ตอนที่ 374 : บทที่ 28 เจ้าหญิงโอลาฟ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4306
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    6 ก.พ. 60

บทที่ 28 เจ้าหญิงโอลาฟ (100%)

 

        บรรยากาศในงานรับน้องเสียตั้งแต่ที่เห็นอาคมเดินมาแต่ไกล เวลานี้เจนภพไม่อยู่ทำให้พวกเขาพูดอะไรไม่ออก จากที่ทราบมาเจนภพเองก็มีภาระทางบ้านทำให้ไม่สามารถมาได้ทันก่อนเวลานัดหมายจึงต้องช้าไปราวๆ สามสิบนาที ท่าทางของอาคมดูเงียบขรึมเหมือนเดิมและยังกล่าวทักทายคนอื่นได้เป็นปกติ คิดว่าคงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร จนกระทั่งเดินมาเห็นรุ่นพี่ชายคนที่พูดจาไม่ดีเมื่อวานสายตาก็พลันเปลี่ยนไป และดูจะเอาเรื่องมากกว่าเดิมอีก ถึงขนาดที่ต้องมีรุ่นพี่คนอื่นออกมารับมือกับอาคมก่อน พยายามเลี่ยงไม่ให้เจอกันจะเป็นทางดีที่สุด

        เจนภพมาถึงมหาวิทยาลัยตอนแปดโมงครึ่ง สาขาอื่นก็เริ่มกิจกรรมกันไปก่อนแล้ว จะมีก็เพียงแต่สาขาของเขาเท่านั้นที่ทำได้แค่ร้องเพลงภายใต้บรรยากาศที่แสนจะอึดอัด พวกรุ่นพี่ผู้หญิงรีบวิ่งเข้ามาดึงตัวไปพูดคุยด้วย จุดประสงค์ก็แค่ต้องการให้หยุดอาคมก่อนที่เขาจะอาละวาดทำร้ายคนอื่น และก็โดนเจนภพตอบกลับไปว่า 'ไม่มีปัญหาถ้าไม่มีใครไปพูดจาไม่ดีเกี่ยวกับน้องสาว'

        มันน่ารำคาญที่ดันเป็นคนเดียวที่สนิทกับอาคมที่สุด ถึงจะรู้ว่าตอนนี้อาคมไม่สนใจเรื่องเมื่อวานและพร้อมจะให้ความร่วมมือกับกิจกรรม แต่ภาพลักษณ์ของคนหัวรุนแรงที่อาละวาดใส่รุ่นพี่ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามาร่วมด้วย แม้จะเป็นแค่การจับกลุ่มก็ตาม นี่เป็นเรื่องดีที่สุดที่เจนภพอยากให้เป็นแบบนี้ไปจนจบกิจกรรม

        เรื่องราวที่น่าขำที่สุดก็คือมีผู้ชายท่าทางตุ้งติ้งหนึ่งคนที่เริ่มทำท่าไม่พอใจขึ้น ไม่ให้ความร่วมมือใดๆ ผิดจากเมื่อวานนี้ลิบลับ ถูกเรียกออกมาและเริ่มมีปากเสียงกัน ทุกคนกลัวว่าจะเกิดปัญหาเหมือนเมื่อวานแต่คนที่มองออกว่าเป็นการเสแสร้งมีแค่เจนภพกับอาคมสองคนเท่านั้น เพราะจากที่ได้ข้อสรุปคนคนนั้นเป็นรุ่นพี่ปีสองที่แอบแฝงตัวมาเป็นรุ่นน้องปีหนึ่ง เจนภพรู้เรื่องนี้ตั้งแต่ตอนแนะนำตัว ส่วนอาคมรู้ตัวหลังจากที่กิจกรรมเริ่มได้ไม่นาน

        มันเป็นวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาได้ไร้แก่นสาร ไม่มีความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรทำให้มันกลายเป็นกิจกรรมที่น่าเบื่อ วันนี้ก็มีแค่การร้อง เล่น เต้น รำ เหมือนเมื่อวาน ไม่เข้าใจสักนิดว่าทำไมทุกคนถึงได้หัวเราะและยังชื่นชม บางทีเจนภพอาจจะเป็นคนหัวโบราณที่ไม่ยอมรับกับตรรกะที่ค่อนข้างจะเพี้ยนในหมู่วัยรุ่นสมัยนี้

        กิจกรรมต่อมาเป็นการละเล่นที่ชื่อว่า พาร์ทเนอร์ เมคอัพ จะให้จับฉลากกันทุกคนว่าใครจะโดนเรียกให้ออกมาเป็นตัวแทน มีด้วยกันทั้งหมดสิบคนและสองในสิบนั้นช่างเป็นความบังเอิญที่มีอาคมกับเจนภพอยู่ด้วย จากเหตุการณ์เมื่อวานทำให้ไม่มีใครกล้าจับคู่กับอาคม กลายเป็นว่าตัวเลือกจึงมีแค่เจนภพเท่านั้น โดยกติกาที่กำหนดจะต้องเลือกว่าใครจะรับหน้าที่อะไร เจนภพกับอาคมตัดสินโดยการสุ่มแต้มไพ่โดยให้รุ่นพี่ช่วยสับ ไม่อย่างนั้นอาคมอาจจะโกงได้ หรือการเป่ายิงฉุบเจนภพก็โกงโดยใช้ประมวลผลคู่ขนาน

        และเจนภพเป็นฝ่ายที่ต้องถูกจับแต่งหน้า ซึ่งเงื่อนไขก็คือทำอย่างไรก็ได้ให้ออกมาสวยและหล่อที่สุดโดยต้องสลับเพศกัน จะมีชุดแฟนซีที่ไม่รู้ไปหาจากไหนแล้วฉากกั้นสำหรับแต่งตัว มีเวลาจำกัดให้กันคนละสามสิบนาทีในระหว่างนั้นจะมีการทำกิจกรรมอื่นจนกว่าจะเริ่มประกวดผลลัพธ์

        เห็นอาคมแสยะยิ้มออกมาตอนที่ยืนมองเสื้อผ้าแฟนซีที่มีตั้งมากมาย มองยังไงก็เหมือนคอสเพลย์แต่ว่าอุปกรณ์แต่งหน้าที่เห็นอยู่นี้เป็นแค่ของธรรมดาพื้นๆ ที่มีจัดกันให้คนละหนึ่งชุด อาจไม่ใช่ของดีที่สุดแต่สำหรับอาคมแล้วมันไม่ใช่เรื่องยากเลย เจนภพรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีสักเท่าไหร่ แต่เพราะมันเป็นกิจกรรมที่ทำเพื่อความสนุกก็เลยไม่ถือสาและยอมให้ความร่วมมือแต่โดยดี

        ฉากด้านหลังจะมีพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำว่าควรแต่งอะไรยังไง มันเหมือนเป็นการแข่งขันมากกว่า ทว่าในสำหรับอาคมแล้วรุ่นพี่ไม่มีสิทธิ์พูดอะไรมากนัก ผลจากการกระทำเมื่อวานยังเห็นผลอยู่ ทำได้แค่ให้คำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นว่าควรแต่งหน้าออกมายังไง หรือใช้ธีมอะไรเป็นหลักดี ควรทำออกมาให้ดูตลกและบ้าที่สุด น่าเสียดายที่อาคมไม่รับฟังเพราะเขามีความคิดดีๆ อยู่แล้ว

        ชุดที่อาคมเอามามีอยู่หลายชุดเหมือนกัน และเอามาลองทาบกับเจนภพดู อันไหนไม่ถูกใจก็จับโยนใส่มือรุ่นพี่ จนตัดสินใจได้แล้วว่าจะใช้ชุดไหนก็คว้าเอาอุปกรณ์แต่งหน้าที่เตรียมไว้ขึ้นมา

        "เดี๋ยวก่อน นายมั่นใจแค่ไหน"

        "ฉันเคยแต่งหน้าให้อารินมาก่อน แน่นอนว่าเป็นนางฟ้าเลยล่ะ ส่วนแต่งหน้าผู้ชายเคยแต่งให้กับศพว่ะ พยายามจินตนาการว่าแกเป็นศพอยู่นะเนี่ย ไม่ต้องห่วงวันนี้ทุกคนจะต้องจดจำแกในฐานะของสาวดุ้น"

        เจนภพถอนหายใจยาว ถอดแว่นตาออกมาฝากไว้กับรุ่นพี่และเดินไปนั่ง เพราะมีฉากกั้นเอาไว้จึงไม่มีใครเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ถ้าจะมีคนเดินเข้าเดินออกก็เป็นตากล้องที่มาถ่ายรูปกิจกรรมเพื่อนำไปใช้ทำวีดีโอประกอบ ปล่อยให้อาคมจัดการหยิบนู่นนี่นั่นออกมาแต่งแต้มใบหน้าของเจนภพอย่างสนุกมือ ทำใจเอาไว้แล้วว่ามันอาจจะออกมาทุเรศลูกตา แต่ก็เป็นแค่เรื่องขำขันไม่จำเป็นต้องเก็บมาใส่ใจ

