานี้หัวหน้าทีมนำทัพคือซากุระดังนั้นทุกคนจึงเป็นเสมือนแม่ทัพภายใต้การนำของเธอ

“แล้วทางคุณมีแผนอะไรบ้างคะ?” ซากุระหันไปถามราล์ฟ

“ความจริงที่ว่าพื้นที่บริเวณใกล้กับที่บูชายัญจะต้องใช้ความแข็งแกร่งของตนเอง ระยะทางสองร้อยเมตร มีหินแร่ชนิดหนึ่งที่อาณาจักรเงือกได้ฝังมันเอาไว้ใต้พื้นมันสามารถสกัดกั้นพลังพิเศษทั้งสามสายได้และใช้ได้เพียงแค่ทักษะสายอาชีพ ในขณะที่การโจมตีของเนรอสไม่ใช่พลังพิเศษแต่เป็นทักษะติดตัวของอาวุธ ฉันอาจจะเทเลพ็อตเข้าไปได้แต่ก็ต้องรอคูลดาวน์ก่อนจะใช้เทเลพ็อตครั้งต่อไป นั่นหมายความว่าฉันจะต้องเป็นคนที่รับมือกับหมอนั่นตัวต่อตัวโดยที่ไม่สามารถใช้ความสามารถเดิมได้”

นี่เป็นปัญหาใหญ่เพราะเพลเยอร์อย่างพวกเขาจำเป็นจะต้องพึ่งพาความสามารถในการใช้พลังปราณ พลังจิต รวมไปถึงเวทมนตร์ เมื่อไม่สามารถใช้ได้จึงเหมือนกับถูกตัดแขนไปข้างหนึ่งและต้องสู้อย่างยากลำบาก คนอื่นคงคิดว่าเป็นเรื่องยากที่จะต่อสู้ภายใต้สถานการณ์แบบนั้น แต่ทว่าในบรรดาคนที่อยู่ที่นี่ล้วนแล้วแต่เคยเห็นการต่อสู้ของนักบวชแมวเหมียวคนนี้มาก่อน อาชีพของเขานั้นเป็นสายซับพอร์ตจึงมีทักษะประเภทขัดจังหวะอยู่มากมาย และนอกจากนี้เขายังเป็นนักสู้ที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่ง

ทุกคนล้วนรู้ดีว่านักสู้จะได้รับประโยชน์มากสุดก็ต่อเมื่อศัตรูของพวกเขานั้นสูญเสียจังหวะในการต่อสู้ไป เพียงพริบตาเดียวก็สามารถเปลี่ยนสถานการณ์จากเลวร้ายที่สุดได้

“การจะเข้าไปถึงที่นั่นได้อย่างน้อยก็ต้องใช้คนที่มีทักษะต่อสู้โดยไม่พึ่งความสามารถพิเศษ อ๊ะ!” ซากุระนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

ไม่ใช่ว่ากิลด์แพนโดร่ามีสมาชิกที่ใช้ทักษะต่อสู้ในระดับเชี่ยวชาญอยู่แล้วหรอกหรือ?

ไม่ว่าจะเป็น นักดาบอสูรอาคม เดฟอน นิมป์ แม้กระทั่งกลุ่มของไรอันก็ล้วนเป็นนักสู้สายกายภาพโดยไม่พึ่งพลังพิเศษทั้งสิ้น

“คุณต้องการสิ่งใดบ้างในการสนับสนุนคุณ”

“ผู้หญิงที่เป็นช่างสักลายที่อยู่ข้างนอก อยากจะขอพบกับเธอเป็นการส่วนตัวสักครู่หนึ่ง แต่ต้องดูก่อนว่าเธอสามารถเสริมความสามารถอะไรให้ฉันได้บ้าง” ราล์ฟบอกความคิดของตนเองออกไป

ไม่มีผู้ใดรู้ว่าราล์ฟวางแผนจะทำอะไรกับการสักลวดลาย แต่สมาชิกในกิลด์ส่วนใหญ่ก็บอกว่ามันช่วยให้การออกล่าทำได้ง่ายขึ้นและลดอัตราการสูญเสีย ความสามารถของเธอคนนั้นไม่สามารถแสดงได้เมื่อต้องต่อสู้แบบกะทันหันแต่ถ้าเป็นการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าถือว่าเป็นอาชีพที่มีประโยชน์ไม่น้อย

“งั้นคุณอาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อย กลับมาดิฉันจะสรุปแผนการให้ฟังอีกที” ซากุระอนุญาตให้ราล์ฟออกไปพบเธอคนนั้นได้ เพราะในการสักลายจะต้องใช้เวลาพอตัว จากนั้นราล์ฟก็เดินออกจากกระโจมที่ใช้เป็นห้องประชุมไป

เด็กหนุ่มเผ่าแมวเดินอาดๆ ไปยืนรออยู่ที่หน้าพื้นที่ฝ่ายประกอบอาหาร ตอนนี้ซากุระคงส่งข้อความไปหาผู้หญิงคนดังกล่าวแล้ว ตอนที่ได้เห็นความสามารถของเธอนั้นก็พลันคิดวิธีการใช้งานบางอย่างขึ้นมาได้โดยบังเอิญ บางทีมันอาจจะเป็นเพราะพรสวรรค์อีกอย่างหนึ่งที่คุณยายเคยบอกเอาไว้ว่ามันจะช่วยหาคำตอบและไขความกระจ่างให้รู้ได้

รอไม่นานหญิงสาวผมสั้นท่าทางห้าวหาญเดินมาหา เธอใส่เสื้อแขนกุดเผยหัวไหล่ทั้งสองข้างและมีรอยสักลายเป็นรูปโล่และดาบสามเล่ม เธอสูงในระดับสายตาและดูเป็นคนที่สนิทกับคนอื่นได้ง่าย

“หัวหน้าส่งข้อความมาบอกให้มาพบกับคุณ ไม่ทราบว่ามีธุระอะไร?”

