ตอนที่ 385 : บทที่ 39 ปล้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8193
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 144 ครั้ง
    3 ม.ค. 61

บทที่ 39 ปล้น

 



         “ที่นี่คืออาณาจักรเงือกสินะ ก็สวยดีอยู่หรอกแต่ให้ความรู้สึกเหมือนเมืองร้างยังไงก็ไม่รู้”

         เมื่อมองจากทางยอดหอคอยสูงของปราสาทจะเห็นความกว้างใหญ่ของอาณาจักรที่ใหญ่พอๆ กับประเทศประเทศหนึ่ง ด้านหลังกำแพงสูงใหญ่ที่แบ่งกั้นระหว่างประชาชนและราชวงศ์มีสภาพที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด แม้จะเป็นพื้นที่ของประชาชนมนุษย์เงือกแต่ก็ยังมีความสวยงามเหมือนในดินแดนเทพนิยายอยู่

         “ได้ยินมาว่าเมื่อก่อนมันดีกว่านี้ แต่ที่เปลี่ยนไปเพราะการปกครองของเนรอส” ราล์ฟหยิบกล่องส่องทางไกลขึ้นมาสอดส่องดูจำนวนทหารที่เดินลาดตระเวน ก่อนจะส่งให้กับชายหนุ่มอีกคนที่มาด้วยกันดู “ดูวิวตรงนั้นสิ นายจะเห็นความงดงามของมัน ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้เห็นทิวทัศน์ที่สวยงามจากยอดปราสาทในจินตนาการ”

         ตำแหน่งที่ชี้ให้ดูคือเส้นทางการลาดตระเวนของทหารมนุษย์เงือก และทิศทางที่ถูกกำหนดเอาไว้อย่างรอบคอบ ซึ่งหลังจากที่ซีกเกอร์ได้เปิดเผยการเดินทางของพวกราล์ฟกับเนรอสทำให้การคุ้มกันของปราสาทแน่นหนา โดยเฉพาะหน้าประตูห้องขังมียามเฝ้าอยู่ตลอดเวลา โชคดีที่ราล์ฟเคยมาที่นี่แล้วครั้งหนึ่งด้วยวิธีการที่ค่อนข้างโกงทีเดียว และเพราะแบบนั้นทำให้การเข้าออกอาณาจักรเงือกสำหรับราล์ฟเป็นอะไรที่ง่ายดายมาก

         “ตลกล่ะไอ้แมวผี คิดว่าฉันสนุกนักหรือไงที่ต้องมาเล่นบทสายลับกับนาย ต้องทิ้งน้องสาวไว้ในยานที่มีแต่พวกเพี้ยนๆ เล่นติต่างแปลงร่างเป็นยอดมนุษย์ห้าสี ไม่ก็พวกคลั่งหุ่นยนต์ เกิดน้องสาวฉันซึมซับเรื่องแบบนั้นมามีหวังอกแตกตายแน่”

         “มองในแง่ดี ฉันก็หวังให้เป็นอย่างหลัง อีกอย่างอารินยังเด็กเธอควรจะได้มีช่วงเวลาแบบเด็ก รู้ใช่ไหมว่าเธออายุสิบห้า”

         “สิบสี่ปี เจ็ดเดือน กับอีกยี่สิบสามวัน ใช่ฉันรู้เพราะเป็นคนจัดเซอร์ไพร์สวันเกิดน้องสาวทุกปีเลยต้องเตรียมพร้อมล่วงหน้าประจำ” อาคมตอบกลับพลางส่องกล้องมองไปรอบๆ มันเป็นอะไรที่ยุ่งยากและไม่เคยทำมาก่อนจึงไม่ได้คล่องแคล่วเหมือนทหารที่ผ่านการรบ

         “แต่เท่าที่ฉันเห็นอารินพัฒนาเร็วเกินไปตั้งแต่มาอยู่กับพวกเราแม่ลูก ฟังให้ดีไม่ต้องให้ฉันสาธยายอะไรมากจนนายตามไม่ทัน แต่การฝึกสอนที่บ้านแบบให้อิสระทางความคิดมันมีผลกับอารินเร็วกว่าที่คิด มันคือพรสวรรค์ที่น่ากลัว ฉันว่าอารินจะต้องเกิดมาเพื่อเรียนรู้ทุกอย่าง ยายฉันเองก็คงจะชอบอารินถึงกับจองตัวล่วงหน้า เก้าอี้ตำแหน่งศาสตราจารย์คงเป็นของน้องสาวนายเข้าสักวันและตอนนี้อีกไม่ถึงสิบเก้าวินาทีจะมีคนขึ้นมาตรวจสอบที่นี่ ได้เวลาเผ่นแล้ว”

         “มีไม่บ่อยที่ฉันจะเห็นด้วยกับแกว่ะไอ้แมวผี ทำตามความคิดแกเลย”

         “เราต้องสร้างความเสียหายให้มากที่สุด ฉันจะไปคลังเสบียง นายไปคลังอาวุธ มาดูกันสิว่าถ้าขาดสิ่งสำคัญสำหรับกองทัพผลลัพธ์จะวุ่นวายขนาดไหน อย่าลืมติดต่อกันด้วย”

         จากนั้นราล์ฟและอาคมก็อยู่ในสภาพล่องหนด้วยอุปกรณ์ของเดฟอนที่นำมาด้วย แม้ว่ามันจะไร้สาระไปบ้างแต่บางครั้งมันก็เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มีประโยชน์ ด้วยวิธีนี้พวกเขาจะสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระโดยที่พวกมนุษย์เงือกจะไม่รับรู้เรื่องนี้ พวกมันไม่ได้มีประสาทรับกลิ่นที่ดีเลิศเหมือนเผ่าพันธุ์ พวกเขาแยกย้ายกันไปจัดการตามหน้าที่ สภาพล่องหนอยู่ได้ไม่นานการจดจำตำแหน่งทิศทางการลาดตระเวนของมนุษย์เงือกช่วยให้หลบเลี่ยงการพบเจอได้

         ราล์ฟมีแผนที่ของปราสาทที่ได้จากการสำรวจและสอบถามจากปากของผู้ที่เคยอาศัยอยู่อย่างไซเรน เนรอสอาจจะปรับเปลี่ยนหลายสิ่งตามใจชอบในฐานะของราชาคนใหม่ แต่ในทางเทคนิคแล้วพวกเขาไม่คิดจะเสียเวลาเปลี่ยนมัน

         ทหารลาดตระเวนทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ยิ่งเข้าไปลึกมากเท่าใดก็ยิ่งมีความหนาแน่นมากขึ้นเท่านั้น ราล์ฟหวังเอาไว้ว่าเนรอสจะไม่รู้เรื่องที่เข้าออกอาณาจักรเงือกนับสิบครั้งเพื่อทำแผนที่ให้พวกซากุระได้ศึกษาและวางกลยุทธ์สำหรับโจมตี แต่ดูจากมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดเป็นไปได้ว่าน่าจะรู้แล้ว และยิ่งมีซีกเกอร์มาช่วยกระตุ้นให้อาณาจักรเงือกเคลื่อนไหว ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพื้นที่เป้าหมายจะต้องมีทหารเดินลาดตระเวนอยู่มากแน่

         การกระทำของซีกเกอร์ไม่อาจคาดเดาได้ พวกเขาแค่เล่นสนุกตามแบบของตนเอง และราล์ฟก็ไม่คิดจะตำหนิหรือต่อว่าในการกระทำ ไม่ว่าผลกระทบที่ได้รับจะดีหรือร้ายต่างก็ไม่มีผลอะไรกับชีวิตจริง ฉะนั้นความรู้สึกที่มีต่อทุกคนในเกมจึงแทบจะไม่มีคำว่า เกลียด อยู่เลย หากพ่ายแพ้ก็เป็นเพราะตนเองประมาทก็คงต้องยอมรับว่าอีกฝ่ายเหนือกว่า และการโทษคนอื่นเป็นเพียงการปัดความรับผิดชอบซึ่งราล์ฟไม่คิดจะเป็นคนแบบนั้น

         บริเวณโถงทางเดินข้างปราสาทมุ่งหน้าสู่คลังเสบียงมีทหารยืนประจำการอยู่ พวกนั้นมีระดับพลังอยู่ในคลาสทหารไม่ใช่เรื่องยากที่จะจัดการแต่ถ้าทำร้ายเพียงหนึ่งคนจะกลายเป็นการเปิดเผยการมาของตนเอง หากใช้พลังจิตลอยตัวผ่านไปก็จะทิ้งร่อยรอยให้เห็นได้ และยิ่งพวกมันมีสัมผัสที่ไวต่อพลังจิตทำให้ราล์ฟยากจะผ่านไปได้โดยไม่ถูกรู้ตัว

         “ฉันเจอคลังเสบียงแต่โชคร้ายที่เจ้าเนรอสวางเวรยามเอาไว้เพียบ”

         “เซอร์ไพร์ส แฮปปี้เบิร์ดเดย์” อาคมล้อเลียน ฟังจากเสียงสถานการณ์ที่เจอก็คงเลวร้ายไม่ต่างกัน “รู้อะไรไหมนักมายากลทุกคนมักจะมีวิธีดึงดูดความสนใจที่แตกต่างกัน โชคดีมากที่วันนี้ฉันพึ่งคิดอะไรดีๆ ได้ ฉันจะเรียกพวกมันมาดูการแสดง”

         อาคมปิดอุปกรณ์ล่องหนเปิดเผยตัวเองออกมาสู่สาธารณะหลังโยนพลุควันออกไปแล้ว ทำทีเป็นว่าเดินออกมาจากม่านหมอกสีขาว เผชิญหน้ากับหอกสามง่ามของทหารมนุษย์เงือกที่ชี้มาหาตัวเองอย่างไม่กลัวเกรง อาคมอยู่ในคลาสอัศวินเขาจึงมีพลังป้องกันมากพอที่จะทนต่อการโจมตีของคลาสทหารหลายสิบคนได้ เริ่มจากการนับนิ้วและอาศัยความเร็วทำให้มีลูกบอลอยู่ในระหว่างนิ้วทั้งห้า มันคืออุปกรณ์ที่อาคมทำขึ้นเพื่อใช้เล่นมายากลในเกม

         หลายครั้งที่นักมายากลจอมหมกเม็ดต้องสร้างอุปกรณ์เล่นกลให้ตัวเองเพื่อใช้ในการแสดง อาคมจึงได้มีความชำนาญในด้านนี้พอตัว น่าเสียดายที่เกมนี้ไม่ได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนชีวิตจริง ไอเทมแต่ละอย่างมีคุณสมบัติเฉพาะที่ประยุกต์ใช้ไม่ค่อยได้นอกจากจะมีทักษะสำคัญ แต่ก็มีของที่พอจะทำได้โดยใช้ไอเทมจากมอนสเตอร์และอาคมก็เป็นคนหนึ่งที่ศึกษาวิธีการสร้างจนได้รับทักษะประดิษฐ์เป็นรางวัล แต่ถ้าเทียบผลลัพธ์กับเดฟอนแล้วอาคมเป็นได้แค่เด็กฝึกหัดสำหรับงานด้านนี้

