[Legend Online] เปิดตำนาน ป่วนออนไลน์

  • 88% Rating

  • 99 Vote(s)

  • 1,473,990 Views

  • 14,490 Comments

  • 9,084 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,261

    Overall
    1,473,990

ตอนที่ 379 : บทที่ 33 Wedding Quest [1] (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7313
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 78 ครั้ง
    24 พ.ค. 60

บทที่ 33 Wedding Quest [1] (100%)

 

         ซากุระมักจะหาเวลาว่างลงดันเจี้ยนเพื่อเก็บเลเวลของตัวเอง เนื่องจากเป็นคนเดียวในสมาพันธ์ที่ยังอยู่คลาสทหาร และหลายคนก็เข้าใจดีว่าการออนไลน์แต่ละวันนั้นซากุระไม่เคยมีเวลาให้ตัวเองเลยสักครั้ง และเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายจึงมักจะมีพวกที่แสนเก่งกาจคอยอยู่เคียงข้างเสมอ โดยเฉพาะจอมเวทสายฟ้าที่ตัวติดกันเป็นตังเม และน่าจะเป็นคนแรกที่จะรู้ความลับจากปากของซากุระ

         เสียงธนูดังเฟี้ยวฟ้าวตามติดด้วยแรงระเบิดเป็นหย่อมๆ การทดสอบอาวุธในตำนาน ธนูดาราสวรรค์คือเป้าหมายหลักของการออกล่าในครั้งนี้ แม้ว่าซากุระจะไม่ได้มีอาชีพที่เกี่ยวเนื่องจนมีทักษะพิเศษเฉพาะทางสำหรับสายธนูโดยตรงก็ตาม แต่กีฬาที่ซากุระเรียนอยู่นั้นคือ ‘Kyudo’ หรือวิชายิงธนู นี่จึงเป็นเหมือนอาวุธที่ทำให้ซากุระมีส่วนร่วมในการต่อสู้ได้โดยไม่สูญเสียตำแหน่งของตนเอง

         “พลังทำลายสุดยอดมากสมแล้วกับที่เป็นอาวุธในตำนาน”

         “ถ้าไม่ใช้ลูกธนูก็เป็นอาวุธที่ใช้ MP เป็นอย่างมากนั่นล่ะค่ะ”

         “ได้อย่างก็เสียอย่างล่ะนะ” เบลล์ยื่นมือออกไปและร่ายเวทมนตร์สั้นๆ สายฟ้าก็พุ่งผ่าร่างของมอนสเตอร์ใกล้ตายจนถึงแก่ชีวิต เดินไปสำรวจดูซากมอนสเตอร์ที่ถูกยิงจนเป็นรูพรุนด้วยความแปลกใจ คุ้ยเขี่ยหาไอเทมจากซากศพ “แต่เธอเองก็ยิงแม่นเอาเรื่องเลยนี่นา”

         “ไม่เกี่ยวกับความแม่นยำเลยนะคะ” ซากุระลองใส่ลูกธนูใหม่และน้าวสายทดสอบยิงใส่ผนังดูอีกสองสามครั้ง ถ้าจะถามว่าแม่นยำหรือไม่ก็คงตอบไม่ได้ แต่ท่วงท่าในการยิงแต่ละครั้งนั้นดูสง่างามมาก “ไม่มีความจำเป็นต้องยิงทำแต้ม ถึงจะเป็นความจริงที่ว่าการยิงเข้าจุดตายจะสร้างความเสียหายได้มากกว่า แต่นั่นเป็นเรื่องของโอกาสซะมากกว่า ดิฉันมองว่าขอเพียงแค่ลดพลังชีวิตได้จะเป็นการยิงโดนตำแหน่งไหนก็ได้ทั้งนั้น”

         “พอเป็นเธอพูดแล้วรู้สึกว่าพวกที่พยายามจะยิงให้เข้าเป้าจุดแดงเป็นคนบ้าเลยแหะ”

         “ถึงยังไงก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าผลลัพธ์คือการสังหารมอนสเตอร์อยู่ดี”

         ซากุระไม่มีความคิดวุ่นวายอย่างเช่นการฝึกฝนให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นเพื่อเป็นอันดับหนึ่ง เธอตระหนักถึงขีดจำกัดของตนเองดีว่าเป็นเพียงแค่เพลเยอร์ธรรมดาที่ไม่ได้มีอำนาจวิเศษ อีกอย่างในโลกนี้เป็นเพียงแค่เกมย่อมมีกฎที่ตายตัว ต่อให้เป็นเพียงเด็กผู้หญิงที่ไม่ประสีประสาแต่ก็จะมีทักษะและความสามารถเทียบเคียงกับพวกเพลเยอร์ระดับสูงได้ ภายใต้กฎที่ระบบบัญญัติเอาไว้

         “ต้องการอีกเยอะหรือเปล่า?”

         “ชุดป้องกันธาตุน้ำต้องใช้ ประมาณ 50 ชิ้น ต่อ 1 ชุด ถ้าเป็นไปได้ก็อยากได้มาเยอะที่สุด ยังไงมีเกินก็ดีกว่ามีขาดไม่ใช่หรือคะ”

         ถึงจุดประสงค์จะมาเพื่อฝึกใช้อาวุธในตำนาน แต่ซากุระก็ยังมีอีกสิ่งหนึ่งแอบแฝงอยู่คือการฟาร์มวัตถุดิบสำคัญ เพื่อนำไปสร้างเครื่องป้องกันให้สมาชิกคนอื่นใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอีกไม่นานก็จะมีการเดินทางบุกเบิกอาณาจักรใหม่ ก็เลยต้องเตรียมพร้อมให้ทำการต่อสู้ได้สะดวกขึ้น

         มีข้อความถูกส่งเข้ามา เป็นเพียงข้อความสั้นๆ ที่ระบุแค่ว่า เรือเสร็จแล้ว อยากตกลงรายละเอียด แล้วก็ลงท้ายชื่อสถานที่พบปะพูดคุยกัน ซากุระอ่านเสร็จก็ลบข้อความจริง หันไปบอกกับทุกคนให้เตรียมตัวกลับกันได้

         เมื่อกลับไปถึงสมาพันธ์ซากุระก็จัดการสะสางปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายในการฝึกพวกสมาชิกใหม่ จัดงบประมาณเพื่อกว้านซื้ออาวุธมาสะสมไว้ วัตถุดิบในการผลิตสิ่งต่างๆ เพื่อเปลี่ยนเป็นสินค้าและส่งขายอีกที มันเป็นการจัดการงานอย่างมีระเบียบแบบแผน ด้วยความรอบคอบนี้เองทำให้งบประมาณของสมาพันธ์ไม่เคยลดลง อีกทั้งยังทำให้พวกคนใหญ่คนโตมีรายได้เพิ่มมากขึ้น เพราะมันเป็นการจัดการงานในรูปแบบของบริษัทหนึ่งนั่นเอง

         ซากุระเคยลองคำนวณคร่าวๆ ดูแล้ว พวกที่เป็นนักเล่นเกมอาชีพนั้นจะทำรายได้เฉลี่ยต่อเดือนเทียบเท่ากับนักศึกษาจบใหม่ แต่ถ้าเป็นพวกที่เก่งกว่าหน่อยก็มีรายรับที่สูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งซากุระก็จัดอยู่ในประเภทนั้นแต่รายได้ของเธอทั้งหมดถูกใช้ไปกับการพัฒนาองค์กรซะมากกว่า เรื่องที่ทำเพื่อตนเองไม่เคยมีอยู่ในหัวเลย

         อาจจะกล่าวได้ว่าการเล่นเกมก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่นิยมกับพวกเด็กๆ เพียงแต่มันไม่ได้ทำให้พวกเขามีรายได้ที่มั่นคง และต้องมีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

         “เดี๋ยวทางนี้ฉันจัดการต่อเองก็ได้ เธอไปตามนัดเถอะ” เบลล์เอ่ยขึ้นและหยิบเอกสารที่ถูกเขียนอย่างเป็นทางการขึ้นมาอ่าน ถึงมันจะยากแต่การจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมก็เป็นสิ่งที่เบลล์พอจะทำได้ ถึงยังไงเรื่องนี้ซากุระก็เก่งกว่าอยู่ดี

         “ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนด้วยนะคะ”

         เดินทางออกจากสมาพันธ์มุ่งหน้าไปยังวาปเกตเพื่อเดินทางไกล ซากุระยังคงรักษาความเป็นตัวเองเอาไว้ได้อยู่ นั่นคือเธอไม่เปิดเผยอาวุธในตำนานของตนเองออกมา ปีกภูตแสงเองก็เป็นอีกหนึ่งชิ้นที่ไม่ได้บอกใครนอกจากคนสนิท ปกติแล้วยามที่ได้รับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาร้อยทั้งร้อยก็ต้องเลือกที่จะใช้ประโยชน์จากมันให้คุ้มค่า

         มันต้องดำเนินการอะไรหลายๆ อย่าง เพื่อให้ทางระบบติดตั้งวาปเกตสำหรับเดินทางไปมาได้สะดวก รายได้ส่วนหนึ่งจะเป็นของเมือง อย่างไรก็ตามกรรมสิทธิ์ของเมืองนี้ก็เป็นของซากุระ พูดได้อย่างเดียวว่าเงินพวกนั้นเข้ากระเป๋าของเธอเอง นั่นคือสิ่งที่ทุกคนคิดกันแบบนั้น ทว่าซากุระไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียในเงินนั้นแม้แต่เหรียญทองแดง

         เดินผ่านความสับสนอลหม่านที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งของผู้คน ไม่มีผู้ใดสังเกตถึงซากุระที่เดินผ่านไป แม้ชื่อเสียงของเธอจะเป็นที่รู้จักกันทั่วเกมแต่ก็ไม่เคยปรากฏตัวในสาธารณะมาก่อน ทำให้น้อยคนที่จะรู้จักหน้าค่าตา

         และในวินาทีที่เธอเดินผ่านฝูงคนนั้นเอง

         “ฝากจัดการให้ด้วยนะคะ”

เธอกล่าวออกมาโดยไม่เจาะจงว่าพูดอยู่กับใคร แต่ก็มีเสียงตอบกลับมาว่า

         “รับทราบครับ”

         จากนั้นซากุระก็ถูกกลืนหายไปกับฝูงชนจำนวนมากในตลาด

         ซากุระไม่ได้มีฝีมือถึงขนาดที่จะรับรู้ภยันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตนเองได้ ก็แค่มีการข่าวสารที่ดีที่สุด รับรู้แต่แรกแล้วว่ามีคนต้องการลดบทบาทของเธอลง สร้างสถานการณ์ความปั่นป่วนภายในสมาพันธ์ การลอบสังหารผู้นำระดับสูงที่จะช่วยให้ได้ผลที่สุดก็คือตัวของซากุระ เนื่องจากเลเวลที่ต่ำเรี่ยติดดิน ซึ่งมันจะทำให้มีการสอบสวนและชักจูงทิศทางไปยังสงครามได้ เชื่อว่าสมาชิกที่จงรักภักดีกับซากุระจะไม่มีวันยอมให้เรื่องในครั้งนี้จบลงโดยที่ไม่มีการตรวจสอบโดยเด็ดขาด

         ทว่าตราบใดก็ตามที่เหตุการณ์ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นในเมืองที่ซากุระเป็นเจ้าของ ไม่มีทางที่ซากุระจะไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ในกลุ่มเพลเยอร์ที่มาอาศัยอยู่ในเมืองนี้ มีจำนวนไม่น้อยที่แฝงตัวเข้ามาในฐานะขององครักษ์ประจำตัว หน่วยรากที่ภายนอกไม่ต่างอะไรกับคนไร้สังกัด แต่สามารถให้การช่วยเหลือได้ทันทีเมื่อมีคำสั่งและสัญญาณ

         และด้วยคำสั่งของซากุระ หน่วยรากที่มากไปด้วยฝีมือก็สามารถกำจัดมือสังหารที่ถูกส่งมาเพื่อลอบสังหารซากุระ มันเป็นการประกาศเตือนแก่พวกที่อยู่เบื้องหลังกลายๆ ว่า ซากุระไม่ใช่ผู้หญิงที่จะจัดการได้ด้วยความคิดตื้นเขิน เพราะเธอเป็นผู้หญิงที่วางแผนได้ละเอียดรอบคอบ ถึงขนาดมีบุคลากรสำคัญๆ แฝงตัวอยู่ในเครือข่ายทั่วทั้งเกม นั่นคือเหตุผลเดียวที่ไม่เคยมีผู้ใดสามารถเอาชนะซากุระในการรบระยะยาวได้