“ฉันต้องการยืมความสามารถในการสักลายของเธอ แต่ก่อนอื่นฉันมีข้อสงสัยอย่างหนึ่งเกี่ยวกับทักษะนี้ เธอเคยใช้มันกับสัตว์เลี้ยงอสูรหรือเปล่า”

หญิงสาวส่ายหน้าแล้วตอบ “ไม่ อาชีพของฉันไม่ได้มีรายได้ขนาดนั้น เลี้ยงสัตว์อสูรมันลำบากมากไหนจะค่าอาหาร ค่ายารักษา แค่เงินหาซื้อชุดเกราะด้วยตัวเองยังไม่มีปัญญาเลย”

ตอนได้อาชีพลับมาก็อดดีใจไม่ได้เพราะคิดว่ามันเป็นอาชีพที่สุดยอด แต่ทว่าการเป็นช่างสักลายดูจะไม่มีประโยชน์ในการเป็นโซโล่เพลเยอร์ทำให้ต้องระเห็จระเหินไปสมัครกิลด์ โชคดีที่ยังพอจะมีคนเห็นคุณค่าจึงได้มาทำงานอยู่ในกิลด์เอกซอร์ซิส ภายหลังจึงได้รู้ว่าคนที่ให้คำแนะนำในการชักชวนคือจ้าวกลยุทธ์สาวซากุระที่เป็นหัวหน้ากิลด์เงา เลยเกิดเป็นความรู้สึกดีใจอยู่หน่อยๆ ที่ได้กลายมาเป็นสมาชิกคนหนึ่งภายใต้การนำของบุคคลที่ยอดเยี่ยม

ราล์ฟไม่แปลกใจที่คนส่วนใหญ่แม้จะได้อาชีพลับมาแต่ก็มีบางประเภทที่อ่อนแอขึ้น นั่นเพราะพวกเขาไม่ได้ศึกษาอย่างจริงจังหรือเป็นพวกกล้าได้กล้าเสีย อาชีพช่างสักลายเป็นอาชีพสายซัพพอร์ตจึงจะต้องมีนักรบคอยต่อสู้แทนให้ ในกรณีแบบนี้ควรเป็นสัตว์เลี้ยงอสูร

“สิบสองชั่วโมง ถ้าเธอสามารถแลคเชอร์ส่วนสำคัญจากสิ่งที่ฉันจะสอนได้ เธอจะไม่ใช่แค่สายซับพอร์ตที่คอยต่อสู้อยู่แนวหลัง แต่จะเป็นนักรบในแนวหน้าได้เลย กระทั่งเป็นโซโล่เพลเยอร์ก็สามารถทำได้”

เหมือนกับเป็นการให้ความหวังลมๆ แล้งๆ หญิงสาวช่างสักลายถักคิ้วขมวดเป็นปมคล้ายจะยังไม่เชื่อใจสักเท่าไหร่ สำหรับเธอแล้วราล์ฟเป็นเพียงคนแปลกหน้าอยู่ๆ ก็มาเสนอว่าจะช่วยให้ความกระจ่างเกี่ยวกับอาชีพลับของเธอย่อมต้องเป็นที่น่าสงสัยอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามมันก็เป็นโอกาสอันดีที่จะได้ไขความลับของอาชีพสักที และถ้ามันได้ผลอย่างที่พูดเธอก็จะสามารถมีส่วนร่วมในสงครามได้มากกว่าการนั่งมองอยู่จากด้านหลัง ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าตัวเธอก็อยากเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในสงครามเช่นกัน

“แน่ใจเหรอ”

“ยิ่งกว่าแน่ ถ้าเธอผ่านหลักสูตรนรกของฉันได้ทุกอย่างมันก็ง่ายดาย ยังไม่สายที่จะพัฒนาตัวเอง”

เวลานี้ราล์ฟร่างหลักสูตรนรกขึ้นมาในใจ เขาจำเป็นจะต้องให้ผู้หญิงคนนี้ใช้งานได้ในระยะเวลาเพียงสิบสองชั่วโมง การปรับบทเรียนให้เข้ากับความสามารถของบุคคลนั้นเป็นเรื่องยากแต่ไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำ

“เอาสิ อยากจะรู้เหมือนกันว่าอาชีพของฉันจะพัฒนาได้อีกหรือไม่”

“แน่นอน เธออาจจะกลายเป็นสัตว์ประหลาดอีกคนบนโลกนี้เลยล่ะ”

 

หลักสูตรนรกของราล์ฟนั้นโหดหินมาก หลังจากที่หญิงสาวช่างสักลายคนนี้ยอมตกลงเข้าสู่บทเรียนวินาทีนั้นเธอก็หมดโอกาสที่จะถอยหนี เธอถูกพาตัวกลับไปยังแผ่นดินใหญ่ภายในป่าที่เต็มไปด้วยสัตว์ร้าย หลังจากจบการสอนเพียงหนึ่งชั่วโมงเพื่ออธิบายเกี่ยวกับความสามารถแฝงเร้นที่น่าตกใจนั่นในที่สุดบทเรียนแรกของเธอคือการกำราบสัตว์ร้ายทั้งหมดด้วยความสามารถในการสักลายลงบนร่างกายตนเอง ความสามารถของช่างสักลายนั้นยอดเยี่ยมกว่าสายอาชีพซับพอร์ตอื่นๆ เพราะมันมีผลถาวรจนกว่ามันจะถูกลบออกไป ในขณะที่อาชีพซับพอร์ตอื่นมีระยะเวลาที่สั้นกว่ามาก

ราล์ฟไม่ปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้ได้หยุดพัก เขาไล่ต้อนสัตว์ร้ายทั้งหมดให้เข้ามาจู่โจมเธออย่างบ้างคลั่ง เมื่อเธอเสียชีวิตและอยู่ในระหว่างรอเวลากลับไปเกิดใหม่ก็จะถูกชุบชีวิตขึ้นมา เลเวลของเธอลดลงจนน่าตกใจและหันไปตำหนิตัวต้นเหตุ เธอเคยคิดที่จะยอมแพ้แต่เมื่อถูกคำสั่งเด็ดขาดว่าถ้าเธอไม่ผ่านหลักสูตรนี้ก็จะไม่มีโอกาสได้กลับไปร่วมสงครามกับเพื่อนๆ อีก กล่าวคือราล์ฟเป็นตั๋วเที่ยวเดียวที่จะพาเธอกลับไปได้

ความคิดแรกสุดที่คิดได้คือ ปีศาจ

“ความสามารถของเธอค่อนข้างจะครอบคลุมเป็นวงกว้าง วัตถุ สิ่งมีชีวิต กระทั่งสภาพแวดล้อม ทุกสิ่งสามารถใช้ประโยชน์จากความสามารถพวกนี้ได้ ถ้าใช้กับสภาพแวดล้อมมันจะเปลี่ยนเป็นกับดักอันทรงพลังขึ้นอยู่กับวิธีการและการพลิกแพลง ถ้าใช้กับวัตถุมันจะเสริมคุณสมบัติพิเศษลงไป และถ้าใช้กับสิ่งมีชีวิตมันจะช่วยยกระดับความสามารถในการต่อสู้ หรือก็คือจงเรียนรู้ที่จะใช้มันได้ในทุกสถานการณ์ซะ”

“บ้าไปแล้ว ใครจะไปทำได้” หญิงสาวตะโกนสุดเสียง เธอพยายามหลบการโจมตีแต่ผลลัพธ์ก็คือการถูกสัตว์ร้ายตะปบจนเสียชีวิตคาที่

