[Legend Online] เปิดตำนาน ป่วนออนไลน์

  • 88% Rating

  • 99 Vote(s)

  • 1,474,008 Views

  • 14,490 Comments

  • 9,084 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,279

    Overall
    1,474,008

ตอนที่ 381 : บทที่ 35 Wedding Quest [End] (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10120
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    16 มิ.ย. 60

บทที่ 35 Wedding Quest [End]

 

         สมาชิกกิลด์แพนโดร่าที่เป็นผู้ชายรวมตัวกันอยู่กันเป็นกลุ่มทางฝั่งซ้าย แต่ไม่ได้พูดคุยกันอย่างสนิทสนมมากนัก แม้จะมีเดฟอนที่เป็นคนกลางคอยเปิดประเด็นพูดคุยให้ สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับนิสัยของสองคนที่เอาแต่ใจตนเองสุดๆ โดยเฉพาะอาคมแผ่บรรยากาศออกมาประมาณว่า เข้ามาเจอขย้ำแน่ ดังนั้นสิ่งที่พอจะทำได้ก็มีแค่การแสดงความยินดีตามมารยาทที่ควรกระทำ

         ผิดกับทางฝั่งผู้หญิงที่ดูจะเข้าใจกันมากกว่า โดยเฉพาะหงส์ที่ชื่นชมชุดแต่งงานที่ยังไม่เคยมีโอกาสได้ลองใส่ ถึงแม้จะเป็นเกมแต่ก็ไม่ใช่ว่าชุดนี้จะหาซื้อได้ มันเป็นรางวัลตอบแทนสำหรับเควสต์แต่งงานจึงไม่มีขายตามร้านค้าทั่วไป

         ว่ากันตามตรงแล้วถึงจะอยู่กิลด์เดียวกันก็ใช่ว่าจะสนิทสนมกับทุกคนได้ เป็นความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างจะแปลกมาก อย่างไรก็ตามก็ไม่ได้รังเกียจหรือมองหน้ากันไม่ติด แต่เมื่อเกิดปัญหาใดๆ ขึ้นมาก็พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

         “ดีจังเลยนะ ฉันก็อยากจะใส่ชุดแบบนั้นบ้างจัง ถึงจะแค่ในเกมก็ดี”

         “พี่หงส์ยังไม่มีแฟนเหรอคะ?”

         “อึก! น้องอาริน พี่หงส์ขอบอกก่อนเลยนะว่าเรื่องแบบนี้ไม่ควรถาม มันเสียมารยาท”

         “ขอโทษค่ะ”

         “แต่ก็ไม่มีจริงๆ” ลิลลี่กล่าวเรียบๆ เหมือนจะบอกให้หงส์รู้ว่าอย่าโกหกตัวเอง แน่นอนว่าโดนเธอคนนั้นกระโจนเข้ามาลงโทษโดยการดึงแก้มไปมา แต่ก็ไม่ได้ทำให้สาวเงียบประจำกลุ่มรู้สึกรู้สาอะไร

         เห็นนิมป์ที่หน้าตาดูธรรมดา แถมยังมีการตกแต่งใบหน้าที่แม้แต่ผู้ชายส่วนใหญ่ยังเมิน แต่นั่นก็เป็นหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าแม้แต่ในโลกของเกมออนไลน์เสมือนจริง ผู้คนก็เลือกที่จะมองเปลือกนอกก่อนเป็นอันดับแรก ทว่าราล์ฟนั้นแตกต่างตรงที่ไม่ว่าหน้าตาภายนอกจะเป็นอย่างไรเขาก็ไม่แสดงท่าทีที่แบ่งแยกออกมา ปฏิบัติเหมือนกับเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง และเพลเยอร์คนหนึ่ง

         “ว่าแต่อีตาแมวแว่นนั่นน่าเกลียดชะมัด ไม่ได้รักชอบจริงๆ แต่เลือกจะทำเควสต์แต่งงาน ขอแค่เป็นผู้หญิงก็พอสินะ”

         เรื่องนี้เท่านั้นที่หงส์ไม่ปลื้ม การกระทำของราล์ฟแสดงเห็นว่าเขาไม่สนใจความรู้สึกของใครทั้งสิ้น ถึงจะเป็นจอมเผด็จการแค่ไหนก็อยากจะให้มีขอบเขตกันบ้าง และยิ่งไม่ชอบใจใหญ่ที่นิมป์ยอมทำตามที่ผู้ชายคนนั้นสั่งราวกับเป็นคนรับใช้ แต่ทว่าดูเหมือนนิมป์จะไม่ได้คิดว่าราล์ฟเป็นคนเลวร้ายตั้งแต่แรก

         “พี่หงส์คะ แสดงออกมากเกินไปแล้วค่ะ” ลาเวนเดอร์เตือนเสียงเบา ถ้าจะมีใครรู้จักหงส์ดีที่สุดคนคนนั้นก็คือลิลลี่ ดังนั้นญาติสนิทอย่างลาเวนเดอร์เองก็ไม่แปลกที่จะสนิทสนมด้วย “ทำแบบนี้ระวังเขาจะไม่กล้ามาสู่ขอนะ”

         “นี่ยัยตัวแสบ! ยังไงฉันก็อายุมากกว่านะ”

         “ว้าย พี่ลิลลี่ช่วยหนูด้วย!

         “ว่าแต่ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกันน่ะ?” หงส์ชำเลืองมองไปยังหญิงสาวที่อายุน่าจะใกล้เคียงกับตนเองไม่มากก็น้อย และกำลังตรวจสอบชุดเจ้าสาวกับพูดคุยกับตัวเจ้าสาวอย่างออกรส อารินจึงตอบกลับมาว่า

         “คุณแม่ของพี่ราล์ฟยังไงล่ะคะ พอดีพี่ราล์ฟชวนคุณแม่มาเล่นเกมนี้ด้วยกัน”

         หงส์สำรวจผู้หญิงคนนั้นตั้งแต่ศีรษะยันปลายเท้า เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็เป็นชุดรัดรูปที่เปิดเผยเนื้อหนังเพียงบางส่วนเท่านั้น โดยเฉพาะหน้าท้องที่เรียบเนียน ผูกผมด้วยผ้ายาวคล้ายเชือก และจัดเป็นทรงหางม้า ด้วยความที่ดูหนังกำลังภายในมาหลายเรื่อง เลยเผลอคิดไปว่าเชือกเส้นนั้นอาจจะถูกนำมาใช้เป็นอาวุธฆ่าศัตรูด้วยก็ได้

         “ฉันว่าลักษณะคุ้นๆ อยู่นะ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน”

         “ยอดฝีมืออันดับหนึ่ง” ลิลลี่ตอบให้หายคล่องใจ

         “ห๊ะ! ผู้หญิงสุดแกร่งคนนั้นเป็นแม่ของอีตาแมวแว่นงั้นเหรอ” หงส์ตื่นตะลึงหันไปมองทางนักบวชแมวเหมียวที่กำลังวุ่นอยู่กับการจัดหูกระต่ายของตนเอง “ถ้างั้นก็ไม่น่าแปลกใจแล้วล่ะว่าทำไมถึงเก่งออกขนาดนั้น”

         เรื่องราวของเทพสงครามผู้นั้นในฐานะที่เป็นผู้หญิงเหมือนกันแล้วย่อมกล่าวได้ว่าเธอคนนั้นคือไอดอลในดวงใจ ที่แสดงให้เห็นว่าผู้หญิงเองก็แข็งแกร่งได้ไม่แพ้ผู้ชาย จุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่ทำให้ผู้หญิงลุกขึ้นสู้กับความอยุติธรรมที่เกิดจากเหล่าผู้ชายที่ใช้อำนาจข่มเหงรังแก ในความจริงก็มีข่าวลือออกมาว่าเทพสงครามคนนี้คอยช่วยเหลือผู้คนที่ถูกกลั่นแกล้งอยู่เสมอ แต่พอได้มาเห็นและสัมผัสกับตัวจริงระยะใกล้ชิดก็รู้สึกว่ามันแตกต่างจากที่ได้ยินมา

         เทพสงครามเป็นผู้หญิงที่ดูภายนอกแล้วไม่ได้แข็งแกร่งอะไรเลย ไม่มีรัศมีความน่าเกรงขาม อุปกรณ์สวมใส่ก็เป็นของที่คล้ายจะสั่งทำมาเป็นพิเศษให้ดูโดดเด่น เน้นความคล่องตัวมากกว่าความสวยงาม แม้จะมีคนเห็นว่าแปลกแต่ก็ไม่มีความคิดที่จะแย่งชิง แต่หารู้ไม่ว่าคุณสมบัติของมันนั้นเทียบมูลค่าไม่ได้เลย

         แต่เพื่อรักษามารยาทก็จำเป็นจะต้องเข้าไปทักทาย และเหมือนกับทุกคนที่พบเจอเทพสงครามชำเลืองมองอยู่แวบหนึ่งก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ลิลลี่แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา กล่าวตอบรับคำทักทายของเด็กสาวรุ่นลูกด้วยความร่าเริงอันเป็นเอกลักษณ์ เป็นที่รู้กันว่าพวกยอดฝีมือนั้นหยิ่งยโสเอามากๆ จนพอได้พบเข้ากับตัวจริงถึงได้รู้ว่านิสัยเป็นกันเองสุดๆ

         “ลูกชายแม่อาจจะไม่ได้เรื่องแต่ก็ขอฝากเอาไว้ด้วยนะ ลูกชายแม่กินได้ทุกอย่างก็จริง แต่ของที่ชอบเป็นไข่ดาวแบบสุกกึ่งดิบโรยพริกไทย ของที่ไม่ชอบคือโคล่ากับขนมหวาน แล้วก็ผลไม้ที่เกลียดคือสตรอวเบอรี่ ส้มโอ โดยเฉพาะพวกที่กินแล้วรู้สึกเปรี้ยวนี่เกลียดสุดๆ เลยล่ะ”

         นิมป์ก้มหน้าเขินอาย มีความรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเธอกำลังจะแต่งงานเข้าบ้านของฝ่ายชายจริงๆ แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่ามันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของเกมที่ไม่ได้มีผลอะไรมากนัก และราล์ฟก็ได้บอกแต่แรกแล้วว่าต้องการคุณสมบัติของแหวนคู่รักเพื่อให้ตนแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น พอถูกขอร้องด้วยความเข้าใจที่ผิดจึงรู้สึกว่ามันน่าอายมาก

         “แต่ว่ามันเป็นแค่เรื่องในเกมนะคะ”

         พอแย้งไปแบบนั้นเทพสงครามก็ทำหน้ามุ่ยคล้ายเด็กเอาแต่ใจ ก่อนจะตอบว่า

         “ก็ถ้าไม่มีความรู้สึกดีด้วย ผู้หญิงอย่างเราคงไม่ตกลงปลงใจกับผู้ชายคนไหนหรอก” เทพสงครามหันมองไปทางหงส์กับลิลลี่แล้วถาม “ถ้าเปลี่ยนเป็นพวกหนูสองคนจะยอมแต่งงานกับลูกชายแม่ไหม แค่ในเกมนี้น่ะ”

         “ให้ตายก็ไม่มีวันค่ะ”

         “ขอปฏิเสธ”

         เทพสงครามหันมาทำหน้าประมาณว่า เห็นหรือเปล่าแม่บอกแล้ว อย่างไรซะในฐานะที่เป็นผู้หญิงเหมือนกันและเคยผ่านช่วงวัยรุ่นมาก่อนย่อมเข้าใจความรู้สึกที่เรียกว่าความรักเป็นอย่างดี