และนั่นอาจจะรวมไปถึงนับจากนี้อีกด้วย

         เบื้องหน้าของซากุระคือนักบวชแมวเหมียวที่มารอยังจุดนัดพบที่ได้นัดรอกันเอาไว้ก่อน ความจริงเขาสามารถปรากฏตัวใกล้ๆ เธอได้ไม่ยากด้วยดวงตาแห่งฮอรัส แต่เพราะยังให้เกียรติเรื่องความเป็นส่วนตัวจึงใช้วิธีการนัดพบกัน

         “ต้องขอโทษที่ทำให้คอยนะคะ”

         ราล์ฟพยักหน้าเนิบช้าแล้วตอบกลับไปว่า “อันที่จริงฉันก็พึ่งมาถึงเหมือนกัน มีเรื่องต้องไปทำนิดหน่อย”

         แล้วในที่สุดราล์ฟก็เสนอให้เปลี่ยนสถานที่พูดคุยเป็นห้องพิเศษของร้านอาหารเดอะ มารีน จากนั้นก็เทเลพ็อตมาถึงห้องอาหารเลย พบว่ามีอาหารถูกนำมาเตรียมไว้อยู่เต็มโต๊ะเพียงพอสำหรับแขกสองท่าน ซากุระคิดจะแกล้งราล์ฟจึงไม่ได้เดินไปนั่งทันทีแต่เลือกจะยืนอยู่แบบนั้น ซึ่งราล์ฟก็ถอนหายใจเซ็งๆ ลุกมาขยับเลื่อนเก้าอี้ให้ก่อนจะกลับมานั่งลงที่ฝั่งตรงกันข้าม

         มันเป็นเรื่องไร้สาระเขาจึงไม่ได้เก็บมาใส่ใจ การพูดคุยยังไม่ได้เริ่มประเด็น ดูคล้ายว่าจะเชื้อเชิญให้ทานอาหารกันก่อน ซากุระเองก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกันก็เลยลิ้มลองรสชาติของปลาสามรสที่ดูน่ากินที่สุด มันอร่อยมากผิดกับร้านอาหารของสมาพันธ์ที่สุด เพราะมีคนคัดค้านค่าใช้จ่ายด้านอาหารที่มากเกินไป พวกเขามองเพียงผลลัพธ์ของอาหารกับราคาต้นทุน จึงมีอาหารอยู่ไม่มากนัก

         มารยาทบนโต๊ะอาหารที่แสดงนั้นบ่งบอกชัดเจนเลยว่าซากุระเป็นกุลสตรีที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี ทั้งการจับตะเกียบทานอาหาร ท่วงท่าในการกิน แม้มันจะเป็นแค่เกมแต่ก็พอจะบอกได้ว่ามันซึมลึกเข้าไปจนกลายเป็นความเคยชิน

         บทสนทนานั้นไม่มีอะไรมากไปกว่าการวิจารณ์รสชาติของอาหาร เหตุผลที่เดอะ มารีน ได้รับความนิยมนั้นมาจากรสชาติอาหาร ความหลากหลาย และผลลัพธ์พิเศษ ราคาอาจจะแพงไปสักหน่อยแต่มันก็คือความคุ้มค่า ขอเพียงแค่ได้ทานอาหารที่อร่อยก็มีคนจำนวนไม่น้อยยอมที่จะเสียเงินให้มัน มันเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลและราล์ฟไม่ได้หวงสูตรการทำอาหารก็เลยยอมให้คำแนะนำกับซากุระนำไปปรับแก้

         ในมุมมองของราล์ฟ มันเป็นเพียงแค่เกมไม่ใช่สถานที่ที่เขาจะมาเพื่อหาประโยชน์ใส่ตัว ในโลกแห่งความเป็นจริงเขาเพียงพอกับรายได้ปัจจุบันพอแล้ว ดังนั้นไม่ว่าเกมจะดำเนินไปในทิศทางไหน ใครจะก่อสงครามหรือใฝ่หาความยิ่งใหญ่โดยวิธีการที่ยากจะยอมรับได้มันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องเก็บมาใส่ใจ หน้าที่ของเขามีเพียงอย่างเดียวก็คือการทำลายเกม เพื่อเป้าหมายนี้เขาไม่สนด้วยว่าในอนาคตจะเป็นอย่างไร

         เลเจ้นด์ออนไลน์อาจจะเป็นเกมที่สนุกหากคิดจะเล่นฆ่าเวลาในระยะสั้น แต่ถ้าจะจมปลักอยู่กับมันระยะยาวมันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ต่อให้เพิ่มระบบมาแค่ไหนความหากไม่กระทำการใดๆ ที่รับมือกับความละโมบของเพลเยอร์ก็มีแต่จะต้องรอวันถูกปิดสถานเดียว ตอนที่ได้เห็นรูปแบบเกมก็ต้องยอมรับว่าคนออกแบบเกมนั้นมีความคิดที่ไม่เลวเลย แค่มีหลายสิ่งที่ไม่อาจใส่ลงไปในบทของเกมได้ ให้คิดซะว่ามันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้

         หากมอนสเตอร์เก่งเกินไปก็จะทำให้เพลเยอร์ร้องเรียน เพียงเพราะไม่อาจหาวิธีเอาชนะได้ หลายคนกลัวความยากลำบากที่จะเกิดขึ้นจึงไม่อาจยอมรับอุปสรรคในการเล่นเกมได้ ถ้าทำให้มอนสเตอร์อ่อนแอชนิดที่จัดการได้ง่ายๆ ปลายทางสุดท้ายก็จะอยู่ที่การทำสงครามแย่งชิงความเป็นหนึ่งนั่นเอง แต่ทางผู้สร้างเกมก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ยัดใส่ระบบวิวัฒนาการเข้ามาเพื่อรอโอกาสให้พวกมอนสเตอร์นั้นคลาสอัพ

         น่าเสียดายที่ราล์ฟนั้นค้นพบมันได้ด้วยความบังเอิญ จึงขอนำมาใช้ประโยชน์ให้เต็มที่

         ราล์ฟที่กำลังจะชวนเข้าประเด็นสำคัญ ในตอนนั้นกำลังใช้มีดหั่นเนื้อไก่ขึ้นมากิน เวลานั้นซากุระสายตาจับจ้องอยู่ที่สิ่งแปลกปลอมบนมือของเขาเสียก่อน

         “แหวนนั่นคือ?” ซากุระเอ่ยถาม มันไม่แปลกที่จะเห็นผู้ชายสวมแหวนในเกมนี้ แต่รูปทรงของมันมีความเป็นพิเศษ ซึ่งทุกคนสามารถเป็นเจ้าของมันได้ด้วยเควสต์พิเศษ

         ราล์ฟมองไปที่มือตัวเองแล้วตอบด้วยน้ำเสียงปกติไม่ได้ตื่นเต้นหรือตกใจที่มันถูกเปิดเผย

         “แหวนหมั้นน่ะ”

         “ขอทายนะคะ” ซากุระเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย แต่ราล์ฟกลับรู้สึกแปลกๆ กับรอยยิ้มนั่นมาก เหมือนจะไม่ยินดีกับสิ่งที่ได้รับรู้ในครั้งนี้ “คุณนิมป์ใช่หรือเปล่าคะ”

         “อ่ามันช่วยไม่ได้ล่ะนะ เพราะยังไงฉันก็ต้องการความสามารถในการฟื้นฟู MP ที่รวดเร็วขึ้น”

         “ก่อนหน้านี้ที่บอกว่าไปทำอะไรนิดหน่อยมาคงไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องนี้สินะคะ?”

         “ใช่ ไปที่โบสถ์ลงทะเบียนทำเควสต์แต่งงานน่ะ” ตอบกลับไปแบบไม่หยี่ระ ราล์ฟมองความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในเกมเป็นแค่ระบบ ความสัมพันธ์เชิงรักใคร่จึงไม่ได้มีอยู่จริง “มีปัญหาอะไรงั้นเหรอ?”

         “มีแน่นอนค่ะ ทำไมคนคนนั้นถึงไม่ใช่ดิฉันล่ะคะ” ซากุระแกล้งถามออกไป ทั้งที่เข้าใจดีว่าราล์ฟมองว่าการแต่งงานภายในเกมอาจจะดูเหมือนกับการจำลองการใช้ชีวิตคู่ แต่ยังไงมันก็เป็นแค่เกม

         สมัยก่อนที่จะมีเกมเสมือนจริงก็มีคนจำนวนไม่น้อยใช้วิธีการสร้างไอดีสำรองขึ้นมาและทำการแต่งงานกับตัวเอง เพื่อให้ได้ค่าสถานะกับสกิลพิเศษ ทั้งหมดที่ทำไปก็เพื่อความสวยงามและความโดดเด่น บางครั้งก็เพื่อให้ได้เปรียบในการเก็บเลเวล

         ราล์ฟพูดอะไรไม่ออกไปพักหนึ่ง ก่อนจะอธิบายด้วยน้ำเสียงปกติ “เพราะสถานะของเธอกับฉันมันแตกต่างกันยังไงล่ะ ตอนนี้เป็นถึงหัวหน้าสมาพันธ์การกระทำทุกอย่างของเธอจะเป็นที่ถูกจับตา ส่วนฉันก็เป็นเพียงแค่หัวหน้ากิลด์เล็กๆ ที่ไม่ได้สำคัญอะไรมาก”

         “ขนาดไม่สำคัญแต่ก็ยังถล่มสมาพันธ์วอร์ลอร์ดได้ด้วยกำลังคนเพียงเล็กน้อย”

         “เพราะการป้องกันที่อ่อนแอต่างหาก ในกรณีที่พวกอสูรสงครามอยู่กันครบโอกาสชนะก็แทบจะไม่มีเลย”

         “แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้นะคะว่ากิลด์แพนโดร่ากลายเป็นกิลด์ที่น่าจับตามองเป็นที่สุด”

         “เอาเถอะ ว่าแต่พวกเราจะคุยเรื่องนี้กันต่อหรือจะกลับเข้าประเด็นหลัก”

         ซากุระอมยิ้มและเริ่มอธิบายถึงการเตรียมพร้อมของเธอเอง หลังจากที่ได้ฟังจำนวนผู้ติดตามเบื้องต้นกับจำนวนที่ยานพาหนะรับได้ทั้งสิ้นราวๆ ห้าร้อยคน ถือว่าเป็นยานลำที่ใหญ่มาก ซากุระตัดสินใจว่าจะพาคนไปสักสามร้อยคนโดยคัดกรองเฉพาะบุคลากรที่มีฝีมืออันโดดเด่น และส่วนที่เหลือยกให้เป็นโอกาสของสมาคมคนโอตาคุที่ราล์ฟตัดสินใจจะพาไปด้วย

         ราล์ฟกางกระดาษ มันเป็นแผนที่ของอาณาจักรเงือกที่เขาใช้ดวงตาแห่งฮอรัสมองและวาดมันขึ้นมา เส้นทางทั้งหมดทุกซอกทุกมุมถูกบันทึกลงในกระดาษแผ่นนี้จนหมด จากนั้นก็ได้อธิบายปฏิบัติการที่คิดเอาไว้ ข้อดีของการพูดคุยกับซากุระคือการที่เธอคนที่มองอะไรรอบคอบ ทั้งสองคนช่วยกันอนุมานความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดขึ้น จำลองสถานการณ์หลายอย่างมาก รวมไปถึงไพ่ตายลับที่ทางอาณาจักรเงือกมีเก็บเอาไว้

         ปัญหาก็คือยังไม่มีการทดสอบอานุภาพของอาวุธทางฝั่งของตนเอง ถ้าจะมีก็แค่การฝึกจู่โจมใต้ทะเล มีการฝึกซ้อมจังหวะและค่ายกล จากการที่ราล์ฟเคยต่อสู้กับมนุษย์เงือกมาก่อน พลังฝีมือของพวกนั้นไม่ใช่เล่นๆ จึงต้องกำหนดคลาสและเลเวลขั้นต่ำเอาไว้ด้วย อาวุธจะต้องเป็นของที่ดีที่สุดเพื่อไม่ให้เสียเปรียบมากจนเกินไป โดยทางซากุระได้จัดเตรียมเอาไว้หมดแล้ว