สามสิบวินาทีต่อมาร่างของเธอก็ฟื้นกลับขึ้นมาใหม่ เลเวลของเธอลดลงไปอีกแล้วทำให้รู้สึกโกรธแค้นมากขึ้นไปอีก

“ไม่มีคำว่าทำไม่ได้ มีแต่จะทำหรือไม่ทำ”

“ถามหน่อยพวกลูกกิลด์นายก็ฝึกแบบนี้งั้นสินะ”

“ไม่ใช่” ราล์ฟตอบห้วนสั้น และอธิบายต่อ “พวกเขามีแนวทางที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง จะมีก็แค่เดฟอนคนเดียวที่เคยผ่านการฝึกแบบเธอมาก่อน ตอนนั้นเขาแทบจะไม่มีอะไรดีเลยนอกจากถือประแจเหวี่ยงไปมาเหมือนนักเลงช่างกล จนกระทั่งเปลี่ยนเผ่าพันธุ์ที่เหมาะสมกับตัวเองได้ก็เลยกลายเป็นอย่างที่เห็น”

หญิงสาวจดจำคนอารมณ์ดีอย่างเดฟอนได้ เขาเป็นคนเพี้ยนๆ ที่ชอบหัวเราะเสียงดังเหมือนนักวิทยาศาสตร์ชั่วร้ายที่ภูมิใจในผลงาน แต่เมื่อถึงคราวที่ต้องต่อสู้เขาเป็นคนหนึ่งที่ดิ้นรนมากกว่าใครพวก ตอนที่เปลี่ยนพาร์ทร่างกายให้เป็นชุดต่อสู้ใต้น้ำพร้อมกับเหวี่ยงค้อนที่ชื่อว่า เกียร์แฮมเมอร์ ก็ยังคิดอยู่เลยว่าเป็นคนที่มีมุมเท่ๆ เหมือนกัน

“ถ้าไม่รีบวิ่งรับรองเธอตายแน่” ราล์ฟส่งคำเตือนเสร็จก็ซัดเข็มออกไปโจมตีใส่สัตว์ร้ายทำให้โกรธและวิ่งเข้ามาโจมตีใส่หญิงสาวที่มันเห็นเป็นคนแรก

เพื่อที่จะดึงศักยภาพของเธอออกมาให้ถึงขีดสุด มันจำเป็นจะต้องกระตุ้นให้เธอมีความต้องการเอาชีวิตรอด เพราะส่วนมากแล้วคนที่ไม่ยอมแพ้แม้จะเป็นในวินาทีสุดท้ายพวกเขามักจะใช้ทุกวิธีเพื่อเอาชนะโดยไม่สนสามัญสำนึกใดๆ ยิ่งทำให้เธออับจนหนทางมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้เธอไม่สนใจความจริงอะไรทั้งสิ้น เพียงแค่หนึ่งชั่วโมงหลังจากที่เริ่มหลักสูตรนรกนี้เท่านั้น เลเวลของเธอก็ลดไปตั้งมากมายจนไม่คิดจะสนใจมันอีกต่อไป เธอวิ่งไปพลางขยับเข็มสักลายลงบนมือข้างหนึ่ง จากนั้นเมื่อมันเข้ามาใกล้ก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ลายสักเสร็จพอดี

“แม่จะซัดให้เลี้ยงเลย” กล่าวจบเธอก็กระตุ้นการทำงานของลายสักเสริมพลัง ลวดลายที่เคยเป็นเส้นบางเบาขยายออกเป็นเส้นหนาทึบคลุมเป็นลวดลายทั่วทั้งมือไปจนถึงข้อ

เปรี้ยง!

มันเป็นแค่การชกธรรมดาแต่กลับทำให้หน้าของสัตว์ร้ายส่ายสะบัด มันหันกลับมาคำรามลั่นก็ถูกชกเข้าไปอีกหนึ่งหมัดทันที หญิงสาวกลายเป็นคนบ้าเลือดขึ้นมา เธอกระโดดขึ้นไประดมหมัดชกไปอีกหลายสิบครั้งด้วยความโกรธแค้น ราล์ฟยืนมองโดยไม่พูดอะไร เขารับรู้ได้ถึงความโกรธเกลียดของอีกฝ่ายดีจึงไม่ได้พูดอะไรออกมาเพื่อกระตุ้นโทสะมากไปกว่านี้

หญิงสาวสูญเสียเหตุผลไปแล้วและต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดเพียงอย่างเดียว หมัดของเธอเสียหายจากการใช้มันชกกับสัตว์ร้ายจนกระดูกแตกร้าว เธอเพียงดื่มน้ำยาฟื้นฟูอาการบาดเจ็บจนกระทั่งมือหายดี กระหน่ำชกมันไปอีกหลายครั้งจนหนำใจแต่ท้ายที่สุดเธอก็หมดสติไปเนื่องจากฝืนทำอะไรเกินตัว ต้องเข้าใจก่อนว่าเธอแทบจะไม่มีประสบการณ์ในการต่อสู้เลย นี่ถือเป็นครั้งแรกจริงๆ ที่ได้ต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่ถูกจัดอยู่ในระดับบอสด้วยตัวคนเดียว

“ให้ตายสิ ต้องให้คอยดูแลอยู่เรื่อย” เขาปรากฏตัวขึ้นขัดขวางพวกสัตว์ร้ายพวกนั้นและตวัดมือขึ้นร่างของสัตว์ร้ายก็กระตุกซ้ายทีขวาทีพร้อมกับมีเลือดกระฉูดจากบาดแผลทั่วร่างกาย เลือดของมันย้อมอาวุธลับล่องหนให้เปิดเผยตัวตน

มันคือค่ายกลเข็มบิน

การควบคุมวัตถุยิ่งมีขนาดใหญ่ยิ่งต้องใช้พลังจิตมากในการควบคุม ในทางกลับกันวัตถุขนาดยิ่งเล็กก็ต้องยิ่งอาศัยความละเอียดอ่อนอย่างมากเนื่องจากน้ำหนักที่ไม่เท่ากันทำให้ความเร็วในการเคลื่อนที่ย่อมแตกต่าง ขยับเพียงครั้งเดียวก็ไปได้ไกลเกือบหนึ่งร้อยเมตร ราล์ฟสามารถควบคุมมันได้ดั่งใจภายในรัศมี 25 เมตรรอบตัว เป็นระยะที่ทำให้เขามีการป้องกันที่ไร้พ่าย

