[Legend Online] เปิดตำนาน ป่วนออนไลน์

  • 88% Rating

  • 99 Vote(s)

  • 1,473,869 Views

  • 14,490 Comments

  • 9,084 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,140

    Overall
    1,473,869

ตอนที่ 380 : บทที่ 34 Wedding Quest [2] (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10602
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    24 พ.ค. 60

บทที่ 34 Wedding Quest [2] (100%)

 

         ลานกว้างของเมืองกรีนเบสคึกคักไปด้วยตลาดแบกะดิน สินค้าจากดันเจี้ยนทะเลทรายสำหรับทำเควสต์สร้างอาวุธถูกนำมาวางจำหน่ายในราคาที่สูงมาก ไม่เพียงแค่ดรอปยากแต่การเดินทางไปนั้นไม่ใช่ง่ายๆ ตราบใดก็ตามที่ยังไม่มีใครสามารถจัดการกับอสูรกายคลาสจักรพรรดิลงได้ เมืองโมเรสก็ไม่อาจฟื้นฟูกลับคืนมาเป็นแหล่งพักอาศัยของนักเดินทางไปอีกนาน

         “อ่านหนังสือมันสนุกนักหรือยังไง”

         คำถามที่ไม่ต้องการคำตอบของภูตสาวผมสีแดงเพลิงเกิดขึ้นจากความรู้สึกเบื่อหน่าย ผู้ทำพันธะสัญญากับเธอนั้นแตกต่างจากคนอื่นตรงที่เขาไม่ปรารถนาจะต่อสู้เพื่อช่วงชิงความเป็นใหญ่ หรือแสดงให้เห็นว่าตนเองมีพลังอำนาจ สำหรับภูตสายต่อสู้แล้วคงต้องพูดว่า อยู่ผิดที่ ตรงกันข้ามกับน้องสาวฝาแฝดที่ดูจะยินดีที่ได้คู่พันธะสัญญาเป็นคนแบบนี้

         สุริยันคิดว่าการถูกห้ามไม่ให้ลงประลองฝีมือกับเพลเยอร์เป็นเรื่องที่แย่แล้ว การไม่ได้เป็นอิสระนับว่าแย่ยิ่งกว่า คิดว่าอยู่ที่เกาะส่วนตัวยังมีหลายสิ่งหลายอย่างให้ทำ แต่เธอกลับกระหายการต่อสู้จึงไม่ควรจะจับเจ่าอยู่ที่นั่น

         “การประลองพวกนั้นไม่ได้เป็นทางการก็จริง แต่การตรวจสอบที่มาที่ไปทำได้ดีกว่าพวกสายสืบประจำกิลด์ซะอีก ถึงฉันจะไม่สนใจเรื่องที่เธอเป็นภูตของฉันจะถูกเปิดเผยก็ตาม แต่มันน่ารำคาญถ้าถูกคนมาตรวจสอบอยู่ตลอดเวลา”

         “ก็แค่ภูต” สุริยันทำเหมือนว่าภูตเป็นอะไรที่พบเจอได้ตามที่ใจอยาก

         “ที่จริงภูตในความหมายของฉันคือ จิตวิญญาณที่มีตัวตน สิ่งมีชีวิตลึกลับในจินตนาการที่อาศัยอยู่ร่วมกับธรรมชาติ การใช้คำว่า ภูตเรียกแทนตัวพวกเธอนับว่าเป็นการใช้คำที่ผิดความหมาย สิ่งที่ผูกพันพวกเราก็คือพันธะสัญญา”

         “เช่นนั้นแล้วพวกเราควรจะแทนตนเองว่าอะไร?” จันทราสงสัย

         “ตัวตนของพวกเธอก็เหมือนกับไซเรน แค่ถูกนิยามด้วยคำว่า ภูตเพื่อให้แยกแยะได้ง่ายเท่านั้น แต่พวกเธอไม่จำเป็นจะต้องเข้าใจเรื่องพวกนี้ก็ได้”

         เสียงเอะอะดังอยู่ไม่ไกล พวกเขาทำเพียงแค่มองดูความวุ่นวายที่เกิดจากการกระทบกระทั่งกัน อาจเพราะไม่ชอบขี้หน้าหรืออะไรก็ตาม เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยจนมีคนได้รับความเดือดร้อน คนที่ไม่อยากให้มีความเสียหายก็ได้แต่หาที่หลบกันจ้าละหวั่น ฉากไล่ฆ่าของคนสองกลุ่มมีให้เห็นอยู่ตรงหน้า ได้ยินแว่วๆ ว่าเป็นการผิดใจกันเนื่องจากอีกฝ่ายหนึ่งไปแย่งผู้หญิงที่ลูกพี่ของคนพวกนั้นตามจีบอยู่

         มีคนถูกเตะอัดกระเด็นมาตกอยู่เบื้องหน้าของพวกเขา แต่กลับไม่ได้แตกตื่นหรือตกใจ คล้ายกับว่าจะไม่ใส่ใจซะมากกว่า สุริยันเองถึงจะชื่นชอบการต่อสู้มากแค่ไหนกับศัตรูที่อ่อนแอกว่าสู้ไปก็ไม่สนุก คงตั้งแต่ได้ฝึกกับคนที่แข็งแกร่งทำให้มุมมองที่มีต่อการต่อสู้เปลี่ยนไป ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อฆ่าฟันแต่เพื่อประกาศชัยชนะของตนเองกับศัตรูที่คู่ควร

         การฆ่าที่ไม่ต่างกับการรังแกกัน อีกฝ่ายสวมอุปกรณ์ชั้นเลิศในขณะที่อีกฝ่ายเป็นของโหลที่พบเห็นได้ตามร้านค้า แต่ความไม่เท่าเทียมนี้ไม่อาจนำมากล่าวโทษหรือใช้เป็นข้ออ้างได้อยู่แล้ว แต่น่าแปลกที่มันกลับเป็นข้ออ้างที่ได้ยินบ่อยที่สุด ฝ่ายแพ้ไม่ยอมรับความจริง ในขณะที่ผู้ชนะดีใจที่ได้เหยียบย่ำส่งเสียงหัวเราะลั่น

         ฟุบ!

         มีบางสิ่งพุ่งเข้าปากส่งผลให้คนที่หัวเราะเปลี่ยนเป็นสำลักจนหน้าแดงก่ำ

         หันมองไปยังทิศทางที่บางอย่างพุ่งมา ถั่วคั่วเกลืออยู่ในมือของเด็กหนุ่มเผ่าแมวและนั่งกินอยู่เงียบๆ สังเกตจากเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่นั้นเป็นชุดประจำอาชีพนักบวชแถมยังอยู่ในคลาสขุนนางอีกด้วย

         “แกเป็นใครกัน”

         เนื่องจากที่พึ่งแสดงพลังในการจัดการกับเพลเยอร์คลาสขุนนางผู้เป็นศัตรูหัวใจลงไปได้แล้ว ก็เกิดคิดจะทำให้ตนเองกลายเป็นที่รู้จัก พอได้เห็นว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงแค่นักบวชคนหนึ่งก็คิดว่าคงไม่เป็นอันตรายถ้าจะข่มขู่

         เงยหน้าสบตาพร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบอันเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง

         “ฉันอ่านหนังสืออยู่”

         “ก็ไสหัวไปอ่านที่อื่นสิ หรืออยากจะโดนฆ่ากันล่ะ”

         “ฆ่า?” ราล์ฟทวนถาม ปิดหนังสือที่พึ่งอ่านได้ไม่กี่สิบหน้าและขยับแว่นตา “ถ้าคิดว่าทำได้ก็ลองดูสิ”

         วินาทีนั้นเองแรงกดดันที่ถูกปล่อยออกมาทำให้ชายคนนั้นตัวสั่นเทิ้ม มันเป็นจิตสังหารที่รุนแรงเหนือกว่ามาก เห็นได้ชัดว่านักบวชเผ่าแมวคนนี้ไม่ใช่เล่นๆ ความรู้สึกที่เหมือนกับมีคมมีดมาจ่ออยู่รอบตัว และขยับเข้าใกล้ขึ้นมากจนไม่รู้สึกตัวเลยว่าลำคอของเขามีเลือดไหลซิบออกมาแล้ว

         ความแข็งแกร่งของราล์ฟส่วนหนึ่งมาจากทักษะในเกมแรงกดดันนี้ก็เป็นทักษะจิตสังหาร ยิ่งพัฒนาไปมากเท่าไหร่ ความสามารถของมันก็จะพัฒนาขึ้นจนอยู่ในระดับที่น่ากลัว เพลเยอร์น้อยคนนักที่จะรู้วิธีฝึกฝนด้วยตัวเอง ส่วนมากจะใช้วิธีการหาเบาะแสของข้อมูลและตามหาผู้สอนจนเรียนรู้ความสามารถที่พัฒนาได้ มันคือการพัฒนาเป็นขั้นเป็นตอน

         และเห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายยังไม่ได้เรียนรู้เทคนิคการต้านทานจิตสังหารขั้นสูง สภาพที่เหนื่อยหอบหลังพยายามต่อต้านมาจนถึงเวลานี้ ราล์ฟจึงยอมสลายแรงกดดันตัวเองลง

         “ฝีมือมีอยู่แค่นั้นอย่าปากดีนักจะได้ไหม” สุริยันไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่ที่ถูกคนที่อ่อนแอกว่าดูหมิ่น

         “จริงอยู่ที่สิทธิ์ในการกำหนดบทลงโทษของผู้แพ้คือนาย แต่ฉันก็แค่อยากจะขอความร่วมมือช่วยลดเสียงลงบ้าง หากคำเตือนนี้ยังฟังไม่เข้าใจ ฉันไม่ปฏิเสธที่จะลงมือหรอกนะ”

         ฟังดูไม่ต่างอะไรกับการข่มขู่ ซึ่งมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ราล์ฟอยู่แบบสงบเสงี่ยมได้ถ้าต้องการและนั่นทำให้เขาไม่เป็นที่จับตามอง ถึงจะมีฉายาที่โด่งดังแค่ไหนถ้าระยะหลังไม่มีผลงานออกมาเป็นข่าวดังเพียงไม่นานก็ถูกกระแสเวลากับผู้แข็งแกร่งหน้าใหม่กลบชื่อเสียงไปซะทั้งหมด

         ยังดีที่เหตุการณ์เลวร้ายอย่างการสังหารโหดไม่ได้เกิดขึ้น ทางฝ่ายนั้นได้เลือกจะไปตัดสินกันต่อที่นอกเมืองนับว่าเป็นความคิดที่ดี ราล์ฟก็แค่ต้องการความสงบกลับคืนมาเท่านั้น ตอนนี้ความคึกคักของตลาดเริ่มกลับมาเป็นปกติ และหนังสือที่อ่านค้างเอาไว้ก็ถูกนำขึ้นมาอ่านต่อ

         “แล้วหนังสือเล่มนั้นคือ?”