         “ทางเราค่อนข้างจะเสียเปรียบในเรื่องของจำนวนนะคะ ไหนจะเรื่องไพ่ตายของศัตรูที่อันตรายนั่นอีก มิหนำซ้ำศัตรูที่ต้องเผชิญหน้าก็สามารถควบคุมน้ำให้โจมตีได้อย่างอิสระ สมรภูมิใต้ทะเลแบบนั้นโอกาสชนะแทบจะเป็นศูนย์”

         “คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ไม่ใช่มนุษย์เงือกทุกตัวที่จะทำได้ อีกอย่างขอแค่เข้าถึงตัวเนรอสได้ชัยชนะก็จะเป็นของพวกเราทันที” ราล์ฟกล่าวด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยเลิศนัยบางอย่าง ซากุระพยักหน้าตอบรับ

         เพื่อให้ซากุระเตรียมพร้อมจึงยกแผนที่ฉบับคัดลอกให้ไปเตรียมการ มันสำคัญมากในการกำหนดกลยุทธ์ โดยเฉพาะจำนวนสมาชิกที่มีอยู่จำกัด หลังจากที่พาซากุระกลับไปส่งเป็นที่เรียบร้อยเขาก็มุ่งหน้าไปสะสางปัญหาต่างๆ ใช้เวลาทั้งหมดที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 

กว่าจะได้พักผ่อนก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืน ที่เกาะส่วนตัวนั้นค่อนข้างจะมืดถ้าไม่ใช่ว่ามีแสงไฟมาจากทางท้ายเกาะ ราล์ฟกลับเข้ามาและล้มตัวลงนอนบนโซฟาใกล้ๆ กับเตียงนอนของคิริที่อยู่ติดกันก่อนจะผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว

         ในตอนเช้าของวันถัดมา ราล์ฟตื่นขึ้นมาก็เป็นตอนที่ได้ยินเสียงใครบางคนกำลังรื้อค้นหาอะไรบางอย่างในตู้เย็น เงยหน้าขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นเทพสงครามที่มาหาข้าวเช้ากิน ที่ด้านนอกบ้านมีนกยักษ์นอนตายอยู่และกำลังถูกหญิงสาวเผ่าอันเดธชำแหละร่างของมันอย่างคล่องแคล่ว ไม่กี่นาทีก็จัดการจับถอนขนเลาะเนื้อกับเครื่องในออกมาแยกใส่กล่องวัตถุดิบทันที

         เทพสงครามไม่ค่อยจะอยู่ที่เกาะนานนัก มาถึงก็แค่เอาข้าวกล่องสำหรับหนึ่งวัน ก่อนจากก็ให้คำแนะนำสุริยันในการฝึกฝนวิชา จนวิชาดาบนั้นพัฒนาขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก หลังจากที่เทพสงครามออกไปแล้ว เจ้าหมีที่อยู่ด้วยตลอดก็ถูกเรียกออกไปในเวลาไล่เลี่ยกัน สถานที่แห่งนี้จึงเหลือแค่สมาชิกกิลด์แพนโดร่าเท่านั้น

         “อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่ราล์ฟ” อารินสวมชุดนอนเดินลากตุ๊กตามาด้วย เดินไปหยิบแก้วเปิดน้ำก๊อกดื่ม

         “เมื่อคืนนอนดึกหรือไง”

         “ค่ะ ก็น้ำยามันหมดสต็อกแล้วนี่คะ”

         มันเป็นผลลัพธ์ของการที่แต่ละสมาพันธ์ต่างก็มีนักปรุงยาเป็นส่วนตัว ปกติแล้วจะมีการปรุงยาป้อนสู่ตลาดน้ำยาเสมอ เพราะระบบเกมจะไม่สร้างมันขึ้นมาเด็ดขาด แต่จะเป็นพวกนักปรุงยาหรือ NPC เฉพาะที่ทำขายอย่างจำกัด และเมื่อพวกเขามีนักปรุงยาเป็นของตนเองเควสต์หาสมุนไพรจึงไม่เป็นที่นิยมอีกต่อไป พวกเขาจะหาคนไปเก็บเกี่ยวฟาร์มพวกมันมาและผลิตให้ตนเองใช้

         นั่นทำให้ร้านน้องเหมียวสี่ขามีงานล้นมือเพราะทำออกไปวางขายไม่กี่นาทีก็หมดสต็อก ขนาดอารินเพิ่มราคาขึ้นแล้วขึ้นอีกก็ยังมีคนยอมเสียเงินซื้อไปเก็บไว้อยู่ดี ถ้าไม่ใช่เพราะสมุนไพรหลักๆ ถูกปลูกไว้ที่เกาะส่วนตัวรวมไปถึงในอาณาจักรอสูร ร้านน้องเหมียวสี่ขาก็อาจจะต้องปิดกิจการเพราะหาซื้อสมุนไพรหลักไม่ได้

         “พี่แนะนำให้ยึดมั่นแนวทางเดิมเข้าไว้จะดีที่สุดนะ”

         อารินใจดีเกินไปจนไม่รู้ตัวเลยว่าอันตรายกำลังเข้ามาหา ตลาดที่ขาดแคลนน้ำยาส่งผลให้ความต้องการเพิ่มสูงขึ้นจนน่าตกใจ ทว่าการตอบสนองอุปสงค์เหล่านั้นเป็นเรื่องยากมาก ถึงขนาดที่ว่ามีคนเฝ้ารอร้านน้องเหมียวสี่ขาเปิดเพื่อกว้านซื้อน้ำยาไปขายต่อในราคาแพง ถ้าไม่ใช่เพราะอาคมคอยจัดการพวกก่อความวุ่นวาย คงมีคนจำนวนไม่น้อยประท้วงเพื่อกดดันให้เพิ่มปริมาณในการวางขาย

         “ว่าแต่พี่ชายหายไปไหนเหรอคะ?”

         ราล์ฟขยับแว่นตาเล็กน้อยแล้วตอบว่า “อย่าเหมารวมพี่กับพี่ชายของเธอเป็นแพ็คเกจเดียวกันสิ อย่างหมอนั่นน่ะที่ที่จะไปมีอยู่ไม่มากหรอก โดยเฉพาะเวลาแบบนี้”

         ถึงจะไม่รู้แต่ก็พอจะเดาได้ว่าหายไปไหน อาคมเป็นผู้ชายที่ดื้อรั้นเอามากๆ ถึงปากจะพูดว่าอยากอยู่กับน้องสาวแต่เอาเข้าจริงๆ พอละสายตาก็จะไปล้างบางดันเจี้ยนเก็บวัตถุดิบส่งขายหาเงินมาใช้จ่าย ถึงอาคมจะมีรายได้จากการเป็นหุ้นส่วนของร้าน แต่ที่จริงแล้วยกให้อารินทั้งหมดเลย ยิ่งใกล้เวลาจะได้ลงไปชำระแค้นกับพวกมนุษย์เงือกก็ต้องกดดันตัวเองให้หนักขึ้นไปอีก

         นิมป์กลับเข้ามาเตรียมอาหารเช้าให้ ในระหว่างนั้นหลายคนก็ทยอยกันตื่นและมาหาที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น พวกสัตว์เลี้ยงตัวไม่ใหญ่มากก็ถูกพามานั่งอยู่ตรงหน้าชามของตนเอง โดยอารินกำลังแจกจ่ายอาหารให้แต่ละตัวตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย จนเมื่ออาหารเช้าถูกเตรียมจัดวางบนโต๊ะเรียบร้อยอาคมก็แวบกลับมาราวกับรู้หน้าที่ นิมป์จัดข้าวกล่องแยกเอาไว้ให้เดฟอนอีกคนหนึ่งและมานั่งรวมกลุ่มด้วย

         “ชักจะรู้สึกว่ามันเหมือนเป็นเกมจำลองชีวิตคู่ยังไงไม่รู้สิ” อาคมเปรยขึ้นหลังได้เห็นว่านิมป์ทำตัวเป็นแม่ศรีเรือนคอยจัดเตรียมอาหารเช้าทุกวัน ไม่ใช่ว่ารังเกียจเรื่องแบบนี้ก็แค่รู้สึกว่ามันห่างไกลจากคำว่า เกม ขึ้นเยอะ

         “ก็ตรงตามคอนเซ็ปที่ว่า เสมือนจริง ดีนี่นา” ราล์ฟเห็นต่างจากอาคมนิดหน่อย แต่ถ้าหากว่ามันมีระบบขับถ่ายมาด้วยคงเป็นอะไรที่ขำไม่ออกแน่ “ถึงฉันจะไม่ได้คาดหวังอะไรกับคำเสมือนจริง แต่ก็ต้องยอมรับว่าทำได้ไม่เลวเลย”

         หลังจากที่ทานอาหารเสร็จก็ได้เวลาแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเอง อาคมจะไปกับอารินเพื่อคุ้มครองระหว่างเก็บสมุนไพร สุริยันกับจันทราร้องขอสิทธิ์ในการออกไปเดินเล่นข้างนอกซึ่งราล์ฟก็อนุญาตให้ไปได้พร้อมกับให้คิริกับลิชตามไปคุ้มครองด้วย

         ภารกิจหลักของวันนี้คือการทำเควสต์แต่งงาน มันเป็นเรื่องที่ยากเพราะจำเป็นจะต้องตั้งปาร์ตี้เป็นคู่รัก รับเควสต์พิเศษที่จะต้องไปจัดการกับบอสมอนสเตอร์ตามรายชื่อที่ได้รับมา จุดประสงค์ของมันก็คือการร่วมมือกับคู่รักฝ่าฟันอุปสรรคที่แสนจะอันตราย สิ่งที่ยากที่สุดก็คือการค้นหาสถานที่ที่บอสมอนสเตอร์ประจำอยู่ในดันเจี้ยน ต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการทำให้มันเป็นเควสต์ที่ยากที่สุด

         แหวนหมั้นที่ราล์ฟกับนิมป์สวมอยู่นั้นหาซื้อได้จากโบสถ์ มีคุณสมบัติพิเศษก็คือ หากคนใดคนหนึ่งเสียชีวิตอีกฝ่ายก็จะเสียชีวิตตามไปด้วย เหมือนกับเป็นแหวนคำสาปที่ห้ามไม่ให้คนใดคนหนึ่งต้องตาย ในช่วงนี้จำเป็นอย่างมากที่จะต้องรักษาชีวิตของอีกคนหนึ่งเอาไว้ หากพลาดทำให้คู่หมั้นถึงแก่ความตายจะต้องรออีกหนึ่งเดือนถึงจะได้รับสิทธิ์ให้ลงทะเบียนแต่งงานใหม่

         มันเป็นเวลานานมากที่ราล์ฟไม่ได้ย่างกรายเข้ามาในโบสถ์แบบนี้ ถึงเขาจะมีอาชีพเป็นนักบวชก็ตาม แต่หลังจากที่ซื้อทักษะประจำอาชีพครบก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องมาที่นี่อีก

         นักบวชหลายคนมารอรับทำเควสต์เพื่อเรียนรู้ทักษะ เป็นเฉพาะพวกที่ไม่มีเงินซื้อตำราทักษะประจำอาชีพ ต้องทำงานแลกสิทธิ์ในการเรียนรู้ทักษะพื้นฐานอย่าง ฮีล เร่งความเร็ว เบลสซิ่ง เท่านั้น ในจำนวนนักบวชเหล่านั้นร้อยละแปดสิบเป็นผู้หญิง ที่เหลือเป็นผู้ชาย แต่จะว่าไปแล้วเผ่าพันธุ์ที่เห็นเดินผ่านไปมามากที่สุดกลับเป็นเผ่าแมว ก็เข้าใจได้ทันทีว่าสาเหตุมาจากความนิยมในตัวของนักบวชแมวเหมียวนั่นเอง

         ดังนั้นแล้วตอนที่หลายคนมองเห็นราล์ฟในชุดนักบวชแบบพิเศษที่สวมใส่ตอนลงประลองยุทธ์ก็มีเสียงพึมพำดังแว่วมาให้ได้ยินอยู่ มันเป็นชุดนักบวชที่หายากมากในดันเจี้ยนมีคุณสมบัติช่วยฟื้นฟู MP ด้วย ชุดนี้จำกัดคลาสทหารเท่านั้น โดยเบื้องต้นถือว่าเป็นชุดป้องกันที่แย่ แต่ในด้านคุณสมบัติถือว่าไม่เลวเลยล่ะ