ต่อให้มีพลังโจมตีเพียงแค่ 1 แต่เข็ม 1,000 เล่ม ก็ลดเลือดได้ 1,000 หน่วย

ดีกว่าอาวุธในตำนานซะอีก ติดแค่มันใช้ยากไปหน่อย

ไม่นานหญิงสาวก็ได้สติ ท่าทางจะยังคงสับสนอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้นจึงได้อธิบายให้ฟังแบบรวบรัด ตอนแรกเธอยังไม่ค่อยอยากจะเชื่อจนเมื่อได้เห็นหลักฐานบนมือขวาเป็นรอยสักประเภทเสริมพลัง เมื่อลองกระตุ้นการทำงานลวดลายที่เป็นเส้นบางๆ ก็มีความเปลี่ยนแปลงขึ้นพร้อมสำหรับการใช้งานในการต่อสู้

“นี่มัน!” เธอค่อนข้างตกใจกับความรู้ใหม่นี้

“ใช่แล้ว นั่นคือความลับของอาชีพของเธอ มันเป็นการซับพอร์ตความสามารถแบบถาวรจนกว่าเธอจะลบมันออก ทีนี้เธอต้องคิดเองแล้วว่าควรจะสักลวดลายเสริมพลังด้านไหนลงบนร่างกาย”

“สักให้ตัวเองงั้นเหรอ?”

เวลานี้หญิงสาวเริ่มจินตนาการออกแล้วว่ามันจะเป็นอย่างไร ถ้าเสริมความสามารถให้เหมาะสมกับมันได้เธอจะมีพลังพอเป็นแนวหน้า เพราะปกติแล้วเธอทำได้เพียงสักลายแฟชั่นให้คนที่ชอบ กับลงลวดลายบนชุดเกราะเพิ่มคุณสมบัติแฝงเร้นให้ทีมก่อนออกล่า ส่วนหน้าที่สำคัญก็มีแค่คอยเดินเก็บของและดูดค่าประสบการณ์จากเพื่อนร่วมทีม มันต้องใช้เวลาอย่างมากกว่าเธอจะมีเลเวลขนาดนี้ได้

แต่ว่าถ้าหากมันสามารถทำให้เธอกลายเป็นนักสู้ที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่งได้ล่ะ?

คำถามนี้ผุดขึ้นมาในใจ หญิงสาวมองไปทางนักบวชแมวเหมียวก่อนจะเริ่มตระหนักอะไรได้บางอย่าง

ไม่ใช่ว่าเขาเป็นนักบวชที่ควรจะต้องอยู่แนวหลังหรอกหรือ?

หญิงสาวฉงนใจ แต่เมื่อลองคิดดูแม้แต่บลัดไอซ์ที่เป็นตัวแทนของซากุระในการนำทัพก็ยังมีอาชีพเป็นกุ๊ก แต่ความจริงเธอยังมีความสามารถในการต่อสู้ระดับสูงจนเหนือกว่าสายอาชีพนักสู้ จากที่เคยมีโอกาสได้พูดคุยกันถึงได้รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นก็เคยผ่านสิ่งที่เรียกว่า หลักสูตรนรก มาก่อน เธอคิดว่ามันเป็นเควสต์แต่กลุ่มของบลัดไอซ์กลับหัวเราะและตอบกลับมาว่า

ถ้ามีผู้ชายคนหนึ่งบอกว่าจะมอบหลักสูตรนรกให้ หากว่าผ่านมันมาได้ล่ะก็เธอจะเข้าใจด้วยตัวเอง

ตอนแรกคิดว่าเป็นแค่การพูดถึง NPC ลับที่มีโอกาสสุ่มเจอ ใครจะไปคาดคิดล่ะว่าคนคนนั้นจะเป็นเพลเยอร์เหมือนกัน

“ถ้าพักผ่อนพอแล้วก็ลองคิดดูว่าจะทำอย่างไรที่จะเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นนักสู้”

       ต่อให้สามารถแนะนำได้แต่ราล์ฟกลับต้องการให้หญิงสาวคิดหาวิธีด้วยตัวเอง แบบนั้นเมื่อถึงสถานการณ์จริงเธอจะเรียนรู้วิธีการพลิกแพลงได้ดียิ่งกว่า ระหว่างนั้นเขาก็ได้เรียกสัตว์เลี้ยงอสูรทั้งสองตัวออกมา ลิชเป็นปลิงที่ค่อนข้างจะขี้เกียจและมันเอาแต่นอนอยู่บนศีรษะของเขาราวกับเป็นเตียงพิเศษสำหรับมัน หลังจากที่ผ่านการฝึกสอนมันจึงไม่ทำร้ายเจ้านายหรือคนอื่นจนกว่าจะได้รับคำสั่ง คิริกระโดดโลดเต้นวิ่งเข้ามาเอาหน้าไซร้ลำตัวของเขาด้วยความคิดถึง

       ที่เรียกทั้งสองออกมาก็เพื่อให้ฝึกล่ากับสัตว์ร้าย พอได้รับคำสั่งลิชที่นอนอืดอยู่บนศีรษะก็กระโดดขึ้นไปอยู่บนศีรษะของคิริมันอ้าปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวสุดสยองคล้ายกำลังหาวนอน ดูเหมือนว่าจันทราจะเลี้ยงมันตามใจเกินไปหน่อยถึงได้ขี้เกียจแบบนี้

       ทั้งสองตัวออกไล่ล่าสัตว์ร้าย เพราะว่าความแข็งแกร่งของพวกมันหารเฉลี่ยกับราล์ฟที่เป็นเจ้านายทำให้คิริมีคลาสอยู่ในระดับอัศวินเช่นกัน ส่วนลิชเป็นสายพันธุ์พิเศษที่ต้องใช้การดูดเลือดและกินเลือดเป็นอาหารเพื่อบรรลุเลเวลสักหนึ่งเลเวล มันมาถึงจุดสูงสุดของคลาสทหารและกำลังรอก้าวผ่านไปเป็นคลาสขุนนาง แต่ขอเพียงมันเกาะเป้าหมายได้มันก็จะทำการดูดเลือดไปจนกว่าตัวมันจะอ้วนกลมเป็นลูกบาสเกตบอล จากนั้นมันจะอยู่ในสภาพไร้การป้องกันตัว

ทว่าเมื่อไม่นานมานี้มันได้ทักษะติดตัวเป็นเกราะป้องกันสมบูรณ์ขึ้น เมื่อมันดูดเลือดจนเต็มลิมิตจะเพิ่มเกราะให้ตนเองสูงที่สุดทำให้รับดาเมจได้เบาลง ตอนที่มันแสดงความสามารถนี้ออกมาก็เลยกลายเป็นลูกฟุตบอลให้ทุกตัวได้เอาไปเล่นกันซะสนุก แทนที่มันควรจะโกรธกลับเป็นดีใจมากเพราะยิ่งมันถูกทำร้ายมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งช่วยให้มันเผาผลาญเลือดที่ดูดไปได้เร็วยิ่งขึ้น