         “เอาแบบนี้ก็ได้ ที่อยู่กับเบอร์โทรศัพท์ของลูกชายเดี๋ยวจะแอบส่งให้นะ ที่สำคัญนี่ก็ใกล้จะถึงวันเกิดของลูกชายแม่แล้ว ใช้เวลานั้นพิชิตใจให้ได้เลยนะ”

         “แบบนั้นมัน

         เทพสงครามหันมองไปทางราล์ฟที่กำลังพูดคุยหยอกล้อกับอาคม ถึงสีหน้าจะยังคงนิ่งขรึมแต่แววตานั้นเหมือนคนที่มีกำลังใจจะสู้ชีวิตต่อ

         “แม่น่ะเป็นห่วงมาตลอดเลย ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่แววตาของเด็กคนนั้นเหมือนคนที่สิ้นหวังกับตัวเอง พยายามทำตัวเข้มแข็งเรื่อยมา ทั้งที่แม่เองก็รู้อยู่แก่ใจดีแต่กลับทำอะไรในฐานะแม่ไม่ได้เลย เพราะแบบนั้นแม่ถึงได้ขอบคุณหนูนิมป์ที่ยอมอยู่เคียงข้างเด็กคนนั้น ต่อให้เข้มแข็งแค่ไหนก็ย่อมต้องมีจุดที่เปราะบาง เด็กคนนั้นกลัวบางอย่างจึงไม่กล้าที่จะมีความรักอย่างจริงจัง การที่เขายอมเอ่ยปากขอหนูนิมป์แต่งงานแม้จะเป็นแค่ในเกม อาจจะทำเป็นปากแข็งไปบ้าง แต่นั่นก็เป็นความปรารถนาลึกๆ ในใจล่ะนะ ดังนั้นจากนี้ไปก็อยากให้ช่วยอยู่เคียงข้างได้หรือเปล่า”

         “คือว่า

         “หรือถ้าอยากให้ไปสู่ขอจริงๆ เดี๋ยวแม่จะออกไปจัดเตรียมขบวนขันหมากเอาไว้ให้ หรืออยากได้งานแต่งงานแบบคลาสสิคก็ย่อมจัดให้ได้ ส่วนเรื่องค่าสินสอดเรียกมาได้เท่าที่ต้องการเลยนะ ทั้งเนื้อทั้งตัวแม่มีเงินเก็บอยู่ราวๆ ล้านกว่า”

         ดูออกว่าเป็นการพูดเล่นที่คิดจะทำจริงก็ย่อมได้ โดยเนื้อแท้ก็เป็นผู้หญิงที่คาดเดาการกระทำได้ยากมาก ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่กันแน่ แต่ก็พอจะจำกัดขอบเขตได้เพียงแค่ว่า ทำเพื่อความสนุก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม เธอจะทำมันให้เต็มที่ด้วยความสนุกสนาน นั่นเป็นเหตุผลให้งานหลายอย่างออกมาดีเพราะทุ่มเทให้กับมัน

         ขณะที่พูดคุยกันอยู่นั้น บทสนทนาทั้งกลุ่มชายและหญิงก็ได้ถูกขัดขวางโดยผู้ที่เดินเข้ามาในพื้นที่จัดงานแต่งงาน แม้ว่ามันจะไม่ได้มีการห้ามไม่ให้เข้ามาแต่ก็เป็นที่รู้กันว่าไม่ควรเข้าไปก่อกวนโดยเด็ดขาด แต่ก็ยังมีคนนอกเข้ามาในสถานที่จัดงานทำให้บรรยากาศมันเปลี่ยนไปเล็กน้อย

         ทว่าผู้ที่มานั้นกลับเป็นคนที่คาดไม่ถึงว่าจะมาได้

         จ้าวกลยุทธ์สาว ซากุระ พร้อมกับเพื่อนสนิทอย่าง อัสนีบาตระฆังขาว เบลล์

         “หวาย~ งานเข้าแล้วไง” เทพสงครามร้องเสียงเบา และย่องเดินไปนั่งหลบมุมปล่อยให้เป็นหน้าที่ของราล์ฟในการรับมือกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ

         การมาของซากุระทำให้บรรยากาศของงานเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ทั้งนี้เป็นเพราะพวกเขาไม่ได้รู้ความรู้สึกที่ซากุระมีให้กับราล์ฟ คงมีเพียงแค่เทพสงครามเท่านั้นที่มองออกและหลบฉากไปนั่งเงียบๆ รอดูว่าสถานการณ์มันจะคลี่คลายลงอย่างไร

         “ไม่คิดจะชวนดิฉันมาร่วมเป็นสักขีพยานเลยหรือคะ หากไม่ใช่ว่าดิฉันเป็นผู้ให้คำแนะนำเควสต์ช่อดอกไม้กับน้องอารินก็คงไม่รู้เรื่องนี้เลย เห็นดิฉันเป็นคนนอกใช่หรือเปล่าคะ”

         ประโยคเปิดประเด็นนั้นเพียงพอแล้วที่จะทำให้คนที่อยู่รอบๆ เข้าในสถานการณ์ได้ และพากันขยับถอยหนีโดยไม่ตั้งใจ คงมีเพียงอาคมที่แอบไปหัวเราะคิกคัก พยายามกลั้นหัวเราะให้ถึงที่สุด

         ทั้งหมดในที่นี้ไม่รู้ว่าราล์ฟกับซากุระมีความสัมพันธ์กันอีท่าไหน แต่จากบรรยากาศพอจะสรุปได้ว่าเป็นความรู้สึกหึงหวงที่แสดงออกมา ว่ากันว่ายามใดที่ผู้หญิงแสดงอารมณ์หึงหวงออกมานั่นถือเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก

         “เพราะเธอเป็นหัวหน้าสมาพันธ์ยังไงล่ะ”

         คำตอบนี้ครอบคลุมทุกอย่าง อาจจะฟังดูเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง (ซึ่งก็อาจจะเป็นเช่นนั้น) แต่สถานะของซากุระยิ่งใหญ่เกินไป หากมาร่วมงานเช่นนี้ด้วยก็จะทำให้เกิดความสงสัยในความสัมพันธ์ เพราะถึงจะบอกว่าเป็นคนรู้จักกัน มันก็มีค่าพอที่จะให้ลองตรวจสอบในเชิงลึก

         “คิดว่าหลังจากนี้คงไม่ได้เป็นแล้วล่ะค่ะ”

         ซากุระมีแผนรองรับเสมอ แม้จะผลักดันตนเองจากการเป็นหัวหน้ากลุ่มปาร์ตี้เล็กๆ สู่การเป็นผู้ปกครองเพลเยอร์นับหมื่นคน แต่ก็ยังตอบสนองความต้องการของตนเองไม่ได้ ทุกการเคลื่อนไหวมีไว้เพื่อรวบรวบบุคลากรที่มีคุณภาพเพียงอย่างเดียว และในตอนนี้กล่าวได้ว่าเธอมีบุคลากรด้านอาชีพที่หลากหลาย เพียงพอต่อการปกครองสมดุลของเกม และเมื่อรวมเข้ากับสิ่งที่ราล์ฟกำลังทำอยู่ เธอจะกลายเป็นผู้ที่มีอำนาจในการปกครองเกมที่ไม่มีใครโค่นลงได้

         “ทำไมถึงรีบร้อนขนาดนั้น ทางฉันยังเตรียมตัวไม่เสร็จเลย”

         “ถือเป็นการบังคับให้คุณต้องเร่งดำเนินการอย่างไงล่ะคะ”

         มาถึงตรงนี้แล้วไม่มีอะไรที่ต้องกังวล ราล์ฟตกปากรับคำอย่างช่วยไม่ได้ ถึงอย่างไรแนวทางของซากุระตัวเขาก็ได้ผลประโยชน์ด้วยเหมือนกัน

         ซากุระพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม เสมองไปทางเจ้าสาวที่ยืนจ้องเธออยู่

         “ที่ว่าชุดเจ้าสาวทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งดูสวยงามขึ้นคงเป็นความจริงนะคะ”

         บรรยากาศเริ่มตึงเครียดจนหลายคนถอยห่าง แต่ก็เฝ้ามองดูสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างตั้งใจ เทพสงครามเป่าปากทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ อารินมองและยิ้มโดยที่ไม่ได้รู้เลยว่ามันเกิดเรื่องอะไรกันขึ้น อาคมยังคงกลั้นขำจนท้องคัดท้องแข็ง

         “ขอบคุณมากค่ะ แต่ว่า

         “มันเป็นแค่เกมใช่หรือเปล่าคะ” ซากุระต่อประโยคให้ราวกับรู้ว่าจะพูดอะไร เดินเข้าไปหานิมป์และยื่นมือออกไป

         ตอนนั้นหลายคนคิดเอาไว้ว่าอาจจะได้เห็นฉากที่เหมือนในละคร ที่ผู้หญิงคนหนึ่งมาทำลายงานแต่งงานของคู่บ่าวสาว แต่สิ่งที่ซากุระทำเป็นเพียงแค่การคว้ามือของนิมป์ขึ้นมากุมเอาไว้

         “ถึงจะเป็นแค่ในเกมแต่มันก็เป็นความปรารถนาอย่างหนึ่งของคุณ อาจจะไม่ใช่ความจริง แต่ความรู้สึกที่คุณมีนั้นเป็นของจริงอย่างแน่นอน คุณไม่ควรโกหกความรู้สึกของตนเองนะคะ ครั้งนี้ดิฉันเป็นฝ่ายแพ้ค่ะ แต่สักวันในโลกแห่งความเป็นจริง ดิฉันจะทำให้ตกหลุมรักดิฉันให้ได้”

         ซากุระหันไปมองเทพสงครามเป็นการยืนยันคำพูดของตนเอง นิมป์เบิกตากว้างและตกใจ

         ดูเหมือนว่าเทพสงครามคนนี้จะเป็นผู้เปิดทางอำนวยความสะดวกให้ เมื่อสักครู่นี้นิมป์ยังเผลอคิดไปว่าเป็นแค่การพูดหยอกล้อกันเล่น

         มีเรื่องอยากจะพูดคุยด้วยมากมายเลยไม่อยากจะรบกวนเวลามากนัก ซากุระเดินไปทักทายเทพสงครามแล้วนั่งลงข้างๆ ราล์ฟเห็นว่าเสียเวลากันไปน่าดูแล้วก็เรียกนิมป์ไปเตรียมทำพิธีแต่งงาน

         “อิจฉาสินะ?”