        กิจกรรมนี้อาคมรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก และตั้งใจจะให้มันเป็นการเอาคืนที่เจ็บแสบที่สุด คงนึกไม่ถึงหรอกว่าอาคมนั้นเชี่ยวชาญเรื่องการแปลงโฉม ดังนั้นอุปกรณ์แต่งหน้าเหล่านี้อาคมใช้ได้ชำนาญพอๆ กับการเล่นมายากล เขาเคยรับงานแต่งหน้าศพผู้ชายคนหนึ่งที่ตอนมีชีวิตเป็นเพศที่สาม คำขอในตอนนั้นที่รับมาอยากให้ช่วยทำศพให้สวยๆ เป็นครั้งสุดท้าย และอาคมก็ทำงานเพื่อเงินก็เลยจัดเต็มที่ นั่นทำให้บางวันอาคมก็มีงานรับแต่งหน้าศพเพิ่มเข้ามาเป็นรายได้ส่วนหนึ่งที่จะพาอารินไปกินไอศกรีมได้

        ตอนนี้ฉากกั้นที่อยู่ถัดไปกำลังหัวเราะครื้นเครงอยู่กับการแต่งตัวและแต่งหน้า มีการซ้อมคิวท่าทางทุกอย่างรวมไปถึงคำพูดหรือวลีที่เด่นๆ เพื่อเรียกเสียงเชียร์จากผู้ชมทุกคน โดยหลายคู่ก็แต่งหน้ากันเสร็จแล้วเหลือแค่เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย รุ่นพี่ปีสองวิ่งเข้าวิ่งออกเพื่อหาพร็อบมาติดให้ดูเหมือนคนบ้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยังมีแอบไปส่องทีมคนอื่นด้วยความอยากรู้เสียอีก จนกระทั่งมีคนหนึ่งแอบเข้ามาส่องที่ห้องของคู่อาคมและเจนภพก็พูดอะไรไม่ออก พวกเขาคันปากและอยากจะประกาศให้ได้แต่ก็ต้องอดทนเอาไว้

        รุ่นพี่ที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับทีมของอาคม ทำหน้าที่อย่างเดียวก็คือการไปหาของที่อาคมอยากใช้มาให้มากที่สุด เขากำลังสนุกอยู่กับการแปลงโฉมเจนภพ ส่วนเรื่องการเตรียมคิวนั้นไม่มีใครทำได้ดีกว่าอาคมแล้ว เนื่องจากคิดเอาไว้แล้วว่าจะใช้มายากลมาสนับสนุนเรื่องการเปิดตัวให้เป็นจุดเด่น ของที่ให้เตรียมมานั้นอาคมจะเอามาทำเป็นอุปกรณ์แสดงกลแบบง่ายๆ แต่เดิมนักมายากลก็ต้องสร้างกลไกต่างๆ ขึ้นมาเพื่อการแสดงอยู่แล้ว ถ้าเป็นเรื่องนี้มันคือความถนัดที่ยากจะมีคนเลียนแบบได้

        ตอนนี้เหลือแค่ให้เจนภพเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย อาคมจัดเตรียมชุดที่ขอแก้ไขนิดหน่อยมาแล้ว มันเป็นชุดนักเรียนหญิงปกกะลาสีแบบญี่ปุ่น มีถุงเท้ากับรองเท้าเตรียมไว้ให้ โชคดีที่เท้ามันแทบจะพอดีกับขนาดรองเท้าที่เตรียมเอาไว้ก็เลยไม่มีปัญหาอะไร เจนภพรับแว่นตากลับมาสวมและนั่นทำให้อาคมนึกออกว่าขาดอะไรไป

        "ไอ้แมวผี ใส่นี่ซะ"

        เจนภพรับมาพลิกดูสองสามครั้งเป็นวิกผมสีดำยาว สวมตาค่ายคลุมผมเสร็จก็สวมวิกทับลงไป อาคมรีบมาจัดให้มันดูเป็นธรรมชาติมากที่สุดเพราะได้เห็นการใส่วิกแบบขอไปทีเป็นอะไรที่รับไม่ได้ รุ่นพี่ได้เห็นสภาพหลังจากแปลงโฉมแล้วก็ยังแทบไม่อยากจะเชื่อเช่นกัน รีบวิ่งไปเรียกตากล้องมาถ่ายภาพสำเร็จโดยเร็วที่สุด

        "จำเป็นด้วยเหรอที่ต้องให้ฉันยัดเจ้านี่ลงไป" เจนภพมองดูสิ่งที่แต่งเสริมเข้ามา เขารู้สึกอึดอัดมากกว่า โชคดีที่ไม่ได้มีไขมันส่วนเกินรูปร่างจึงผอมพอที่จะใส่ชุดนี้และเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ "ไม่ใช่ว่านี่เป็นแค่กิจกรรมเล่นสนุกงั้นเหรอ?"

        "สำหรับฉันมันคือการแสดงว่ะ ฉันบอกไปแล้วว่าจะใช้มายากล ฉันจะไม่ขึ้นแสดงแน่ถ้าทุกอย่างไม่พร้อม"

        มันคงเป็นศักดิ์ศรีบ้าๆ ในฐานะของนักมายากล เจนภพมองว่าอาคมอาจจะมีชนักบางอย่างทำให้ยึดมั่นในหลักการนี้ แต่นั่นก็เป็นความรับผิดชอบและความไม่ประมาทที่ผู้แสดงมายากลควรมี

        "เอาเถอะ จะยอมเป็นผู้ช่วยให้ก็ได้"

        โดยไม่รู้เลยว่าเป้าหมายของอาคมคือการสร้างความอับอายให้เจนภพไปตลอดจบการศึกษา มันจะต้องเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงไปอีกนาน หรือต่อให้รุ่นน้องใหม่เข้ามา เขาก็จะไปขุดรูปออกมาประจานให้เข็ด มันจะต้องถูกพูดถึงในฐานะของสาวดุ้นไปตลอดชีวิต

        มีเวลาเหลือพอจะซักซ้อมคิว ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะต้องใช้เวลานานเป็นสัปดาห์เพื่อให้เข้าจังหวะอย่างแม่นยำ แต่อาคมรู้จักเจนภพดีพอๆ กับที่เจนภพก็รู้จักเขา การซ้อมคิวก็เป็นแค่การอธิบายจังหวะและลองของจริงดูเพียงไม่กี่ครั้ง พี่เลี้ยงประจำทีมอาคมวิ่งเข้ามาเพื่อขอชื่อของผู้เข้าประกวด และอาคมก็บอกชื่อของผู้เข้าประกวดไปแทนด้วยรอยยิ้มคล้ายจะสะใจอยู่หน่อยๆ

        "ฉันว่าฝีมือการแต่งหน้าของนายทำเป็นอาชีพได้เลยนะ" เจนภพมองดูใบหน้าหลังแต่งเสร็จแล้ว ยอมรับว่าตกใจมากจริงๆ ที่ไม่คิดว่ามันจะเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้ อาจเพราะโครงหน้าของเขาคล้ายกับแม่มากก็ได้

        "ก็ทำอยู่ไง แต่ฉันไม่มีใบรับรองว่าจบหลักสูตรการแต่งหน้ามาเลยไปทำงานที่ใหญ่กว่าอย่างงานละครไม่ได้ ไม่มีเงินไปเรียนด้วย"

        "ทั้งที่ฝีมือนี้อยู่ในวงการฮอลลีวู้ดได้อย่างสบายๆ เลยเนี่ยนะ ดูท่าใบรับรองจะกลายเป็นของสำคัญที่สุดไปซะแล้ว" เจนภพยิ้มอ่อน ยุคสมัยที่ใบรับรองจบหลักสูตรมีความสำคัญมากกว่าฝีมือ มันเป็นการปิดโอกาสไม่ให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงฝีมือออกมา

        "เหอะ! ฉันไม่ได้อยากยึดอาชีพแต่งหน้าเป็นหลักหรอกนะ แค่ทำงานได้เงินเดือนเอามาเลี้ยงน้องสาวได้ก็พอ ฉันไม่ได้หวังสูงขนาดนั้นหรอก"

        "ปัญหาอยู่ที่ใจแล้วล่ะ"