ช่วงเวลานั้นทั้งป่าได้ตกอยู่ในความระส่ำระส่าย เมื่อหายนะสองตัววิ่งไปที่ใดที่นั่นจะต้องมีซากสัตว์ร้ายนอนเป็นศพให้คอยเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ ตัวหนึ่งสามารถลอบสังหารได้จากมุมอับ มันเชี่ยวชาญศิลปะการลอบสังหารที่ชื่อว่า ซ่อนจันทร์ และ คืนเดือนมืด เมื่อมันปรากฏตัวเหยื่อที่เล็งเอาไว้ก็จะถูกโจมตีเข้าที่จุดตายและมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน ก่อนจะรู้สึกตัวว่ามีปลิงตัวอ้วนกลมกำลังดูดเลือดมันอย่างเมามัน

หน้าที่ของราล์ฟมีเพียงแค่การไปเก็บเกี่ยวพวกมันกลับมากองรวมกัน ถือโอกาสฝึกฝนทักษะจำแนกแบ่งวัตถุดิบออกเป็นส่วนๆ ได้ทั้งหนังสัตว์ กระดูก และอวัยวะสำหรับปรุงยา เนื้อของพวกมันก็ยังมีประโยชน์อย่างมากในการนำไปทำอาหารได้ สรุปก็คือการมาที่นี่ไม่เพียงแต่จะเป็นการฝึก เขายังถือโอกาสนี้รวบรวมวัตถุดิบสำคัญที่นำไปใช้ประโยชน์ได้

หนึ่งชั่วโมงถัดมาจำนวนของพวกมันก็ยังไม่ลดลง แถมยังดูเหมือนว่าจะมีเพิ่มขึ้นมาอีก ราล์ฟได้แต่อดทนแยกวัตถุดิบต่อไปกลายเป็นการฝึกทักษะสายอาชีพกุ๊กไปโดยปริยาย ยิ่งทำก็ยิ่งคล่องแคล่วจากที่ตัวหนึ่งใช้เวลาเกือบห้านาทีก็ค่อยๆ ลดลงจนในที่สุดเหลือตัวละสองนาที ลังเก็บวัตถุดิบเองก็ใกล้จะเต็มอยู่แล้ว ความเร็วในการล่าของคิริก็เพิ่มขึ้นราวกับมันกำลังสนุกอยู่เขาเลยไม่ห้ามการพัฒนานี้ ยิ่งมันแข็งแกร่งโอกาสเอาชนะในสงครามก็ยิ่งมีมากขึ้น

ไม่นานนักหญิงสาวที่ตั้งเต็นท์เงียบหายไปนานก็ออกมาพร้อมด้วยรูปลักษณ์ที่ดูผิดแปลกไปเล็กน้อย เธอสักลวดลายให้ตนเองและมันดูมีศิลปะอย่างมาก ลวดลายเหล่านี้ไม่ได้เยอะจนดูน่าเกลียดอะไรมากแถมดูเจ้าตัวจะชื่นชอบในผลงานของตนเองซะอีก

“ภูเขาซากศพนี่มันอะไรกัน” เธอถาม

“ฉันฝึกสัตว์เลี้ยงอสูร” ราล์ฟตอบด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่ง

“ฝึกอีท่าไหนกัน”

“ก็แค่” ราล์ฟยังพูดไม่ทันจบก็มีเสียงร้องโหยหวนของสัตว์ร้ายดังขึ้น “ให้ล่าหมดทั้งป่านี้นั่นแหละ”

หญิงสาวอ้าปากค้าง เคยคิดว่าคนที่จะทำอะไรแบบนั้นได้อย่างน้อยก็ต้องมีระดับที่สูง อาวุธและชุดเกราะในระดับชั้นยอด และมอนสเตอร์ที่ออกไปฆ่าจะต้องเป็นพวกที่อ่อนแอกว่าตนเองหนึ่งขั้น แต่ว่าที่นี่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์คลาสขุนนางแทบทั้งสิ้นแถมยังเกือบจะเรียกได้ว่าเป็นบอสมอนสเตอร์ที่ต้องอาศัยคนจำนวนหนึ่งในการจัดการกับมันสักตัว

“เอาล่ะ เรื่องอื่นไม่ต้องไปสนใจให้มากนักตอนนี้ควรให้ความสนใจกับการพัฒนาของเธอจะดีกว่า ทักษะนั่นคิดว่าพอจะเชี่ยวชาญขึ้นบ้างหรือยัง”

“คิดว่าน่าจะพอใช้ในการต่อสู้ได้บ้าง”

“คิดว่า? ช่างเถอะ ยังไงก็ต้องให้ลองสนามจริงอยู่แล้ว ถ้าตายฉันจะชุบให้”

 

สิบสองชั่วโมงไม่ขาดไม่เกินกับบทเรียนของราล์ฟ ทั้งสองคนเทเลพ็อตกลับมาที่เกาะมนุษย์เงือกพเนจร หญิงสาวผู้เคยมีนิสัยห้าวหาญเหมือนบุรุษเพศตอนนี้เธอกลับรู้สึกเหมือนตนเองรอดพ้นจากนรกมาสู้ความเป็นจริงได้ ร่างกายของเธอเหนื่อยล้าและเหนียวเหนอะไปด้วยเลือดของมอนสเตอร์ เธอจำไม่ได้แล้วว่าฆ่ามันไปมากน้อยแค่ไหนเพราะหลังจากตัวที่ยี่สิบก็ไม่มีสมาธิพอจะนั่งนับ มีเพียงมือและเท้าที่เคลื่อนไหวต่อสู้กับสัตว์ร้ายโดยไม่หยุด เมื่อเธอตายคิดว่าจะได้พักผ่อนกลับกลายเป็นถูกชุบชีวิตขึ้นมาเพื่อให้ฆ่าพวกมันต่อ

แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังไม่อยากเชื่อเลยว่าตนเองจะผ่านมันมาได้ ราล์ฟเป็นชายที่โหดเหี้ยมที่สุดเท่าที่เคยพบเจอมา ไม่มีแม้แต่ประกายแห่งความเมตตาอยู่ในใจของเขา เธอสาปแช่งเขาหลายต่อหลายครั้งแต่เจ้าตัวก็ไม่ได้ทุกข์ร้อนใดๆ เมื่อผ่านบทร้อยสัตว์ร้ายก็จับเธอไปโยนลงในดันเจี้ยนให้ต่อสู้กวาดล้างพวกมันทั้งหมดด้วยตัวคนเดียว ฟื้นฟูเลเวลที่หายไปให้กลับคืนมาได้ในที่สุด