         ที่ขว้างออกไปคือระเบิดควันแก๊สน้ำตาผสมด้วยตัวยาที่ทำให้รู้สึกระคายเคือง อาคมปลีกตัวหนีออกมาแต่ก็ไม่ลืมที่จะสร้างกับดักเส้นลวดเอาไว้ระหว่างทาง ตัวใดที่เข้ามาขวางทางก็จัดการฟันอย่างไร้ซึ่งความปรานี เขาดึงความสนใจทำทีท่าคล้ายจะวิ่งหาทางหนีออกไปจากที่นี่ ผลลัพธ์เป็นไปตามที่คาดหวังเอาไว้เมื่อทหารมนุษย์เงือกมาปิดล้อมเอาไว้พร้อมร่ายเวทมนตร์กักขัง

         อาคมทำหน้าที่ได้ดีมาก เมื่อความสนใจพุ่งไปทางด้านหนึ่งส่งผลให้จุดอื่นเปราะบาง กองกำลังบางส่วนที่ถูกวางป้องกันพื้นที่ของเสบียงได้รับคำสั่งไปให้ร่วมมือในการจัดการกับผู้บุกรุก เหลือทิ้งเอาไว้เพียงไม่กี่คนเท่านั้น ราล์ฟปรากฏตัวออกมาจากการล่องหนและใช้วิชาหมัดมวยล้มพวกมันทั้งหมด กล่อมด้วยฤทธิ์ของยาที่จะทำให้สลบไม่ได้สติไปนานหลายชั่วโมง จากนั้นจึงเปิดประตูเข้าไปยังห้องเก็บเสบียงและพบเจอกับสมบัติที่พ่อครัวทุกคนต่างเฝ้าฝันถึง

         “เดอะมารีนยินดีต้อนรับ”

         ราล์ฟปล้นเสบียงทั้งหมดที่อยู่ในปราสาทตั้งใจจะนำไปใช้เป็นเมนูพิเศษที่หากินยากกับเดอะมารีน ต้องขอบคุณความพยายามของเนรอสที่รวบรวมเสบียงไว้ที่นี่ ใช้เวลานานกว่ายี่สิบนาทีในการเก็บวัตถุดิบทั้งหมดนำไปเก็บไว้ในเกาะส่วนตัว

         เป้าหมายของราล์ฟยังไม่หมดเพียงแค่นั้น หากอีกฝ่ายต้องการทำสงครามสิ่งที่จะช่วยให้ได้เปรียบคือการตัดกำลังทุกช่องทาง ห้องคลังอาวุธเป็นเป้าหมายต่อไป เขาฟังจากไซเรนมาแล้วว่ามันเก็บพวกอาวุธของกองทหารเอาไว้เป็นจำนวนมาก แต่อาวุธระดับสูงจะอยู่ภายในท้องพระคลังของปราสาทซึ่งมีการวางกลไกกับดักเอาไว้ แม้แต่เนรอสที่คิดว่าน่าจะเป็นคนเดียวที่รู้วิธียังไม่อาจจะนำมันออกมาได้เนื่องจากติดเงื่อนไขที่จำเป็นอยู่ นั่นเท่ากับว่าหัวใจของกองทัพตอนนี้อยู่ที่คลังอาวุธของทหาร

         ข้างนอกมีเสียงเอะอะโวยวาย ราล์ฟสัมผัสได้ว่ามีใครบางคนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้และมีระดับพลังที่สูงเอามากๆ เพราะจัดการกับพวกทหารที่เฝ้าอยู่หน้าห้องคลังเสบียงและนำร่างไปซ่อนไว้ในตู้เก็บเสบียง เมื่อคนคนนั้นเข้ามาถึงหน้าประตูราล์ฟก็เทเลพ็อตหายไปเป็นที่เรียบร้อย ด้วยทักษะที่มีอยู่นี้ราล์ฟไม่จำเป็นต้องกลัวใครหน้าไหนอีกต่อไป กระทั่งพวกสมาพันธ์วอร์ลอร์ดเองก็ไม่ใช่คู่มือถ้าเขาตั้งใจจะเอาชนะ

         ต่อมาราล์ฟก็ไปขโมยอาวุธต่อ ของพวกนี้มีประโยชน์มากสำหรับกองกำลังที่จะมาร่วมต่อสู้ อาวุธทั้งหมดอยู่ในเกรด B ซึ่งเป็นของที่มีราคาค่อนข้างแพงมากในตลาด จำนวนคนที่หามาถือครองได้มีอยู่ไม่ถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ราล์ฟยังต้องการเปลี่ยนอาวุธสำหรับค่ายกลดาบด้วย อาวุธที่อยู่ในนี้ทั้งหมดมีประโยชน์ทั้งสิ้น

         “เป็นเพียงแค่ตัวละครในบทบาท ต่อให้ถูกออกแบบมาเก่งแค่ไหนแต่ฉันไม่เคยเล่นตามเกมอยู่แล้ว”

         สุดท้ายคลังอาวุธก็ถูกปล้นเช่นเดียวกันกับคลังเสบียง

 

         เนรอสมีใบหน้าบูดเบี้ยวหลังได้รับรายงานข่าวร้ายเกี่ยวกับเสบียงและอาวุธที่ถูกปล้นไป ทั้งที่ได้รับคำเตือนเอาไว้ก่อนแล้วว่าจะมีการบุกมาปล้นของพวกนี้จึงได้วางกำลังเอาไว้อย่างแน่นหนา ไม่เพียงแต่จะบุกเข้ามาถึงในพื้นที่ยังสามารถหนีไปได้โดยไม่มีร่องรอยให้สืบหา ตอนนี้เนรอสรู้สึกเคียดแค้นมนุษย์ที่ชื่อราล์ฟผู้นี้มากจนถึงขั้นให้คำสาบานว่าจะถลกหนังออกเป็นชิ้นๆ เพื่อชดเชยความโกรธเกรี้ยวในคราวนี้

         ความเสียหายในครั้งนี้ถือได้ว่ารุนแรงมาก สถานการณ์อาจจะถึงขั้นวิกฤต อาหารเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้พวกเขามีชีวิตรอดต่อไปได้ ขณะเดียวกันอาวุธก็เป็นสิ่งสำคัญที่ใช้ปกป้องอาณาจักร เนรอสคำนวณความเสียหายที่จะเกิดขึ้นหากต้องปะทะกับพวกมนุษย์ที่มีอาวุธพร้อมสรรพ ในขณะที่พวกเขามีอาวุธเพียงไม่กี่ชิ้น และยิ่งไปกว่านั้นทหารมนุษย์เงือกหลายนายก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้ โอกาสที่จะเอาชนะได้ช่างริบหรี่

         เพื่อที่จะระบายความโกรธแค้นนี้คนเดียวที่ช่วยบรรเทาลงได้จึงมีเพียงบุคคลที่สมรู้ร่วมคิดอย่างไซเรน น้ำทะเลที่ถูกใช้เป็นเครื่องทรมานนอกจากจะได้ยินเพียงเสียงกรีดร้อง แววตาของเธอกลับดูมีความหวัง รอยยิ้มเย้ยหยันทำให้เนรอสรู้สึกรังเกียจมากขึ้น

         “เราบอกเจ้าแล้วว่าเขาคนนั้นคือสิ่งที่อยู่ในกล่อง เขาคือหายนะของผู้ที่เปิดมัน”

         “ไร้สาระ ตราบใดที่ข้ายังมีอาวุธประจำราชวงศ์อยู่ ในท้องทะเลแห่งนี้ไม่มีผู้ใดทัดเทียมข้า”

         ไซเรนยกยิ้ม เอือมระอาต่อความเขลาของบุคคลตรงหน้า

         ราล์ฟไม่ใช่คนที่ยึดติดกับกฎพื้นฐาน เขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้ตนเองได้เปรียบ ปั่นหัวและยุแยงผู้คน ตอนที่บอกความลับของปราสาทหลังนี้ให้กับราล์ฟก็รู้ได้ทันทีเลยว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นตามมา ทำได้เพียงมองเนรอสด้วยสายตาดูแคลนและไม่กล่าวอะไรออกไป

         “ข้าจะแสดงให้เห็นเองว่าที่นี่ข้าคือราชา” เนรอสคำรามและเดินออกจากห้องขัง มีทหารมนุษย์เงือกหลายนายติดตามไปด้วย

         เนรอสไม่เคยรู้สึกพ่ายแพ้มาก่อนในชีวิต อย่างน้อยก็ตอนที่เขาได้กลายมาเป็นผู้ปกครองและคุมขังเหล่าราชวงศ์ทั้งหมดเอาไว้ในคุก รอเพียงวันที่จะได้อำนาจทั้งหมดมาไว้ในกำมือคู่นี้ เขาจะแสดงให้เห็นเองว่าโลกใบนี้อยู่ภายใต้อำนาจของตนเอง ไม่ว่าศัตรูจะเป็นใครก็ล้วนแล้วแต่ไม่อยู่ในสายตาของเนรอส เพียงแค่ออกคำสั่งศัตรูเหล่านั้นก็จะต้องถูกกำจัดอย่างรวดเร็ว

         แต่อีกฝ่ายเป็นเพียงมนุษย์ไม่ว่าจะมองอย่างไรตนเองก็ได้เปรียบในเรื่องของสถานที่ สิ่งที่พวกนั้นทำเป็นเพียงแค่การก่อกวนเล็กๆ น้อยๆ ในฐานะผู้เป็นราชาย่อมสามารถแก้ปัญหาได้โดยง่าย

         “ออกคำสั่งไป ข้าต้องการให้พวกชาวเมืองไปหาเสบียงมาเก็บเอาไว้ให้กองทัพ กับให้ไปรวบรวมสิ่งของมาผลิตอาวุธ เกณฑ์พวกช่างอาวุธทั้งหมดมาทำงานอย่างหนัก ข้าต้องการให้พวกทหารมีอาวุธพร้อมสำหรับสงครามที่จะมาถึง”

         คำสั่งนี้ยากที่จะปฏิบัติตาม หากไม่ใช่เพราะเนรอสปกครองทุกอย่างด้วยความกลัวและลงโทษผู้คนที่ทำผิดแม้เพียงเล็กน้อย พวกเขาคงจะคัดค้านอย่างถึงที่สุด แต่ตอนนี้มันไม่เป็นเช่นนั้น เนรอสมีอำนาจจากอาวุธวิเศษ ภายในมหาสมุทรแห่งนี้เขาจะสังหารผู้ใดทิ้งก็เป็นเรื่องง่ายดายมาก