         ซากุระยังคงทำสีหน้าปกติแล้วตอบว่า “แน่นอนค่ะ ขืนปฏิเสธก็เท่ากับโกหกความรู้สึกของตัวเอง สิ่งเดียวที่หนูเสียใจก็คือการเลือกเส้นทางคู่ขนานกับเขา แม้ในเกมนี้จะสวมบทบาทให้เลือกเล่นกันอย่างอิสระและทำสิ่งใดก็ได้ตามที่ต้องการ แต่หนูเองก็ไม่ต้องการทรยศความเชื่อใจที่ทุกคนมอบให้ แบบนั้นมันเห็นแก่ตัวจนเกินไปค่ะ”

         “เธอคนนั้นแตกต่างค่ะ” สายตาของซากุระจับจ้องอยู่ที่นิมป์ “ไม่ว่าใครจะคิดอย่างไร ไม่ว่าใครจะไม่เห็นด้วยก็ตาม เธอจะแบกรับความรู้สึกนั้นเอาไว้และอยู่เคียงข้างกับคนที่ตัวเองรัก ถ้าวัดกันเพียงแค่เรื่องนี้แล้วหนูคิดว่าตัวเองยังไม่คู่ควรกับเขาค่ะ อย่างน้อยก็เฉพาะที่เลเจ้นด์ออนไลน์ ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่จะไปขัดขวางไม่ใช่หรือคะ”

         “เห~! หนูซากุระนี่ใจกว้างกว่าที่คิดอีกนะ”

         “ใจกว้างอะไรกันคะ ก็แค่ความเห็นแก่ตัวของตัวเองที่คิดว่าแบบนี้มันดีที่สุดแล้วก็เท่านั้นเองล่ะค่ะ”

         “ดื้อจังเลยนะ แต่ว่าแม่ก็ไม่ได้เกลียดนักหรอก”

         พิธีแต่งงานต่อจากนี้ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน เพียงแค่แจ้งความจำนงให้เริ่มพิธีได้ บาทหลวงถามคำถามตามบทบาทที่ได้รับและทั้งสองคนตอบเพียงแค่ว่า ใช่ ดอกไม้ที่อยู่ในขวดแก้วก็เบ่งบานเปล่งแสงสว่างออกมา บาทหลวงได้ขอให้ยื่นมือข้างที่สวมแหวนออกไปเพื่อให้แหวนคู่รักดูดซับเวทมนตร์พิเศษนั้น และผลลัพธ์ก็คือการเปลี่ยนรูปร่างของแหวนเปลี่ยนไป มีสลักลวดลายและเปล่งแสงเมื่อได้อยู่ใกล้กัน เพียงเท่านี้ระบบก็รับรองแล้วว่าราล์ฟกับนิมป์เป็นคู่สามีภรรยา (ในเกม) กันเป็นที่เรียบร้อย

         ราล์ฟมองดูแหวนที่เปล่งประกายอยู่บนนิ้วนางมือซ้าย ถึงรูปลักษณ์ที่ทำให้มองเห็นได้ชัดเจนจะน่าอายไปสักหน่อย แต่ผลสนับสนุนของมันเป็นไปดังคาด ปัญหาเรื่องอัตราการฟื้นฟูพลังไม่เพียงพอถือว่าแก้ได้ส่วนหนึ่ง แต่จุดอ่อนก็ใช่ว่าจะหมดไปขอแค่ระวังตัวให้มากขึ้นก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

         แหวนคู่รักมีสกิลพิเศษสำหรับคู่รักอยู่ด้วยกันสามทักษะ

         สัญญาว่าจะอยู่เคียงกัน (ดาร์ลิ่ง คอล) เป็นทักษะที่จะช่วยให้วาปคู่รักไปหาผู้ที่เรียก ใช้ได้วันละหนึ่งครั้ง

         ตราบชั่วนิรันดร์ (เลิฟ ฮีลลิ่ง) ทักษะที่เปลี่ยนพลังชีวิตครึ่งหนึ่งของฝ่ายหนึ่ง มอบให้กับอีกฝ่ายหนึ่ง

         ความรักชนะทุกสิ่ง (เลิฟเวอร์ ซับพอร์ต) เพิ่มค่าโจมตี ความเร็ว และป้องกัน เมื่อต่อสู้ร่วมกันในพื้นที่ต่อสู้

         ถือได้ว่าเป็นทักษะที่ถ้าใช้ได้ถูกทางจะช่วยให้ได้เปรียบในการต่อสู้มากขึ้น อันที่จริงซากุระก็คิดเรื่องนี้เอาไว้เหมือนกันเพียงแต่ว่าเกมออนไลน์เสมือนจริงนั้นไม่เหมือนเกมที่เล่นผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถทำเช่นนี้ได้ก็คือพวกเขามีความรู้สึก ถ้าไม่มีเรื่องนี้ก็อาจจะใช้กำลังพลส่วนหนึ่งที่เป็นคู่รักในการทำสงครามด้วยก็ได้

 

         “แยกย้าย!

         คำประกาศนั้นทำให้เดฟอนที่นิสัยค่อนข้างจะกวนสุดติ่งแอบเอาไปนินทาทำนองว่า ข้าวใหม่ปลามันก็งี้ และยอมกลับไปทำหน้าที่ของตนเองต่อนั่นคือการปรับแต่งสภาพพาหนะให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน พวกไรอันกำลังอยู่ในระหว่างรอเครื่องป้องกันชิ้นใหม่ทำเสร็จก็เลยคิดว่าจะไปซ้อมมือด้วยกัน และถือวิสาสะขอร้องให้เทพสงครามช่วยเป็นคู่ซ้อมให้ กลายเป็นว่าทั้งหมดได้วาปกลับไปที่เกาะส่วนตัวเพื่อเริ่มต้นฝึกซ้อม

         และในเมื่อซากุระมาแล้วก็ช่วยไม่ได้เพราะยังไงไม่ช้าก็เร็วจะต้องใช้งานมันอยู่ดี จึงคิดจะพาไปชมยานที่จะใช้เดินทางด้วยกันซะเลย ปกติแล้วสำหรับคู่รักใหม่ควรจะใช้เวลาด้วยกันสองต่อสอง แต่ราล์ฟก็ได้บอกกับนิมป์ไปแล้วว่าการแต่งงานนี้ก็เพื่อขอรับสิทธิพิเศษสำหรับคู่รักเท่านั้น นอกจากนี้สัญญาไปแล้วด้วยว่าหลังจากที่ช่วยเหลือไซเรนเสร็จจะยอมทำตามความต้องการหนึ่งวันด้วยการไปเที่ยวด้วย

         ราล์ฟจำเป็นจะต้องใช้เทเลพ็อตพาซากุระกับเบลล์ไปยังส่วนของโรงงานที่อยู่ท้ายเกาะ พบว่ามันไม่ติดเงื่อนไขพื้นที่พิเศษ แสดงว่าเกาะแห่งนี้เป็นสถานที่ที่มีอยู่ในแผนที่หลักซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าถ้ารู้ตำแหน่งที่ตั้งก็จะมีคนเข้ามาได้ บัตรวาปก็แค่ไอเทมระบุตำแหน่งเท่านั้น พอมาถึงทั้งสองคนก็ดูจะตื่นตกใจกับสภาพของความเจริญที่ผิดหูผิดตา และได้เห็นพวกหุ่นยนต์ทำงานกันอย่างแข็งขัน ด้านข้างมีโรงงานแปรรูปแผ่นเหล็กและนำไปใช้เป็นส่วนประกอบในการสร้างสิ่งต่างๆ

         “นายสร้างที่นี่หมดเลยงั้นเหรอ?” เบลล์ถามขึ้น สีหน้าดูหวาดกลัวเพราะแค่หุ่นยนต์พวกนี้ก็เพียงพอที่จะใช้เป็นกองทัพได้แล้ว

         “คนทำคือเดฟอน ฉันแค่แบ่งสถานที่ให้ยืมเท่านั้น”

         “แต่ว่าน่าตกใจจริงๆ นะคะ หุ่นยนต์พวกนั้นก็ด้วย นี่แสดงว่าเขาจะต้องมีสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักรกลนั่นสินะคะ อาจจะเป็นไปได้ว่ามีเผ่าจักรกลอยู่ที่ไหนสักแห่งก็ได้” ซากุระวิเคราะห์อย่างใจเย็น

         พอจะเดาได้อยู่ว่าจากนี้ซากุระจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางไหน ปัจจุบันซากุระรวบรวมทุกสายอาชีพไว้ในที่เดียวกันเพื่ออุดมคติที่ว่า สมดุลของเกม คอยเป็นที่ปรึกษาให้พัฒนาความสามารถสู่จุดสูงสุดในแต่ละด้าน ดังนั้นแล้วถ้าพบว่าตนเองขาดสิ่งใดไปก็จะคิดหาวิธีนำมาเสริมจุดอ่อนของอุดมคติที่ว่านั่นให้หมด และผลลัพธ์ก็คือการสนับสนุนกันเอง โดยไม่เปิดโอกาสให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งยึดครองตลาดเอาไว้

         “ถ้าเป็นไปได้ก็อย่าให้มันโจ่งแจ้งจะดีกว่านะ อีกอย่างหมอนั่นถึงจะเห็นเป็นพวกขี้โอ่ไปบ้าง แต่ก็ไม่ใช่นักเล่นเกมอาชีพที่โลภถึงขนาดนั้นหรอก” ราล์ฟกล่าวเตือนกลายๆ เพราะถ้าซากุระทำให้เผ่าจักรกลกลายเป็นหนึ่งเผ่าที่ได้รับความนิยม แนวทางของเกมจะกลายเป็นการประชันอาวุธระดับสูงแทน

         ซากุระยอมเข้าใจในเรื่องนี้ และเดินตามราล์ฟเข้าไปในส่วนของโรงงานเงียบๆ

มันเป็นโรงงานที่เก็บยานพาหนะที่จะใช้ในการเดินทางซึ่งส่วนหนึ่งได้ยื่นออกไปในทะเล และตัวยานก็ห้อยอยู่เหนือผิวน้ำด้วยสลิงเส้นใหญ่ ปีกที่ยื่นออกมานั้นมีใบพัดสำหรับใช้เร่งความเร็วตอนขึ้นลง ไปข้างหน้าและถอยหลังได้อย่างอิสระ ตอนนี้มันกำลังอยู่ในระหว่างทดสอบเครื่องยนต์จึงอันตรายถ้าจะต้องเข้าไปใกล้ๆ ราล์ฟเดินไปหยิบเอาอุปกรณ์ขยายเสียงลงมาแล้วเรียกเดฟอนที่กำลังลองเครื่องยนต์อยู่ภายใน

“มาเร็วดีนี่ คิดว่าจะมัวไปเถรไถลที่ไหนกับแฟนใหม่ซะอีก”

“เลิกเล่นได้แล้วน่า ฉันพาสองคนนี้มาดูยานที่จะใช้เดินทางกัน”

เดฟอนมองไปทางซากุระกับเบลล์ แล้วถอดแว่นครอบตาลงมาคล้องคอเอาไว้

“ถ้างั้นเดี๋ยวฉันจะพาทัวร์เอง อยากไปดูที่ไหนบ้างล่ะ”

“ถ้าเป็นไปได้อยากจะให้อธิบายเกี่ยวกับตัวยานลำนี้ทั้งหมดเลยได้หรือเปล่าคะ เพื่อที่จะได้จัดกลุ่มและแบ่งหน้าที่ได้อย่างเหมาะสม” ซากุระตอบ

เดฟอนพยักหน้าหงึกๆ และเดินนำไปที่ยาน กดปุ่มเรียกฐานส่งตัวให้ลงมารับเข้าไปสู่ภายใน ความประทับใจที่มีต่อยานลำนี้จึงเริ่มตั้งแต่ที่หน้าประตู ซากุระดูไม่ตื่นเต้นสักเท่าไหร่ผิดกับเบลล์ที่มองตาแทบถลน ทั้งหมดนี้เป็นยานรบที่มีเทคโนโลยีชั้นสูง จึงไม่มีทางที่จะมีใครสร้างเลียนแบบได้อีกแล้ว อย่างน้อยก็ในตอนนี้เท่านั้น

“นายสร้างทั้งหมดนี่ได้ยังไง ทรัพยากรล่ะ?” เบลล์ถาม หากมียานรบลำนี้เพียงลำเดียวก็เท่ากับว่ากุมอำนาจส่วนใหญ่เอาไว้ แม้แต่สมาพันธ์วอร์ลอร์ดเองก็อาจจะทำลายได้อย่างง่ายดายด้วยเจ้าสิ่งนี้

“สร้างน่ะไม่ยากหรอก ส่วนทรัพยากรหลักๆ เป็นหมอนั่นที่หามาให้” เดฟอนตอบด้วยรอยยิ้ม

“นี่นายจะยึดครองเกมหรือยังไง” เบลล์หันไปคาดคั้น ราล์ฟแค่ถอนหายใจแล้วตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

“ยึดครองมันยุ่งยาก สู้ทำลายให้ราบคาบมันง่ายกว่าอีก”

“คิดจะทำให้เกมเจ๊งหรือยังไงกันห๊ะ!