พอได้เห็นเพื่อนสาว จากท่าทางห้าวหาญกลายเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง เธอวิ่งไปโอบกอดร่ำไห้พลางบอกอีกว่าไม่อยากจะเป็นแนวหน้าอีกต่อไปแล้ว หน่วยชาโดว์เองก็ได้แต่ส่งสายตาสงสารมาให้ พวกเขาแม้ว่าจะเป็นกุ๊กประจำกิลด์ก็ตามทุกคนล้วนแล้วแต่เคยผ่านหลักสูตรนรกมาก่อน ตอนนั้นพวกเขามีกันอยู่หลายคนจึงพอจะผ่อนคลายความตึงเครียดไปได้บ้าง ต้องยอมรับว่าบทเรียนของราล์ฟนั้นโหดร้ายและทารุณเกิน หากผ่านมันมาได้พวกเขาจะพบว่าตนเองพัฒนาขึ้นกว่าแต่ก่อนและปราศจากความกลัวตาย

       อย่างไรก็ตามความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับหญิงสาวเห็นได้ชัดด้วยตาเปล่า ร่างกายของเธอมีรอยสักที่ดูเท่และน่าจะกลายเป็นที่นิยมสำหรับพวกชายหนุ่มในเวลาต่อมา มันลุกลามไปถึงคอและใต้คางของเธอ หน้าผากเองก็มีแต่มันจางมากจนแทบจะมองไม่เห็นเพราะมันถูกปิดเอาไว้ด้วยผ้าคาดศีรษะสไตล์พ่อค้าเร่ สิ่งที่ต้องทำในตอนนี้คือการหาอาวุธคู่มือที่เหมาะสมให้กับสไตล์การต่อสู้ของตนเอง

       ราล์ฟนั่งพักผ่อนอยู่ครึ่งชั่วโมง ฟังแผนการที่ซากุระอธิบายให้อย่างละเอียดและจำลองภาพการเคลื่อนไหวภายในความคิด แผนนี้ไม่ดีแต่ก็ไม่ได้แย่เพราะถือว่าเป็นแผนการรบทั่วไป หน้าที่ที่ต้องทำต่อไปคือการนำไปบอกต่อมนุษย์เงือกที่อยู่ใต้ทะเลให้พวกเขาเตรียมรับมือตามแผน

       ซากุระสามารถผูกสัมพันธ์กับมนุษย์เงือกบนเกาะได้หมดแล้ว โดยเธอใช้วิธีลัดคือการผูกมิตรกับผู้นำและบุคคลสำคัญ ซึ่งเมื่อเธอได้รับการยอมรับแล้วจึงจะสามารถให้คำแนะนำต่อพวกเขาได้โดยไม่มีใครโต้แย้ง และเธอก็ได้นำเสนอความบ้าคลั่งของเนรอสขึ้นมาพร้อมอธิปรายผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นกับน่านน้ำในมหาสมุทรนั่นทำให้พวกเขารู้สึกว่าตนเองกำลังถูกคุกคามในทางอ้อมจึงตัดสินใจที่จะเข้าร่วมกองกำลังในครั้งนี้ ในจุดนี้ราล์ฟยอมรับโดยดุษฎีว่าเทียบกับเธอไม่ได้เลย

       ทิ้งวัตถุดิบที่ล่ามาได้ให้ซากุระนำไปจัดการ เสร็จแล้วจึงเทเลพ็อตกลับไปยังสถานที่นัดพบกับกลุ่มต่อต้าน เมื่อมาถึงก็พบกับลังวัตถุดิบจำนวนมากที่พวกเขาช่วยกันรวบรวมมา ราล์ฟเก็บของทุกอย่างใส่ช่องเก็บของจากนั้นก็อธิบายเกี่ยวกับการเตรียมพร้อม ซากุระไม่ได้เด็ดเดี่ยวเท่ากับราล์ฟและมีความใจอ่อนต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ที่เธออธิบายมานั้นให้บอกเกี่ยวกับความเสี่ยงของแผนการนี้เพื่อคัดกรองคนที่จะเข้าร่วมอย่างน้อยจะได้ลดอัตราสูญเสีย โชคร้ายที่ราล์ฟเด็ดขาดกว่านั้นมาก

       “ถ้าทำตามวิธีนี้พวกเราจะได้รับชัยชนะโดยมีความสูญเสียเพียงเล็กน้อย”

       “พวกเราล้วนตั้งใจจะพลีชีพเพื่ออาณาจักรแห่งนี้ เพื่ออนาคตที่ดียิ่งกว่า เพราะฉะนั้นต่อให้ต้องเสียสละข้าก็ยอมได้”

       “สิ่งนี้เป็นของที่พวกเราเตรียมเอาไว้ อยากให้นำมันไปฝังเอาไว้ในตำแหน่งที่คาดว่ากองทัพนั้นจะตั้งแถว” ราล์ฟยื่นกระเป๋าเอกสารที่ภายในมีอุปกรณ์ทรงลูกบาศก์ขนาดเท่ากับคิวบิกอยู่ด้วยหกลูก “นี่เป็นอุปกรณ์ที่จะทำให้พวกนั้นได้รับความเสียหายในระดับหนึ่ง”

       ตรงนี้เป็นแผนรองรับที่ราล์ฟจงใจแทรกมันขึ้นมาโดยไม่คิดจะบอกให้ซากุระรู้ ทั้งเขาและเธอต่างก็มีวิธีการดำเนินการที่แตกต่างกัน แผนของซากุระก็ยังดีแต่เธอประเมินความจริงผิดพลาดไปเล็กน้อย ดังนั้นหน้าที่ของเขาจึงเป็นการสร้างความได้เปรียบให้กับกองทัพฝ่ายตนเองให้ได้มากที่สุด

       มนุษย์เงือกไม่รู้ว่าสิ่งนี้คืออะไร แต่พอทราบว่ามันจะช่วยให้พวกเขาได้เปรียบมากขึ้นและช่วยตัดกำลังรบของฝ่ายเนรอสเป็นจำนวนมากก็รับปากว่าจะทำให้อย่างดีที่สุด เมื่อสั่งงานทุกอย่างเสร็จหมดแล้วราล์ฟก็เทเลพ็อตกลับไปที่เกาะมนุษย์เงือกพเนจร

       ด้วยวัตถุดิบจำนวนมากที่มาเสริมทำให้พวกช่างทุกคนต่างเร่งมือสร้างอาวุธคลาส D ออกมาจำนวนมาก บางคนสามารถทำคลาส C ขึ้นมาได้ก็ถูกมอบให้กับพวกมนุษย์เงือกที่สนใจเพื่อเพิ่มค่าความสัมพันธ์ มันเป็นวัสดุที่ได้มาแบบฟรีๆ ซึ่งวิธีนี้ทำให้พวกเขาได้ประโยชน์อย่างมหาศาล อาวุธล็อตแรกสุดจำนวนห้าร้อยเล่มถูกนำกลับไปส่งให้กับกลุ่มต่อต้านพวกเขาต่างยิ้มและกวัดแกว่งอาวุธใหม่ด้วยความตื่นเต้น