         เพราะมันเป็นชุดที่โอกาสดรอปค่อนข้างยาก นอกจากคุณสมบัติดังกล่าวแล้วก็แทบจะไม่มีนักบวชคนใดใส่อีก แต่พอมันกลายเป็นกระแสนิยมชุดนี้ก็มีราคาเพิ่มขึ้นสูงจนน่าตกใจ

         “เป็นนักบวชที่แปลกมากเลยนะคะ”

         ที่ว่าแปลกหมายถึงอาวุธที่พวกนั้นพกกันไม่ใช่พวกคทาสำหรับฮีลเลอร์ แต่เป็นดาบที่สะพายอยู่ด้านหลังทำให้ภาพลักษณ์เหมือนนักดาบมากกว่านักบวช คงเป็นกระแสอยู่ช่วงหนึ่งแต่พอรู้ว่าไม่อาจเก่งขึ้นได้เดียวก็เลิกกันเอง

         “ก็แค่พวกที่ชอบเลียนแบบนั่นแหละ อย่าไปใส่ใจเลย” ราล์ฟหยุดพูดเมื่อเห็นว่ามีใครบางคนเดินเข้ามาขวางทาง เป็นกลุ่มเพลเยอร์ที่ดูแข็งแกร่งเอาเรื่องพวกนี้ไม่ใช่นักบวชด้วยซ้ำ “ขวางทางแบบนี้ไม่ใช่ว่าเป็นการกระทำที่เสียมารยาทหรอกหรือไง”

         “อ้าว! พวกเราขวางทางงั้นเหรอ?” ชายคนนั้นทำหน้าแปลกใจ และยังใช้น้ำเสียงที่ฟังดูเสแสร้งแบบสุดๆ

         ราล์ฟไม่ได้อยากจะเสียเวลาเสวนาด้วย วันนี้มีเรื่องให้ต้องทำอีกตั้งมากมายการจะมาเสียเวลาทำเรื่องไม่เป็นเรื่องอาจจะทำให้กำหนดการต่างๆ ล้าช้าไป ซึ่งสำหรับคนที่มีเวลาจำกัดนั้นยากที่จะยอมรับมันได้

         “ชุดสวยดีนี่นา ซื้อมาจากที่ไหนงั้นเหรอ?”

         พอถูกกดดันด้วยคำพูดแบบกลุ่มนักเลง ก็เห็นนิมป์ก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของเขา ทำตัวลีบเล็กเหมือนกับกลัวอะไรบางอย่าง ราล์ฟจึงต้องยื่นมือออกไปขวางเอาไว้ และยอมให้ชายคนนั้นเอามือมาจับชุดของเขาเอง

         “มีอะไรก็ว่ามา ฉันไม่มีเวลาว่างจะเล่นด้วยนักหรอกนะ”

         “พอดีพวกเราอยากได้น่ะนะ ว่าจะขอซื้อต่อสักหน่อย สักสองแสนเหรียญทองเป็นยังไง”

         ราล์ฟไม่เสียเวลาพูดให้มากความ เปิดหน้าต่างระบบแล้วเปลี่ยนเครื่องแบบเป็นชุดนักบวชคลาสขุนนางแทนตัวเดิม แล้วเรียกชุดเจ้าปัญหานั่นออกมา เนื่องจากมันเป็นชุดพิเศษที่หายากมากจึงไม่มีทางซื้อขายกันในราคาสองแสนเหรียญทองแน่นอน

         “ถ้าจะยอมซื้อในราคาสองแสนจริงๆ ก็เอาสิ”

         ไม่มีความเสียดายแสดงออกมาทางใบหน้า ที่จริงชุดตัวนี้เขาซื้อมันมาในราคาไม่กี่หมื่นเหรียญทอง มองยังไงก็ได้กำไรมากโข ถ้ามันช่วยให้จบปัญหาได้โดยเร็วก็ถือว่ามันมีประโยชน์มากแล้ว

         “จะดีเหรอคะ? ชุดนั่นราคาตลาดตอนนี้ทะยานไปถึงห้าแสนแล้วนะคะ” นิมป์ร้องเตือน เธอเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่สำรวจราคาตลาดอย่างต่อเนื่องและรู้ด้วยว่าเหตุผลที่ชุดตัวนี้มีราคาแพงก็เป็นเพราะชื่อเสียงของราล์ฟนั่นเอง มีคนจำนวนไม่น้อยคิดจะแต่งตัวเลียนแบบ ร้อยศาสตราที่แสนจะเก่งกาจคนนั้น

         “ยัยนี่!” ชายคนนั้นขึ้นเสียงเพราะโดนเปิดโปงความจริง

         ราล์ฟเข้ามาขวางเอาไว้ รู้ดีว่าคนพวกนี้ทำได้แค่ขู่ให้กลัวเท่านั้น ซึ่งมันก็ได้ผลกับนิมป์อย่างมาก แต่ถ้าต้องปะทะกันจริงๆ นิมป์คงใช้เวลาไม่กี่นาทีก็สยบคนพวกนี้ได้หมดด้วยวิชาไอคิโด้ (ที่ถูกพัฒนาโดยเทพสงคราม)

         “ฉันไม่อยากจะพูดคำเดิมเป็นครั้งที่สอง ถ้ายืนยันจะซื้อด้วยราคานั้นก็ตกลง เชิญเอาชุดตัวนี้ไปได้เลย”

         ท่าทางของราล์ฟที่แสดงออกมานั้นเหมือนคนที่ไม่อยากเผชิญหน้ากับปัญหา แค่หาทางให้มันจบลงโดยสันติวิธี คนพวกนั้นได้เห็นก็ย่ามใจและคิดว่าตนเองคงโชคดีที่เจอคนที่พูดด้วยง่าย ไม่มีท่าทางขัดขืนหรือต่อต้าน หลังจากที่แลกเปลี่ยนกันเสร็จแล้วคนพวกนั้นก็ยอมเดินจากไปเพื่อนำไปเปลี่ยนเป็นเงินโดยเร็วที่สุด

         จากนั้นทั้งสองคนก็เดินทางไปพบกับ NPC บาทหลวงที่รับหน้าที่มอบเควสต์ต่างๆ ให้ เพราะมีนักบวชอยู่เป็นจำนวนมากก็เลยต้องรอเวลากว่าจะได้โอกาสเข้าไปพูดคุยด้วย บาทหลวงท่านนั้นเห็นว่าทั้งสองคนสวมแหวนหมั้นทำให้บทพูดมันเปลี่ยนไป สีหน้าดูมีความสุขไม่น้อยก่อนจะกล่าวอวยพให้และมอบหมายเควสต์พิสูจน์รักแท้

         มีหน้าต่างเควสต์ใหม่ขึ้นมา เนื้อหาของมันคืออย่างแรกให้ไปหาไอเทมมา ซึ่งมันเป็นไอเทมชนิดพิเศษที่จะดรอปได้หลังจากรับเควสต์เท่านั้น ไม่สามารถหาซื้อที่ไหนได้ มีการระบุตัวมอนสเตอร์ที่จะมอบไอเทมเหล่านั้นให้ พร้อมด้วยตำแหน่งที่อยู่ของพวกมัน ราล์ฟและนิมป์ก็เร่งเดินทางกันในทันที มันมีเงื่อนไขที่ว่าจะต้องร่วมมือกับคู่รักในการค้นหาไอเทมและต่อสู้ไปพร้อมกัน ถ้าอยู่ห่างกันเกิน 100 เมตรจะไม่มีโอกาสได้รับไอเทม

         หาไอเทมได้จากดันเจี้ยนแต่สถานที่พวกนั้นล้วนแล้วถูกกิลด์อื่นจับจองพื้นที่เอาไว้หมด พวกนี้ทำงานภายใต้สมาพันธ์วอร์ลอร์ดและกำลังสนุกสนานอยู่กับการฟาร์มวัตถุดิบสร้างไอเทม โดยราล์ฟใช้วิธีเจรจาก่อนเบื้องต้น

         “ไม่ได้ๆ ที่นี่อยู่ในความดูแลของพวกเรากิลด์นพเก้า ถ้าอยากจะทำเควสต์นั่นก็เอาไว้รออาทิตย์หน้าก็แล้วกัน”

         “เหอะ! จะแต่งงานหรืออะไรก็ไม่รู้ล่ะ ยังไงก็ไม่ใช่เรื่องของพวกข้านี่หว่า รีบไปให้ไกลๆ ได้แล้วถ้าไม่อยากเจ็บตัว”

         “ดูไอ้หมอนี่สิ มีแฟนเป็นสาวตกกระด้วย รสนิยมแย่ชะมัด ฮ่าๆๆ”

         พอมันกลายเป็นแบบนี้แล้วราล์ฟก็ไม่คิดจะเจรจาอีกต่อไป แค่เรียกดาบออกมาโจมตีในชั่วอึดใจเป็นเรื่องง่ายดายมาก ยิ่งราล์ฟมีความชำนาญในเรื่องของการใช้คมดาบอยู่ทำให้เปล่งประสิทธิภาพออกมาได้อย่างน่ากลัวและรุนแรง ไม่ใช่ว่าพวกคนกลุ่มนั้นกระจอก แต่เป็นเพราะราล์ฟแข็งแกร่งเกินไป เพียงไม่กี่นาทีที่ศัตรูตื่นตัวและเตรียมพร้อมจะต่อสู้ก็กลายเป็นว่าถูกสังหารทิ้งจนหมด

         เขาเก็บดาบและหันไปพูดปลอบกับนิมป์ “ไม่ต้องไปใส่ใจคำพูดของพวกนี้หรอก ก็แค่การแสดงออกที่พยายามยกตัวเองให้ดูสูงขึ้นเท่านั้นเอง”

         ใช้ดวงตาแห่งฮอรัสดูก็จะเห็นว่ายังมีคนแย่งพื้นที่ล่ามอนสเตอร์เป็นที่เรียบร้อย เข้าใจดีว่ามันเป็นเกมที่ใครดีใครได้ เพราะฉะนั้นราล์ฟจึงไม่มีความสำนึกหรือรู้สึกผิดใดๆ ที่จะใช้วิธีหนามยอกเอาหนามบ่ง ชิงลงมือจัดการโดยไม่พูดไม่จาอะไรทั้งสิ้น โดยที่คนเหล่านั้นได้แต่ก่นด่าสาปแช่งอยู่ในใจหลังรู้ตัวแล้วว่าไม่มีทางจะเอาชนะคนที่แข็งแกร่งขนาดนั้นได้ ซึ่งสิ่งที่ราล์ฟทำนั้นก็เป็นวิธีการเดียวกันกับที่พวกกิลด์ที่บ้าอำนาจใช้กัน

         มันคือกฎที่ผู้เข้มแข็งกลืนกินผู้อ่อนแอกว่า

         แม้ว่าอีกฝ่ายจะใช้คำพูดข่มขู่ให้หวาดกลัวถึงผลลัพธ์ แต่เชื่อเถอะว่าราล์ฟไม่เคยเก็บคำพูดเหล่านั้นมาใส่ใจ และพร้อมจะรับมือกับปัญหาที่จะตามมาได้อย่างเยือกเย็นและรุนแรงที่สุดด้วย

         ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าเกมนี้ไม่มีความรุนแรง ถึงจะมีรูปแบบเกมที่อิสระเป็นทางเลือกให้ทำในสิ่งที่อยากทำ แต่ที่เห็นกันอยู่ทุกวันคือการตัดสินด้วยความรุนแรง มันกลายเป็นมาตรฐานที่พวกนักเล่นเกมใช้ตัดสินปัญหากัน

         “มีอะไรหรือเปล่า?” เขาเอ่ยถาม นิมป์สะบัดหน้ารัวเร็วและเดินตามไปติดๆ

         มาถึงตำแหน่งที่มีมอนสเตอร์ถือกำเนิดเยอะที่สุดก็เริ่มลงมือสังหาร ธรรมดาแล้วทุกคนจะใช้วิธีการต่อสู้ 1 ต่อ 1 หรือไม่ก็ 2 ต่อ 1 แต่เวลาในการฆ่าของแต่ละคนนั้นหนึ่งชั่วโมงอาจจะได้ราวๆ 1520 ตัวโดยประมาณ ทว่าในกรณีของราล์ฟแล้วไม่มีความจำเป็นจะต้องไปทำอะไรแบบนั้น เพียงยืนใช้ความคิด คมดาบนับร้อยเล่มก็บินฉวัดเฉวียนไล่ปลิดชีพมอนสเตอร์อย่างรวดเร็ว พวกมันพยายามวิ่งหนีแต่ก็ไม่รอดพ้นคมดาบที่เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ

         ค่ายกลดาบเป็นเพียงการควบคุมตำแหน่งของอาวุธแต่ละเล่มให้เคลื่อนที่ในทิศทางที่ตายตัว แต่ในกรณีที่มีหลายเล่มก็ทำให้มันดูเหมือนเป็นดาบที่บินได้อย่างอิสระ ถ้าเป็นคนที่มีฝีมือเข้าหน่อยก็คงป้องกันการโจมตีนี้ได้ไม่ยาก

         นิมป์ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย ทั้งที่เควสต์นี้คู่รักจะต้องช่วยกันสังหารให้ได้มากที่สุด เนื่องจากอัตราการดรอปของไอเทมนั้นมีน้อยมากจนแทบจะเป็นไปไม่ได้ บางคู่อาจจะต้องใช้เวลากว่าหนึ่งสัปดาห์ในการหาไอเทมสักหนึ่งชิ้น นี่เป็นสิ่งที่ช่วยให้คู่รักหลายคนเข้าใจว่า การแต่งงานนั้นเป็นเรื่องยาก แต่การหย่าร้างกลับทำได้ง่ายสุดๆ อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่มีระบบแต่งงานเข้ามาก็ยังไม่มีคู่รักคนไหนเลิกรากันเลย

         ราล์ฟสังหารไปตัวแล้วตัวเล่า นิมป์มีหน้าที่ในการชำแหละศพเพื่อแยกไอเทมมาเก็บไว้ เมื่อหมดก็พักฟื้นฟูพลังทั้งหมดเงียบๆ รอคอยการเกิดของมอนสเตอร์ฝูงใหม่และไล่ฆ่าอีกครั้ง มันเสียเวลาไปเยอะมากแต่ในที่สุดโชคก็เข้าข้างเมื่อ ไอเทมรูปหัวใจสีแดงสลักคำว่า ‘Love Forever’ ดรอปลงมา ต้องการมันอีก 29 ชิ้น ถือเป็นงานที่หนักเอาเรื่องได้แต่หวังว่าการทำเควสต์แต่งงานจะไม่ยุ่งยากจนเกินไป

         สามชั่วโมงผ่านไปเป็นเวลากว่าบ่ายโมง ราล์ฟเห็นว่าจัดการพวกมันไปได้เป็นจำนวนมากแล้ว แต่นิมป์ก็ยังไม่ได้รายงานว่าได้สิ่งที่ต้องการครบหรือยัง ตอนนี้ด้านหลังมีแต่ซากมอนสเตอร์ที่ถูกชำแหละเอาไว้เป็นวัตถุดิบอาหาร ชิ้นส่วนสำหรับขายให้กับร้านวัตถุดิบเพื่อนำไปสร้างอาวุธและอุปกรณ์ ส่วนหนึ่งคงจะต้องทำแบบนั้น ที่เหลือก็เอาไปมอบให้กับอาณาจักรอสูรเพื่อดูว่าจะทำอะไรกับมันได้บ้าง

         “เท่าไหร่แล้ว?”

         “สิบเก้าชิ้นแล้วค่ะ” คำตอบที่ได้รับทำให้ราล์ฟรู้สึกเหนื่อยขึ้นมา ถ้าไม่ใช่เพราะค่ายกลดาบไม่มั่นใจว่าจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ถึงจะได้ครบแต่ก็ไล่ล่าใช้ค่ายกลดาบต่อไป

         ไม่ต้องพูดถึงค่าใช้จ่ายจากทักษะที่ร้ายกาจเหล่านี้ มีน้ำปั่นที่ช่วยฟื้นค่าพลังได้ถึงจะเล็กน้อยแต่ก็ยังช่วยได้ น้ำยาที่ต้องใช้ระหว่างต่อสู้ หนึ่งชั่วโมงก็ผลาญเงินไปราวๆ 10,000 เหรียญทองเห็นจะได้ ต่อให้เอาวัตถุดิบไปขายจะได้ถึง 100 เหรียญทองหรือเปล่าก็ไม่รู้ บอกได้เลยว่าการทำแบบนี้ขาดทุนไม่น้อย

         แต่หลังจากนั้นเป็นโชคดีแบบติดๆ เพราะมันได้ติดกันถึงสามชิ้น ใช้เวลาอีกหนึ่งชั่วโมงในที่สุดก็เก็บได้ครบหมด รวมจำนวนที่ฆ่าไปก็ราวๆ หนึ่งพันตัวเห็นจะได้ ราล์ฟถึงกับหมดแรงนั่งพักฟื้นพลังรอให้นิมป์จัดการชำแหละพวกมันจนหมด วัตถุดิบที่อยู่ในลังรวมไปถึงเนื้อเพื่อไม่ให้เสียเวลาก็เลยจัดการเทเลพ็อตไปไว้ในห้องวัตถุดิบของอาณาจักรอสูร

         “เป้าหมายต่อไป” เขาเปิดดูรายชื่อเควสต์ มันไม่ใช่ให้นำไปมอบแก่บาทหลวงแต่เป็น NPC ตัวอื่น ถ้าไม่ใช่เพราะมีคนใจดีทำไกด์บอกวิธีเคลียร์เควสต์เหล่านี้เอาไว้ก็คงเป็นเรื่องยากจริงๆ “เอาไปให้เจ้าของร้านดอกไม้ที่กรีนเบสสินะ”

         ในครั้งนี้ดวงตาแห่งฮอรัสจะมีบทบาทมาก ค้นหาสถานที่ที่ NPC อยู่โดยใช้เวลาเพียงสั้นๆ เพราะมันมีบอกตำแหน่งของร้านเอาไว้ด้วยก็เลยหาเจอได้ง่ายมาก พอเห็นแล้วก็พานิมป์เทเลพ็อตไปยังกรีนเบสโผล่ที่หน้าร้านก่อนที่มันจะปิดพอดี ไม่อย่างนั้นก็คงต้องรอมาส่งเควสต์ในวันหลัง ไอเทมทั้งสามสิบชิ้นถูกส่งไปให้กับเธอคนนั้นก่อนที่เขาจะได้รับเควสต์ใหม่มาอีก

         “แต่งงานงั้นรึ? เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมเสียจริง ข้าจะช่วยพวกเจ้าก็ได้ถ้าหากนำ เมจิก ฟลาวเวอร์ ที่ถือกำเนิดในป่าภูติออกมาได้ มันอาจจะหายากสักหน่อยเพราะมันจะขึ้นในช่วงเที่ยงคืนเพื่ออาบแสงจันทร์ พวกเจ้าก็เก็บมากันคนละต้นก็แล้วกัน”

         นี่ถือเป็นเรื่องที่ยากมาก ถึงจะสามารถออนไลน์ได้อีกหนึ่งวันแต่ราล์ฟก็มีหน้าที่สำคัญที่ข้างนอก ออนไลน์ได้เพียงสองวันก็ถือว่าเต็มที่แล้ว จะไปฝากคนอื่นหาให้ก็เป็นไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เจ้าตัวไปเก็บเองจะไม่มีผล หลังจากปรึกษากับนิมป์แล้วดูเหมือนว่าอาจจะต้องรออีกออนไลน์รอบหน้าค่อยจัดการให้เรียบร้อย ราล์ฟจึงได้คำนวณเวลาออกมาเพื่อนัดเจอกันก่อนเที่ยงคืน (ในเกม) เพื่อที่จะได้ไปหาดอกไม้โดยไม่ให้รบกวนเวลามากนัก

         ดังนั้นพอมีเวลาเหลือราล์ฟกับนิมป์ก็แยกกันไปทำเรื่องส่วนตัว เขาไปส่งนิมป์ยังเมืองที่ต้องการจะไปและพาตัวเองไปยังอาณาจักรอสูรเพื่อปรับปรุงระบบการปกครองให้มันดีขึ้น

ทุกอย่างที่นี่ดำเนินไปได้เป็นอย่างดีมากและพวกมันก็เป็นนักรบที่น่าภาคภูมิใจ มีการปะทะกันเกิดขึ้นประปรายแต่ก็ยังควบคุมสถานการณ์ได้ ผลผลิตจากการเกษตรแรกให้ผลลัพธ์ที่ดีมาก ไม่คิดว่ามันจะใช้เวลาที่รวดเร็วจนน่าตกใจ อาจเพราะเป็นเกมด้วยก็ได้ที่ทำให้เกิดเรื่องน่าอัศจรรย์ขึ้น

         มีการแบ่งปันผลผลิตแจกจ่ายให้กับพวกประชากรอสูรทั้งหลายในเมือง อีกส่วนหนึ่งเก็บเข้าคลังของส่วนกลางเพื่อใช้เป็นเสบียงสำรอง อย่างไรก็ตามพวกมันหาผักหาหญ้ากินเองด้วยได้ ในช่วงนี้ราล์ฟจึงอยากให้มันใช้วิธีการพัฒนาในรูปแบบของการปกครองแบบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันไปก่อน น่าจะต้องใช้เวลาอีก 1 – 2 เดือน เพื่อพร้อมจะทำสงครามขยายพื้นที่

         ถ้าทุกอย่างไปได้สวยก็จะเริ่มทำการสร้างเงินตรารูปแบบใหม่ขึ้นมาใช้ ไม่ได้หวังให้ระบบยอมรับแค่ให้มันมีอัตราแลกเปลี่ยนเงินทองภายในอาณาจักร โดยอาจจะใช้หน่วยเป็น เหรียญอสูร ที่ 1 เหรียญอสูรอาจจะมีมูลค่าเท่ากับ 10 เหรียญทองก็ได้ เนื่องจากต้องการแค่ให้สกุลเงินตรานี้ใช้ได้เฉพาะในอาณาจักรอสูรเพียงเท่านั้น

         สั่งการเสร็จทุกอย่างก็ใช้เวลาไปอีกหนึ่งชั่วโมงในการปรึกษากับซานัคเพื่อป้องกันไม่ให้มีเพลเยอร์เข้ามารุกราน โดยราล์ฟเป็นเพลเยอร์ย่อมรู้ความเคลื่อนไหวจากทางฝั่งนี้เป็นอย่างดี เลยหาทางรับมือได้ตลอดเวลา พวกนั้นคงไม่รู้หรอกว่า ไอ้ที่ประกาศรับสมัครกองกำลังกันป่าวๆ อยู่หน้ากระดานข่าวสารจะกลายมาเป็นบ่วงรัดคอตัวเอง ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือพวกกองกำลังอสูรได้รับอุปกรณ์สวมใส่ที่ดีขึ้นมาก บางตนถึงกับคลาสอัพเป็นตัวอะไรไปแล้วก็ไม่รู้ อาจจะเป็นสายพันธุ์พิเศษก็ได้ซึ่งก็ได้แต่รวบรวมข้อมูลเอาไว้แค่นั้น

         พวกมันกำลังสนุกกับการออกล่าเพลเยอร์ ราล์ฟเหมือนจะคิดผิดที่สอนกลยุทธ์ให้พวกมัน ไม่กลัวว่าสิ่งเหล่านั้นจะย้อนกลับมาทำลายตนเองหรือไม่ เพราะถ้าพวกมันปกครองกันเองได้และพัฒนาจนกลายเป็นอาณาจักรอสูรที่แท้จริง หรืออาจจะมีการสถาปนาจอมมารแห่งยุคขึ้นมา นั่นก็ตรงกับเป้าหมายของเขา ทำให้บทบาทของเพลเยอร์ลดลงโดยการสร้างศัตรูที่ร้ายกาจขึ้นมา พวกนั้นก็จะหันหาเข้าเจรจากันแม้ว่าจะยังคงหักหลังกันอยู่ก็ตาม

         หมดหน้าที่ประจำวันของเขา ก็ยังเหลืออีกหนึ่งหน้าที่คือการไปบอกให้ทางริองเตรียมตัว เพราะเขาจำเป็นจะต้องพึ่งพาความรอบรู้เรื่องของมนตร์ดำและคำสาป ก่อนหน้านี้ที่ได้ปรึกษากันก็ได้มีการปรับเปลี่ยนแผนการนิดหน่อย ริองเลยต้องใช้เวลาในการเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม

         หม้อยาของริองนั้นมีของเหลวสีใสชนิดที่แทบจะไม่รู้เลยว่ามีอยู่ ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นเธอทำท่าทางคนบางอย่างในนั้นกับกลิ่นที่ลอยออกมา ตอนที่มาถึงก็ได้สั่งห้ามไม่ให้เข้าใกล้รัศมีหม้อจนกระทั่งริองควบคุมขวดแก้วให้ลอยอยู่กลางอากาศ ก็มีกระแสลมพัดพาบางสิ่งเข้าไปในขวดนั้นก่อนที่มันจะตกผลึกออกเป็นลูกกลมๆ สีใส เธอตรวจสอบมันด้วยการดมกลิ่นจนมั่นใจแล้วว่าสำเร็จจึงปิดฝา