ซากุระยิ้มแห้งๆ แล้วห้ามปรามไม่ให้ก่อเรื่องวุ่นวาย ที่จริงซากุระก็เคยคิดแบบเดียวกับเบลล์ว่าการทำลายนั้นหมายถึงการทำให้เกมต้องปิดบริการ แต่ความจริงแล้วมันตรงกันข้าม ราล์ฟพยายามทำให้สังคมเกมนั้นน่าอยู่มากขึ้น แต่ทางที่เขาเลือกนั้นเป็นเส้นทางที่ต้องบอกว่าเข้าหามอนสเตอร์มากกว่าเพลเยอร์ พัฒนามอนสเตอร์ให้แข็งแกร่งในระดับที่ยากจะต่อกรด้วยตัวคนเดียว หรือก็คือต้องการยกระดับสังคมของมอนสเตอร์ให้ปกครองกันเอง

         พวกเขาเดินเข้ามาในส่วนภายในของยาน เพียงแค่ทางเข้าก็น่าตื่นเต้นแล้ว โถงทางเดินก็กว้างพอสมควรทำให้เดินสวนกันแล้วไม่เบียดชน มีกล้องวงจรปิดติดเอาไว้มองดูสถานการณ์บนโถงทางเดินพร้อมด้วยลำโพงที่ติดตั้งเอาไว้สำหรับสั่งการภายใน นอกจากนี้มันยังมีแสงสว่างมากพออีกด้วย ขณะที่เดินอยู่นั้นมีหุ่นยนต์ช่วยงานกำลังขนพวกอุปกรณ์ไปสร้างห้องอาหาร

         เหตุผลง่ายๆ คือการเดินทางครั้งนี้จะต้องใช้เวลาที่นานมาก อาหารและน้ำถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ แม้ซากุระจะบอกว่ามันเป็นการใช้ทรัพยากรพื้นที่ที่สิ้นเปลืองก็ตาม แต่เดฟอนกลับหัวเราะแล้วพูดว่า เธอยังไม่เคยเดินทางในทะเลก็พูดได้น่ะสิ เพราะสำหรับคนที่ผ่านประสบการณ์อันเลวร้ายมาแล้ว ยังไงยานลำนี้ก็ต้องมีน้ำกับอาหารให้พร้อม ถึงตอนนี้ซากุระยังต้องครุ่นคิดว่าอาจจะต้องเตรียมกุ๊กมาประจำบนเรือด้วย เพื่อใช้ห้องโดยสารให้เกิดประโยชน์สูงสุด

         “จะว่าไปแล้วมันไม่อ้าวเกินไปหน่อยเหรอ” เบลล์รู้สึกได้เลยว่าอากาศมันร้อนผิดปกติถึงกับเหงื่อออก

         “อุณหภูมิใต้ทะเลมันเย็นมากยังไงล่ะคะ” ซากุระตอบแทนให้

         “คิดเผื่อเอาไว้แล้วล่ะ แต่มันต้องเดินเครื่องทำงานก่อนถึงจะใช้ได้ อันที่จริงแล้วมันเป็นยานสะเทินน้ำด้วยนะ น่าจะบินเหนือน้ำทะเลได้ประมาณยี่สิบเมตร ถ้ามีเวลามากกว่านี้น่าจะทำให้มันเป็นยานประจำเหนือน่านฟ้าได้ แต่ก็นั่นแหละเวลาไม่พอน่ะนะ”

         “แสดงว่าถ้ามีเวลาคุณสามารถสร้างยานที่ดีกว่านี้ได้สินะคะ”

         “อือ ถ้าสักประมาณสี่เดือนโลกจริงก็คงทำได้สำเร็จน่ะนะ แต่เพราะทำขึ้นมาแล้วก็ต้องเจอปัญหาเรื่องแหล่งพลังงาน ตราบใดก็ตามที่ยังหาแหล่งพลังงานที่เป็นอนันต์ไม่ได้ก็เลิกหวังไปได้เลย ถึงจะมีวิธีสร้างแหล่งพลังงานเทียมแต่ก็ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากอยู่ดี”

         หากสิ่งที่เดฟอนพูดออกมาเป็นความจริงล่ะก็ ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้ตัวไปร่วมงานพร้อมด้วยทรัพยากรจำนวนมหาศาล พวกเขาจะกลายเป็นผู้ที่ทรงอำนาจที่สุดในเกมเลยก็ว่าได้ แต่ยังดีที่เดฟอนดูจะไม่ใช่คนที่มีเป้าหมายยิ่งใหญ่

         “แบบนั้นก็น่ากลัวอยู่นะคะ ว่ายังไงคะคุณเดฟอนสนใจมาร่วมอุดมการณ์ของดิฉันหรือเปล่าคะ”

         “แย่งตัวกันดื้อๆ เลยงั้นเหรอ” ราล์ฟประชด

         “ฟังดูน่าสนุกดีนี่นา แต่ว่าฉันอยู่แพนโดร่าก็ดีอยู่แล้ว ถึงหัวหน้ากิลด์จะเผด็จการไปสักหน่อยแต่ว่าสิทธิประโยชน์ของมันก็ไม่เลวหรอก บ้านพร้อมอาหารสามมื้อฟรี สถานที่เงียบสงบมีชายหาดให้นอนอาบแดด นี่ล่ะสวรรค์ล่ะ”

         “เลี้ยงจนเชื่องสินะ” เบลล์พึมพำ

         เดฟอนพาเดินชมแต่ละห้องที่ได้ทำเอาไว้ ทั้งห้องนอนใหญ่ ห้องพยาบาล ห้องช่างยนต์ (ส่วนตัวของเดฟอน) ห้องปรุงยา (สำหรับอาริน) ห้องคลังอุปกรณ์ โดยแต่ละห้องซากุระก็ได้รับทราบเบื้องต้นหมดแล้วเพื่อที่จะได้คัดเลือกคนมาให้เหมาะสมเข้าไว้ สุดท้ายก็มาถึงห้องหัวใจหลักของยานซึ่งก็คือห้องบัญชาการ ทั้งหมดนี้เป็นระบบควบคุมที่เพียงแค่กดปุ่ม แต่ก็ต้องมีคนนั่งประจำตำแหน่งเพื่อรับมือกับสถานการณ์เร่งด่วน

         เกี่ยวกับอาวุธและความสามารถของตัวยานก็ต้องอธิบายให้ซากุระทราบด้วย สิ่งที่เธอไม่ชอบคือการเซอร์ไพรส์โดยที่ไม่รู้เรื่อง เพราะนั่นจะทำให้การเล่นเป็นทีมเกิดความยุ่งยากมาก เธอเองก็ต้องท่องจำลักษณะพิเศษของสมาชิกทุกคนเพื่อวางแผนรับมือให้สอดคล้องกันจนรู้สึกเวียนหัวขึ้นมาเลย และนี่ก็เป็นเหตุผลที่เธอได้รับฉายา จ้าวกลยุทธ์สาว เนื่องจากการที่รู้ความสามารถของแต่ละคน เมื่อถึงคราวฉุกเฉินก็จะใช้กลยุทธ์ตามความสามารถที่มีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้

         เดฟอนถึงกับหมดกำลังใจที่ทำอะไรต่อ อุตส่าห์ตั้งใจว่าจะเอาไว้เปิดเผยในอนาคตให้ดูเท่ห์ขึ้นมาบ้างสักนิด กลายเป็นว่าตอนนี้ซากุระรู้หมดแล้วว่ายานลำนี้ทำอะไรได้บ้าง และยังออกคำสั่งให้ช่วยตรวจสอบอาวุธและจดบันทึกผลการทดลองทั้งหมดมาโดยละเอียด อุตส่าห์คิดว่าราล์ฟมันเผด็จการแล้ว เจอซากุระเข้าไปก็สมแล้วที่จะอยู่ด้วยกันได้

         หลังจากที่ไปส่งซากุระกับเบลล์แล้วเขาก็ไปยังอาณาจักรอสูร และเริ่มเรียกกำลังพลทั้งหมดมารวมตัวกันเพื่อปฏิรูปแนวทางการพัฒนาเสียใหม่ สิ่งที่ต้องการก็คือความหลากหลายเพื่อให้มันเป็นอาณาจักรที่พัฒนาต่อไปได้แม้จะไม่อยู่ มาก มอนสเตอร์ตัวไหนมีความเชี่ยวชาญด้านใดจะถูกตรวจสอบและชี้นำเส้นทางให้พวกมันเพื่อพัฒนาไปสู่สิ่งที่เหนือกว่า บางตัวก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นคลาสพิเศษ แต่ก็คงต้องเสี่ยงเดิมพันกับมันดู

         ภายใต้การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ราล์ฟรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก เขาไม่ได้สั่งห้ามพวกมันไม่ให้ทำร้ายมนุษย์แต่อนุญาตให้จัดการกับเพลเยอร์เพื่อปล้นทรัพย์มาได้ อย่างไรพวกมันก็เป็นมอนสเตอร์และทำเรื่องเหล่านี้ได้อยู่แล้ว

         เมื่อกลับมาถึงบ้านนิมป์ก็ได้เตรียมอาหารรออยู่ก่อนแล้ว นอกจากภูตและสัตว์เลี้ยงที่นั่งประจำที่ส่วนตัว ก็มีอาคมกับอารินมาร่วมโต๊ะอาหารด้วยจนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ราล์ฟยอมรับว่านิมป์เหมาะที่จะเป็นศรีภรรยาที่ดีมากคนหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้พูดความรู้สึกออกมา มันเป็นมื้ออาหารที่อร่อยมากแต่เป็นไปได้ว่าอาจจะแค่คิดไปเองก็ได้ ทานข้าวเสร็จแล้วอยู่ๆ อาคมก็ลุกขึ้นคล้ายกับตัดสินใจบางอย่างได้และพูดขึ้นมาว่า

         “ไอ้แมวผี มาต่อสู้กันแบบจริงจังสักทีสิวะ”

         ดูเหมือนว่าอาคมเองก็อยากจะทดสอบความแข็งแกร่งที่ได้รับมาในตอนนี้ ที่บอกว่า จริงจังหมายถึงการต่อสู้แบบฆ่ากันให้ตายไปเลย ราล์ฟเองก็ไม่ได้รังเกียจเรื่องนี้ เพราะถ้าหากปฏิเสธไม่สู้ด้วยเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตนเอง จะกลายเป็นว่าอาจจะต้องสูญเสียความไว้วางใจทั้งหมดไปเลยก็ได้ ถึงอาคมจะไม่ใช่คนที่คิดแบบนั้นอยู่เลยก็ตาม

         “เอาสิ ฉันเองก็มีอะไรหลายอย่างให้ลองเหมือนกัน”

