[Legend Online] เปิดตำนาน ป่วนออนไลน์

  • 88% Rating

  • 99 Vote(s)

  • 1,474,187 Views

  • 14,490 Comments

  • 9,089 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,458

    Overall
    1,474,187

ตอนที่ 376 : บทที่ 30 ธนู ปีก และดาบ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4461
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    8 ก.พ. 60

บทที่ 30 ธนู ปีก และดาบ (100%)

 

        แอ่งหลุมภูเขาขนาดใหญ่ที่ปรากฏให้เห็นอยู่เบื้องหน้า มันถูกบดบังด้วยพายุหิมะที่โหมกระหน่ำอย่างรุนแรง หากมันมีแอ่งหลุมภูเขาเพียงไม่กี่แห่งคงไม่ทำให้ซากุระลำบากใจได้มากขนาดนี้ ตั้งแต่ที่ได้รับบันทึกเกี่ยวกับอาวุธในตำนาน เธอใช้เวลาส่วนตัวในการศึกษาสถานที่ที่เป็นไปได้ทั้งหมด ปรากฏการณ์ลึกลับ การเคลื่อนไหวของศัตรู อุบัติเหตุที่เพลเยอร์นำมาเล่า ท้ายที่สุดเบาะแสสำคัญก็ถูกชี้มาที่นี่

        ด้วยความสามารถของดวงตาแห่งฮอรัส การจะค้นหาสถานที่ที่ลึกลับจะเป็นไปได้ง่ายดายมาก แต่ผลข้างเคียงที่ทำให้ปวดหัวอย่างหนัก มันเกินกว่าจะใช้ได้เป็นระยะเวลานานๆ ที่ซากุระทำได้คือกำหนดระยะการรับรู้ของโลกไว้เพียงแค่ไม่กี่ร้อยเมตรรอบตัว หากมากเกินกว่านั้นสึนามิข้อมูลจะทำให้ช็อกได้

        อุณหภูมิติดลบหลายร้อยองศาเป็นเรื่องยากที่จะมีสิ่งมีชีวิตใดๆ อยู่ได้ แม้แต่ซากุระเองก็เริ่มหนาวสั่นขึ้นมาแล้ว ชุดที่เธอเตรียมไว้ไม่หนาพอจะป้องกันความหนาวเย็นนี้ได้ เธอรีบเดินกลับเข้าไปในเต็นท์หลังใหญ่ที่ป้องกันลมหนาว

        "ทุกครั้งคุณก็มักจะมีเรื่องให้แปลกใจเสมอเลยนะคะ โดยเฉพาะเต็นท์หลังนี้"

        เจ้าของเต็นท์หลังนี้คือ นักบวชแมวเหมียว ราล์ฟ ส่วนเต็นท์หลังนี้ก็เป็นผลงานของนักประดิษฐ์ประจำกลุ่มอย่างเดฟอน ที่มีแผนจะนำไปวางขายในจำนวนจำกัด ภายในนี้มีความกว้างพอๆ กับพื้นที่ที่ใช้อยู่ภายนอก มีพื้นที่สำหรับทำครัวและพื้นที่สำหรับนอน สามารถพาคนเข้ามาพักผ่อนได้มากกว่าห้าสิบคนถ้าแบ่งพื้นที่กันให้ดีๆ ฮิตเตอร์ก็ใช้ไข่มุกพลังงานสองก้อน เดาว่าเดฟอนจงใจจะขายไข่มุกพลังงานเป็นหลักซะมากกว่า

        "หมอนั่นทำตามความต้องการของอารินเลยได้เจ้านี่มาแค่นั้นแหละ"

        "มีประโยชน์มากค่ะ ถ้าเป็นไปได้หากสินค้าพร้อมวางจำหน่ายรบกวนแจ้งให้ทราบด้วยนะคะ"

        ซากุระพยายามสู้หน้าราล์ฟให้ได้ เพราะทุกครั้งที่เธอมองเขาจะพลันถึงไปถึงเหตุการณ์ที่เธอเผลอจูบเขาไปจนได้ ถึงราล์ฟจะไม่ได้สนใจ แต่เธอก็รู้สึกเขินอายมากขึ้นเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันสองต่อสอง

        การที่พวกเธอมาอยู่ที่นี่ก็เนื่องจากอยู่ๆ ราล์ฟก็ปรากฏตัวขึ้นที่ห้องทำงานของเธอ พร้อมทั้งบอกว่าค้นพบสถานที่ที่เป็นที่ซ่อนของธนูดาราสวรรค์แล้ว ที่ต้องรีบเพราะสมาพันธ์วอร์ลอร์ดก็เข้าใกล้มากขึ้น มีความเป็นไปได้ว่าอีกฝ่ายอาจจะไปถึงก่อนถ้าสภาพอากาศดี หลังจากที่ให้ซากุระซื้อของที่จำเป็นทั้งหมดแล้วก็พาเทเลพ็อตมาที่นี่ โชคดีที่ยังมีพายุหิมะอยู่จึงทำได้แค่ต้องรอให้มันสงบ

        "คุณไม่สามารถเทเลพ็อตไปยังสถานที่แห่งนั้นได้เหรอคะ"

        "เฉพาะที่ที่ฉันเคยไปหรือมองเห็นได้เท่านั้น" ราล์ฟตอบ ทำให้ซากุระเข้าใจแล้วว่าทำไมราล์ฟถึงให้ความสนใจในดวงตาแห่งฮอรัสมากขนาดนั้น

        แม้ว่าซากุระจะไม่สามารถใช้งานมันได้เต็มที่ แต่ก็รู้ว่าดวงตาแห่งฮอรัสทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการรับรู้เหตุการณ์ของโลก หากราล์ฟได้รับมันไปและใช้ร่วมกับทักษะเทเลพ็อต ในกรณีที่หากเขาหาวิธีใช้งานมันได้โดยไม่มีผลกระทบใดๆ ตามมา จะกลายเป็นว่าไม่มีสถานที่ใดที่เขาจะไปไม่ได้ แม้แต่การหาอาวุธในตำนานเองก็เช่นกัน สามารถพาตัวเองไปยังจุดนั้นและชิงมาได้ก่อนใครทั้งหมด

        หรือการทำสงครามมันจะกลายเป็นว่าเขาแทบจะไม่ต้องขยับไปไหนก็สามารถสนับสนุนทุกคนได้แม้จะอยู่ไกลกัน หรือแม้กระทั่งการโจมตีด้วยค่ายกลดาบซึ่งเป็นความถนัดเฉพาะของราล์ฟ จะไม่มีศัตรูคนไหนที่รอดพ้นสายตาของเขาไปได้ นี่คือความไร้ขีดจำกัดของดวงตาแห่งฮอรัส ไอเทมที่เปรียบได้ดั่งกับว่าเป็นดวงตาของพระเจ้า

        "หรือว่าที่คุณทำแบบนี้ก็เพราะต้องการใช้ดวงตาแห่งฮอรัสเพื่อไปยังอาณาจักรเงือก?" ซากุระถาม ถ้ารวมเข้ากับความสามารถของราล์ฟในตอนนี้ มันมีความเป็นไปได้ถ้าใช้วิธีนี้จะสามารถไปอาณาจักรเงือกได้เช่นกัน

        "ที่จริงแบบนั้นมันก็สะดวกดี แต่ฉันอยากเคลียร์เควสต์มันให้จบๆ ไปน่ะ"

        "แปลว่าคุณมีแผนแล้วสินะคะ"

        "ก็ถ้าทุกอย่างพร้อมฉันสามารถจบเควสต์นี้ได้ภายในวันเดียวที่ไปถึงอาณาจักรเงือก" ราล์ฟพูดพร้อมยกถ้วยซุปอุ่นๆ มาเสิร์ฟให้ ข้อเสียของบ้านหลังนี้คือมันไม่มีเฟอร์นิเจอร์ ยังไงมันก็แค่ของที่เอามาให้ทดลองใช้เท่านั้น จึงต้องขอยืมโต๊ะของซากุระแทน

        ตั้งใจว่าจะรอจนพายุหิมะสงบและค่อยเดินทางต่อ อย่างน้อยอากาศมันก็คงไม่หนาวมาก ซึ่งมันคงจะง่ายกว่านี้ถ้าซากุระยกดวงตาแห่งฮอรัสให้ เพียงแต่เธอไม่อาจไว้ใจคนอื่นได้แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นผู้ชายที่เธอชอบก็ตาม เกี่ยวกับเรื่องนี้ราล์ฟก็ไม่ได้คิดมากอะไร ยอมรับเรื่องความรอบคอบของซากุระได้เป็นอย่างดี เขาไม่กลัวเรื่องที่จะโดนหักหลัง จากที่รู้จักกันมาซากุระไม่เคยหักหลังหรือทำอะไรที่ผิดคำพูดสักครั้งเดียว