        ในที่สุดการประกวดก็ได้เริ่มขึ้น รุ่นพี่ช่วยกันจัดฉากเพื่อทำเป็นเวทีสำหรับประกวด เสียงปรบมือและกรีดร้องผสมผสานกับเสียงกลองและเสียงเป่าปากให้บรรยากาศไม่ต่างอะไรกับงานประกวดของจริง มีการเตรียมเสียงซาวด์เอฟเฟคประกอบเอาไว้ด้วย เพื่อให้มันเป็นความลับต่อไปแม้แต่ทีมอื่นๆ เองก็ยังไม่มีโอกาสได้เห็นสภาพอันเลวร้ายของทีมคู่แข่ง แต่ฟังจากเสียงหัวเราะแล้วคงอยู่ในสภาพที่เกินกว่าจะรับไหว

        ภายใต้ชื่อที่กำหนดเอาไว้ ผู้เข้าประกวดแต่ละคนเดินออกจากฉากกั้นปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน เหมือนงานประกวดแฟชั่นโชว์มากเพราะมีเดินไปหมุนตัวใกล้ๆ ผู้ชม หลังจากที่เห็นคนแรกปล่อยลีลาการเดินที่แปลกตาจนเรียกเสียงเฮฮาจากบรรดาเพื่อนร่วมรุ่นและรุ่นพี่ทุกคนได้ คนต่อมาก็ต้องทำให้ได้เหนือกว่าคนแรก อารมณ์ประมาณว่าไม่อยากจะแพ้แม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ

        โดยพวกเขาจะมีวลีที่สุดติ่ง ผู้ชายบางคนดัดเสียงให้สูงลิบจนเหมือนตนเองเป็นผู้หญิง ส่วนผู้หญิงก็จะออกเสียงให้ห้าวที่สุดเท่าที่จะทำได้ เครื่องแต่งกายของทุกคนก็เป็นแบบพื้นๆ ติดพร็อบที่หาได้ง่าย อย่างคนแรกนั้นที่มาในธีมนางสาวกล้วยแขกก็ผูกกล้วยกับเชือกไว้ที่ข้างเอว ทำให้เหมือนเป็นกระโปรงกล้วย ผู้คนหญิงคนที่สองเป็นลอร์ดจากดินแดนไกล มาในชุดอัศวินที่เอาผ้าผืนใหญ่มาทำเป็นผ้าคลุม และเล่นมุขคำพ้องเสียง 'หลอด' โดยคาบมันเอาไว้เหมือนบุหรี่ คนที่สามและสี่เองไม่ยอมน้อยหน้า จัดเต็มทั้งวลีเด็ดๆ และท่วงท่าการเดินแบบที่เด่นสะดุดตา ซึ่งทุกคนนั้นมาในลักษณะที่ทำให้ดูน่าขบขัน พยายามเล่นมุขแปลกๆ ออกมา และก็ได้พิธีกรมาคอยส่งชงมุกตลกราวกับว่านัดแนะกันมาก่อน

        เจนภพไม่ได้มีความรู้สึกตื่นเต้นหรือเขินอายแม้แต่นิดเดียว ยิ่งพี่เลี้ยงประจำทีมบอกว่าต้องทำให้เด่นกว่าสี่คนแรก ทั้งยังช่วยคิดวลีเจ๋งๆ ออกมาให้เลือกสรรตั้งหลายประโยค จนเจนภพเริ่มสงสัยว่านี่ยังเด่นไม่พออีกยังงั้นเหรอ และอาคมไม่เห็นด้วยที่จะให้ทำแบบนั้น ถ้าเป็นเรื่องการแสดงอาคมมั่นใจว่าเขาไม่มีทางผิดพลาด วัตถุประสงค์ของเขาไม่ใช่การทำเพื่อความตลกขบขันของคนอื่น แต่เป็นความสะใจส่วนตัวเท่านั้น

        "และแล้วในที่สุดก็มาถึงผู้เข้าประกวดคนสุดท้าย แหม...ต้องขอบอกเลยว่า ผู้เข้าประกวดคนนี้เป็นเจ้าหญิงน้ำแข็งที่แม้แต่เอลซ่ายังต้องชิดซ้ายเลยนะครับ ทุกคนอยากเห็นกันหรือยัง..." หันไปถามเหล่าผู้ชมที่ส่งเสียงตอบรับออกมาอย่างพร้อมเพรียง "แต่ว่าเธอคนนี้ไม่ได้มาในรูปแบบของเจ้าหญิง ไม่สิ! เรื่องนี้แม้แต่ผมก็ยังไม่สามารถบอกได้ ถ้าอย่างนั้นล่ะก็ขอเชิญทุกท่านรับชมผู้เข้าประกวดคนสุดท้าย...เจ้าหญิงโอลาฟ!"

        เจนภพหันไปมองอาคม ด้วยนิสัยที่ไม่ชอบให้ใครก็ตามเรียกชื่อเล่นของเขา ซึ่งนอกจากคุณยายแล้วก็ไม่มีใครเรียกชื่อเล่น 'โอลาฟ' อีกนอกจากอาคมที่ตั้งใจจะล้อเลียน แม้แต่ตอนแนะนำตัวให้ทุกคนรู้จักยังใช้ชื่อ 'เจนภพ' เลย

        "โอลาฟมันชื่อเล่นแกไม่ใช่เหรอ" อาคมยิ้มเยาะ จากนั้นก็เดินออกไปอยู่หน้าฉาก

        หากเป็นเรื่องของการแสดงอาคมน่าจะเป็นคนที่เก่งที่สุดในสาขานี้ อุปกรณ์มายากลอย่างง่ายถูกนำออกมาจากเสื้อ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อดึงดูดความสนใจและให้เจนภพเตรียมตัวทำตามที่ซ้อม ก่อนจะแสดงตัวว่าปรากฏออกมาจากความว่างเปล่า

        และในตอนนั้นเองเสียงเป่าปากและเสียงร้องเชียร์พลันเงียบลง เบื้องหน้าของทุกคนปรากฏผู้หญิงคนหนึ่งในชุดนักเรียนหญิงปกกะลาสี ผมยาวตรง รูปร่างที่ผอมเพรียว แววตาดูเรียบเย็นซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นตา ดูเป็นหญิงสาวทรงเสน่ห์อย่างไม่ต้องสงสัย มันยากที่จะเชื่อว่าคนที่ปรากฏอยู่ตรงนี้คือผู้ชาย โดยเฉพาะหน้าอกขนาดกะทัดรัดนั่นทำให้สามัญสำนึกของทุกคนไม่มีความจำเป็นอีก

        เสียงโห่ร้องดังก้องในเวลาต่อมา ทุกคนจดจำภาพลักษณ์ของเจนภพก่อนหน้านี้ได้เป็นอย่างดี เขาเป็นเด็กหนุ่มที่ถือว่าหน้าตาดีคนหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่ทุกคนให้ความสนใจมากกว่าก็คือเทคนิคการแต่งหน้าที่ใช้ของที่หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ เปลี่ยนผู้ชายให้กลายเป็นผู้หญิงสุดสวยได้

        เจนภพเดินก้าวออกไปอย่างมั่นคง ไม่มีความเขินอายปรากฏให้เห็นแม้แต่น้อย จิกสายตามองทุกคนราวกับเห็นว่าเป็นก้อนหินไร้ค่าที่มาขวางหูขวางตา ยกมือขึ้นกอดอกและปัดผมออกไปด้านข้าง ไม่ต้องมีคำพูดหรือวลีที่กินใจ แค่นี้มันก็มากพอจะเรียกเสียงกรีดร้องจากชายหนุ่มและหญิงสาว คนจากสาขาอื่นก็ให้ความสนใจอย่างมาก

        ปฏิกิริยาแบบนี้เป็นไปตามที่อาคมคาดหวัง แน่นอนว่ามันยังไม่หมดแค่นี้ อาคมเดินออกมาข้างๆ นำผ้าที่เตรียมไว้ไปวางเหนือหัวเจนภพและโปรยกระดาษสีลงมา เมื่อมันบดบังร่างของเจนภพจนหมดและปรากฏอีกครั้งเขาก็ไม่ได้อยู่ในชุดนักเรียนหญิงปกกะลาสี แต่เป็นชุดเดรสเจ้าหญิงต่างหาก

        ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทีมของอาคมทำได้โดดเด่นยิ่งกว่าใคร แม้คนอื่นจะทำออกมาให้ดูตลกขบขัน เทียบในเรื่องของการแสดงเพื่อให้ทุกคนตราตรึงใจ อาคมเป็นคนที่ทำได้ดีที่สุด เพียงพริบตาเดียวทุกคนก็ส่งเสียงเรียกชื่อ 'เจ้าหญิงโอลาฟ' ออกมา มีผู้ชายบางคนถึงกับตะโกนแทรกขึ้นมาว่า 'แต่งงานกันเถอะ' ด้วย