         “เจ้าแพ้แล้วเนรอส” ไซเรนเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา

         การที่เธอรู้จักกับราล์ฟทำให้รู้นิสัยที่ชอบทำกับการวางแผน ในการสงครามที่พ่ายแพ้เรื่องจำนวน สิ่งที่ราล์ฟจะทำคือการหากำลังเสริมจากผู้คนที่อยู่ในพื้นที่ เพาะสร้างศัตรูร่วมกันทำให้เกิดความร่วมมือเพียงชั่วคราว เนรอสเป็นคนใจร้อนและถึงจะเคยเป็นแม่ทัพแต่นิสัยกลับเป็นพวกที่เน้นความเด็ดขาดในการจู่โจมโดยที่ไม่สนใจว่าผู้ใดจะได้รับบาดเจ็บ เป็นคนที่ให้ความสนใจกับผลลัพธ์มากกว่าการรักษาสายสัมพันธ์ระหว่างสหายร่วมรบ

         น่าสงสารที่ชาวมนุษย์เงือกทั้งหลายกลายเป็นเพียงแค่หมากตัวหนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็เชื่อมั่นว่าราล์ฟจะไม่ทำให้พวกมนุษย์เงือกเหล่านั้นออกมาเสี่ยงชีวิตแบบโง่ๆ เขามีวิธีการที่ไม่สนใจต่อภาพลักษณ์ของตนเอง

 

         ในเขตอาณาจักรมนุษย์เงือก การที่เพลเยอร์หรือสิ่งมีชีวิตอื่นจากบนบกมาอยู่ร่วมกันย่อมมีผลกระทบอย่างมาก ในขณะที่มนุษย์เงือกไม่อาจใช้พลังที่แท้จริงได้ตอนอยู่บนบก มนุษย์อย่างพวกเขาเองก็ยากที่จะเคลื่อนไหวภายใต้แรงดันระดับนี้ได้ ยาเม็ดอากาศเพียงแค่ช่วยให้อากาศเหล่านั้นบรรเทาลงเท่ากับว่าในการต่อสู้แบบสงครามจริงๆ ยาพวกนี้มีความสำคัญอย่างมาก

         อาคมขยับแขนขาเพื่อบรรเทาอาการเมื่อยล้า หลังพึ่งเผชิญหน้ากับพวกมนุษย์เงือกที่มีคลาสขุนนางกับอัศวิน พวกมันแข็งแกร่งกว่าตัวที่เคยสู้กันตอนอยู่บนบกแต่ก็ไม่ได้แปลว่าพวกเขาจะพ่ายแพ้ ที่ไปฝึกซ้อมและทำความเข้าใจกับทักษะที่มีก็เพื่อการนี้โดยเฉพาะ

         “ดูเหมือนแกจะเป็นพวกเลวบัดซบจริงๆ ถึงจะเป็นแค่เกมก็เถอะ”

         คนเล่นเกมบางคนอินกับเนื้อเรื่องและตัวละครภายในเกมซึ่งก็ถือเป็นเรื่องดี แต่สำหรับบางคนที่มองเพียงแค่เกมเป็นเกม ทำให้เกิดแนวคิดและความเด็ดขาดที่เหนือกว่าคนทั่วไป แม้จะมีคนตายต่อหน้าแต่กลับไม่มีความรู้สึกว่าตนเองสูญเสีย

         ราล์ฟก็เป็นคนหนึ่งที่มองแบบนั้นแต่กลับแสดงออกได้ขัดแย้งกับความคิด เขาจะโหดร้ายกับคนอื่นแต่กับคนใกล้ชิดแล้วก็พร้อมที่จะยอมแลกทุกอย่างเพื่อปกป้องให้ถึงที่สุด

         “พวกเราเสียเปรียบเรื่องจำนวน เพราะฉะนั้นฉันเลยต้องทำให้เนรอสสร้างศัตรูจากภายในด้วยตัวเอง นายคิดว่าหลังกำแพงนั่นจะมีทหารเงือกที่เลวแท้จริงอยู่สักกี่คนกันล่ะ” ราล์ฟขยับแว่นตาขณะใช้ความคิดเพื่อมองหาวิธีที่จะทำให้ตนเองได้เปรียบเพิ่มมากขึ้น

         “อย่างน้อยก็ต้องมีสักคนล่ะวะ” อาคมสุ่มตอบ เขวี้ยงมีดสั้นปักใส่ปะการังทดสอบความแม่นยำของตนเอง “แต่ทำไมแกต้องทำเรื่องให้มันยุ่งยากด้วยวะ ไอ้หูฉลามนั่นมันไม่น่าจะสร้างความลำบากให้แกได้อยู่แล้ว รีบๆ จัดการมันไปซะก็สิ้นเรื่อง”

         “อยากทำแต่ทำไม่ได้มากกว่า ฉันจะต้องเอาคำสาปนั่นออกจากตัวของไซเรน และเพราะแบบนั้นฉันถึงยอมทำทุกอย่างเพื่อการันตีว่าศึกครั้งนี้พวกเราจะชนะ ส่วนปัญหาเรื่องของพวกมนุษย์เงือกฉันต้องการให้พวกเขาตัดสินใจกันเองว่าจะสู้กับโชคชะตาหรือจะอ้าแขนยอมรับ” ราล์ฟพูด สายตาของเขาจ้องมองดูการเรียกรวมผู้คนทั้งหลายที่ลานกว้างและหลังจากที่ได้ทราบคำสั่งทุกคนก็แสดงใบหน้าที่มีแต่ความทุกข์

         “อยู่ตรงนี้มองไม่ค่อยเห็นเลยแหะ แกใช้วิธีไหนมองไกลวะ”

         “รวบรวมพลังไว้ที่ดวงตา ถ้าชำนาญเมื่อไหร่จะเห็นช่องว่างเล็กของเวลาในหน่วยวินาที เป็นระบบเสริมอย่างหนึ่งที่พวกระดับสูงยังเข้าไม่ถึงกันมากนัก นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันรับมือกับคนที่เก่งกว่าได้” ราล์ฟเปิดเผยความลับเหล่านี้อย่างใจกว้าง อาคมไม่ใช่คนอื่นคนไกลแต่เป็นคู่แข่งที่มีพัฒนาการที่น่ากลัว การช่วยให้คนอื่นพัฒนานั่นทำให้ตัวเองก็ต้องเร่งพัฒนาให้เหนือกว่าเสมอ

         อาคมมีไหวพริบเพียงแค่แนะนำเล็กน้อยก็สามารถใช้มองไกลได้ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนลานกว้างอยู่ในสายตาของอาคม แต่หลักๆ เขาใช้มันเพื่อเน้นไปทางพวกทหารมนุษย์เงือกทั้งหมด จนในที่สุดเขาก็เผยรอยยิ้มออกมาเมื่อพบเจอเป้าหมายของการมาครั้งนี้แล้ว

         ทหารมนุษย์เงือกที่ใส่เกราะที่ดีกว่ามากและยืนคุมผู้คนโดยใช้เพียงแค่การจ้องมอง เป็นคนเดียวกันกับทหารมนุษย์เงือกที่บุกขึ้นไปและทำให้น้องสาวเขาเกิดบาดแผลบนใบหน้า ปกติอาคมจะไม่จดจำผู้คนแปลกหน้า ยกเว้นกรณีเดียวคือคนคนนั้นทำให้น้องสาวของเขาต้องเจ็บปวด และไม่มีใครรู้ว่าโดยนิสัยแล้วอาคมเป็นชายที่เจ้าคิดเจ้าแค้นแบบสุดๆ

         “ฉันเจอมันแล้ว” น้ำเสียงบ่งบอกถึงความดีใจ แต่ก็ยังยับยั้งตัวเองไม่ให้พุ่งพรวดออกไปได้

         ด้วยความสนใจราล์ฟหันไปมองดูบ้างและยกยิ้มด้วยใบหน้าเหนื่อยใจ

         “ถ้ายังอยากจะจัดการกับเจ้านั่นอยู่ มันคงดีกว่าถ้าให้ฉันเป็นเจ้าภาพ ยังไงซะเป้าหมายของพวกเราคือการสร้างความปั่นป่วนอยู่แล้ว ทหารจะหายไปสักคนสองคนคงช่วยเบาแรงพวกเราตอนทำสงครามว่างั้นไหมล่ะ”

         อาคมเห็นด้วยกับความคิดของราล์ฟโดยไม่ถือทิฐิที่ว่าจะต้องเป็นคนจัดการด้วยตัวเอง เพราะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมาได้เรียนรู้จากผู้ใหญ่ที่อยู่รอบตัวราล์ฟ สุดท้ายก็ตระหนักได้ว่าในชีวิตคนเราจำเป็นจะต้องมีความยืดหยุ่น ความเถรตรงมักจะนำมาซึ่งปัญหาอยู่เสมอ

         สถานที่ที่จะใช้ต่อสู้กันอยู่ในโซนกลางที่ทำให้มนุษย์เงือกยังมีความได้เปรียบ อากาศที่นี่เบาบางมากและทำให้มนุษย์ธรรมดารู้สึกอึดอัด ยามที่หายใจคล้ายจะมีฟองอากาศอัดแน่นอยู่ภายในปอด ร่างกายต้องทนรับแรงดันแต่ก็อยู่ในระดับที่ทนเพื่อต่อสู้ได้ อาคมยืนอยู่ที่นั่นและรอคอยการมาถึงของใครบางคน แรงกดดันที่แผ่ออกมารอบตัวนั้นทำให้เกิดเป็นรัศมีแห่งความตาย อาจเป็นเพราะการหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับชุดเกราะในตำนานจนดึงประสิทธิภาพที่แท้จริงออกมาจนได้

         นี่คือการเตรียมพร้อมในการต่อสู้ อาคมมีจุดอ่อนในเรื่องการปล่อยพลังเช่นเดียวกับราล์ฟ ซึ่งพวกเขาต้องใช้เวลาสักระยะในการรักษาความเสถียรของพลัง เขาสามารถระเบิดมันออกมาให้สูงขึ้นได้แบบก้าวกระโดดจนน่ากลัวแต่ไม่สามารถควบคุมมันได้ การแก้จุดอ่อนนี้ทำให้สามารถแสดงพลังออกมาได้เต็มที่เท่าที่ใจอยาก แต่มันจำเป็นจะต้องอาศัยเวลาเตรียมตัว

         และตอนนี้อาคมอยู่ในสภาพพร้อมต่อสู้แล้ว

         ฟุบ!