       นอกจากนี้ราล์ฟยังทราบด้วยว่ามีความเคลื่อนไหวทางฝั่งของเนรอสที่เริ่มระแคะระคายเกี่ยวกับการก่อกบฏ เขาได้ออกคำสั่งให้พวกทหารกักขังชาวบ้านจำนวนมากเอาไว้ในบ้านไม่ให้ออกมาทำกิจกรรมอย่างโจ่งแจ้ง โชคยังดีที่ฝ่ายต่อต้านส่วนใหญ่นั้นอพยพหนีออกมาก่อนจึงสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ครอบครัวของพวกเขาเองก็หนีไปยังที่หลบภัยรอจนกว่าเรื่องจะจบลงแล้วจึงค่อยนำกลับมา หรือหากมันผิดพลาดพวกเขาก็จะอพยพหนีขึ้นไปบนผิวน้ำหาสถานที่หลบซ่อนตัวและใช้ชีวิตใหม่ที่นั่น

       ราล์ฟใช้ดวงตาแห่งฮอรัสตรวจสอบความเงียบเหงาภายในอาณาจักรเงือก ทุกคนที่นั่นล้วนแล้วแต่ไม่เกี่ยวข้องแต่ก็ต้องได้รับความเดือดร้อนจากความบ้าคลั่งของเนรอส มีทหารเงือกควบคุมอยู่ตามตรอกซอกซอยทำให้บรรยากาศภายในอาณาจักรดูหดหู่และมืดมนสุดๆ ต่างจากที่เคยได้ยินมาจากไซเรนว่าเป็นดินแดนที่สวยงามและชาวเมืองมีความสุข

       “ดูเหมือนเราจะต้องสร้างความหวาดกลัวให้เนรอสสักหน่อย”

       หลังตัดสินใจก็ส่องเข้าไปภายในปราสาทตรวจสอบทุกตารางนิ้วพบว่ามีการรักษาความปลอดภัยแน่นหนายิ่งขึ้น พื้นที่ที่ว่างอยู่นั้นอาจจะดูเป็นทางเข้าออกที่ดีแต่สังหรณ์ของเด็กหนุ่มบอกว่ามันเป็นกับดัก ยิ่งเวลานี้ซีกเกอร์อยู่ฝ่ายตรงกันข้ามทั้งยังบอกข้อมูลและวิธีรับมือกับเขาอีก ออกจะน่ารำคาญอยู่บ้างแต่ราล์ฟก็ไม่ได้รู้สึกโกรธหรือเกลียดสักนิดเดียว

       เป้าหมายคือการสร้างความวุ่นวาย

       ราล์ฟปรากฏตัวขึ้นที่โถงทางเดินที่ซึ่งมีทหารเงือกอยู่ตามจุดต่างๆ ทันทีที่พวกเขาพบเจอกับผู้บุกรุกก็มีปฏิกิริยาตอบสนอง บางคนก็ตกใจ บางคนก็ตะโกนโหวกเหวกโวยวาย ถึงอย่างนั้นการจัดทัพก็ทำได้อย่างรวดเร็วทหารเงือกใช้อาวุธส่วนใหญ่เป็นหอกเรเปียร์กับโล่ ทางออกทั้งหมดถูกปิดตายไม่มีโอกาสให้หนีได้ เด็กหนุ่มเผยยิ้มบางเบานำดาบเทพเทวะกับมารโลกันตร์ออกมาถือข้างละมือและเริ่มร่ายรำโจมตีทหารเงือกจนบาดเจ็บล้มตาย

       ทหารเงือกบางตนใช้เวทมนตร์ได้ก็เริ่มร่ายเวทมนตร์ก่อให้เกิดวงเวทมนตร์สว่างรอบทิศจนดูปวดตา ต่อมาเวทมนตร์ก็ร่ายเสร็จและโจมตีใส่ในเวลาไล่เลี่ยกัน วินาทีนั้นราล์ฟเพ่งสมาธิกระตุ้นการทำงานของสมองภาพในวิสัยทัศน์ของเขาพลันคล้ายจะหยุดนิ่ง ความคิดของเขาไล่เลี่ยงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ คำนวณทิศทางการโจมตีทั้งหมดและหาทางหลบเลี่ยง

       วูบ!

       ราล์ฟเคลื่อนตัวก้มต่ำหลบไปทางซ้ายทีขวาทีตามด้วยการกระโดดก็รอดพ้นจากการโจมตีรอบทิศทางได้ ทหารเงือกล้วนไม่อยากจะเชื่อสายตา หากเปลี่ยนเป็นพวกมันตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันก็ไม่แคล้วจะต้องโดนโจมตีจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

       เด็กหนุ่มก่อความวุ่นวายทำลายห้องโถงจนเสียหายอย่างหนัก ทหารเงือกที่แม้จะมีทักษะเชิงหอกร้ายกาจเพียงใดก็ยังไม่อาจเทียบได้กับเด็กหนุ่มที่ใช้ดาบยักษ์สองเล่ม แม้จะเคลื่อนไหวได้ช้าแต่ก็มีการป้องกันอย่างแน่นหนา ต่อให้ใช้โล่รับการโจมตีเอาไว้ได้แรงปะทะที่ได้รับก็ยังทำให้ร่างกระเด็นไปอัดติดอยู่บนผนัง

       ผู้ที่พอจะเป็นคู่มือให้กับราล์ฟได้มีแค่มนุษย์เงือกระดับนายพลหรือแม่ทัพ จะเห็นได้ว่าบางคนก็ทำให้เขาต้องหลบหนี บางครั้งก็เมื่อรับการโจมตีก็ยังถอยกลับไปตั้งสามก้าว หากไม่ใช่เพราะวิชาการต่อสู้ที่มีอยู่นั้นจะเน้นไปทางสลายแรงปะทะก็คงได้รับความเสียหายหนักเอาเรื่อง

       “มาแล้วสินะ ฆ่ามัน ไม่สิจับมันเอาไว้ให้ได้” เสียงร้องตะโกนอันคุ้นหูดังขึ้น

       ที่ประตูซึ่งอยู่เหนือบันไดโถงทางเข้าปรากฏร่างของมนุษย์เงือกสายพันธุ์ฉลามอย่างเนรอส การแต่งกายของมันก็ทำให้ดูเหมือนราชาที่พึ่งเสพสมกับความสุขเพราะมันแทบจะไม่ได้ใส่เสื้อเกราะออกรบแต่เป็นสิ่งที่เหมือนกับชุดนอน

       “ว่าไงเนรอส หลับสบายดีไหม”