        มีรุ่นพี่ผู้ชายคนหนึ่งอยากจะเข้ามาแจมเพื่อเล่นสนุก ไปสรรหาดอกไม้จากที่ไหนมาก็ไม่รู้มายื่นส่งให้เจนภพในเวอร์ชั่นเจ้าหญิง ผู้หญิงที่แต่งเป็นลอร์ดจากแดนไกลคว้ามือเจนภพขึ้นมาและประทับรอยจูบลงบนหลังมือ ทุกคนดูจะสนุกครื้นเครงกับกิจกรรมนี้อย่างมาก โดยเฉพาะตากล้องรีบรัวชัตเตอร์เพื่อให้ได้ภาพแห่งความทรงจำ แน่นอนว่าอาคมไม่พลาดที่จะหยิบโทรศัพท์ออกมากดถ่าย ตั้งใจว่าจากนี้จะเอาไปแบล็คเมล์ให้เข็ด ก่อนอื่นคงต้องส่งรูปนี้ไปให้ 'ท่านผู้นั้น' ซะก่อน

        จากนั้นกิจกรรมก็ดำเนินต่อไปโดยที่ไม่ต้องสืบเลยว่าใครจะได้รับเสียงเชียร์มากที่สุด นั่นคือ 'เจ้าหญิงโอลาฟ' ชนะด้วยคะแนนเสียงที่เป็นเอกฉันท์ และมันก็ทำให้ทุกคนสลักไว้ในความทรงจำ

        ครั้งหนึ่ง เจนภพ กิตตินนท์ ชายหนุ่มผู้มีบรรยากาศเงียบขรึมคนนั้น...

        เคยเป็นสาวดุ้นมาก่อน...

 


        การบุกเบิกเหมืองแร่คืบหน้าไปมาก ตอนนี้แผนที่มีความสมบูรณ์มากขึ้น ในการทำแผนที่ของเมืองแร่ไม่สามารถทำได้ง่ายๆ ซึ่งเป็นโชคดีอย่างมากที่มีเทคโนโลยีมาอุดช่องว่างนี้ ซานัคชื่นชมกับแผนที่ที่ถูกทำออกมาเป็นอย่างมาก มันมีความละเอียดแม่นยำสูงถึงขนาดบอกระยะทางและคำนวณทางวิ่งของรางที่จะใช้ขนถ่ายก้อนแร่ออกมา

        เดฟอนอยู่ในเต็นท์ของตัวเองเขารับหน้าที่ในการควบคุมดูแลและประดิษฐ์หลอดไฟกับหาวิธีสร้างพลังงานไฟฟ้าจากธรรมชาติให้มากพอจะทำงานในเหมืองได้ แต่พลังงานมันไม่เพียงพอจะใช้เลยต้องคิดว่าจะเตาพลังงานขึ้นมาทดแทน ดังนั้นแล้วหากเกิดเสียงระเบิดตูมตามขึ้นมา เหล่าอสูรทั้งหลายก็ทำแค่หันมองก่อนจะกลับไปทำงานของตัวเองต่อ

        "ฮ่าๆ ล้มเหลวอีกแล้วเหรอเนี่ย เซเว่นเมื่อกี้ฉันทำพลาดตรงไหน"

        "แกพลาดที่เกิดมายังไงล่ะ ไอ้มนุษย์โง่" ถึงมันจะปากเสียไปบ้างแต่ตัวมันกำลังควบคุมจอแสดงผลการทดสอบค่าพลังงานเมื่อสักครู่นี้ แสดงกราฟที่พุ่งสูงขึ้นกะทันหันจนเกิดการโอเวอร์โหลดและระเบิดในเวลาต่อมา ยังดีที่ทำออกมาเป็นเตาพลังงานขนาดเล็ก แรงระเบิดจึงไม่สร้างความเสียหายมากนัก

        "ปัญหาอยู่ที่ความไม่เสถียรพอจะรับแรงขับพลังงานที่สูงขึ้นสินะ"

        มันเหนื่อยที่จะต้องมาทำอะไรแบบนี้ แต่เดฟอนมองว่ามันคือความสนุกที่ได้ท้าทายอะไรหลายต่อหลายอย่าง เป้าหมายของเขาก็คือการประดิษฐ์สุดยอดอาวุธขึ้นมา ตั้งแต่ที่ได้เห็นคนจำนวนมากแย่งชิงอาวุธคลาสสูงอย่างเอาเป็นเอาตาย ก็เลยตั้งเป้าหมายว่าสักวันเขาอาจจะสร้างอาวุธที่แข็งแกร่งไร้เทียมทานขึ้นมาได้ แต่พบว่ามันยากมากที่จะทำตามฝันจนมาเจอกับราล์ฟที่ผลักดันเขามาอยู่ในจุดนี้ได้ เพราะว่าเป็นกลุ่มที่มีผู้ชายอยู่กันเยอะเลยไม่จำเป็นต้องถือสาเรื่องมารยาท ถึงแต่ละคนจะมีบุคลิกที่สุดโต่งไปบ้างแต่ก็เข้ากันได้เป็นอย่างดี

        ตอนนี้งานของเดฟอนมีแค่การสนับสนุนแรงงานในการสร้างอาณาจักร และยังต้องกลับไปที่โรงงานเพื่อสร้างยานสำรวจใต้น้ำออกมาให้สำเร็จ เขาปิดบังความคืบหน้าเอาไว้ตั้งใจจะใช้เซอร์ไพร์สทุกคน โชคร้ายที่ค่าใช้จ่ายในการซื้อของมาสร้างนั้นไม่ใช่ถูกๆ เดฟอนต้องแวะเข้าเมืองเอางบประมาณออกไปรับซื้อของมาเป็นจำนวนมาก ถ้าต้องประเมินราคาโดยไม่รวมค่าแรง ยานสำรวจใต้น้ำที่เดฟอนกำลังสร้างอยู่นี้มีราคาขั้นต่ำอยู่ที่หนึ่งร้อยสามสิบล้านเหรียญทอง แต่เป็นราคาที่นับแค่ตัวยานเท่านั้นไม่รวมอุปกรณ์ภายใน

        ได้ยินเสียงโวยวายดังมาจากทางเหมืองแร่ ก็หันไปมองกล้องที่พวกอสูรนำติดไปด้วยและภาพที่ได้เห็นพบว่ามันน่าจะเป็นส่วนที่ลึกที่สุดของเหมืองแร่แห่งนี้ แต่นั่นไม่เท่ากับเจ้าตัวที่อยู่ท่ามกลางแร่คริสตัลหลากสี ไม่มีทางเดินเข้าไปได้ในขณะที่มันสามารถโจมตีใครต่อใครที่ลุกล้ำเข้าไปในอาณาเขตของมัน เดฟอนผิวปากหวือก่อนที่ภาพนั่นจะถูกตัดออกไปหลังจากโดนไฟเผา

        "ถ้ามีมังกรอยู่แบบนี้ ก็หมายความว่ามันคือเหมืองระดับสูงสุด เรื่องนี้มันเกินกำลังของพวกเราแล้วล่ะ"

        ตัดสินใจแล้วว่าจะให้ทุกตัวถอยออกมาก่อน เพราะถ้าต้องสู้กับมังกรไม่มีทางเอาชนะได้แน่ ยิ่งไปกว่านั้นเดฟอนไม่ได้เตรียมพาร์ทสำหรับต่อสู้ไว้เลยแม้แต่ชิ้นเดียว คงต้องรอให้สองผู้แข็งแกร่งนั่นกลับมาซะก่อน ตอนนี้สิ่งที่พอจะทำได้คือการส่งหุ่นยนต์สำรวจออกไปตรวจสอบความสามารถของมันซะก่อน

        มังกรที่ว่ามีลักษณะไปในทางยุโรป ลำตัวเป็นเกล็ดสีดำ พ่นเปลวเพลิงทมิฬออกมาทำให้มันมีความร้อนสูง มันพยายามจะไม่ขยับตัวออกมามากนักคล้ายกับว่ามันกำลังเฝ้าบางสิ่งบางอย่างอยู่ กล้องที่ติดอยู่นั้นคุณภาพไม่ค่อยดีนักแต่ก็พอจะมองออกว่ามันคือ ไข่ ยิ่งไปกว่านั้นมังกรดำถือเป็นมังกรที่มีความแข็งแกร่งมาก เพราะเป็นมังกรธาตุความมืด หลังจากนี้การต่อสู้คงกินเวลาอีกนาน

        หน้าที่ของเดฟอนจึงมีแค่การเตรียมความพร้อมให้ ทั้งกลับไปเตรียมน้ำยาและอุปกรณ์ที่จะช่วยสนับสนุนการต่อสู้ ด้วยนิสัยของราล์ฟอาจจะต้องรอให้มีคนมาเพิ่ม เลยต้องเตรียมไอเทมที่จำเป็นให้มากที่สุด ทันทีที่ราล์ฟออนไลน์และทราบปัญหาที่เกิดขึ้น หลังจากที่ได้เห็นข้อมูลที่เดฟอนรวบรวมมา โชคดีที่การบุกเบิกเหมืองไม่มีเงื่อนไขด้านเวลา แต่ราล์ฟก็ต้องการเหมืองแร่โดยเร็วที่สุดเหมือนกัน

