[Legend Online] เปิดตำนาน ป่วนออนไลน์

  • 88% Rating

  • 99 Vote(s)

  • 1,473,904 Views

  • 14,490 Comments

  • 9,084 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,175

    Overall
    1,473,904

ตอนที่ 371 : บทที่ 25 อยากอยู่เคียงข้าง...แต่ทำไม่ได้ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4717
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    29 ม.ค. 60

บทที่ 25 อยากอยู่เคียงข้าง...แต่ทำไม่ได้ (100%)

 

        เหตุการณ์ที่อาคารสมาพันธ์วอร์ลอร์ดถูกทำลายนั้นกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิลด์โนเนมที่มีชื่อว่า แพนโดร่า ที่ประกาศตนว่าเป็นผู้ทำลายสมาพันธ์วอร์ลอร์ดได้รับความสนใจมากขึ้นถึงขนาดขุดคุ้ยข้อมูลของสมาชิกออกมาพูดถึง โชคร้ายที่กิลด์แพนโดร่ายังไม่ได้มีผลงานอะไรที่เด่นชัดและสมาชิกยังไม่มีความแน่นอน บางคนก็มีคนออกมาพูดทำนองว่าตนเองเป็นสมาชิกแพนโดร่าบ้าง บางคนก็บอกว่าเพื่อนของเขาอยู่สังกัดแพนโดร่าบ้าง จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้เลยว่าสมาชิกนั้นมีใครบ้างกันแน่

        จากคำบอกเล่าของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์พบว่าผู้ที่เข้าร่วมในเหตุการณ์ทำลายสมาพันธ์วอร์ลอร์ดนี้ก็คือสมาคมคนโอตาคุ แต่พวกเขาไม่ได้มีบทบาทอะไรมากนักนอกจากรับมือกับพวกสมาชิกระดับล่าง คนที่จัดการเก็บกวาดพวกคนที่แข็งแกร่งคือนักดาบอสูรอาคมและนักบวชแมวเหมียวราล์ฟ (จนถึงปัจจุบันก็ยังมีคนเรียกฉายาสลับไปมาระหว่าง นักบวชแมวเหมียว กับ ร้อยศาสตรา)

        เรื่องนี้ทำให้เทพสงครามต้องยุติสิ่งที่ต้องทำและเดินทางกลับมาที่อาร์วิเนียโดยเร็วที่สุด ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม มันคาดคะเนกันไปต่างๆ นานา ว่ากิลด์แพนโดร่าตอนนี้อยู่บนหลังเสือแล้ว และได้แต่เฝ้ารอวันที่จะถูกเล่นงานกลับ แต่สิ่งที่พวกเขารู้ก็คือ เทพสงครามปิดประตูสมาพันธ์และตรวจสอบเรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังโดยละเอียด ไม่สนใจเสียงของคนที่ต้องการจะแก้แค้น แต่เพราะว่าคำเตือนที่ถูกส่งมาถึงทำให้เทพสงครามยังไม่เสี่ยงเคลื่อนไหวในทันที

 

        "เพราะแบบนั้นก็เลยจงใจใช้ร้านน้องเหมียวสี่ขาเป็นเหยื่อล่อสินะคะ? ช่างเป็นผู้ชายที่น่ารังเกียจซะจริง"

        ซากุระดื่มชาและวางถ้วยแก้วลงอย่างแผ่วเบา ได้ฟังสถานการณ์ทั้งหมดจากราล์ฟและการคาดเดาแล้วก็พบว่าเธอเองก็ถูกหลอกเหมือนกัน อาจพูดได้ว่าเทพสงครามคนนั้นปิดข่าวได้สนิทดีมาก ถ้าให้เวลาอีกสักหนึ่งเดือนต่อให้บลู ลิเบอร์ตี้เปิดเผยขุมกำลังทั้งหมดก็ไม่อาจเอาชนะได้ จะต้องเป็นสงครามที่ยาวนานและในท้ายที่สุดก็คือความพ่ายแพ้ ข้อมูลที่ได้รับมานี้เป็นประโยชน์อย่างมหาศาลช่วยให้หาหนทางรับมือได้ล่วงหน้า

        หากเทพสงครามทราบว่าศัตรู (มีความเป็นไปได้ว่า) จะทราบเกี่ยวกับแผนการลับของตนเอง ทางป้องกันของเขาก็คือเร่งดำเนินการให้เร็วขึ้นแต่ในสภาพที่ไม่พร้อมก็อาจจะเป็นผลเสีย เทพสงครามต้องการก็คือการสร้างเมืองของตนเองขึ้นเพื่อให้ง่ายต่อการทำอะไรหลายๆ อย่าง เนื่องจากซากุระรู้ดีว่าข้อได้เปรียบของการมีเมืองนั้นคือสามารถทำอะไรก็ได้โดยไม่ติดขัดจากกฎเดิม ถึงตอนนี้มันจะเป็นเมืองที่ไม่ได้ใหญ่เทียบเท่ากับเมืองเจิดจรัส แต่ก็เรียกได้ว่าเป็นเมืองที่มีทุกอย่างพร้อมสรรพ

        "มีความเป็นไปได้นะคะที่เทพสงครามจะรักษาหน้าโดยการโจมตีไปที่ร้านน้องเหมียวสี่ขา"

        "เรื่องนั้นฉันรู้ดี แต่ว่าร้านอยู่ที่อัลเทเซียร์นี่นา"

        สุดท้ายก็เป็นเพียงแค่การวางยาในคำพูด ซากุระอมยิ้มเพราะเข้าใจความหมายที่ต้องการจะสื่อ จากนี้เทพสงครามคงต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันภายในสมาพันธ์อย่างแน่นอน ในเมื่อไม่สามารถทำตามคำเรียกร้องของสมาชิกที่ต้องการแก้แค้นได้ จะให้กิลด์ที่แฝงตัวอยู่ออกมาแสดงตัวเปิดเผยก็ไม่ได้ เพราะว่าหลังจากมาบุกร้านน้องเหมียวสี่ขาและถูกจัดการลง ซากุระก็ได้ให้คนไปจัดการจนไม่อาจอยู่ในเมืองนี้ได้และต้องถอนกำลังไปอยู่ที่อื่นแทน

        ซากุระมองว่าราล์ฟเป็นบุคคลที่อันตราย เขาใช้หมากในมือเต็มที่และมีชั้นเชิง อ่านทางศัตรูและควบคุมทิศทางด้วยการใช้นิสัยให้เกิดประโยชน์ ใช้ความเจ้าคิดเจ้าแค้นเป็นสิ่งที่มีอยู่ในเด็กวัยรุ่นสมัยนี้เสียส่วนมากมาเป็นตัวแปร แม้แต่ซากุระก็ยังไม่ได้คิดถึงขนาดนี้เพราะเธอก็แค่มองเพียงแค่ว่า สำเร็จ หรือ ล้มเหลว จากนั้นก็ประเมินความเสียหายและหาทางแก้ปัญหา

        "ถึงอย่างนั้นก็น่าตกใจจริงๆ นั่นแหละค่ะ เรื่องที่เทพสงครามคนนั้นอาจมีความเป็นไปได้ที่จะมีบันทึกวิทยาการที่ก้าวหน้า อาจเป็นไปได้ว่ามันคืออาวุธที่มีพลังทำลายล้างสูง แถมยังมีแร่ชนิดพิเศษที่ปิดกั้นพลังซะอีก ไม่อยากนึกสภาพเลยนะคะถ้าหากผลิตออกมาได้เป็นจำนวนมาก บลู ลิเบอร์ตี้อาจจะพ่ายแพ้ภายในสามเดือน"

        ซากุระวิเคราะห์สถานการณ์อย่างใจเย็น ธรรมดาแล้วจะต้องตื่นตระหนกและคิดหาวิธีแก้ไขโดยเร็วที่สุด แต่ซากุระมองว่ามันเป็นเพียงความเป็นไปได้ เพราะในสงครามนั้นมีตัวแปรมากมายที่ช่วยให้ชนะ และยิ่งไปกว่านั้นเธอไม่รู้สึกว่าตนเองอยู่ในสถานะที่เสียเปรียบเลย เมื่อตรงหน้าของเธอน่าจะเป็นคนที่มีวิทยาการที่ก้าวล้ำกว่า จากการสืบข่าวที่รวดเร็วและแม่นยำพบว่าอุปกรณ์ที่บากะเรนเจอร์ใช้นั้นเป็นอุปกรณ์ที่ถูกสร้างขึ้นและไม่มีอยู่ในหมวดหมู่ประเภทของไอเทม