         ท่ามกลางความสงสัยของจันทรา เธอจำได้ว่าหนังสือทุกเล่มที่ราล์ฟมีเก็บเอาไว้ในบ้านได้ถูกอ่านผ่านตาจนเกือบหมดแล้ว แต่เล่มที่อยู่ในมือนี้ค่อนข้างจะพิเศษกว่าคือเป็นหนังสือเล่มบางคล้ายกับสมุดบันทึกซะมากกว่า

         “เทคนิคการให้คำแนะนำสู่การวิวัฒนาการของมอนสเตอร์ และแนวทางการฝึกฝน”

         ราล์ฟได้รับมันมาตอนแวะไปที่อาณาจักรอสูรเพื่อตรวจสอบขุมกำลังปัจจุบันเพื่อดูว่าพร้อมจะบุกเบิกพื้นที่แห่งใหม่หรือยัง และบันทึกเล่มนี้ก็ถูกนำมาส่งมอบถึงมือพร้อมกับถ้อยคำที่ถูกฝากเอาไว้ เรื่องนี้ราล์ฟยังสงสัยอยู่ไม่น้อย เพราะการมีอยู่ของซีกเกอร์เป็นอะไรที่คาดเดาเป้าหมายได้ยากมาก เคลื่อนไหวได้อิสระและเหมือนจะไม่เจาะจงกลุ่มเป้าหมาย ถือเป็นเรื่องดีอย่างหนึ่งที่ซีกเกอร์ไม่ได้ตั้งตัวเป็นศัตรู ไม่อยากจะนึกภาพเลยว่าหากต้องเผชิญหน้ากันจริงๆ ฝ่ายที่จะพ่ายแพ้ต้องเป็นเขาอย่างแน่นอน

         ไม่ใช่เพราะซีกเกอร์แข็งแกร่งกว่าอยู่แล้ว แต่ด้านการตัดสินใจเพื่อวัตถุประสงค์ทางฝ่ายนั้นเหนือกว่ามาก ยอมพลีชีพได้เพื่อเป้าหมายจนต้องเสริมคำว่า สุดยอด ให้

         ตอนที่ได้รับมันมาก็รู้สึกตื่นเต้นมาก ขอเพียงแค่มีเจ้านี่อาณาจักรอสูรจะเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด มันบันทึกเงื่อนไขการวิวัฒนาการของมอนสเตอร์ทุกรูปแบบ ช่วยให้ชี้นำพวกมันสร้างกำลังพลที่เหมาะสมไปได้ อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะสร้างบอสมอนสเตอร์ที่แสนร้ายกาจออกมาได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอำนาจของระบบ หากมันกลายเป็นความจริงขึ้นมา อาณาจักรอสูรจะเป็นสถานที่รวมพลของมอนสเตอร์ระดับบอส

         “แล้วจะทำอย่างไรกับเจ้าสิ่งนั้น?”

         “ได้มาแล้วก็ต้องใช้ประโยชน์ให้คุ้ม ถ้ารู้ข้อมูลความพิเศษของมอนสเตอร์ที่คลาสอัพแล้วจะช่วยให้การจัดกำลังพลเป็นไปได้ง่ายขึ้นมาก มันดีกว่าการปล่อยให้พวกมันคลาสอัพด้วยตัวเองซึ่งเราไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน ก่อนหน้านั้นก็เลยให้จับกลุ่มก็อบลินล่าสัตว์กันคนละห้าสิบตัวเปลี่ยนมันให้เป็นฮ็อบก็อบลินซะก่อน แล้วก็ยังมีพวกออร์คที่ตั้งใจจะวิวัฒนาการพวกมันให้เป็น โอนิ (ยักษ์) ถ้าไปได้สวยก็จะมีแรร์มอนสเตอร์เป็นจำนวนมาก”

         ทั้งหมดนี้คือแผนการยึดดินแดนของราล์ฟ เขาตั้งใจจะทำตัวเป็นผู้บงการอยู่หลังฉาก มอบหมายให้มอนสเตอร์ออกหน้าแทน เหมือนกับที่ผ่านมาตั้งใจจะไม่เปิดเผยตัวเองต่อสังคมเบื้องหน้า และก็จะยังคงใช้ความคิดนั้นเป็นแนวทาง

         “ไม่ใช่แค่นิสัยเสียแล้วล่ะ”

         ราล์ฟยิ้มขบขัน ขณะเดียวกันก็กำหนดแนวทางการคลาสอัพที่เหมาะสมเพื่อให้มีกำลังทางการทหารและการบริหารในสัดส่วนที่เหมาะสม ความพิเศษของบันทึกเล่มนี่ก็คือการที่ใช้ได้กับมอนสเตอร์ทุกประเภท ต้องทำให้มีกองกำลังรบที่แข็งแกร่ง จากนั้นการยึดครองเกมของพวกอสูรก็จะเริ่มต้นขึ้น

         เป็นเวลากว่าหนึ่งชั่วโมงที่ต้องมานั่งรออยู่ที่จุดนัดพบ มองดูนาฬิกาก็เห็นว่ามันช้าผิดปกติ แต่พอเปิดหน้าต่างกิลด์ดูรายชื่อของ นิมป์ก็ปรากฏว่าเธอออนไลน์แล้วเลยใช้ช่องติดต่อส่วนตัว ทราบว่าเธอกำลังต่อรองราคาหมวกสายอาชีพกุ๊กอยู่ ด้วยความที่เข้าใจว่าแต่ละคนก็มีแนวทางการเล่นเกมที่แตกต่างกันเพื่อความสนุกจึงไม่ได้ตำหนิอะไร เพราะยังไงก็ใช้เวลาเพียงไม่นานเท่านั้น

         ตอนที่มาถึงนิมป์สวมใส่ชุดประจำอาชีพกุ๊ก ประกอบด้วยผ้ากันเปื้อน หมวกกุ๊ก ถุงมือ และอาวุธเป็นไม้นวดเรียกได้ว่าเป็นชุดเซตเข้าคู่กันมาก แม้ไม่ใช่ของหายากแต่สำหรับพวกที่ชื่นชอบการแต่งกายแบบแฟชั่นก็จำเป็นจะต้องหาซื้อมาเก็บเอาไว้ใส่ในโอกาสต่างๆ จะว่าไปนิมป์ก็เป็นเพลเยอร์ประเภทนั้นที่สะสมเครื่องมืออาชีพกุ๊กไว้เป็นจำนวนมาก ยิ่งได้รู้ว่าในคลังส่วนตัวมีแต่ชุดประจำอาชีพกับเซตเครื่องครัวหายากทั้งนั้นเลย

         “ขอโทษที่ให้รอค่ะ”

         “ฉันควรพูดว่าไม่ได้รอนานขนาดนั้น แต่ความจริงก็คือฉันรอมาราวๆ สี่ชั่วโมงได้ล่ะ”

         “นานมาก!!!” สุริยันลากเสียงเหนื่อยหน่าย หากไม่ใช่เพราะการจะไปหาดอกไม้จะต้องสู้กับมอนสเตอร์พิทักษ์ป่าก็คงอยู่แต่ที่เกาะและยืมใช้ห้องฝึกซ้อมของเดฟอนแทน

         ด้วยนิสัยชอบสร้างนู้นนี่แบบหาสาระไม่ได้ เดฟอนหาพื้นที่สร้างห้องที่ผนึกไม่ให้ใช้พลังใดๆ ได้นอกจากการเคลื่อนไหวพื้นฐาน มันเป็นห้องที่ถ้าคิดจะเข้าไปเพื่อเล่นสนุกก็พอไหว แต่ในอนาคตมันจะกลายเป็นห้องฝึกซ้อมพิเศษที่ช่วยพัฒนาความสามารถของคนอื่นๆ ได้ ซึ่งก็เป็นเรื่องของอนาคตจริงๆ

         หวังว่าเกมนี้คงจะไม่เสื่อมความนิยมไปซะก่อน

         เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาจึงเดินทางกันในทันที ต้องขอบคุณไกด์เควสต์ที่ช่วยบอกตำแหน่งคร่าวๆ ให้ เพราะต้องเริ่มจากทางเข้าเพื่อเปิดเควสต์เลยไม่อาจไปถึงสถานที่หาดอกไม้ได้ มันเป็นเงื่อนไขที่ถูกเซตเอาไว้แบบนั้นเลยใช้วิธีลักไก่ไม่ได้ ด้านหน้าของพวกเขาคือ NPC ผู้มอบเบาะแสของตำแหน่งต้นไม้ จำเป็นต้องเข้าไปคุยเพื่อเปิดเควสต์จนได้รับทราบตำแหน่งที่มันปรากฏ พร้อมด้วยคำเตือนการโจมตีของภูตพิทักษ์ป่า

         เส้นทางที่ต้องเดินเข้าไปนั้นปกติจะใช้เพียงสองคนเท่านั้น เป็นเควสต์ที่กำหนดเงื่อนไขว่าเฉพาะคู่รัก แต่ในกรณีที่มีสัตว์เลี้ยงจะถือว่าเป็นผู้ช่วยเฉพาะกิจที่อนุโลมให้ช่วยเหลือได้ จึงไม่แปลกที่จะมีสุริยันกับจันทรามาร่วมการเดินทางครั้งนี้ด้วย ไม่ใช่แค่นั้นราล์ฟยังเรียกคิริออกมาใช้โดยสาร อย่างน้อยคิริก็ตรวจจับอันตรายได้ และยังมีลิชที่เกาะอยู่บนไหล่ของจันทราด้วย ถ้าไม่เอามันออกมาก็คงจะงอนอยู่ในตู้กระจกเหมือนทุกที

         ด้วยเงื่อนไขเควสต์หลักๆ คือให้ปราบปรามมอนสเตอร์ตามจำนวนที่กำหนดไว้โดยจะปรากฏขึ้นตามรายทาง จึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพวกราล์ฟที่แม้จะมีอาชีพที่ไม่เหมาะกับการต่อสู้สักเท่าไหร่ อีกทั้งพวกมันไม่ได้เก่งมากมายแค่มีจำนวนที่เยอะเกินไปจนอยู่ในระดับที่ 'ยากเกินกว่าจะจัดการด้วยคนเพียงสองคน

         ได้รับการฝึกฝนเป็นการส่วนตัวจากเทพสงครามก็คลายกังวลใจได้เลย นิมป์ไม่ได้เป็นนักสู้แต่กำเนิดหรือตั้งใจจะเดินสายนี้ วิชาไอคิโด้ที่ร่ำเรียนมาเป็นเพียงศิลปะป้องกันตัวแต่กลับรับมือกับการต่อสู้แบบตะลุมบอนได้โดยไม่ลำบาก เห็นเธอใช้ไม้นวดแป้งไล่ทุบก็แอบแสยะยิ้มขบขันในท่วงท่าที่ประยุกต์ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด

         การเคลื่อนไหวอิสระในการต่อสู้ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน ข้อดีก็คือการที่ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับการเคลื่อนไหวเดิม ขอเพียงมีเทคนิคและรู้จักวิธีต่อสู้ก็จะสู้กับศัตรูที่มีเลเวลสูงกว่าได้อย่างสูสี ขณะเดียวกันข้อเสียก็คือความไม่เท่าเทียมกัน แม้คนคนนั้นจะเก็บเลเวลจนสูงแค่ไหนแต่ถ้าใช้รูปแบบการต่อสู้ธรรมดาไม่ได้พัฒนาอะไรเลยก็อาจจะแพ้ให้กับคนที่มาทีหลังได้

         เพราะฉะนั้นท่าฟาดไม้นวดแป้งพอเอามารวมกับวิชาไอคิโด้มันจึงดูขัดกันอย่างบอกไม่ถูก

         “ยังไม่ได้เรียนวิชาต่อสู้ประกอบอาวุธงั้นเหรอ?”