         ผู้ที่ถูกพามาแสดงใบหน้าสับสน มันเป็นเหตุการณ์เพียงชั่วพริบตาเดียวเท่าที่จำได้ มันกำลังเดินกลับไปยังปราสาทโดยแยกจากสหายในกองทัพเพียงไม่ถึงหนึ่งนาที ภาพสุดท้ายที่จำได้คือการปรากฏตัวของมนุษย์เผ่าแมวเข้ามาคว้าตัวแล้วพามาโผล่ที่นี่

         สัมผัสได้ถึงเจตนาฆ่าที่รุนแรง มนุษย์เงือกคนนั้นจับอาวุธตั้งท่าเตรียมพร้อม

         “จำฉันได้ไหม” อาคมทักทาย เขาไม่หวังหรอกว่าอีกฝ่ายจะจำได้หรือไม่ เพียงเขาจำได้เท่านั้นก็พอแล้ว

         “แกมันมนุษย์เมื่อตอนนั้น”

         ครั้งก่อนนั้นมันจดจำได้โดยเฉพาะกลิ่นอายความตายแบบนี้ มันถูกปล่อยออกมาจากชุดเกราะที่ถูกสวมใส่อยู่ เพียงแต่ครั้งนี้มันแตกต่างออกไปตรงที่อาคมควบคุมกลิ่นอายนั้นได้ด้วยเจตจำนงของตนเอง

         “ถูกต้องนะครับ” และไม่รอช้าอาคมเปิดการโจมตีก่อนเป็นคนแรก

         เปรี้ยง!

         ดาบปะทะกับหอกสามง่ามโดยที่มันไม่มีริ้วรอยเกิดขึ้น มันไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจหลังจากที่รู้ว่าเมื่ออยู่ในน้ำมนุษย์เงือกจะแกร่งขึ้นเป็นเท่าตัว โดยเฉพาะพละกำลังและความเร็วที่ทัดเทียมกับอาคมในสภาพนี้ บางสิ่งที่จะช่วยแยกแยะความแตกต่างได้ก็เหลือเพียงวิชาการต่อสู้ ทว่าอาคมไม่มีของแบบนั้น สิ่งที่เขามีอยู่ก็คือเทคนิคและลูกเล่นในฐานะของนักมายากล

         มีไพ่ดีดพุ่งออกมาจากแขนเสื้อเกราะหลายใบ มันดูราวกับว่าอาคมสามารถยิงไพ่ออกมาจากฝ่ามือได้ ในขณะเดียวกันมืออีกข้างก็ขยับแปลกๆ ก่อนที่จะมีลูกไฟพุ่งใส่มนุษย์เงือก เพียงแต่ไฟนั้นไม่ได้ดับในทันทีมันยังคงมีความร้อนที่พอจะทำให้แสบๆ คันๆ ได้

         นี่ไม่ใช่เวทมนตร์แต่มันคือมายากล เป็นกลลูกไฟแบบง่ายๆ ที่ขอแค่มีวัตถุดิบที่จำเป็นก็สร้างทริกพวกนี้ขึ้นมาได้ ที่ผ่านมาอาคมไม่คิดว่ามายากลจะใช้ต่อสู้ได้ดีนัก จนเมื่อไม่นานมานี้เขาได้รับคำแนะนำสั้นๆ ที่ว่า พรสวรรค์จะต้องใช้ให้ถูกทาง สุดท้ายก็เข้าใจได้ว่ามายากลของเขาอาจจะใช้ได้ดีในการก่อกวนและสร้างโอกาสให้ตัวเอง

         สามง่ามที่กวาดใส่ทำให้อาคมเสียจังหวะเล็กน้อย สุดท้ายก็ยังมีผลเหมือนเดิมคือการถูกก่อกวนจนออกการโจมตีได้ไม่ถนัด อาคมโปรยแผ่นกระดาษออกไปและจู่โจมด้วยทักษะ พายุดาบ แผ่นกระดาษที่โปรยออกมานั้นชุ่มไปด้วยน้ำและเป็นธรรมดาที่มันจะน่ารำคาญมากถ้าบังเอิญไปโดนมันแปะติดเข้า ในโอกาสนี้เองอาคมตวัดดาบฟันด้วยการโจมตีธรรมดาด้วยความเร็วอันน่าตกตะลึง

         เพราะแบบนี้เองราล์ฟถึงไม่ค่อยจะให้ความสนใจกับทักษะที่มีความรุนแรง ตราบใดก็ตามที่เกมนี้คิดค่าความเสียหายจากการโจมตี แม้เพียงเล็กน้อยก็ยังถือเป็นความเสียหาย การโจมตี 1 จุดก็ยังนับเป็นความเสียหาย แทนที่จะมัวเสียเวลาไปกับการหาทักษะรุนแรงที่ต้องเสี่ยงว่าจะโดนหรือไม่ แถมยังมีข้อจำกัดมากมาย สู้จัดหาทักษะที่สนับสนุนการโจมตีธรรมดายังจะดีซะกว่า ตอนนี้อาคมเองก็เริ่มจะได้รับอิทธิพลจากความคิดบ้าๆ นั้นเช่นกัน

         “เกะกะซะจริง” มนุษย์เงือกคำรามเสียงต่ำ อาการบาดเจ็บที่ได้รับเป็นเพียงรอยขีดข่วนเล็กๆ ที่ไม่ควรค่าเก็บมาใส่ใจ มันกระแทกสามง่ามกับพื้นก่อให้เกิดเป็นคลื่นกระแทกทรงกลม

         เกราะดาบ!

         มันถูกต้านเอาไว้ด้วยทักษะป้องกันเช่นกัน แม้จะทำให้อาคมเสียจังหวะการทรงตัวไปเล็กน้อยแต่อาจพูดได้ว่าการโจมตีของมนุษย์เงือกนั้นไร้ผลโดยสิ้นเชิง

         ก้าวพริบตา!

         แม้ไม่อาจเทียบเคียงกับการเทเลพ็อต แต่มันก็ทำให้อาคมสลับตำแหน่งได้เรื่อยๆ เขาโจมตีจากรอบทิศทางโดยเปลี่ยนตำแหน่งทุกครั้งที่เท้าสัมผัสกับพื้น ทว่าในการโจมตีเหล่านั้นซ่อนลูกเล่นใหม่เพิ่มเข้ามาอีกคือกับดักเส้นลวด อาคมจะคำนวณทิศทางและวางกับดักนี้เอาไว้ ด้วยระยะห่างตอนแรกจะไม่ทำให้อีกฝ่ายรู้ตัวจนกระทั่งเขาดึงมันให้ไปแนบชิดติดกับร่างกาย มนุษย์เงือกถูกจับพันธนาการได้ในที่สุด

         “แค่ลวดเส้นเล็กๆ คิดว่าจะหยุดข้าได้หรือยังไง”

         “ไม่เคยคิด ก็แค่ลวดมันนำไฟฟ้าได้ดีเท่านั้นเอง”

         ที่อยู่ในมือของอาคมคืออัญมณีธาตุสายฟ้า ของเล่นที่พวกเขาเคยนิยมใช้ในแพทซ์ที่แล้วและมันเป็นของหายาก ปัจจุบันนี้ได้รับความนิยมในการนำไปเป็นส่วนประกอบสร้างอาวุธธาตุขึ้นมา ด้วยความที่มันหายากจึงมีราคาแพง

         เปรี้ยง!

         อัญมณีธาตุเมื่อถูกนำมาใช้แบบทิ้งขว้างก็เป็นอะไรที่น่าเสียดาย แต่อาคมก็เหมือนราล์ฟตรงที่ไม่สนใจมุมมองที่ผู้คนมีต่อไอเทมในเกม ราคาไม่ว่าจะถูกหรือแพงขอเพียงมันไม่มีผลกระทบต่อชีวิตจริงพวกเขาก็ยอมที่จะจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อซื้อมัน

         “ไม่เจ็บไม่คัน”

         “ก็ไม่ได้ทำให้คัน แค่ทำให้เป็นอัมพาตชั่วคราวต่างหากล่ะ ไอ้เบื๊อกเอ๊ย!

         คลื่นดาบทะลุทะลวง!

         ถ้าขยับไม่ได้ก็ไม่มีทางป้องกันการโจมตีที่รุนแรงได้ ดาบภูตมายาเปล่งอานุภาพที่แท้จริงเมื่อรวมเข้ากับออร่าแห่งความมืด การตวัดวาดออกไปก็เป็นดั่งลำแสงสีดำที่ตัดผ่านได้ทุกอณู ในกรณีที่อีกฝ่ายอยู่ในสภาพที่เคลื่อนไหวได้ก็อาจจะป้องกันการโจมตีนี้หรืออาจจะหลบได้ และเพื่อให้มันได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด การใช้มายากลในการเบี่ยงเบนความสนใจจึงกลายเป็นแนวทางที่อาคมถนัดไปโดยปริยาย

         ผลลัพธ์นี้ไม่ได้จัดว่าดีมากนัก ลำพังแค่ทหารมนุษย์เงือกเพียงตัวเดียวยังต้องใช้ทั้งเวลาและอุปกรณ์หลายชิ้นในการเอาชนะ บ่งบอกให้รู้ว่าพวกมันแข็งแกร่งมาก เมื่อถึงเวลาทำสงครามกันจริงๆ มันไม่ใช่สิ่งที่จะเปลี่ยนไปได้ด้วยความสามารถในการต่อสู้ของเหล่าเพลเยอร์

         “ดูเหมือนพวกมันจะเก่งขึ้นกว่าเดิม”

         “เพราะแบบนี้กลยุทธ์ที่ช่วยให้ได้เปรียบจึงจำเป็นยังไงล่ะ ฉันไม่เคยมองว่าตัวเองเหนือกว่า แต่มักจะมองว่าศัตรูเหนือกว่าเสมอ”

         “ปัญหาก็คงเหลือที่ทางฝั่งพวกนั้นสินะ”

         “เธอรู้ดีว่าควรทำอะไรเป็นที่สุด”

โชคดีที่ราล์ฟวิเคราะห์ความสามารถของศัตรูเอาไว้หมดแล้วและหาวิธีที่จะทำให้การต่อสู้ในครั้งนี้มีพวกเขาเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ

 

ซากุระได้รับแจ้งปัญหาที่พบเมื่อยานเลวีอาธานถูกกระแสน้ำใต้ทะเลพัดไปกระแทกกับบางสิ่งบางอย่างจนเกิดเป็นรอยรั่ว และด้วยความที่เธอเป็นคนใจเย็นมากจึงได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าก่อนที่ยานเลวีอาธานจะกลายเป็นห้องปิดตายใต้สมุทร ในที่สุดพวกเธอก็สามารถขึ้นมาเหนือผิวน้ำและปล่อยให้เดฟอนและลูกเรือบางคนที่พอจะมีความสามารถลงไปช่วยกันซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย

“เสบียงของพวกเราที่เก็บกู้ไม่ทันเสียหายหมดเลยสินะคะ”

โชคยังดีที่ห้องที่เสียหายเป็นเพียงห้องสะสมเสบียง โชคดีที่ลูกเรือบางคนหัวไวเก็บเสบียงบางส่วนเอาไว้ในกระเป๋ามิติ เลยไม่ทำให้เกิดปัญหาเรื่องการขาดน้ำและเสบียงประทังชีวิต

รายงานพวกนี้หมายถึงชีวิตของร้อยกว่าชีวิตที่ซากุระจะต้องรับผิดชอบ หากขาดน้ำและอาหารมันก็ไม่ต่างอะไรจากการพาพวกเขามาตาย มันเป็นความรับผิดชอบในฐานะผู้นำและเธอไม่อาจมองข้ามความเสี่ยงเหล่านี้แม้เพียงเล็กน้อย

สาเหตุที่ซากุระได้รับความชื่นชมในฐานะของผู้นำที่ดีก็คือเธอมีความรับผิดชอบที่สูงมาก เธอเข้าใจความคิดและความหวังของสมาชิกที่อยากจะเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จและอยากที่จะเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้เห็นมันด้วยตา สัมผัสด้วยความรู้สึก ไม่ใช่เพียงแค่คำบอกเล่าจากผู้ที่เห็นมาด้วยตนเอง ทุกครั้งที่มีการลงดันเจี้ยนเพื่อพิชิตนั่นจะเป็นความรับผิดชอบสูงสุดในการพาคนเหล่านั้นไปสู่ความสำเร็จโดยไม่ทอดทิ้งใครไว้เบื้องหลัง

เพราะความรับผิดชอบเช่นนี้ทำให้คนที่เคยได้มีโอกาสติดตามซากุระเพียงครั้งเดียว ก็พร้อมที่จะติดตามไปตลอดโดยไม่ทรยศหักหลัง ผลประโยชน์ที่เธอได้รับจากการทำงานหนักมีเพียงการได้ร่วมเล่นเกมไปพร้อมกับทุกคนแค่นั้น ไม่ได้มีความทะเยอทะยานหวังจะกลายเป็นอันดับหนึ่ง มีเพียงสร้างสังคมเกมในแบบที่มันควรจะเป็นเท่านั้น

“โดยเฉพาะน้ำพวกเราเหลืออยู่ไม่มาก” ธิดาแห่งศาสตรามองเห็นถึงปัญหานี้เช่นกันแต่เธอก็ยังคิดไม่ออกว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร

“ค่าความกระหายของพวกเราจะลดลง 1 หน่วยทุก 5 นาที ในกรณีที่อยู่เฉยๆ แต่ถ้ามีเงื่อนไขเรื่องสถานที่กับกิจกรรมที่ทำอยู่เวลาของมันจะลดลงไปเรื่อยๆ ให้เวลามากสุดอยู่ที่ 4-5 ชั่วโมงเราจำเป็นจะต้องหาแหล่งน้ำให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก” วาโยคำนวณเวลาที่อาจจะเกิดปัญหากับลูกเรือทุกคน

“เข้าใจแล้วค่ะ หรือก็คือเราจำเป็นจะต้องหาเสบียงและน้ำให้เร็วที่สุด ช่วยเรียกเด็กตกปลามาพบจะได้หรือเปล่าคะ” ซากุระหันไปบอกกับสมาชิกหญิงที่เปลี่ยนหน้าที่มารับตำแหน่งนี้แทนเพื่อนอีกคนที่วันนี้ไม่ได้ออนไลน์

หลังเสียงประกาศแจ้งผ่านไปไม่ถึงห้านาที เด็กตกปลาก็มาถึงที่ห้องควบคุม เขามาพร้อมกับชามข้าวถ้วยใหญ่กับอาหารทะเลซีฟู้ดน่ากิน ที่ช่วยเพิ่มพลังกายได้ชั่วขณะหนึ่ง นิสัยติดสบายของเด็กตกปลาไม่ค่อยเป็นที่ชื่นชอบในฐานะของการทำงานร่วมกันสักเท่าไหร่ แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าคนแบบนี้จะมีความสามารถเฉพาะด้านที่ต้องยกนิ้วให้เป็นอันดับหนึ่ง

“คุณบอกว่าเชี่ยวชาญในทะเลแถบนี้ พอจะช่วยระบุสถานที่ที่หาแหล่งน้ำจืดใกล้ที่สุดได้หรือเปล่าคะ”

“ถ้าหมายถึงเกาะที่ใกล้ที่สุดล่ะก็ฉันเห็นอยู่ที่หนึ่งแต่มันเล็กมากแล้วก็ไม่มั่นใจว่าจะมีพวกแหล่งน้ำจืดหรือเปล่า แต่ถ้าเป็นลูกมะพร้าวล่ะก็มีอยู่ทุกเกาะแน่นอน”

“คุณบอกว่า เห็นเหรอคะ?” ซากุระสงสัย แม้จะใช้กล้องส่องทางไกลมองจากบนหลังคายานก็ไม่มีทีท่าว่าจะพบเห็นสิ่งใดในรัศมีสุดเส้นขอบฟ้า นอกจากคลื่นที่พยายามจะตีตัวยานให้พลิกหงาย

เด็กตกปลาพยักหน้ารับดื้อๆ “เพราะรู้ว่าพวกเธอจะต้องถามหาแหล่งน้ำก็เลยไปดูมาให้แล้ว ปกติแล้วเกาะเล็กๆ ไม่ค่อยจะมีแหล่งน้ำจืดสักเท่าไหร่ ถ้าเป็นเกาะใหญ่ล่ะก็มีพอให้ลงไปว่ายเล่นได้เลยล่ะ”

         กลุ่มผู้หญิงมองหน้ากันโดยไม่ต้องสื่อสารราวกับพวกเธอสามารถเชื่อมจิตใจถึงกันได้ สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปที่เห็นพ้องตรงกันโดยไม่ต้องเปิดปากพูด และปล่อยให้ซากุระเป็นกระบอกเสียงแทน

         “เราไม่อาจเสี่ยงเดิมพันกับเกาะเล็กว่าจะมีน้ำหรือไม่ มันคงจะดีกว่าถ้าพวกเราสามารถหาเกาะใหญ่ได้เพื่อเติมน้ำและเสบียงที่จำเป็น ดังนั้นพวกเราจะใช้วิธีการส่งคนที่มีความสามารถในการบินออกไปค้นหา โดยขอให้คุณช่วยแนะนำทุกคนด้วยจะได้หรือเปล่าคะ”

         “ก็ไม่มีปัญหา แต่แนะนำให้อย่างน้อยก็ต้องไปตั้งหลักที่เกาะไหนสักแห่งก่อน พายุกำลังจะมา”

         “เอ๊ะ!

         อย่างที่ทราบกันดีว่าผู้คนในเกมใช้ชีวิตกันอยู่แต่บนแผ่นดินมาโดยตลอด จึงไม่รู้ว่าท้องทะเลที่กว้างใหญ่นี้มีอุปสรรคทางธรรมชาติเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ เด็กตกปลาอาจจะเป็นคนเดียวที่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ดีที่สุด อย่างน้อยก็เป็นคนที่ประสบเหตุการณ์เหล่านี้จนเสียชีวิตมานับครั้งไม่ถ้วน ดังนั้นในสถานการณ์เหล่านี้เขาจึงมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ

         ใครบ้างล่ะที่จะอยากลอยคออยู่กลางทะเลจนกว่าจะถึงฝั่ง โดยเฉพาะสำหรับคนที่ได้มหาทุกขลาภอย่างทักษะตายเกิด

         เลวีอาธานอุรอยรั่วเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแต่ก็ต้องซ่อมแซมบางส่วนอยู่ จึงเห็นสมควรที่จะไปพักยังเกาะเล็กที่เด็กตกปลาแนะนำ เมื่อมาถึงทุกคนก็รู้สึกเหมือนกับว่าตนเองได้หลงเข้ามาอยู่ในเกมแนวเอาชีวิตรอดแบบคนติดเกาะ แน่นอนพวกเขาย่อมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ

         มันเป็นเกาะที่ค่อนข้างใหญ่ในความคิดของพวกเขา คงมีเพียงเดฟอนกับเด็กตกปลาสองคนที่มองว่ามันเป็นเกาะเล็กมาก และเพื่อเริ่มการตรวจสอบสภาพเกาะเดฟอนจึงปล่อยโดรนออกไปสำรวจกลับมา พวกเขาพบกับแหล่งน้ำอยู่ตรงกลางแต่เด็กตกปลาเดินไปมองรอบๆ เกาะก่อนจะหัวเราะ

         “เกาะนี้ไม่มีน้ำจืดเสียใจด้วย”

         “ทำไมคุณถึงมั่นใจขนาดนั้นล่ะคะ” ซากุระสงสัยในท่าทีของเด็กตกปลามาก ถึงจะบอกว่าเขาเชี่ยวชาญทางทะเลมากกว่าทุกคนก็ตาม แต่เอาเข้าจริงๆ เธอรู้สึกว่าเขามีความลับมากเกินไป

         ชายหนุ่มยิ้มและชี้ไปยังต้นไม้ที่อยู่ข้างๆ มีร่องรอยเขียนเอาไว้อย่างชัดเจน

         “เพราะว่าฉันเคยมาแล้วยังไงล่ะ ดูจากตัวเลขแล้วล่ะก็” เขานำสมุดออกมาเปิดดู น่าจะเป็นปูมบันทึกการเดินเรือ “ใช่จริงๆ ด้วย ดูเหมือนพวกเธอจะยังโชคดีอยู่นะที่ฉันเคยมาที่นี่ หมายถึงเคยเอาชีวิตรอดอยู่ที่นี่น่ะ ตามมาสิต้องการน้ำไม่ใช่หรือยังไง”

         ภายใต้สถานการณ์แบบนี้การเชื่อเด็กตกปลาเป็นความคิดที่ดีที่สุด เดฟอนจำเป็นต้องอยู่ซ่อมยานก่อนที่พายุลูกใหญ่จะมา คนที่ตามไปจึงมีแค่พวกซากุระและคนสนิทเพียงไม่กี่คนที่พอจะช่วยปกป้องอันตรายได้

         เด็กตกปลาทำหน้าที่เป็นไกด์นำทางที่ดี บอกเล่าเกี่ยวกับมอนสเตอร์ที่จะพบได้บนเกาะแห่งนี้ซึ่งทั้งหมดเป็นสัตว์ทะเลที่จะขึ้นมาสร้างความวุ่นวายเป็นระยะ เรื่องดีเพียงอย่างเดียวคือบริเวณรอบๆ นี้เป็นแอ่งน้ำตื้นจึงปลอดภัยจากพวกเจ้าสมุทร แต่สิ่งที่น่ารำคาญคือพวกครึ่งบกครึ่งน้ำที่มักจะโผล่มาทีเป็นหมื่นตัว