        ราล์ฟพยายามจำลองรูปแบบการรบในหัว แต่น่าเสียดายที่ต่อให้คิดแผนหรือเพิ่มจำนวนคนเข้าไปมากแค่ไหนโอกาสเอาชนะแทบไม่มีเลย จะใช้ดาบเทพเทวะก็ติดเงื่อนไขสภาพแวดล้อมที่คับแคบ อาจทำให้ตัวเหมืองเสียหาย อาคมก็เป็นธาตุมืดทำให้การโจมตีทำดาเมจเป็นไปได้ยาก เพิ่มตัวละครนิมป์เข้ามาก็ช่วยอะไรไม่ได้ นิมป์ไม่ได้มีความชำนาญในการเคลื่อนไหวในพื้นที่ที่ไม่มีจุดยืนมั่นคง พวกไรอันคงพอทำอะไรได้บ้างแต่ก็คงจะเปล่าประโยชน์เนื่องจากแต่ละคนไม่มีประสบการณ์ในการเคลื่อนที่ในสภาพที่มีสิ่งกีดขวางเลย แทนที่จะช่วยอะไรได้มันจะกลายเป็นการถ่วงแข้งถ่วงขาซะเปล่าๆ

        ถ้าหากว่ามันเป็นพื้นที่เปิดโล่งยังพอใช้กองกำลังอสูรเข้าไปร่วมรบได้ แต่ที่นั่นพื้นที่มันถูกจำกัดเอาไว้ ยิ่งมากคนก็ยิ่งมากความ ทางเดียวที่จะเอาชนะได้อาจจะต้องใช้น้ำยามากกว่าเดิมถึงสี่เท่า เป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมากซึ่งน้ำยาในสต็อกมีไม่มากพอจะนำมาใช้เพื่อเขาคนเดียว สุดท้ายเมื่อไม่มีความคิดอื่นจึงต้องยอมลงทุนและหวังว่าผลตอบแทนที่ได้รับมันคงจะคุ้มค่า

        เดฟอนมีพาร์ทสำรองเพื่อเอามาเปลี่ยนให้ตนเอง ความแข็งแกร่งของเขาจะมาจากการเปลี่ยนพาร์ทเพื่อใช้ในการต่อสู้ ซึ่งแต่ละพาร์ทจะแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เดฟอนเลือกพาร์ทความเร็วมาติดตั้งกับตัวเองให้เรียบร้อย เหมือนกับชุดเกราะหุ่นยนต์ที่สวมกับร่างกายโดยตรง มีปีกโลหะสยายออกซึ่งมันใช้พลังงานเป็นตัวขับเคลื่อน อาวุธที่ใช้เป็นเกียร์แฮมเมอร์ เขาตรวจสอบพลังงานของมันจากนั้นก็เชื่อมต่อกับเซเว่นซึ่งจะช่วยทำให้การเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น

        ต้องอาศัยความบ้ามากในการปราบมังกรด้วยจำนวนคนเพียงเล็กน้อย ซึ่งจะมีเพียงราล์ฟ อาคม เดฟอน สุริยัน จันทรา และคิริ เพียงเท่านี้ จากนั้นพวกเขาจึงเดินทางลงไปสู่จุดที่ที่มีมังกรอยู่ ใช้เวลาเดินทางกันค่อนข้างนานแต่เพราะมีแสงสว่างอยู่ตลอดทางเลยไม่ได้รู้สึกถึงอันตราย สุริยันท่าทางตื่นเต้นฮัมเพลงอย่างสนุกสนาน โอกาสที่จะได้สู้กับมังกรไม่ได้มีให้เห็นบ่อยๆ

        ยอมรับเลยว่าเหมืองแห่งนี้มีความลึกมาก ถ้าดูจากแผนที่ที่เดฟอนทำเอาไว้ เหมืองนี้มีความลึกอยู่ราวๆ หนึ่งกิโลเมตรจากพื้นดิน และพื้นที่เหมืองขยายออกไปกว้างมากจนประเมินมูลค่าทรัพย์สินไม่หวั่นไม่ไหว ถ้าหากไม่มีแผนที่อาจจะต้องหลงทางอยู่ในถ้ำแห่งนี้ เดฟอนมองออกว่าอนาคตจะต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเลยมีการทำป้ายบอกทางติดเอาไว้เพื่อให้กลับออกมาได้ถูก

        เดินมาจนถึงหน้าทางเข้าไปสู่ทุ่งคริสตัล กลิ่นฉุนที่รุนแรงทำเอาราล์ฟกับอาคมยกมือขึ้นปิดจมูก เช่นเดียวกับคิริที่ตะกุยเท้าหน้าปิดจมูกด้วย ในขณะที่คนอื่นๆ ไม่มีปัญหาเรื่องของการรับกลิ่น ถึงอย่างนั้นราล์ฟก็หยิบเอาน้ำยาลดกลิ่นสาบออกมาแจกไม่อย่างนั้นคงทำอะไรได้ลำบากน่าดู

        ในทุ่งคริสตัลแห่งนี้ทำให้พวกเขาดูเหมือนกับสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก พวกเขาปีนขึ้นไปบนแท่งคริสตัลขนาดใหญ่และมองไปยังจุดที่สูงที่สุด ซึ่งมีมังกรดำนอนอยู่ ท่าทางมันคงจะรำคาญที่ถูกรบกวนมากถึงได้ลุกขึ้นมาและส่งเสียงคำรามออกไปสร้างความหวาดกลัว แต่น่าเสียดายที่พวกราล์ฟได้ฝึกฝนวิธีป้องกันความกลัวขึ้นมาแล้ว การคำรามของมังกรจึงไม่ได้ผลมากนัก

        "เอายังไงดีล่ะหัวหน้า" เดฟอนถาม และให้เซเว่นเปิดระบบปฏิบัติการสำหรับโหมดต่อสู้

        "เคลื่อนไหวอิสระ อย่าลืมสื่อสารกันด้วย"

        มองไปทางคิริที่มีอุปกรณ์สื่อสารสำหรับสัตว์เลี้ยงติดเอาไว้ด้วย มันสามารถรับคำสั่งได้ทันที

        จากนั้นราล์ฟก็พุ่งทะยานบินขึ้นไป ตามด้วยอาคมที่สยายปีกออก เดฟอนเปิดระบบพลังงานพุ่งตามไปติดๆ และบินวนอยู่แบบนั้นเพื่อให้เกิดความเคยชิน สุริยันกับคิริกระโดดเหยียบแท่นคริสตัลพุ่งไปยังมังกร

        ไม่จำเป็นต้องให้สัญญาณใดๆ ราล์ฟกระชับปืนออกมายิงใส่เป้าหมายอย่างแม่นยำ ควบคุมดาบให้บินเข้าไปโจมตีต่อเนื่อง แต่ด้วยความที่มังกรดำนั้นมีเกล็ดที่หนามากต่อให้ใช้ธาตุศักดิ์สิทธิ์ก็โจมตีได้แค่ '1' แต่จากนั้นพลังชีวิตของมังกรก็เพิ่มตามมาขึ้นมาในอันตราความเร็วที่ใกล้เคียงกัน มังกรดำเงยหน้ามองไปศัตรูที่โจมตีและพ่นไฟที่มีความกว้างแบบที่ยากจะหลบพ้น แต่ราล์ฟก็ใช้เทเลพ็อตพาตัวเองหนีออกมาได้

        อาคมเล็งในช่วงจังหวะที่มันโจมตีใส่ราล์ฟ บินเข้าไปเตะปากให้ปิด หมุนตัวและแทงมีดสั้นลงไปที่ข้างใบหน้า แต่กลายเป็นว่ามีดเล่มนั้นแตกละเอียด เพราะทุกการโจมตีของอาคมเป็นธาตุความมืด หากใช้อาวุธที่ผสานความมืดจึงไม่แปลกที่จะทำอะไรมังกรดำไม่ได้ เมื่อเห็นท่าไม่ดีก็รีบบินถอยออกมาและบอกปัญหาที่เจอให้ฟัง

        สุริยันกับคิริผสานการโจมตีจากทางด้านข้าง รอยดาบที่ฟันออกไปเป็นทางยาวนั้นก่อให้เกิดเป็นเปลวไฟขึ้นมา คิริเองก็ใช้พลังที่คล้ายกับสุริยันได้ มันแยกร่างมายาออกไปก่อกวนสายตาและตวัดกงเล็บใส่ ก่อให้เกิดเปลวไฟตามมาด้วยเช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นความเสียหายมันก็ไม่ได้รุนแรงพอจะทำให้บาดเจ็บได้