        "แร่ออปสตรักสินะ" ราล์ฟเอ่ยขึ้น เขานึกได้แล้วว่ามันเคยมีแร่นี้อยู่ซึ่งมีคุณสมบัติในแบบที่ว่า บางทีเกมนี้อาจจะปูเนื้อเรื่องในเกมมาเรียบร้อยแล้ว เห็นซากุระทำหน้าเคลือบแคลงสงสัยก็ขยายความให้ฟัง "มันเป็นแร่ชนิดพิเศษที่ทำให้ไม่สามารถใช้พลังพิเศษได้ ฉันพบมันในฐานที่มั่นของพวกโจรภูเขาช่วงที่เริ่มต้นใหม่ได้ไม่นาน"

        "ไม่น่าเชื่อว่าจะมีแร่แบบนั้นอยู่ด้วยนะคะ กรณีนี้ขอเดาว่าจะต้องมีอาวุธที่ใช้ได้ภายใต้สถานการณ์เช่นนั้น ยกตัวอย่างเช่น อาร์ติแฟก" ซากุระคาดเดาได้อย่างแม่นยำจนน่าตกใจ แต่ใช่ว่ามันจะเป็นการเดาล้วนๆ เธอเองก็มีเหตุผลอธิบายเหมือนกัน "พักนี้การเคลื่อนไหวหลักๆ ของสมาพันธ์วอร์ลอร์ดจะเน้นไปที่การค้นหาอาร์ติแฟกเสียส่วนใหญ่ค่ะ ยิ่งไปกว่านั้นสาเหตุที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยนิยมใช้กันก็เป็นเพราะความยากในการใช้งาน พวกเขาคงไม่มีเหตุผลที่จะใช้เลยเลือกจะขายต่อให้คนอื่นเพื่อนำเงินไปซื้ออุปกรณ์สวมใส่ที่ดีกว่า ดิฉันเองก็คาดไม่ถึงเช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นเพราะคิดว่ามันอาจจะมีประโยชน์ก็เลยพยายามกว้านซื้อเก็บไว้ จนถูกตำหนิในที่ประชุมว่าใช้งบประมาณสิ้นเปลืองเลยค่ะ"

        "เป็นเธอนี่ก็ลำบากเหมือนกันนะ" ราล์ฟกล่าวจบก็เปิดหน้าต่างกระเป๋ามองดูไอเทมที่อัดแน่นเต็มช่องจนไม่สามารถนำของสิ่งใดใส่เข้าไปได้แล้ว จากนั้นก็หยิบเอาก้อนแร่ออกมาวางบนโต๊ะ "นี่คือแร่ออปสตรักที่ฉันค้นพบ เธอลองทดสอบดูก็ได้ว่ามันมีความสามารถยังไง"

        ซากุระหยิบมันขึ้นมาและใช้ทักษะตรวจสอบวิเคราะห์อยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็ทดสอบโดยการใช้พลังจิตแต่ปรากฏว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้น พอวางมันลงและใช้พลังจิตอีกครั้งก็กลับมาใช้ได้ แร่ชนิดนี้เป็นเหมือนของแสลงสำหรับยอดฝีมือที่เชี่ยวชาญไม่ว่าจะด้านใดก็ตาม หากเผชิญหน้ากับมันก็ย่อมถูกจัดการได้โดยง่าย ไม่แปลกใจเลยที่เทพสงครามยอมอยู่เงียบๆ ไม่ว่าเธอจะกดดันยังไง

        "พอจะเข้าใจหลักการทำงานได้คร่าวๆ แล้วค่ะ ของสิ่งนี้มีระยะการแสดงผลที่ไม่กว้างมาก วิธีที่เหมาะสมก็คือการนำไปแปรรูปเป็นอุปกรณ์สำหรับจับกุม เว้นเสียแต่ว่าถ้ามีวิทยาการที่ดีกว่าก็อาจจะทำอุปกรณ์ขยายระยะการทำงานให้กว้างขึ้น ถ้านั่นเป็นสิ่งที่เทพสงครามกำลังทำอยู่ล่ะก็สงครามนี้อาจจะเป็นความพ่ายแพ้ของดิฉันก็ได้"

        ราล์ฟเห็นด้วยกับที่ซากุระพูดมา แต่เขาก็ยังไม่ไว้ใจพอจะเปิดเผยทุกอย่างให้รู้ทั้งหมด ถึงแม้จะชื่นชมในเรื่องของการวางแผนและการตัดสินใจคัดทิ้งโดยไม่ลังเลนั่นก็ตาม การยอมเปิดเผยเรื่องของแร่ออปสตรักนี้ก็มากพอสำหรับความร่วมมือ เชื่อว่าหลังจากนี้เธอคงจะไปสืบหาแหล่งที่มาเอง ราล์ฟมองว่าสำหรับซากุระแล้วมันเป็นเรื่องง่ายที่จะหาอะไรสักอย่างในเกมนี้

        "เกี่ยวกับเรื่องอาณาจักรเงือก" ราล์ฟชวนเปลี่ยนหัวข้อกะทันหัน ซากุระเลิกคิ้วเล็กน้อยแต่ก็เข้าใจแล้วว่าอยากจะถามเรื่องอะไรกันแน่

        "การผลิตเม็ดยาอากาศเป็นไปได้อย่างราบรื่นค่ะ มีการควบคุมข่าวสารภายในเอาไว้แล้วเพราะฉะนั้นหายห่วงได้ค่ะ"

        ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องอาณาจักรเงือก ซากุระเข้าใจดีว่ามันเป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยให้ได้เปรียบ หากเธอเป็นคนที่สามารถเข้าถึงอาณาจักรเงือกก่อนก็สามารถสร้างรายได้เป็นเม็ดเงินจำนวนมหาศาล ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการกอบโกย และเพราะแบบนั้นมันจึงต้องถูกเก็บเป็นความลับไม่ให้คนในสมาพันธ์ที่หวังร่ำรวยรู้เรื่องนี้ คนที่จะรู้ได้มีแค่ไม่กี่คนที่ซากุระเชื่อว่าไว้ใจได้หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์

        "ปัญหาก็คือพาหนะสำหรับเดินทางและคนนำทาง เราไม่อาจรู้ได้ว่าสถานที่ตั้งมันอยู่ที่ไหน"

        "เรื่องนั้นฉันจัดการเรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องพาหนะคิดว่าคงต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือน"

        "แลกเปลี่ยนกับความร่วมมือครั้งนี้ หวังว่าคงไม่ลืมสัญญานะคะ"

        "เขี้ยวซะจริงนะ"

        มันเป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างเขากับซากุระ แลกกับความร่วมมือในหลายๆ ด้าน เขาสัญญาว่าหลังจากจบเรื่องนี้แล้วจะมอบพาหนะที่ใช้เดินทางใต้ทะเลให้หนึ่งลำ แต่ทั้งหมดนี้จะต้องเป็นความลับที่สุด ซึ่งซากุระก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดี ถ้าจะให้พูดก็คือเธอไม่ได้บอกใครสักคนเกี่ยวกับเรื่องพาหนะแม้กระทั่งคนที่เธอเชื่อใจได้

        "ถ้าจะให้พูดตามตรงดิฉันยังถือว่าเป็นฝ่ายที่เสียผลประโยชน์มากกว่านะคะ โดยเฉพาะกับการที่ต้องยอมเสียดวงตาแห่งฮอรัสให้กับคุณ ถึงแม้ว่าสิ่งนี้จะเป็นของดีมาก แต่ในสายตาของดิฉันมันก็แค่ไอเทมที่ใช้เป็นหลักประกันว่าฉันยังมีประโยชน์ในสมาพันธ์ที่ตนเองเป็นผู้ก่อตั้ง"

        "จะว่าไป --- สนใจข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธในตำนานชิ้นอื่นหรือเปล่าล่ะ"

        และก็จงใจเปิดเผยเรื่องนี้ออกมาในที่สุด เขารู้ว่าดวงตาแห่งฮอรัสใช้เป็นหลักประกันได้ไม่นานอยู่แล้ว หากถึงเวลาที่ต้องใช้งานจริงขึ้นมาและซากุระพูดว่ายังใช้งาน 'ไม่คล่อง' มันจะกลายเป็นว่าความน่าเชื่อถือของเธอลดต่ำลง เพราะแบบนี้เพื่อแลกเปลี่ยนกับมันเขาเลยต้องยอมมอบของที่มีมูลค่าเกือบจะเท่าเทียมกันออกมา

        "นอกจากดวงตาแห่งฮอรัสยังจะมีไอเทมชิ้นอื่นอยู่อีกเหรอคะ" ซากุระแสร้งทำเป็นสงสัย ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าสมาพันธ์วอร์ลอร์ดเคลื่อนไหวเพื่อไอเทมในตำนานเหล่านี้ แต่ถึงเธอจะพยายามหาข้อมูลแค่ไหนก็ไม่มีทางที่จะรู้ข้อมูลได้เลย