        จนกระทั่งถึงช่วงเที่ยงพายุหิมะเริ่มสงบลงจนพอจะช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น พวกเขามีเวลาเดินทางกันราวๆ สามชั่วโมงเพื่อไปให้ถึงก่อนพายุจะกระหน่ำซัดเข้ามาอีก และด้านล่างนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับนรกเยือกแข็ง ซากุระจึงต้องเตรียมนมร้อนกับเสื้อโค้ดตัวหนาๆ ให้เรียบร้อย หลังจากที่ราล์ฟเก็บเต็นท์ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะเสร็จเรียบร้อยก็มายืนดูรอบๆ ด้วยกล้องส่องทางไกล

        "ทางสิบนาฬิกาเธอเห็นเหมือนที่ฉันเห็นไหม"

        ซากุระส่องกล้องไปตามที่ราล์ฟบอก มองเห็นการเคลื่อนไหวของอะไรบางอย่างอยู่ แถมยังเป็นจำนวนมากอีกด้วย พวกนั้นกำลังลัดเลาะเพื่อเดินไต่ไปตามทางที่มีไว้ให้ เป้าหมายคงจะเป็นที่เดียวกับสถานที่ที่พวกเธอกำลังจะไปอย่างแน่นอน

        "ชุดที่พวกนั้นใส่อยู่นั่นเป็นเสื้อโค้ดกันหนาวที่ดิฉันผลิตขายออกไปภายใต้นามของกิลด์มายา คาดว่ามันทนความหนาวเย็นได้แต่ก็ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่ามันเป็นความจริงแค่ไหน นี่ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้พิสูจน์นะคะ" ซากุระกล่าวด้วยรอยยิ้มทรงเสน่ห์ เธอตรวจสอบทางฝั่งของศัตรูเพื่อเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุด

        มีโกเลมยี่สิบตัวช่วยขนย้ายอุปกรณ์ขนาดใหญ่ เพราะเป็นมอนสเตอร์ที่อยู่ได้ในทุกสภาพอากาศเลยเหมาะที่จะใช้เป็นแรงงาน เหยี่ยวหิมะคอยสอดส่องความเคลื่อนไหวรอบๆ หากมีมอนสเตอร์เข้ามาโจมตีจะได้หาทางรับมือเอาไว้ได้ เห็นได้ชัดว่ามีการเตรียมความพร้อมอย่างดีทำให้การเดินทางเป็นไปได้อย่างง่ายดายและไม่มีปัญหาใดๆ ตามมา

        "ม่านพายุหิมะบังจนมองไม่เห็นพื้นเลย ดูท่าพวกเราคงใช้เทเลพ็อตไม่ได้ซะแล้ว"

        "แย่หน่อยนะคะ" ซากุระรู้สึกเห็นใจอย่างยิ่ง ถึงจะรู้สึกดีใจหน่อยๆ ที่ราล์ฟมาเสี่ยงทำอะไรแบบนี้ให้ แต่เธอก็ยังลังเลที่จะมอบดวงตาแห่งฮอรัสให้ "ไม่ใช่ว่าดิฉันไม่ไว้ใจคุณหรอกนะคะ แต่ว่าดวงตาแห่งฮอรัสอันนี้แม้ดิฉันจะใช้งานมันได้ก็ตาม แต่ก็ถูกจำกัดอยู่ในขอบเขตรัศมีเพียงหนึ่งร้อยเมตรเท่านั้น มันไม่ใช่ไอเทมที่ใครจะใช้งานได้ทันที เว้นเสียแต่ว่าคุณจะมีอุปกรณ์ที่ใช้สนับสนุนกับไอเทมชิ้นนี้"

        เนื่องจากเป็นไอเทมที่ใช้งานได้ยากและเทพสงครามต้องการอยากจะได้ที่สุดเพื่อใช้หาตำแหน่งที่ตั้งของไอเทมในตำนานชิ้นอื่นๆ เป็นไปได้ว่ามันน่าจะสามารถใช้ร่วมกับอุปกรณ์ระบุตำแหน่งผ่านวิทยาการโบราณที่ทางสมาพันธ์วอร์ลอร์ดมี หากเป็นไปตามที่คิดเอาไว้ ราล์ฟซึ่งน่าจะเป็นคนที่มีวิทยาการที่ก้าวล้ำกว่าเป็นไปได้ว่าจะมีอุปกรณ์นั้นอยู่ด้วย เป็นเหตุผลให้เขาพยายามทำทุกทางเพื่อแลกเปลี่ยนกับไอเทมที่เธอใช้งานไม่คล่อง

        "ไม่มีหรอก" ราล์ฟตอบด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง "ฉันสามารถใช้งานมันได้โดยตรง"

        "เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ ดิฉันไม่ได้คิดจะดูถูกหรอกนะคะ แต่เท่าที่ดิฉันวิเคราะห์ความสามารถของมันดูแล้ว มันไม่ใช่ไอเทมที่มนุษย์อย่างพวกเราจะใช้งานมันได้ ข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกส่งกลับมาจะทำให้คุณหมดสติในทันที ทางเดียวที่เป็นไปได้คือการใช้มันร่วมกับอุปกรณ์พิเศษซึ่งจะช่วยประมวลผลข้อมูลที่ได้รับมาและแสดงภาพให้เห็น" ซากุระแย้งด้วยเหตุผลที่ฟังขึ้นที่สุด ดังนั้นสิ่งที่ราล์ฟกล่าวมานั้นเป็นเพียงแค่ความรู้สึก 'มั่นใจ' ว่าน่าจะทำได้เพียงเท่านั้น

        "เธอไม่จำเป็นต้องทำใจเชื่อก็ได้" ราล์ฟพยายามมองหาพื้นที่ที่น่าจะใช้เทเลพ็อตได้ แต่น่าเสียดายที่หากลงไปมากกว่านี้ไม่มีทางที่จะมองเห็นได้เกินกว่ายี่สิบเมตร "สภาพอากาศเลวร้ายเกินไป ถ้าไม่มีเลื่อนลากคงเดินทางได้ลำบากน่าดู"

        ตอนนี้ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของซากุระ แม้ว่าราล์ฟจะเป็นผู้ชายที่เธอชอบและมีความรู้สึกดีๆ ด้วย แต่ไม่ใช่ว่าเธอจะมอบอะไรให้ก็ได้หรือยอมทุ่มเทกำลังทั้งหมดที่มีเพื่อผู้ชายคนเดียว ถึงจะมั่นใจว่าราล์ฟไม่ใช่ผู้ชายประเภทที่หวังแต่ได้เพียงฝ่ายเดียว แต่มันก็ยังมีความเป็นไปได้หนึ่งในหมื่นที่เขาอาจจะชิงไอเทมและหนีหายไปเลย นั่นก็แสดงว่าเธอมองคนผิดมาโดยตลอด มันคือสิ่งที่ซากุระกลัวที่สุด

        จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเธอยอมมอบดวงตาแห่งฮอรัสให้และเขาทรยศความเชื่อใจของเธอ

        เธอจะยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นมาได้หรือไม่...