        "ถอยออกมาซะ" ราล์ฟบอก และเพิ่มพลังป้องกันกับโล่แสงให้ เขาเปลี่ยนไปจับสร้อยคอที่สวมเอาไว้สองอัน "จงออกมา เซเวอร์รูส ไนท์"

        อัศวินสีเงินสองตัวปรากฏขึ้นออกมา และมันถูกราล์ฟควบคุมการเคลื่อนไหว ทุกคนบอกว่าเจ้าสิ่งนี้ใช้งานได้ยากมากถ้าคิดจะใช้เพื่อประสานการโจมตีด้วยกัน แต่ถ้าหากใช้ในทางการรบเสี่ยงตายจะเป็นอะไรที่ใช้งานได้ง่ายมาก ถึงระยะของมันจะจำกัดในขอบเขตของการมองเห็น แต่ยิ่งไกลการกำหนดการเคลื่อนไหวก็ยิ่งลำบาก จึงเป็นอาร์ติแฟกการ์เดี้ยนสำหรับโจมตีระยะกลางเท่านั้น มันไม่มีปัญหาเลยสำหรับราล์ฟที่มีพลังสมาธิยอดเยี่ยม แต่ว่าก่อนจะได้ทันโจมตีนั้นเดฟอนก็พุ่งพรวดตัดหน้าเซเวอร์รูส ไนท์มา

        "โทษที ฉันยังไม่ชินกับเจ้านี่...เซเว่นช่วยใช้วิธีปรับวิถีการบินให้คงที่หน่อยสิวะ หมุนจนจะอ้วกออกมาเป็นน้ำมันเครื่องแล้วนะเนี่ย"

        หลังจากที่ออกคำสั่งไปเท่านั้น การบินของเดฟอนก็เริ่มคงที่มากขึ้น ดูท่าหลังจากนี้คงต้องไปฝึกการบินเสียใหม่ เขาถือค้อนยักษ์ที่ด้านหนึ่งเปิดขึ้นเพื่อปลดปล่อยพลังงานออกมา ทำให้ความเร็วในการทุบเพิ่มมากขึ้น และเพียงแค่ฟาดไปเท่านั้นใบหน้าของเจ้ามังกรดำถึงกับสะบัดอย่างแรง ดาเมจที่รุนแรงที่สุดเป็นฝีมือของเดฟอน แน่นอนว่ามีข้อดีย่อมมีข้อเสียพลังงานของเกียร์แฮมเมอร์ลดฮวบเลย

        "จันทราถ้าพร้อมร่ายเวทแสงพิพากษาเมื่อไหร่บอกด้วย"

        ราล์ฟลดระดับการบินและสร้างภาพลวงตาขึ้นมาเป็นจำนวนมาก มังกรดำตาลุกวาวมองไปรอบๆ อย่างสับสน ก่อนที่มันจะไล่พ่นเปลวเพลิงออกไปเผาร่างเหล่านั้นทั้งหมด ราล์ฟหยิบเอาอุปกรณ์สร้างสนามพลังออกมาสวมทำให้เขาหายไปจากตรงนั้น แต่ก็มีกระสุนพลังสีฟ้าถูกยิงออกมาเรื่อยๆ มังกรดำกางปีกออกมาคลุมร่างกายเอาไว้และขยับตัวหมุนตามการโจมตีไป

        ขณะที่อาคมเข้าไปโจมตีอีกทาง คราวนี้ใช้เพียงแค่ลมปราณสัตตโลหะเท่านั้นก็ฟันเกล็ดจนมันเป็นรอยร้าวขึ้นมาได้ มังกรดำร้องคำรามตวัดหางฟาดอาคมจนกระเด็น ซึ่งเขากางปีกออกต้านลมจึงไม่กระแทกกับเสาคริสตัล

        เมื่อจันทราเริ่มร่ายเวท Light of Judgment มังกรดำก็รู้สึกถึงภัยคุกคาม มันหันไปมองยังผู้ร่ายเวทที่อยู่ห่างจากมันไกลพอตัว ก่อนจะพ่นกระสุนลูกไฟออกไปโดยคำนวณทิศทางหนีของศัตรูเอาไว้ทั้งหมด ราล์ฟเอ่ยชื่อคิริเพียงครั้งเดียวมันก็วิ่งเข้าไปหาจันทราและคาบเธอหนีออกมาจากการโจมตีนั้น มันสะบัดโยนให้ขึ้นขี่หลังและวิ่งต่อไป

        เดฟอนยื่นแขนออกไปกดเปิดฝาที่แขนออก มันเป็นช่องสำหรับใส่แม็กกระสุน จากนั้นจึงเสียบแมกกาซีนที่คล้ายกับของราล์ฟแต่ยาวกว่าลงไป ปากกระบอกปืนยื่นออกมาและกระสุนพลังงานถูกยิงออกไป

        "มันส์พะย่ะค่ะ" เขายิงออกไปเหมือนปืนกล ด้านพลังทำลาย ความเร็ว เหนือกว่าปืนที่ราล์ฟใช้งานอยู่ แต่เพราะมันเป็นอาวุธที่อาศัยพลังงานพิเศษ และควบคุมความแม่นยำโดยเซเว่นทำให้มันเป็นอาวุธที่มีแต่เดฟอนเท่านั้นที่ใช้ได้ "เซเว่นปรับอัตราการถ่ายโอนพลังงานเชื้อเพลิงไปที่เกียร์แฮมเมอร์ต่อครั้งในการโจมตีใช้เวลาเท่าไหร่"

        "940 มิลลิเซคั่น"

        "ช้าชะมัด"

        "ทำยังกับว่าเจ้าทำได้เร็วมากงั้นแหละ เจ้าโง่ เจ้าทึ่ม เจ้าบ้า เจ้าปัญญาอ่อน"

        "หนวกหู เดี๋ยวปัดจับเปลี่ยนสีตัวถังให้หวานแหว๋วซะเลยดีไหม"

        ถึงจะบ่นไปแบบนั้นแต่เดฟอนก็ยังบินฉวัดเฉวียนไปมา และตีโค้งอ้อมหลอกมังกรดำ ด้วยการโจมตีก่อนหน้านี้ทำให้มังกรดำเรียนรู้แล้วว่าใครอันตรายที่สุด มันอ้าปากและเริ่มมีลำแสงถูกบีบรวมไว้ที่นั่น

        "คำเตือน ตรวจพบพลังงานพลาสม่าระดับสูง อันตราย อันตราย!"

        "เห็นก็รู้แล้วโว้ย เปิดระบบถ่ายโอนพลังงานฉุกเฉินไปที่ปีกด่วนจี๋เลย"

        ตูม!!!

        ลำแสงสีดำที่คล้ายกับเวทมนตร์ลำแสงทำลายล้างของอาริน จะว่าไปอานุภาพมันแทบจะไม่ต่างกันเลย แต่คริสตัลมันก็แข็งมากถึงขนาดที่ดูดซับแรงระเบิดเอาไว้ได้ด้วย เดฟอนเหงื่อแตกพลั่กมองดูควันที่ลอยออกมาจากปีกเหล็กของเขา ตรวจสอบความเสียหายพบว่าตัวปีกเหล็กนั้นพุ่งด้วยความเร็วไม่ได้อีกแล้ว ทำได้แค่บินขึ้นลงเท่านั้น

        "บ้าชิบดันมาเสียอะไรตอนนี้"

        "ข้าเตือนเจ้าแล้วใช่ไหม ว่าให้ทดสอบให้เรียบร้อยก่อนจะนำมาใช้งาน งกไม่เข้าเรื่อง"

        เดฟอนกับเซเว่นเริ่มมีปากเสียงกัน แต่การต่อสู้นั้นยังไม่จบทำให้พวกเขาต้องร่อนลงอยู่ที่ไกลๆ เมื่อไม่มีทางเลือกจึงตัดสินใจจะใช้อาวุธสำรองของเกียร์แฮมเมอร์ มันเป็นเวอร์ชั่นสมบูรณ์แบบที่เดฟอนยกให้เป็นผลงานชิ้นเอกของเขาเลย หลังจากกดสวิตซ์ก็รอให้เกียร์แฮมเมอร์รับทราบคำสั่ง

        ก่อนที่มันจะคลายตัวออกมีเสียง 'ฟู่' คล้ายกับแรงดันถูกปล่อยออกมา มันจึงเริ่มจัดการตัวเองเปลี่ยนให้เป็นปืนบาซูก้าที่ใช้พาดบนไหล่ ตอนนี้มันจะมีน้ำหนักอยู่ราวๆ ครึ่งตันทำให้ไม่มีใครใช้งานมันได้ ยกหน้าที่ในการเล็งเป้าหมายให้กับเซเว่นคำนวณทุกอย่างให้ซึ่งภาพนั้นจะปรากฏอยู่ต่อหน้าของเดฟอน ซึ่งมีหน้าที่แค่ทำตามโดยไม่ให้ผิดเพี้ยนไปจากที่คำนวณไว้

        "หลบไปของใหญ่กำลังจะมา"

        ตูม!!!