        "ฉันกำลังพูดถึงธนูดาราสวรรค์ อาวุธชิ้นนี้จะช่วยให้เธอได้เปรียบในการทำสงครามมากขึ้น"

        ซากุระยังคงมีท่าทีใจเย็นไม่ได้ตื่นเต้นกับเรื่องที่ได้ยินสักเท่าไหร่ ราล์ฟรู้ดีว่าซากุระเป็นคนแบบใดแค่คำพูดเลื่อนลอยไม่อาจชักจูงความคิดของเธอได้ เป็นคนที่ต้องการหลักฐานยืนยันคำพูดมากกว่าความเป็นไปได้เพียงหนึ่งในหมื่น สุดท้ายราล์ฟก็ต้องค้นกระเป๋ามองหาสมุดบันทึกที่เขาเคยจดเอาไว้ออกมาวางบนโต๊ะ ซากุระหยิบขึ้นไปเปิดอ่านทีละหน้าและมีสีหน้าตื่นตระหนก

        "เป็นเรื่องน่าตกใจมากค่ะ ไม่คิดเลยว่าคุณจะมีบันทึกข้อมูลของอาวุธในตำนานแต่ละชิ้น แต่ว่าคัดด้วยมือแบบนี้แสดงว่าข้อมูลนี้มีอยู่ในหอสมุดประจำเกมใช่หรือเปล่าคะ" ซากุระไล่สายตาอ่านไปทีละหน้าอย่างใจเย็น พยายามจดจำข้อมูลเหล่านั้นให้ได้มากที่สุด เธอกังวลว่าราล์ฟอาจจะขอมันคืนและเมื่อถึงตอนนั้นคงไม่มีทางเลือกนอกจากส่งมอบให้ และหลังจากนั้นเธอก็คงต้องไปห้องสมุดเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับมันเพิ่มเติม

        "เธอคงจำได้ใช่ไหมว่าครั้งล่าสุดที่ฉันปะทะกับเทพสงคราม ฉันทำลายแผนการของหมอนั่นไป"

        "พอจะคาดเดาได้ค่ะ ดวงตาแห่งฮอรัสใช่หรือเปล่าคะ"

        หลังจากที่ซากุระได้รับมันมาก็ทำความเข้าใจกับมัน ถึงจะรู้ความสามารถและขีดจำกัดแต่ก็ยังไม่มั่นใจนักจนกระทั่งได้เห็นบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธในตำนานจากราล์ฟ ไม่แน่ว่าเทพสงครามอาจจะต้องการดวงตาแห่งฮอรัสเป็นชิ้นแรก เพื่อใช้เป็นตัวช่วยในการค้นหาอาวุธในตำนานชิ้นอื่นๆ เพราะความสามารถของมันจะขยายการรับรู้รอบตัวและส่งกลับมาสู่ความทรงจำโดยตรง ไม่ว่าอะไรก็ตามที่อยู่ในรัศมีการค้นหาก็จะถูกรับรู้ทั้งหมด การที่ราล์ฟแย่งชิงมันมาและส่งมอบให้กับซากุระก็ไม่ต่างอะไรกับการทำลายแผนการของเทพสงคราม

        "ดวงตาแห่งฮอรัสเป็นไอเทมชิ้นพิเศษที่มนุษย์ไม่สามารถใช้งานได้ ในความหมายก็คือเพลเยอร์อย่างเราๆ นั่นรวมไปถึงเทพสงครามกับพรรคพวกด้วย ตอนนี้ฉันได้รู้เรื่องที่เทพสงครามอาจจะมีบันทึกวิทยาการอยู่ ทุกอย่างมันก็ลงตัวในเมื่อมนุษย์ไม่สามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลได้ แค่ใช้อุปกรณ์มากลบช่องว่างในจุดนี้ก็พอ หากทำสำเร็จเทพสงครามจะล่วงรู้ทุกอย่างแม้กระทั่งการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ของพวกเรา เมื่อถึงตอนนั้นก็จะไม่มีใครต่อต้านได้อย่างแน่นอน"

        ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดมันควรจะเป็นเช่นนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะราล์ฟไปทำลายแผนการของเทพสงครามเสียก่อนจนต้องเปลี่ยนไปใช้วิธีอื่นแทน จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามซากุระเดาว่าเทพสงครามคนนั้นไม่อยากเสี่ยงให้แผนการที่วางเอาไว้ผิดพลาด จึงได้มีคำสั่งไม่ให้ใครก็ตามไปวุ่นวายกับนักบวชแมวเหมียวโดยเด็ดขาด ถึงจะไม่น่าเชื่อแค่ไหนก็ตาม แต่ตอนนี้ซากุระพอจะได้คำตอบในใจแล้ว

        "ต้องการให้ดิฉันทำสิ่งใดคะ"

        "ฉันจะมอบบันทึกนั่นให้เธอนำไปใช้ประโยชน์ต่อ โดยแลกเปลี่ยนกับดวงตาแห่งฮอรัสและเพื่อให้เธอมีหลักประกันเพิ่มเติม ฉันจะช่วยให้เธอได้ครอบครองธนูดาราสวรรค์ บันทึกเล่มนั้นอาจเป็นเพียงคำบอกเล่าจากตำนานโบราณ แต่คิดว่าฉันน่าจะรู้ตำแหน่งของมันและต้องใช้ดวงตาแห่งฮอรัสช่วย"

        "แล้วคุณจะได้ประโยชน์ตรงไหนล่ะคะ ดิฉันไม่เชื่อหรอกนะคะว่าจะมีใครทำอะไรโดยไม่หวังผลตอบแทน มูลค่าของบันทึกเล่มนี้กับยานพาหนะเดินทางใต้ทะเลแค่ดวงตาแห่งฮอรัสไม่อาจเทียบได้เลย"

        ข้อเสนอนี้มองอย่างไรเธอก็เป็นฝ่ายได้เปรียบอย่างมหาศาล แลกเปลี่ยนกับสิ่งของที่เธอไม่อาจใช้งานมันได้คล่องกับสิ่งของที่เธอสามารถใช้งานมันได้ นอกจากนี้บันทึกนี่ก็เป็นของที่สมบูรณ์ดูมีความน่าเชื่อถือ นั่นหมายความว่าหากสิ่งที่เขียนอยู่ในนี้เป็นความจริงเธอก็มีโอกาสที่จะได้ครอบครองอาวุธในตำนานมากกว่าหนึ่งชิ้น

        "บอกตามตรงเลยว่าฉันมีเป้าหมายแค่ดวงตาแห่งฮอรัสเพียงอย่างเดียว เธอน่ะคิดมากเกินไปแล้ว"

        ได้คำเฉลยซากุระก็คลายกังวลใจเป็นเธอเองที่คิดมากเกินไป สงบสติของตัวเองอยู่สักพักก็ยิ้มให้อย่างแผ่วเบา

        "ต้องขอโทษด้วยนะคะ ดิฉันคงกังวลมากเกินไป ยิ่งเราเติบใหญ่มากเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องแบกรับแรงกดดันมากขึ้นเท่านั้น"

        ราล์ฟเองก็คงต้องยอมรับว่าซากุระจัดการกับความเครียดของตัวเองได้เป็นอย่างดี อย่างไรซะเธอก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่ทนต่อแรงกดดันได้อยู่แล้ว ที่ผ่านมาก็แค่เก็บเงียบเอาไว้ไม่บอกใคร พูดได้เต็มปากเลยว่าความเสียสละของเธอทำให้เพลเยอร์ส่วนมากเล่นเกมได้อย่างสงบสุข ถ้าไม่มีคนอย่างซากุระลุกขึ้นมาต่อสู้กับการกระทำอันเลวร้ายของเพลเยอร์แล้วล่ะก็ จินตนาการไม่ออกเลยว่าสังคมภายในเกมจะวุ่นวายขนาดไหน

        "ไม่สมกับเป็นเธอเลยนะ" ราล์ฟเอ่ย จ้องมองหญิงสาวตรงหน้าและพูดต่อว่า "ซากุระที่ฉันรู้จักน่ะเป็นคนที่มีแผนสำรองอยู่เสมอ ไม่ใช่คนที่จะถูกกดดันด้วยเรื่องเล็กน้อยอย่างการที่สมาชิกภายในจะไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่เธอตัดสินใจ ที่ต้องทำก็มีแค่ตัดมันทิ้งไป ฉันชอบเธอที่เป็นคนเด็ดขาดแบบนั้นมากกว่าซะอีก"

        "นี่ใช่การสารภาพรักหรือเปล่าคะ?" ซากุระหัวเราะขบขันเบาๆ แต่ราล์ฟที่เห็นท่าทีก็ยิ้มอย่างพอใจ

        "ถึงขนาดพูดเล่นได้ก็ไม่ต้องห่วงอะไรแล้วล่ะ"