        "ดิฉันเชื่อใจคุณได้แน่นะคะ"

        ราล์ฟพอจะเดาได้แล้วว่าทำไมซากุระถึงต้องถามแบบนี้ เธอคงตัดสินใจจะทำในสิ่งที่ไม่สมควรทำที่สุดในการแลกเปลี่ยนที่ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ มันมีความเป็นไปได้สูงมากที่หากฝ่ายหนึ่งได้รับสิ่งที่ต้องการไปแล้วจะหักหลังไม่ยอมมอบสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการให้ ในโลกของเกมออนไลน์คนประเภทนี้ไม่ใช่ว่าจะไม่มีอยู่เลย

        "ฉันไม่เคยผิดคำพูดของตัวเอง คงบอกได้แค่นี้แหละ"

        "ถ้าอย่างนั้น สิ่งที่ดิฉันควรกังวลที่สุดคือสิ่งที่คุณไม่ได้พูดสินะคะ" เธอยกมือป้องปากและหัวเราะเบาๆ

        "คงประมาณนั้นแหละ" ราล์ฟยอมรับตรงๆ

        หญิงสาวขบคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจถอดสร้อยคอโบราณออกมา และตัดสินใจทำลายข้อผูกมัดระหว่างตนเองกับสร้อยคอเส้นนั้น ซึ่งการทำลายข้อผูกมัดจะทำให้ไม่สามารถใช้งานมันได้อีกอย่างน้อยก็หนึ่งเดือนเพื่อกลับมาทำพันธสัญญาใหม่ เพียงเท่านี้ดวงตาแห่งฮอรัสก็สามารถเปลี่ยนมือผู้ถือครองได้โดยไม่จำเป็นต้องสังหารเพื่อแย่งชิง

        "ดิฉันเชื่อใจคุณ มากพอๆ กับที่ดิฉันเชื่อใจความรู้สึกของตัวเอง" พูดพร้อมกับวางมันลงบนมือของเด็กหนุ่ม เธอพยายามสูดลมหายใจและภาวนาขอให้สิ่งที่เธอเชื่อมั่นอยู่นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

        ราล์ฟมองดวงตาแห่งฮอรัสในมือสลับกับซากุระที่ส่งสายตาราวกับเชื่อมั่นในตัวเขาว่าจะไม่ทรยศความเชื่อใจ ราล์ฟยิ้มตอบและกรีดเลือดหยดลงไปทำพันธสัญญาเพื่อให้ใช้งานมันได้

        "ถ้าอย่างนั้นก็เอาล่ะนะ..." ราล์ฟสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะเปิดการทำงานของดวงตาแห่งฮอรัส

        ทันใดนั้นข้อมูลทั้งหมดในสภาพแวดล้อมก็ถูกส่งเข้ามาหาราล์ฟในจำนวนมหาศาล เขาเกร็งกระตุกไปสักครู่หนึ่งก่อนจะเปิดตาขึ้นมา ซากุระยืนมองด้วยสายตาที่คาดหวัง ในฐานะของผู้ครอบครองคนก่อนรู้ดีว่ามันจะต้องทรมานอย่างมากในการรับข้อมูลจำนวนมหาศาล แม้แต่เธอยังแทบจะยืนไม่ไหว ทว่าราล์ฟไม่ได้มีอาการที่บ่งบอกว่ากำลังจะหมดสติเลย

        "ดูเหมือนว่าฉันจะคิดถูกสินะ"

        ภาพที่ราล์ฟมองเห็นอยู่นั้นเหมือนกับเขายืนมองทุกอย่างที่เคลื่อนไหวอยู่ในลูกแก้วโดยมีเขาเป็นศูนย์กลาง มองเห็นได้แม้กระทั่งว่าในใต้ก้อนหินมีอะไรซุกซ่อนอยู่ มีสิ่งมีชีวิตอะไรอยู่บ้างรอบตัว หากเขาเพ่งสมาธิไปที่จุดจุดนั้นก็จะรับรู้รายละเอียดได้เพิ่มมากขึ้นไปอีก ม่านพายุหิมะไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อดวงตาแห่งฮอรัส สามารถมองเห็นทุกอย่างราวกับว่ามันเป็นวันที่ฟ้าสดใสธรรมดา และเหมือนว่าเขาไปยืนอยู่ที่ตรงนั้นด้วย

        มันเหมือนเป็นถ้ำที่ลงไปใต้หิมะ ซึ่งเมื่อมองดูให้ดีๆ แล้วข้างล่างนั่นคือทะเลสาบที่กลายเป็นธารน้ำแข็ง ภาพของสิ่งมีชีวิตจำนวนมากถูกฝังอยู่ภายในนั้นดูน่ากลัว ทางเดินที่ทอดยาวลงไปนั้นเป็นบันไดน้ำแข็งและมีรูปปั้นคล้ายมนุษย์อยู่เป็นจำนวนมาก ราวกับว่าคนพวกนี้ถูกแช่แข่งอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นปฏิมากรรมน้ำแข็ง ราล์ฟพยายามสำรวจดูให้ละเอียดเพื่อดูว่ามันคงไม่มีผลกระทบใดๆ ตามมา ก่อนจะดึงสติกลับมาอยู่ในสถานที่ปัจจุบัน เห็นซากุระมองดูด้วยความเป็นห่วง

        "ไปกันเลยไหม" ราล์ฟส่งมือให้และซากุระก็คว้าจับเอาไว้ ก่อนที่เขาจะเทเลพ็อตพาไปยังสถานที่ที่พบเห็น

        เพียงพริบตาเดียวซากุระก็มาอยู่ในสถานที่ที่คล้ายจะเป็นห้องโถง แต่ดูจากลักษณะแล้วมันเหมือนกับเป็นลานพิธีกรรมบางอย่างซะมากกว่า และมันก็ถูกรายล้อมด้วยปฏิมากรรมน้ำแข็งมนุษย์จำนวนมาก ดูจากชุดแล้วพวกนี้สมควรจะเป็นทหาร และจากท่วงท่าแล้วมันแตกต่างกันมาก บางคนเหมือนกำลังสำรวจและก็ถูกแช่แข็งแทบจะในทันที ถ้าพิจารณาจากท่าทางที่แตกต่างกัน มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะอยู่กันคนละช่วงเวลา

        "มีปริศนาที่ต้องแก้สินะคะ" ซากุระถาม มันเป็นเรื่องปกติของเกมนี้ที่จะมอบรางวัลให้กับความยากลำบากที่เผชิญมา ยิ่งรางวัลมูลค่าสูงมากเท่าใด ความยากของปริศนาก็จะอยู่ในระดับที่ไม่อาจแก้ได้ง่ายๆ

        "ไม่จำเป็นหรอก ดวงตาแห่งฮอรัสชิ้นนี้สามารถพาไปถึงที่ตั้งได้เลยทันที"

        ที่ต้องพามาที่นี่ก่อนก็เพราะยิ่งไกลข้อมูลที่ได้รับก็จะมากขึ้นไปด้วยทำให้เวลาประมวลผลกินเวลาค่อนข้างนาน ดังนั้นถ้าใช้ในระยะไกลๆ ก็จะเร็วขึ้นมาก ทุกอย่างที่อยู่ในรัศมีหนึ่งร้อยเมตรถูกรับรู้เอาไว้ทั้งหมด เขาสามารถเดินไปด้วยและรับรู้ไปด้วยได้อย่างสบายๆ จนกระทั่งเห็นซากุระกำลังจะเหยียบแผ่นหินจึงได้รีบขยับตัวมาหยุดเอาไว้ก่อน และเตือนเรื่องกับดักออกไป

        ราล์ฟขยายขอบเขตการรับรู้ออกไปเรื่อยๆ เขามองเห็นห้องต่างๆ มากมาย รวมไปถึงผู้พิทักษ์ที่เป็นรูปปั้นน้ำแข็งที่อยู่ในห้องถัดไป ถึงตอนนี้มันจะไม่เคลื่อนไหวแต่ถ้ามีคนเข้าไปในห้องนั้นมันจะทำงานและจู่โจมทันที นอกจากนี้ก็ยังมีห้องที่เป็นเกมปริศนาอยู่อีกหลายห้อง มีเส้นทางแยกหลอกให้ไปเจอกับทางตันและจะเป็นห้องปิดตายที่ไม่มีทางรอด มองเห็นกับดักอันตรายและมอนสเตอร์ที่เป็นปีศาจน้ำแข็งจำนวนมาก จนถึงตอนนี้ก็ยังหาตำแหน่งที่ตั้งของธนูดาราสวรรค์ไม่พบ เขามองหาพื้นที่ที่ไกลที่สุดและปลอดภัยที่สุดก่อนจะพาเทเลพ็อตเข้าไป

        ทักษะเทเลพ็อตนี้แม้เงื่อนไขจะมีแค่พื้นที่ที่ต้องเคยไปมาก่อนหรือเห็นในระยะสายตาเท่านั้น แต่พอนำมาใช้ควบคู่กับดวงตาแห่งฮอรัสที่มองเห็นได้ทุกสรรพสิ่งจะกลายเป็นทักษะที่ไร้ผู้ต่อต้านถึงเพียงนี้ ยิ่งไปกว่านั้นราล์ฟสามารถใช้งานมันได้โดยไม่มีผลกระทบใดๆ ตามมาด้วย ในความคิดของซากุระไม่แน่ว่าราล์ฟอาจจะมีทักษะที่ช่วยแบ่งเบาภาระการใช้งานของดวงตาแห่งฮอรัสก็เป็นได้

