[Legend Online] เปิดตำนาน ป่วนออนไลน์

  • 88% Rating

  • 99 Vote(s)

  • 1,474,515 Views

  • 14,490 Comments

  • 9,092 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,786

    Overall
    1,474,515

ตอนที่ 370 : บทที่ 24 จะให้หยุดงั้นเหรอ? (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4588
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 89 ครั้ง
    23 ม.ค. 60

บทที่ 24 จะให้หยุดงั้นเหรอ? (100%)

 

        มีสายตาสองคู่ของชายหญิงมองดูสถานการณ์อยู่ที่ไกลๆ มันเหมือนกับเป็นการสังเกตการณ์ซะมากกว่า ปกปิดจิตมุ่งร้ายของตัวเองเอาไว้ไม่ให้อีกฝ่ายสัมผัสได้ การกระทำทั้งหมดนั้นแม้จะไม่ได้เห็นตั้งแต่แรกเริ่มก็ต้องยอมรับว่าคนคนนี้น่ากลัวเกินไป ระเบิดที่พวกนั้นใช้งานก็มีอานุภาพรุนแรงกว่าระเบิดที่ใช้กันอยู่ทั่วไป อีกทั้งอาวุธในมือนั่นมองยังไงก็เป็น 'ปืน' ไม่ถึงกับว่าจะไม่มีคนคิดจะสร้างมันขึ้นมาเลย แต่มันก็จำเป็นต้องมีขั้นตอนมากมายทำให้เป็นเรื่องยากที่จะผลิตมันขึ้นมาสักกระบอก

        แต่เห็นได้ชัดว่าในมือของนักบวชแมวเหมียวคนนั้นคือปืนที่มีอานุภาพที่น่ากลัว ไม่ต้องการกระสุนและสามารถยิงออกมาได้ ถึงพลังทำลายจะไม่เท่าไหร่ก็นับได้ว่าเป็นของชั้นเยี่ยมถ้าปรับแต่งมันอีกสักนิด

        "เห็นหรือเปล่า อาวุธนั่นน่ะ"

        ดูเหมือนทั้งสองคนจะคิดตรงกันที่ให้ความสนใจอาวุธของอีกฝ่าย

        "จะว่ายังไงดีล่ะ นำหน้าพวกเราไปหนึ่งก้าวก็ไม่ถูก ต้องบอกว่าหลายก้าวเลยเชียวล่ะ ประสิทธิภาพในการใช้งานมันดีกว่าปืนเล็กยาวที่พวกเราทำขึ้นมาซะอีก แต่เทียบกับประสิทธิภาพในพลังทำลายแล้วทางเราน่าจะเหนือว่าเพราะมันเป็นกระสุนเจาะเกราะ"

        "ถูกต้อง ถึงของพวกเราดีกว่าก็จริงแต่ก็ไม่ใช่ของที่จะผลิตออกมาได้โดยง่าย ทุกชิ้นต้องทำขึ้นมาด้วยมือกว่าจะได้สักกระบอกก็กินเวลาเป็นสัปดาห์ไม่ใช่ในเกมนะ ที่ทำออกมาก็เป็นได้แค่ของทดสอบมีแค่สิบกระบอกเท่านั้น ตั้งใจว่าจะเอาไว้ใช้เป็นไพ่ตายตอนจัดการกับมอนสเตอร์ที่ยากจะจัดการ แต่ของผู้ชายคนนั้นเห็นชัดเลยว่าเป็นของที่ทำออกมาได้อย่างไร้ที่ติ"

        "คงเพราะได้พวกนั้นมาช่วยงานล่ะมั้ง"

        เป็นความหมายที่รู้กันเองว่า 'พวกนั้น' หมายถึงใคร และเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพวกที่ถนัดสายงานฝีมืออย่างกลุ่มโอตาคุ คนพวกนี้เน้นการสร้างของแปลกๆ เพื่อให้ตนเองดูโดดเด่นเป็นพิเศษ ถึงขนาดมีการทำฟิกเกอร์ตัวละครจากไม้ที่หายากขายกันในกลุ่มผู้สะสมด้วย มีคนจำนวนไม่น้อยเล็งเห็นความสามารถนี้และอยากจะเชิญไปร่วมงานด้วย

        และเป็นความเชื่อกันว่าถ้าจะหาผู้เชี่ยวชาญงานฝีมือสักคน สมาคมคนโอตาคุจะเป็นตัวเลือกแรกที่ทุกคนคิดถึงเสมอ

        "จะบอกว่าโอตาคุทำได้ถึงขนาดสร้างอาวุธปืนเลยงั้นเหรอ"

        ฝ่ายหญิงดูจะค้านความเชื่อที่ว่าพวกโอตาคุทำได้ทุกอย่าง เพราะถ้าเป็นแบบนั้นจริงผลงานมันก็ควรปรากฏออกมาให้เห็นนานแล้ว และสมาคมคนโอตาคุก็พึ่งเริ่มก่อตั้งได้ไม่นานด้วย สิ่งที่คนพวกนั้นทำก็มีแค่ทำฟิกเกอร์ออกขาย แสดงโชว์ให้พวกเด็กๆ จับกลุ่มออกล่าเพื่อกระชับความสัมพันธ์ จัดเกมการแข่งขันแปลกๆ ทำทุกอย่างให้เป็นเรื่องสนุก

        "ก็มีพวกสอนเกี่ยวกับอาวุธตามสื่อออนไลน์นี่นา คงต้องมีโอตาคุปืนบางคนนั่นแหละที่สนใจเรื่องนี้และอยากจะลองสร้างขึ้นมาเป็นของตัวเอง"

        และเป็นความเห็นคัดค้านที่ปฏิเสธว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่อีกฝ่ายเชื่อมาทั้งหมด ถึงจะมีมุมมองที่แตกต่างกันแค่ไหน แต่ยังไงซะพวกเขาทุกคนก็ยอมถอยกันคนละครึ่งทางเพื่อไม่ให้มีปัญหาจนถึงกับมองหน้ากันไม่ติด

        "ถ้าฉันออกไปรับหน้าคงมีสภาพไม่ต่างกันสินะ" พูดพลางยิ้มฝืน มองดูภาพของนักบวชร่างมนุษย์แมวสังหารผู้หญิงที่เป็นศัตรูอย่างโหดเหี้ยม วัดความแข็งแกร่งของตนเองเทียบกับคนอื่นแล้วเธอก็ไม่ถึงกับอ่อนแอมากนัก อย่างน้อยก็เป็นถึงสมาชิกกลุ่มอสูรสงคราม

        ถ้าเปรียบเทียบกันจริงๆ แล้วเธอมีความแข็งแกร่งที่เหนือกว่าสมาชิกสมาพันธ์ทั่วไป แต่ก็ยังตระหนักได้ว่าหากลงไปเผชิญหน้าผลลัพธ์มันก็จะเป็นอย่างที่เห็นไปเมื่อสักครู่ ถึงเทพสงคราม...หัวหน้าของเธอนั้นจะแข็งแกร่งเพียงใด แต่ความโหดเหี้ยมที่มาจากการแสดงออกก็เห็นได้ชัดเจนมาก ทว่ากับผู้ชายคนนั้นมันไม่ใช่การแสดง หากแต่เป็นของจริง

        "ฉันว่าฉันรู้สึกคุ้นกับการเคลื่อนไหวนั่นอยู่นะ"

        "นี่นายจะซื่อบื้อไปถึงไหน ไม่รู้หรือยังไงว่าหมอนั่นแหละคือคนที่หัวหน้าพูดถึงอยู่บ่อยๆ น่ะ"

        "อ๋อ จำได้ล่ะ...ก็แค่แมวตัวหนึ่งที่เดินผ่านมา" และก็นึกขึ้นมาได้ว่ามันเป็นผู้ชายคนนั้นที่เขาเคยสู้ด้วยแต่ผลลัพธ์ก็คือความพ่ายแพ้ของตนเอง ถึงจะปลอบใจตัวเองว่าอีกฝ่ายแค่หนีไปได้ ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรมันดีขึ้นมาเลย

        เกิดความคิดที่อยากจะไปแก้มือดูบ้าง แต่ก็ถูกขัดขวางเอาไว้ไม่ให้ออกไปตอนนี้

        "จะบ้าเหรอ ขืนออกไปตอนนี้ก็ได้เป็นตัวตลกกันพอดี"

        "เพราะคิดกันแบบนี้นี่แหละ ศัตรูถึงได้เล่นเกมจิตวิทยากับพวกเธอ ฉันน่ะเป็นนักกีฬาไอ้เรื่องอ่านทางคู่ต่อสู้น่ะถือเป็นสิ่งที่ฉันขัดเกลามาอย่างดี ถ้าเธอคิดว่าทำแบบนั้นไม่ดีแน่ ศัตรูก็จะเล่นงานที่จุดนั้นเพราะถือว่ากำจุดอ่อนเอาไว้แล้ว"

        "หรือว่าสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการก็คือ..." เหมือนจะฉุกคิดอะไรได้ แต่มันไม่มีเหตุผลรองรับเลยว่ามันเป็นความจริง ถ้าเป็นแบบนั้นผู้ชายคนนี้ก็น่ากลัวเกินกว่าที่พวกเธอจะรับมือไหว