         “ถ้าจะถามว่าข้าเตรียมของเสร็จหรือยัง บอกได้เลยว่า ยัง ของพวกนั้นต้องใช้เวลาและข้ากำลังทำวัตถุดิบเวทมนตร์ที่แกร่งกล้าขึ้น อ๊ะ! เห็นกระถางสมุนไพรที่อยู่ตรงนั้นหรือเปล่า รบกวนถอนมาให้สักหนึ่งกำมือ แล้วก็อย่าเข้าไปใกล้กระถางใหญ่ที่อยู่ข้างๆ ล่ะ เผ่าแมวอย่างเจ้าอาจจะทนไม่ไหวก็ได้”

         “งั้นเหรอ?” ราล์ฟไม่ใช่พวกที่ชอบท้าทาย เขาจึงเลี่ยงเท่าที่จะทำได้ แต่ดูเหมือนว่าจะโชคร้ายที่อยู่ๆ ลมเกิดเปลี่ยนทิศทางพัดพาเอากลิ่นประหลาดมาเตะจมูก ภาพรอบตัวของเขาก็พลันเบลอและหมุนคว้างจนรู้สึกตัวอีกทีนอนอยู่กับพื้นไปแล้ว

         กระทั่งริองเดินเข้ามาดูอาการ ก่อนจะให้แร็กเนสช่วยยกออกมาจนได้สติกลับคืน

         “ให้ตายสิ บอกแล้วว่าอย่าเข้าไปใกล้ นั่นน่ะหญ้ามอมแมวเชียวนะ”

         “มาทาทาบิ?”

         “คล้ายๆ น่ะ แต่เจ้านี่มันให้ฤทธิ์รุนแรงกว่ามาก ถึงมันจะอันตรายแต่ดอกของมันเป็นสรรพคุณทางยาที่ไม่เลว ถ้าปรับปรุงอีกสักหน่อยคงได้เป็นยาพัลวันจิต ใช้สำหรับควบคุมให้เป้าหมายไร้ซึ่งการขัดขืนและทำทุกอย่างตามที่สั่ง คงได้ผลระยะสั้นๆ เท่านั้น”

         “เพื่ออะไร? สิ่งนี้ค่อนข้างจะอันตรายถ้ามันถูกใช้อย่างแพร่หลาย” ราล์ฟฟังสรรพคุณของมันยังรู้สึกกลัว เขาไม่ต้องการให้สิ่งนี้ปรากฏขึ้นในเกมเพราะมันอันตรายสำหรับคนอื่น ถึงเขาจะพูดเสมอว่าไม่เลือกวิธีการก็ตาม แต่นี่มันเกินไปหน่อย

         “ไม่ต้องห่วงหรอก ข้าไม่คิดจะปล่อยให้มันมีตัวตนอยู่บนโลกนี้มากนักหรอก พืชก็ยังเป็นพืชของมัน แต่กรรมวิธีการในปรุงจะมีเพียงข้าเท่านั้นที่ทำได้ เผื่อเจ้ากังวลมากนักข้าก็จะบอกอีกว่า ต้องเป็นแม่มดคำสาปเท่านั้นถึงจะทำได้ เท่าที่รู้ข้าเป็นคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ หากข้าสิ้นไปแล้วก็จะไม่มีผู้ใดทำได้อีก เนื่องจากข้าจะไม่บันทึกสูตรการสร้างมันเอาไว้เด็ดขาด”

         ราล์ฟพยักหน้าเข้าใจแต่ก็ยังสงสัยอยู่ว่าทำไมริองถึงต้องทำมันขึ้นมาด้วย และคำตอบที่ได้รับกลับมาก็คือ

         “ไม่ใช่ว่าเจ้าอยากช่วยภูตของเจ้าหรือยังไง เพราะฉะนั้นเจ้านี่ก็เลยจำเป็น หรือว่าเจ้ากลัวว่าจะเผยจุดอ่อนของตนเองขึ้นมากันแน่ล่ะ”

         อาจจะเป็นคำถามที่ไม่สมควรถาม แต่ก็เป็นความจริงที่ราล์ฟไม่ชอบให้ตนเองมีจุดอ่อน และจะเคลื่อนไหวก็ต่อเมื่อมั่นใจว่าเอาชนะได้อย่างเด็ดขาด โอกาสที่พลาดพลั้งจึงมีเพียง ความบังเอิญเท่านั้นที่จะทำให้มันเกิดขึ้นได้ แต่ยังไงเขาก็ได้เตรียมรับมือกับความบังเอิญเหล่านั้นล่วงหน้าเสมอ

         ราล์ฟทำเป็นไม่ใส่ใจเรื่องนั้น และได้บอกวันเดินทางที่แน่นอนลงไป ริองเห็นว่ามันเร็วมากแต่ถ้าเร่งมือเตรียมการก็น่าจะทันเฉียดฉิว เนื่องจากมันไม่ใช่การเดินทางที่ไปกลับเมื่อไหร่ก็ได้จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมอย่างรอบคอบ หน้าที่ของริองอาจจะไม่ได้มีเพียงขั้นตอนสุดท้ายของแผนการ แต่ในระหว่างเดินทางตัวเธอก็อาจจะได้รับอันตรายด้วย จึงอยากให้นำอาวุธติดตัวไป

         แต่เหมือนจะกังวลเปล่า แร็กเนสบอกว่าริองนั้นเป็นแม่มดคำสาปที่ใช้เวทมนตร์ได้ร้ายกาจที่สุด ถึงจะจมปลักอยู่กับการทดลองของตัวเองและไม่สนใจสิ่งเร้าภายนอกใดๆ แต่ถ้ามีอันตรายย่างกรายเข้ามาหากไม่ใช่มอนสเตอร์ที่อยู่ในคลาสจักรพรรดิก็ไม่คู่ควรให้เธอชายตามองหรือตื่นตกใจ และได้รู้อีกว่าถึงจะเห็นแบบนี้แต่ริองก็อยู่ในคลาสอัศวิน มีความแข็งแกร่งเหนือกว่าราชาอันเดธบารอตต์เสียอีก

         ได้รู้แบบนี้ก็ค่อยสบายใจ ดูเหมือนว่าเขาอาจจะต้องขอให้ริองช่วยสนับสนุนในระหว่างเดินทางด้วย แต่ถ้าหากมันยังไม่คับขันจริงๆ ก็อยากจะให้พวกนั้นได้มีประสบการณ์ซะบ้าง เอาเป็นว่าถ้าไม่ถึงขั้นเป็นตายก็ไม่อยากจะรบกวนริองมากนัก อย่างไรซะการเดินทางนี้ราล์ฟก็มั่นใจแล้วว่าจะต้องปลอดภัยจนไปถึงเกาะเงือกอย่างแน่นอน แต่เรื่องนี้จะต้องถูกปิดเอาไว้เป็นความลับ

         มันเป็นอะไรที่เหนื่อยสำหรับสายวางแผนที่ต้องดำเนินการเองทุกอย่าง ราล์ฟแตกต่างจากซากุระที่มีคนที่เชื่อใจได้อยู่รอบกาย เพราะไม่มีใครที่ไว้ใจได้จึงต้องดำเนินการเองทุกอย่าง แบกรับความรับผิดชอบที่แสนจะหนักหนาเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว อย่างไรซะมันก็เป็นแผนการที่ทำเพื่อตัวเองอยู่แล้ว

         ราล์ฟล่ำลาแร็กเนสกับริอง วาปไปหาสุริยันกับจันทราที่ปล่อยให้อิสระทั้งวัน จันทรานั้นไม่ได้ไปไหนนอกจากเดินเข้าร้านนู้นนี่นั่นค้าขายสมุนไพรของตนเองและซื้อเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ไปปลูก ส่วนสุริยันก็หาร้านอาหารกินล้างกินผลาญอย่างเอร็ดอร่อย และแวะเข้าร้านทุกร้านเท่าที่เงินในบัตรพอจะมีจ่าย เลยได้เห็นของกินหอบอยู่เต็มวงแขน

         “กลับกันเถอะ”

         “อืม” จันทราตอบรับ วันนี้เธอได้เดินซื้อของที่อยากได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

         “เอ๋! ขอข้าไปที่ร้านตรงฝั่งโน้นอีกสักหน่อยสิ ยังมีของกินอีกเยอะเลยที่อยากซื้อ”

 

         มันเป็นวันที่ฝนตกหนักมากเป็นพิเศษ เจนภพแสดงสีหน้าเคร่งเครียดตอนที่ได้เห็นว่าเสื้อผ้าที่ตากเอาไว้นั้นเปียกแฉะ ไม่ใช่เพราะว่าเขาลืมเก็บมัน แต่เป็นเพราะลมฟ้าลมฝนที่พัดกระหน่ำเทลงมานั้นสาดมาถึงราวตากผ้าตรงนี้ด้วย คงต้องซักเสื้อผ้าใหม่ทั้งหมดและอาจจะต้องยื่นหลังคากันสาดออกไปอีกสักหน่อย

         ไม่ใช่เจนภพคนเดียวที่ไม่พอใจกับสภาพอากาศ แม้แต่ซูหลินเองก็เช่นกัน เลยนำการบ้านรายงานที่ได้รับมอบหมายมานั่งเขียนทำให้เสร็จ พลางฮัมเพลงฮิตของประเทศจีนออกมาเบาๆ เห็นเจนภพยิ้มอ่อนก็ส่งสายตาหาเรื่องขึ้นมาทันที

         “ล้อเลียนเรางั้นหรือ?”

         “ก็แค่แปลกใจน่ะ เป็นผู้ฝึกวิชายุทธ์แต่ไม่คิดเลยว่าจะมีความทันสมัยถึงเพียงนี้”

         “ท่านตาของเรายังใช้โฟโต้ช็อปแต่งภาพเป็นเลย แม้แต่สไกป์ก็ยังใช้ได้”

         “ต่างจากคุณตาหัวโบราณของฉันเลยนะ”

         ขนาดโฮมเพจของสำนักจันทรวารีที่เปิดในฟรีเว็บไซต์ก็เป็นลูกศิษย์ทำขึ้นมาให้ทั้งนั้น แต่ข้างในนั้นแทบจะไม่มีอะไรที่ดึงดูดคนได้เลย โดยเฉพาะหน้าเว็บไซต์ที่ระบุความต้องการแรกกลางหน้าจอว่า ต้องการศิษย์น้องหญิง เป็นธรรมดาแล้วล่ะที่จะถูกเมินเฉย

         “คุณชอบฟังเพลงอะไร?”

         “เพลงที่ไม่มีเนื้อร้อง” เขาตอบนิ่งๆ และอธิบายต่อว่า “มันช่วยให้ผ่อนคลายได้ดีกว่าเพลงที่มีเนื้อร้องเสียอีก”

         “นั่นรวมไปถึงการทำอาหารด้วยหรือเปล่า ทุกครั้งที่เวลาเหงามือถ้าไม่หาอะไรมาหั่นก็จะลับมีดให้คมเสมอ”

         “คงประมาณนั้นด้วยแหละ เวลาทำอาหารฉันจะมีสมาธิ ที่สำคัญแม่ฉันทำอาหารไม่เก่ง”

         “คุณคงรักท่านแม่มาก”

         “ฉันว่าเธอน่าจะหิวแล้วล่ะ” เจนภพรีบเปลี่ยนเรื่อง เปิดตู้เย็นแล้วคิดเมนูที่จะทำให้ปากของซูหลินไม่ว่าง

         แต่ที่ซูหลินพูดมาก็ถูกเต็มๆ เพื่อคุณแม่แล้วเขาจะไม่ยอมให้มีอันตรายใดๆ เข้ามาวุ่นวายโดยเด็ดขาด ถึงคุณแม่จะเข้มแข็งเพียงใด หรืออาจจะเก่งมากชนิดที่ผู้ก่อการร้ายอาจจะไม่เหมาะเป็นคู่มือ แต่ในโลกนี้ยังมีอำนาจที่แม้แต่คุณแม่ก็ต้องถูกบีบให้ยอมรับมัน เหมือนในอดีตที่ต้องทิ้งหน้าที่การงานที่กำลังไปได้สวยเพียงเพราะผู้ชายคนนั้น

         ผู้ชายคนนั้น

         คิดแล้วก็รู้สึกโกรธขึ้นมาหน่อยๆ เจนภพไม่ใช่คนที่ไร้อารมณ์ความรู้สึก เพียงแต่ไม่ยอมแสดงออกให้ใครรับรู้เท่านั้น สิ่งที่เขาโกรธที่สุดก็คือการที่อีกฝ่ายไม่รับรู้เรื่องราวใดๆ ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ในขณะที่แม่ของเขาต้องดิ้นรนอย่างหนัก ทำงานและเลี้ยงดูเขาจนเติบใหญ่ด้วยตัวคนเดียว

         หากไม่ใช่เพราะคุณตากับคุณยายเป็นคนที่มีความมั่งคั่งแล้วล่ะก็ มันคงเป็นอะไรที่ยากลำบากมาก

         มือเจนภพยังสั่นด้วยความไม่พอใจตอนที่กำลังหั่นชิ้นเนื้อ ก็เลยทำให้มันพลาดไปเฉือนนิ้วเข้า ซูหลินเห็นผิดปรกติและพบว่าเจนภพเผลอหั่นไปโดนนิ้วก็เดินมาและใช้กระดาษทิชชูซับเลือดให้ พลางบ่นว่า

         “คิดฟุ้งซ่านอะไรของคุณเนี่ย ที่จะเอามาทำอาหารต้องเป็นหมูไม่ใช่นิ้ว กล่องพยาบาลอยู่ที่ไหน?”