         “ไม่ได้เรียนถึงขั้นนั้นค่ะ คือคุณแม่บอกให้ฝึกก้าวเท้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น”

         “อย่างนี้นี่เอง ไม่ใช่เพื่อให้ต่อสู้แต่มีไว้เพื่อป้องกัน”

         ต้องเป็นเพราะสายสัมพันธ์ระหว่าแม่ลูก ทำให้ราล์ฟเข้าใจความคิดได้ไม่ยาก แม้นิสัยของคุณแม่จะเป็นคนที่ทำอะไรตามอำเภอใจแต่ก็จะไม่ล้ำเส้นในเป้าหมายของผู้อื่น ไม่ใช่ว่าทุกคนอยากจะเป็นนักสู้ที่แข็งแกร่ง อย่างกรณีของนิมป์ที่เพื่อป้องกันตัวเท่านั้น สิ่งที่ได้รับการฝึกสอนก็คือการป้องกันตัวรอบทิศทาง เทคนิคที่จำเป็นเพื่อให้ใช้กระบวนท่าได้อย่างต่อเนื่อง ถึงจะก้ำกึ่งเทคนิคการต่อสู้ชั้นสูงแต่นั่นอยู่ที่ตัวของผู้ใช้

         “มันใช่เวลาพูดคุยงั้นเหรอ?” สุริยันตวาด เปล่งพลังลมปราณสุริยันจนมีไอร้อนแผ่ออกมา ทั้งนี้ทำให้ความเร็วและพลังของเธอเพิ่มขึ้นอย่างมากแต่ศัตรูที่มีมากเกินไปก็เป็นปัญหาได้เช่นกัน

         และเป็นโชคดีที่ในกลุ่มนี้มีนักบวชผู้เป็นงานอยู่ด้วย แถมยังมีภูตสายสนับสนุนอยู่อีกหนึ่งตน

         “ไม่ใช่ว่าชอบแบบนี้งั้นเหรอ?” ถามกลับด้วยใบหน้านิ่งเรียบ ไม่ได้ทุกข์ร้อนกับจำนวนที่เห็น จากนั้นจึงใช้ทักษะสนับสนุนการต่อสู้อย่างชำนาญ

         “ไอ้ชอบน่ะมันก็ชอบอยู่หรอก แต่เยอะแบบนี้มันก็ไม่ไหวนะ”

         “เรื่องมากจังเลยนะ คิริ!

         เรียกขานชื่อเท่านั้น จิ้งจอกฟ้ามายาตัวใหญ่ที่พอจะให้คนขึ้นไปขี่ได้ก็กระโดดมาขวางหน้า พ่นเปลวไฟออกไปแผดเผาศัตรูทั้งหมด ตัวที่รอดจากการถูกไฟคลอกก็จะจบลงที่ถูกขย้ำไม่ก็กงเล็บตวัดใส่

         การต่อสู้จบลงอย่างรวดเร็ว ปิดฉากด้วยคมดาบที่ร้อนระอุฟันร่างของมอนสเตอร์ตัวสุดท้ายจนไฟลุกท่วม กระติกน้ำพกพาโยนส่งให้สุริยันรับไปอย่างพอดิบพอดีราวกับรู้งาน สิ่งที่อยู่ภายในนั้นไม่ใช่น้ำเปล่าแต่เป็นเครื่องดื่มที่ใช้ทักษะอาชีพกุ๊กทำขึ้นมามีผลช่วยในการฟื้นฟูขณะเดินทางได้ด้วย

         ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บสาหัส ถึงจะมีก็แค่บาดแผลเล็กน้อยที่พอจะใช้ทักษะปฐมพยาบาลเบื้องต้นรักษาได้อยู่ แต่คนที่เจ็บขนาดนั้นก็มีเพียงสุริยันคนเดียว ด้วยความที่คิดว่าเก่งกาจจึงประมาทศัตรูตัวเล็กๆ ที่ไม่มีพลังจะทำร้ายตนเอง กลายเป็นว่าความแข็งแกร่งกับความถือดีกลายเป็นจุดอ่อนของสุริยันไปโดยปริยาย ถ้าคุณแม่รู้เข้ามีหวังโดนสวดยับแน่นอน

         นิมป์ไม่เคยต่อสู้ด้วยจำนวนที่มากขนาดนี้มาก่อนจึงมีอาการหอบเล็กน้อย คงเพราะเลเวลแบบตัวต่อตัวมากกว่าการฆ่าล้างบางก็เลยมีขีดจำกัดในการต่อสู้อยู่บ้าง

         ไม่มีเวลาให้พักเหนื่อยนานนัก ดื่มน้ำเสร็จก็ออกเดินทางกันต่อ ราล์ฟมุ่งหน้าไปตามไกด์เควสต์พบเจอกับมอนสเตอร์ที่เข้ามาโจมตี พวกมันไม่ใช่มอนสเตอร์ที่พบเห็นได้ทั่วไป ต้องบอกว่ามันถูกสร้างขึ้นมาด้วยเงื่อนไขพิเศษของเควสต์จึงไม่ค่อยจะมีคนได้พบเจอ อีกทั้งการล่าพวกมันไม่ได้รับไอเทมตอบแทนใดๆ กลับมา ไม่ต้องพูดถึงค่าประสบการณ์ด้วย กล่าวได้ว่ามันเป็นไม่ต่างอะไรกับเควสต์ที่ทำแล้วเหนื่อยฟรี

         พวกเขามียาเพิ่มเลือดคนละหนึ่งร้อยขวด ถือเป็นจำนวนจำกัดที่จะเบิกออกมาจากคลังได้ กรณีที่เหลือก็จะต้องนำกลับเข้าคลังเพื่อใช้ในโอกาสต่อไป ระหว่างนั้นจะเป็นหน้าที่ของอารินกับนิมป์ในการเตรียมน้ำยาไว้ในคลังขั้นต่ำอยู่ที่คนละหนึ่งร้อยขวดในแต่ละประเภทของน้ำยา ปัจจุบันมีอาหารกับเครื่องดื่มเสริมคุณสมบัติทำเอาไว้เป็นข้าวกล่อง (สามารถเก็บได้นาน 30 วัน) ใส่ไว้ในคลังกิลด์ให้บรรดาสมาชิกมีสิทธิ์เบิกถอนได้แต่ต้องขออนุญาตก่อน

         “พักทานอาหารกันก่อนก็แล้วกัน”

         “เย้ อาหารๆ ขอเนื้อเยอะๆ เลยนะ”

         “โทษที ฉันหมายถึงข้าวกล่อง ไม่ได้จะทำเมนูพิเศษหรอก จากนี้จะต้องเผชิญหน้ากับภูตพิทักษ์ป่าเลยต้องเตรียมการรับมือเอาไว้ก่อน สำหรับเธอที่เป็นสายโจมตีกายภาพข้าวหน้าเนื้อนี่จะช่วยเพิ่มพลังโจมตีให้ 350 จุด เครื่องดื่มตัวนี้จะซ้อนทับตัวเดิมเป็นเพิ่มอัตราการฟื้นฟูลมปราณที่ดีกว่าให้ จันทราต้องกินอาหารเพิ่มความเร็วในการใช้เวทมนตร์ นิมป์เธอเป็นกุ๊กหน้าที่ที่ฉันอยากให้เธอทำก็คือการดึงความสนใจเพราะฉะนั้นกินอาหารเสริมป้องกันไว้ซะ เรื่องพลังชีวิตฉันจะคอยสนับสนุนเอง ส่วนคิริก็เป็นเนื้อย่างซอสที่เน้นเพิ่มว่องไวก็แล้วกัน”

         แจกแจงอาหารให้แต่ละคน ถ้าเป็นการทานอาหารปกติจะเป็นอาหารแบบใดก็ได้ตามที่ใจต้องการ ทว่าในการเตรียมพร้อมเพื่อต่อสู้ระยะยาวก็จำเป็นจะต้องกำหนดอาหารที่ช่วยสนับสนุนจุดเด่น มันจึงกลายเป็นมื้ออาหารที่ค่อนข้างจะเครียดนิดหน่อยสำหรับสุริยันที่ได้รู้ว่าเบื้องหลังความอร่อยนั้น คือความคิดที่จะใช้ประโยชน์จากอาหารเพิ่มค่าสถานะ

         หลังทานอาหารเสร็จก็ไม่จำเป็นต้องพักเพื่อย่อยอาหาร เป็นข้อดีของเกมออนไลน์ที่คิดว่ามันไม่สมจริงเอาซะเลย แต่อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ได้จัดการตามเงื่อนไขเควสต์ต่างๆ ทั้งการเดินหาเบาะแสที่จะต้องทำเหมือนเป็นกิจกรรมไล่ล่าตราประทับในสวนสนุก จนกระทั่งในที่สุดก็เป็นเวลาเที่ยงคืนยี่สิบนาทีกว่าจะมาถึง ณ จุดจุดนี้ได้

         เบื้องหน้าของพวกเขาก็คือดอกไม้ที่เบ่งบานท่ามกลางแสงจันทร์ ซึ่งแสงที่ทอลงมานั้นช่วยให้มันดูอลังการไม่น้อย ราล์ฟไม่ยอมเสียเวลามากนักเดินเข้าไปพร้อมกับนิมป์เพื่อสัมผัสกับดอกไม้ ทันใดนั้นพื้นดินก็สั่นสะเทือนพร้อมด้วยสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ที่สูงราวๆ ยี่สิบเมตรโผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน และนั่นทำให้ทั้งสองคนลื่นจนพลัดตกลงข้างล่าง ราล์ฟบินโฉบลงมาอุ้มนิมป์ไว้ในท่าเจ้าหญิง ม้วนตัวลงมายืนบนพื้นอย่างแผ่วเบา

         “จะว่าไปแล้วเธอบินไม่ได้นี่นา” ราล์ฟกล่าวอย่างอ่อนใจ

         “ขะขอโทษค่ะ”

         ไม่ใช่แค่ว่านิมป์จะบินไม่ได้ แต่การเคลื่อนไหวในมิติที่สามก็ทำไม่ได้เช่นกัน แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะหมดประโยชน์ซะทีเดียว ยังไงนี่ก็เป็นเกมออนไลน์ที่มีระบบการต่อสู้ให้อยู่แล้ว ขอเพียงโจมตีได้ก็มีประโยชน์ต่อทีม

         เปิดกล่องเหล็กที่มีชุดหูฟังให้กับทุกคนนำไปสวม จากนี้จะใช้วิธีติดต่อกันด้วยเหตุผลที่ว่าไม่อยากจะใช้เสียงดัง

         “หลังจากที่ฉันลดความเร็วมันลงก็ให้โจมตีด้วยรถเข็นซะ ถ้าเป็นเธอคงทำให้มันสตั๊นท์ได้  จากนั้นฉันอยากให้เธอใช้ดาบผ่าสมุทรโจมตีทำลายเกราะป้องกันเกราะมันแตกเมื่อไหร่สุริยัน คิริ โจมตีพร้อมกัน จันทราฉันอยากให้เธอเตรียมพร้อมเพื่อร่ายเวทมนตร์โจมตีหวังผลเอาไว้ด้วย”

         ออกคำสั่งเสร็จราล์ฟก็เรียกหน้าต่างทักษะขึ้นมาในโหมด โอเปอร์เรชั่น ซิสเต็ม เป็นหมวดที่มีทักษะสนับสนุนน้อยนิด แต่เกือบครึ่งเป็นคำสาปเนื่องจากว่านิมป์เป็นอันเดธเลยใช้ทักษะสนับสนุนอะไรไม่ค่อยจะได้ เพราะฉะนั้นหน้าที่ของเขาคือการสร้างจังหวะให้โจมตีและถอยหนีไปฟื้นฟูเลือดด้วยน้ำยาแทน

         สุริยันวิ่งผ่านการโจมตีของภูตพิทักษ์ป่าที่ชกหมัดลงอัดกับพื้นได้อย่างง่ายดาย แต่ดาบของเธอทำได้เพียงสร้างความเสียหายอันน้อยนิดจนน่ากังวล นั่นหมายความว่าเจ้านี่มีพลังป้องกันที่สูงมาก