        "ถึงพวกเราจะปกปิดจิตมุ่งร้ายเอาไว้ แต่หมอนั่นน่ะกำลังยั่วให้พวกเราออกไปรับหน้า"

        "ไม่น่าเป็นไปได้ รู้ได้ยังไงว่าพวกเราอยู่ที่นี่"

 

        ทว่าคำตอบของคำถามนั้นไม่ได้ปรากฏออกมาต่อหน้า มันยังคงทำหน้าที่ของตัวเองในฐานะ 'ดวงตา' ต่อไป โดรนที่กำลังฉายภาพทุกอย่างจากบนท้องฟ้าตามจุดต่างๆ ถ้าจะมองเห็นใครที่มายืนโดดเด่นก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก และทุกคนที่อยู่ในรัศมีจะต้องถูกรายงานออกไปทุกอย่าง ซึ่งราล์ฟให้ความสำคัญกับความเป็นไปได้เพียงน้อยนิดทั้งหมด

        'สองคนนั้นเฝ้าระวังอยู่สินะ งั้นก็ดี' ราล์ฟแสร้งทำเป็นไม่สนใจและทุ่มเทให้กับการบัญชาการรบแข่งกัน

        ไม่มีปัญหาสำหรับพวกโอตาคุ ถ้าจะให้พูดมันเป็นผลพลอยได้จากการฝึกในช่วงสงคราม และการฝึกนั้นก็ถูกพัฒนามาเป็นการละเล่นในกลุ่มโอตาคุ สัญญาณมือหรือคำพูดทุกอย่างเหมือนกันหมด ราล์ฟค่อนข้างจะพอใจในผลลัพธ์ที่ไม่ได้คาดคิดนี้ มันช่วยให้เขาออกคำสั่งได้อย่างไม่ติดขัด เพียงแต่มันมีคนบ้าๆ ที่ไปเสริมท่าทางกับความหมายใหม่เข้าไปด้วย ยกตัวอย่างเช่นไรเดอร์แมนที่กำลังเต้นท่าปลาหมึก หรือบางคนเต้นท่าซุมบ้าส่งสัญญาณกันไปมา ราล์ฟคิดได้แค่ว่าไอ้พวกนี้มันกู่ไม่กลับไปซะแล้ว

        "ผู้พันเหมียวยังไม่ได้อีกเหรอ"

        "ก็เอาสิ แสดงให้พวกนั้นเห็นกันสักหน่อย" จากที่ปฏิเสธคำขอมาตลอด ในที่สุดราล์ฟก็เอ่ยปากอนุญาตให้ใช้งานได้

        คำขอของไรเดอร์แมนก็คืออยากจะลองใช้ของเล่นชิ้นใหม่เพื่อให้ทุกคนตกใจเล่น ราล์ฟไม่ค่อยรู้รายละเอียดมากนักแต่มันก็คล้ายกับพาวเวอร์สูทที่เดฟอนเคยพูดถึงว่าเป็นเหมือนเครื่องป้องกัน ออล สเตตัส ที่มีมูลค่ามหาศาล แค่จำกัดเวลาใช้งานซึ่งชาร์จพลังโดยอาศัย MP ของผู้ใช้ หากถอดออกเวลาในการชาร์จก็จะหยุดและเริ่มนับต่อเมื่อใส่อีกครั้ง เป็นของเล่นที่เดฟอนบอกว่าจะทำให้เขาใช้สักตัวหนึ่ง ซึ่งก็ได้ปฏิเสธไปแล้ว

        "ผู้พันเหมียวอนุญาตแล้วโว้ย พวกเราแปลงร่างเลย"

       สำหรับไรเดอร์แมนคำสั่งของราล์ฟก็สร้างความฮึกเหิมให้ได้เหมือนกัน พวกเขาคลั่งไคล้ในบทบาทนี้มากถึงขนาดที่จำลองว่า ตนเองเป็นนักรบที่สังกัดในหน่วยงานลับซึ่งจะต้องขออนุญาตผู้บัญชาการทุกครั้ง บทบาทนี้ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าจะต้องเล่นให้ได้

        "โรเจอร์!!!"

        และทั้งสี่คนก็ตอบรับด้วยท่าทางที่นัดแนะกันมา วิ่งมารวมกลุ่มกันเป็นแถวหน้ากระดาน และมองไปที่ศัตรูเบื้องหน้า แกว่งกางมือตามแบบที่ซ้อมกันมาและกดปุ่ม มีเสียงซาวด์เอฟเฟคและเสียงที่อัดไว้ดังขึ้น จากนั้นชุดพาวเวอร์สูทห้าสีที่มีดีไซน์ที่พวกตนออกแบบปรากฏสวมทับเครื่องแต่งกายเดิม

        บรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงกดดันจากการต่อสู้เปลี่ยนไปโดยทันที แทนที่ด้วยความสับสนไปพักใหญ่ พวกเขาคิดว่าไอ้เจ้าพวกนี้เล่นบ้าอะไรกันอยู่ แต่ก็ไม่มีใครพูดออกมา เท่าที่เห็นอยู่นี้มันก็แค่การใช้ระบบเปลี่ยนชุดเร็วไม่ก็ชุดแฟชั่นที่สวมทับเกราะเดิมได้ ซึ่งมันจะไม่มีความสามารถอะไรนอกจากความสวยงาม

       "ความรู้สึกแบบนี้มัน โอ้ว! หน้ากากไวเซอร์ล่ะ แล้วไหนจะยังชุดสุดจ๊าบนี่อีก"

       "ใส่แล้วเหมือนมีพลังเอ่อล้นขึ้นมาเลย"

       "งานหน้าต้องคิดค้นอาวุธเฉพาะของพวกเรามาแล้วล่ะ ตอนนี้คงต้องใช้อาร์ติแฟกนี่ไปก่อน"

       "แม่จ๋า ฝันผมเป็นจริงแล้ว!!!"

       "ชุดขาวด้วย แสดงว่าฉันคือ ไวท์ สินะ ชอบตรงที่มีชายผ้าคลุมสะบัดไปมานี่แหละ"

        ตระหนักได้ว่าไม่ใช่เวลามาชื่นชม การทำงานของชุดนี้มีเวลาที่ค่อนข้างจำกัด ตรวจสอบความสามารถดูแล้วเหมือนว่าชุดนี้จะตัดขาดพลังทั้งหมด แลกกับความสามารถในการต่อสู้ที่เพิ่มขึ้น ข้อจำกัดนี้อยู่ในขอบเขตที่พอรับได้ จากนั้นก็เริ่มพิธีกรรมแสนประหลาดอย่างการแนะนำตัวเอง ซึ่งทุกคนก็ทำได้ราวกับรู้ว่ามันเป็นมารยาทที่ต้องทำ

        "พวกนายเหลือเวลาต่อสู้อีก 28.42 นาที"

        และสิ้นคำพูดของราล์ฟที่เริ่มนับเวลาถอยหลังก็ทำให้พวกไรเดอร์แมนตื่นตัว ที่พวกเขาใช้ได้ก็มีแค่อาร์ติแฟกกับอาวุธเท่านั้น ทว่าด้านพลังโจมตีมันสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจนน่าตกใจ มีทั้งการตีลังกาเตะ จับครูดไปกับพื้น มองยังไงก็เป็นสไตล์ที่มั่วมาก ถึงอย่างนั้นก็ยังจัดการกับคู่ต่อสู้ที่รุมล้อมพวกเขาเอาไว้ เพราะอาวุธธรรมดามันไม่เท่ก็เลยใช้อาร์ติแฟกส่วนตัว

        "บ้าน่าพลังโจมตีนี่มันอะไรกัน ทำลายได้กระทั่งเกราะลมปราณ"

        "อาร์ติแฟกค้อนดาวตก นี่มันมีของหายากขนาดนี้เลยงั้นเหรอ"

        "ที่ว่ามีจำกัดแค่สิบชิ้นใช่ไหม"

        ดูเหมือนทุกคนจะตกใจกับของที่บากะกรีนถืออยู่ มันก็แค่ค้อนที่รูปทรงพิลึก แต่ดูเท่ในสายตาของพวกคลั่งไคล้ เป็นอาวุธโจมีที่ทำให้เกิดสตั๊นท์ได้ ในตอนนั้นเดฟอนที่ยังให้ความสนใจในสถานการณ์จากวงนอกเห็นเข้าก็บอกว่าหลักการทำงานของมันคล้ายกับเกียร์แฮมเมอร์ซึ่งเป็นวิทยาการที่เขาต่อยอดมาจากงานวิจัยของเผ่าจักรกล ซึ่งราล์ฟก็เริ่มคิดแล้วล่ะว่าบางทีอาวุธที่ปรากฏออกมา ณ ตอนนี้อาจมีไว้เพื่อสถานการณ์พิเศษบางอย่าง แต่นั่นก็เป็นเพียงเรื่องของอนาคตที่ทำได้แค่คาดเดาเท่านั้น