         “เคยมีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นมาก่อน? ไม่เห็นรู้เลย”

         “ถ้ามองในแง่ที่ว่าไม่มีใครเคยคิดจะเดินทะเลเรื่องแบบนี้ก็ฟังดูมีเหตุผลไม่ใช่เหรอ”

         “แถมดูเหมือนเรื่องพวกนี้จะเกิดขึ้นเป็นปกติด้วย การที่พวกเราไม่เคยรู้เลยก็ต้องยอมรับแล้วว่าพวกเราเล่นเกมเท่าที่รู้ แต่ไม่เคยคิดที่จะสำรวจหาความลับของเกมที่ซุกซ่อนเอาไว้ ทั้งการไปอาณาจักรเงือก หรือการเดินทะเล ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ยังไม่มีใครเคยคิดถึงมาก่อน”

         เด็กตกปลาฟาดฟันต้นหญ้าที่ขึ้นระเกะระกะออกไปให้พ้นทาง จนในที่สุดก็มาถึงสถานที่ดังกล่าว มันเป็นรูถ้ำที่ถูกสร้างเอาไว้สูงเหนือพื้นดินประมาณสิบเมตร และบันไดเชือกที่เก่ามากให้ปีนขึ้นไป แต่เวลานี้ทุกคนมีเผ่าพันธุ์และพลังจึงสามารถพาตัวเองขึ้นไปข้างบนนั้นได้ ภายในไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าเตียงไม้กับลังใส่ของเน่าๆ ที่ชัดเจนว่าเสียแล้ว แต่ถังน้ำที่อยู่ใกล้ๆ กันมีน้ำอัดแน่นอยู่เต็มไปหมด พวกมันถูกเติมเต็มผ่านรางน้ำฝนที่ทำเอาไว้ส่งผ่านเข้ามาข้างใน

         “คุณสร้างที่นี่เหรอคะ?” ซากุระถาม

         “ถ้าไม่ใช่ฉันแล้วจะเป็นใครกันล่ะคุณหนู”

         “ทำไมมันถึงต้องสูงขนาดนี้ด้วยล่ะ” ธิดาแห่งศาสตราประมาณความสูงและมองออกไปทางทะเล มันเป็นตำแหน่งที่เห็นวิวได้ดีที่สุดแต่เธอไม่คิดว่านี่จะเป็นจุดประสงค์ของมัน

         “เวลามีพายุมักจะมีบางอย่างมาด้วย” เด็กตกปลาตอบยิ้มๆ และเริ่มมีเหงื่อแตกพลั่ก วิ่งออกไปมองทางทะเลเห็นคลื่นน้ำแปลกๆ กำลังตรงมาทางนี้ “ซวยล่ะ พวกมันเลือกเกาะนี้เป็นทางผ่านเหรอเนี่ย”

         “อะไรกำลังจะมาคะ” ซากุระร้องถาม เห็นท่าทางตื่นตระหนกของเด็กตกปลาก็สังหรณ์ว่ามันจะไม่ใช่เรื่องดี

         “พวกเธอโชคดีที่จะได้เห็นปรากฏการณ์ที่เลวร้ายมากในอันดับต้นๆ ของการติดเกาะ ฝูงปลาเพชฌฆาตนับแสนตัวกำลังจะมาที่นี่”

         โชคดีในความหมายของเด็กตกปลาอาจจะไม่ใช่อย่างที่ทุกคนคิด ฝูงปลาเพชฌฆาตเหล่านี้มีความดุร้ายอย่างมาก พวกมันมีแขนขาสามารถวิ่งได้บนบกและว่ายน้ำได้รวดเร็ว ฟันของพวกมันแหลมคมเหมือนใบมีด หากมีเพียงตัวหรือสองตัวไม่ใช่เรื่องน่ากลัวแต่อย่างใด ทว่าเมื่อพวกมันมีจำนวนมาก มนุษย์จะกลายเป็นเพียงเหยื่อให้พวกมันขบเคี้ยวเล่นเท่านั้น

         สถานการณ์ค่อนข้างเลวร้ายจึงรีบติดต่อให้กลุ่มสำรวจกลับมาเตรียมพร้อมรับมือเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น โชคดีที่วันนี้ไม่มีเด็กอยู่ร่วมในการเดินทางซากุระจึงไม่ต้องแบกรับความรู้สึกผิดมากนัก อันที่จริงเธอก็ไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับการให้เด็กๆ มาร่วมเดินทางที่เสี่ยงอันตราย แต่พวกเธอนั้นเป็นคนของกิลด์แพนโดร่าและมีสิทธิ์ในการร่วมเดินทางโดยได้รับอนุญาตจากราล์ฟที่เป็นผู้นำในการเดินทางครั้งนี้ อารินไม่ได้อยู่บนเลวีอาธาน แต่อยู่ที่เกาะส่วนตัวเพื่อปรุงยาและเรียนพิเศษเสริมกับนิมป์เพราะต้องเตรียมสอบวัดผล เช่นเดียวกันกับลาเวนเดอร์ที่ถูกห้ามไม่ให้เข้ามาเล่นเกมด้วย ดังนั้นแล้วครั้งนี้ถือว่าโชคดีมากจริงๆ

         ฝูงปลาเพชฌฆาตอยู่ห่างจากเกาะเล็กไม่กี่สิบกิโลเมตร พวกมันกำลังเคลื่อนที่มาด้วยความเร็วที่สูงมากและอีกไม่ถึงสิบนาทีก็น่าจะมาถึงบนเกาะ เวลาเช่นนี้คงไม่เพียงพอสำหรับเคลื่อนย้ายผู้คนและเดินเครื่อง เด็กตกปลารู้ว่าปัญหาตอนนี้คืออะไรและด้วยหน้าที่รับผิดชอบในการพาทุกคนไปให้ถึงอาณาจักรเงือกโดยปลอดภัย เขาจำเป็นจะต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง คิดได้ดังนั้นแล้วก็วิ่งพรวดพราดออกไปโดยไม่ฟังคำทัดทานของซากุระ

         ถึงซากุระจะเชี่ยวชาญกลยุทธ์ในการทำสงครามจริง แต่สถานการณ์ที่จำเป็นจะต้องพึ่งการตัดสินใจที่รวดเร็วหรือสิ่งที่สมควรทำ อาจไม่เหมาะสำหรับคนที่ต้องคิดถึงผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เวลานี้การตัดสินใจของเด็กตกปลามาจากประสบการณ์และความมั่นใจในตัวเอง จุดประสงค์ก็เพื่อดึงความสนใจให้ทุกคนออกจากเกาะแห่งนี้ให้ได้ คนที่สามารถทำอะไรแบบนั้นได้ก็คงมีแต่เขาเพียงคนเดียวเท่านั้น

         เด็กตกปลาทะยานผ่านผิวน้ำทะเลได้อย่างน่าอัศจรรย์ ราวกับนินจาที่สามารถวิ่งบนผิวน้ำได้ ปืนที่คาดอยู่บริเวณเอวถูกนำออกมายิงใส่ มันเป็นการโจมตีหมู่ที่จะทำให้เกิดการยั่วยุและสร้างความเสียหายได้ระดับหนึ่ง ผลลัพธ์เป็นไปตามที่หวังเมื่อพวกมันเบนทิศทางไปยังชายหนุ่ม

         “ปลาเพชฌฆาตจะออกล่าเป็นฝูง ดึงความสนใจเพียงตัวเดียวเท่ากับเจอมันทั้งฝูง” ชายหนุ่มเผยยิ้ม สะบัดคันเบ็ดออกไปโจมตี

         ฝูงปลาเพชฌฆาตไม่ได้แข็งแกร่งมากไปกว่ามอนสเตอร์คลาสทหาร พวกมันอ่อนแอแต่ถูกทดแทนความร้ายกาจด้วยจำนวน คันเบ็ดผสานจิตมีความคมคล้ายกับดาบ เอ็นที่หนาและคมกริบตัดผ่านร่างของพวกมันไปหลายสิบก่อนที่เขาจะดึงเย่อปลาตัวที่เกี่ยวติดออกมาเหวี่ยงสะบัดเข้าไปในฝูง ด้วยวิธีการต่อสู้ที่ดูแปลกตานี้เองทำให้การอพยพคนแทบจะไม่คืบหน้าเพราะพวกเขาถูกดึงสายตาให้ดูการต่อสู้ครั้งนี้

         ปืนในมือซ้ายยิงออกไปชะลอการเข้ามาของฝูงปลาเพชฌฆาต คันเบ็ดในมือขวาเหวี่ยงเกี่ยวติดพวกมันและสะบัดกวาดไปมาเพื่อยั่วยุ พวกมันดาหน้าไปหาชายหนุ่มดั่งที่ต้องการ เขาชำเลืองมองไปทางกลุ่มคนพวกนั้นที่อพยพและขนถังน้ำขึ้นยานด้วยความเร่งรีบ ถอนหายใจยาวด้วยอารมณ์หลากหลาย ต่อให้เป็นจ้าวสมุทรที่น่ากลัวเมื่อต้องเผชิญหน้ากับฝูงปลาเพชฌฆาตในจำนวนเช่นนี้ก็ต้องมีเผ่นกันบ้าง เด็กตกปลาเองก็เป็นเช่นกันสิ่งเดียวที่พอจะทำได้คือการลดจำนวนและดึงความสนใจไว้ให้นานที่สุด

         ซากุระพิจารณาดูแล้วว่าเด็กตกปลามีความต้องการที่จะแลกชีวิตเพื่อช่วยเหลือให้พวกเธอรอด หากเขาใจเย็นและเชื่อใจพวกเธอสักนิดมันจะมีวิธีที่มีประสิทธิภาพมากกว่า เพียงแค่ยังไม่มีประสบการณ์เดินทะเลแค่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะเอาตัวรอดไม่ได้ ตอนนี้นอกจากให้ทุกคนขนย้ายถังน้ำขึ้นเลวีอาธาน ซากุระ ธิดาแห่งศาสตรา และวาโย ผู้ที่พอจะมีทักษะต่อสู้ระยะกว้างกำลังยืนมองดูอยู่บนฝั่ง

         “ผู้ชายมักจะใจร้อน” ธิดาแห่งศาสตราดูจะไม่ปลื้มกับความคิดที่ต้องให้ผู้ชายคอยแบกรับความผิดชอบมากนัก ดาบคาตานะเล่มยาวที่ทำขึ้นมาเป็นพิเศษที่ต้องใช้สองมือในการจับถูกนำออกมาเพื่อใช้ท่าที่คิดค้นขึ้น