         “เป็นไงบ้างสุริยัน”

         “ไม่ไหว ถึงจะช้าแต่โจมตีโดยตรงไม่ได้”

         “งั้นก็คงต้องใช้ตามแผนเดิม ถ้าทำให้สตั๊นท์ได้ก็จะทำลายเกราะป้องกันได้ นั่นเป็นโอกาสโจมตี ขอเวลาฉันสามนาทีในการเตรียมตัว”

         ต้องใช้อาวุธจำนวนมากในการโจมตีเลยต้องมีการเตรียมความพร้อม ระหว่างนี้ก็เป็นหน้าที่ของนิมป์ สุริยัน และคิริในการรุมโจมตี โดยมีราล์ฟใช้ดวงตาแห่งฮอรัสเฝ้ามองอยู่อย่างละเอียดชนิดที่ว่าเขาสามารถบัฟให้ได้ในทันทีและยังหาโอกาสใช้คำสาปใส่ภูตพิทักษ์ป่าด้วย

         เห็นนิมป์วิ่งเข้าไปใช้ไม้นวดแป้งทุบขาสร้างความเสียหายเล็กๆ น้อยๆ จะว่าไปแล้วทักษะต่อสู้ด้วยไอคิโด้ของนิมป์ใช้ได้กับมนุษย์หรือพวกที่มีรูปร่างใกล้เคียงกัน กับศัตรูที่ตัวใหญ่กว่านี้เป็นไปไม่ได้เลยที่จะป้องกันตัวเองด้วยวิชานี้ อย่างไรก็ตามการฝึกของเทพสงครามก็ได้แสดงผลออกมาในรูปแบบของการเคลื่อนไหวหลบหลีก อ่านระยะการโจมตีและหลบโดยไม่ให้ได้รับความเสียหาย ทั้งยังโจมตีพลิกผันเปลี่ยนรับเป็นรุกได้อีกด้วย

         ที่น่าชื่นชมคือลมปราณอมตะผสานพิษ กล่าวคือนิมป์สามารถขยายขีดจำกัดได้เกินขอบเขตของมนุษย์ พลังโจมตีทางกายภาพ ความเร็วในการเคลื่อนที่ สามารถทำได้ในระดับที่ต้องมอบคำอธิบายว่า โกง ให้

         พลังกระโดดที่เหนือกว่าผู้คน นิมป์กระโดดขึ้นไปอยู่ในระดับเดียวกันกับใบหน้า ควงมือเป็นวงกลมคาดว่าน่าจะเป็นวิชาเผด็จศึกที่เทพสงครามสอนให้

         แหวกพสุธา!

         วารีสะท้อนจันทร์? ราล์ฟมองดูก็รู้ว่าการเคลื่อนไหวนั้นคล้ายกับวรยุทธ์ประจำตระกูลอยู่หลายส่วน

         วารีสะท้อนจันทร์แต่เดิมก็มีท่วงท่าที่พัฒนามาจากวิชามวยอ่อนอย่าง หย่งชุน เป็นวิชาที่ไม่ได้ใช้แรงอะไรมากนักแต่จะเน้นการตั้งรับสวนกลับเป็นส่วนใหญ่ มีคุณแม่เท่านั้นที่พัฒนามันจนกลายเป็นวิชาสายรุก และเขาก็ได้รับการฝึกฝนด้วยวิชาที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่

         กรณีของนิมป์นั้นจะแตกต่างกันตรงที่การเคลื่อนไหวใช้หลักพื้นฐานในรูปลักษณ์ของวิชา ไอคิโด้ หรือจะบอกว่ามันเป็นวิชาที่คุณแม่คิดขึ้นมาเล่นๆ หลังได้เห็นวิชาที่ใช้ และที่สำคัญเป็นวิชาที่น่ากลัวมากเกินกว่าจะเรียกว่า เล่นๆ ด้วย

         พลังโจมตีนั้นทำให้หน้าของภูตพิทักษ์ป่าสะบัดรุนแรง นิมป์ตีโค้งกลับลงมายื่นในสภาพผ่อนลมหายใจ มันต้องใช้ลมปราณจำนวนมากและดึงออกมาให้ตรงกับจังหวะซัดมือ ต้องมีความละเอียดอ่อนในการควบคุมลมปราณได้อย่างชำนาญเท่านั้นถึงจะดึงอานุภาพของมันออกมาได้

         “แหวกพสุธางั้นเหรอ?”

         “คุณแม่สอนให้ค่ะ”

         ที่น่าตกใจกว่าก็คือผลลัพธ์นั่นทำให้เกราะป้องกันของภูตพิทักษ์ป่าหยุดทำงานไปชั่วคราว โอกาสนี้ราล์ฟจึงไม่ปล่อยให้เสียไปบอกให้สุริยันกับคิริช่วยกันโจมตีลดพลังชีวิตมันให้ได้มากที่สุด แต่ก็ทำได้ไม่ถึงสามสิบวินาทีมันก็ได้สติและเกราะป้องกันก็ทำงานอีกครั้ง

         “มีโอกาสสามสิบวินาทีในการโจมตีหลังเกราะป้องกันหยุดทำงานสินะ”

         คำนวณจำนวนของอาวุธที่ต้องใช้เสร็จสรรพในชั่วพริบตา เขาใช้ลดความเร็วใส่ภูตพิทักษ์ป่า จากนั้นจึงให้คิริพ่นไฟใส่ดึงความสนใจเอาไว้ สุริยันจึงหันไปเล่นงานขาข้างหนึ่งจนมันทรุดตัวล้มลง และในตอนนั้นเองราล์ฟใช้เชนโซลพันรอบคอมันจากด้านหลังดึงหงายหลังล้มลง น่าเสียดายที่มันมีพละกำลังมากกว่าที่คิดโซ่คำสาปจึงแตกเป็นเสี่ยง แต่เพราะใช้แรงเข้าสู้ราล์ฟจึงเทเลพ็อตไปอยู่ด้านหลังของมันและซัดด้วยวารีสะท้อนจันทร์ทำให้ล้มหน้าทิ่มไปอีกครั้ง

         “เอาเลยนิมป์”

         “ค่ะ รถเข็นบุกทะลวง”

         รถเข็นเหล็กถูกเข็นเข้าปะทะอย่างแรง ตัวรถนั้นพังจนไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก

         แต่ทว่ามันคือความผิดพลาด

         ภูตพิทักษ์ป่าขยับตัวป้องกันเอาไว้ได้ทัน การโจมตีแม้จะลดเลือดได้แต่ก็ผิดวัตถุประสงค์เดิม แต่ในตอนนั้นราล์ฟกลับแสยะยิ้มราวกับว่าเขาเป็นผู้กำชัยชนะในครั้งนี้เอาไว้

         “ใช่ว่าจะมีกุ๊กอยู่ตรงนี้คนเดียวสักหน่อย ป้อมปราการเคลื่อนที่ รถเข็นประจัญบาน!

         วินาทีนั้นรถเข็นจำนวนมากปรากฏขึ้นล้อมรอบภูตพิทักษ์ป่าเป็นวงกลม เพราะคาดการณ์เอาไว้ในกรณีที่เผื่อศัตรูจะป้องกันเอาไว้ได้จึงมีแผนการรับรองเอาไว้ อีกอย่างเขารู้ว่านิมป์นั้นพกพาป้ายรถเข็นเพียงอันเดียวเท่านั้น ผิดกับเขาที่ซื้อมาเพื่อใช้เป็นอาวุธโจมตีโดยเฉพาะ

         ด้วยรถเข็นประจัญบานจากหลายทิศทางนั้นเองภูตพิทักษ์ป่าก็ติดสถานะสตั๊นท์ ร่างกายของมันโงนเงนจนแทบจะล้มลงให้ได้ ในตอนนั้นนิมป์ได้เปลี่ยนอาวุธเป็นมีดที่มีไอเย็นเฉียบ เป็นเครื่องครัวหายากที่ชื่อว่า เชตเครื่องครัวเหมันต์ที่เมื่อนำมาใช้โจมตีมีโอกาสทำให้ศัตรูติดสถานะเยือกแข็ง ลดความเร็วในการเคลื่อนที่ได้ กุ๊กสาวเผ่าอันเดธวิ่งเข้าไปโจมตีเพื่อทำลายเกราะป้องกัน

         แต่ไม่มีอะไรแน่นอนที่สุด ราล์ฟเห็นว่าการเคลื่อนไหวหลังจากที่มันสตั๊นท์เปลี่ยนไปเล็กน้อย อาจจะเป็นผลลัพธ์จากความสามารถพิเศษบางอย่างที่ทำให้มันโจมตีสวนกลับไปได้แม้จะติดสตั๊นท์ แบบนี้ไม่มีทางที่นิมป์จะโจมตีได้ทันได้ จึงเรียกดาบออกมาและเทเลพ็อตไปขวางหน้าเอาไว้

         “ถอยไปก่อน” ดวงตาของแมวเบิกกว้างขึ้น ม่านตาหดวูบเมื่อเพ่งมองเป้าหมายตรงหน้า

         มันไม่ได้เริ่มโจมตีจากศูนย์แต่เป็นการโจมตีแบบเคาท์เตอร์เมื่อได้รับการโจมตีขั้นรุนแรง

         ดาบคลื่นสะท้อน!

         ดาบยักษ์ที่เคยใช้มาเนินนานปะทะกับหมัดขนาดใหญ่ที่แข็งราวกับหินยักษ์ ปรากฏเป็นรอยแตกร้าวก่อนที่มือนั่นจะถูกดีดกระเด็นออกไป และใบดาบแตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แต่ก็ยังไม่พอที่จะทำให้มันสตั๊นท์ได้เลย

         และตอนนี้สภาพของมันมีบางอย่างที่ผิดปกติไป มันควรจะเป็นการโจมตีรวดเดียวที่ไม่เปิดโอกาสให้โต้กลับ บางทีเขาอาจจะคิดอะไรตื้นเขินจนเกินไป เพราะว่าไปลดพลังชีวิตในขอบเขตที่กำหนดทำให้กลไกที่ถูกติดตั้งไว้กับมอนสเตอร์ทุกตัวทำงานขึ้น

         นั่นคือการคลุ้มคลั่ง

         หากเป็นแบบนี้ต่อไปคงกินเวลานานมากแน่ เมื่อค่าสถานะทุกอย่างถูกยกระดับให้ทวีความยากขึ้นเป็นเท่าตัว

         “โธ่เว้ย” เขาสบถไม่พอใจที่ไม่มีอะไรเป็นไปตามแผนที่คิด

         แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะยอมแพ้ ในช่วงวินาทีที่เห็นภูตพิทักษ์ป่าเกิดความคุ้มคลั่ง ราล์ฟก็ใช้ความสามารถพิเศษของตนเองสำหรับการคิดวิเคราะห์ ระยะเวลาสั้นๆ นั้นความคิดของเขาจะรวดเร็วมากราวกับว่าเวลาบนโลกนี้หยุดนิ่ง

         สังเกตและประเมินความสามารถเพื่อหาวิธีรับมือ จากนั้นจึงจำลองสถานการณ์ดูโอกาสและความสำเร็จ

         “สุริยันถ่วงเวลาให้ฉันสามนาที”

         กล่าวจบราล์ฟก็ถอนตัวออกมาจากวงต่อสู้ ให้สุริยันรับหน้าที่ชนกับมอนสเตอร์ในสภาพคลั่ง ส่วนตัวเขาก็เปิดหน้าต่างระบบเพื่อเข้าสู่หน้าตลาดไอเทมมอลล์ จำได้ว่าเขาเติมเงินเอาไว้แต่ยังไม่ได้ใช้ซื้ออะไรมากนัก ตั้งใจว่าจะใช้เวลาฉุกเฉินสำหรับไพ่ตาย