        ปล่อยให้ทางนั้นจัดการกันต่อไป เพียงแต่เขาไม่ได้มีเวลาว่างมากขนาดนั้น ถ้าศัตรูยังไม่โผล่ออกมาก็ไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องทำลายที่นี่ให้ราบคาบ และนั่นคือเป้าหมายเดิมของเขา มองไปทางอาคมและสื่อสารกันด้วยสายตา ไม่ถึงกับพูด 'อืม' แล้วตอบ 'อ๋อ' แต่ดูท่าทางจะไม่พอใจจริงๆ นั่นแหละ เมื่อราล์ฟอยากจะให้ช่วยดึงศัตรูเอาไว้ด้วยการอาละวาดสร้างความเสียหายให้เยอะที่สุด

        ทว่าไม่มีทางเลือกอื่นเนื่องจากการทำลายสมาพันธ์วอร์ลอร์ดเป็นสิ่งที่อาคมอยากจะทำมากที่สุด ไม่ใช่เพื่อมัน แต่เป็นการระบายความโมโหที่พวกมันตั้งใจจะมาทำลายร้านของน้องสาวเขา สำหรับโลกเกมที่ผู้แข็งแกร่งกลืนกินผู้อ่อนแอ เขาจึงพยายามไขว่คว้าความแข็งแกร่งให้ได้มากที่สุดจนอยู่ในระดับที่ไม่มีใครกล้าตอแยด้วย และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่มีทางเลือก แต่ก็ยังไม่วายแกล้งโจมตีพลาดใส่ราล์ฟเพื่อเอาคืน น่าเสียดายที่ราล์ฟยกดาบออกมาฟันคลื่นพลังที่เข้ามาทิ้งเหมือนกับปัดแมลงวันน่ารำคาญ

        "ไม่น่าเชื่อว่าจะพลาดได้"

        "ตั้งใจจะฆ่าแกเลยล่ะ"

        "เหรอ พยายามเข้าล่ะ"

        กล่าวจบก็เดินถอยหลังออกไปเพื่อหลบเลี่ยงสายตาที่จ้องมอง ก่อนจะหายไปเมื่อมีคนเดินผ่านราวกับว่าเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่เลย ทว่าตัวของเขากลับไปปรากฏอยู่ที่บริเวณหน้าประตูภายในซึ่งไร้การป้องกัน ตอนนี้ทุกคนให้ความสนใจอยู่ที่ตัวอาคม มันถ่วงเวลามากพอให้เขาได้สำรวจสมาพันธ์วอร์ลอร์ด

        ไม่จำเป็นต้องมีแผนที่ก็รู้ได้ว่าควรไปยังทิศทางไหน ให้เดฟอนสอดแนมพื้นที่เอาไว้แล้วและตอนนี้ดูเหมือนการถ่วงเวลาของเขาจะได้ผล เดฟอนค้นพบกองคลังของสมาพันธ์วอร์ลอร์ดแล้ว เบื้องหน้าของเขายังมีเพลเยอร์ที่ไม่ได้ออกไปร่วมต่อสู้อยู่ด้วย คนพวกนี้ไม่ได้มีเลเวลสูง เป็นพวกช่างฝีมือที่ไม่ได้มีความสามารถในการต่อสู้ ถึงกระนั้นก็ยังรู้ด้วยว่าเขาเป็นศัตรูจนต้องวิ่งเข้ามาขัดขวาง

        ราล์ฟเรียกดาบออกมาและตวัดฟันด้วยระบำดาบ คนคนนั้นแทบจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถูกฟันไปกี่ครั้ง แต่ความเสียหายที่ลอยออกมาอย่างต่อเนื่องมันบอกว่าในจังหวะที่เขาก้าวหมุนตัวผ่านไป มีการสะบัดดาบหลายครั้งมาก และไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายที่เข้ามาขัดขวาง ราล์ฟก็จัดการสังหารด้วยสายตาที่เย็นชาจนใบหน้าซีกหนึ่งของเขาเปรอะไปด้วยเลือด แต่ก็ไม่แยแสมันสักเท่าไหร่ ใครก็ตามที่ขวางทางเขาในตอนนี้จะต้องถูกจัดการลงทั้งหมด นี่คือความเด็ดขาดของเขา

        เส้นทางที่เดินผ่านมีแต่ซากศพของคนที่คิดว่าจะหยุดเขาได้ ถึงราล์ฟจะอยู่ในคลาสขุนนางซึ่งอยู่ในระดับเดียวกันของทุกคนที่นี่ แต่สิ่งที่ระบบช่วยอำนวยความแตกต่างให้คือค่าสถานะกับพลังงานที่เป็นตัวเลข มันช่วยให้พลังชีวิตไม่หมดลงได้โดยง่ายเท่านั้น ไม่ได้ช่วยให้พลังฝีมือเพิ่มขึ้นเลย นั่นจึงเป็นข้อแตกต่างที่ราล์ฟไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวคนเหล่านี้แม้แต่นิดเดียว

        ด้วยการนำทางของเดฟอนที่คอยบอกให้อยู่ตลอดเวลา ในที่สุดก็เดินมาถึงชั้นที่ถูกใช้เป็นคลังเก็บของขนาดใหญ่ มันเป็นโกดังที่ล็อกด้วยประตูเหล็กชั้นดีมาก ปิดผนึกพลังทุกอย่างเพื่อไม่ให้คนเข้าไปสามารถใช้ความสามารถใดๆ ได้ ระบบป้องกันนี้ถือว่าแน่นหนามาก และถ้าไม่มีกุญแจก็จะเปิดมันไม่ได้โดยเด็ดขาด

        "อย่างที่คิดเลย สมาพันธ์ใหญ่ก็ต้องมีระบบป้องกันไอเทมพวกนี้อยู่"

        "มิน่านายถึงมาถามฉันว่าเคยทดลองกับประตูเหล็กไหม"

        "ที่จริงฉันก็ไม่ควรถามเรื่องที่น่าจะรู้อยู่แล้วล่ะนะ" ราล์ฟตอบด้วยใบหน้านิ่งเรียบ ขณะติดตั้งไอเทมลงบนบานประตูจากนั้นก็กดเปิดการทำงานและถอยออกไปสามก้าว

        ทันทีที่อุปกรณ์ถูกเปิดการทำงานก็เริ่มมีแรงสั่นสะเทือนเกิดขึ้นและเร็วมากจนตามไม่ทัน จนกระทั่งเกิดเป็นช่องว่างให้มุดลอดผ่านเข้าไปได้ ทั้งหมดที่เห็นอยู่นี้มีการจัดเรียงหมวดหมู่อย่างชัดเจน ไอเทมเฉพาะที่พิเศษถูกคัดแยกเอาไว้อยู่ที่อีกโซนด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีพวกแท่งโลหะที่สามารถนำไปใช้งานได้ทันที เป็นแท่งเหล็กที่มีตั้งแต่ระดับต่ำไปจนถึงระดับกลาง วัตถุดิบปรุงยาและของเควสต์ที่หายากมากมาย

        เมื่อเข้ามาถึงก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรมากแค่สัมผัสก็ส่งพวกมันไปไว้ในเกาะส่วนตัว ก่อนหน้านี้เคยทดสอบความสามารถของเทเลพอตครั้งหนึ่ง เพื่อพิสูจน์ว่าเกาะส่วนตัวของเขาตั้งอยู่บนแผนที่ของเลเจ้นด์ออนไลน์ ผลก็คือใช่ ดังนั้นเมื่อมันตั้งอยู่บนแผนที่เดียวกันไม่ใช่มิติพิเศษ ความสามารถนี้จึงมีประโยชน์มาก

        "ขอบคุณสำหรับความเหนื่อยยาก"

        เก็บเกี่ยวทุกอย่างจนพอใจแล้ว ราล์ฟก็ไล่สายตาตรวจสอบอีกครั้ง เขารู้สึกว่ามันมีบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง ในห้วงความคิดของชั่วเสี้ยววินาทีนั้นกำลังวิเคราะห์เชื่อมโยงเรื่องราวต่างๆ รวมเข้าด้วยกัน จนกระทั่งเขารู้แล้วว่ามันมีบางอย่างที่ผิดพลาด นั่นคือจำนวนของไอเทมในคลังมันไม่สอดคล้องกัน จริงอยู่ที่คลั่งเก็บของพวกนี้ถือว่าใหญ่มาก แต่การจัดวางไอเทมหากคำนวณปริมาตรพื้นที่แล้วยังได้ออกมาในสัดส่วนที่น้อยผิดปกติ จนทำให้รู้สึกว่ามันถูกขนย้ายไปไว้ที่อื่นเพื่ออะไรบางอย่าง

        "เทพสงครามก็ไม่ได้โง่เง่าถึงขนาดเชื่อมั่นในตัวคนอื่นสินะ"

        เพราะน่าจะรู้ว่ายังไงมันก็ถูกปล้นชิงได้ ก็เลยทำให้ดูเหมือนว่าในคลังแห่งนี้มีของที่จำเป็นทุกอย่างที่สมาพันธ์แห่งหนึ่งควรจะมี แบบนี้มันไม่ต่างอะไรกับการคอรัปชั่นเลยชัดๆ แต่เขาก็ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะไปต่อว่าอีกฝ่ายได้ เขาเป็นจอมบงการที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังโดยแสดงเป็นตัวละครประกอบที่ไม่รู้เรื่องราวใดๆ และมันก็ควรจะเป็นแบบนั้นต่อไปจนกว่าละครจะจบลง