        ความพยายามในตอนนี้คือการที่เขาจะต้องขยายขอบเขตการค้นหาให้กว้างขึ้น ข้อเสียของมันคือการใช้เวลาที่นานมาก ราล์ฟยืนอยู่นานกว่าสิบนาทีเพื่อรอให้ข้อมูลถูกส่งกลับมา และยิ่งใช้ยากมากเพราะแค่คิดว่าตรงไหนน่าสนใจ เขาก็จะถูกถึงให้ไปอยู่ที่ตรงนั้นแทน กลายเป็นว่าไม่สามารถคิดนอกเรื่องได้เลย สำหรับคนอื่นถ้ามีทักษะ พาราเรล ติ้งกิ้ง ก็น่าจะแยกสมาธิให้ใช้งานมันได้ เป็นโชคดีของราล์ฟที่มันคือความสามารถพิเศษเฉพาะของเขา

        ผ่านไปราวๆ สี่สิบนาทีราล์ฟยังคงต้องตั้งสมาธิไปกับการรับรู้ทุกอย่างที่อยู่ที่นี่ เขาเจอคลังอาวุธที่น่าสนใจด้วยแต่ตั้งใจว่าจะมาในภายหลัง พยายามมองลึกลงไปทุกตารางนิ้วจนกระทั่งเห็นทางลับพิเศษที่พาตรงไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ราล์ฟเผยรอยยิ้มออกมาเมื่อในที่สุด ที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าของเขาคือธนูสีขาวเงินคันใหญ่ มีลวดลายสวยงาม และมันถูกวางอยู่บนแท่นรอให้มีคนมารับมันไป ตรวจสอบดูจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีกับดักเขาก็ดึงสติกลับมาทันที

        ซากุระยืนมองอย่างใจเย็น การที่ราล์ฟนั่งนิ่งไปเกือบจะหนึ่งชั่วโมงทำให้เธอรู้สึกไม่ปลอดภัย แต่ก็เข้าใจถึงจุดอ่อนของดวงตาแห่งฮอรัสดี ระหว่างนี้ถ้าเธอเรียกหรือชวนคุยสติของเขาก็จะกลับมาทำให้การสำรวจล้มเหลวลงได้

        "ได้ความว่ายังไงบ้างคะ"

        "เจอแล้วล่ะ ไปกันเถอะ"

        ราล์ฟคว้ามือซากุระและพาไปยังห้องที่เห็นเมื่อสักครู่ แต่ทันใดนั้นพลันรู้สึกได้ถึงความเย็นที่แทรกผ่านปลายเท้าขึ้นมา ซากุระร้องออกมาด้วยความตกใจ เขาจึงรีบใช้พลังจิตยกร่างให้ลอยขึ้นเหนือไอเย็นพวกนั้น เท้าของซากุระถูกแช่แข็งจนกลายเป็นสีม่วงคล้ำ ส่วนราล์ฟไม่เป็นอะไรอาจเพราะเขาได้ผิวหนังมังกรมา อย่างไรก็ตามมันเป็นความผิดของเขาที่ประมาทเกินไปอยู่ดี

        "ขอโทษ ความผิดของฉันเอง"

        "ไม่เป็นไรค่ะ การที่คุณผิดพลาดก็แปลว่าคุณยังเป็นมนุษย์อยู่ ไม่มีใครสมบูรณ์แบบหรอกนะคะ" ซากุระให้อภัย ดวงตาแห่งฮอรัสอาจจะมองเห็นแต่สัมผัสไม่ได้ เรื่องธรรมดาจะไม่รู้ว่าไอเย็นพวกนี้กัดกร่อนร่างกายได้ด้วย

        สังเกตเห็นไอเย็นที่ลอยปกคลุมเหนือพื้นราวหนึ่งเมตร และทางเดินที่ทอดลงไปนั้นทำให้พื้นจมลึกจนอาจจะมิดศีรษะ ถ้านี่เป็นบททดสอบครั้งสุดท้ายเงื่อนไขก็มีแค่ไปให้ถึงที่นั่นให้ได้ ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคนที่บินได้เลย

        ราล์ฟพาซากุระลอยมาจนถึงแท่นที่วางธนูดาราสวรรค์เอาไว้ รูปร่างของมันเหมือนที่เขาคัดลอกมาจากในหนังสือเป๊ะ แม้จะตรวจสอบก็ได้ข้อมูลที่ตรงกันจึงมั่นใจว่านี่จะต้องเป็นของจริง ซากุระกลั้นใจยื่นมือออกไปจับทันใดนั้นมือของเธอก็พลันรู้สึกเหมือนโดนเผาไหม้ด้วยอุณหภูมิที่เย็นจัด ราล์ฟเห็นพลังชีวิตของเธอลดจึงรีบฮีลให้อย่างเร่งด่วน ความทรมานนี้ทำให้ซากุระกรีดร้องออกมา แขนของเธอเริ่มม่วงคล้ำจากการถูกน้ำแข็งกัด พยายามจะปล่อยมือแค่ไหนก็ทำไม่ได้

        การที่ซากุระยังมีสติอยู่เธอจึงรีบใช้มือข้างที่ยังว่าง จัดตั้งแถบไอเทมใหม่ ทั้งน้ำยาลดความผิดปรกติ ทั้งยาเม็ดเพิ่มเลือดด่วน ทำทุกอย่างเพื่อให้มั่นใจว่าตัวเธอจะไม่ต้องมาตายที่นี่ จนกระทั่งเวลาได้ผ่านไปนานถึงยี่สิบนาที เสียงร้องของซากุระก็เริ่มเบาลง ความรู้สึกที่มือและแขนเริ่มกลับมาอีกครั้ง ก่อนจะมองดูผลลัพธ์ที่อยู่ในมือของเธอและเสียงระบบที่แจ้งให้ทราบว่าเธอได้ครอบครองอาวุธในตำนาน ธนูดาราสวรรค์ เป็นที่เรียบร้อย

        ธนูดาราสวรรค์เป็นธนูธาตุน้ำแข็ง ซึ่งจะต้องเปลี่ยนคุณสมบัติร่างกายของผู้ใช้ให้มีธาตุที่เหมาะสม และนั่นทำให้สถานะของซากุระขึ้นแสดงว่าตัวเธอเป็นมนุษย์ที่มีธาตุน้ำแข็ง เหลือก็แค่พยายามควบคุมไม่ให้มันแสดงผลออกมาก็เท่านั้น

        หลังจากที่ตรวจสอบความสามารถของมันโดยละเอียด ซากุระพบว่ามันเป็นอาวุธที่ช่วยให้เธอเปลี่ยนสถานการณ์ได้อย่างดี จากดวงตาแห่งฮอรัสที่ทำได้เพียงให้ผลสนับสนุนทักษะย้ายตำแหน่ง มาเป็นธนูดาราสวรรค์อาวุธโจมตีวิถีไกล เธอสามารถเลือกได้ว่าจะใช้ธนูธรรมดาหรือธนูพิเศษที่สร้างจาก MP สิ่งนี้น่าจะทำให้เธอมีอำนาจในสมาพันธ์อย่างแท้จริง

        "ดิฉันต้องขอขอบคุณในความกรุณาของคุณมากเลยนะคะ" ซากุระโค้งขอบคุณอย่างเป็นทางการจนชวนให้รู้สึกอึดอัด แต่พอมองดูราล์ฟกลับพบว่าเขากำลังใช้ดวงตาแห่งฮอรัสมองอะไรสักอย่างอยู่ ก่อนที่เขาจะกลับมาสู่ความเป็นจริง

        "มีอะไรหรือเปล่าคะ?"