        ลำแสงทำลายล้างแต่มีขนาดเล็กกว่าถูกยิงอัดร่างของมังกรดำ เกล็ดของมันได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง เดฟอนถึงกับทรุดเพราะท่านี้ค่อนข้างจะใช้พลังงานเยอะมาก เขารีบจัดการยัดก้อนพลังงานให้ตัวเองเพื่อกลับไปเข้าร่วมการต่อสู้ได้อีก

        ด้วยการโจมตีของเดฟอนช่วยเปิดโอกาสให้โจมตี มังกรดำติดสถานะสตั๊นท์ไม่สามารถปกป้องตัวเองได้ก็โดนฝนดาบกระหน่ำโจมตี รวมไปถึงเซเวอร์รูส ไนท์ที่แทงหอกเรเปียร์ทำความเสียหายขึ้นเรื่อยๆ เขาเปลี่ยนแม็กกาซีนและยิงลำแสงออกไปบ้าง ถ้าศัตรูติดสถานะสตั๊นท์จะทำให้ค่าความเสียหายเพิ่มขึ้นเท่าตัว เป็นโอกาสที่หาได้ยากมาก

        ในตอนนั้นเองที่เจ้ามังกรดำได้สติกลับมา มันเริ่มขยับปีกตัวเองขึ้นและดวงตาของมันฉายวาวโรจน์ การโจมตีที่ผ่านมาทั้งหมดทำให้มันบาดเจ็บได้ แต่เทียบพลังชีวิตทั้งหมดของมันแล้วยังลดไปได้ไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ และมันก็กำลังฟื้นฟูตัวเองราวกับว่ามันเป็นอมตะ

        "โจมตีพร้อมกัน" ราล์ฟกล่าวจบก็หยิบดาบเทพเทวะออกมา เหวี่ยงฟาดใส่มังกรดำ ด้วยอำนาจของดาบในตำนานเขาสามารถสร้างความเสียหายได้แล้ว เพียงแต่ทุกครั้งที่เหวี่ยงฟาดไปนั้นเขาจะต้องจ่ายค่าพลังปราณ เวทมนตร์ และพลังจิตเป็นการแลกเปลี่ยนกับอำนาจในการทะลวงผ่านเกล็ดที่หนาและป้องกันเวทมนตร์ได้

        อาคมสะบัดดาบออกไป ทำให้ปรากฏฝนดาบภูตมายาออกมาพุ่งปักใส่ร่างของมังกรดำ แม้มันจะเบาแต่ก็ยังได้ผลอยู่ สุริยันปีนขึ้นไปบนกลางหลังและทิ่มดาบลงไปโดยทำมุมองศาให้แทงผ่านได้ง่าย มังกรดำกรีดร้องเจ็บปวดแต่เธอไม่สนใจ ปล่อยลมปราณเวทออกไปกลายเป็นว่าร่างกายของมันต้องทรมานกับความร้อน คิริอ้อมไปด้านหลังและขย้ำหางมังกรดำจนถูกสะบัดเหวี่ยงไปมากลายเป็นจิ้งจอกบินได้

        แม้ว่าพวกเขาจะช่วยกันโจมตีหนักแค่ไหนแต่เวลาผ่านไปนานกว่าหนึ่งชั่วโมงก็ทำได้เพียงแค่ลดพลังชีวิตไปได้เพียงแค่ 10% ถ้าไม่ใช่เพราะว่ามันสามารถฟื้นฟูพลังชีวิตได้เรื่อยๆ เวลานี้คงทำให้มันบาดเจ็บได้ไม่น้อยแล้ว และเพราะว่ามันมีความแตกต่างกันอยู่ สุดท้ายพวกเขาก็เริ่มเหนื่อยมาก ถึงจะได้เดฟอนเข้ามาช่วยโจมตีในช่วงท้ายๆ แต่เดฟอนก็ต่อสู้ยืดเยื้อได้ไม่นานนัก

        ตอนนี้อาวุธของราล์ฟเสียหายหนักมาก เขาเหลือดาบ กระบี่ ไม่กี่สิบเล่มเท่านั้น น้ำยาก็ใช้ไปเยอะกับค่ายกลดาบ จันทราก็เหนื่อยหอบจากการใช้เวทมนตร์ขนาดใหญ่หลายครั้ง สุริยันบาดเจ็บไปทั่วทั้งตัวแต่ก็ยังฝืนลุกขึ้นสู้ คิริสภาพสะบักสะบอมขาข้างหนึ่งหักทำให้ความคล่องแคล่วเสียไป มันพยายามปกป้องจันทราด้วยชีวิตของมัน

        "มังกรตัวนี้เกินกว่าความสามารถของพวกเราจริงๆ" ราล์ฟหอบหายใจ มองดูสภาพของแต่ละคนที่ดูไม่จืด ถ้าไม่ได้เขาคอยสนับสนุนให้ในการต่อสู้ป่านนี้คงเสียชีวิตกันไปแล้ว

        "แล้วก็ดันเป็นตัวสุดท้ายของที่นี่ซะด้วย ถ้าจัดการมันไม่ได้ที่ทำมาทั้งหมดก็เหลว" เดฟอนสนับสนุน เขาไม่ได้หอบหายใจแต่เสียงดูอืดขึ้นจากพลังงานใกล้หมด เขาหลบอยู่หลังคริสตัลที่ทนความร้อนได้และเคี้ยวไข่มุกพลังงานราวกับว่ามันเป็นลูกอมรสเลิศ

        "ไอ้แมวผี มังกรนี่มันคลาสอะไรวะ" อาคมอยู่ในสภาพทรุดโทรม บาดแผลจากการที่ถูกมังกรดำฝังเขี้ยวลงไปที่แขนทำให้เลือดไหลอาบ ปีกมารสภาพรุ่งริ่งจนดูไม่ได้ พยายามจะรักษาตัวเองแต่ก็ไม่เคยปฐมพยาบาลมาก่อน ราล์ฟเพิ่มพลังชีวิตให้ก็จริงแต่ว่าสภาพที่เลือดไหลไม่หยุดแบบนี้ทำได้แค่ยืดเวลาตายออกไปเท่านั้น

        ราล์ฟพ่นหัวเราะแล้วตอบกลับไปว่า "คลาสอัศวิน"

        แน่นอนว่าโดนอาคมสวดยับข้อหาไม่ดูตาม้าตาเรือ และพาคนอื่นมาเสี่ยงอันตราย หากเป็นคลาสขุนนางอาคมคิดว่ามันคงไม่ได้เก่งกาจสักเท่าไหร่ แต่คลาสอัศวินมันต่างกันลิบลับ ความแข็งแกร่งของมันเหนือกว่ารวมไปถึงพลังชีวิตที่มากเป็นพิเศษ เขาไม่แปลกใจเลยที่ลดพลังชีวิตมันได้ไม่เท่าไหร่เอง

        "แล้วแกจะให้มาสู้ทำซากอะไรวะ"

        "เปิดเควสต์ไง" ราล์ฟเฉลยความต้องการที่แท้จริงออกมา

        จากที่สังเกตเห็นถึงความไม่สมเหตุสมผลในเรื่องของสถานที่ พื้นที่ กับขนาดตัวของมังกร มันเป็นข้อสงสัยที่ราล์ฟยังไม่มั่นใจมากนัก จนเมื่อได้ลองปะทะกันมาเรื่อยๆ ความคิดของเขาก็เริ่มชัดเจนมากขึ้น หากนี่เป็นเควสต์เหมืองแร่ทั่วไป การมีอยู่ของบอสคลาสอัศวินถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติมาก เท่ากับว่าตัวเกมไม่อนุญาตให้มีการครอบครองเหมือง นั่นคือผิดวัตถุประสงค์

        ต่อมาก็คือเรื่องของพื้นที่ ทั้งที่การต่อสู้รุนแรงขนาดที่ถล่มเหมืองได้สบายๆ แต่กลับดูดซับแรงกระแทกทั้งหมดได้ เป็นข้อพิสูจน์ว่าที่นี่จะต้องมีเงื่อนไขบางอย่างที่ป้องกันไม่ให้เหมืองถูกทำลาย ซึ่งถ้ามังกรดำตัวนี้มีพลังมหาศาลการจะออกไปจากที่นี่ย่อมเป็นเรื่องง่ายดายมาก ไม่มีความจำเป็นจะต้องมาอยู่ที่นี่เป็นเวลานานๆ ต่อให้มีเรื่องไข่มังกรด้วยก็ไม่น่าจะใช่เหตุผลที่ถูกต้อง