        สืบสวนต่อไปก็เปล่าประโยชน์ ราล์ฟติดต่อพวกที่อยู่ข้างนอกซึ่งทุกคนพอไม่มีนักบวชมาสนับสนุนก็เริ่มตึงมือขึ้นมาบ้างแล้ว ที่จริงก็ฟังสถานการณ์อยู่ตลอดทำให้รู้ว่ามีหลายคนเสียชีวิตไปแล้ว บากะเรนเจอร์เองก็เหนื่อยเกินกว่าจะสู้ไหว ถ้าจะมีก็เป็นอาคมที่ตอนนี้สวมเกราะมารเต็มยศและรับมือกับศัตรูทั้งหมดด้วยตัวคนเดียว ถึงจะปากแข็งทำเป็นไม่ช่วยเหลือคนอื่น แต่ก็มักจะเข้าไปเตะให้หลุดออกจากการโจมตี และบอกว่ามันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ

        การที่ศัตรูนั้นทำให้อาคมเริ่มเอาจริงขึ้นมาได้นับว่าเป็นอันตรายอย่างแท้จริง และนั่นทำให้อาคมหงุดหงิดขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มสูญเสียตัวตนไป แปลว่าถึงจะฝึกฝนมาดีแค่ไหนก็มีขีดจำกัดของอารมณ์อยู่ ราล์ฟจำได้ว่าเขาเคยผ่านช่วงเวลานั้นมาอย่างสาหัสเลยกว่าจะควบคุมอารมณ์ตนเองได้ถาวร ดังนั้นอารมณ์โกรธหรืออะไรก็ตามที่เขาแสดงออกมาส่วนมากเป็นแค่การแกล้งทำไปตามสถานการณ์ที่ควรจะเป็น

        "พวกนายน่าจะถอดตัวกันได้แล้วนะ ฉันจะปิดฉากแล้ว"

        สิ้นเสียงคำสั่งเหมือนกับปลดภาระให้แต่ละคน สีหน้าพึงพอใจเกิดขึ้นและคาดหวังจะได้เห็นเหตุการณ์นั้นด้วยตาคู่นี้ จึงเริ่มถอนตัวออกไปอยู่ด้านนอกเขตของสมาพันธ์วอร์ลอร์ด อาคมไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะฟังก็ยังคงไล่ฟาดฟันศัตรูราวกับปีศาจร้าย ราล์ฟเดินออกมาจากตัวอาคารและปล่อยแรงกดดันออกมาดึงดูดสายตาของทุกคน ดาบเทพเทวะปรากฏขึ้นและถูกยกขนานพื้นด้วยมือเพียงข้างเดียว

        เพียงแค่ได้เห็นมันสถานการณ์ก็เกิดความตึงเครียดขึ้น ท่าทางที่บ่งบอกว่าเบื่อหน่ายและอยากจะจบการต่อสู้นี้ อีกทั้งจิตสังหารที่แผ่ออกมา มันมีความแตกต่างกับจิตสังหารที่เพลเยอร์ปล่อยมาอย่างสิ้นเชิง สายตาที่แค่มองก็เหมือนจะฆ่าคนได้ทำให้เกิดความยำเกรงขึ้นมาบ้าง ชั่วพริบตานั้นราล์ฟก็เหมือนจะใช้ความเร็วสูง (แต่เป็นเทเลพอต) พาตัวเองขึ้นไปอยู่กลางอากาศ มองไปยังกลุ่มคนที่รวมตัวกันอยู่และเขวี้ยงดาบลงไป

        ทัณฑ์สวรรค์!

        ท่าโจมตีระยะกลางที่สร้างความเสียหายให้กับคนหมู่มาก การโจมตีนั้นเรียกเสียงร้องโหยหวนได้เป็นอย่างดี แม้แต่โล่ที่ว่าแข็งแกร่งเมื่อต้องเจอกับพลังโจมตีของดาบในตำนานก็ยังแตกละเอียด คนบ้าที่ไม่ประมาณตนคิดว่าดาบนี้เมื่อหลุดออกมาจะแย่งชิงได้ง่าย ทันทีที่จับก็เกิดเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น ดาบเทพเทวะก็ดูดพลังของอีกฝ่ายมาทั้งหมดจนถึงกับเสียชีวิตในทันที ราล์ฟแอบยิ้มเยาะเพราะเขาก็เคยโดนมาก่อน และมันทำให้เขาฝึกการควบคุมพลังได้ดียิ่งขึ้น

        สาเหตุที่ช่วงแรกๆ เขาไม่ยอมใช้งาน ก็เป็นเพราะความเสี่ยงจากการใช้มีสูงมาก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายๆ จึงต้องใช้ความระมัดระวังให้มาก ศึกษาวิธีใช้งานที่ปลอดภัยจนในที่สุดก็อยู่ในระดับที่ใช้งานเป็นอาวุธหลักได้แล้ว

        "คิดตื้นไปแล้ว" เขายิ้มเยาะ ใช้พลังจิตยกดาบนั้นให้ลอยกลับมาอยู่ในมือ และหันมองออกไปยังทิศทางหนึ่งพร้อมส่งยิ้มเย้ยหยันให้ก่อนจะกล่าวคำพูดหนึ่ง ซึ่งถ้าเป็นคนที่ได้ดูการประลองยุทธ์จะต้องทราบและตื่นกลัว

        "จงทำลายสรรพสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าข้า..."

        คีย์เวิร์ดแห่งการทำลายล้าง มันจะเปลี่ยนไปตามเป้าหมายและจุดประสงค์ของผู้ถือครอง และคำพูดที่เอ่ยออกมานั้นเห็นได้ชัดว่าสร้างความหวาดกลัวไปมากเพียงใด

        ทันใดนั้น เพื่อหยุดหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้นก็มีเสียงร้องตะโกนดังกึกก้องพร้อมกับการปรากฏตัวของคนสองคน ฝ่ายหญิงที่มาด้วยกันรีบพูดขึ้นอย่างใจเย็น

        "ต้องขออภัยที่เสียมารยาท แต่ฉันเป็นตัวแทนของสมาพันธ์วอร์ลอร์ด อยากจะขอเจรจาด้วย"

        "ฉันคิดว่าพวกเราเลยจุดที่จะเจรจากันมาตั้งนานแล้ว"

        "โอกาสนั้นมีเสมอมันอยู่ที่ว่าคุณจะยอมรับมันหรือไม่ หากต้องการจะทำลายล้างก็เชิญ แต่คุณจะไม่มีทางได้สิ่งที่มีค่ากลับไปนอกจากความสะใจ" เธอคนนั้นพยายามจะพูดเชิงท้าทายให้ทำ ซึ่งปกติแล้วมันก็มักจะได้ผลกับคนที่เชื่อมั่นในตัวเองสูง เชื่อมั่นว่าพวกเธอจะทำอะไรเขาไม่ได้

        "เหอะ! คิดจริงเหรอว่าจะใช้คำพูดแบบนั้นกับไอ้แมวผีนี่น่ะ"

        อาคมย่อมรู้จักจิตวิทยาเล็กๆ น้อยๆ และก็ยังรู้อีกว่ามันใช้กับราล์ฟไม่ได้ผล ยิ่งไปพูดแบบนั้นก็แปลว่าเข้าทางมันพอดี

        "ก็จริงล่ะนะ ที่ฉันมาก็เพื่อความสะใจเท่านั้น"

        หนึ่งบัญชา อาญาสวรรค์

        และเปิดใช้งานทักษะนั้นทันที สีหน้าของผู้หญิงคนนั้นที่คาดว่าทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามที่คิดเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด พลันจะอ้าปากร้องเตือนก็ไม่ทันแล้ว เมื่อดาบในมือลอยขึ้นไปอยู่บนท้องฟ้าเหนืออาคารสมาพันธ์ และเริ่มเปล่งแสงเพื่อชาร์จสำหรับการโจมตี

        "มีความลับที่ห้ามไม่ให้ฉันทำลายสมาพันธ์อยู่ใช่ไหมล่ะ"

        "ปิ๊งป่อง! ถ้าไม่ใช่ฉันไม่มีทางตรวจสอบได้ขนาดนี้หรอก จากการแสกนดูแล้ว อาคารนี้อาจจะสร้างจากระบบแต่ก็สามารถต่อเติมภายในได้ นั่นหมายถึงการต่อเติมห้องใหม่ก็เช่นกัน เหมือนว่าจะมีทางใต้ดินไปสู่ที่ไหนสักแห่ง แต่หาทางเข้าไม่ได้เลย เส้นทางพวกนี้สร้างจากแร่ชนิดพิเศษที่จะรบกวนการทำงานทุกอย่างรวมไปถึงพลังพิเศษด้วย ของที่ใช้ได้มีเพียงอาร์ติแฟกเท่านั้น ให้เซเว่นตรวจสอบดูแล้วมีความเป็นไปได้นะว่าวอร์ลอร์ดอาจจะไปค้นพบบันทึกเก่าๆ ของอาณาจักรจักรกลก็ได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นที่ใกล้ๆ กันจะต้องมีวัตถุดิบเพียงพอจะสร้างฐานที่มั่นที่ปลอดภัยสักแห่งขึ้นมาได้ด้วย และเส้นทางที่ว่านั้นก็สร้างจากของพวกนั้น ฉันว่าพวกนั้นคงกำลังศึกษาวิทยาการอยู่แน่ๆ"