 

         คู่ต่อสู้ที่ราล์ฟยอมรับและจัดอันดับเป็นบุคคลที่อันตรายเป็นอันดับต้นๆ หนึ่งในสิบรายชื่อนั้นจะต้องมีอาคมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน ในการประลองยุทธ์ที่สู้กันต่างฝ่ายต่างก็ไม่ได้งัดพลังทั้งหมดออกมาใช้ เพียงแค่ต่อสู้กันโดยทำให้ดูเหมือนกับว่าเอาจริง ราล์ฟยังมีไพ่ตายเก็บเอาไว้เช่นเดียวกับอาคมที่จะต้องมีด้วยเหมือนกัน

         ทั้งสองคนยืนเผชิญหน้ากันอยู่ที่ริมชายหาด โดยทั้งนิมป์ อาริน เดฟอน สองภูตและสัตว์เลี้ยงรอชมการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้น ที่ไม่มีใครห้ามเพราะเห็นว่าการต่อสู้แบบนี้เป็นเรื่องธรรมดา ยังไงถ้าตายก็เกิดที่บ้านพักอยู่แล้ว

บรรยากาศรอบตัวอาคมดูสงบนิ่งมากจนน่ากลัว ถ้าเป็นเมื่อก่อนราล์ฟพอจะคาดเดาการเคลื่อนไหวได้แต่คราวนี้มันคงเป็นไปไม่ได้แล้ว และยิ่งไปกว่านั้นยังมาพร้อมในชุดเกราะในตำนานเต็มยศด้วย จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเรียกดาบเทพเทวะกับมารโลกันตร์ออกมาถือไว้ทั้งคู่ ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญหรือไม่ที่ทั้งสองเล่มเป็นดาบใหญ่แต่ก็เหมาะมากสำหรับราล์ฟที่ชอบใช้ดาบยักษ์คู่

“อ๊ะ! เดี๋ยวก่อน”

“อะไรอีกวะ”

“ขอเปลี่ยนเกราะก่อน ปกติฉันใส่แต่ชุดนักบวชเพราะมันฟื้นฟูดีกว่า แล้วก็ถ้าจะสู้กับนายให้เต็มที่ขืนใส่เจ้านี่ก็เอาจริงไม่ได้น่ะสิ” พูดพลางปลดปลอกแขนที่ใส่มาตลอดออก และพบว่าร่างกายนั้นเบาราวกับไม่มีน้ำหนัก

อาคมแสยะยิ้มมุมปาก ไม่จำเป็นต้องรอให้มีสัญญาณเริ่มการต่อสู้ทันทีที่ราล์ฟเปลี่ยนชุดเกราะสำหรับต่อสู้เสร็จก็เข้าไปจู่โจมแทบจะในทันที ตามปกติแล้วจะต้องบอกว่ามันไม่ยุติธรรมเอาซะเลย แต่ราล์ฟไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อยขนาดนั้น อีกอย่างในการต่อสู้จริงที่แลกกันด้วยชีวิตคำว่ายุติธรรมมันก็แค่คำพูดสวยหรูที่ไม่มีค่าอะไรเลย

เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!

ทุกการแลกดาบส่งเสียงคำรามออกมาจนน่ากลัว ดาบของอาคมนั้นมีทั้งความเร็วและความดุดัน ในขณะที่ดาบของราล์ฟเชื่องช้าแต่หนักแน่น และยิ่งราล์ฟใช้เทคนิคหมุนตามแรงด้วยแล้วมันก็คล้ายว่าจะมีความเร็วที่เพิ่มขึ้นมาก

จากที่ต่อสู้กันบนพื้นหาดทรายที่เคลื่อนไหวได้ค่อนข้างยากเปลี่ยนมาเป็นเคลื่อนไหวในมิติที่สามแทน กล่าวได้ว่าเป็นการต่อสู้ที่สัมผัสกับพื้นดินน้อยมาก จัดได้ว่าเป็นเทคนิคการต่อสู้ชั้นสูงที่ต้องอาศัยประสบการณ์และความพยายามมาก ที่อาคมใช้อยู่นั้นก็คือเหยียบอากาศทักษะสายปราณเพื่อเปลี่ยนทิศทางกะทันหัน แต่ราล์ฟก็ยังยกดาบขึ้นป้องกันส่วนหลังคอเอาไว้ได้

อาคมไม่รอช้ากระพือปีกหมุนตัวและโปรยขนนกเหล็กที่คมดุจใบมีดออกมาโจมตี ราล์ฟตีลังกาพลิกตัวหลบอย่างคล่องแคล่ว ชี้ปลายนิ้วไปยังขนนกเหล็กที่คำนวณตำแหน่งสะท้อนเอาไว้ก่อนและยิ่งบอลพลังจิตออกไปดีดให้กระเด็นพ้นจากวิถีโจมตี เรื่องนี้เท่านั้นที่อาคมต้องยอมรับว่าไม่มีใครสู้ได้ ความสามารถในการวิเคราะห์ที่รวดเร็วนั่น การโจมตีที่พึ่งจำนวนแทบจะไม่มีผลใดๆ เลย

อย่างไรก็ตามมีสิ่งหนึ่งที่ให้เกิดไม่ได้ก็คือราล์ฟนั้นเชี่ยวชาญการโจมตีทุกระยะและพยายามจะรักษาระยะห่างเอาไว้ ดังนั้นอาคมจะไม่ปล่อยให้ตนเองเสียเปรียบในฐานะที่โจมตีได้เพียงแค่ระยะประชิด ขณะเดียวกันราล์ฟก็เป็นกังวลเพราะจุดเด่นของอาคมนั้นอยู่ที่การโจมตีระยะประชิดด้วยมายากลทำให้เดาทางไม่ออก นับเป็นคู่ปรับที่ต่อกรด้วยได้ยากมาก

         การพลิกมือในแต่ละครั้งจะมีการโจมตีที่คาดเดาไม่ได้เกิดขึ้น ราล์ฟโดนระเบิดควันพรางตาและถูกลอบโจมตี แม้จะป้องกันไว้ได้แต่ก็มีดาบอีกเล่มโจมตีมาจากด้านตรงกันข้าม ราล์ฟพลิกดาบลงและใช้กั่นดาบของดาบมารโลกันตร์หยุดมันเอาไว้ได้ ทว่าผลจากการรับดาบนั้นก็ทำให้เกิดเป็นระเบิดทรายขึ้นมา และดาเมจที่ราล์ฟได้รับก็รุนแรงเอาเรื่อง หากไม่ใช่เพราะเขาเปลี่ยนเกราะและถอดปลอกแขนที่จำกัดพลังป้องกันเอาไว้คงไม่แคล้วบาดเจ็บ (พลังชีวิตลด) อย่างหนัก

         “วิชาดาบนั่นสยบฟ้า?”

         โดยหลักการแล้วมันไม่มีชื่อวิชาดาบสยบฟ้าอยู่ แต่เคล็ดของมันอยู่ที่การผสานลมหายใจให้เป็นหนึ่งเดียว ที่ว่าสยบฟ้าเป็นเพียงแค่คำพูดเกินจริง แต่ก็เป็นวิชาที่หากจับเคล็ดได้แล้วไม่ว่าจะเป็นการกระทำรูปแบบใดจะมีความเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างมาก กล่าวได้ว่าประสิทธิภาพมันเพิ่มขึ้นจนน่ากลัว

         “ที่จริงแล้วมันมีชื่อว่าดาบเค้กสตรอวเบอรี่ต่างหาก” อาคมแก้ไขให้ถูกต้อง ดูเหมือนว่าจะยอมรับชื่อวิชาดาบที่ถูกตั้งให้แบบพิเรนทร์นี้แล้ว

         ตวัดดาบฟันฉับ แต่ก็คิดเอาไว้อยู่แล้วว่าราล์ฟจะต้องหลบได้ เลยซัดมีดออกไปพร้อมกัน ต่อให้คิดวิเคราะห์ได้เร็วแค่ไหนแต่ร่างกายก็ใช่ว่าจะไล่ตามความคิดได้ทัน นี่เป็นจุดอ่อนที่ไม่ว่าใครก็สามารถเล่นงานได้

         ฉวะ!

         เคราะห์ดีที่ราล์ฟบิดตัวหลบได้ แต่มีดเล่มนั้นก็เฉือนเอวของเขาไป ถึงจะใช่เกราะแต่ก็มีจุดที่ไม่ได้มีการป้องกัน อาคมเล็งในส่วนนั้นได้อย่างแม่นยำมาก เขาอาจจะมีทักษะซัดอาวุธลับในระดับมาสเตอร์แล้วก็ได้

         “ไม่ยักรู้เลยนะว่าแกก็เลือดออกได้”

         “ฝีมือนายเองก็ดีขึ้นนี่นา” ราล์ฟไม่ได้รู้สึกอะไรกับความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามา ทั้งนี้กลับรู้สึกประหลาดตรงที่เขาเริ่มมึนงงเล็กน้อย ตรวจสอบดูจึงได้รู้ว่าเขาถูกพิษเข้าให้ “เล่นพิษเลยงั้นเหรอ?”

         “มีกฎข้อไหนห้ามบ้างล่ะ แล้วพิษนั่นก็เป็นของที่ได้มาจากเมียแกด้วย”

         สุดท้ายก็เป็นราล์ฟที่ถอนหายใจออกมา เขาคิดว่าถึงจะเอาจริงก็คงไม่เป็นไร แต่ในเมื่ออาคมนั้นใช้วิธีแบบนี้ก็ไม่มีทางเลี่ยงนอกจากแสดงพลังฝีมือทั้งหมดออกมาก่อนที่พิษจะรุนแรงมากไปกว่านี้ วินาทีนั้นอาคมพลันรับรู้ได้ว่ารัศมีดาบของราล์ฟมีการขยายออกมากว้างราวสิบเมตร ก่อนจะรู้ตัวอีกครั้งราล์ฟก็โยกกายหลบหายไปจากสายตา

         ก้าวเท้าเงาจันทรา ซ่อนจันทร์!

         อาคมรู้ว่าวิชานั้นจะหลบไปอยู่ในจุดอับของสายตา ถึงจะรับรู้เรื่องนี้อย่างไรแต่ในทางปฏิบัติแล้วมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรับมือได้ ทว่าการที่อาคมเป็นเผ่าพันธุ์หมาป่าทำให้วิชานี้ใช้ไม่ได้ผล เขาได้ยินเสียงเคลื่อนไหวที่แผ่วเบาคงเป็นผลมาจากการก้าวย่างของแมวที่ไร้ซุ่มเสียง ตวัดดาบออกไปยังที่มาของเสียงแต่ในตอนนั้นราล์ฟก็มาอยู่ด้านหน้าพร้อมทั้งตวัดดาบในตำนานทั้งสองเล่มราวกับกงจักร

         เพล้ง เพล้ง เพล้ง เพล้ง!