         และสิ่งที่เขาซื้อมาก็คือ อาร์ติแฟกเวพ่อน (บุ๊กเลต) กับอาร์ติแฟกการ์เดี้ยน (เซเวอร์รูส ไนท์) และออโต้ โพชั่น สำหรับเติมน้ำยาอัตโนมัติ

         ระยะเวลาสามนาทีที่ราล์ฟขอก็คือการส่งข้อมูลไอเทมที่ซื้อกลับเข้ามาที่ไอดี ไม่ใช่ว่าซื้อแล้วจะได้รับในทันที ในระหว่างที่รอไอเทมถูกส่งเข้ามานั้นจึงต้องถ่วงเวลาเอาไว้

         สุริยันเคลื่อนตัวเข้าประชิดและฟันฉับเข้าที่ท่อนแขนอันทรงพลัง บาดแผลที่มันได้รับเกิดเป็นเปลวไฟลุกท่วม แต่ไม่เพียงมันจะไม่สนใจอาการบาดเจ็บกลับกระโดดม้วนตัวถีบกลับไปได้อย่างคล่องแคล่ว ร่างเล็กบางของภูตสาวกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่ เกือบจะหมดสภาพแต่ก็ได้รับการฟื้นฟูให้ในทันที ถึงราล์ฟจะยังรออยู่ในระยะห่างแต่ด้วยดวงตาแห่งฮอรัสทำให้สนับสนุนได้โดยไม่ต้องสนใจระยะที่ถูกจำกัด

         “มันโจมตีแล้ว”

         ราล์ฟเอ่ยเตือน สุริยันกัดฟันและพาร่างที่บอบช้ำวิ่งฝ่าออกมาให้พ้นระยะการโจมตี จากนั้นคิริก็กระโดดใช้ร่างมายาแยกร่างข่มขวัญและพ่นไฟจิ้งจอกออกมา ภูตพิทักษ์ป่ายกแขนขึ้นป้องกันเปิดช่องว่างจากทางด้านหลังซึ่งมีนิมป์ยืนอยู่ แต่ถึงจะมีช่องว่างให้โจมตีนิมป์ก็ทำได้เพียงแค่ใช้ดาบโจมตีจากระยะกลางเท่านั้น

         ราล์ฟควบคุมดาบที่ห่อหุ้มด้วยคำสาป เข้าโจมตีสกัดการเคลื่อนไหว ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้มันช้าลงขึ้นมาก

         และเหมือนว่ามันจะมีการเตรียมพร้อมเผื่อในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ร่างกายของภูตพิทักษ์ป่าถูกห่อหุ้มด้วยชั้นดินหนา ราล์ฟรู้ว่านั่นคือ สโตนบอดี้ ทำให้ค่าป้องกันเพิ่มสูงขึ้นช่วงระยะเวลาหนึ่ง ข้อเสียคือการใช้งานจะทำให้เคลื่อนไหวไม่ได้ แต่ข้อดีก็คือการฟื้นฟูที่รวดเร็วมาก วิธีเดียวที่จะป้องกันไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายไปกว่านี้มีเพียงแค่ทำลายมันลงก่อน

         ถึงจะเป็นความจริงที่ถ้าใช้ดาบเทพเทวะเพียงครั้งเดียวก็อาจจะจบการต่อสู้ที่วุ่นวายนี้ลงได้

         ถึงแม้ว่าจะขอแค่ให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการจะใช้วิธีการใดก็ได้

         แต่ก็ไม่อาจมองข้ามความรู้สึกของคนอื่นๆ ที่ได้สนุกสนานกับการต่อสู้แบบเสี่ยงชีวิตได้เช่นกัน

         โดยเฉพาะกับนิมป์ที่ดูจะพยายามเพื่อเควสต์นี้เป็นอย่างมาก ราล์ฟรู้สึกว่าตัวเองนั้นเป็นคนขี้โกงที่เอาความรู้สึกของตนเองเป็นที่ตั้ง และรู้สึกผิดขึ้นมานิดหน่อย

         มองดูสุริยันพยายามทำลายสโตนบอดี้ด้วยการกระหน่ำฟันอย่างไร้เหตุผล คิริที่ยิงลูกไฟใส่จากทางด้านหลัง นิมป์กำลังมองหาทางทำอะไรสักอย่างโดยไม่ทำให้เป็นการโจมตีที่สูญเปล่า คิดได้อย่างเดียวว่าถ้าขาดคนนำทีมคงเป็นอะไรที่ลำบากน่าดู

         “ใช้ดาบคลื่นสะท้อนสิ” ราล์ฟบอกนิมป์

         พอบอกไปแบบนั้น กุ๊กสาวเผ่าอันเดธก็ใช้ดาบคลื่นสะท้อนทันที เกราะหินปริแตกออกก่อนที่ร่างของภูตพิทักษ์ป่าจะกระเด็นออกไปคล้ายจะถูกโจมตีเข้าอย่างแรง พลังชีวิตของมันฟื้นฟูได้ไม่เต็มที่แต่ก็มากพอที่จะทำให้การต่อสู้ดูยุ่งยากขึ้น และก่อนที่มันจะได้ทันเคลื่อนไหวราล์ฟก็เผยยิ้มออกมา

         มันเป็นสามนาทีที่จะทำให้สถานการณ์พลิกกลับ หน้าต่างข้อความขึ้นว่ามีไอเทมให้กดรับได้ หลังจากนั้นอุปกรณ์ที่สั่งซื้อไปก็ปรากฏขึ้นมา ราล์ฟติดตั้งออโต้โพชั่นให้ตัวเอง และดึงน้ำยาใส่ในช่องพิเศษ พร้อมกันนั้นก็ขว้างอาร์ติแฟกการ์เดี้ยนให้กับนิมป์

         “ใช้ดึงความสนใจ” พูดพร้อมกับเปิดการใช้งานบุ๊กเลต “สุริยันจากนี้ลุยเข้าไปให้เต็มที่ได้เลย”

         ในตอนนั้นเองต้นไม้ใหญ่ก็หักโค่นลงปิดทางหนีของภูตพิทักษ์ป่าไม่ให้หนีไปไหนได้อีก นั่นก็เป็นเพราะราล์ฟควบคุมดาบออกไปตัดต้นไม้เพื่อทำให้มันล้มเป็นคอกปิดเอาไว้

         “คิริเผาต้นไม้” สิ้นคำสั่งจิ้งจอกฟ้ามายาก็พ่นไฟใส่ต้นไม้ เกิดเป็นไฟลุกพรึบขึ้นมา ความร้อนนั้นไม่ส่งผลเสียใดๆ ต่อสุริยันที่เป็นธาตุไฟ มิหนำซ้ำยังทำให้ตัวเธอดูกระปรี้กระเปร่ามากขึ้นไปอีกด้วย

         “จันทราร่ายเวทมนตร์รอ นิมป์เตรียมพร้อมทำตามแผนเดิม”

         เซเวอร์รูส ไนท์ ทนทานต่อทุกสภาพอากาศมันบินผ่านกองไฟเข้าไปดึงความสนใจของภูตพิทักษ์ป่าเอาไว้ ถ้าไม่ใช่คนที่ฝึกมาโดยตรงการจะควบคุมมันให้เคลื่อนไหวอย่างอิสระเหมือนคนเป็นไปได้ยากมาก การเคลื่อนไหวสะเปะสะปะใช้ได้ผลดีกับมอนสเตอร์ที่ไม่มีสติสัมปชัญญะ และนั่นคือเหตุผลที่ต้องเป็นนิมป์เท่านั้นในการควบคุม

         อัศวินสีเงินที่ถูกควบคุมให้เคลื่อนไหวเข้าโจมตีอย่างไม่กลัวตาย แต่พอโจมตีได้ก็จะบินขึ้นสูงเหนือหัวของมันเล็กน้อยในระดับมุมเงยที่พอจะมองเห็นเป็นแมลงรบกวน ภูตพิทักษ์ป่าพยายามจะคว้าตัวมันแต่ก็ทำได้ยากเนื่องจากแขนที่สั้น ในตอนนั้นราล์ฟที่อยู่ระหว่างควบคุมดาบให้ลอยก็สบโอกาสใช้เซนโซลตรึงมันให้เคลื่อนไหวได้ยาก ตามด้วยไลท์ ฟัตซ์ที่ทำให้ทุกการโจมตีมีโอกาสติดคริติคอล

         “ตอนนี้ล่ะ!!!” ราล์ฟให้สัญญาณ

         สุริยันห่อหุ้มดาบด้วยเปลวไฟตวัดฟาดฟันอย่างบ้าคลั่ง พอถูกตีสวนกลับก็ลุกขึ้นมาใหม่และฟาดฟันต่อไปเรื่อยๆ มีราล์ฟคอยรักษาอยู่จึงไม่ต้องกลัวว่าจะตาย ยิ่งมีบุ๊กเลตก็เท่ากับว่าเป็นการใช้ทักษะเดิมถึงสองครั้ง ถึงอย่างนั้นอัตราการสูญเสียพลังชีวิตของสุริยันก็ยังเกิดขึ้นอยู่ดี แค่อยู่ในระดับที่ไม่ถึงกับเสี่ยงชีวิตมากเกินไป มิหนำซ้ำสมรภูมิที่รายล้อมไปด้วยไฟก็มีผลสนับสนุนกับสุริยันอีกด้วย

         คิริกระโจนเข้าไปตวัดกรงเล็บข่วนดวงตาข้างหนึ่ง ส่งผลให้มันร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด และวิ่งเข้าไปกัดขาตามสไตล์การโจมตีของสุนัข

         จันทราก่อนที่จะร่ายเวทมนตร์ การพิพากษาแห่งแสง ก็ขว้างลิชออกไป (แทนที่จะเรียกว่าขว้างต้องบอกว่าโยนมันขึ้นไปข้างบนมากกว่า) และก็ตกลงมาใส่ร่างของภูตพิทักษ์ป่า มันฝังเขี้ยวนับร้อยลงไปจากนั้นจึงเริ่มดูดเลือดอย่างเอร็ดอร่อยจนตัวของมันพองขึ้นมาเป็นเท่าตัว

         ราล์ฟให้ความสำคัญกับทุกการโจมตี สำหรับเกมจำพวกนี้แค่ตัวเลขเดียวก็เปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ได้ ยกตัวอย่างเช่นการโจมตีที่รุนแรงที่สุดแต่กลับทำให้อีกฝ่ายเหลือพลังชีวิตเพียง 1 เท่ากับว่านอกจากจะไม่ตายแล้ว ยังมีโอกาสที่จะพลิกสถานการณ์กลับมาชนะได้ ดังนั้นทุกการโจมตีของแต่ละคน(ตัว)ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด

         การโจมตีนั้นกินเวลาต่อเนื่องยาวนานเกือบถึงสามนาที ภูตพิทักษ์ป่าสูญเสียพลังชีวิตไปได้ครึ่งหนึ่งแล้ว แต่เพราะในการต่อสู้ครั้งนี้ราล์ฟควบคุมจังหวะเอาไว้หมดก็เลยไม่มีโอกาสให้ภูตพิทักษ์ป่าได้ทันตั้งตัว แต่เพราะใช้เวลานานถึงสามนาทีจังหวะที่เคยทำได้เรื่อยมาก็เริ่มตกลงบ้างแล้ว ส่วนราล์ฟก็เตรียมอาวุธสำหรับโจมตีปิดฉากไว้พร้อมเช่นเดียวกัน

         “นิมป์ตามแผนเลย”

         “ค่ะ รถเข็นบุกทะลวง”

         นิมป์เข็นรถพุ่งชนเข้ากับร่างของภูตพิทักษ์ป่าคราวนี้มันได้ผล เกราะป้องกันเพื่อทำให้ทนรับการโจมตีที่รุนแรงได้แตกลงเป็นที่เรียบร้อย ส่งผลให้ร่างนั้นกระเด็นไปชนกับคอกต้นไม้ใหญ่ที่ลุกไหม้ ต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าเกราะจะกลับมาทำงานอีก แต่คงไม่มีโอกาสอีกแล้วล่ะ

         ค่ายกลดาบ พายุฝนดาบ!