        ราล์ฟจ้องมองซากุระ แม้จะเห็นว่าเธอมีรอยยิ้มแต่สายตาของเธอดูไม่เป็นเช่นนั้น สิ่งที่น่ารังเกียจที่สุดสำหรับคนที่จับการเคลื่อนไหวจากสายตาของคู่ต่อสู้นั่นก็คือ...การที่รู้มากเกินไป เพียงเพราะไม่อยากให้มาเป็นกังวลเธอเลยเลือกจะแสดงสีหน้าแบบนั้นออกมา ต้องบอกว่าเป็นคนที่แสดงสีหน้าได้ยอดเยี่ยม แต่กลับซ่อนประกายตาเอาไว้ไม่มิดเลย

        ราล์ฟไม่ได้มีความรู้สึกสงสารเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นผลจากการที่ซากุระทำตัวเองแทบทั้งสิ้น ตลอดทั้งชีวิตที่ผ่านมาถูกสั่งสอนให้ยอมรับผลการกระทำของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือไม่ดี อย่างการที่เขาบอกว่าจะทำลายเกมกับคุณแม่ก็ตอบกลับมาแค่ว่า 'พยายามเข้านะ' ด้วยนั่นแหละ หรือก็คือหากเป็นสิ่งที่ตัดสินใจทำไปแล้ว หากมันสำเร็จหรือล้มเหลวก็ต้องยอมรับผลที่ตามมาด้วย เป็นการฝึกด้านจิตใจเสียส่วนใหญ่

        และเป็นความจริงที่ซากุระไม่ได้รับการฝึกแบบเดียวกับเขา แต่การที่เธอตระหนักได้นั้นสภาพจิตใจของเธอจะต้องเข้มแข็งเอามากๆ เธอคงจะผ่านอะไรมาเยอะมากทีเดียว

        ในที่สุดถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่ปัญหาของเขาเลยก็ตาม แต่ถ้าจะให้ซากุระเคลื่อนไหวในสภาพจิตใจที่เป็นแบบนี้มันคงไม่ดีแน่ เพราะต้องร่วมมือกันอีกนานขืนซากุระไม่สามารถตัดสินใจเคลื่อนไหวได้ในทันทีมันจะทำให้หลายอย่างคลาดเคลื่อน เขาคงจะต้องหาทางทำอะไรสักอย่างเพื่อแก้ปัญหานี้ซะก่อน

        "ครั้งสุดท้ายที่เธอได้ทำตามใจตัวเองมันเมื่อไหร่กัน"

        "ทำไมถึงได้ถามเรื่องนั้นล่ะคะ" ถามกลับมาด้วยสีหน้าฉงน เธอยังคงแสดงสีหน้าปกติจนแทบจะดูไม่ออก "นั่นสินะคะ ดิฉันคงให้คำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ ช่วงนี้ก็มีแต่การจัดแผนการเดินทางให้สมาชิกแต่ละกลุ่ม เจรจาการค้า ทั้งยังต้องคิดหาวิธีรับมือกับกลุ่มที่ไม่หวังดี เรียกได้ว่ามีงานชนกันจนเวลาออนไลน์แทบจะไม่เพียงพอเลยค่ะ"

        คงเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้ ถึงเวลาการออนไลน์จะไม่แตกต่างกันแต่ราล์ฟที่สามารถยืดเวลาในห้วงความคิดของตัวเองได้ทำให้เขาได้เปรียบในเรื่องของการไตร่ตรอง วิเคราะห์ข้อมูล จนบางครั้งก็ดูเหมือนว่าจะเป็นการตัดสินใจที่รวดเร็ว และเขาก็ไม่ได้มีสมาพันธ์ที่ยิ่งใหญ่ขนาดที่ต้องคอยดูแลอย่างเข้มงวด การที่ซากุระมาอยู่ในจุดนี้ได้โดยไม่สูญเสียความเยือกเย็นก็ต้องยอมรับในความสามารถแล้ว

        อย่างไรก็ตามเขาควรจะยื่นมือช่วยเหลือสักหน่อย คิดดูว่ามีอะไรที่พอจะทำได้บ้าง เขาไม่คุ้นชินเรื่องการเอาใจผู้อื่นเสียด้วย เรื่องเที่ยวเล่นก็ไม่มีอยู่ในความคิด สิ่งเดียวที่ทำได้มีแค่เรื่องอาหาร พยายามนึกถึงวิธีการบำบัดอารมณ์ที่เคยอ่านมา หากพาไปเปิดหูเปิดตาสักหน่อยมันคงช่วยให้ซากุระผ่อนคลายลงได้เยอะ

        "ถ้าอย่างนั้นทำตามใจตัวเธอเองสักหน่อยเป็นยังไง" พูดพร้อมยื่นมือส่งไปให้ ซากุระสบตามองกลับมาและจ้องเขม็งเพื่อหาคำตอบบางอย่าง สุดท้ายเธอก็ยิ้มและส่งมือมาจับและกล่าวว่า

        "เช่นนั้นก็ขอรบกวนด้วยนะคะ"

        จากนั้นราล์ฟก็ใช้เทเลพอตเคลื่อนย้ายออกไปจากห้องทำงานของซากุระ

 

        ถ้าให้เลือกสถานที่ท่องเที่ยว สโนว์บริดจ์ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คนเดินทางมามากเป็นอันดับต้นๆ ตัวเมืองที่สวยราวกับอยู่ในดินแดนหิมะในเทพนิยาย แม้แต่สะพานน้ำแข็งที่เป็นสถานที่ขึ้นชื่อ พบว่ามันเป็นสถานที่ที่คู่รักเดินทางมากันมากที่สุด ยามที่ได้มองดูพระอาทิตย์ตกดินย้อมสะพานน้ำแข็งหลากหลายสีสัน ปรากฏการณ์เสาแสงเป็นภาพที่สวยงามเป็นอย่างมาก แต่ปรากฏการณ์นี้จะปรากฏขึ้นแบบสุ่ม จึงเป็นความบังเอิญอย่างยิ่งที่ได้มาดูในวันนี้ ราล์ฟที่ไม่ได้สนใจในเรื่องนี้กำลังยืนดูซากุระเพลิดเพลินกับความงดงามเบื้องหน้า

        ท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายซากุระสวมเสื้อผ้าเนื้อเบาที่เหมือนจะไม่ช่วยป้องกันความหนาวเย็น เป็นเพียงความไม่สมเหตุสมผลของระบบเกมที่ไม่ว่าคุณจะสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้นแค่ไหน หากมันมีคุณสมบัติป้องกันความเย็นได้อากาศที่นี่ก็ไม่ถือว่าเลวร้าย เธอวางขวดแก้วนมร้อนลงและยืนพิงกับขอบสะพาน ไม่สนใจสายตาของเพลเยอร์ชายที่เดินผ่านเธอไป

        "ทราบหรือเปล่าคะว่าหากคู่รักได้มาดูพระอาทิตย์ตกและเห็นปรากฏการณ์เสาแสง มีความเชื่อกันว่าเทพธิดาจะอวยพรให้ชีวิตคู่มีแต่ความสุข"

        "ความเชื่ออะไรกันล่ะนั่น" ราล์ฟเองก็ยืนมองดูปรากฏการณ์นี้ด้วยเช่นกัน แต่เขาไม่ได้มีอารมณ์ร่วมไปกับบรรยากาศ เพราะมองว่ามันเป็นเหตุการณ์ที่ถูกสร้างขึ้น ไม่ใช่ปาฏิหาริย์อย่างที่ทุกคนเล่าลือ "มันก็แค่เหตุการณ์ที่ถูกสร้างขึ้นเท่านั้น แถมถูกบอกเล่าผ่านปากต่อปากแบบนี้มันก็ไม่ต่างอะไรกับทฤษฏีสมคบคิด ถ้าฉันรู้สมการที่ใช้กำหนดเหตุการณ์จะมากี่รอบก็เห็นเหมือนเดิม"

        "คุณนี่ไม่มีความโรแมนติกเลยนะคะ" ซากุระชักสีหน้าไม่พอใจ

        "เรื่องไร้สาระต่างหาก"

        ที่จริงซากุระก็พอจะเข้าใจอยู่ว่าราล์ฟไม่ใช่ผู้ชายที่มีอารมณ์โรแมนติกเลยสักนิด การกระทำของเขาก็เหมือนจะเป็นเพียงสามัญสำนึกที่บังเอิญไปถูกใจอีกฝ่ายหนึ่งเข้าก็เท่านั้น และยิ่งไปกว่านั้นการที่เขาพูดเพื่อชวนให้เธอทำตามใจก็เป็นเพียงการผ่อนคลายความเครียดสะสมที่อาจจะส่งผลกระทบถึงการสั่งการและการตัดสินใจ คิดๆ แล้วก็รู้สึกว่าเขาเป็นคนทึ่มในเรื่องนี้เหมือนกัน