         รับมือกับดาบที่ตวัดลงมาหลายครั้งจนมือชา ดาบภูตมายาหนึ่งเล่มแตกหักก็มีเล่มใหม่โผล่ขึ้นมาใช้แทน เมื่อเริ่มรับมือต่อไปไม่ไหวอาคมก็เตะใส่สร้างโอกาสให้ตนเอง ก่อนจะบินขึ้นไปบนท้องฟ้า ถ้าเป็นที่นี่เขาก็จะไม่ต้องถูกกดดันมากนักเนื่องจากการเคลื่อนไหวจะเป็นอิสระ แต่ราล์ฟก็ไม่ยอมปล่อยให้คลายสายตา รวบรวมพลังจิตแล้วบินไล่ตามอาคมขึ้นไป ทั้งสองนั้นคล้ายจะเล่นวิ่งไล่จับกันแต่ก็จะวนมาปะทะดาบกันอยู่เสมอ

 

         จากด้านล่างภาพที่ทุกคนมองเห็นเป็นเพียงแค่สะเก็ดไฟเท่านั้น สุริยันชะเง้อคอมองก็แล้วเพ่งสายตาก็แล้วแต่ก็จนปัญญา เดฟอนจึงได้เอากล้องส่องทางไกลส่องและเปิดฉายภาพผ่านทางจอทำให้เห็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ก็ยังปล่อยบัคให้บินอยู่รอบๆ คอยบันทึกภาพจากหลายมุมมองเอาไว้อีกด้วย

         “สูสีกันน่าดูเลยนะเนี่ย” เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลังทำเอาเดฟอนสะดุ้งโหยง หันไปมองจึงได้รู้ว่าเป็นเทพสงครามที่บอกว่าจะออกไปเล่นสนุก เพียงแต่เทพสงครามไม่ได้มองไปที่จอ กลับมองผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืนและทำท่าทางคล้ายกับว่าจะมองเห็นทั้งหมดได้ราวกับอยู่ใกล้พื้นที่ต่อสู้ของทั้งสองคน

         “หนูนิมป์จ้ะ เดี๋ยวแม่ขอข้าวกล่องเพิ่มเป็นสองเท่านะ”

         หลังสั่งเสร็จก็หันมาดูการต่อสู้แบบแลกชีวิตของสองคน ดวงตาที่จ้องมองไปยังฟากฟ้ายามราตรีคล้ายจะเห็นของที่น่าสนุกมากจนถึงกับต้องเหยียดยิ้ม

         “มองเห็นด้วยเหรอคะ อารินมองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากสะเก็ดไฟเล็กๆ”

         “ข้าก็มองไม่เห็นเหมือนกัน”

         “จะมองไม่เห็นก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ ฝึกมาผิดกันนี่นา แต่ว่านะตอนนี้ลูกชายแม่เป็นฝ่ายได้เปรียบล่ะ”

         กล่าวชมออกมาแบบนั้น จนภาพจากกล่องสอดแนมเผยให้เห็นฉากที่อาคมถูกการโจมตีลึกลับทำเอาได้รับบาดเจ็บมาก เดฟอนจึงให้เซเว่นใช้ทุกอย่างในการวิเคราะห์ดูว่าเกิดจากอะไรแต่เทพสงครามก็พูดขึ้น

         “เข็มน่ะ มองตาเปล่าเห็นได้ยากมาก”

         และตามด้วยเซเว่นที่วิเคราะห์ออกมาว่ามีวัตถุขนาดเล็กในจำนวนมากลอยอยู่ในอากาศ

         อาคมนั้นเรียนรู้เร็วมาก พอรู้ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากลก็ใช้ระเบิดลมปราณเป็นคลื่นกัมปนาทพัดเอาเข็มพวกนั้นกระเด็นไปจนหลุดจากการควบคุม ขณะเดียวกันทุกคนที่ดูอยู่ด้านนอกก็ได้แต่ขบคิดว่าหากเป็นตนเองตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นจะใช้วิธีใดในการรับมือ ดังนั้นไม่ว่าใครจะมีความคิดอย่างไรก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด ออกจะเป็นการฝึกฝนที่ดีเสียด้วย

         “จากนี้แหละคือของจริงล่ะ”

         เทพสงครามจับความรู้สึกได้ว่าทั้งคู่เริ่มจะเครื่องร้อนแล้ว ราล์ฟเป็นนักสู้ประเภทออกตัวช้าที่จะต้องใช้เวลาสักหน่อยเพื่อให้โจมตีได้ดีขึ้น ส่วนทางด้านอาคมนั้นจะตรงกันข้ามคือเป็นนักสู้ที่ออกตัวเร็วหวังผลเอาชนะในชั่วอึดใจ ทว่าจำเป็นจะต้องใช้เวลาเพื่อปรับจังหวะให้กลับมาลื่นไหลมากขึ้น ดังนั้นเมื่อระดับอารมณ์ในการต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายเท่ากันแล้วการต่อสู้จะต้องรุนแรงและน่าดูชม

         ไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่แต่ในฐานะผู้ชมอยู่วงนอกทำได้เพียงแต่ตั้งใจดูเท่านั้น สุริยันคล้ายจะคิดไปเอง หรือไม่ก็ตาฝาด ตอนที่เงยหน้ามองท้องฟ้าคล้ายจะเห็นภาพในระยะใกล้อยู่ครู่หนึ่ง และอ่านบรรยากาศได้ว่าบางสิ่งที่สุดยอดมากๆ กำลังจะเกิดขึ้น ทั้งที่ให้ความรู้สึกขนลุกขนพองแต่ภาพในจินตนาการกลับเป็น หมาป่ากับแมวเผชิญหน้ากันซะงั้น

 

         ไม่ต้องรอให้มีสัญญาณใดๆ เริ่ม ทั้งสองคนก็แลกดาบกันอีกครั้ง แต่คราวนี้พลังของมันรุนแรงชนิดที่ทำให้ผืนน้ำแตกกระจาย ราล์ฟถูกถีบให้ตกทะเลแต่ก็หยุดตัวเองเอาไว้ได้เหนือผิวน้ำ ขณะที่อาคมเข้ามาโจมตีซ้ำก็ตวัดหางพันขาแล้วเหวี่ยงออกไป นี่อาจจะเป็นเพียงแค่การต่อสู้ประลองกันด้วยพละกำลังและเทคนิคเท่านั้น ทว่าก็ยังมีหลายอย่างที่ต้องทดสอบอยู่ ราล์ฟเปลี่ยนอาวุธเปลี่ยนไม้เท้าอาร์คพรีส ฮีลรักษาให้ตัวเองขณะที่อาคมก็โคจรลมปราณฟื้นฟูเลือดให้ตนเองไปด้วย

         “ดูเหมือนว่าด้านพละกำลังของพวกเราจะสูสีกันนะ ลองดูด้านการประยุกต์ใช้ทักษะหน่อยเป็นยังไง”

         อาคมอ่อนหัดมากในเรื่องของการประยุกต์ใช้ทักษะ ปกติจะใช้ทักษะแบบทื่อๆ สักแต่ว่าโจมตีเท่านั้น ได้แต่หวังว่าเขาจะไปแก้ไขในเรื่องนี้มาแล้ว ไม่อย่างนั้นมันก็คงกลายเป็นการต่อสู้ที่น่าเบื่อ

         “หนวกหู ฉันจะใช้อะไรมันก็เรื่องของฉัน”

         คลื่นดาบทะลุทะลวง!

         “ก็สมกับเป็นนายดี” ราล์ฟขยับยิ้มพลิ้วกายหลบเพียงเล็กน้อย และคาดเดาการเคลื่อนไหวต่อไปของอาคมได้จึงยกดาบฟันไปด้านหลัง พลันปรากฏร่างของอาคมขึ้นและยกดาบตั้งรับ “นิสัยของนายน่ะฉันมองออกหมดนั่นแหละ”

         “เหรอ งั้นแปลว่าแกเองก็ต้องรู้เรื่องนี้ด้วยสินะ”

         ดาบภูตมายาที่ถูกสร้างขึ้นหันคมดาบจำนวนยี่สิบเล่มมายังราล์ฟจากทางด้านหลัง และเข้าจู่โจมก่อนที่อาคมจะพูดจบเสียอีก ราล์ฟจึงต้องใช้เทเลพ็อตย้ายหนีโดยเร็ว ดูเหมือนว่าภายใต้ความเถรตรงจะยังมีเล่ห์เหลี่ยมซ่อนเอาไว้อยู่ สมแล้วกับที่เป็นนักมายากล

         “เทเลพ็อตงั้นเหรอ ไอ้ทักษะยุ่งยากเอ๊ย”

         ราล์ฟแตกต่างจากคนอื่นที่ใฝ่หาพลังโจมตีที่รุนแรง ด้วยความเชื่อที่ว่าพลังโจมตีรุนแรงหมายถึงการปิดฉากที่รวดเร็ว จึงไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจในทักษะเล็กๆ น้อยๆ แต่ราล์ฟมีแนวคิดที่ตรงกันข้าม ทักษะที่ไร้ซึ่งความรุนแรงสามารถใช้งานได้หลากหลายและไร้ข้อจำกัด ใช้พลังเล็กน้อยแต่มีประสิทธิภาพ อย่างพลังจิตที่ใช้ในการควบคุมวัตถุไม่ค่อยจะมีคนใช้เพราะนอกจากทำให้วัตถุลอยได้ก็ทำอะไรอย่างอื่นไม่ได้เลย หรือดีที่สุดก็แค่ทำให้ตนเองบินได้

         อาคมไม่ค่อยสบอารมณ์แต่ยังไงก็ต้องหาทางผนึกไม่ให้ใช้เทเลพ็อตได้ อันที่จริงแค่ทักษะนี้ทักษะเดียวราล์ฟก็ขึ้นแท่นบุคคลที่ต่อกรด้วยได้ยาก ถึงระยะแรกสุดจะเป็นขอบเขตของสายตา กับ สถานที่ที่เคยไปมาแล้ว แต่เมื่อมีดวงตาแห่งฮอรัสก็ทำให้มันกลายเป็นบุคคลที่ไร้เทียมทาน ถึงจะแพ้ก็ยังหนีได้ และด้วยนิสัยของราล์ฟถ้าถึงคราวอับจนจริงๆ มันจะต้องหนีแน่นอน

         “ไม่หนีหรอก เพื่อต่อสู้กับนายอย่างจริงจังฉันจะไม่หนีไปนอกอาณาเขตเกาะนี้ แต่ว่า” ราล์ฟเรียกดาบออกมาแล้วขว้างออกไป ก่อนที่จะหลุดพ้นจากปลายนิ้วสัมผัสก็เทเลพ็อตไปให้มันหายวับไปปรากฏอยู่ตรงหน้าของอาคม

         แต่ก็สมกับที่เป็นเกราะในตำนาน ดาบที่เข้าปะทะนั้นแตกละเอียดในทันที คงเพราะส่วนหนึ่งเป็นดาบที่เหลือค่าคงทนไม่มากนักและราล์ฟยังไม่ได้มีโอกาสเอาไปซ่อมแซมเลยให้ผลลัพธ์แบบนี้

         “ถ้าใช้แบบนี้คงไม่ว่ากัน” ราล์ฟขว้างมันออกไปหลายทิศทางและทำให้เทเลพ็อตหายไปทั้งหมด

         “โธ่เว้ย! ยุ่งยากฉิบ”

         ถึงจะบ่นก็ยังเรียนรู้ที่จะโต้กลับได้ไม่ยาก สิ่งที่อาคมรู้ก็คือทิศทางของมันจะถูกกำหนดเอาไว้ด้วยทิศทางของการขว้างเสมอ ขอแค่รู้ทิศทางก็พอแล้วที่จะป้องกันการโจมตีพวกนั้นได้ นี่คือสิ่งที่อาคมขัดเกลามาตั้งแต่เด็ก ทักษะการสังเกตสำหรับมองทริกของมายากลทั้งหลาย เขารับมือกับการโจมตีพวกนั้นได้อย่างไม่ยากเย็น พลิกมือเรียกไพ่หนึ่งสำรับขึ้นมาและกรีดมันด้วยมือเพียงข้างเดียว จากนั้นก็ดีดไพ่ใบหนึ่งออกไปเพื่อให้มุมมองนั้นถูกบดบังด้วยไพ่จนมิด