        "ฉันกำลังคิดอยู่ว่ามันจะดีไหมถ้าจะมอบของอีกอย่างหนึ่งให้เธอ เพราะฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีของอย่างอื่นถูกซ่อนไว้ที่นี่อยู่อีก"

        มันเกิดขึ้นจากการที่เขาอยากรู้ว่ารอบๆ นี้จะมีกับดักอะไรเพิ่มอีกไหม จนกระทั่งมองเห็นทางลับที่อยู่ลึกลงไปด้านล่างไอเย็นแห่งนี้ เห็นได้ชัดว่ามันถูกป้องกันเอาไว้เฉพาะผู้ที่ทนทานต่อความเย็นได้เป็นพิเศษ ทางลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกับดักที่อาจนำทางไปสู่ความตาย คิดอยู่สักพักหนึ่งก็ตัดสินใจได้ว่าจะมอบมันให้กับซากุระ สำหรับเขาแค่ดวงตาแห่งฮอรัสก็เพียงพอแล้ว

        ตัดสินใจเสร็จก็จับมือซากุระและพาเทเลพ็อตไปยังห้องลับที่ปกคลุมไปด้วยไอเย็นซึ่งคร่าชีวิตได้ทันที ราล์ฟแม้จะมีผิวหนังมังกรอยู่ก็ตามแต่ก็ต้องโคจรลมปราณเพื่อให้เกิดความร้อน ส่วนซากุระแค่ต้องยกมือปัดควันที่บังหน้าออกซึ่งมันทำให้เธอมองอะไรไม่เห็น ก่อนจะสังเกตเห็นของบางอย่างที่ลอยอยู่กลางอากาศ เป็นปีกใสคล้ายกับปีกของแมลงปอ ซากุระพยายามนึกถึงรายชื่อที่ได้อ่านผ่านตามาบ้างแล้ว

        "มันคือปีกภูตแสง ไอเทมที่ช่วยให้บินได้เพียงแค่จินตนาการ มีความเร็วที่สูงมาก ผูกติดกับร่างกายซึ่งเธออาจจะต้องทรมานอีกสักหน่อย ฉันไม่คิดเลยนะว่าที่นี่จะมีไอเทมในตำนานอยู่มากกว่าหนึ่งชิ้น"

        ที่ราล์ฟไม่สนใจเพราะเขาสามารถบินได้ด้วยพลังจิต แถมไอเทมชิ้นนี้ก็เป็นแบบผูกติดกับผู้ที่สัมผัสและครอบครองคนแรก ถ้าบอกว่ามันเป็นรางวัลให้เฉพาะคนที่ฝ่าฝันมาถึงที่นี่ได้ก็ฟังดูจะเป็นเหตุผลที่เข้าท่า โชคร้ายที่คนที่มาแทบจะไม่ต้องลำบากอะไรเลย

        เมื่อยกมันให้กับซากุระแล้วก็ปล่อยให้เธอทำสัญญากับมัน ปีกนั้นใช้เวลาหลอมรวมกับร่างของเธอราวๆ ยี่สิบนาที เท่ากับการครอบครองธนูดาราสวรรค์  ปีกนั้นถูกเปลี่ยนเป็นผ้าคลุมโปร่งแสงเหมือนชุดแฟชั่น เมื่อใดที่ต้องการใช้งานมันจะกางออกและสยายกลายเป็นปีกสี่ปีก ให้ซากุระทดสอบการใช้งานมันก่อนเพื่อให้เกิดความเคยชิน แต่เธอไม่เคยบินด้วยตัวเองมาก่อนจึงรู้สึกว่ายากมาก โดยเฉพาะการควบคุมปีกให้ขยับยามที่ต้องการบินขึ้น ร่อนลง หรือเร่งความเร็ว อาจจะต้องใช้เวลาพักใหญ่เลยล่ะ

        แต่ราล์ฟก็ยังไม่คิดว่ามันหมดเพียงแค่นั้น ดวงตาแห่งฮอรัสทำให้เขามองเห็นของดีอีกอย่างหนึ่งซึ่งถูกซุกซ่อนเอาไว้ แม้ราล์ฟจะไม่มีความรู้สึกอยากได้ก็ตามแต่คาดว่านี่อาจจะเป็นเป้าหมายของเทพสงครามคนนั้นก็เป็นได้ มันถูกซ่อนเอาไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดภายในโลงน้ำแข็งที่เย็นเฉียบ และไม่มีเส้นทางที่จะนำทางไปที่นั่นได้นอกจากการละลายทางเข้าที่ถูกแช่แข็งเอาไว้ด้วยน้ำแข็งหนาราวๆ สองร้อยเมตร นั่นน่าจะเป็นเหตุผลที่เทพสงครามต้องการดวงตาแห่งฮอรัส หากมีอาชีพเป็นนักสำรวจการจะเข้าออกสถานที่แห่งนั้นโดยใช้ดวงตาแห่งฮอรัสเป็นเรื่องที่ง่ายมาก แต่ในเมื่อไม่มีก็คงต้องใช้วิธีอื่นแทนอย่างการขุดเจาะก้อนน้ำแข็งออกไป

        "ฉันขอไปเอาอาวุธในตำนานชิ้นสุดท้ายที่ซ่อนอยู่ที่นี่จะได้ไหม"

        "อาวุธในตำนาน? ชิ้นสุดท้าย?" ใบหน้าของเธอมีแต่ความสับสน การเจอธนูดาราสวรรค์กับปีกภูตแสงในสถานที่เดียวกันก็นับว่าเป็นเรื่องปาฏิหาริย์มากแล้ว ไม่คิดเลยว่าจะยังมีอีกชิ้นหนึ่งซ่อนอยู่ด้วย แต่ซากุระไม่ใช่คนโลภ เพียงแค่สองชิ้นนี้ก็น่าจะพอแล้วสำหรับเธอ

        จากนั้นทั้งสองก็เทเลพ็อตไปยังห้องที่ตั้งโลงน้ำแข็งเอาไว้ แรงกดดันบางอย่างทำให้ซากุระขยับตัวไม่ได้ แม้แต่ราล์ฟเองยังต้องพยายามต่อต้านมัน เห็นซากุระทรุดไปขนาดนั้นก็ยอมรับเลยว่าการฝึกของคุณแม่ช่วยได้จริงๆ ไม่อย่างนั้นสภาพของเขาคงไม่ต่างกัน เมื่อฝืนเดินเข้ามาใกล้โลงศพมันก็แผ่รัศมีสีแดงดำออกมาทำให้รู้สึกน่าหวาดกลัว สภาพจิตใจของเขากำลังถูกเล่นงานโดยภาพหลอน และคล้ายจะถูกชักจูงความคิดให้จมสู่ด้านมืด

        ร่างกายของราล์ฟถูกทำให้หยุดนิ่ง ในห้วงความคิดที่เหมือนมิติบางอย่าง ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าก็มาในรูปแบบของตัวตนด้านมืดของเขา ซึ่งมันแสดงอารมณ์เกรี้ยวกราดออกมา ราล์ฟมองออกว่ามันจำลองสภาพจิตใจจากจิตใต้สำนึกออกมาเป็นรูปร่างเท่านั้น และตัวตนด้านมืดของเขาก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่รู้จัก พูดให้ถูกคือเป็นตัวตนที่เขาคุ้นชินเป็นอย่างดีด้วยล่ะ

        "สวัสดีตัวฉัน ขอโทษทีนะแต่ไม่ได้มีเวลาว่างมาคุยเล่นด้วยนักหรอก"

        "สวัสดีตัวฉัน นี่เป็นเพียงแค่จิตใต้สำนึกที่ถูกจำลองขึ้นมา ไม่ใช่ตัวฉันจริงๆ หรอก ถ้าพูดให้ถูกฉันที่แสดงอารมณ์เกรี้ยวกราดให้เห็นอยู่นี่เป็นแค่หนึ่งในสถานการณ์ที่นายไม่ได้อยากให้มันเกิดขึ้นมาเท่านั้น สร้างจินตนาการออกมาเป็นรูปร่างแบบนี้ ยอมรับว่าร้ายกาจมากจริงๆ"

        "อาจเป็นเพราะฉันรู้จักตัวเองดี ขอไม่กอดนะ"

        "ไม่ต้องทำเป็นยอมรับด้านมืดเหมือนในการ์ตูนหรอก ฉันเองก็ขอปฏิเสธที่จะกอดนายเหมือนกัน รู้สึกคลื่นไส้ยังไงไม่รู้"

        "ดีใจที่ได้คุยด้วยกัน ไม่สิ...ได้พบเจอกันต่างหาก"

        "เช่นกันดีใจที่ได้เจอ ฉันขอภาวนาให้นายหรือก็คือตัวฉันโชคดีกับการครอบครองมันด้วย"

        "ขอบคุณ"

        แล้วภาพนั้นก็พลันสลายไปทันที ราล์ฟกลับมายืนอยู่ในความเป็นจริงอีกครั้งและเดินฝ่าไปอย่างมั่นคง การทดสอบด้านมืดในจิตใจเป็นอะไรที่ง่ายดายมาก สำหรับเขาที่คุยกับตัวเองและรู้จักตัวเองดีกว่าใคร ด้านมืดก็เหมือนกับพี่น้องที่คลานตามกันมา แค่มีตัวตนอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ

        เดินมาจนถึงโลงศพน้ำแข็ง เมื่อเลื่อนเปิดออกก็พบกับซากของโครงกระดูกที่มีความแตกต่างจากมนุษย์ตรงที่มันมีขนาดใหญ่และมีส่วนที่งอกออกไปคล้ายกับเขา นิ้วมือที่ยาวและดูแหลมคม โครงกระดูกนี้สวมเสื้อและผ้าคลุมไหล่ยาวสีดำ สภาพของเสื้อมันค่อนข้างใหญ่เก่าแล้วแต่สามารถนำไปซ่อมแซมได้อยู่ และกอดดาบเล่มโตที่มีใบดาบสีดำกว้าง ดูคล้ายกับดาบเทพเทวะแตกต่างกันแค่สีและรูปทรงที่ดูเหมาะสมกับการเป็นดาบมาร

        มันคือดาบมารโลกันตร์ อาวุธในตำนานที่ถูกสร้างมาเพื่อคานอำนาจของดาบเทพเทวะ ความสามารถเหมือนกันแค่ตรงกันข้ามทุกประการ

        การทดสอบนั้นเขาได้ผ่านมันไปแล้ว นั่นคือการยอมรับตัวตนด้านมืดของตัวเอง หากเป็นคนอื่นที่ได้เห็นตนเองกระทำการบางอย่างที่ยอมรับไม่ได้ ก็จะปฏิเสธว่านั่นไม่ใช่ตัวตนของเขาซึ่งจะจัดอยู่ในกลุ่มอาการโรคหลายบุคลิก ซึ่งราล์ฟแต่เดิมเขาก็ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มอาการโรคหลายบุคลิกเพราะอารมณ์ทั้งหมดมันแยกกัน และการฝึกฝนเพื่อควบคุมอารมณ์เหล่านั้นทำให้เขาไม่ได้รู้สึกว่าด้านมืดเป็นเรื่องเลวร้ายซะทีเดียว

        ดาบมารโลกันตร์กำลังดูดเลือดของเขาอย่างต่อเรื่อง ตัวดาบเริ่มเปล่งแสงสีดำเรืองๆ ออกมา ดวงตาปีศาจที่อยู่บนกั่นดาบเริ่มมีลูกไฟเกิดขึ้น ต่อมาร่างกายของราล์ฟรู้สึกเหมือนโดนไฟเผาและตัวเขากำลังถูกห่อหุ้มไปด้วยความมืด แต่ในตอนนั้นเองดาบเทพเทวะก็ปรากฏออกมาเปล่งแสงสว่างขึ้นต่อต้าน นี่อาจจะเป็นปฏิกิริยาต่อต้านของอาวุธที่หักล้างกันเอง แต่ราล์ฟก็ไม่สนใจและพยายามครอบครองมันให้ได้

        ความเจ็บปวดแทรกซึมไปทั่วร่าง ความรู้สึกที่ว่าร่างกายกำลังจะแยกออกจากกันเพราะดาบทั้งสองพยายามจะยื้อแย่งสิทธิ์ในการครอบครองผู้ใช้ ด้วยเหตุนี้เองราล์ฟจึงเริ่มกำหนดลมหายใจและโคจรลมปราณเพื่อปรับสมดุลรับเอาพลังทั้งสองที่กำลังยื้อแย่งตัวเขา บังคับให้พวกมันสงบลงด้วยกำลัง นี่อาจจะเป็นเรื่องที่ไร้เหตุผลรองรับที่สุดเท่าที่ราล์ฟเคยทำมา

        อาชีพนักบวชเป็นธาตุแสงที่เข้ากันได้ดีทำให้ดาบเทพเทวะยอมรับได้ไม่ยาก

        แต่ขณะเดียวกันดาบมารโลกันตร์ก็ยอมรับพลังคำสาปในตัวของเขา

        พลังชีวิตของเขาถูกดูดออกไปให้ดาบมารโลกันตร์ ส่วนมานาก็ถูกดาบเทพเทวะดูดกลืน

        และยิ่งไปกว่านั้นมีพลังลึกลับบางอย่างถูกส่งผ่านเข้ามาในร่างของเขาอีกด้วย ความรู้สึกมวนในร่างกายเหมือนมีลมร้อนและเย็นวิ่งไปมาทั่วร่างและตีกันเอง นี่คงจะเป็นอาการที่อาจจะเรียกได้ว่าลมปราณแตกซ่าน รู้สึกได้เลยถึงอวัยวะภายในที่บอบช้ำ หน้าอกขยายออกราวกับว่ามันจะระเบิดออกให้ได้ แถมเขาไม่สามารถควบคุมมันได้และต้องหาทางระบายออก

        "ปลดผนึกลิช"

        พอเรียกมันออกมาก็สั่งให้มันดูดกลืนพลังลึกลับในร่างของเขาออกไป มันอ้าปากและฝังเขี้ยวนับร้อยไปที่กลางอกและดูดกลืนพลังลึกลับ ซึ่งลิชเป็นได้แค่ตัวช่วยชั่วคราวเท่านั้นจำเป็นจะต้องคิดหาวิธีอื่น มีความคิดมากมายให้เลือก แต่หนทางที่ดูจะเป็นแฟนตาซีที่สุดคือการหลอมรวมธาตุแสงและความมืดให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ฟังดูอาจจะเป็นวิธีการบ้าๆ ซึ่งมันก็น่าจะทดลอง ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

        ราล์ฟใช้ลมปราณจันทรวารีชักนำพลังทั้งสองให้หมุนวนไปโดยไม่หักล้างกันเองและเริ่มต้นการหลอมรวมไปกับร่างกาย ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง เขาก็เริ่มรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป ความทรมานนั้นลดลง ร่างกายรู้สึกร้อนวูบวาบและบางส่วนก็เย็นยะเยือก แต่ยังถือว่าเสี่ยงอยู่จนกว่าความร้อนวูบวาบและเย็นยะเยือกจะหายไปจนหมดจึงต้องโคจรลมปราณต่อไปทั้งอย่างนั้น

        จนผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมง ทั้งที่อยู่ในถ้ำน้ำแข็งที่อากาศติดลบแต่ก็ยังมีเหงื่อไหลออกมา รู้สึกกระหายน้ำแต่ก็หยุดการโคจรลมปราณไม่ได้ เขาคิดเพียงอย่างเดียวว่าจะต้องทำมันให้สำเร็จ จึงนึกถึงปรัชญาต่างๆ ที่คุณตาเคยสอนระหว่างฝึกฝนวิชาต่อสู้และนำมาปรับใช้กับมัน จนกระทั่งในที่สุดเสียงแห่งสวรรค์ก็ดังขึ้นมาทำให้ราล์ฟหลุดพ้นจากความทรมาน

        "ทำการหลอมรวมธาตุแสงสว่างและความมืดสำเร็จ ได้รับทักษะธาตุ (แสงสว่าง) และ ทักษะธาตุ (ความมืด)"

       "ผลสนับสนุนธาตุแสงสว่างเพิ่มขึ้น"

       "ผลสนับสนุนธาตุความมืดเพิ่มขึ้น"

       "เพลเยอร์ ทำสัญญาผูกมัดกับดาบเทพเทวะและดาบมารโลกันตร์สำเร็จ"

       ราล์ฟลืมตาขึ้นเปิดหน้าต่างตรวจสอบสถานะตัวเอง เวลานี้สถานะธาตุของเขาเปลี่ยนเป็น แสงสว่าง ความมืด และน้ำ ก็จำได้ว่าก่อนหน้านี้เขาทำเควสต์เวทมนตร์เผ่าแมวทำให้สถานะเปลี่ยนเป็นธาตุน้ำ ตอนนี้เขากลายเป็นแมวสามธาตุเลยเกิดความคิดขึ้นมาว่าถ้าหากสามารถเขาหลอมรวมธาตุได้เพิ่มอีกก็คงจะดีไม่น้อย

        ลุกขึ้นมาเห็นซากุระกำลังสำรวจผนัง อาจจะเพราะไม่รู้ว่าจะทำอะไรในสถานที่ที่ถูกปิดตายก็เลยทำได้แค่มองดูข้อความสลักบนผนังที่บอกเล่าถึงเรื่องราวต่างๆ ด้วยความสนใจแทน จนหันมาเห็นว่าราล์ฟได้สติกลับมาแล้ว

        "ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ ดิฉันเกือบจะคิดว่าคุณอาจจะต้องตายไปแล้วก็ได้"