         “เขาดูจะไม่รู้ว่าตัวเองมีความสำคัญแค่ไหน” วาโยพูดบ้าง ปักคทาเอาไว้เบื้องหน้าและเริ่มร่ายมหาเวท

         “ปฏิเสธไม่ได้นะคะว่าพวกเขาตั้งใจจะช่วยพวกเราจริงๆ” ซากุระนำธนูดาราสวรรค์ออกมา ไอเย็นที่แผ่ออกมาทำให้คนที่อยู่ใกล้เคียงหนาวสั่น เธอยืนตั้งท่าด้วยความมั่นคงและเริ่มน้าวสายธนู

         ทันใดนั้นมวลอากาศพลันมีความเปลี่ยนแปลง กระแสน้ำมีทิศทางการไหลที่แปลกประหลาดก่อให้เกิดเป็นวังน้ำวนดึงดูดฝูงปลาเพชฌฆาตเข้าไปภายใน จากนั้นวังน้ำวนพลันระเบิดออกกลายเป็นพายุงวงช้างที่มีขนาดรุนแรง

         ธนูดาราสวรรค์ถูกยิงออกไป เส้นแสงสีขาวที่มีเกล็ดหิมะพวยพุ่งออกมาเป็นประกายชนเข้ากับพายุงวงช้าง ด้วยอานุภาพที่รุนแรงมันได้แช่แข็งทุกสิ่งที่อยู่ภายในพายุและเปลี่ยนมันให้เป็นประติมากรรมน้ำแข็งที่งดงาม พวกมันอาจถูกแช่แข็งแต่ด้วยความพยายามที่จะขยับเคลื่อนทำให้ก้อนน้ำแข็งยักษ์สั่นสะเทือน

         ดาบคาตานะของสาวงามสะบัดออกไปเป็นคลื่น ประติมากรรมน้ำแข็งถูกตัดขาดเป็นหลายส่วน มีหลายตัวถูกฟันขาดเช่นเดียวกับหลายตัวที่รอดชีวิต พวกมันลงสู่น้ำทะเลและเปลี่ยนเป้าหมายไปยังกลุ่มสาวที่โจมตี

         “พวกเราโจมตี!

         “ฆ่าพวกมันให้หมด”

         “อาหาร!

         สารพัดคำพูดเสริมสร้างกำลังใจและเป็นสัญญาณของการโจมตี เหล่าเพลเยอร์ผู้กล้าทั้งหลายทะยานไปสู่ผิวทะเล ทุกคนมีวิธีที่แตกต่างแต่ให้ผลลัพธ์คือการเคลื่อนที่อยู่บนผิวทะเล ด้วยความแข็งแกร่งที่แต่ละคนมีแทบจะไม่แตกต่างจากพวกยอดฝีมือระดับสูง บวกกับทุกคนมีเทคนิคและความชำนาญเฉพาะทางหากแบ่งให้ช่วยกันจัดการคนละร้อยหรือสองร้อยตัวตามความสามารถก็ไม่ใช่เรื่องยาก พวกเขารับมือและบาดเจ็บจากความประมาท แต่ด้วยนักบวชและนักดนตรีที่นำมาช่วยทำให้การต่อสู้เป็นกลุ่มไม่เกิดความสูญเสียเท่าที่กังวล อย่างมากก็แค่เกือบตายเท่านั้น

         ปลาเพชฌฆาตรับรู้ได้ว่าสถานการณ์กำลังเสียเปรียบจึงได้แยกย้ายกันหนีเอาชีวิตรอด โชคดีที่ครั้งนี้ทุกคนที่ถูกคัดเลือกให้มาร่วมการเดินทางล้วนแล้วแต่มีฝีมือสูงมาก อย่างไรก็ตามพวกเขารู้สึกไม่พอใจที่การออกล่าครั้งนี้ไม่ได้ให้ไอเทมใดๆ เลย ในขณะที่พวกเขาต่างสูญเสียน้ำยาและต้องนำอาวุธไปซ่อมแซม สิ่งเดียวที่ได้รับจากพวกมันคือเนื้อสำหรับนำมาประกอบอาหาร

         พายุตั้งเค้ามาแต่ไกล การขนย้ายจึงต้องรีบเร่งแข่งกับเวลา เวลานี้มีน้ำและอาหารเพียงพอในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้นจึงตัดสินใจว่าหลบจากหลบพายุลูกนี้เสร็จแล้วจึงจะค่อยมุ่งหน้าไปสะสมเสบียงที่เกาะใหญ่เป็นการชั่วคราว เดฟอนซ่อมแซมรูรั่วเสร็จได้อย่างรวดเร็วจึงสามารถเดินเครื่องเตรียมตัวเดินทางได้ทันที และเพื่อหลบหลีกพายุความสามารถในการพยากรณ์อากาศของเด็กตกปลาจึงมีความสำคัญอย่างมาก ท้ายที่สุดพวกเขาสามารถหลบหนีจากพายุออกมาได้โดยได้เห็นความน่ากลัวของมันผ่านกระจกหน้าก่อนที่เลวีอาธานจะดำดิ่งลงสู่ใต้ท้องมหาสมุทร

         ในความเป็นจริงพวกเขาทุกคนต่างก็ไม่เคยประสบพบเจอกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงขนาดนี้มาก่อน ตอนที่ได้เห็นมันมีเพียงไม่กี่คนที่รักษาสติเอาไว้ได้ พายุที่โหมกระหน่ำรุนแรงก่อให้เกิดเป็นคลื่นสูงหลายสิบเมตร หากพวกเขาช้ากว่านี้เพียงเล็กน้อยก็อาจจะได้รับผลกระทบจากมัน

         “เป็นพายุที่รุนแรงกว่ามหาเวทของฉันอีก จะว่ายังไงดีทะเลนี่มันน่ากลัวกว่าที่คิดซะอีกนะ”

         “พวกเราอาจจะต้องเจอกับอันตรายอีกหลายอย่าง โชคดีที่พวกเรามีต้นหนเรือที่ไว้ใจได้ค่ะ” ซากุระตกใจเพียงไม่นาน เธอเดินทางไปกลับระหว่างประเทศทุกปีจึงมักจะเคยพบเจอกับภัยพิบัติเหล่านี้มาบ้าง แต่ความรุนแรงของมันอย่างมากก็แค่ทำให้เที่ยวบินถูกยกเลิกแค่นั้น

         “ไม่ต้องชื่นชมฉันมากก็ได้ บอกไว้ก่อนว่าเห็นแบบนี้ฉันก็เสียเรือไปกับพวกพายุกับสึนามิไม่ใช่น้อยๆ นับได้ว่าเกินกว่ายี่สิบครั้งแล้วด้วย” เด็กตกปลาฮัมเพลงลูกกรุง สายตากวาดมองเรดาห์และสภาพใต้ท้องทะเลจากนั้นจึงค่อยๆ เปลี่ยนเส้นทางมันทีละน้อย

         วาโยหันมาถกประเด็นเรื่องการเดินทางใหม่อีกครั้ง จากที่เคยคิดว่าจะมุ่งหน้าไปถึงเกาะมนุษย์เงือกพเนจรที่เป็นเป้าหมายได้อาจจะต้องเผชิญหน้ากับปัญหาด้านน้ำและอาหาร การได้น้ำดื่มมาช่วยแก้ปัญหาได้เพียงชั่วคราวพวกเธอจำเป็นจะต้องเตรียมการรับมือกันอย่างต่อเนื่อง วาโยถึงกับต้องขีดเขียนสูตรสมการเพื่อคำนวณปริมาณของอาหารและเครื่องดื่มที่ต้องใช้ตลอดการเดินทางในแต่ละวัน แต่ด้วยความที่เธอเองแม้จะขยันแต่ก็ไม่ได้ฉลาดนัก ทั้งสามคนช่วยกันคิดอยู่นานก็ได้คำตอบในที่สุด

         ปัญหาที่พบเจอตอนนี้ก็คือเรื่องของน้ำที่จะต้องหยุดแวะพักตามเกาะ อาหารนั้นไม่ใช่เรื่องยากตราบใดที่ยังมีทะเลอยู่ กุ๊กบางคนซื้อชุดเครื่องปรุงผ่านระบบเครดิตจึงใช้งานได้อีกหลายวัน ในทะเลไม่มีแผนที่จึงต้องขอพึ่งความชำนาญพื้นที่จากเด็กตกปลาในการหาเกาะใหญ่ตลอดเส้นทางที่จะมุ่งหน้าไปยังเกาะเงือก

         และเด็กตกปลาก็ไม่ทำให้พวกเธอผิดหวัง ชายหนุ่มสามารถหาเกาะใหญ่ให้ได้ขอเพียงรู้ทิศทางที่มุ่งหน้าไป หรือพูดให้ถูกก็คือมันเป็นเกาะที่เด็กตกปลาเคยไปอาศัยอยู่มาก่อนแล้ว ปูมบันทึกเดินเรือที่เขียนบอกเล่าถึงการผจญภัยกับแผนที่เดินทะเลที่เขียนด้วยความรู้ครึ่งๆ กลางๆ กลายเป็นอาวุธหลักที่ช่วยกำหนดทิศทางนี้ได้

         “เกาะตรงนี้น่าจะเป็นเกาะใหญ่นะคะ พวกคุณคิดว่ายังไง” ซากุระถามความเห็น

         “ระยะทางมันค่อนข้างไกลเอาเรื่อง เชื้อเพลิงพวกเราตอนนี้ต้องใช้อย่างจำกัดด้วย” วาโยคัดค้าน เพราะเท่าที่ดูจากแผนที่มันออกนอกเส้นทางไปไกลมากแต่ก็เป็นเกาะใหญ่ที่อยู่ใกล้ที่สุด

         “แต่ถ้าอาศัยความแรงของกระแสน้ำใต้ทะเลก็น่าจะช่วยในการเดินทางได้บ้าง” ธิดาแห่งศาสตราเสนอวิธี

         “นั่นขึ้นอยู่กับว่าต้นหนของเราจะพาไปได้หรือเปล่าแล้วค่ะ”

         เด็กตกปลาได้ยินก็หันมายิ้มแล้วยกนิ้วโป้งให้ บอกใบ้ว่า ไม่ต้องกังวล

         ท้ายที่สุดก็กำหนดเป้าหมายได้นั่นคือการเดินทางไปเกาะใหญ่เพื่อสะสมเสบียงก่อนออกเดินทางต่อยาวไปจนถึงเกาะเงือก

 