        ด้วยความที่มันเป็นเมืองหิมะทำให้ความมืดมาเร็วกว่าเมืองอื่นหลายชั่วโมง เป็นที่รู้กันดีว่าช่วงกลางคืนนั้นพายุหิมะจะมา สภาพอากาศที่ย่ำแย่แบบนี้ทุกคนจึงมักจะไปหลบอยู่ในร้านอาหารไม่ก็บาร์เหล้า ทำให้บนท้องถนนแทบจะร้างผู้คนมีเพียงเกวียนที่วิ่งผ่านไปมาเพื่อเร่งส่งเควสต์ให้ทันตามกำหนด ความโหดร้ายของสภาพอากาศที่นี่ทำให้มันเป็นเมืองที่สงบสุขมากกว่าเมืองอื่นๆ และเพราะสภาพอากาศนี้ด้วยทำให้ไม่ค่อยมีใครอยากมาอาศัยอยู่เช่นกัน

        สินค้าขึ้นชื่อของเมืองนี้คือเครื่องประดับ มันสร้างจากผลึกที่หาได้ยากในดินแดนน้ำแข็ง ต้องมีความเชี่ยวชาญมากพอจะแปรรูปมันเป็นสินค้า ดังนั้นราคาที่แสดงให้เห็นอยู่นี้ไม่ถือว่าแพงแต่อย่างใด ถึงจะไม่มีผลเสริมอะไรให้แต่พวกผู้หญิงกลับให้ความสนใจพวกมันถึงขนาดยอมเก็บเงินซื้อมาเก็บสะสม และซากุระถึงจะเป็นผู้หญิงแต่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจมากขนาดนั้น เรียกว่าดูด้วยสายตาชื่นชมกับความงามมากกว่า

        "ฉันคิดว่าผู้หญิงทุกคนจะยอมควักเงินซื้อมันซะอีก"

        "แต่ก็ไม่ใช่กับทุกคนค่ะ ดิฉันไม่ใช่คนที่จะถูกล่อลวงด้วยสิ่งของเหล่านี้หรอกนะคะ"

        เดินออกมาจากร้านโดยที่ไม่ได้ซื้ออะไรติดไม้ติดมือ ซากุระมองดูเวลาแม้ว่ามันพึ่งจะห้าโมงเย็นแต่สำหรับดินแดนหิมะแล้วมันคือหัวค่ำ อาจพูดได้ว่าเป็นเมืองที่เวลาช่วงกลางวันสั้นที่สุดก็ว่าได้ และตอนนี้ประตูเมืองสำหรับเกวียนถูกปิดไปแล้ว แต่เส้นทางสำหรับคนเดินเข้าออกยังเปิดให้บริการตามปกติ ซากุระสังเกตเห็นแล้วว่าราล์ฟพยายามซ่อนตัวเองไว้ใต้ฮู้ดจึงเกิดความสงสัย

        "ฉันเป็นอาชญากรสำหรับเมืองนี้น่ะ" ราล์ฟพยายามไม่พูดถึงเควสต์ที่เขาช่วยเหลือนักโทษให้หนีออกจากเมืองได้สำเร็จ และด้วยเหตุนั้นถึงเขาจะเปลี่ยนเป็นขุนนางได้รวดเร็วกว่าการทำเควสต์หลัก แต่ในสโนว์บริดจ์ทำให้เขากลายเป็นอาชญากรที่ห้ามไม่ให้ NPC ทหารพบเจอโดยเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นเขาจะปรากฏสัญลักษณ์อาชญากรและถูกจ้องเล่นงานได้

        "เปลี่ยนสถานที่กันดีไหมคะ"

        "ได้เฉพาะที่ที่ฉันเคยไปเท่านั้นแหละ แต่ก็อย่าคาดหวังอะไรกับฉันให้มากนักล่ะ"

        กล่าวคือราล์ฟแตกต่างจากเพลเยอร์สายผจญภัยที่มักจะพบสถานที่แปลกใหม่ หรือเป็นพวกที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว เขาเป็นสายบัญชาการที่เตรียมการไปสู่ความยิ่งใหญ่เพียงอย่างเดียว การค้นพบหรืออะไรแต่ละอย่างนั้นก็มักจะเป็นเพียงข้อมูลที่ถูกประกาศออกมาแล้วเท่านั้น ถ้าจะมีเหตุการณ์บังเอิญเกิดขึ้นก็คงมีอยู่น้อยมาก และนั่นทำให้รู้สึกได้เลยว่าเทพสงครามยังซ่อนความลับเอาไว้อีกตั้งมากมาย

        สุดท้ายซากุระก็ขอให้พาไปที่เซนต์โครวเพื่อชมพระอาทิตย์ตกดินอีกครั้ง แต่บรรยากาศมันไม่เหมาะจะมาชมพระอาทิตย์ตก จริงอยู่ที่ว่าแสงที่ส่องมานั้นจะทำให้เมืองเซนต์โครวเหมือนดินแดนในเทพนิยาย และที่เคยปรากฏออกมาก็เป็นเพียงภาพถ่ายเท่านั้นไม่มีทางได้ชมมันแบบเต็มตาด้วย ถึงอย่างนั้นซากุระก็ยังยืนยันว่าจะมาให้ได้ พอมาถึงก็ตั้งใจจะไปเช่ารถขนส่งเพื่อไปยังสถานที่อีกแห่ง ราล์ฟคิดว่าไม่จำเป็นเลยพาออกมานอกเมืองแทน

        จากนั้นก็ใช้พลังจิตยกร่างของซากุระขึ้น เธอดูจะตื่นเต้นนิดหน่อยเพราะพลังจิตที่จะใช้บินนั้นหลายคนจะต้องไปทำเควสต์หาความลับของพลังจิต กว่าจะบินได้อย่างอิสระก็ต้องอาศัยเวลาเป็นอย่างมาก การที่ราล์ฟไม่เพียงแต่จะพาตัวเองบินได้แล้วยังพาคนอื่นหรือสิ่งของจำนวนมากบินตามไปด้วยได้ พูดได้เลยว่าคนรู้จักที่ทำแบบนั้นได้มีเพียงราล์ฟเท่านั้น

        บอกทางให้แล้วเพียงไม่นานก็มาถึงบริเวณทางขึ้นไปสู่ยอดเขา มันเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง ซากุระบอกว่าเธอเคยมากับเพื่อนสมัยที่เริ่มเล่นเกมได้ไม่นานนัก และพบกับจุดที่เหมาะกับการดูพระอาทิตย์ตกมากที่สุด แต่ก็ไม่มั่นใจว่าปัจจุบันจะมีคนรู้แล้วหรือยังเพราะมันก็ผ่านมาหลายปีแล้วด้วย

        ปกติแล้วเพลเยอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยหอบมากนักเวลาเดินทางขึ้นเขาที่สูงชัน แต่ซากุระนั้นแตกต่างจากคนอื่นในด้านความแข็งแกร่งทางกายภาพ เดินได้ไม่ถึงครึ่งทางก็เริ่มเหนื่อยหอบแล้ว เธอบอกด้วยรอยยิ้มว่าเป็นผลมาจากการที่เธอไม่มีทักษะทางกายภาพเลย จะมีก็แค่ทักษะอาชีพกับทักษะจำพวกงานฝีมือเท่านั้น เดินขึ้นมาจนเจอกับป้ายบอกทางที่มุ่งหน้าลงเขาไปสู้กับมอนสเตอร์และทางขึ้นไปชมทิวทัศน์ แต่ซากุระกลับนำไปยังทางที่ไปสู้กับมอนสเตอร์แทน

        "ฉันคิดว่าพวกเราจะไปดูพระอาทิตย์ตกกันซะอีก"

        "ก็ไปดูน่ะสิคะ เพียงแต่ว่ามันเป็นสถานที่ที่อยู่ในตำแหน่งที่อันตราย"

        "เธอคงไม่หวังให้ฉันไปสู้กับพวกมันใช่ไหม"

        "ฝีมือระดับคุณยังมีอะไรต้องกังวลอีกล่ะคะ"

        สุดท้ายราล์ฟก็เถียงไม่ออก ด้วยฝีมือที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่องมอนสเตอร์ที่อยู่ในคลาสเดียวกันหรือต่ำกว่าไม่สามารถทำอันตรายเขาได้อยู่แล้ว ถ้าจะมีก็เป็นพวกบอสมอนสเตอร์แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะแพ้ให้กับพวกมันซะทีเดียว แค่ต้องใช้เวลานานสักหน่อยในการจัดการและอาจจะมีบาดเจ็บไม่น้อย