         “ชั้นสองใต้โทรทัศน์”

         หญิงสาวเดินไปหยิบมาอย่างไม่รีบร้อน เห็นว่าตัวเจนภพไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดหรือแสดงอาการออกมาก็นับถือ เธอเองก็เคยมีประสบการณ์ที่คล้ายๆ กันมาบ้าง แต่เทียบกันแล้วที่เจนภพเป็นนี้ก็แค่เรื่องเล็กน้อย

         ที่จริงแล้วเขาปฐมพยาบาลให้ตัวเองก็ได้แต่ซูหลินคล้ายว่าอยากจะทำให้ หล่อนดูจะชำนาญเรื่องการทำแผลไม่น้อย เพราะถึงแม้ว่าฉลากที่ติดอยู่บนขวดนั้นจะเป็นภาษาไทย แต่กลับหยิบจับมันขึ้นมาได้โดยไม่มีความลังเล

         “ชำนาญน่าดู” เจนภพพูด โดยที่ไม่รู้สึกเลยว่าตอนนี้หล่อนได้ราดทิงเจอร์ไอโอดีนลงบนบาดแผล

         “พวกเราฝึกวรยุทธ์จนได้บาดแผลประจำ ถ้าทำแผลไม่เป็นเลยก็คงลำบาก”

         แผลที่นิ้วไม่ได้ยุ่งยากหรือต้องมีขั้นตอนมากมาย ตอนนี้นิ้วก็ได้รับการทำแผลเป็นที่เรียบร้อย

         กลายเป็นว่าทำอาหารเย็นได้ยากขึ้น สุดท้ายซูหลินก็อาสามาช่วยโดยต้องคอยสอนให้ทีละอย่าง ซูหลินทำอาหารอย่างง่ายได้ ทำเกี๊ยวซ่า ซาลาเปา หรือไม่ก็หมั่นโถวได้ แต่อาหารจำพวกต้ม ผัด แกง ทอด กลับไม่มีความชำนาญเอาซะเลย เจนภพก็ไม่ได้อยากกินมื้อค่ำเป็นไข่เจียวเลยต้องยอมสอนให้ซูหลินทำอาหาร เทคนิคการใช้มีดทำครัวยังอ่อนมาก การหยิบจับสิ่งของก็ยังดูงุ่มง่าม ภายใต้การสอนสั่งให้ทำนั้นไม่ต่างอะไรกับครูสอนทำอาหารที่กำลังสอนนักเรียนที่พึ่งเข้าครัวเป็นครั้งแรกเลย

         ซูหลินเป็นนักเรียนที่ดีมาก ความพยายามของเธอแทบจะไม่สูญเปล่าเลย หรือเพราะการฝึกวรยุทธ์ก็ได้ที่ทำให้มีความคล่องแคล่วกับไม่มีความลังเลในการลงมีดแต่ละครั้ง จับเคล็ดได้จากการอธิบายเพียงสองครั้ง โชคร้ายที่ซูหลินไม่รู้ว่าสำหรับสองแม่ลูกแล้วการทำอาหารก็เหมือนนรกดีๆ นี่เอง กับข้าวไม่มีทางพอแน่นอนจึงต้องมีการเพิ่มเมนูที่สี่และห้าตามมาด้วย

         กว่าจะเสร็จเป็นครั้งแรกที่ซูหลินรู้สึกเหนื่อยยิ่งกว่าการฝึกวรยุทธ์เสียอีก เพราะการทำอาหารต้องใช้สมาธิและกำลังข้อมือในการยกสะบัด ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าแต่ละเมนูก็มีวิธีการทำไม่เหมือนกัน มาคิดๆ ดูแล้วตั้งแต่เธอย้ายมาอยู่บ้านนี้ก็เห็นเจนภพทำมันราวกับเป็นเรื่องปกติ เลยรู้สึกว่าน่านับถือมากจริงๆ

         ตอนอยู่ที่ตระกูลจางก็มีเหล่าแม่ครัวส่วนตัว อยากกินอะไรก็สั่งเอาเลย ทุกวันก็จะมีกับข้าวอยู่เต็มโต๊ะในปริมาณมากกว่าสองเท่าของบ้านหลังนี้ พอคิดว่าอาหารที่พวกเธอกินเหลือทิ้งขว้างอย่างไม่รู้คุณค่าก็เลยนึกเกลียดตัวเองขึ้นมาหน่อยๆ

         “เธอทำได้ไม่เลวเลยสำหรับครั้งแรกน่ะ” เจนภพกล่าวชม

         ถึงมันจะแตกต่างจากที่เคยทำมา แต่ก็มีรสชาติคล้ายกันอยู่หลายส่วน

         “ถ้าเราคิดจะทำมันก็ไม่ใช่เรื่องยากหรอก” ซูหลินเชิดเสียงใส่

        

การมีอยู่ของอาณาจักรอสูรแต่เดิมมันเป็นเพียงแค่ข่าววงในที่รู้กันเฉพาะพวกโปรเพลเยอร์ ด้วยความคาดหวังว่ามันอาจจะเป็นเควสต์ใหม่ที่ยังไม่มีผู้ใดเคลียร์มันได้สำเร็จ ส่งผลให้มีการสำรวจอาณาจักรอสูรกันมากขึ้น แต่พอพบกับความล้มเหลวมากเข้าก็เกิดความรู้สึกไม่ชอบใจ ถึงขนาดมีการตั้งกระทู้สอบถามเรื่องนี้ไปยังทางบริษัทเกม แต่พวกเขาไม่ได้รับคำตอบใดๆ กลับมา

การที่ทางบริษัทเกมปิดปากเงียบไม่ให้คำอธิบายก็ถือเป็นเรื่องสมควร เพราะการมีอยู่ของอาณาจักรอสูรเกิดจากฝีมือของเพลเยอร์คนหนึ่ง ไม่ใช่การแทรกแซงแก้ไขระบบด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้อง แต่เป็นการชี้นำมอนสเตอร์ทั้งหลายให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ เมื่อได้รับการสนับสนุนอย่างดีแล้วก็เป็นธรรมดาที่พวกมันจะเติบโตขึ้นได้ไม่ยาก

เพียงแต่การเติบโตของมอนสเตอร์มีความผิดปกติ พวกมันเชี่ยวชาญกลยุทธ์ มีวิธีการต่างๆ ในการลอบสังหาร ยิ่งไปกว่านั้นพอเข้าใกล้พื้นที่ตั้งของอาณาจักรอสูรกลับต้องเผชิญหน้ากับป่าที่ไร้ซึ่งทางออก ไม่สามารถใช้พลังได้เหมือนที่ผ่านมา และที่ยอมรับไม่ได้ก็คือพวกเขาสูญเสียอุปกรณ์สวมใส่ไปจำนวนไม่น้อยให้กับการสำรวจในครั้งนี้

เรื่องนี้บลู ลิเบอร์ตี้เองก็ให้ความสนใจ ยิ่งได้รู้ว่าวอร์ลอร์ดได้จัดเตรียมกำลังพลรบเพื่อการบุกเบิกสถานที่ใหม่ เพราะการที่มีมอนสเตอร์อยู่รวมกันได้นั้น เป็นไปได้สูงว่าจะต้องมีแหล่งวัตถุดิบที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ถ้าครอบครองได้ก่อนใครก็จะช่วยให้มีทรัพยากรเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจึงมีการเคลื่อนไหวโดยพลการไม่ผ่านการเห็นชอบจากซากุระ ใช้อำนาจเบิกอาวุธในคลังออกไปเป็นจำนวนมากและออกเดินทางกันทันที

         ความไม่ยอมให้ศัตรูได้มีอำนาจเหนือตนเอง เมื่อเผชิญหน้ากันย่อมต้องมีการหยั่งเชิงกันเล็กน้อย สุดท้ายก็เป็นการตรึงกำลังเอาไว้ไม่ยอมที่จะเข้าไป พยายามเล่นสงครามจิตวิทยาด้านความอดทนถึงกับมีการตั้งค่ายพักแรมกันอยู่แถบนั้น ในด้านการเตรียมความพร้อมก็ต้องยอมรับว่าวอร์ลอร์ดมีความเหนือกว่ามาก ผิดกับทางบลู ลิเบอร์ตี้ที่ผู้นำไม่ใช่ซากุระ จึงไม่ได้คำนวณเรื่องเสบียงเอาไว้ จึงต้องออกล่าเนื้อจากมอนสเตอร์ที่อยู่ใกล้ๆ แทน

         แต่ความสงบสุขไม่อาจอยู่ได้นานนัก ห่าฝนธนูถูกยิงออกมาจากภายในป่า ทั้งสองฝ่ายต่างก็ได้รับบาดเจ็บแต่สิ่งสำคัญก็คือธนูพวกนั้นอาบยาพิษเอาไว้ด้วย การรักษาชีวิตเป็นไปได้ยากมากในสถานที่ที่เปิดโล่ง เมื่อไม่สามารถบุกได้ก็มีแต่จะต้องถอนกำลังไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัยแทน

         หากเข้ามาก็ต้องเผชิญหน้ากับวงกตป่าที่มีชีวิต หากคิดจะตั้งค่ายพักก็จะเผชิญหน้ากับห่าฝนธนูอาบยาพิษ นอกจากนี้ก็ยังมีสารพัดวิธีที่จะกำจัดศัตรู สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเป็นสมาพันธ์วอร์ลอร์ด หรือสมาพันธ์บลู ลิเบอร์ตี้ก็ต้องล้มเหลวในการบุกเบิกสถานที่แห่งใหม่ ความผิดพลาดที่พวกเขารับรู้ได้ก็คือการที่เตรียมตัวมาไม่ดีพอ อย่างน้อยตอนนี้ก็รู้แล้วว่ายาป้องกันพิษก็ถือเป็นไอเทมสำคัญที่ต้องเตรียมมาด้วย

         การที่สามารถขับไล่เพลเยอร์ไปได้สร้างขวัญกำลังใจให้กับพวกมอนสเตอร์ ถึงจะน่าเสียดายที่ไม่ได้มีโอกาสเก็บไอเทมกลับมาเลยก็ตาม แต่ก็ยังคงมีการเฝ้าระวังอยู่ต่อไป

         จากวิธีคิดของราล์ฟนั้นเป็นอะไรที่ง่ายดายมาก สงครามนอกสถานที่จะไม่มีทางเกิดขึ้นได้นานกว่าสามวัน เนื่องจากเพลเยอร์เหล่านั้นถูกจำกัดเอาไว้ด้วยระยะเวลาการออนไลน์ ถึงพวกมอนสเตอร์จะเสียเปรียบด้านความแข็งแกร่ง แต่ข้อได้เปรียบก็คือสามารถทำการรบระยะยาวได้ ถ้าสามารถยืดสงครามให้พ้นสามวันได้ก็จะมีโอกาสในการตอบโต้คว้าชัยชนะกลับมาอย่างง่ายดาย