ซากุระมองว่าการเดินทางอย่างต่อเนื่องอาจจะทำให้เกิดความเหนื่อยล้าทางจิตใจ การแวะพักตามเกาะต่างๆ ก็เพื่อให้พวกเขาได้ปลดปล่อยความอึดอัด สุดท้ายแล้วก็มีความเห็นตรงกันว่าสมควรที่จะพักค้างคืนที่เกาะใหญ่แห่งนี้

         เกาะใหญ่นั้นใหญ่สมคำร่ำลือ พวกเขาอาจสร้างอาณาจักรของตนเองได้ในสถานที่แห่งนี้ ป่าไม้นานาพรรณขึ้นรกรากและมีพวกสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำอาศัยอยู่ พวกมันแตกตื่นตกใจเมื่อเห็นยานลำใหญ่จอดเทียบบนชายหาด มีการแบ่งกลุ่มสำรวจเพื่อหาน้ำและอาหาร ส่วนที่เหลือมีหน้าที่เฝ้าระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

         มอนสเตอร์ที่พบเจอบนเกาะอาจจะดูธรรมดาและไม่น่ากลัว ทว่าเมื่อพวกมันจะต้องปกป้องตนเองกลับทำในสิ่งที่ทุกคนไม่คาดฝัน หลายคนเกือบจะต้องตายเพราะความประมาททั้งที่น่าจะได้รับคำแนะนำจากเด็กตกปลามาแล้ว กว่าจะจัดการพวกมันได้แต่ละตัวก็กินเวลามากกว่าปกติ ค่าประสบการณ์ที่ได้รับก็น้อยนิดจนน่าใจหาย ไอเทมที่สมควรจะได้รับกลับไม่มีเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะรู้สึกว่าการเดินทางในทะเลเป็นสิ่งที่ต้องสูญเสียอย่างมาก

         การก่อสร้างที่พักเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่คุ้นเคย พวกเขาเพียงแค่กางเต็นท์ขึ้นมาและก่อกองไฟบนชายหาด ถ้าจะมีคนที่สร้างบ้านพักขึ้นมาก็คงเป็นชายหนุ่มสองคนที่เข้ากันได้อย่างเป็นปี่เป็นขลุ่ยอย่างเดฟอนและเด็กตกปลา ทั้งสองคนเคยมีประสบการณ์การเดินทางร่วมกันจึงอาจพูดหยอกล้อกันประสาเพื่อนสนิท

         สิ่งปลูกสร้างที่อาจเรียกได้ว่าเป็นบังกะโลถูกสร้างขึ้นมาอย่างง่ายดาย ทั้งสองคนล้วนมีฝีมือในการก่อสร้างสูงกว่าคนอื่นๆ กรณีของเด็กตกปลาเป็นประสบการณ์จากการเอาชีวิตรอด ส่วนเดฟอนมาจากการศึกษาและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และยิ่งเดฟอนมีเผ่าพันธุ์จักรกลมันทำให้งานก่อสร้างสำหรับเจ้าตัวเป็นเรื่องง่ายราวกับดีดนิ้วเสกขึ้นมา

         “ที่จริงฉันก็สงสัยนะว่านายไม่มีเต็นท์บ้างเหรอ?”

         “ไอมีมันก็มีล่ะนะ แต่มันไม่ให้อารมณ์คนติดเกาะไง ต้องมีบ้างล่ะนะที่จะมีคนอยากได้ประสบการณ์ติดเกาะ ไม่งั้นมันจะมีคนบ้าไปร่วมรายการเอาชีวิตรอดบนเกาะร้างผุดขึ้นมาได้ยังไง”

         “นายนี่เพี้ยนจริงๆ ถ้าเปลี่ยนเป็นหมอนั่นล่ะก็

         “ถ้าเป็นเจ้าราล์ฟน่ะเหรอมันคงพูดแบบนี้ ทำไม ฉันก็แค่ใช้สิ่งที่ฉันมีเพื่อความสะดวก หรือถ้าเป็นเจ้าอาคมล่ะก็ ไอ้บ้าเอ๊ย น้องสาวฉันจะมานอนในที่แบบนี้ได้ยังไง แกต้องสร้างบ้านดีๆ เตียงนุ่มๆ เท่านั้น อะไรทำนองนี้” เดฟอนสบโอกาสที่ทั้งสองคนไม่อยู่พูดจาล้อเลียนได้เหมือนมากทั้งน้ำเสียงและอารมณ์ที่แสดงออกมา เด็กตกปลาหัวเราะงอหงายเพราะเท่าที่รู้จักกัน สองคนนั้นก็มีนิสัยแบบนั้นอยู่แล้ว

         “ว่าแต่นายคงไม่กลัวว่าหมอนั่นจะได้ยินงั้นเหรอ”

         “ก็ถ้าพวกนั้นอยู่ที่นี่ฉันคงแอบล้อเลียน แต่ตอนนี้ไม่อยู่นี่หว่า”

         “แล้วถ้าอยู่ล่ะ” เด็กตกปลาถามย้ำอีกครั้ง

         “อ่านั่นสินะ ถ้าเกิดพวกนั้นอยู่ล่ะก็ฉันคงจะโดนเจ้าอาคมไล่กระทืบแน่นอน”

         “ถ้าอย่างนั้นฉันคิดว่านายควรเตรียมตัววิ่งได้แล้วล่ะ”

         “ไม่เอาน่า อย่าล้อเล่นแบบนี้สิ” เดฟอนหัวเราะแห้งๆ เห็นเด็กตกปลาทำหน้าบุ้ยใบ้บอกให้มองไปด้านหลัง และเมื่อหันไปมองก็เห็นสายตาอำมหิตจ้องมองตอบกลับมาของชายหนุ่มผู้มีใบหูของหมาป่าสีเงิน

         “มาได้ไงวะเนี่ย” เขาร้องเสียงหลง

         “เทเลพ็อตไง” ราล์ฟตอบ

 




เริ่มต้นนิยายใหม่ในต้นปีด้วย Legend Online

วางเอาไว้ว่าจะพยายามลงให้ได้ต่อเนื่องเพื่อจบมัน


สุดท้ายนี้ก็ขอสวัสดีปีใหม่ทุกท่านด้วยนะครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 144 ครั้ง

30 ความคิดเห็น

  1. #14258 Vampire_killeR (@vana_killer) (จากตอนที่ 385)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 17:51
    วิ่งให้ไวเลย เดฟอน!!!
    #14258
    0
  2. #14254 underain (@underain) (จากตอนที่ 385)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 07:09
    Happy new year krab writer:)
    #14254
    0
  3. #14253 Sirasiri (@Sirasiri) (จากตอนที่ 385)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 16:24
    Happy New year ย้อนหลังครับบบบ
    #14253
    0
  4. #14252 aey1993 (@aey1993) (จากตอนที่ 385)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 21:45
    สวัสดีปีใหม่ค่ะ ยังรักษาความฮาอย่างต่อเนื่อง
    #14252
    0
  5. #14251 war2123 (@war2123) (จากตอนที่ 385)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 23:29
    สนุกเหมือนเดิม ขอบคุณคับ
    #14251
    0
  6. #14250 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 385)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 23:15
    ขอบคุณครับผม
    #14250
    0
  7. #14249 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 385)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 20:36
    วิ่งสิครับ รออะไร
    #14249
    0
  8. #14248 Saruya_Sun (@sironeko1) (จากตอนที่ 385)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 19:51
    4 คน 2 คู่แบบนี้ก็ดูโอเค55555555 ความลงตัวนี่
    #14248
    0
  9. #14247 g66l (@g66l) (จากตอนที่ 385)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 19:33
    สนุกครับ
    #14247
    0
  10. #14246 glom-mon (@ku-ru) (จากตอนที่ 385)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 12:04
    สนุกเหมือนเดิมมมม
    #14246
    0
  11. #14245 Doctor_Gee (@Doctor_Gee) (จากตอนที่ 385)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 09:33
    Happy New Year 2018
    #14245
    0
  12. #14244 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 385)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 09:25
    พูดปุ๊ปมาปั๊ป อิ อิ
    #14244
    0
  13. #14243 Pompam Makionna (@suppamas) (จากตอนที่ 385)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 09:21
    สวัสดีปีใหม่ค่ะ ขอให้สุขภาพแข็งแรงนะคะ ^^
    #14243
    0
  14. #14242 auannie (@songchien) (จากตอนที่ 385)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 09:15
    🙏🙏🙏 สวัสดีปีใหม่ มากันแล้ววว ลงไปป่วนเงือกแค่ 2 คนสบายๆ แต่ติดตรงถ้าสู้เยอะเกินกว่า 1:10 จะไม่ไหว เลยต้องรอพวกซากุระสินะ
    #14242
    0
  15. #14241 Sirayu Manachot (@3468) (จากตอนที่ 385)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 01:41
    เด็กตกปลานี่พออยู่ในทะเลก็แทบไม่ต่างจากพรานใหญ่แห่งหนองน้ำแห้งเลยทีเดียว
    #14241
    0
  16. #14240 satanabeel (@panastha-liza) (จากตอนที่ 385)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 20:46
    ขอบคุณครับ
    #14240
    0
  17. #14238 MewThanayot (@MewThanayot) (จากตอนที่ 385)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 16:39
    สวัสดีปีใหม่ครับบ
    #14238
    0
  18. #14237 Kuroshio (@mooky-1234) (จากตอนที่ 385)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 14:49
    555555 สงสารเดฟ
    #14237
    0
  19. #14236 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 385)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 13:47
    ฮ่าฮ่า เจ้าเดฟอนจะโดนทำอะไรบ้างหนอ
    #14236
    0
  20. #14234 moonsystem (@moonsystem) (จากตอนที่ 385)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 13:04
    สวัสดีปีใหม่ครับ ขอให้ร่างกายแข็งแรงไม่มีโรคครับ
    #14234
    0
  21. #14233 สายลมพเนจร (@jzjamezz) (จากตอนที่ 385)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 12:04
    สวัสดีปีใหม่ครับ  ปิดได้ฮาตลอด 555
    #14233
    0
  22. วันที่ 3 มกราคม 2561 / 11:27
    ขอบคุณค่ะ สวัสดีปีใหม่ค่ะ ขอให้ประสบความสำเร็จในทุกด้านที่ทำค่ะ โชคดีตลอดปีตลอดไปค่ะ
    #14232
    0
  23. #14231 Droptears (@geartht) (จากตอนที่ 385)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 11:16
    555555555
    #14231
    0
  24. #14230 หนุ่มยาคู้ (@noomyakoo) (จากตอนที่ 385)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 10:45
    มาได้ไงว่ะ รออย่างนาน 55555
    #14230
    0
  25. #14229 0960430402 (@0960430402) (จากตอนที่ 385)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 10:42
    มาได้ไงว่ะ 55555555+ซอตนี้ฮา
    #14229
    0