        และสุดท้าย เห็นได้ชัดเจนเลยว่าทางเข้ามันเล็กกว่าตัวมังกรนั่นซะอีก ถึงสำหรับมนุษย์มันจะสูงมากก็ตาม แต่ไม่ใช่ขนาดของมังกรที่โตเต็มที่

        "เควสต์อะไรของแกวะ" อาคมรีบถาม

        "มังกรตัวนี้คือมังกรดำที่ถูกผนึกยังไงล่ะ ทุกอย่างที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ในเกมนี้ฉันอ่านและจดจำมันไว้ทั้งหมด เหมือนที่มีคนว่าเอาไว้ไงล่ะ ความรู้คืออาวุธที่ยิ่งใหญ่ที่สุด"

        "แล้วต้องทำยังไงต่อวะ เริ่มรำคาญแล้วนะโว้ย"

        "ต้องเปิดเควสต์ด้วยเงื่อนไขในการต่อสู้เพื่อเรียกสติ แต่ฉันไม่รู้ว่าต้องลดพลังชีวิตมันให้ได้มากเท่าไหร่เนี่ยสิ ถ้าเจรจากับมันไม่ได้งานนี้พวกเราเหนื่อยเปล่าแน่ อยากจะใช้ท่าใหญ่เหมือนกันแต่ฉันกลัวว่ามันจะเรียกสติไม่ได้ ยิ่งทำให้เสียเลือดมากเท่าไหร่การโจมตีของมันจะรุนแรงขึ้นอีก และถ้าหากว่าการโจมตีของฉันไปโดนไข่มังกรเข้าก็จบชีวิตของพวกเราได้เลย"

        "เลิกคิดมากแล้วก็ทำซะทีสิวะ ได้ผลหรือไม่ก็ค่อยไปคิดในอนาคต อย่าคิดว่าสิ่งที่แกทำไปมันถูกเสมอ" อาคมตวาดกลับมา เขาเกลียดราล์ฟที่เป็นพวกชอบความแน่นอนเป็นที่สุด เพราะนั่นทำให้มันเป็นคนที่กล้าตัดสินใจทำอะไรนอกแผน ทั้งที่มันควรจะสำเร็จไปแล้ว

        "ช่วยไม่ได้" ราล์ฟจับดาบชี้ไปยังมังกรดำ

        "จงทำลายศัตรูที่อยู่เบื้องหน้าข้า...หนึ่งบัญชา อาญาสวรรค์"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

37 ความคิดเห็น

  1. #13906 Ggggib (@123ggg) (จากตอนที่ 374)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 06:43
    เจ้าหญิงง 55555555555+
    #13906
    0
  2. #13888 เอลิซ่า (@may305) (จากตอนที่ 374)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:56
    ท่านผู้นั้นของอาคมนี่...แม่ใช่ปะ
    #13888
    0
  3. #13883 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 374)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:02
    สนุกมาก
    #13883
    0
  4. #13882 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 374)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:40
    ถ้ามีท่านแม่อยู่นะ รับรอง ดอกเดียว ถ้าสติไม่มา ก็หายไปล่ะ
    #13882
    0
  5. #13880 Pompam Makionna (@suppamas) (จากตอนที่ 374)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:30
    คาถาอัญเชิญหม่อมแม่่
    อ้าวไม่ใช่หรอ
    #13880
    0
  6. #13879 คุณสามี (@SoulBladeMaster) (จากตอนที่ 374)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:35
    ปั่นหลายตอนติดๆ กันเลยเหรอครับ สู้ๆ นะครับ ฮ่าๆๆๆ
    #13879
    0
  7. #13878 สูรย์ (@chamoisee) (จากตอนที่ 374)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:33
    ขอบคุณมากค่ะ
    #13878
    0
  8. #13877 Chatchai Wongcha-oom (@onkchad) (จากตอนที่ 374)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:24
    อย่าบอกนะ ว่าได้มังกรมาร่วมฮาเร็มอีก
    555555+
    #13877
    0
  9. #13876 Nyx Genesis (@nyxgenesis) (จากตอนที่ 374)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:08
    สมกับเป็นพระเอกฮาเร็มจริงๆ 

    #13876
    0
  10. #13875 Index-me (@Index-me) (จากตอนที่ 374)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:26
    เจ้าหญิงของอาคมมมมม
    #13875
    0
  11. #13874 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 374)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:21
    ยังไม่เลิกนิสัยคิดมากเกินเหตุอีกหรือเี่นี่ย
    #13874
    0
  12. #13873 Empty_Mind (@mrsuchart1970) (จากตอนที่ 374)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:09
    ตอนที่น้องมายด์เป็นเฟรชชี่ รุ่นพี่พาไปถือศีลกินเจที่วัด
    ไม่มีการจัดบันเทิงไร้สาระ ออกจากวัดก็ไปช่วยงานชาวบ้าน...

    พอเลื่อนมาเป็นรุ่นพี่ ก็ยังยึดถือแนวปฎิบัติที่รับมา
    พาน้องๆไปเข้าวัดฟังธรรม หลังจากนั้นก็พากันไปเที่ยว
    ชื่นชมกับธรรมชาติ และเก็บขยะตามทางเดินบนเขาใหญ่
    จากกิจกรรมที่ต้องทำร่วมกัน ก็สร้างความสัมพันธ์อันดี
    ระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องได้เป็นอย่างดี

    ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่ต้องทำอะไรที่อันตราย เสี่ยงต่อชีวิต
    และเป็นการส่งต่อทัศนะคติที่ดี ให้น้องๆช่วยกันเปลี่ยนความเชื่อผิดๆ
    ที่บางกลุ่มยังหน้ามืดตามัวหลงผิด น่าจะตื่นกันได้แล้วนะคะ
    #13873
    0
  13. #13872 deknoomza (@deknoomza) (จากตอนที่ 374)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:33
    ท่านแม่ไปไหนมาตบกิ้งก่าที555
    #13872
    0
  14. #13871 Ceratops (@ceratops) (จากตอนที่ 374)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:23
    เอาไปเต็ม 100
    #13871
    0
  15. #13870 dragonwarrior (@arcwarrior) (จากตอนที่ 374)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:48
    เรียกหม่อมแม่มาซัด หม่อมแม่น่าจะดีใจนะ 8555555
    #13870
    0
  16. #13869 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 374)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:48
    ไม่พาอาริน มาคุยกับมังกรดำ ละ

    แต่อาคมคงไม่ให้ละนะ
    #13869
    0
  17. #13868 Shenoraq (@shinora) (จากตอนที่ 374)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:02
    จะว่ามังกรไม่พีคก็ไม่ได้ แต่ราล์ฟครอสเดรสนี่พีคกว่า5555555555555555555555555555
    งี้ราล์ฟมีแฟนคลับแน่นอล ถ้าแต่งหญิงแล้วจะSขนาดนี้นะคะะะ กอดอกสะบัดผมจิกตา อมกกกกกกกกก
    #13868
    0
  18. #13867 SleepyCat (@chen458) (จากตอนที่ 374)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 06:52
    ขอบคุณครับ
    #13867
    0
  19. #13866 Fresh (@zodiacfresh) (จากตอนที่ 374)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 06:42
    เดี๋ยวก็โดนท่านแม่บ่นหรอก ไม่ชวนมาตบมังกร
    #13866
    0
  20. #13865 ClubS (@ClubS) (จากตอนที่ 374)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 06:25
    นี่คือหนังสือใหม่เรื่องเจ้าหญิงโอราล์ฟกับดุ้นที่หายไปใช่มั้ย
    #13865
    0
  21. #13864 Kirasaki Mina (@lonely-luna) (จากตอนที่ 374)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 06:05
    OMG!!!//กรีดร้องแล้วระเบิดตัวตาย---
    #13864
    0
  22. #13863 Razel (@kittipat159) (จากตอนที่ 374)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 02:22
    .....ไปซะแล้วราล์ฟของเรา (=_=lllll
    #13863
    0
  23. #13862 ขุณไกร (@harukokame) (จากตอนที่ 374)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:23
    นั่นไม่ใช่หน้าอกกะทัดรัดแล้ว ถ้าขนาดนั้นมันหน้าอกน่าโดนฟัดละครับ
    #13862
    0
  24. #13861 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 374)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:18
    วะฮะฮะฮะฮะ
    #13861
    0
  25. #13860 Frog_The_Noob (@kuhaku) (จากตอนที่ 374)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:57
    50% หรือ 100% กันเนี่ย แทบไม่รู้สึกเหมือนขาดเหลืออะไรในตอนนี้เลย
    #13860
    0