         ดาบทั้งหมดที่ลอยอยู่บนฟ้าหมุนควงสว่านและพุ่งเข้าโจมตีใส่ร่างขนาดใหญ่อย่างเต็มกำลัง นอกจากนี้ก็ยังมีดาบอีกกลุ่มหนึ่งโจมตีจากทางด้านล่างอีกด้วย มันเป็นการโจมตีที่รุนแรงที่สุดจนยากจะมีใครต้านทานไหว ถึงด้านพลังทำลายจะด้อยกว่าทักษะติดอาวุธของอาวุธในตำนานอย่างดาบเทพเทวะ แต่ในด้านประสิทธิภาพกลับให้ผลไม่ต่างกันเลย

         ราล์ฟชำเลืองมองดูเกจพลังของตนเองเรื่อยๆ เพื่อดูว่าอัตราการเผาผลาญมันมากน้อยเพียงใด แต่จากที่เห็นตัวเลขน้ำยาลดลงแบบพรวดพราดก็อดใจหายไม่ได้เหมือนกัน แต่หน้าที่ของเขาคือการยับยั้งไม่ให้เคลื่อนไหวจนกว่าจันทราจะร่ายเวทมนตร์โจมตีเสร็จ

         การพิพากษาแห่งแสง!

         สิ้นสัญญาณที่บอกว่าเวทมนตร์ร่ายจบแล้ว คมดาบแสงที่ปรากฏอยู่เหนือร่างนั้นก็พุ่งปักลงมาทำดาเมจที่รุนแรงที่สุดจนพลังชีวิตของภูตพิทักษ์ป่าเหลือเพียงหนึ่งในสี่ แต่การโจมตียังไม่หมดเพียงเท่านี้ในเมื่อยังมีนิมป์ที่ถือมีดทำครัววิ่งเข้าไปโจมตีซ้ำ

         ดาบผ่าสมุทร!

         เพียงแค่เหวี่ยงมีดทำครัวลง คลื่นการโจมตีก็โถมเข้าใส่ร่างสูงใหญ่ที่นอนสลบอยู่ ทว่าผลลัพธ์หลังจากนั้นยังเห็นว่าภูตพิทักษ์ป่ายังขยับได้อยู่ ดูเหมือนการโจมตีนั้นจะเหลือพลังชีวิตทิ้งเอาไว้อยู่เพียงเล็กน้อย น่าจะเพราะนิมป์โจมตีพลาดตำแหน่งหรือไม่ก็พลังโจมตีมันเบากว่าที่คิดเอาไว้ แต่ถึงกระนั้นราล์ฟก็ไม่ได้ตกใจเรียกดาบเทพเทวะออกมาควงและเทเลพ็อตเข้าไปอยู่ใกล้ๆ พร้อมกันนั้นก็ขว้างดาบเทพเทวะลงไปด้วยทักษะ ทัณฑ์สวรรค์ เป็นการโจมตีปิดฉากการต่อสู้ที่จบลงอย่างสวยงาม

         ปาร์ตี้ แพนโดร่า (เฉพาะกิจ) ทำการสังหารมอนสเตอร์ ภูตพิทักษ์ป่า สำเร็จ

       เสียงประกาศที่ดังขึ้นช่วยยืนยันว่าการต่อสู้นี้จบลงแล้ว ราล์ฟถอนดาบเก็บเข้ากระเป๋าตามเดิม ทั้งนี้ก็ยังตรวจสอบค่าความทนทานของอาวุธที่ใช้ไปทั้งหมดด้วย พวกมันเสียหายหนักมากจนต้องนำไปซ่อมแซมหากคิดจะใช้งานต่อ

         สุริยันทิ้งตัวลงนอนและหัวเราะอย่างสนุกสนาน เธอคงจะชอบการต่อสู้ที่ต้องแลกด้วยชีวิตเป็นอย่างมาก ถึงพลังชีวิตจะกลับมาเต็มเหมือนเดิม แต่อาการบอบช้ำจะต้องใช้เวลาในการรักษา และเพราะว่าหลังจากนี้ไม่มีอะไรให้ต้องสู้แล้วจึงส่งสุริยันกับจันทราและพวกสัตว์เลี้ยงกลับไปพักผ่อนรออยู่ที่เกาะก่อน ทำให้ตอนนี้เหลือแค่ราล์ฟกับนิมป์เพียงสองคนเท่านั้น

         “ถ้าเหนื่อยจะพักก่อนก็ได้นะ”

         “มะไม่เป็นไรค่ะ”

         “ถ้าอย่างนั้นเดินทางกันต่อเถอะ”

         “อ๊ะ!” นิมป์ร้องตกใจเมื่อพบว่าตัวเธอถูกทำให้ลอยขึ้นด้วยพลังจิต

         มีเพลเยอร์ไม่มากที่จะสามารถใช้พลังจิตสายควบคุมวัตถุได้คล่องแคล่ว หรือช่วยพาให้คนอื่นบินไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระ ถึงในทางทฤษฏีจะเป็นไปได้แต่มันก็ยากที่จะฝึกฝนในการยกวัตถุที่มีน้ำหนักมาก เพียงแต่ราล์ฟฝึกฝนโดยการใช้พลังจิตอย่างสม่ำเสมอเพื่อยกหินที่หนักร่วม 100 กิโลกรัม จนกระทั่งยกคนที่น้ำหนักน้อยกว่าได้สบาย ถ้าคนพวกนั้นพยายามฝึกฝนให้หนักพอๆ กันก็อาจจะทำแบบราล์ฟได้ก็ได้

         ทั้งสองเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็วระดับปานกลาง ข้ามผ่านเนินผาขนาดเล็กมาจนถึงพื้นที่ที่เป็นเป้าหมายในครั้งนี้จนได้ในที่สุด แสงจันทร์ที่ส่องลงมานั้นเผยให้เห็นดอกไม้ที่ส่องสว่างอยู่ท่ามกลางความมืดเป็นจำนวนมาก พวกมันกำลังเบ่งบานได้เต็มที่ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้คือการเก็บมันขึ้นมา แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีอุปสรรคขัดขวางเลย เพราะในบรรดาดอกไม้ทั้งหมดนั้นมันจะมีคู่ของมัน ทำให้การเก็บเกี่ยวไม่ต่างอะไรกับการเล่นเกมจับคู่ที่มีโอกาสไม่จำกัด

         ในกรณีที่ขุดมันขึ้นมาไม่ตรงคู่ดอกไม้ก็จะตายพร้อมกับคู่ของมัน แต่ถ้าเลือกถูกแม้จะขุดขึ้นมาแล้วก็จะยังคงเบ่งบานอยู่แบบนั้น เป็นเควสต์ที่ต้องอาศัยความอดทนซะมากกว่าโชค เว้นก็แต่ว่าจะมีเทคนิคในการมองหาคู่ของมัน นั่นคือการหาดอกไม้ที่เหมือนกันทั้งขนาด สี รูปร่าง และกลิ่นที่ปล่อยออกมา

         จมูกของราล์ฟอาจจะไม่ดีเท่าสุนัขแต่ก็พอจะระบุความแตกต่างของกลิ่นที่แต่ละดอกปล่อยออกมาได้ ก่อนอื่นเลยก็แค่เลือกมาสักหนึ่งดอก และมองหาคู่ของมันที่อยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก

         “เธอเลือกมาสักดอกก็แล้วกัน”

         ราล์ฟยกสิทธิ์ในการเลือกดอกไม้ที่จะใช้เป็นต้นแบบให้กับนิมป์ หลังจากที่เห็นว่าเธออ้ำอึ้งอยากจะพูดอะไรสักอย่างออกมา พิจารณาจากท่าทางและสายตาที่มองดอกไม้ดอกหนึ่งไม่วางตาแล้วคงหมายตามันเอาไว้อยู่แล้วแน่ๆ

         ที่นิมป์เลือกมานั้นเป็นดอกไม้สีน้ำเงินขาว ที่มีกลีบเป็นรูปหัวใจถึงห้ากลีบ มีกลิ่นหอมที่สดชื่นถูกปล่อยออกมา

         ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีความทรงจำชั่วเสี้ยววินาทีแบบอารินที่แค่เห็นก็จดจำลักษณะได้อย่างแม่นยำ แต่ราล์ฟก็จดจำรายละเอียดได้ดีกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เขามีดวงตาแห่งฮอรัสทำให้มองสังเกตดอกไม้ทั้งหมดได้ และใช้เวลาเพียงไม่นานก็หาดอกไม้ที่เหมือนกันพบ การกระทำของราล์ฟนั้นทำให้เควสต์แต่งงานเหมือนจะไม่มีคุณค่าทางจิตใจเลย

         และนั่นทำให้นิมป์ดูสลด ด้วยนิสัยที่ไม่ชอบพูดอะไรมากคล้ายจะเป็นคนเก็บตัวก็เลยไม่ค่อยมีคนให้ความสนใจมากนัก เว้นก็แต่ราล์ฟที่จะต้องตรวจดูสภาพจิตใจของคนรอบข้างเท่านั้นถึงจะสังเกตเห็น

         “มีอะไรหรือเปล่า?”

         “เปล่าค่ะ” นิมป์ปฏิเสธเสียงเบา เธอบอกไม่ได้หรอกว่าตั้งตารอเควสต์นี้มาตลอด แต่ทุกอย่างกลับดูง่ายไปซะหมด

         ทั้งที่จุดประสงค์ของเควสต์นี้คือการร่วมมือกันฝ่าฝันอุปสรรค หลายคู่รักจะต้องใช้เวลาพิสูจน์ความตั้งใจเป็นเวลานาน ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าราล์ฟเป็นเพลเยอร์ที่มากความสามารถด้านการวิเคราะห์ แต่ก็เกือบจะลืมไปแล้วว่าเขาเป็นประเภทที่ชอบใช้เส้นทางที่เร็วกว่าเพื่อไปให้ถึงผลลัพธ์เพียงอย่างเดียว โดยไม่แคร์สายตาของผู้คนรอบข้าง

         ไม่ได้หมายความว่าราล์ฟเป็นคนที่ชั่วร้าย แค่ต้องบอกว่า ฉลาด ในการปฏิบัติ

         “ให้ตายสิ น่ารำคาญเป็นบ้า”

         ราล์ฟไม่ใช่คนสมองทึบถึงขนาดที่ไม่รู้ว่านิมป์แสดงความไม่พอใจออกมา แต่เขาก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าทำไมถึงได้จริงจังกะอีแค่เควสต์เสริมในเกมถึงขนาดนั้น จะบอกว่ามีความรู้สึกดีๆ ให้ ราล์ฟก็ไม่รู้จักนิมป์เป็นการส่วนตัว หรือจะรู้จักตัวจริงแล้วก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะต้องไปสนิทสนมหรือผูกสัมพันธ์ด้วย คิดด้วยเหตุผลต่างๆ นานา ก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ แต่เธอก็ตามติดเขามาได้พักใหญ่แล้วเหมือนกัน จะบอกว่าเกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนั้นมันก็ออกจะตลกเกินไป