         ต้องใช้การฝึกฝนอย่างหนักถึงจะทำให้มันกลายเป็นวิชาที่ชำนาญ เพียงพริบตาเดียวเท่านั้นที่ร่างของอาคมถูกไพ่หนึ่งใบปิดจนมิดเขาก็ได้หายไปจากการรับรู้ของราล์ฟ เพียงแต่น่าเสียดายมากที่ราล์ฟเปิดใช้ดวงตาแห่งฮอรัสขึ้นมาทันทีและรู้ว่าตอนนี้อาคมอยู่ด้านหลังกำลังจะใช้ดาบแทงเข้ามา ราล์ฟดีดตัวกลับหลังเหวี่ยงเท้าเตะใส่

         ในด้านการต่อสู้ประชิดตัวอาคมด้อยกว่าราล์ฟมาก ยิ่งได้รู้ว่ามันเป็นคนที่เติบโตมากับการฝึกต่อสู้ แต่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่มีทางเอาชนะได้ อาคมยกเกราะแขนป้องกันและชกหมัดใส่ใบหน้าอีกฝ่ายอย่างจัง ถือได้ว่าเป็นการแลกหมัดที่สวยงาม ราล์ฟโดนชกเข้าไปก็ถ่มเลือดออก ส่วนอาคมนั้นรู้สึกว่าแขนหักไปแล้ว

         “แลกกันว่ะ”

         “ก็จริง เพราะฉะนั้นฉันขอเอาคืนบ้าง” ราล์ฟดึงมือกลับไปร่างของอาคมก็ถูกดึงเข้าไปหา ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะสติ๊กกี้ กัมม์ที่ติดอยู่บนแขน

         ผัวะ!

         แทนที่หมัดจะกระแทกเข้าไปใบหน้า กลายเป็นอาคมโขกหัวกระแทกหมัดแทน มือถึงกับระบมและกระดูกแตก ราล์ฟได้แต่คิดว่า ยังเป็นคนหัวแข็งไม่เปลี่ยน แต่ก็จับเหวี่ยงหมุนไปรอบๆ และเขวี้ยงลงทะเล

         การจะตัดสินผลแพ้ชนะได้จะต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตาย อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่มีใครคิดแค้นกัน อาคมเป็นผู้ใหญ่พอจะยอมรับความเป็นจริงได้ เช่นเดียวกับราล์ฟที่ต่อให้ตายก็ไม่เสียใจหรือเสียดาย เพราะแบบนั้นเองการต่อสู้ถึงตายนี้จึงทวีความรุนแรงกันมากขึ้น ต่างฝ่ายต่างก็มีทักษะสนับสนุนที่ช่วยทำให้ได้รับดาเมจเพียงน้อยนิด จึงไม่ใช่การต่อสู้ที่ตัดสินกันได้ในชั่วอึดใจ

         และมันก็เป็นอย่างที่เทพสงครามบอกเอาไว้ การต่อสู้ได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างน่ากลัว มันเป็นการต่อสู้ของคนระดับสุดยอดที่มีอยู่เพียงน้อยนิด ต่อให้พูดว่าขอเพียงมีเลเวลเท่ากันก็ทำได้แต่มันไม่ใช่เลย ทั้งหมดนั้นมาจากการหาทักษะมาสนับสนุนเพื่อให้แข็งแกร่งขึ้น อาจกล่าวได้ว่าเลเวลก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้แข็งแกร่งได้ แต่จากการค้นคว้าของราล์ฟแล้วทักษะและประสบการณ์ต่างหากที่แบ่งแยกความแตกต่างของเพลเยอร์อย่างชัดเจน

         ด้วยเหตุนี้ทักษะต่างๆ ที่ทำให้เพลเยอร์แข็งแกร่ง ผู้ที่ค้นพบมันได้จะปกปิดมันไว้เป็นความลับ เพื่อให้ได้เปรียบในการต่อสู้มากขึ้น นอกจากนี้ไม่เพียงแค่ทักษะเท่านั้น แต่ถ้ามีประสบการณ์ในการต่อสู้ก็จะยิ่งช่วยให้พวกเขานั้นดูเก่งกาจจนเหมือนกับโกงได้เลย

         พลังโจมตีในขอบเขตของเพลเยอร์คลาสขุนนางเพียงพอจะให้ถล่มภูเขาเผากระท่อมได้เมื่อใช้พลังเต็มที่ ทุกครั้งที่การโจมตีนั้นผิดพลาดก็จะทำให้เกิดคลื่นพลังระเบิดผืนน้ำจนแตกกระจาย แม้ว่าจะไม่มีกฎห้ามใช้น้ำยาก็ตามแต่ทั้งสองคนก็เลือกที่จะตัดสินใจผลลัพธ์ด้วยพลังชีวิตเท่าที่มี แต่ราล์ฟสังเกตได้ว่าทุกครั้งที่อาคมโจมตีโดนก็จะได้รับพลังชีวิตเพิ่มขึ้น

         “ใส่ไอเทมดูดเลือดด้วยงั้นเหรอ?”

         “จะสู้กับไอ้คนที่ฮีลตัวเองได้ คิดว่าฉันจะโง่ไม่เตรียมพร้อมเรื่องนี้เลยหรือไง”

         “เปล่า แค่ไม่คิดว่าคนอย่างนายจะหาซื้อได้ พวกนี้ไม่มีใครขายกันหรอก”

         “ก็ไม่ได้ซื้อ แต่ถล่มดันเจี้ยนแล้วได้มาโว้ย”

         ไอเทมดูดเลือดเป็นชื่อเรียกเฉพาะในหมู่เพลเยอร์เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ มันเป็นเครื่องประดับที่หายากมาก ซึ่งจะเปลี่ยนดาเมจที่ทำได้ คืนกลับมาในรูปแบบของ HP ในเปอร์เซ็นต์ที่กำหนดเอาไว้ ปกติแล้วมันไม่ได้ให้มากนักและมีโอกาสไม่สูงที่จะติด แต่ก็เป็นไอเทมที่ได้รับความนิยมสำหรับพวกที่ใช้การต่อสู้ระยะประชิด

         ยังไม่มีใครเสียเปรียบใคร พวกเขายังคงแลกดาบกันอย่างต่อเนื่อง มีผลัดกันเตะบ้างสุดท้ายก็ยังไม่มีใครยอมให้กัน ทั้งสองร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล และมีเลือดไหลออกมาจนน่ากลัว

จนกระทั่งการต่อสู้ดำเนินมาถึงจุดที่เกินจะจินตนาการได้ เมื่ออาคมใช้ร่างบีสต์โซล (เปลี่ยนร่างเป็นหมาป่ามนุษย์) และเร่งเร้าพลังแห่งความมืดที่เข้มข้นออกมา อัพเกรดเสื้อเกราะมารให้ดูมีความน่าเกรงขามมากขึ้น ดวงตาสีแดงฉานทิ้งแสงเป็นเส้นไว้ยามที่เคลื่อนไหว สะกดให้เป้าหมายที่ต่อสู้อยู่ต้องมองตามแสงสุดท้าย เป็นทักษะหลอกตาที่ต้องบอกเลยว่าเป็นแค่กลหลอกเด็กเท่านั้น มันใช้ได้กับคนอื่นแต่ไม่ได้ผลกับราล์ฟที่มองแล้วก็หาทางแก้ไขได้ทันที

         ส่วนราล์ฟก็ใช้ร่างบีสต์โซลด้วยเช่นกัน พร้อมกับเร่งเร้าพลังธาตุ แสงสว่าง ความมืด และน้ำออกมา แสงที่เปล่งออกมารายล้อมอยู่รอบตัวดูเป็นอะไรที่ชวนขัดตา มันไม่ได้เข้มข้นเหมือนของอาคม โดยเฉพาะความมืดก็มีความเข้มที่น้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด

         จากนั้นทั้งคู่ก็เข้าไปปะทะกัน ไม่มีใครคิดที่จะรับการโจมตีนั้นตรงๆ ก็เลยเลือกที่จะหลบเพื่อไม่ให้ได้รับบาดเจ็บ อาจเป็นเพราะความเผอเรอก็ได้ทำให้การโจมตีที่หลุดออกไปนั้นพุ่งเป้าไปที่เกาะ ที่ซึ่งทุกคนกำลังเฝ้ารออยู่ สุริยันมีปฏิกิริยาตอบสนองและคิดจะปัดมันออกแต่เทพสงครามก็ได้ยื่นมือออกมาขวาง และทำแค่ใช้หลังมือปัดคลื่นพลังนั้นออกไปราวกับปัดแมลงวัน ทว่ามันก็ทำให้เทพสงครามได้รับบาดเจ็บด้วย

         “ให้ตายสิ เด็กพวกนี้พัฒนากันเร็วจัง”

         ด้วยพลังระดับสุดยอดที่เพลเยอร์ส่วนใหญ่ได้แต่เฝ้าฝันถึง ราล์ฟกับอาคมก็เหนื่อยหอบจนเหลือแรงไม่มากที่จะต่อสู้ระยะยาวได้ พลังชีวิตอยู่ในเกจแดงที่ขอแค่โดนการโจมตีอีกครั้งสองครั้งก็เป็นอันปิดฉากการต่อสู้ครั้งนี้ ทั้งสองไม่คิดจะเอ่ยปากยอมแพ้อยู่แล้วเพราะมันคือการตัดสินเป็นตาย พวกเขาปะทะกันในครั้งสุดท้าย ดาบภูตมายาของอาคมแทงทะลุอกซ้าย และดาบมารโลกันตร์ก็ได้ตัดแขนที่ยกขึ้นป้องกันจนขาด ส่วนดาบเทพเทวะฟันลึกผ่านชุดเกราะไปได้เพียงไม่กี่เซนติเมตร

         ผลลัพธ์นั่นคือการที่พลังชีวิตของราล์ฟหมดลงก่อน แต่ก่อนที่เขาจะหายไปนั้นรอยยิ้มก็พลันผุดขึ้นมา

         บาดแผลที่ถูกฟันปรากฏเป็นรอยไหม้และลดพลังชีวิตของอาคมอย่างรวดเร็ว

         มันคือความสามารถของดาบในตำนานของนรก เพลิงทมิฬที่ไม่มีวันมอดดับ ดาเมจของมันไม่ได้รุนแรงแต่มันเป็นทักษะที่จะเกิดผลยาวนานถึงสามสิบวินาทีเมื่อเรียกใช้

         และนั่นทำให้อาคมเสียชีวิตหลังจากราล์ฟไม่กี่วินาที

         ผลลัพธ์ที่ปรากฏให้ทุกคนเห็นก็คือ เสมอ

         แต่ราล์ฟต้องยอมรับว่าการต่อสู้ครั้งนี้ เขาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้เพราะประมาท

 

         สัญญาณไฟสีเขียวบนอุปกรณ์แปลงสัญญาณแปรเปลี่ยนเป็นสีส้ม เจนภพลืมตาขึ้นมาเผชิญหน้าอยู่กับโลกของความเป็นจริงอีกครั้ง นิ้วมือพลันกดปุ่มที่อยู่บนคอนโซลตรงที่วางมือเพื่อเปิดฝาตัวถังเครื่อง และถอดสิ่งที่สวมอยู่บนหัวออก ก่อนจะปิดสวิทซ์การทำงานให้อยู่ในโหมดประหยัดไฟ

         เป็นเวลาตีห้าสิบห้านาทีเลยรู้ว่าวันนี้เขาตื่นสายกว่าทุกวัน แต่เมื่อคืนนี้ในระหว่างที่เขานอนหลับอยู่มันได้เกิดเรื่องอะไรมากมายขึ้นเยอะแยะ มองดูปฏิทินที่ถูกเขียนกำหนดการในแต่ละวันเอาไว้ล่วงหน้า มันเป็นสิ่งที่ทำให้เจนภพดูเป็นคนที่เจ้าระเบียบ แต่เบื้องหลังของมันก็เหมือนกับสิ่งที่คอยย้ำเตือนให้เขาใช้ชีวิตอย่างมีแบบแผนให้คุ้มค่า

         ต้องขอบคุณนิมป์ที่ทำให้ตาสว่างขึ้น จากที่เคยยอมแพ้ไปแล้วและกลัวว่าตัวเขาที่มาใหม่อาจจะเป็นคนที่มีนิสัยเหลวแหลก เลยต้องทำทุกอย่างเพื่อให้มั่นใจว่าหลังจากนี้เขา (คนใหม่) จะไม่ทำให้คุณแม่ต้องผิดหวัง

         เปิดประตูออกมา มองเห็นแสงไฟที่ลอดผ่านใต้ประตูห้องที่เยื้องไปหน่อย ท่าทางซูหลินจะตื่นแล้วก่อนที่เธอจะเปิดประตูออกมา และได้สบตากันตรงๆ

         “อะไร?”