        ด้วยการนำทางของซากุระที่ต้องเดินตัดผ่านป่าที่มีมอนสเตอร์อันตรายส่งเสียงคำรามอย่างต่อเนื่อง ราล์ฟที่ไม่ต้องการเสียเวลาจึงได้ปล่อยจิตสังหารออกไปทำให้พวกมันรับรู้และเผ่นหนีไปให้ไกลที่สุด ซากุระอดชื่นชมไม่ได้เพราะเธอเป็นเพลเยอร์ที่ไร้ซึ่งจิตสังหาร เวลาโดนพวกมอนสเตอร์เล่นงานก็มักจะเสียเปรียบอยู่บ่อยครั้ง วิธีที่ใช้ก็คือการอยู่รวมกับคนหมู่มากทำให้จิตสังหารมาไม่ถึง

        เส้นทางที่ค่อนข้างหฤโหดจึงมั่นใจมากเลยว่าไม่น่าจะมีใครมาที่นี่โดยเด็ดขาด ตั้งแต่ที่มาถึงตรงนี้เขาไม่พบร่องรอยว่าจะมีใครผ่านมาเลยสักคนเดียว ซากุระก็มีทักษะประเภทสำรวจอยู่แล้วก็น่าจะรู้ด้วยเช่นกัน ในที่สุดความพยายามก็เป็นผล เมื่อทั้งสองคนเดินมาทางทางบันไดรากไม้ที่ต้องค่อยๆ เดินอย่างระมัดระวัง ซากุระบอกว่าเธอค้นพบที่นี่เนื่องจากว่าหนีบอสมอนสเตอร์ที่มาทำลายเต็นท์พักจนปาร์ตี้ที่มาด้วยกันต้องเสียชีวิตไปมากกว่าครึ่ง ส่วนเธอกับพรรคพวกไม่กี่คนหนีรอดมาได้จนเจอกับสถานที่แห่งนี้เข้า

        ที่จริงต้องบอกว่ามันเป็นสวนดอกไม้ลับมากกว่า และเป็นความบังเอิญที่มันดันมีรั้วไม้กั้นเอาไว้ เหมือนเป็นสถานที่ที่รอให้คนมาค้นพบ กลิ่นหอมของดอกไม้ป่าลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ ดูเหมือนว่าเธอจะมาทันได้ดูพระอาทิตย์ตกได้ทันเฉียดฉิว ราล์ฟนึกขึ้นได้ว่าเขาสามารถจัดเตรียมสถานที่ที่เหมาะสมกับการพักผ่อนได้ก็ขอตัวสักพัก ย้อนกลับไปที่บ้านพักเพื่อนำของที่จำเป็นออกมา และกลับไปหาซากุระก่อนจะจัดเตรียมที่นั่งไว้ให้

        "ดิฉันมีใบชาอยู่ด้วยนะคะ ถ้าเป็นคุณคงจะมีอุปกรณ์ชงชาอยู่ด้วยแน่ๆ แต่ถ้าก่อไฟเกรงว่าบรรยากาศมันคงเสีย"

        "เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ฉันสามารถสร้างความร้อนได้ด้วยพลังจิต"

        "คุณนี่เหมือนอุปกรณ์ครัวเรือนเอนกประสงค์เลยนะคะ"

        ราล์ฟนำขนมปังโรลผลไม้ออกมาจัดวางบนจาน และเตรียมน้ำชาร้อนๆ รินใส่ถ้วย บทบาทของเขาเหมือนกับพ่อบ้านที่มากับคุณหนูผู้สูงศักดิ์และคอยดูแลความสะดวกต่างๆ ให้ และด้วยบรรยากาศรอบตัวที่เงียบสงบ ซากุระรู้สึกผ่อนคลายจิตใจลงได้มากทีเดียว เบื้องหน้าของเธอนั้นเป็นภาพพระอาทิตย์ที่กำลังจะหายลับขอบฟ้าไป มันย้อมท้องฟ้าให้เป็นสีแดงก่ำ ทะเลสาบน้ำตกเบื้องล่างก็ถูกย้อมไปด้วยสีแดงเช่นกัน

        มันเป็นสถานที่ที่วิเศษมาก หากไปยังพื้นที่ชมวิวที่อยู่บนยอดเขาก็อาจจะได้เห็นตะวันตกดินที่สวยไปอีกแบบ แต่ก็จะมีคนนับร้อยคนอยู่ที่นั่นเพื่อชื่นชมความงดงาม แต่ที่นี่แม้จะไม่ได้เห็นภาพแบบเดียวกัน แต่ก็ยังมองเห็นทะเลสาบน้ำตกได้ชัดเจน

        "เมื่อก่อนดิฉันมักจะมาที่นี่อย่างน้อยก็เดือนละครั้งเพื่อพักผ่อนจิตใจ มากับเพื่อนที่ดิฉันไว้ใจที่สุด ทานอาหารด้วยกัน พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องไร้สาระที่พบเจอในเกม มันเป็นช่วงเวลาที่ดิฉันรู้สึกว่ามันเป็นการเล่นเกมอย่างแท้จริง จนกระทั่งวันหนึ่งดิฉันได้เห็นการกระทำที่เลวร้ายของผู้คน ฉันจึงเกิดความรู้สึกที่ว่า 'ต้องทำอะไรสักอย่าง' ขึ้นมา เพราะแบบนั้นจึงได้เริ่มก่อตั้งกิลด์ร่วมกับเพื่อนๆ หาพื้นที่ที่จะสามารถเล่นเกมกันอย่างสนุกสนานได้และช่วยเหลือผู้คนที่ตกเป็นเป้าของความเลวร้ายในเกม แต่ว่ายิ่งดิฉันต่อสู้มากเท่าไหร่ สิ่งเลวร้ายแทนที่จะหมดไปกลับทวีคูณมากขึ้น ดิฉันจึงได้แต่ถามตัวเองอยู่เสมอว่า 'มันจะต้องเป็นแบบนี้ไปอีกนานเท่าใด' จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้"

        ซากุระเริ่มระบายความรู้สึกอัดอั้นในใจของตัวเองออกมา ตั้งแต่ที่เลือกเดินทางนี้ก็รู้อยู่แก่ใจดีว่ามันเป็นเส้นทางที่ยากลำบาก ต่อสู้เพื่อให้คนอื่นสามารถเล่นเกมได้อย่างสนุกสนาน ไม่มีการเอารัดเอาเปรียบจากคนที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน สาเหตุที่มีผู้คนยอมติดตามเธอเป็นจำนวนมาก คอยทำทุกอย่างตามที่สั่งแม้กระทั่งยอมแลกชีวิตให้ได้เพราะเชื่อมั่นว่าสักวันความฝันนี้จะต้องกลายเป็นความจริง ซากุระที่แบกรับความคาดหวังไม่อาจล้มเลิกมันได้โดยง่ายอีกต่อไป นั่นเป็นเหตุผลที่เธอยังคงสู้มาถึงทุกวันนี้

        "ทราบหรือเปล่าคะว่าตอนนี้สมาพันธ์ที่ดิฉันสร้างขึ้นมาก็เริ่มแสดงท่าทีที่ไม่ต่างอะไรกับสมาพันธ์วอร์ลอร์ด"

        "ฉันว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาที่คนมีอำนาจส่วนใหญ่จะใช้มันเพื่อตัวเอง"

        "ไม่ว่าที่ไหนๆ ก็เหมือนกันสินะคะ"

        เมื่อความมืดเริ่มคืบคลานเข้ามาใกล้ ก็มีแสงจากหิ่งห้อยรายล้อมอยู่รอบตัว เป็นสิ่งพิเศษที่มีเฉพาะสถานที่แห่งนี้เท่านั้น ดื่มด่ำกับบรรยากาศได้พักใหญ่ก็คิดว่าควรจะได้เวลากลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง ซากุระปิดการแจ้งเตือนทุกอย่างเอาไว้แต่ก็รู้ว่าตอนนี้มีแต่คนตามหาเธอกันให้วุ่นวายนี้ ทำให้รู้ได้เลยว่าหากไม่มีเธออยู่สักคน สมาพันธ์คงไปต่อไม่ได้แน่

        ข้อความทั้งหมดที่ถูกส่งมานั้นแฝงไปด้วยถ้อยคำที่เป็นห่วง โดยเฉพาะเบลล์ที่บอกให้เธอทำตามใจอยากได้เลย อยากจะกลับมาเมื่อไหร่ก็ได้ ส่วนเรื่องงานก็จะช่วยเท่าที่ช่วยได้ แสดงให้เห็นว่าเบลล์คงดูออกว่าเธอเผชิญหน้ากับความเครียดอย่างหนัก และอยากจะช่วยแบ่งเบาภาระให้ได้มากที่สุด