        "ฉันเคยตายไปแล้ว อย่างน้อยก็เพราะกระต่ายหน้าเมือง" ราล์ฟกล่าวติดตลก

        เมื่อไม่มีธุระอะไรกับที่นี่แล้ว ราล์ฟจึงเทเลพ็อตไปยังห้องคลังอาวุธและเก็บรวบรวมอาวุธทั้งหมดมา ถึงมันจะเสียหายแต่พวกดรอฟว์ก็น่าจะมีวิธีนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ ซากุระไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนักแต่จำได้ว่าราล์ฟเก็บชุดกับเสื้อคลุมขาดๆ มา เธอมีอาชีพรองเป็นช่างเย็บผ้าเลยอาสาจะช่วยทำชุดที่เหมาะสมให้เพื่อเป็นการขอบคุณที่ช่วยให้ครอบครองธนูดาราสวรรค์กับปีกภูตแสง เขาจึงมอบชุดนั้นให้ไป จากนั้นก็พาซากุระกลับไปส่งที่ห้องทำงานของเธอ และเทเลพ็อตกลับไปที่อาณาจักรอสูรส่งมอบของที่เก็บมาได้ทั้งหมดให้ซานัคไปจัดการ

 

        อาณาจักรเงือก คุกพิเศษที่คุมขังไซเรน

        มันเป็นเวลาที่ผ่านมานานหลายเดือนมากสำหรับไซเรนที่ต้องพบเจอกับความทรมานแสนสาหัส แต่เธอกลับอยู่ได้ด้วยความเชื่อมั่นใจว่าเขาจะต้องมาช่วยเหลือเธออย่างแน่นอน ตราบใดที่เนรอสยังไม่ได้สิ่งที่ต้องการเธอก็จะยังคงมีชีวิตอยู่

        เสื้อผ้าที่เธอเคยสวมใส่มันขาดวิ่น จนต้องเปลี่ยนมาใส่ชุดของนักโทษที่แค่เอาผ้าบางๆ มาผูกมัดเท่านั้น และสิ่งสกปรกบนตัวเธอก็มาจากโคลนที่ชาวเมืองถูกบังคับให้ขว้างปาทำให้บาดเจ็บ ถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีต่างๆ นานา แต่ไซเรนก็ยังคงยิ้มสู้ไม่ทำให้เนรอสรู้สึกสำราญใจ มีการทรมานเธอต่างๆ มากมายที่ทำให้รู้สึกท้อแท้ที่จะมีชีวิตต่อไปได้

        จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีวี่แววใดๆ เกี่ยวกับเขาคนนั้น ไม่มีข่าวคร่าวเกี่ยวกับความเคลื่อนไหว ถ้าจะให้มองในแง่ดีแปลว่าเนรอสไม่สามารถหาตัวของคนคนนั้นได้ แต่ถ้าหากมองในแง่ร้ายนั่นอาจจะหมายความว่าเขาได้ทอดทิ้งเธอไปแล้ว

        ที่ไม่คิดแบบนั้นเพราะไซเรนคิดว่าเข้าใจเขาในระดับหนึ่ง

        เขาคนนั้นเป็นผู้ชายที่รักษาคำพูดของตัวเอง แต่จะต้องให้มั่นใจว่าไม่เกิดความผิดพลาดใดๆ จึงจะเคลื่อนไหว

        และยิ่งไปกว่านั้นหากคำทำนายของเมฟิสที่บอกว่า เธอจะนำพาหายนะมาสู่อาณาจักรเงือก เป็นความจริง นั่นก็น่าจะหมายถึงเขาคนนั้นอย่างแน่นอน

        แม้ใจจะพยายามเชื่อมั่นแค่ไหนก็ตาม แต่ไซเรนก็รู้สึกว่าความหวังนั้นริบหรี่มาก

        เธออยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของปราสาท มีม่านบาเรียร์ที่แยกเธอออกจากน้ำทะเล มันเป็นพื้นที่เดียวที่มีอากาศเหมือนบนพื้นดิน สำหรับเผ่าเงือกแล้วมันคืออากาศที่ไม่บริสุทธิ์และเน่าเหม็นมาก แม้แต่เนรอสพยายามอย่างมากที่จะไม่เข้ามาอยู่นานนัก นอกจากนี้ยังถูกคุ้มกันด้วยทหารมนุษย์เงือกที่แข็งแกร่งอยู่อีกตั้งมากมาย

        "เจ้าจะต้องให้เรารอไปอีกนานเท่าใด"

        มันเป็นแค่คำรำพึงที่ไม่ได้คาดหวังคำตอบ แต่กลับมีเสียงอันคุ้นเคยตอบกลับมาว่า

        "ก็คงอีกไม่นาน"

        ดวงตาของไซเรนเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นเด็กหนุ่มเผ่าแมวยืนอยู่ที่มุมหนึ่งของคุก เธอคิดว่ามันเป็นเพียงแค่ภาพหลอน แต่ถึงแม้ว่านี่จะเป็นเพียงแค่ภาพหลอนก็ตามกลับทำให้น้ำตาเอ่อล้นขึ้นมาและไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง ความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจเพิ่มพูนขึ้นทำให้มีกำลังใจในการสู้ต่อ

        "ที่นี่มีอากาศอยู่ด้วยสินะ อุตส่าห์กินยาเม็ดอากาศเข้าไปน่าเสียดายซะจริง"

        !?

        ไซเรนรู้สึกสับสนและสงสัยมากว่าทำไมภาพหลอนนั้นถึงได้เคลื่อนไหวได้ เพราะมันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมาอยู่ที่นี่ ใต้มหาสมุทรทั้งที่เขาว่ายน้ำไม่เป็น

        "สายตาของเธอเหมือนจะล้อเลียนเรื่องที่ฉันว่ายน้ำไม่เป็นอยู่เลยนะ"

        น้ำเสียงและคำพูดที่คล้ายจะอ่านความคิดคนอื่นได้แบบนี้เป็นหลักฐานแสดงตัวตนได้เป็นอย่างดี

        แต่ว่าเพราะเหตุใดกันล่ะ...

        "กว่าจะหาตำแหน่งของอาณาจักรเงือกได้ทำเอาฉันสลบไปตั้งสองรอบ"

        "เจ้า! เป็นไปได้ยังไงกัน?" ไซเรนพูดอะไรไม่ออก เธอไม่คิดมาก่อนเลยว่าราล์ฟจะมาปรากฏตัวที่นี่ได้

        แต่เมื่อลองคิดว่านั่นคือราล์ฟ เหตุผลทั้งหมดก็ไม่มีความจำเป็นอีก

        "ขอโทษที่ฉันมาสาย พอดีว่าต้องเตรียมอะไรหลายๆ อย่างเพื่อบุกอาณาจักรเงือก"

        ราล์ฟสำรวจสภาพของไซเรน มีร่องรอยบาดแผลฟกช้ำหลายแห่ง ผมที่เคยยาวสลวยบัดนี้มันกระเซิงไปซะหมด เสื้อผ้าที่เขาเคยซื้อให้เธอมันถูกเปลี่ยนไปเป็นเศษผ้าที่แค่เอามาผูกมัดพอจะใช้รั้งไม่ให้ตกลงมา ร่างกายที่ซูบผอมเพราะอาหารของเธอมีแค่ซุปของเหลือสำหรับนักโทษเท่านั้น แววตาของเขาส่อประกายวาวโรจน์ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงใจเย็นไม่ผลีผลามทำอะไรสิ้นคิด

        "ไม่หรอก เจ้าพยายามหาทางเพื่อที่จะมาที่นี่ นั่นคือความจริง ไม่มีคำว่าสายไปหรอก"

        "ที่เธอพูดมาก็ถูก แต่ครั้งนี้ฉันมาเพื่อหาข้อมูลเท่านั้น ขอโทษด้วยที่ไม่สามารถพาเธอไปด้วยได้" ราล์ฟเดินเข้าไปหาไซเรน ปัดถ้วยชามที่แสนจะสกปรกนั่นทิ้งไป และหยิบเอากล่องข้าวออกมา "กินนี่ซะ แล้วช่วยบอกเรื่องราวทั้งหมดมา ฉันจะได้กลับไปเตรียมแผนรับมือ เพราะฉันรู้สึกว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ไม่มีทางจบลงง่ายๆ แน่"

        เพียงแค่ชั่วระยะเวลาสั้นๆ ที่ได้พบกัน ไซเรนกลับลืมความทุกข์ทรมานที่ผ่านมาไปทั้งหมด เหลือไว้เพียงความสุขที่ได้เห็นเขา ได้พูดคุยกัน และที่สำคัญอาหารกล่องของเขาที่ให้ความรู้สึกอ่อนโยน แม้ว่านิสัยของเขาจะดูเงียบขรึมและเป็นคนที่เย็นชาก็ตาม นี่จะเป็นมื้อแรกในอาณาจักรเงือกที่เธอมีความสุขที่สุด

        ขอเพียงแค่นี้เท่านั้น...

        ไซเรนบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ราล์ฟฟังโดยละเอียด ทั้งสถานการณ์ปัจจุบันที่เนรอสควบคุมชาวเมืองเอาไว้ กองกำลังทหารทั้งหมดขึ้นตรงกับเนรอส เป้าหมายของเนรอสคือการยึดครองอำนาจแห่งการสะกดและคทาศักดิ์สิทธิ์ของนครวารี ถ้าหากเป้าหมายสำเร็จ เนรอสจะสามารถควบคุมเจ้าสมุทรและสัตว์ร้ายทุกชนิดได้ อีกทั้งภายใต้ท้องทะเลเขาจะเป็นคนที่มีพลังอำนาจดุจพระเจ้า แต่ที่ไม่สามารถทำได้เพราะพิธีกรรมยึดครองนั้นจะต้องมีตัวละครอย่างราล์ฟอยู่ในพิธีกรรมด้วย

        พอได้ฟังความทะเยอทะยานอันบ้าคลั่งของมนุษย์เงือกที่ชื่อเนรอส ราล์ฟรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ

        "เจ้าไม่มีทางเอาชนะเนรอสที่ถือคทาศักดิ์สิทธิ์ของนครวารีได้ ตราบใดก็ตามที่อยู่ในน้ำอำนาจของเขาคือที่สุด"

        "แค่ในน้ำใช่ไหมล่ะ เธอไม่ต้องห่วงหรอกกะอีแค่ฉลามตัวเดียวฉันจัดการได้สบายอยู่แล้ว"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

32 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 15:03
    ไซเรนของผ้มมมมมมม ล้างอาณาจักรเลยราฟ
    #14008
    0
  2. #13940 White_Lilys (@lolipopkungs) (จากตอนที่ 376)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:23
    ราล์ฟได้ไพ่ดีมาอยู่ในมือเพิ่มขึ้นแล้วสิ แบบนี้แหละราล์ฟจะได้โหดยิ่งขึ้น มีทั้งดาบเทพเทวะ ดาบมารมาอีก ลุ้นว่าจะมีอะไรอีก น่าจะมีให้ครบกลุ่มนะเนี่ย 555
    ขอบคุณสำหรับนิยายค่ะ
    #13940
    0
  3. #13938 Lunar Lethisia Lightseriars (@piinzpq) (จากตอนที่ 376)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:49
    คงลากขึ้นมาบนบกซะสินะ 55555 
    ใจไซเรนนี่ให้เต็มร้อยล่ะ ซากุระก็คุ้มไปแล้ว 
    ค่อยสมกับเป็นจอมมาร แสงและมืดมันต้องคู่กัน
    #13938
    0
  4. #13936 มิเกล แบล็คซอร์ด (@Shopping) (จากตอนที่ 376)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 03:51
    คทาศักดิ์สิทธิ์เข้ากับธาตุน้ำของราล์ฟพอดีทีนี้จะได้มีอาวุธ3ธาตุ
    #13936
    1
  5. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:31
    ว่าที่จอมมาร...
    #13935
    0
  6. #13934 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 376)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:17
    ตัดหน้าสมาคมวอร์ลอร์ดควันฉุยเลย อิ อิ
    #13934
    0
  7. #13933 time789456 (@time789456) (จากตอนที่ 376)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:03
    กวาดเรียบเอาทุกอย่างดียังไม่งัดกับดักกับแซะน้ำแข็งกลับไปด้วยนะแนี่ย
    #13933
    2
    • #13933-1 SlayerREADERx (@SlayerREADERx) (จากตอนที่ 376)
      9 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:23
      ฮาาาาาาาาาา
      #13933-1
    • #13933-2 Kenzama (@kenzama) (จากตอนที่ 376)
      10 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:10
      เทพสงครามจะรู้มั้ยว่าแมวมาขโมยไปหมดแล้ว

      น่าหารูปปั้นแมวใส่แว่นมาวางไว้ซักตัว
      #13933-2
  8. #13932 aobub (@aobub) (จากตอนที่ 376)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:09
    ได้ดาบมารโลกันตร์มา ค่อยสมกับเป็นจอมมาร หน่อยครับ 
    แต่ อยากรุ้ว่าสมาพันธ์วอร์ลอร์ด จะเป็นอย่างไง ที่เข้า ไปแล้วไม่เจออาวุธในตำนาน 
    #13932
    1
    • #13932-1 ขุณไกร (@harukokame) (จากตอนที่ 376)
      9 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:20
      วอร์ลอร์ดยังไม่เท่าไหร่ GM ดิ่ คิดไม่ออกว่าจะปวดหัวแค่ไหน เควสไม่ถูกเคลียร์แต่ของหาย....
      #13932-1
  9. #13931 Pompam Makionna (@suppamas) (จากตอนที่ 376)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:04
    คิดถึงไซเรนนน
    #13931
    0
  10. #13930 Maizas Dragonil (@goldcremer) (จากตอนที่ 376)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:45
    รออ่านตอนต่อเลย
    #13930
    0
  11. #13929 สูรย์ (@chamoisee) (จากตอนที่ 376)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:44
    ขอบคุณมากค่ะ
    #13929
    0
  12. #13928 Zaye (@genshawnjayda) (จากตอนที่ 376)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:27
    หูฉลาม! เย้!
    #13928
    0
  13. #13927 คุณสามี (@SoulBladeMaster) (จากตอนที่ 376)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:54
    ขอบคุณมากครับ ปั่นต่อๆ มีคนรออ่านเพียบเลย รวมแล้วออกใหม่เมื่อไหร่แจ้งด้วยนะครับ ^^
    #13927
    0
  14. #13925 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 376)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:50
    รอกินหูฉลามน้ำแดง ฮิฮิ
    #13925
    0
  15. #13924 Chatchai Wongcha-oom (@onkchad) (จากตอนที่ 376)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:53
    อู้ววววว
    ขอบคุณคัฟฟฟฟ
    #13924
    0
  16. #13923 glom-mon (@ku-ru) (จากตอนที่ 376)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:23
    สมบีติในตำนาน 3 ชิ้นรวด 555

    โหดสลัด
    #13923
    0
  17. #13922 bigynew (@bigynew) (จากตอนที่ 376)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:08
    ตอนหน้ามีฉะกันแน่ เนรอสเป็นปลาตากแห้งแน่ 55555555555
    #13922
    0
  18. #13921 Dtiro (@Dtiro) (จากตอนที่ 376)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:50
    แล้วอาคมละ ทำไมไม่ได้ของดีๆแบบเจ้าแมวบ้าง
    #13921
    1
  19. #13920 the7golf (@the7golf) (จากตอนที่ 376)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:46
    ขอบคุณมากครับอ่านตอนนี้แล้วจะร้องไห้สงสารไซเรนราฟรีบช่วยว่าที่ภรรยาแกซะทีสิโว้ยยย
    #13920
    0
  20. #13919 alek886 (@alek886) (จากตอนที่ 376)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:07
    วานนี้มีหูฉลามน้ำแดงแน่ๆๆ(เรนอส)
    #13919
    0
  21. #13918 Dark in Heart (@bugsbunne) (จากตอนที่ 376)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:56
    พาเทเลออกมาอยู่บนบกแล้วกระทืบเสียจะดีมาก  
    #13918
    0
  22. #13917 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 376)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:53
    ในที่สุดก็จะถึงจุดไคลแมกซ์ของอาณาจักรเงือกซักที
    #13917
    0
  23. #13916 Shenoraq (@shinora) (จากตอนที่ 376)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:42
    ราล์ฟกับด้านมืดน่ารักจังเลยยยย
    /ได้ดาบมารคู่ตรงข้ามของดาบเทพเทวะมาครอบครองจนไดดด้ ไม่มีใครต่อกรได้แล้วล่ะค่ะถถถถถถถ
    //ไซเรนนนน
    #13916
    0
  24. #13915 Yoku Akanso (@wangyu) (จากตอนที่ 376)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:03
    คุยกับด้านมืดซะน่ารัก 5555 ขอไม่กอดนะ โอ๋ๆมอยากให้กอดอ่ะ
    #13915
    0
  25. #13914 ShinZen13 (@ShinZen13) (จากตอนที่ 376)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:03
    ไซเรนนี้แค่เห็นราฟกำลังใจก้พุ่งกระฉูดทะลุเพดานไปละนั้น
    #13914
    0