         ทว่าขณะที่พวกมันกำลังดีใจกับชัยชนะที่ได้มา เวลานี้ในอาณาจักรอสูรก็ปรากฏช่องว่างมิติเกิดขึ้น พร้อมกับกลุ่มคนในชุดคลุมสีดำเดินก้าวออกมามองดูเมืองที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างเป็นระเบียบ ในตอนนั้นพวกที่คลาสอัพจนแข็งแกร่งขึ้นต่างพากันล้อมกรอบผู้บุกรุกเอาไว้

         “คนคนนั้นทำได้ถึงขนาดนี้เลยงั้นหรือ?” เป็นผู้หญิงคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย

         “ถึงจะฉลาดแค่ไหนแต่การไม่กล้าเสี่ยงคือจุดอ่อนของคนคนนั้น” ซีกเกอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจ ทั้งที่มอบพลังให้แต่กลับทำอะไรช้ามาก “แต่ว่านั่นก็เป็นข้อดีอย่างหนึ่ง”

         มองดูความเป็นอยู่ของเมืองในปัจจุบัน ก่อนหน้านี้มันเป็นเพียงชุมชนที่อยู่กันแออัดและพัฒนาต่อจนกลายมาเป็นเมืองใหญ่ มีการทำเกษตรและปศุสัตว์เพื่อใช้เป็นอาหาร อาจจะเห็นว่าเป็นเรื่องปกติของการสร้างเมืองก็ตาม แต่พวกมันก็เป็นเพียงมอนสเตอร์ ไม่น่าจะทำอะไรแบบนี้ได้ คนที่อยู่เบื้องหลังนี้ต้องยอมรับแล้วว่าเก่งมากจริงๆ

         แต่ตอนนี้พวกเขากำลังถูกล้อมโดยมอนสเตอร์ที่แสนจะเก่งกาจ ไม่มีใครแสดงอาการหวาดกลัวออกมา ชายคนหนึ่งเดินก้าวออกไปเบื้องหน้าพร้อมขยับมีดสั้นเป็นการบอกกลายๆ ว่าจะจัดการเอง

         “อย่าให้ถึงกับตายเสียล่ะ” ซีกเกอร์บอก

         วินาทีนั้นเขาก็ตรงเข้าไปซัดพวกมอนสเตอร์ทั้งหมดเรียงตัว เป็นเวลากว่าห้านาทีก็ทำให้พวกมันเกือบครึ่งหมดสภาพลงได้ ตอนนั้นซานัคที่เป็นตัวแทนผู้ปกครองเมืองถึงกับตัดสินใจทำอะไรไม่ถูก เลยคิดจะใช้ไพ่ตายลับที่ถูกเตรียมเอาไว้ แต่นินจาหนุ่มกลับเข้าประชิดตัวและล็อกแขนไพ่หลังไม่ให้ใช้สิ่งนั้นได้

         “ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะนำมาใช้ตอนนี้นะ ซานัค” ซีกเกอร์กล่าวอย่างรู้ทัน เดินมาหยิบเอารีโมตควบคุมการทำงานของเครื่องต่อต้านพลังจิตออกมาดู “ถ้าจะคิดสู้กับมนุษย์แค่กลยุทธ์กับการคลาสอัพยังไม่พอ”

         หันไปมองผู้ติดตามของตนเองซึ่งเป็นผู้หญิง เอ่ยปากสิ่งของที่ต้องการเธอคนนั้นก็หยิบเอามาส่งให้ทันที

         “หนังสือเหล่านี้รบกวนส่งมอบให้ผู้นำที่แท้จริงของพวกเจ้าทันทีที่เขามาถึง บอกว่าอภินันทนาการจากผู้เฝ้ามองขออวยพรให้อาณาจักรอสูรเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ข้าจะเฝ้าดูความเปลี่ยนแปลงนั้นต่อไป”

         ซีกเกอร์รู้ว่าเหตุผลที่ทุกอย่างเป็นไปได้อย่างเชื่องช้าเป็นเพราะว่าไม่มีข้อมูล ดังนั้นเธอเลยต้องมอบข้อมูลที่เขาต้องการให้ ไม่ต้องกลัวว่าบันทึกนี้จะถูกคนอื่นนำไปใช้ทันทีที่ได้ เนื่องจากว่ามันถูกเขียนด้วยภาษาต่างประเทศที่หลากหลายรวมกันจนอาจจะต้องใช้เวลาในการถอดความ ทว่าถ้าเป็นคนคนนั้นจะต้องอ่านมันออกได้ในทันที

         นั่นคือสิ่งที่ซีกเกอร์มั่นใจที่สุด

         “อ๋อ เกือบลืมขอแสดงความยินดีกับการแต่งงานล่วงหน้า”

 

 

 

 

ขอบคุณสำหรับผู้ที่ช่วยอุดหนุนนิยายนะครับ

ได้คอมใหม่แล้วพร้อมลุยนิยายยาว

โดนหาว่าทิ้งเรื่อง เทพนักฆ่าเลี้ยงต้อย จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย คอมเสีย แถมมีคนมาประกาศบอกว่าผมเลิกแต่งก็นะ คิดจะเลิกแต่งจริงๆ ก็ตอนเห็นคอมเม้นนี่แหละ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 78 ครั้ง

27 ความคิดเห็น

  1. #14084 Route of Desert (@saikra) (จากตอนที่ 379)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 21:08
    รองานเขียนของผู้เขียนทุกเรื่องค่ะ ย้ำ!! ทุกเรื่อง โดยเฉพาะมังกร กับผ่าตัดน้องสาว นักบวช
    #14084
    0
  2. #14083 Pst Moss (@mortnort) (จากตอนที่ 379)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 16:41
    อย่าไปใส่ใจกับคำพูดคนประเภทนี้เลยครับ
    #14083
    0
  3. #14082 poo26934 (@poo26934) (จากตอนที่ 379)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 12:35
    ชอบมากกกกกกกกอย่าเลิกเลยงับ
    #14082
    0
  4. #14081 Dark in Heart (@bugsbunne) (จากตอนที่ 379)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 12:08
    ซีกเกอร์เป็นไอนั่นหรือเปล่าที่มีคนพัฒนาขึ้น ถ้าจำไม่ผิดนะ ช่วงไปบ้านยาย มีพูดถึงอยู่นะ 
    #14081
    0
  5. #14080 dreep (@dreep) (จากตอนที่ 379)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 08:50
    ชอบมากๆครับ
    #14080
    0
  6. #14079 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 379)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 22:16
    ขอบคุณค่ะ
    #14079
    0
  7. #14078 auannie (@songchien) (จากตอนที่ 379)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 15:32
    แผลเป็นองเจนภพมันหายเองได้ภายในไม่กี่นาทีไม่ใช่เหรอเพราะเจนภพมีร่างกายพิเศษได้มาจากคุณยาย
    #14078
    0
  8. #14077 Lunar Lethisia Lightseriars (@piinzpq) (จากตอนที่ 379)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 13:15
    ซีกเกอร์อาจจะเป็นมันสมองของเกม ที่ควบคุมไม่ได้ สร้างให้มีความคิดเอง ทีนี้เลยควบคุมไม่ได้ เปลี่ยนระบบเกม ทำให้บ.เปลี่ยนแปลงเกมไม่ได้
    #14077
    0
  9. #14075 MooN GorY (@bestzadsr) (จากตอนที่ 379)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 04:47
    แต่เอาจริงๆผมยังรอดาร์คไซท์เสมอมานะครับ ทุกภาคเลย
    #14075
    0
  10. #14074 glom-mon (@ku-ru) (จากตอนที่ 379)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 00:50
    เฝ้ารออ่านยาวๆเลยครับ
    #14074
    0
  11. #14073 Maizas Dragonil (@goldcremer) (จากตอนที่ 379)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 21:28
    สนุกครับ รออ่านต่อ
    #14073
    0
  12. #14072 Sirayu Manachot (@3468) (จากตอนที่ 379)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 21:20
    อันที่จริงอีกสาเหตุหนึ่งที่ไม่กล้าเสี่ยงก็เพราะไม่เหลือ"เวลา"แล้วด้วยแหละ



    ว่าแต่เรื่องคุณแม่นี่อย่าบอกว่าออกแนวนิยายน้ำเน่านะ
    #14072
    0
  13. วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 20:42
    อย่านะคะรอติดตามอยู่ค่ะขอบคุณค่ะ ขอให้หนังสือขายได้เยอะเยอะข่า
    #14071
    0
  14. #14070 Owari Time's (@desiccator) (จากตอนที่ 379)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 19:33
    เขียนถึงข้อมูลบริษัทเกมหน่อยเถอะครับ ผมเชื่อครับว่าซีกเกอร์เกี่ยวข้องกับบริษัทเกมแน่ๆ
    #14070
    0
  15. #14069 YT CH (@onevay) (จากตอนที่ 379)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 19:24
    บาวมากตอนนี้????
    #14069
    0
  16. #14068 aviraparody (@goldcyber) (จากตอนที่ 379)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 18:25
    สรุปว่าซีกเกอร์เปนใครกันแน่ 😱
    #14068
    2
    • #14068-1 คุณสามี (@SoulBladeMaster) (จากตอนที่ 379)
      3 พฤษภาคม 2560 / 19:43
      ผมเดาว่าเป็น เด็กสาวที่เป็นคนสร้างเกมส์นี้ขึ้นมา ญาติของคนที่พระเอกแต่งงานด้วยในเกมส์
      #14068-1
    • #14068-2 leegimchi (@leegimchi) (จากตอนที่ 379)
      3 พฤษภาคม 2560 / 21:56
      คิดเหมือนกันเลย
      #14068-2
  17. #14067 Sarena-NovelBest (@Sarena-NovelBest) (จากตอนที่ 379)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 22:25
    รอมาตั้งนาน นึกว่าลืมไปแล้วซะอีก ขอบคุณงับไรเตอร์ ^^ !!!
    #14067
    0
  18. #14066 Sarena-NovelBest (@Sarena-NovelBest) (จากตอนที่ 379)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 22:25
    รอมาตั้งนาน นึกว่าลืมไปแล้วซะอีก ขอบคุณงับไรเตอร์ ^^ !!!
    #14066
    0
  19. #14065 Sirayu Manachot (@3468) (จากตอนที่ 379)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 00:01
    อยากให้มีรถไฟชนกันทั้งในเกมส์นอกเกมส์จัง ว่าแต่สมาพันธ์วอร์ลอร์ดไม่ได้มี



    หน้าเจ้าเหมียวขึ้นแบล็กลิสต์ไว้ให้ลูกน้องดูบ้างเหรอ
    #14065
    0
  20. #14064 คุณสามี (@SoulBladeMaster) (จากตอนที่ 379)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 17:29
    ฮ่าๆๆ ธรรมดาตรรกะโง่ๆ ของมนุษย์ที่พูดให้คนอื่นดูต่ำกว่าตัวเองจริงๆ
    #14064
    0
  21. #14063 RealRD (@RealRD) (จากตอนที่ 379)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 16:02
    ผมว่าเรื่องนี้ไม่ค่อยเข้าข่ายฮาเร็ม  เพราะพระเอกไม่สนใจสาวๆ เลย  เเค่บังเอิญมีสาวๆ มาชอบหลายคน

    ถ้าจะจัดเป็นฮาเร็มผมให้ครึ่งเดียว  เพราะตัวเอกไม่หื่น  
    #14063
    0
  22. #14062 Route of Desert (@saikra) (จากตอนที่ 379)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 12:00
    ถึงเรื่องนี้จะเป็นฮาเร็มก็เถอะ แต่นายมีคู่หมั้นอยู่แล้วน้าาาา 
    อีกอย่าง มีอาคมอยู่แล้วด้วย.
    #14062
    1
    • #14062-1 White Hope (@star-of-evil) (จากตอนที่ 379)
      29 เมษายน 2560 / 14:50
      ใช่ๆ นายมีอาคมอยู่แล้วด้วย
      #14062-1
  23. #14061 หมาป่าเมฆา (@D4rkflame) (จากตอนที่ 379)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 10:27
    อยากให้แต่งงานกับซากุระมากกว่าอ่ะ #เชียซากุระ
    #14061
    0
  24. #14060 MarsWell (@spit) (จากตอนที่ 379)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 09:49
    ซากุระมีน้อยใจด้วยแหะ
    #14060
    0
  25. #14059 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 379)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 09:43
    ซากุระแอบงอน ด้วยแหะ

    นี่ถ้าแต่งงานได้มากกว่า1 คนจะเป็นไงหนอ
    #14059
    0