        "จากนี้ไปเธอคิดจะทำอะไรต่อ" ราล์ฟถาม ด้วยใบหน้าที่นิ่งเรียบและควบคุมน้ำเสียงในโทนปกติ จึงเป็นเรื่องยากที่จะแยกแยะว่าเวลาไหนเป็นคำพูดที่จริงจัง

        "ก็คงต้องกลับไปสะสางงานที่ค้างคาให้เสร็จนั่นแหละค่ะ ต้องขอบคุณคุณด้วยนะคะที่ทำให้ดิฉันคิดได้ว่าควรทำอย่างไรต่อ จากนี้จะพยายามทำให้เต็มที่เพื่อให้เหมาะสมกับฐานะของหัวหน้าสมาพันธ์" ซากุระโค้งขอบคุณอย่างมีมารยาท เพราะถ้าไม่ได้ราล์ฟชวนเธอออกมาผ่อนคลายก็คงไม่สามารถออกคำสั่งที่มีประสิทธิภาพได้

        "ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น ฉันหมายถึงหลังจากจบเรื่องนี้แล้วต่างหาก สมาพันธ์ไม่ใช่คำตอบของทุกอย่าง มันไม่สามารถทำให้เธอไปถึงเป้าหมายที่ตั้งใจได้อยู่แล้ว"

        "ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ในอนาคตค่ะ"

        ซากุระไม่อาจให้คำตอบได้อย่างชัดเจน สงครามระหว่างบลู ลิเบอร์ตี้กับวอร์ลอร์ด จะต้องเป็นสงครามที่ยิ่งใหญ่มากแต่เมื่อถึงตอนนั้นจริงหากเธอเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ก็จะมีคนหันไปเข้าข้างวอร์ลอร์ดกันมากขึ้นเพื่อเอาตัวรอด หรือหากเธอเป็นฝ่ายที่คว้าชัยชนะมาได้ก็จะทำให้บลู ลิเบอร์ตี้เป็นสมาพันธ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และจะทำให้เกิดการใช้อำนาจในทางไม่ชอบมากขึ้น เธอไม่สามารถออกคำสั่งกับสมาชิกที่ขึ้นตรงกับฝ่ายอื่นได้ ดีไม่ดีอาจจะเกิดความแตกแยกจากภายในก็เป็นไปได้เช่นกัน

        "ที่จริงฉันอยากจะชวนเธอไปร่วมงานด้วย" ราล์ฟบอกความจริงออกไป และมองดูปฏิกิริยาของซากุระ เธอไม่ได้มีท่าทางต่อต้านสิ่งที่เขาพูดออกไปแม้แต่นิดเดียว อีกทั้งยังยิ้มตอบกลับมาด้วย

        "ดิฉันดีใจมากเลยนะคะที่คุณมาชวน ถึงแม้ว่าใจหนึ่งอยากจะไปอยู่เพื่อช่วยเหลือคุณมากแค่ไหน แต่ในตอนนี้ดิฉันมีจุดยืนเป็นของตัวเอง ยังมีผู้คนมากมายที่คาดหวังและเชื่อมั่นว่าดิฉันจะสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมในเกมให้น่าอยู่ได้ เพราะแบบนั้นเลยไม่อาจทำลายความเชื่อใจของพวกเขาได้เช่นกัน อันที่จริงวิธีของคุณอาจจะเป็นหนทางที่เร็วที่สุด แต่มันก็ยังไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง ไม่ได้ถึงกับรังเกียจวิธีการของคุณหรอกนะคะ ถึงจะพูดแบบนั้นแต่เมื่อเวลานั้นมาถึงอยากจะขอให้คุณช่วยชักชวนดิฉันอีกสักครั้งจะได้ไหมคะ"

        สำหรับราล์ฟแล้วมันคงเป็นครั้งแรกที่เกิดความรู้สึก 'พูดไม่ออก' ขึ้นมา คำพูดมีอยู่ในใจแต่มันจุกแน่นอยู่ที่อก ทำได้เพียงแค่พยักหน้าตอบรับข้อเสนอของซากุระ

        "ถ้าอย่างนั้นกลับกันเลยไหม" เขากลับมาพูดได้หลังจากตั้งสติได้สักพัก ยื่นมือส่งไปหาซากุระ

        "ช่วยกรุณารออีกสักครู่ได้หรือเปล่าคะ"

        ราล์ฟคิดว่าซากุระอยากจะขอเวลาทำใจอยู่อีกสักพักจึงเก็บมือและปล่อยให้เธอทำตามใจอยู่สักพัก เพราะเป็นเผ่าบีสต์ซึ่งมองเห็นในที่มืดได้ดีขึ้น เห็นว่าซากุระกำลังทำสีหน้าลำบากใจ ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมามอง

        "รบกวนหลับตาลงสักครู่จะได้ไหมคะ"

        "ทำไม?" ถึงจะถามไปแบบนั้นแต่ราล์ฟก็คิดว่าเธอคงอยากจะทำอะไรบางอย่างที่น่าอับอายเกินกว่าจะให้ใครมาเห็น "งั้นให้ฉันหันหลังจะดีไหม"

        "ไม่เป็นไรค่ะ แค่หลับตาลงสักครู่ก็พอ อย่าเปิดตาก่อนที่ดิฉันจะบอกนะคะ"

        ถูกขอร้องถึงขนาดนั้นจะไม่ทำก็ไม่ได้ซะด้วย ราล์ฟจึงจำใจต้องทำตามที่อีกฝ่ายร้องขอ ถึงจะไม่รู้ว่าซากุระคิดจะทำอะไรก็เถอะ เวลานี้ทุกอย่างนั้นเงียบมากจนได้ยินเสียงต่างๆ ชัดเจน ทั้งต้นไม้ใบหญ้าที่ขยับไปตามลม เสียงของพวกแมลงที่ดังระงม กระทั่งเสียงของลำธารที่อยู่เบื้องล่าง และในเวลานั้นเองที่ราล์ฟถูกฉุดดึงลงไป ริมปีปากสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลและอุ่นร้อน จนเผลอลืมตาขึ้นมา

        และเห็นว่าซากุระกำลังจูบเขาอยู่...

        ไม่มั่นใจว่ามันเป็นเพราะบรรยากาศเป็นใจหรืออย่างไรที่ส่งผลให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา เป็นเวลากว่าสิบวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่สัมผัสกัน ท่ามกลางสวนดอกไม้ป่าและแสงหิ่งห้อยที่รายล้อมอยู่รอบตัว ราวกับภูตตัวน้อยที่มาเป็นสักขีพยานการกระทำของทั้งคู่

        ราล์ฟตกอยู่ในความตะลึงงัน สมองของเขาเหมือนหยุดทำงานไปชั่วขณะ เกิดความคิดสับสนขึ้นมาเพราะไม่เข้าใจสักนิดว่าทำไมซากุระถึงได้ทำแบบนี้ ทั้งที่เธอน่าจะเป็นผู้หญิงที่รักนวลสงวนตัว เป็นกุลสตรีที่ไม่มีความคิดอกุศลต่อเพศตรงข้าม

        จากนั้นซากุระก็ถอนริมฝีปากออกอย่างแผ่วเบา ใบหน้าเริ่มร้อนผ่าวเมื่อคิดได้ว่าเธอทำอะไรลงไป และค่อยๆ เบือนหน้าหันไปมองทางอื่น

        เพราะเกิดความสับสนจนถึงกับต้องหาคำอธิบายให้ตัวเอง ราล์ฟไม่คิดว่าตนเองจะเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามเสียด้วยซ้ำ แม้ว่าจะส่องกระจกก็จะตระหนักได้ว่าเขาอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเฉลี่ยทั่วไป ไม่ใช่ผู้ชายที่ชอบหยอดคำหวานใส่ผู้หญิง หรือเป็นพวกที่เอาใจผู้หญิงเก่งจนถึงขนาดที่ทำให้อีกฝ่ายมาหลงใหลชอบพอได้ มันเป็นเพียงแค่สามัญสำนึกและการหยิบยื่นน้ำใจให้เท่านั้น ที่ผ่านมาเขาไม่เคยแม้แต่จะทำอะไรที่แสดงออกไปในทางที่ทำให้ซากุระชอบพอได้เลยด้วยซ้ำ

        ถึงอย่างนั้นแทนที่เขาจะถามกลับแสดงสีหน้าเรียบนิ่งออกมา คิดได้ว่าในโลกนี้เป็นเพียงแค่ฝันตื่นหนึ่งไม่ใช่ความเป็นจริง ไม่ใช่ว่าซากุระเป็นผู้หญิงคนแรกที่ทำแบบนี้กับเขา ยังมีไซเรนอีกคนแม้ว่ามันจะแตกต่างเหตุผลกันก็ตาม

        "ฉันต้องพาเธอไปส่ง"