        และแทนคำถามจากราล์ฟก็ได้คำตอบมาจากเดฟอนที่ยังคงสำรวจภายในอยู่ การอยากรู้ความลับของศัตรูก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งเช่นกัน เขาไม่รู้ว่าเทพสงครามคนนั้นหมกเม็ดกลอุบายหรือแผนการซับซ้อนอะไรเอาไว้ ขอเพียงมีชิ้นส่วนก็พอจะคาดเดาได้ว่าอีกฝ่ายตั้งใจจะทำอะไรต่อไป

        ถ้าอีกฝ่ายมีวิทยาการก็คงมั่นใจมากว่าจะเป็นใหญ่ได้ด้วยกำลังรบที่มีอยู่ การที่ไม่เคลื่อนไหวอะไรมากก็เป็นเหมือนการแสร้งทำเป็นเจียมตัว แต่กลับซ่อนพิษร้ายไว้ในน้ำชารอให้อีกฝ่ายเผลอยกขึ้นมาดื่มกิน โชคร้ายที่ราล์ฟก้าวนำไปไกลกว่าด้วยวิธีการเคลื่อนไหวที่แยบยล มองหาคนที่มีศักยภาพที่ถูกทอดทิ้งและดึงมาร่วมงานด้วยกัน เดฟอนเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เริ่มจากการที่ชวนมาเป็นพวก และค่อยให้การสนับสนุน แต่ก็ต้องทดสอบด้วยว่ามีความซื่อสัตย์แค่ไหนด้วย

        ถึงแม้ตอนนี้เขาจะยังไม่เห็นเงินที่ถูกปล้นไปครั้งนั้นกลับคืนมาสักเหรียญเลยก็ตาม

        แต่ในช่วงเวลานั้นสีหน้าดำมืดของหญิงสาวตัวแทนจากสมาพันธ์วอร์ลอร์ดที่ต้องการเจรจาเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ ความลับที่ต้องการปกปิดไว้คือสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ฉากหน้าอย่างสมาพันธ์วอร์ลอร์ด ทั้งที่พยายามแสร้งทำเป็นจนมุมและถูกขังอยู่ในเมืองอาร์วิเนีย และอยู่แบบเงียบสงบมาเป็นเวลาได้พักใหญ่ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมอยู่ๆ ศัตรูถึงได้เข้ามาโจมตี ทั้งยังเป็นคนที่ถูกสั่งห้ามไม่ให้ไปรบกวนอีกด้วย

        ถึงอย่างนั้นปากก็ยังออกคำสั่งให้โจมตีก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

        ผู้หญิงคนนั้นตบมือไปที่สายคล้องแขน มันเป็นอาร์ติแฟกการ์เดี้ยนประเภทสัตว์ร้ายในตำนาน สิ่งที่ออกมานั้นเป็นเหมือนรูปปั้นหินใหญ่ยักษ์ที่เคลื่อนไหวได้ราวกับมีชีวิตอยู่จริง เสียงคำรามของมันก้องสะท้านสร้างความหวาดกลัวภายในจิตใจให้กับทุกคน แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่มีผลกับคนสองคนที่อยู่เบื้องหน้าของเธอ

        "หุบปากโว้ย รำคาญ!" อาคมบินทะยานขึ้นไปและสะบัดดาบฟันจนคอขาด

        ทั้งที่คิดว่ามันควรจะจบลงไปแล้วแต่ผู้หญิงคนนั้นยังยืนยิ้ม และจากนั้นหินนั้นก็กลับไปรวมกับร่างกายเดิมของมัน เคลื่อนไหวได้อีกครั้ง พวกเธอใช้ทั้งเวลาและความอุสาหะในการเดินทางเพื่อค้นหาความลับของเกม จนได้ครอบครองหลายสิ่งหลายอย่างที่มีอำนาจมากพอจะตั้งตัวเป็นศัตรูกับทุกคนได้ เช่นเดียวกับอาร์ติแฟกการ์เดี้ยนตัวนี้ที่เธอถือครอง มันไม่อาจถูกทำลายได้โดยง่าย ไม่ว่าจะทำลายเท่าใดมันก็จะกลับมาในสภาพสมบูรณ์

        "งั้นนายก็คงเลือกฉันสินะ" หันไปมองผู้ชายเผ่าหมาป่าดำที่ยืนอยู่ข้างหลังหญิงสาว ตอนนี้สวมอุปกรณ์ครบเซตจากที่เป็นเพียงชุดใส่สบายๆ กลายมาเป็นชุดออกรบ และใช้น้ำยากับกินอาหารเสริมบัฟ

        "นายเองก็มีวิชาต่อสู้"

        "ไม่ขอปฏิเสธ"

        "งั้นก็แสดงมันออกมาซะ"

        "คนที่ตัดสินใจว่าจะใช้หรือไม่คือฉัน"

        "ถ้าอย่างนั้นฉันก็บังคับให้ใช้มันออกมาเอง"

        ว่าแล้วก็ถีบตัวเข้ามา อาวุธที่ใช้เป็นสนับแขนที่ติดกงเล็บเหล็กที่งอกออกมาเพียงไม่กี่เซนติเมตร ทักษะต่อสู้อยู่ในขั้นสูงมาก โชคร้ายที่ราล์ฟเหมือนจะไม่ได้อยากจะเล่นด้วยสักเท่าไหร่เลยแค่กางเล็บออกและตวัดไปหนึ่งบาดแผล ไอสีดำลอยออกมาพร้อมกับสถานะแปลกๆ ที่เกิดขึ้น ชายคนนั้นเหมือนจะรู้ได้ในทันทีว่ามีอะไรผิดปกติ

        "คำสาป?" เขาพึมพำ สีหน้าดูตกใจเล็กน้อยแต่ก็หยิบเอาขวดยาออกมาดื่มสักพักความผิดปรกตินั้นก็พลันหายไป

        "น้ำยารักษาคำสาป" เป็นราล์ฟเองก็ตกใจเหมือนกันที่อีกฝ่ายมีน้ำยานี้อยู่ จำได้ว่าเขายังไม่ได้ให้อารินนำน้ำยานี้ไปวางขายเลย ยิ่งไปกว่านั้นขวดนั่นก็ไม่ใช่ของร้านน้องเหมียวสี่ขาที่มีขวดเป็นรูปใบหน้าสัตว์ "อย่างนี้นี่เอง พวกนายเองก็คงจะมีมันอยู่สินะ ผู้ใช้เวทมนตร์คำสาปน่ะ"

        "รู้เร็วดีนี่นา เสียใจด้วยนะที่ท่าเด็ดของนายไม่มีประโยชน์แล้ว"

        "ฉันไม่คิดแบบนั้น" กางเล็บออกเผยให้เห็นพลังงานสีดำที่ลอยออกมา

        เป็นข้อแตกต่างกันระหว่างเวทมนตร์คำสาปกับความพิเศษของราล์ฟ ซึ่งคำสาปที่เขาได้มานั้นเป็นผลมาจากการขโมยด้วยวิธีพิเศษ ทำให้หลอมรวมกับร่างจนกลายเป็นร่างคำสาปที่เรียกใช้งานจากภายใน ส่วนผู้ใช้เวทมนตร์คำสาปจะเป็นเวทมนตร์สายพิเศษที่ได้จากการทำเควสต์ลับ ทั้งสองแบบมีวิธีใช้งานและอานุภาพที่ต่างกันถ้าเปรียบเทียบกันแล้ว เวทมนตร์คำสาปจะมีความรุนแรงและพื้นที่การโจมตีที่มากกว่า

        ราล์ฟไม่อยากจะเสียเวลาไปมากกว่านี้จึงเลือกจะบุกโจมตีแบบปิดฉาก ต้องนับถือในความเก่งกาจของคู่ต่อสู้ที่เชี่ยวชาญเทควันโด้จนถึงกับรับมือเขาได้ด้วย แต่ก็ทำได้แค่รับมือ มันมีช่องว่างที่แตกต่างกันทางด้านความเด็ดขาด ทุกการโจมตีเน้นไปที่การสังหารซึ่งเมื่อเทียบกับคนที่ฝึกฝนมาเพื่อคว้าชัยชนะในเกมกีฬานับว่ามันคนละชั้นกันเลย ต่อให้รับมือได้แต่ผ่านไปสักพักก็เริ่มรู้แล้วว่ามีความต่างกันเกิดขึ้น

        แม็กนั่ม ฟิสต์!