       “เจ้า! พวกเจ้าจะยืนบื้ออยู่ทำไมลุยเข้าไปเลยสิ มันมีอยู่แค่ตัวคนเดียว”

       “ไม่ใช่ว่าเคยเป็นแม่ทัพหรือยังไง มองไม่ออกหรือไงว่าพวกมันถูกฉันกดดันอยู่”

       ฟังจากที่ไซเรนเล่าเกี่ยวกับประวัติส่วนตัวของเนรอสมา ตำแหน่งแม่ทัพเขาได้รับก็มีหน้าที่แค่คอยสั่งการรบอยู่แนวหลัง เนรอสแทบจะไม่เคยออกไปสู้ด้วยตัวเองนอกจากรอรับความดีความชอบเท่านั้น เหตุผลที่เขาได้รับตำแหน่งนี้ก็เพราะบิดาของเขาเคยเป็นถึงแม่ทัพที่ยิ่งใหญ่ พอเข้ามาเป็นทหารก็ได้อยู่ในตำแหน่งที่แสนสบายไม่ต้องดิ้นรนอะไรมากแถมยังมีลูกน้องใต้บังคับบัญชาอีกด้วย

       ราล์ฟยื่นนิ้วประทับต่างปืนเล็งไปทางเนรอส เขายกยิ้มเล็กน้อยและพึมพำ ปัง

       กระสุนพลังจิตถูกยิงออกไปชนเข้ากับกำแพงด้านหลังจนเป็นรูลึกโบ๋ แก้มขวาของเนรอสปรากฏรอยแผลยาวๆ และมีเลือดไหลซึมออกมาจากปากแผล

       “อ๊าก! มันทำร้ายข้า มันทำร้ายข้า!” เนรอสกรีดร้องลั่น ยกมือปิดบาดแผลเอาไว้ท่าทางโกรธแค้นอย่างมาก

       “บาดแผลนั่นทิ้งไว้ให้เตือนความจำ ฉันสามารถฆ่าแกได้ทุกเมื่อจากนี้เมื่อแกอยู่ตัวคนเดียวจงระวังเอาไว้ให้ดี”

       หลังข่มขู่เสร็จราล์ฟก็เทเลพ็อตหายไปจากที่นั่น ทิ้งบาดแผลเอาไว้บนใบหน้าของเนรอสทำให้มันอาละวาดอย่างหนัก ราล์ฟมองว่าการรับมือกับเนรอสเป็นอะไรที่ง่ายดายอย่างมาก ตัวละครนี้อาจจะเจ้าเล่ห์แต่ก็ไม่ได้ฉลาดถึงขนาดจะมาเป็นคู่ปรับได้ คิดว่าความยากของเควสต์นี้น่าจะเป็นการเดินทางใต้ทะเลและทำสงครามในสถานที่ที่เสียเปรียบซะมากกว่า

       “อดทนอีกแค่นิดเดียวเท่านั้น พวกเรากำลังจะมาช่วยแล้ว”



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 396 ครั้ง

18 ความคิดเห็น

  1. #14339 K17099 (@17099) (จากตอนที่ 388)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 16:00
    โผล่มายิงเฉี่ยวมันบ่อยๆให้มันสติแตกเลย น่าจะสนุก... นึกภาพราฟโผล่มายิงตอนเนรอสขี้...
    #14339
    0
  2. #14328 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 388)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 08:33

    555++ ปัง เย้ยกันหน้าดู

    #14328
    0
  3. #14326 auannie (@songchien) (จากตอนที่ 388)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 16:07
    อ๊ากกกก ค้างอุตส่าดอง
    #14326
    0
  4. วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 11:42
    <p>ตายๆๆๆๆๆ</p>
    #14325
    0
  5. #14324 MarsWell (@spit) (จากตอนที่ 388)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 17:03
    ราล์ฟ เหลือเวลาอีกไม่มาก จะถึงจุดรีสตาร์ทแล้วว
    #14324
    1
    • #14324-1 auannie (@songchien) (จากตอนที่ 388)
      11 พฤษภาคม 2561 / 16:10
      คาดว่า รีสตาร์ทครั้งนี้ ท่านแม่ต้องรู้แน่ๆ ถ้าโครงการของคุณยายสำเร็จไม่ทันในครั้งถัดไป ราล์ฟจะกลายเป็นคนใหม่ที่ไม่มีความทรงจำเดิม
      #14324-1
  6. #14323 Dark in Heart (@bugsbunne) (จากตอนที่ 388)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 23:25
    จิต แท้
    #14323
    0
  7. #14322 Sirayu Manachot (@3468) (จากตอนที่ 388)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 23:00
    ฝึกสาวห้าวจนสาวแตก ทำราชาทรราชย์สติแตกได้เพียงแค่กรีดแก้ม



    นอกจากแมวผีแล้วคงไม่มีใครทำได้



    #14322
    0
  8. #14321 dteen (@naydekdee) (จากตอนที่ 388)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 14:06
    แลดูราลฟ์ โรคจิตอ่ะ โหดม 
    #14321
    0
  9. #14320 cheeta19 (@cheeta19) (จากตอนที่ 388)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 13:49
    ไซเรนนี้สรุปเป็นคนจริงๆที่รับการรักษาให้มาเป็นNPCในเกมใช่ป่ะ
    #14320
    0
  10. #14319 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 388)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 13:19
    ขอบคุณครับ
    #14319
    0
  11. #14318 Saruya_Sun (@sironeko1) (จากตอนที่ 388)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 10:51
    ราล์ฟนี่น่ารักจริงๆ555555555555
    #14318
    0
  12. #14317 Daojai Wilaiphol (@nodame123) (จากตอนที่ 388)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 10:44
    ขอบคุณค่ะ ยังรอ
    #14317
    0
  13. #14316 เพียงเรียงรัก (@boytor) (จากตอนที่ 388)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 09:11
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #14316
    0
  14. #14315 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 388)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 09:09
    อีกนิดเดียวก็คงจะสำเร็จลุล่วงถ้า พวกนั้นไม่มาทำแผนพังละนะ
    #14315
    0
  15. #14314 ลูปส์ (@follow_it) (จากตอนที่ 388)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 08:52
    สนุกกก ใกล้เปิดศึกแล้ววววว
    #14314
    0
  16. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  17. #14312 D.sand (@saikra) (จากตอนที่ 388)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 03:28
    แต่จะฮาเร็มอ่ะ ถามความเห็นอาคมรึยัง เอ้ย โทดๆ ถามความเห็นคู่หมั้นรึยัง
    #14312
    0
  18. #14311 DanNyFilLing (@DanNyFilLing) (จากตอนที่ 388)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 01:55
    รอมานาน อ่านยันหายคิดถึงแล้วครับบบบ
    #14311
    0