        หลังจากนั้นราล์ฟก็พาซากุระกลับมาส่งที่ห้องทำงานของเธอ ซึ่งที่นั่นเบลล์กำลังไล่สายตาอ่านเอกสารอย่างขะมักเขม้น และคิดหาวิธีแก้ปัญหาจนเกิดความเครียดขึ้นมา พอได้เห็นซากุระปรากฏตัวขึ้นมากลางห้องก็ตกใจอย่างมาก แต่เมื่อเห็นว่าราล์ฟอยู่ด้วยก็พลันเกิดรอยยิ้มแปลกๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใบหน้าที่ซากุระพยายามซ่อนเอาไว้นั่นไม่อาจเล็ดลอดผ่านสายตาของเธอไปได้

        ถึงอย่างนั้นราล์ฟก็โดนเบลล์สวดยับโทษฐานที่ทำอะไรไม่มาปรึกษาเธอก่อนจนสมาพันธ์เกิดความวุ่นวาย แต่ราล์ฟไม่ได้มีเวลาว่างมากนักเพราะเขายังมีธุระที่ต้องไปทำต่อในโลกแห่งความเป็นจริง จึงเทเลพ็อตหายไปต่อหน้าต่อตาทั้งสองคน เบลล์จึงได้เบนเป้าหมายไปยังซากุระที่หลังจากราล์ฟหายตัวออกไปแล้วก็เหมือนจะยืนไม่ติดพื้น เซไปนั่งบนโซฟาด้วยร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรง

        "เบลล์...ทำยังไงดีล่ะ ฉันไม่กล้าสู้หน้าเขาแล้ว"

        ท่าทีของซากุระผิดไปจากทุกที ทั้งสรรพนามแทนตัวกับน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนเด็กสาววัยรุ่นที่อยู่ในห้วงแห่งความรัก

        "เกิดอะไรขึ้น หรือว่าเธอคงไม่ได้..."

        แล้วซากุระก็ล้มตัวลงฟุบหน้าลงบนโซฟา เผยปฏิกิริยาแบบเด็กสาวทั่วไปที่เบลล์ไม่เคยได้เห็นมาก่อน ความเขินอายที่บ่งบอกชัดว่าซากุระก็เป็นเพียงเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งเท่านั้น ก่อนเธอจะเงยหน้าขึ้นมาตอบคำถามนั้น

        "ฉันจูบเขาไปแล้วน่ะสิ"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

52 ความคิดเห็น

  1. #13808 bluerosttime (@yokouo) (จากตอนที่ 371)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:03
    อาคมไม่ได้ไม่เป็นไร ยังมี อากิระอยู่
    #13808
    0
  2. #13804 Route of Desert storm (@saikra) (จากตอนที่ 371)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 22:50
    อย่ายอมแพ้ อาคม
    #13804
    0
  3. #13803 Dark in Heart (@bugsbunne) (จากตอนที่ 371)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 12:04
    เราลืมไปได้ยังไง มันแท็กฮาเร็มนี่ (กลับไปดูให้ไว ขอบคุณ 13792 มานะที่นี้) แต่อดคิดไม่ได้จริง ๆ ว่าก่อนความทรงจำจะหายไป ยายจะช่วยทันไหม ไม่งั้น เรือ (13782) ที่ว่ามา ล่มหมดเลยนะ 
    #13803
    0
  4. #13802 Chatchai Wongcha-oom (@onkchad) (จากตอนที่ 371)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 07:27
    ตอนนี้น่ารักอ่ะ
    55555+
    #13802
    0
  5. #13801 ฉันคือ GUNDAM (@peet2010) (จากตอนที่ 371)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 05:17
    เชียร์ซากุระคร้าบบบบบ
    #13801
    0
  6. #13800 คุณสามี (@SoulBladeMaster) (จากตอนที่ 371)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 02:50
    ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ทีมอาริน
    #13800
    0
  7. #13799 deknoomza (@deknoomza) (จากตอนที่ 371)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 20:52
    เหมาหมดเข้าฮาเร็มให้หมด555
    #13799
    0
  8. #13798 Shenoraq (@shinora) (จากตอนที่ 371)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 14:07
    ต๊ายยยย ถึงจะไม่ได้ปลื้มซากุระมากแต่ถ้าให้เลือกระหว่างซากุระกับยัยคู่หมั้น เราเชียร์ซากุระมากกว่านะ แย่
    #13798
    0
  9. #13797 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 371)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 13:30
    ลุ้นมากว่าสุดท้ายจะแห้วหมดไหม

    แต่ตอนนี้ซากุระนี่แสดงออกได้น่ารักมากเลย รู้สึกประทับใจ
    #13797
    0
  10. #13796 Krone;Syrphix (@shinkyoku) (จากตอนที่ 371)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 13:28
    #ทีมซากุระะะะะ
    #13796
    0
  11. #13795 maruchan (@RoosT) (จากตอนที่ 371)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 12:43
    ไม่นะ ต้อง เจนภพ/อาคม สิ
    #13795
    0
  12. #13794 สูรย์ (@chamoisee) (จากตอนที่ 371)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 12:38
    ขอบคุณมากค่ะ
    #13794
    0
  13. #13793 Razel (@kittipat159) (จากตอนที่ 371)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 11:37
    โดนสาวรุกยังนิ่งได้สมเป็นราล์ฟจริงๆ
    //ทีมอาคมโครตน่ากลัว
    #13793
    0
  14. #13792 @niinc (@aniinc) (จากตอนที่ 371)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 10:44
    จะแท็กหัวเรื่อง"ฮาเร็ม""ไปทำไมถ้าไม่ใช้ หึหึหึ เหมาเลย นิยายอยู่แล้ว
    #13792
    0
  15. #13791 auannie (@songchien) (จากตอนที่ 371)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 10:22
    เวร พิมพ์ตั้งเยอะ ระบบบอกผิดพลาด ข้อความหายหมด - -"
    #13791
    1
    • #13791-1 ขุณไกร (@harukokame) (จากตอนที่ 371)
      30 มกราคม 2560 / 13:36
      ถ้าเยอะพิมพ์ใน text ก่อนก็ได้แล้วก็อปมาวาง เคยเหมือนกันเลยใช้วิธีนี้กันไว้ก่อน
      #13791-1
  16. #13790 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 371)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 10:07
    จัดขบวนทัพ เหมาสี่ลำโลด อิ อิ
    #13790
    0
  17. #13789 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 371)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 09:38
    เค้าเรียกว่าอยากให้เค้ารู้ต้องรุกให้หนักสินะ
    #13789
    0
  18. #13788 Shittopi-UMA (@noon_90) (จากตอนที่ 371)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 09:36
    ถ้าผญ.ก็เมน#ทีมซากุระ แต่#ทีมอาคมก็ไม่เลวนะคะะ >~<
    #13788
    0
  19. #13787 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 371)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 09:36
    ราล์ฟโดนรุกซะแล้ว หุหุ
    #13787
    0
  20. #13786 Teerachot Jaroenkriangsakun (@donlovely) (จากตอนที่ 371)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 09:17
    ฟินน คำเดียวเกินพอ
    #13786
    0
  21. #13785 glom-mon (@ku-ru) (จากตอนที่ 371)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 09:03
    ผมนี่กลัวทีมอาคมจริงๆ เยอะมากกก

    ผมดูแล้ว จัด 4 ไปเลยครับ เพราะนี่คือนิยาย

    ของจริงผมขอ 1 พอแล้ววววว 55555555
    #13785
    0
  22. #13784 Earn Dominic (@22995500) (จากตอนที่ 371)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 09:01
    รออะไรอยู่ #ทีมซากุระ แน่นอนนนน
    #13784
    0
  23. วันที่ 29 มกราคม 2560 / 08:43
    เชียร์สาวคนไหนดี เลือกไม่ถูกเลยทีที
    #13783
    0
  24. #13782 Sirayu Manachot (@3468) (จากตอนที่ 371)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 08:21
    ช่วงนี้เรื่อตีคู่มาหลายลำมาก เรือนางเงือกที่น่าจะท้องเรือแตกไปแล้วก็อัพเกรดติดเทอร์โบแล่นฉิวขึ้นมา

    เรือซอมบี้ที่คะแนนมาดีตลอด เรือจีนที่มาจากไหนไม่รู้ขึ้นมาอยู่หัวแถมได้ แถมเรือกุนซือที่มาเอื่อยๆ

    ดันเร่งเครื่องแซงลำอื่นได้ซะงั้น ลุ้นระทึกจริงๆ
    #13782
    1
    • #13782-1 dvdkeeper (@dvdkeeper) (จากตอนที่ 371)
      29 มกราคม 2560 / 09:24
      กินเรียบอยู่ดี
      #13782-1
  25. #13781 SlayerREADERx (@SlayerREADERx) (จากตอนที่ 371)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 07:36
    #ทีมซากุระ
    #13781
    0