         แต่ว่าทุกการกระทำที่ผ่านมานิมป์ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่ได้ต้องการอะไรเลย ไม่มีความละโมบ ไม่ได้อยากจะแข็งแกร่งเหนือผู้อื่น ไม่ได้ต้องการชื่อเสียง พูดอีกอย่างก็คือนิมป์เป็นตัวอย่างที่ดีของ คนเล่นเกม

         นิมป์รู้สึกเหมือนตนเองถูกตำหนิ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าทำอะไรผิด

         “ถ้าเธอไม่พอใจอะไรก็พูดออกมาเถอะ เธอเป็นหนึ่งในสมาชิกกิลด์แพนโดร่า เป็นบุคลากรสำคัญที่มีอำนาจในการคัดค้านการตัดสินใจของฉันได้ สิ่งที่ฉันขาดไปคือความรู้สึกเห็นอกเห็นใจอีกฝ่าย เพราะฉะนั้นก็เลยช่วยไม่ได้ที่ฉันจะไม่เข้าใจความรู้สึกของคนอื่นที่มีต่อความคิดเห็นของฉัน อย่างน้อยก็เว้นเจ้าบ้าอาคมสักคนหนึ่ง มันเป็นคนเดียวที่กล้าเถียงความเห็นของฉัน คิดแย้ง แต่ก็ยอมรับได้ในท้ายที่สุด ถึงจะฝืนใจทำก็เถอะ”

         นั่นคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ราล์ฟคิดว่าอาคมเป็น คนที่ดีใช้ได้ ถึงนิสัยจะโผงผางและติดน้องสาวราวกับคนบ้าก็ตาม แต่ก็ถือได้ว่าเป็นส่วนที่ราล์ฟคิดว่าตนเองขาดไป

         ที่เขาต้องการจริงๆ ไม่ใช่คนที่คอยตามใจ แต่เป็นคนที่จะคอยรั้งไม่ให้เขาตัดสินใจผิดพลาด

         ที่ผ่านมาราล์ฟรู้ดีว่าตัวเองตัดสินใจผิดพลาดหลายต่อหลายครั้ง เอาแต่มองส่วนที่ดีมากกว่าส่วนที่เป็นผลร้าย ก็ไม่ต่างอะไรกับการหลอกลวงตัวเอง

         “แค่รู้สึกว่ามันง่ายเกินไปค่ะ” นิมป์เปิดปากพูดความรู้สึกของตัวเองออกมาให้ได้ยิน

         เข้าใจความรู้สึกของนิมป์ขึ้นมาบ้างเล็กน้อย คำพูดนั้นไม่ได้ชื่นชมความเร็วในการเคลียร์เควสต์ แต่เป็นความสงสัยในคุณค่าของตัวเควสต์ซะมากกว่า

         “คาดหวังกับมันเอาไว้สินะ ขอโทษด้วยก็แล้วกัน”

         ครั้งนี้ราล์ฟผิดจริงๆ ที่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์มากกว่าคุณค่าของเควสต์ แท้ที่จริงปัญหาของเรื่องนี้อยู่ที่มุมมองของแต่ละคน โดยราล์ฟมองว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นในโลกนี้เป็นแค่บทบาทของเกมที่ถูกออกแบบเอาไว้ เขาไม่ใช่คนที่สนุกไปกับเนื้อเรื่องของเกม แต่เป็นคนที่เข้ามาเพื่อทำบางสิ่งบางอย่างที่น่าสนุกกว่าการเล่นตามบทบาท

         เพราะเขาเหลือเวลาอีกไม่มาก และนี่เป็นช่วงเวลาสุดท้ายที่จะได้สนุกกับการใช้ชีวิตให้คุ้มค่า

         “ไม่หรอกค่ะ ไม่ใช่ความผิดของคุณเลยสักนิดเดียว”

         ไม่ว่าจะเพราะเหตุใดก็ตาม ราล์ฟนั้นฉลาดพอที่จะเข้าใจสถานการณ์ในหลายๆ เรื่องได้ ขอเพียงแค่มีคำอธิบายที่มีเหตุผลมากพอที่จะทำให้เชื่อ แรกเริ่มเดิมทีราล์ฟไม่ได้รู้จักกับนิมป์เป็นการส่วนตัวหรือมีความรู้สึกพิเศษอะไร ถึงจะรู้ว่าเคยพบเจอกันช่วงเริ่มเล่นเกมใหม่ๆ ในสายตากลับมองว่าเป็นแค่คนที่เดินผ่านไปมาเท่านั้น ไม่มีความจำเป็นจะต้องสนิทสนมด้วย

         มาเจอกันอีกครั้งก็คือหลังที่ต้องมาเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น ได้พบกับนิมป์อีกครั้งก่อนที่เธอจะเสนอตัวมาช่วยทำเควสต์เลื่อนคลาสด้วยวิธีการพิเศษ นับแต่นั้นก็กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของทีมไปโดยปริยาย ถ้าให้พูดจริงๆ ราล์ฟก็ลืมไปแล้วว่านิมป์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะตัวตนของเธอไม่ได้มีความสำคัญมากนักเลยไม่ได้ใส่ใจ

         เป็นไปได้ว่านิมป์อาจจะรู้จักเขามาก่อนหน้านี้ ถึงแม้ว่าการพบกันครั้งแรกของเขาจะเป็นที่สถานทดสอบอาชีพกุ๊ก แต่กับนิมป์มันไม่น่าจะใช่การพบกันครั้งแรก

         นี่อาจจะเป็นสัญชาตญาณของการตระหนักรู้ก็ได้

         “นิมป์” เขาเรียกชื่อ ตัดสินใจอยู่เกือบสองวินาทีก่อนจะเอ่ยถามต่อ “พวกเราเคยเจอกันมาก่อนใช่ไหม ไม่ใช่ที่สนามสอบกุ๊ก แต่เป็นก่อนหน้านี้เมื่อนานมาแล้ว”

         นั่นคือข้อสงสัยเดียวของราล์ฟ การที่นิมป์มาทำดีกับเขาแม้จะภายในเกมมันเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ใดๆ จะไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เขามั่นใจว่านิมป์ไม่ใช่ผู้หญิงที่คิดอะไรแบบนั้นโดยเด็ดขาด

         “คือเรื่องนั้น” นิมป์อึกอัก แต่ด้วยความที่เธอโกหกใครไม่เป็นเลยตอบรับเพียงแค่การพยักหน้า

         เรียนรู้จากการอยู่ด้วยกันว่าราล์ฟรู้ได้ว่าใครพูดจริงหรือเท็จ ถ้าเธอตอบโกหกออกไปก็อาจจะทำให้เรื่องมันแย่ลงกว่านี้ก็ได้ อาจจะเป็นแค่การคิดไปเองฝ่ายเดียวเพราะราล์ฟเองก็มีเรื่องที่บอกใครไม่ได้เหมือนกัน

         “อย่างนี้นี่เอง”

         คำตอบนั้นทำให้ราล์ฟเข้าใจเรื่องราวต่างๆ มากขึ้น ที่ใช้คำว่า เมื่อนานมาแล้ว สำหรับเขาแล้วมันคือช่วงเวลาสมัยที่เรียนอยู่ประถมศึกษา นิมป์อาจจะได้รับอิทธิพลบางอย่างจากเขาเมื่อตอนนั้น ถ้าจะให้พูดแล้วอายุของนิมป์มากกว่าอาจจะเรียกได้ว่าเป็นรุ่นพี่ จะจดจำเรื่องราวสำคัญๆ ได้ก็ไม่แปลก โชคร้ายที่เขาไม่มีความทรงจำเหล่านั้นหลงเหลืออยู่เลย ส่วนช่วงเวลาหลังจากนั้นเขากล้ายืนยันว่าไม่ได้รู้จักกับนิมป์เลย

         เป็นไปได้หรือไม่ ว่าเขาจะไปให้ สัญญา อะไรบางอย่างเอาไว้

         ถ้าเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นมาก็คงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะไม่มีใครรู้

         “เราเคยถูกลักพาตัวค่ะ คุณเองก็อยู่ที่นั่นด้วย”

         ‘มันเป็นความจริง ราล์ฟรู้สึกเหมือนถูกเปิดโปงความลับที่เก็บซ่อนเอาไว้

         เขาไม่เคยบอกใครเรื่องนี้เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่ต้องเก็บมาใส่ใจ อีกอย่างปัจจุบันนี้เขาก็มีความสุขดีอยู่แล้ว เหตุการณ์ไร้สาระพวกนั้นจึงจดจำเอาไว้แค่ให้รู้ว่ามันเคยเกิดขึ้นแล้วเท่านั้น ไม่เพียงแค่นั้นนิมป์ยังสามารถบอกเล่าเรื่องราวได้เป็นฉากๆ ยิ่งเรื่องที่รู้มาว่าตัวเขาเป็นคนจัดการกับผู้ร้ายพวกนั้นทั้งที่ยังเป็นเด็กก็นับว่าเกินจริงอยู่บ้าง ขนาดคุณแม่เองก็รู้แค่ว่าตำรวจจัดการกับคนร้ายเท่านั้น

แต่ที่ทำให้เชื่อว่าคือเรื่องจริงก็เป็นเพราะคำพูดติดปากที่เขาเคยเห็นในบันทึกลายมือของตัวเอง

         ถ้าจะกลัวก็เอาไว้หลังจากพยายามจนถึงที่สุด

         เกือบจะลืมเลือนไปแล้วว่าตัวเขาในอดีตนั้นยอดเยี่ยมแค่ไหน แก้ไขปัญหาที่เข้ามาอย่างมีสติรอบคอบขนาดที่มองถึงผลลัพธ์ในอนาคต แม้ว่าตัวเขาคนนั้นจะต้องหายไปแต่ก็ยังทิ้งความตั้งใจของตนเองเอาไว้ให้ตัวเขาคนใหม่ หลักฐานก็คือประโยคที่ช่วยเตือนสติไม่ให้ทำอะไรผิดพลาด

         ถึงแม้จะรู้ว่ายอดเยี่ยมแต่ก็ไม่อาจเป็นได้ ทำได้แค่เลียนแบบความยอดเยี่ยมนั้น

         อยากรู้จักตัวเองในอดีตให้มากขึ้น สิ่งที่เขารู้มีแค่บันทึกลายมือที่เขียนขึ้นด้วยความตั้งใจ

         เพราะว่า กลัว จึงไม่กล้าเสี่ยงทำอะไรที่อันตราย

         เพราะว่า กลัวจึงปฏิเสธที่คบหาผู้คน

         เพราะว่า กลัว จึงต้องปกปิดความรู้สึกที่แท้จริงเอาไว้

         ทั้งหมดนิยามออกมาได้เพียงแค่คำว่า กลัว เท่านั้น

เพราะนิมป์พูดเรื่องนั้นขึ้นมาทำให้ราล์ฟเข้าใจ ที่ผ่านมาเขากลัวเรื่องทั้งหมดที่จะเกิดกับตัวเอง กลัวว่าถ้าหากตัวตนใหม่กลายเป็นคนเหลวแหลกขึ้นมาจะเป็นยังไง จะทำได้ดีเท่าที่ผ่านมาหรือไม่ หรืออาจจะทำให้คุณแม่ต้องเสียใจ มีหลายเรื่องให้ต้องคิดแทบตายและหาวิธีแก้ไข