        ยิงหมัดออกไปรัวเร็วทำให้เกิดการโจมตีนับสิบครั้งในชั่วอึดใจ ราล์ฟจึงต้องโคจรลมปราณเพื่อรับการโจมตีทั้งหมดเอาไว้ ยกแขนป้องกันจุดสำคัญไม่ให้ได้รับดาเมจที่รุนแรง

        ร็อก เวฟ!

        ตามด้วยการกระแทกเท้าทำให้พื้นดินระเบิดขึ้น ราล์ฟจึงต้องกระโดดถอยออกมาตั้งตัวไกลกว่าสิบเมตร จากนั้นก็ถีบพื้นพาร่างเข้าไปโจมตีต่อ เป็นการใช้คอมโบช็อตที่ราล์ฟต้องเสียพลังชีวิตไปเกือบสองหมื่น ถ้าไม่ใช่เพราะคอมโบช็อตทำให้เสียไปหนึ่งจังหวะไม่มีทางที่จะทำอะไรราล์ฟได้เลย แต่ก็ต้องยอมรับแล้วว่าถึงเขาจะป้องกันด้วยวิชาเฉพาะตัวได้เมื่อใช้การเตะต่อยธรรมดา แต่กับการโจมตีด้วยท่าพิเศษที่มีเอฟเฟคแน่นอน เป็นไปไม่ได้ที่จะหลบพ้น

        "ชิ รอดไปได้งั้นเหรอ"

        จากนั้นราล์ฟก็ฮีลให้ตัวเอง ใช้เบลสซิ่ง กับไลต์ซิลด์ ต้องบอกว่าผู้ชายคนนี้เก่งจริงๆ สามารถไล่ตามความเร็วของเขาได้ ถ้าให้อาคมมาต่อสู้ด้วยคงจะอีกนานกว่าจะรู้ผลแพ้ชนะ สุดท้ายราล์ฟก็เลิกจะใช้มือเปล่าตัดสินใจว่าจะใช้อาวุธเข้าช่วยจึงนำดาบออกมาถือเอาไว้ อีกฝ่ายผิวปากและเย้ยยิ้มที่เห็นว่าเขาเริ่มใช้อาวุธแล้ว เพียงแต่ว่ามันเป็นดาบไม่ใช่มีด

        "ไม่ใช้วิชามีดของทหารแล้วงั้นเหรอ"

        "พอดีฉันถนัดดาบมากกว่าน่ะสิ"

        พอเปลี่ยนมาใช้อาวุธ เสริมความเร็ว เกราะป้องกัน และเพิ่มพลังโจมตี ก่อนสังเกตเห็นว่าศัตรูใช้เกราะธาตุไฟและความมืดด้วยก็ยิ่งรู้สึกว่าได้เปรียบมาก หลังจากชุบอาวุธด้วยทักษะแล้วก็เห็นสีหน้าของอีกฝ่ายที่ยืนเหงื่อตก คงรู้แล้วว่าเกราะของตนเองแพ้ทางอาวุธธาตุศักดิ์สิทธิ์

        เชนโซล!

        สร้างโซ่ออกมาพันธนาการ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเคลื่อนตัวหลบ โซ่พวกนี้ก็ยังชอนไชไปตามพื้นโดยมีเป้าหมายในการจับกุมอย่างไม่ลดละ ซึ่งท่านี้สามารถหลบได้ง่ายมากถ้าผู้ใช้ไม่มีชั้นเชิงในการควบคุมทิศทางเป้าหมาย เพียงไม่กี่วินาทีก็ตกอยู่ในวงล้อมของโซ่เสียแล้ว และถูกจับกุมได้ในที่สุด

        ไลต์ฟัซ!

        โปรยละอองแสงออกไปจากนั้นก็วิ่งเข้าไปจู่โจม แม้เชนโซลจะเป็นท่าพันธนาการแต่หลักๆ คือการถ่วงการเคลื่อนไหวให้ช้าลง ชายคนนั้นยกแขนขึ้นเตรียมรับการโจมตี ใช้สตีล บอดี้ลดพลังทำลายลงให้เหลือเพียง 40%

        ระบำดาบ!

        ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวแต่หลายสิบครั้งในการโจมตีใส่โซ่เพื่อสร้างดาเมจให้เป้าหมาย ใช้ก้าวพริบตาไปหยุดอยู่ในระยะที่ห่างกันมากและหันกลับมาพร้อมกับพุ่งตัวออกไป

        ตัดระยะ!

        200,000 Critical!!!

        สีหน้าตื่นตะลึงคล้ายจะไม่เชื่อสิ่งที่พึ่งเกิดไป จากที่เชื่อว่าไม่น่าจะมีใครสร้างความเสียหายหลักแสนให้ได้ บัดนี้คนคนนั้นได้ปรากฏตัวต่อหน้าของเขา ทั้งยังมีอาชีพเป็นนักบวชซึ่งไม่มีทักษะในการโจมตีที่รุนแรงเลย

        "สองแสนงั้นเหรอ นายนี่เก่งชะมัด"

        "ถ้าฉันใช้คมได้ไม่ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ ฉันจะเป็นกุ๊กได้ยังไง" พูดจบก็เลื่อนมือไปจับที่หน้าอก พร้อมกระอักเลือดออกมา เขาโดนฟูล เคาท์เตอร์ไปเต็มๆ ทำให้ได้รับความเสียหายห้าสิบเปอร์เซ็นต์จากการโจมตีสะท้อนกลับ หันกลับไปมองเห็นสีหน้าพึงพอใจนั้นก็เปลี่ยนเป็นใบหน้าเย็นชา เป็นโชคดีที่ใช้ทักษะลดความเสียหายเอาไว้ล่วงหน้าจึงไม่เสียพลังชีวิตเป็นแสนๆ ไม่อย่างนั้นเขาคงจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้เสียเอง

        แต่การที่อีกฝ่ายยังไม่ตายก็ทำให้ราล์ฟรู้สึกว่าถ้าเขาไม่ใช้วิชายุทธ์ก็คงจัดการอีกฝ่ายไม่ได้ แม้แต่ระบำดาบที่เป็นท่าเคลื่อนไหวประกอบอาวุธยังไม่สามารถจัดการได้เลย ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าฝีมือของศัตรูเหนือกว่าการคาดการณ์ของเขา ขืนมัวแต่เล่นต่อไปเหตุการณ์คงไม่สู้ดีแน่ ต้องจัดการให้เรียบร้อย

        คิดได้ดังนั้นก็ใช้ก้าวพริบตาบุกโจมตีต่อ ไฟท์เตอร์จะมีทักษะหนึ่งนั่นก็คือ จิตนักสู้ หากพัฒนาไปถึงขั้นสูงสุดจะสามารถฟื้นพลังชีวิตในขณะต่อสู้ได้ด้วย การต่อสู้แบบยืดเยื้อก็จะเข้าทางสายอาชีพนี้โดยเฉพาะ ในตอนนั้นเองสายตาของชายคนนั้นก็พลันเบิกวูบ ภาพลวงตาปรากฏขึ้นมานับสิบจึงขยายสัมผัสรับรู้ตัวตนออกไปเพียงแต่ไม่สามารถสัมผัสอะไรได้เลย มันเป็นเพราะวิชาคืนเดือนมืดที่จะผสานตัวตนให้เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ วิชาเดียวที่ราล์ฟใช้ได้ชำนาญกว่าคุณแม่ของเขา

        ราล์ฟเข้ามาใกล้และจรดดาบเตรียมพุ่งแทง ขณะที่อีกฝ่ายตั้งท่าพร้อมจะใช้ฟูล เคาท์เตอร์แต่กลับกลายเป็นว่าร่างของราล์ฟทะลุผ่านไป หันไปมองคนต่อไปก็เริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าเป็นตัวจริงหรือเปล่าจึงต้องหาทางโจมตีกลับไปก่อน ในตอนนั้นเองสัมผัสจิตสังหารที่รุนแรงปรากฏขึ้นอยู่ด้านหลังทำให้ต้องรีบหันไปปล่อยหมัดสวนกลายเป็นว่ามันเป็นภาพลวงตาอีกเหมือนกัน

        กริ๊ก!

        สัมผัสโลหะเย็นๆ อยู่ที่หัวของเขา สังหรณ์ใจไม่ดีเลยชำเลืองมองผ่านทางสายตา สิ่งที่อยู่ในมือของราล์ฟคือปืน

        "เบิร์ส!"