         “เช้าวันนี้อยากกินอะไรหรือเปล่า ฉันจะไปตลาด”

         “เต้าหู้นิ่ม กับผัดขิง” ซูหลินตอบ มองเจนภพด้วยท่าทางสงสัย “คุณดูแปลกไป เมื่อคืนไม่เห็นเป็นแบบนี้”

         เจนภพเลิกคิ้ว นึกสงสัยว่ามันดูออกได้ง่ายขนาดนั้นเลยหรือไง แต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไรมาก

         เดินออกมาจากบ้านพร้อมด้วยร่มหนึ่งคันเพราะฝนตก พ้นห่างจากบ้านได้ระยะหนึ่งก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออก โดยเบอร์ที่โทรหานั้นไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นคุณยาย ถ้าเป็นเวลานี้ทางนั้นก็คงจะตื่นแล้วและนิสัยของคุณยายก็คือจะต้องพกโทรศัพท์พิเศษติดตัวเอาไว้รับสายด่วนอยู่เสมอ

         และมันเป็นเบอร์ที่เจนภพกำลังโทรอยู่ตอนนี้

         รอสัญญาณประมาณห้าครั้ง คุณยายก็รับสาย ฟังจากเสียงแล้วดูไม่เหมือนคนที่พึ่งตื่น

         “แปลกจังเลยที่หลานโทรหายายตอนนี้ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า”

         “คุณยายครับ ภพมีเรื่องสงสัยอยากจะถามน่ะครับ” เจนภพถามสิ่งที่อยากรู้ออกไปทันที เพราะถ้ามันเป็นไปได้จริง ผลกระทบจากสมองที่เสียหายจนสูญเสียความทรงจำและประสบการณ์ จะไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป

         จินดารัตน์ตั้งใจฟังคำถามของเจนภพ เธอไม่ตอบคำถามนั้นและพูดออกมาด้วยเสียงที่ฟังดูอารมณ์ดีขึ้นเยอะ

         “ดูเหมือนยายจะแพ้เดิมพันของหลาน คนที่แล้วซะแล้วสิ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

22 ความคิดเห็น

  1. #14132 Zaye (@genshawnjayda) (จากตอนที่ 381)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 06:55
    เอ่อ...ชื่อภาคง่ายดีนะครับ
    #14132
    0
  2. #14122 MarsWell (@spit) (จากตอนที่ 381)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 22:35
    นิมป์ตัวจริงก็โคตรจะน่ารัก และจากที่ดูมา ไหนๆก็รู้จักกันมาก่อนแล้วนี่นา ตั้งแต่สมัยโดนลักพาตัวใช่มะ แล้วตอนนี้ราล์ฟจะแก้ไขตัวเองยังไงกันนะ กับวนเกิดที่ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว อยากรู้มากเลยนะเนี่ย ว่าราล์ฟคนก่อนเดิมพันอะไรไว้กับคุณยายกันนะ
    #14122
    0
  3. #14121 auannie (@songchien) (จากตอนที่ 381)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 09:30
    ยาที่กดความจำเจนภพไว้หมดอายุเหรอ หรือตัวยาทำให้หลอมรวมเป็นคนใหม่ จำได้รางๆว่า เจนภพตอนอยู่กับคุณยายก่อนจะมาอยู่กับแม่หลังการทดลอง กับตอนนี้นิสัยต่างกัน
    #14121
    0
  4. #14120 glom-mon (@ku-ru) (จากตอนที่ 381)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 12:45
    ตอนยาวมากกก ชอบ ^^
    #14120
    0
  5. #14119 bbkzabk2 (@bbkzabk2) (จากตอนที่ 381)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 11:02
    ราฟตาย แบบนี้ หนูนิมป์ ก็ตายด้วยสิครับ
    #14119
    0
  6. #14117 J_@~C+ll< (@pirasit) (จากตอนที่ 381)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 19:22
    ขอบคุณครับ
    #14117
    0
  7. #14116 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 381)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 14:28
    รู้กันแค่2 คนสินะ
    #14116
    0
  8. #14115 Sirayu Manachot (@3468) (จากตอนที่ 381)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 13:59
    รึมันจะไม่ต้องรีเซ็ทแล้ว ว่าไปเรื่องรีเซ็ทนี่รู้กันแค่ยายหลานเหรอ แม่กะตาไม่รู้สินะ



    ยายเก็บเงียบ หลานตีเนียน
    #14115
    0
  9. #14114 bestboy654 (@bestboy654) (จากตอนที่ 381)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 13:02
    แหม่...!!! เห็นฉากตอดเล็กตอดน้อยของซากุระแล้วหมั่นใส้...อยากให้มีฉากแบบว่า มีคนมาพยายามชักจูงตอดเล็กตอดน้อยสมาขิกกิลแพนดอร่า...แล้วสมาชิกกิลคนใดคนหนึ่งก็พูดสวนกลับไปแบบ : ''คุณอาจไม่รู้อะไร แต่ผมจะบอกให้ว่าคนในกินนี้หนะไม่ได้อยู่ด้วยกันเพราะผมประโยชน์หรือความเชื่อใจหรอก แต่เพราะความอิสระต่างหาก แล้วอีกอย่างหนึ่งกับคนที่ชอบพูดจาหว่านล้อม ใช้เล่เหลี่ยมชักจูงคน ขอแค่มีเพียงคนชั่วร้ายเจ้าเล่แบบราฟคนเดียวก็พอ / คนที่พูดจาเหมือนรู้ไปซะหมดแบบคุณมีแค่หัวหน้ากิลเราก็พอ ที่สำคัญคนที่ทำให้เราสนใจได้หนะมันไม่มีหรอกหรอก เพราะสมาชิกแต่ละคนของแพนดอร่า....มีแต่ปีศาจยังไงละ..แล้วบรรยากาศก็แบบสมาชิกแต่ละคนที่ได้ยินก็ปล่อยพลังกดดันออกมารวมถึงคุณแม่ราฟด้วย(นึกอยากสนุก) เอาแบบมิติพิเศษสะเทือนไปเลย 
    #14114
    1
    • #14114-1 Lady-Victoria (@1100400814037) (จากตอนที่ 381)
      16 มิถุนายน 2560 / 13:55
      เหมือน EQ น้อยอะเราว่า ถ้าเป็นแบบนั้นจริงก็ไม่เข้ากับเรื่องนี้เลย อยู่เฉยๆโดนจิกๆหน่อยก็ปล่อยพะลงพลัง อ้อ เกาะของราฟไม่ได้เป็นมิติพิเศษ
      #14114-1
  10. #14113 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 381)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 12:01
    โปรเหมาๆ เอาหมดทุกคน แต่ละคนมีจุดเด่นของแต่ละคน เราเลือกไม่ถูก
    #14113
    0
  11. #14111 RealRD (@RealRD) (จากตอนที่ 381)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 / 20:16
    แค่ราล์ฟแต่งงานใหม่  อาคมหึงจัดท้าสู้เอาตายกันเลยทีเดียว
    #14111
    0
  12. #14110 Lunar Lethisia Lightseriars (@piinzpq) (จากตอนที่ 381)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 / 15:02
    ซากุระตอนแรกก็แอบเชียร์นะ แต่ราล์ฟควรได้คนที่เติมเต็มส่วนที่ขาดหาย 
    #14110
    0
  13. #14109 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 381)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 / 10:07
    เชียร์นิมป์ ฮิฮิ
    #14109
    0
  14. #14108 Dark in Heart (@bugsbunne) (จากตอนที่ 381)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 22:05
    วันเกิดที บ้านคงเหมือนสถานีกรุงเทพ รถไฟหลายขบวนมาจอดที่เดียวกัน 
    #14108
    0
  15. #14107 Pompam Makionna (@suppamas) (จากตอนที่ 381)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 18:01
    คุณแม่รับลูกสะใภ้คู่เลยค่ะ---
    #14107
    0
  16. #14106 หมาป่าเมฆา (@D4rkflame) (จากตอนที่ 381)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 09:49
    ง่ะ เอาซากุระแทนไม่ได้เหรออออ 555 ทีมซากุระ
    #14106
    0
  17. #14105 bluepirate (@bluepirate) (จากตอนที่ 381)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 09:30
    อย่าว่าเราน่ะ เราว่าซากุระไม่เหมาะกับราล์ฟเลย เราว่านิมป์เนี่ยละเหมาะที่สุด ทีมนิมป์ 555
    #14105
    0
  18. #14104 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 381)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 09:29
    คุณแม่อยู่ดูไหมเนี่ย
    #14104
    0
  19. #14103 Maizas Dragonil (@goldcremer) (จากตอนที่ 381)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 08:15
    สนุกครับ
    #14103
    0
  20. #14102 Sirayu Manachot (@3468) (จากตอนที่ 381)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 08:11
    หม่อมแม่นี่พึ่งพาได้สุดๆเลย ไม่รับผิดชอบอะไรสักอย่าง เอามันเข้าว่าอย่างเดียว



    ว่าแต่ยัยหงส์จะได้ลงคานมั้ยเนี่ย ส่วนซากุระแวนแรกนึกว่าจะเป็นละครหลังข่าวซะแล้ว 



    อันที่จริงไม่ต้องรีบแย่งกันก็ได้ รีบูทใหม่ก็ต้องมาทำแต้มกันใหม่อยู่ดี



    ตอนหน้าศึกสองนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่สินะ จะระเบิดภูเขาเผากระท่อมขนาดไหนล่ะเนี่ย
    #14102
    0
  21. #14101 Eom-c (@ice-sword) (จากตอนที่ 381)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 05:19
    เควสนี้ถ้าคนไม่มีกิล มีโอกาศทำได้ไหม?
    #14101
    0
  22. #14100 JLT_Na (@JLT_Na) (จากตอนที่ 381)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 04:50
    ขอบคุณครับ

    #14100
    0