เหมือนได้ปลดปล่อยความกังวลในจิตใจออกมาเพียงเพราะคำพูดประโยคเดียว วลีที่ว่า ไม่มีใครเข้าใจตัวเราได้มากกว่าตัวเราเองเห็นทีจะมีส่วนที่ถูกต้องอยู่ไม่มากก็น้อย ความคิดต่างๆ มากมายพรั่งพรูออกมาราวกับก๊อกน้ำที่รั่วไหล ที่ผ่านมาเขาประเมินว่ามันเป็นอะไรที่เสี่ยงและไม่ควรนำมาใช้ แต่ในความเป็นจริงก็แค่กลัวว่ามันจะส่งผลลัพธ์ที่เลวร้ายจึงได้ล้มเลิกไป

         ราล์ฟรู้สึกตัวอีกครั้งก็ตอนที่เสื้อคลุมของเขากระตุก เป็นนิมป์ที่ดึงเสื้อคลุมและมองด้วยสายตาที่เป็นห่วงเป็นใย ให้อารมณ์ที่ว่าอยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจขึ้นมาอาจจะไม่ใช่แค่รู้สึกไปเองก็ได้ ที่ผ่านมาเธอก็ทำแบบนี้อยู่เสมอ ถ้าถามว่าชอบมากแค่ไหนอย่างน้อยก็ไม่ได้รังเกียจ

         “เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”

         “คิดอะไรเรื่อยเปื่อยนิดหน่อยน่ะ แต่ว่าขอบใจที่ช่วยเตือนสติฉันก็แล้วกัน” เขาส่งยิ้มที่มาจากความรู้สึกที่แท้จริงเป็นครั้งแรก “แต่ว่าเพื่อเป็นการขอโทษที่ทำให้เสียความรู้สึก หลังจากจบเรื่องช่วยไซเรนแล้วฉันจะยอมทำตามความต้องการของเธออย่างหนึ่ง จะเป็นอะไรก็ได้ขอแค่ไม่ผิดศีลธรรมก็พอ”

 

         เควสต์แต่งงานหลังจากนี้ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนก็แค่เดินไปพูดคุยกับ NPC ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ช่วยจัดงานให้ เครื่องแบบสำหรับแต่งงานก็เป็นของที่หาซื้อได้ง่ายเอามาส่ง อาจจะพูดได้ว่าช่วงหลังๆ นี้มีแต่การใช้เงินเพียงอย่างเดียว เบ็ดเสร็จราคาก็ตกอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านเหรียญทอง ไม่ใช่จำนวนเงินน้อยๆ สำหรับพวกที่หาเงินในเกมไม่เก่ง ในที่สุดทั้งสองคนก็ได้รับ ชุดแต่งงาน มาเพื่อใส่ไปทำพิธีที่โบสถ์

         มันเป็นงานแต่งงานที่เกิดขึ้นอย่างเงียบๆ โดยมีแค่เฉพาะคนในกิลด์เท่านั้นที่รู้ เพราะฉะนั้นก็ทุกคนจึงมาร่วมงานด้วยกัน เดฟอนเตรียมอุปกรณ์เทคโนโลยีชั้นสูง เกณฑ์พวกหุ่นยนต์มาช่วยแสดงความยินดี แต่สุดท้ายก็โดนโละทิ้งเนื่องจากกลัวว่ามันจะกลายเป็นงานศพมากกว่างานแต่งงาน อารินตอนที่รู้ว่าราล์ฟจะแต่งงานก็ได้ขอให้อาคมช่วยพาไปทำเควสต์ช่อดอกไม้และนำมาให้กับนิมป์ในงานแต่งงาน

         แตกต่างจากงานแต่งงานในโลกแห่งความเป็นจริงที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวจะต้องอยู่แยกกันและมาพบกันที่สถานพิธี แต่สามารถมาอยู่รวมกันพูดคุยเฮฮากันได้อย่างสนุกสนาน เพราะที่ต้องทำก็มีแค่พูดคุยกับ NPC และเริ่มพิธีเท่านั้น

         ราล์ฟเปลี่ยนจากชุดนักบวชที่เคยใส่มาเป็นชุดสูทที่ดูเรียบร้อย เพราะเป็นผู้ชายจึงไม่ได้มีความพิเศษอะไรมากนัก ผิดกับทางฝ่ายหญิงที่มีความสวยงาม กระโปรงยาวฟูฟ่อง

         “น่าเบื่อว่ะ อุตส่าห์หวังว่าจะได้เห็นแกใส่ชุดลิเก” อาคมกล่าวเสียงเซ็ง ใบหน้าของเขาดูหมองคล้ำราวกับคนอดนอนมาเป็นเวลานานมาก มักจะเกิดกับพวกเพลเยอร์ที่ชอบตะลุยดันเจี้ยนไม่หลับไม่นอน ที่ต้องถ่อมาร่วมงานด้วยก็เพราะว่าอารินอยากจะมาเท่านั้น

         จะว่าไปแล้วราล์ฟแทบจะไม่ได้เห็นหรือพูดคุยกับอาคมมากนัก รู้แค่ว่าอยู่ระหว่างเรียนรู้บางสิ่งบางอย่าง บรรยากาศรอบตัวจึงดูสงบมากราวกับช่วงเวลาก่อนที่พายุจะเริ่มก่อตัว

         “นี่มันงานแต่งงาน ชุดลิเกมันเกี่ยวอะไรด้วย?” ราล์ฟถาม

         “เปรียบเปรยโว้ย”

         “ฉันจะรองานของนายก็แล้วกัน”

         “ไม่มีวันซะหรอก” อาคมตอบด้วยท่าทางมั่นใจ “แปลว่าหลังจากนี้บ้านแกก็กลายเป็นเรือนหอไปเลยล่ะสิ ถ้าจะทำอะไรก็โปรดสำนึกไว้ด้วยนะว่าน้องสาวฉันเข้าออกได้ด้วย”

         “นี่มันในเกม”

         “แต่ก็นอนด้วยกันได้ไม่ใช่หรือไง”

         “อ่าก็เหมือนกับที่นายกับฉันนอนร่วมเต็นท์เดียวกันสินะ ไอ้นั่นน่ะมันสำหรับชายกับชายไม่มีปัญหาอะไร แต่ในกรณีของชายกับหญิงจะว่ายังไงดี ไม่เคยลองซะด้วยสิ”

         “ฉันกับอารินไม่ได้มองเป็นชายกับหญิงหรือไง”

         ลืมนึกไปเลยว่าก่อนหน้าที่จะรู้จักกันสองพี่น้องคู่นี้เดินทางไปไหนมาไหนด้วยกัน กระทั่งแม้แต่ช่วงเวลานอนหลับก็ยังนอนร่วมเต็นท์เดียวกันด้วย แต่ระยะหลังก็เริ่มแยกกันนอนเพราะอาคมมองว่าอารินเติบโตเป็นเด็กสาวแล้ว

         ราล์ฟรู้สึกอยากจะเล่นตลกร้ายขึ้นมานิดหน่อย แสร้งหันไปมองทางอารินแล้วพูดว่า

         “อนาคตน้องสาวนายก็อาจจะได้แต่งชุดแบบนั้นเหมือนกัน”

         “อ่าน้องสาวฉันจะต้องสวยมากแน่ๆ ในชุดเจ้าสาว แล้วก็ต้องแต่งงานกันในโบสถ์ วันนั้นฉันอาจจะได้เป็นคนส่งเจ้าสาวหือ? ไอ้แมวผี นี่แกจงใจหาเรื่องฉันใช่ไหม”

         “ก็แค่พูดในสิ่งที่อาจเป็นไปได้ หรือนายมีความตั้งใจจะให้น้องสาวขึ้นคาน”

         “ให้ตายสิวะ อยากต่อยปากแกจริงๆ เลย”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #14099 Deffy-Deefey (@Deffy-Deefey) (จากตอนที่ 380)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 / 22:19
    อาคมราล์ฟนี่มันที่สุดจริงๆค่ะ...ให้ตายสิ..หุ หุ หุ(หัวเราะพลางซับเลือดกำเดาตัวเอง)
    #14099
    0
  2. #14098 BEAM_NTP (@bus-only) (จากตอนที่ 380)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 18:18
    ราล์ฟใกล้จะรีเซ็ตอีกครั้งแล้วสินะ อารมณ์ดูตีกันแปลกๆ ไม่สงบอย่างที่เคย
    #14098
    0
  3. #14097 Saruya_Sun (@sironeko1) (จากตอนที่ 380)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 18:56
    แหม~ อาคมราล์ฟนี่มันคู่จิ้นตลอดกาลจริงๆ
    #14097
    0
  4. #14096 RealRD (@RealRD) (จากตอนที่ 380)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 18:55
    ตั้งแต่ทำเควสมาเควสแต่งงานนี้ยากจนแทบจะกลายเป็นเควสในตำนานอยู่แล้วนะครับ  ทั้งเวลาที่ต้องทุ่มไป  เจอบอสก็โหดสุดๆ  คู่อื่นเขาจะผ่านกันได้ไง  หลังจากนั้นยังต้องเสียเงินมหาศาลอีก  ใครมันจะไปทำได้  ตกลงเป็นเควสแต่งงานหรือเควสพาลให้เลิกกัน
    #14096
    2
    • #14096-1 หลงอู่ (@bosskiss) (จากตอนที่ 380)
      24 พฤษภาคม 2560 / 20:34
      นึกว่าผมรู้สึกคนเดียวเควสแต่งงานบ้าอะไรตีบอสโหดขนดานั้น หรือมัน ยากง่ายตามความเก่งคนทำแต่แบบนั้นก็จะเหมือนเอาเปรียบเกินไป
      #14096-1
  5. #14095 Eom-c (@ice-sword) (จากตอนที่ 380)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 05:38
    เหมือนตอนนี้ราฟไม่เป็นตัวของตัวเองอะ ดูหงุดหงิดง่ายผิดปกติ
    คือเป็นคนปกติพลาดได้หงุดหงิดได้แต่ตัวละครสายฉลาดแบบนี้ อะไรนิดหน่อย คิดในใจได้แต่หลุดออมาหมุดแบบนี้มันเหมือนคนละตัวละครอะ
    #14095
    0
  6. #14091 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 380)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 00:10
    เอากะมัน แค่นี้ไม่พอ พวกยัดทรูอีก เอิ่ม เละสินะงานนี้
    #14091
    0
  7. #14090 maxisoo1230 (@maxisoo1230) (จากตอนที่ 380)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 14:47
    ติดตามในเล่มนี้ คือเราต้องไปหาซื้อหนังสือมาขายเอาหรือ หาอ่านได้ที่ไหนอ่ะ ใครรู้ช่วยบอกหน่อยครับ
    #14090
    3
    • #14090-2 Sarena-NovelBest (@Sarena-NovelBest) (จากตอนที่ 380)
      13 พฤษภาคม 2560 / 14:32
      งงๆ ไม่เข้าใ เอาใหม่ๆ
      #14090-2
    • #14090-3 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 380)
      24 พฤษภาคม 2560 / 15:31
      ถ้ามีตอนที่วงเล็บว่าติดตามในเล่ม แสดงว่ามีตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์แล้วครับ เรื่องนี้ก็สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์เป็นผู้ตีพิมพ์ ต้องไปหาซื้อเอาครับ
      #14090-3
  8. วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 14:52
    เหยด~ราฟเติมทรูวะ
    #14089
    0
  9. #14088 glom-mon (@ku-ru) (จากตอนที่ 380)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 09:26
    กำลังคิดถึงเลย มาพอดี
    #14088
    0
  10. #14087 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 380)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 08:40
    รวมทุกสายจริงๆ
    #14087
    0
  11. #14086 SOULGOD (@SOULGOD) (จากตอนที่ 380)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 05:02
    เทพทรูมาเอง
    #14086
    0