        ยิงอัดในระยะประชิดส่งร่างนั้นให้ลอยกระเด็นออกไป การที่ไม่ตายก็น่าจะเป็นเพราะพลังโจมตีมันเบาเกินไปแต่การติดสตั๊นท์ก็เปิดโอกาสให้ราล์ฟหยิบดาบขึ้นมาและเข้าไปกระหน่ำฟันจนในที่สุดพลังชีวิตก็หมดลงจนได้ในที่สุด มันเป็นการต่อสู้ที่ทำให้เขาต้องงัดเอาหลายอย่างออกมาใช้ คิดได้อย่างเดียวว่ากลุ่มอสูรสงครามจะต้องมีความแข็งแกร่งที่ใกล้เคียงกันมาก

        ซึ่งทางด้านของอาคมนั้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอาร์ติแฟกการ์เดี้ยนที่ไม่ว่าจะฟันมันกี่ครั้งก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ มันทำให้เกิดความหงุดหงิด นอกจากนี้เขายังรู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นผู้ใช้เวทมนตร์แผ่นยันต์ การโจมตีนั้นไม่อาจบอกได้ว่าเป็นอย่างไร แต่มันค่อนข้างจะลึกลับเพราะเวทมนตร์ไม่ได้มาจากตรงหน้าของเธอ แต่เป็นรอบตัวของเป้าหมาย โดยเฉพาะเวทมนตร์วายุคำรามก็จะเกิดวงเวทขึ้นรอบตัวและมีลมกรรโชกพัดอัดกระแทกร่างอย่างแรง

        ความลึกลับยังไม่หมดแค่นี้ มีเมื่อมีเปลวไฟพุ่งออกมาจากพื้นที่ปริแตกจนอาคมได้รับบาดเจ็บ และเจ้าการ์เดี้ยนนั่นก็กระโดดเข้ามาตวัดอุ้งเท้าหินตบกระแทกพื้น และพื้นก็กลายเป็นบ่อโคลนค่อยๆ ดึงร่างของเขาลงไปก่อนจะจับตัวแข็ง ตรึงร่างของเขาไว้กับพื้นดิน

        การที่อาคมโดนฝังดินจนขยับตัวไม่ได้ก็ทำให้ผู้หญิงคนนั้นเกิดความคิดที่ว่าจัดการกับนักดาบอสูรได้แล้ว เธอไม่ประมาทและหยิบแผ่นยันต์ออกมาเริ่มร่ายเวทมนตร์ เหนือร่างของอาคมนั้นก่อให้เกิดกลุ่มก้อนสายฟ้าขึ้นและผ่าใส่เขาอย่างจัง ความเสียหายนี้รุนแรงมากและนั่นอาจจะเป็นจุดจบของนักดาบอสูร ถ้าไม่ใช่เขาใช้ทักษะเซคั่นด์ ชานด์ ที่ทำให้ค่าพลังกลับมาเต็มทุกอย่างเขาก็คงจะตายไปแล้ว

        และเป็นโชคดีเวทมนตร์สายฟ้าที่ผ่าลงมานั้นทำให้พื้นแตกจนเขาหลุดออกมาได้ อาคมไม่อยากเสี่ยงเดิมพันที่อันตราย จึงต้องต่อสู้อย่างเต็มที่ เปิดเผยร่างบีสต์โหมดแปลงเป็นหมาป่าที่มีขนสีเงินวาว และมันยังสวมใส่เกราะมารอย่างเต็มยศอีกด้วย นี่ถือเป็นท่าไม้ตายที่อาคมมองว่ามันเป็นท่าปิดฉากที่ร้ายกาจที่สุดแล้ว

        อาคมในร่างหมาป่าใช้ก้าวพริบตาอ้อมไปด้านหลัง ตวัดกงเล็บโจมตีใส่ ผู้หญิงคนนั้นหันกลับมาและยิงเวทมนตร์ระเบิดเพลิงทำให้การโจมตีไร้ผล และยังออกคำสั่งให้การ์เดี้ยนมารับหน้าที่ถ่วงเวลาเอาไว้ การเคลื่อนไหวของอาคมเร็วกว่าแต่พลังโจมตีของการ์เดี้ยนเหนือกว่า แม้จะหลบได้แต่ก็ยังเกิดความเสียหายอยู่เล็กน้อย

        วูล์ฟ สปิริต!

        เมื่อใช้ทักษะนี้ออกไปจะทำให้ลดดีเฟ้นด์ของศัตรูลง 20% ทักษะประเภทข่มขวัญสามารถใช้ได้กับศัตรูทุกประเภท

        อาคมกางปีกมารออกบินขึ้นสูงเหนือร่างของการ์เดี้ยนและโฉบลงมาโจมตีด้วยกงเล็บหลายครั้ง แต่ในตอนนั้นรอยยิ้มเย้ยหยันของผู้หญิงคนนั้นปรากฏขึ้นและออกคำสั่งให้การ์เดี้ยนใช้ความสามารถพิเศษ

        โฮก!!!

        เสียงคำรามของการ์เดี้ยนทำเอาอาคมหมุนคว้างไปกระแทกกับกำแพง เขาลุกขึ้นมาสะบัดหน้ามึนงง ก่อนจะรู้สึกผิดปกติเมื่อไม่สามารถขยับขาได้ดั่งใจนึก มองไปลงเห็นว่าขาทั้งสี่เริ่มกลายเป็นก้อนหินแล้ว

        "ไม่เคยมีใครหนีพ้นการโจมตีของการ์เดี้ยนของฉันได้หรอกนะ จงกลายเป็นหินไปซะ"

        ไม่พูดเปล่าก็หยิบแผ่นยันต์ออกมาและเริ่มร่ายเวทมนตร์เพื่อใช้การโจมตีที่รุนแรงที่สุด สำหรับผู้ใช้เวทนั้นหากต้องการใช้เวทมนตร์ที่รุนแรงก็ต้องเสียเวลาในการร่ายเวทมนตร์ที่ยาวนานมาก และเธอก็เป็นผู้ใช้เวทมนตร์สายพิเศษที่ต้องการเวลามากกว่าเดิม แม้จะมีน้ำยาที่ลดเวลาร่ายเวท รวมไปถึงอุปกรณ์ที่ส่งเสริมด้านนี้โดยเฉพาะ แต่ความเร็วของเธอก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่ดี

        แววตาของอาคมดูเมินเฉยเขาไม่ได้ตกใจเรื่องที่ตัวเองจะกลายเป็นหิน แต่กำลังคิดหาวิธีจัดการกับผู้หญิงที่มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว เวทมนตร์พวกนั้นแตกต่างจากที่เคยเห็นมามากมาย มันลึกลับและโจมตีได้โดยไม่ทันตั้งตัว ไหนจะการ์เดี้ยนที่ใช้คำสาปหินได้อีก ถ้าจะจัดการก็คงต้องเป็นการ์เดี้ยนก่อนและค่อยเป็นผู้หญิงคนนั้น

        การกลายเป็นหินเริ่มลุกลามไปทั่วทั้งตัว ไม่มีท่าทีขัดขืนใดๆ แสดงออกมาเลยจนเกือบจะคิดไปว่าเขายอมแพ้ไปแล้ว ทว่าทันทีที่เขาเป็นหินโดยสมบูรณ์อยู่ๆ หินนั่นก็แตกออกและอาคมกลับมาเป็นปกติได้เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นเพราะอาคมมีความสามารถในการต้านทานคำสาป และเธอคนนั้นคงไม่ได้คาดคิดถึงเรื่องนี้สาเหตุที่ต้องทำให้ศัตรูขยับไม่ได้นั่นก็น่าจะมาจากเหตุผลที่คล้ายๆ กัน การร่ายเวทมนตร์นั้นจะไม่สามารถเคลื่อนที่ได้

        เพียงแค่พุ่งตัวออกไป อาคมก็ใช้วูล์ฟ สปิริตอีกครั้ง เกราะมารแต่งเสริมกงเล็บให้มีความน่ากลัวเพิ่มขึ้น เขาตวัดกงเล็บออกไปหลายครั้งตัดแบ่งมันเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ตราบใดที่ทำลายมันไม่ได้ก็แค่ถ่วงเวลาการฟื้นตัวก็พอ จากนั้นอาคมก็ม้วนตัวถีบกับผนังส่งตัวเองกลับไปหาผู้หญิงคนนั้น ถึงแม้ในร่างนี้เขาจะมีการโจมตีที่จำกัดแต่ก็มีพลังเพิ่มขึ้นหลายเท่า อ้าปากกัดเข้าที่แขนและสะบัดเหวี่ยงอัดกระแทกพื้น มันเป็นวิธีการต่อสู้เหมือนกับหมาบ้าแต่ได้ผล

        และไม่หยุดแค่นั้น อาคมคาบแขนขึ้นพาบินทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า จากนั้นก็ทิ้งดิ่งลงมาเป็นควงสว่านและจบลงที่ปะทะกับพื้นอีกครั้ง หญิงสาวกระอักเลือดออกมาคำโต การที่เธอไม่ตายในทันทีก็นับว่าเป็นโชคดีมากแล้ว แต่ว่าอาคมไม่ได้เป็นผู้ชายที่ใจอ่อนให้กับศัตรูเพียงเพราะเป็นผู้หญิง จัดการขย้ำปิดฉากการต่อสู้นี้ซะ

        ไม่มีใครคาดคิดว่าการต่อสู้จะจบลงด้วยความตายของอสูรสงครามทั้งสองคน อีกทั้งศัตรูทั้งสองคนนั้นก็ผ่านการต่อสู้มาอย่างยาวนานจนเสียพลังไปตั้งมากมาย และการต่อสู้นี้กินเวลาไปไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ หากให้ต่อสู้ในสภาพที่พร้อมกันทั้งสองฝ่าย ก็ไม่รู้เลยว่าราล์ฟกับอาคมจะแข็งแกร่งมากเพียงใด ยิ่งไปกว่านั้นเป็นที่น่าตกใจยิ่งกว่าก็คือ พวกเขามาถล่มสมาพันธ์วอร์ลอร์ดด้วยกำลังคนเพียงไม่ถึงหกสิบคน

        นี่นับเป็นความเสื่อมเสียที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งสมาพันธ์วอร์ลอร์ดมาเลย ตอนนี้พวกที่ยังมีชีวิตรอดทำได้เพียงแค่ยืนมองด้วยความหวาดกลัวมากกว่าจะต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรี แม้แต่คนที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งมากในสมาพันธ์ก็มีสภาพที่ไม่ต่างจากคนอื่นสักเท่าไหร่ คนที่เหลือรอดก็เป็นเพียงสมาชิกระดับกลางค่อนไปทางต่ำ มันไม่คุ้มเสียถ้าต้องแลกชีวิตโดยที่สมาพันธ์ไม่ได้สนับสนุนอะไรเลย

        "พวกนายจะก่อเรื่องหรือสร้างความเดือดร้อนให้กับใคร จะฆ่าไปกี่คน จะปล้นไปเท่าไหร่ ฉันไม่สนใจเลยสักนิด แต่พวกนายดันทะลึ่งมาเปิดกล่องแพนโดร่า กล้าแตะต้องร้านน้องเหมียวสี่ขา ถ้าจะคิดแค้นให้มาลงที่พวกฉันที่เป็นผู้ใหญ่ แต่อย่าเอาเด็กเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถ้าคำเตือนของฉันยังไม่แรงพอพวกนายจะได้เจอกับหายนะที่ใหญ่กว่านี้แน่ ฝากไปบอกหัวหน้าสมาพันธ์ของพวกนายด้วย ว่าฉันเองก็ไม่เลือกวิธีการเหมือนกัน"

        หลังจากคำประกาศนั้นถูกส่งออกไป ราล์ฟก็ได้ถล่มอาคารสมาพันธ์ด้วยพลังของดาบเทพเทวะและจากไปทิ้งไว้เพียงเศษซากของอาคาร กับความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ถูก ส่วนเดฟอนก็ทำหน้าที่ตอกย้ำความอับอายโดยการพ่นสีไปตามกำแพงด้วยคำว่า 'PANDORA มาเยือน' ตัวใหญ่ สิ่งนี้จะกลายเป็นการประกาศสงครามกับสมาพันธ์วอร์ลอร์ดไปโดยปริยาย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 89 ครั้ง

24 ความคิดเห็น

  1. #14255 MuedDy (@MuedDy) (จากตอนที่ 370)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 16:53
    เด็กอาชีวะเรอะ
    #14255
    0
  2. #14049 แฟนพันธ์อ่าน (@henrietta5) (จากตอนที่ 370)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 01:28
    บางที่ก้งงกับวิทยายุทที่ราฟฝึกนะ เหนแม่บอกยังไงก้ไม่ใช่ในเกม แต่ทำไมตอนสู้ตอนนี้ถึงบางท่าไม่ใช่วิทยายุทก้ไม่ใช้ศตรูหมาป่าดำจากอสูรสงครามอะ งง ประโยคนี้มาก
    #14049
    0
  3. #13828 White_Lilys (@lolipopkungs) (จากตอนที่ 370)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:55
    แหม เดฟ่อนนี่เด็กช่างแท้ๆ 555
    #13828
    0
  4. #13752 สูรย์ (@chamoisee) (จากตอนที่ 370)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 11:23
    ขอบคุณมากค่ะ
    #13752
    0
  5. #13751 มิเกล แบล็คซอร์ด (@Shopping) (จากตอนที่ 370)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 12:47
    ดีนะไม่ใช่Pandoraพ่อทุกสถาบัน
    #13751
    0
  6. #13750 Pst Moss (@mortnort) (จากตอนที่ 370)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 02:25
    ชอบฉากต่อสู้มากๆ
    #13750
    0
  7. #13749 RealRD (@RealRD) (จากตอนที่ 370)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 21:57
    ในความเป็นจริง  ยิ่งปกป้องกะเท่ากะยิ่งเป็นจุดอ่อนที่เด่นชัด  พอสู้กันกะไม่เลือกวิธี  กะต้องเน้นเล่นจุดอ่อนอยู่แล้วคับ  ร้านน้องเหมียวอาจโดนบุกหนักกว่าเดิมกะได้  เพราะถ้าตามหาราล์ฟกะอาคมไม่เจอกะเล่นงานร้านน้องเหมียวซะเลย
    #13749
    2
    • #13749-1 วิญญาณสีคราม (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 370)
      23 มกราคม 2560 / 22:31
      งืมๆ อันที่จริงก็น่าจะรู้อยู่แล้ว ราล์ฟมันทำได้ทุกอย่างรวมไปถึงใช้อารินเป็นเหยื่อล่อ จำที่มันพูดกับอารินได้ไหมว่าจากนี้จะทำเรื่องที่ไม่ดีเอามากๆ
      #13749-1
    • #13749-2 Lunar Lethisia Lightseriars (@piinzpq) (จากตอนที่ 370)
      24 มกราคม 2560 / 05:04
      อย่าลืมว่าจริงๆอารินไม่ได้เป็นจุดอ่อนนะ อารินเก่งพอตัว ใครมาตอแยนาง ถ้านางเล่นทีก็ถล่มเมืองในท่าเดียวได้นะ นางฟ้าหายนะ ไม่ได้มีไว้ประดับความงามเล่นๆ ส่วนหนึ่งราล์ฟมันก็แค่อยากเก็บเป็นไพ่ตายไว้ ใช้น้องทั้งทางตรงทางอ้อม เปิดเผยก็ดี ไม่เปิดเผยก็ดี ไม่เสียหาย
      #13749-2
  8. #13748 Dark in Heart (@bugsbunne) (จากตอนที่ 370)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 20:59
    ร้านน้องเหมียวคงจะเป็นสถานที่อันตรายอีก 1 สถานที่ละทีนี้
    #13748
    0
  9. #13747 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 370)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 20:45
    กับคนที่ไม่คิดจะเล่นตามเกมก็ไม่ต้องไปเล่นตามเกมกับมัน
    #13747
    0
  10. #13746 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 370)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 20:39
    มันจริงๆโว้ย
    #13746
    0
  11. #13745 ในนามแห่งนักฆ่า (@puy0304) (จากตอนที่ 370)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 20:35
    ตอนนี้อ่านแล้วสะใจสุดๆอะ
    #13745
    0
  12. #13744 NessZero (@nesszero) (จากตอนที่ 370)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 19:59
    ตอนนี้อ่านแล้วรู้สึกสะใจ ไม่ต้องพระเอกจ่ารักคุณธรรม เน้น ๆ เลย
    #13744
    0
  13. #13743 war2123 (@war2123) (จากตอนที่ 370)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 19:58
    สนุกสุดๆ ขอบคุณคับ
    #13743
    0
  14. #13742 กระต่ายสีเลือด (@luknam0113) (จากตอนที่ 370)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 19:30
    รู้สึกสะใจ หึๆ
    #13742
    0
  15. #13741 Winzex (@pleum254) (จากตอนที่ 370)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 19:26
    รอฉากนอกเกมอยู่นะคร้าบ
    #13741
    0
  16. #13740 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 370)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 18:10
    สนุกมาก อิ อิ
    #13740
    0
  17. วันที่ 23 มกราคม 2560 / 03:31
    #13739
    0
  18. #13738 aey1993 (@aey1993) (จากตอนที่ 370)
    วันที่ 20 มกราคม 2560 / 21:13
    แหม่ๆๆๆ ออกมากันสักทีนะ นึกว่าจะได้เห็นพื้นที่โล่งๆๆละ
    #13738
    0
  19. #13737 กระต่ายสีเลือด (@luknam0113) (จากตอนที่ 370)
    วันที่ 20 มกราคม 2560 / 13:45
    เล่นมันเลย!!! รู้สึกสะใจ >~<
    #13737
    0
  20. #13736 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 370)
    วันที่ 20 มกราคม 2560 / 10:38
    ของแรงเค้าออกมาแล้วจะเอาอะไรมาแลกกับการให้หยุดละ
    #13736
    0
  21. #13735 Maizas Dragonil (@goldcremer) (จากตอนที่ 370)
    วันที่ 20 มกราคม 2560 / 10:09
    กำลังมันส์เลย
    #13735
    0
  22. #13734 Dark in Heart (@bugsbunne) (จากตอนที่ 370)
    วันที่ 20 มกราคม 2560 / 10:06
    ค้างไปอีก 
    #13734
    0
  23. #13733 Yoku Akanso (@wangyu) (จากตอนที่ 370)
    วันที่ 20 มกราคม 2560 / 09:38
    อัดมันเลย~~~!!!!!!!!!! /อินมาก
    #13733
    0
  24. #13732 Shenoraq (@shinora) (จากตอนที่ 370)
    วันที่ 20 มกราคม 2560 / 07:36
    กิลด์เกือบล่มสลายแล้ว ออกมาจังหวะสุดท้ายเลยนะ
    #13732
    0